เชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร บอกกับเราว่า ตอนที่ภรรยาของเขาตั้งครรภ์และยังไม่ทราบว่าเด็กเป็นเพศไหน เขาได้เตรียมชื่อไว้เผื่อทั้งสองเพศ เมื่อลูกออกมาเป็นผู้หญิงเลยได้ใช้ชื่อหอมจันทร์ ส่วนชื่อ ‘พะลัง’ ที่เตรียมไว้ให้ลูกชาย ก็กลายมาเป็นชื่อของคาเฟ่น้ำผักออร์แกนิกในจังหวัดเชียงรายร้านนี้

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

พะลังจึงเป็นเหมือนลูกชายของเชฟก้อง ที่มอบให้น้ำหวานผู้เป็นภรรยาและน้าสาวอีก 4 ท่าน ซึ่งประกอบไปด้วย จอย-จิรภัสร เจียรรุ่งแสง, เจี๊ยบ-พรรณสุนันท์ พินิจพิชิตกุล, จิ๊บ-จิราภา เจียรรุ่งแสง สามสาวพี่น้องเจ้าของ Farm to Table รวมถึง แอน-พชิรารัชต์ กิตติศรัญเกียรติ อดีตผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ดื่มน้ำผักจนหายดี 

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

พะลัง เป็นการรวมพลังกันของผู้คนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เจ้าของแปลงผักยันผู้บริโภคที่มีความฝันเดียวกัน คือการแบ่งปันทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีให้คนรอบตัว

เมื่อจะเล่าเรื่องของพะลัง เราเลยไม่ได้วางฉากเปิดไว้ในร้าน และเริ่มกันตั้งแต่ในไร่

วัตถุดิบ

“ในผักผลไม้มีพลังจากดวงอาทิตย์สะสมอยู่” เชฟก้องเท้าความ “พืชผักเติบโตได้เพราะได้รับพลังจากดวงอาทิตย์ เมื่อเราทานผักเข้าไป ก็เหมือนเราได้รับพลังต่อมาอีกทอดหนึ่ง”

ซึ่งนั่นคือที่มาของโลโก้ร้านที่เป็นวงกลม สื่อถึงดวงอาทิตย์ แถมยังมีความช่างคิดตรงที่เป็นวงกลมที่ได้จากภาพพิมพ์ผักอย่างแครอท

และคำบอกกล่าวนี้ก็ทำให้การชวนเจ้าของฟาร์มผักออร์แกนิกอย่างจอย เจี๊ยบ และจิ๊บ สามสาวพี่น้องแห่ง ป.โอ่ง ร้านขายส่งผักปลอดภัยและ Farm to Table คาเฟ่ที่ขายเครื่องดื่มและขนมที่ทำจากผักสดๆ ส่งตรงจากฟาร์มตามชื่อ มาร่วมวงลงแรงเปิดร้านนี้ด้วยกันสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

ตัวตนของคนที่ผลักดันเรื่องออร์แกนิกมายาวนานกว่า 10 ปีที่ปรากฏในทีมนี้ ทำให้มั่นใจได้ว่า ผักสดที่ถูกส่งมาเป็นวัตถุดิบในร้านพะลังทั้งหมดสดสะอาดและมีคุณภาพดี เพราะในฟาร์มของสามสาวบนภูชี้ฟ้านั้น คำว่าออร์แกนิกไม่ใช่แค่ระเบียบข้อบังคับ แต่เป็นวัฏปฏิบัติที่ยึดถือกันมายาวนานนอกจากปลอดสารเคมี ยังรวมไปถึงการดูแลผู้คนที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นมิตรและเป็นธรรม

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang
พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

“เรากล้าตัดกะหล่ำสดๆ ในไร่ให้ทุกคนกิน เพราะเรามั่นใจว่าสะอาดปลอดภัยจริง เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้จากลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่มาตรวจสอบที่ไร่ของเรา เลยกลายเป็นพิธีกรรมที่เราทำกัน ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ เราจะไม่กล้ากินเลย”

จอยให้คำมั่น 

เมนู

ร้านพะลังรับประกันกับเราว่าจะมีเมนูจากผักผลไม้ให้ทานครบ 5 สีตลอดทั้งปี ในรูปแบบของน้ำสกัดเย็นทั้งแบบผสมและทำจากผลไม้ชนิดเดียวเพียวๆ สมูทตี้ แถมยังมีเมนู Grab & Go ให้ได้ลองหลากหลาย ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกมา Wrap ด้วยแป้ง Tortilla 3 สี 

แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ไม่การันตีว่าจะเป็นเมนูเดิมไปตลอด

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

“มนุษย์เราตามใจปากกันจนเกิดโรคเต็มไปหมด เราเลยไม่อยากตามใจมนุษย์ทุกอย่าง ขอเชื่อใจในธรรมชาติให้เขาคัดเลือกสิ่งที่เราควรทานในแต่ละฤดูกาล แล้วใช้ปัญญาเท่าที่เรามีอยู่ทำให้กลายเป็นเมนูที่อร่อย” เชฟก้องให้เหตุผล

“ถ้ามีคนบอกว่าอยากทานอะโวคาโดปั่นในฤดูร้อน ผมคงถามกลับว่า มีแต่อะโวคาโดอาบยาพิษ คุณจะกล้าทานไหม”

(ไม่กล้าค่ะ-เราตอบในใจ)

แม้ว่าจะเป็นออร์แกนิกอยู่แล้ว แต่ก่อนจะนำมาปั่นหรือเข้าเครื่องสกัด วัตถุดิบทั้งหมดของทางร้านจะถูกล้างด้วยน้ำ RO (Reverse Osmosis Water) เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีแบคทีเรียตกค้าง ใช้เครื่อง Pure Juicer เครื่องสกัดเย็นที่ใช้แรงอัดอย่างหนัก มีกลไกเดียวกับขากรรไกรมนุษย์ที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร ช่วยให้สกัดเอาสารอาหารได้สมบูรณ์แบบและไม่เกิดความร้อนในกระบวนการสกัด ซึ่งช่วยรักษาเอนไซม์ในผักผลไม้เอาไว้ ได้คุณค่าเหมือนกับการทานผักผลไม้สดทั้งลูก กระทั่งเครื่องปั่นสมูทตี้ก็ยังถูกเลือกมาอย่างจงใจ เป็นเครื่องที่มีการดูดอากาศภายในเครื่องออกก่อนด้วยกระบวนการ Vacuum เพื่อให้ได้เนื้อสมูทตี้ที่เนียนละเอียด ไม่เปลี่ยนสี

“เมนูที่เราขายจะเปลี่ยนไปตามผลผลิตแต่ละฤดูกาล ที่ผลิตได้ทั้งปีก็มีแครอท ผักใบเขียวต่างๆ แต่ผักจากไม้ยืนต้นอย่างมะนาว มะเขือเทศ บีทรูท สลับไปเรื่อยๆ” จอยอธิบาย 

“แม้จะเป็นน้ำผัก แต่เราอยากทำให้อร่อยด้วย ไม่ได้เป็นน้ำผักที่ทานเพื่อรักษาโรค แต่เป็นไลฟ์สไตล์ เป็นทางเลือก ไม่ต้องชีวิตสุดโต่งก็สุขภาพดีได้”

ผู้คน

ขอบข่ายของคำว่า ‘ผู้คน’ สำหรับพะลังก็ไม่ได้จบแค่ทีมงานกับลูกค้า แต่ยังหมายรวมถึงเกษตรกรในพื้นที่ และคนในสังคมโดยรวม

“ร้านเราเป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งไม่กี่ที่ แต่เรามีมุมขายสินค้าอินทรีย์ของคนในชุมชนด้วย ที่ห่อมี QR Code ให้จ่ายเงินไปทางเกษตรกรโดยตรง ไม่ต้องผ่านเรา ไม่เอาค่านายหน้า” จอยให้ข้อมูลถึงความตั้งใจของทางร้าน

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

“ไม่ใช่แค่ลูกค้า แต่รวมถึงเกษตรกรที่ร่วมงานกับเรา นอกจากผักในฟาร์มของเราเอง ก็จะมีผลไม้ฟาร์มออร์แกนิกในเครือข่ายมาเสริม ซึ่งเป็นแหล่งปลูกในจังหวัดเชียงรายเหมือนกัน อย่างสับปะรดภูแล กากผลไม้ที่ได้จากการเข้าเครื่องกดในร้านก็จะถูกส่งต่อไปทำเป็นปุ๋ยไส้เดือน เรียกว่าไม่มีอะไรเหลือเป็นขยะเลย” จิ๊บเล่าจนเรามองเห็นภาพของบริบทแวดล้อมร้านพะลัง ที่ไม่ได้มุ่งมั่นเฉพาะการทำธุรกิจของตัวเองเท่านั้น แต่ยังปันความเอาใจใส่ไปสู่สังคมรอบข้าง

แม้ว่าเราอยากเห็นร้านคอนเซปต์ดีๆ แบบนี้เติบใหญ่ ขยายตัวมาอยู่ในกรุงเทพฯ แต่เราได้คำตอบของจอยเตือนสติเอาไว้

“เราเริ่มในสเกลเล็กก่อน จอยเชื่อว่าคอนเซปต์ที่เรากำลังพยายามทำนี้มันดี และเชื่อว่ามันจะโตได้ เหมือนที่ Farm to Table ก็โตมาสิบปีในความเชื่อเดียวกัน 

“อะไรที่มันใหญ่มากหรือเร่งร้อน มันโตได้ไม่นาน เป็นสิ่งที่คนของเราเห็นตรงกัน” จอยกล่าวทิ้งท้าย

และนี่คือเรื่องราวของคาเฟ่ที่มีชื่อว่าพะลัง

คาเฟ่ที่เรียบง่ายแต่มีพลัง

ภาพ : ร้าน Palang

PALANG : พะลัง

เปิด-ปิด : 07:30 – 16:00 น. (ปิดวันจันทร์)

ที่ตั้ง : 640/5 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000

Facebook : Palang : พะลัง

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

14 ธันวาคม 2560
72 K

ผมเดินเข้ามาในย่านเมืองเก่า เดินผ่านร้านค้า บาร์ต่างๆ ในซอยนานา ย่านเยาวราช เดินลัดเลาะเข้าไปในซอยย่อยเพื่อที่จะพบกับร้าน Oneday Wallflowers ร้านดอกไม้ที่ดูมีทั้งความสวยงามและความลึกลับ เมื่อเปิดผ่านประตูเลื่อนเหล็กเข้าไปจะเจอกับร้านดอกไม้ แต่เราจะเห็นประตูไม้ที่เปิดไว้พอให้เห็นเหมือนเป็นสวนหลังบ้านเปิดเอาไว้อยู่ ผมถามถึงร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดใหม่ พนักงานร้านดอกไม้ชี้มือไปทางประตูบานนั้นแล้วบอกให้ผมเดินขึ้นไปด้านบน เมื่อผ่านประตูเข้าไปจะเจอกับโครงสร้างบันไดที่ดูสลับซับซ้อนเดินวนหลายทบเพื่อให้ขึ้นไปชั้นบนของอาคารเก่าที่ทำโถงจนสูง เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนผมถึงได้พบกับบาร์กาแฟที่ตามหาอยู่

Nana Coffee Roaster คือบาร์กาแฟเปิดใหม่ในย่านเมืองเก่า เกิดจากการที่ พี่ลักษณ์-ณัฐพัชร สุริยะกำพล สไตลิสต์และเจ้าของร้าน Oneday Wallflowers ได้ชักชวน พี่กุ้ง-วรงค์ ชลานุชพงศ์ ร้าน Nana Coffee Roasters โรงคั่วกาแฟและร้านกาแฟที่อยู่ระดับแนวหน้าของวงการกาแฟไทยมาร่วมทำคาเฟ่บนชั้นสองของอาคารนี้

ความดีงามของคาเฟ่นี้อยู่ที่ไม่บ่อยนักที่เราจะเจอร้านกาแฟที่มีกาแฟดีๆ ในร้านที่สวยขนาดนี้ แถมทั้งคนทำกาแฟและคนตกแต่งร้านก็เป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดในสิ่งที่ตัวเองทำอย่างลึกซึ้งทั้งคู่

บาร์มินิมอลสีทองแดงมันวับ ตัดกับแผ่นไม้เผาไฟที่มีรูปแผนที่โลกด้านหลัง เกิดจากการคุยกันตั้งแต่เริ่มออกแบบร้าน พี่กุ้งต้องการจะให้บาร์มีความเรียบง่าย เพื่อให้เกิดการสนทนากันระหว่างบาริสต้าและคนกิน

Modbar เป็นบาร์ชงกาแฟสไตล์มินิมอลลิสม์ที่กำลังเริ่มใช้กันในบ้านเรา และผมเองคิดว่าต่อไปเทรนด์ของบาร์กาแฟน่าจะไปในทิศทางนี้ แต่การเลือกใช้ Modbar ไม่ใช่แค่ความสวยงามอย่างเดียวนะครับ พี่กุ้งเล่าว่าเมื่อลองเปรียบเทียบการชงกาแฟดูแล้ว Modbar มีคุณสมบัติในการดึงกลิ่น Floral ของกาแฟออกมาได้มากอย่างสังเกตได้ เมื่อเทียบกับเครื่องชงหลักที่ใช้ในสาขาอื่นๆ ชงเมล็ดเดียวกัน พอดีกับเมล็ดเบลนด์ของร้านที่เน้นกลิ่นดอกไม้อยู่ด้วยแล้ว เลยทำให้ Modbar ดึงคุณสมบัติที่ต้องการจะให้คนดื่มได้รับชัดเจนยิ่งขึ้นอีก

การออกแบบโครงสร้างบาร์และตัวร้านก็คงไม่มีใครเหมาะไปกว่าสไตลิสต์มืออาชีพอย่างพี่ลักษณ์อีกแล้ว หลายคนคงรู้จัก Casa Lapin สาขาสุขุมวิท 49 หรือสุขุมวิท 26 นั่นเป็นฝีมือการออกแบบและตกแต่งโดยพี่ลักษณ์ทั้งนั้นครับ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสไตล์ที่หลายต่อหลายคาเฟ่นำไปใช้ตกแต่งร้านตัวเองอยู่พักใหญ่ พี่ลักษณ์เล่าว่าการตกแต่งร้านนี้จะมีความต่างจากงานอื่นๆ พอสมควร การใช้เทคนิคที่อยากทำแต่ยังไม่เคยมีโอกาสทำ ก็เอามาใช้ตอนทำร้านนี้ อย่างการเผาไม้ ที่เอาไปใช้เป็นผนังและประกอบอยู่กับเคาน์เตอร์บาร์ชงกาแฟ ก็เป็นสิ่งที่อยากทำมานาน วัสดุอย่างทองแดงก็เป็นสิ่งที่ตัวเองชอบ มันดูบอบบาง แต่มีเสน่ห์ของตัวมันอยู่ ส่วนตัวพื้นที่ส่วนอื่นๆ ก็ตกแต่งได้อย่างอิสระจนกลายเป็นตัวเองโดยสมบูรณ์แบบ

พี่กุ้งไว้ใจในความละเอียดอ่อนของพี่ลักษณ์ในการออกแบบร้าน เช่นเดียวกับที่พี่ลักษณ์เองก็ไว้ใจในส่วนของกาแฟกับพี่กุ้งเช่นกันครับ คนที่ได้รับประโยชน์จากความเก่งกาจของทั้งคู่ก็คือลูกค้าอย่างผมนี่ล่ะ

เครื่องดื่มของที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นกาแฟพิเศษที่พี่กุ้งคัดมาแล้วครับ มีเมล็ดของกาแฟให้เลือกแตกต่างกันตั้งแต่กาแฟ House Blend ของร้านไปจนถึงกาแฟประกวดที่ราคาค่อนข้างสูงแต่สมราคากับความพิเศษนั้นนะครับ ทุกเมล็ดที่เลือกสามารถเสิร์ฟได้ทั้งแบบคลาสสิกเอสเปรสโซ่และฟิลเตอร์

ส่วนเมนู signature เมนูเดียวของร้านนั้นคือ Le Boisson De Kanda เป็นกาแฟที่ชงพิเศษเพราะกาแฟที่ใช้จะให้คาแรกเตอร์ของพีช ส้ม เอิร์ลเกรย์ และเลมอน อยู่แล้ว เลยตั้งใจใช้วัตถุดิบสี่อย่างนี้มาผสมเพื่อชูคาแรกเตอร์ขึ้น โดยที่ไม่ทำลายความเป็นกาแฟ เพิ่มเทกซ์เจอร์ของน้ำด้วยสปาร์กลิงวอเตอร์ แก้วนี้ชนะรางวัล Signature Drink Award ในการแข่งขันของประเทศมาแล้วด้วยนะครับ

ผมนั่งดื่มกาแฟอยู่ในโซนด้านหลัง เป็นเหมือนเรือนกระจกที่มีแสงแดดส่องลงมาเยอะมาก มีช่อดอกไม้แห้งทั้งเล็กใหญ่ รวมถึงของสะสมแนววินเทจแทรกอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วร้าน ตอนแรกผมคิดว่าตรงส่วนนี้เป็นที่นั่งเป็น open air ด้านนอกของอาคาร ไม่ทันสังเกตว่าส่วนนี้ที่จริงคือพื้นที่ในร่มทั้งหมด ทำให้เห็นการใช้พื้นที่ได้อย่างสนุก สร้างจินตนาการให้เหมือนกำลังนั่งอยู่ในสวนหลังบ้านได้ขึ้นมาจริงๆ การเปิดรับแสงลงมามากๆ บวกกับการเล่นระดับชั้นของโครงสร้างบันได ทำให้เกิดมิติกับทั้งร้านได้อย่างมีเสน่ห์และดูลึกลับ ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าหลังร้านดอกไม้เล็กๆจะมีอะไรแบบนี้ซ่อนอยู่ได้

วันที่ผมไปเป็นวันแรกที่ร้านเริ่ม Soft Opening เลยมีความพิเศษมากกว่าทุกครั้ง เมื่อมีแขกรับเชิญพิเศษคือ Stefanos แชมป์ World Brewer Cup ปี 2014 มาร่วมชงกาแฟให้ในบาร์ด้วย การได้ชิมกาแฟระดับแชมป์โลกเลยยิ่งเพิ่มความพิเศษของร้านในวันนั้นเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่า

Nana Coffee Roasters

ชั้น 2 ของร้าน Oneday Wallflowers

ซอยนานา เยาวราช

เปิดทุกวัน 11.00 – 19.00 น.

FB | NANA Coffee Roaster

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load