เชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร บอกกับเราว่า ตอนที่ภรรยาของเขาตั้งครรภ์และยังไม่ทราบว่าเด็กเป็นเพศไหน เขาได้เตรียมชื่อไว้เผื่อทั้งสองเพศ เมื่อลูกออกมาเป็นผู้หญิงเลยได้ใช้ชื่อหอมจันทร์ ส่วนชื่อ ‘พะลัง’ ที่เตรียมไว้ให้ลูกชาย ก็กลายมาเป็นชื่อของคาเฟ่น้ำผักออร์แกนิกในจังหวัดเชียงรายร้านนี้

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

พะลังจึงเป็นเหมือนลูกชายของเชฟก้อง ที่มอบให้น้ำหวานผู้เป็นภรรยาและน้าสาวอีก 4 ท่าน ซึ่งประกอบไปด้วย จอย-จิรภัสร เจียรรุ่งแสง, เจี๊ยบ-พรรณสุนันท์ พินิจพิชิตกุล, จิ๊บ-จิราภา เจียรรุ่งแสง สามสาวพี่น้องเจ้าของ Farm to Table รวมถึง แอน-พชิรารัชต์ กิตติศรัญเกียรติ อดีตผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ดื่มน้ำผักจนหายดี 

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

พะลัง เป็นการรวมพลังกันของผู้คนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เจ้าของแปลงผักยันผู้บริโภคที่มีความฝันเดียวกัน คือการแบ่งปันทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีให้คนรอบตัว

เมื่อจะเล่าเรื่องของพะลัง เราเลยไม่ได้วางฉากเปิดไว้ในร้าน และเริ่มกันตั้งแต่ในไร่

วัตถุดิบ

“ในผักผลไม้มีพลังจากดวงอาทิตย์สะสมอยู่” เชฟก้องเท้าความ “พืชผักเติบโตได้เพราะได้รับพลังจากดวงอาทิตย์ เมื่อเราทานผักเข้าไป ก็เหมือนเราได้รับพลังต่อมาอีกทอดหนึ่ง”

ซึ่งนั่นคือที่มาของโลโก้ร้านที่เป็นวงกลม สื่อถึงดวงอาทิตย์ แถมยังมีความช่างคิดตรงที่เป็นวงกลมที่ได้จากภาพพิมพ์ผักอย่างแครอท

และคำบอกกล่าวนี้ก็ทำให้การชวนเจ้าของฟาร์มผักออร์แกนิกอย่างจอย เจี๊ยบ และจิ๊บ สามสาวพี่น้องแห่ง ป.โอ่ง ร้านขายส่งผักปลอดภัยและ Farm to Table คาเฟ่ที่ขายเครื่องดื่มและขนมที่ทำจากผักสดๆ ส่งตรงจากฟาร์มตามชื่อ มาร่วมวงลงแรงเปิดร้านนี้ด้วยกันสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

ตัวตนของคนที่ผลักดันเรื่องออร์แกนิกมายาวนานกว่า 10 ปีที่ปรากฏในทีมนี้ ทำให้มั่นใจได้ว่า ผักสดที่ถูกส่งมาเป็นวัตถุดิบในร้านพะลังทั้งหมดสดสะอาดและมีคุณภาพดี เพราะในฟาร์มของสามสาวบนภูชี้ฟ้านั้น คำว่าออร์แกนิกไม่ใช่แค่ระเบียบข้อบังคับ แต่เป็นวัฏปฏิบัติที่ยึดถือกันมายาวนานนอกจากปลอดสารเคมี ยังรวมไปถึงการดูแลผู้คนที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นมิตรและเป็นธรรม

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang
พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

“เรากล้าตัดกะหล่ำสดๆ ในไร่ให้ทุกคนกิน เพราะเรามั่นใจว่าสะอาดปลอดภัยจริง เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้จากลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่มาตรวจสอบที่ไร่ของเรา เลยกลายเป็นพิธีกรรมที่เราทำกัน ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ เราจะไม่กล้ากินเลย”

จอยให้คำมั่น 

เมนู

ร้านพะลังรับประกันกับเราว่าจะมีเมนูจากผักผลไม้ให้ทานครบ 5 สีตลอดทั้งปี ในรูปแบบของน้ำสกัดเย็นทั้งแบบผสมและทำจากผลไม้ชนิดเดียวเพียวๆ สมูทตี้ แถมยังมีเมนู Grab & Go ให้ได้ลองหลากหลาย ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกมา Wrap ด้วยแป้ง Tortilla 3 สี 

แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ไม่การันตีว่าจะเป็นเมนูเดิมไปตลอด

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

“มนุษย์เราตามใจปากกันจนเกิดโรคเต็มไปหมด เราเลยไม่อยากตามใจมนุษย์ทุกอย่าง ขอเชื่อใจในธรรมชาติให้เขาคัดเลือกสิ่งที่เราควรทานในแต่ละฤดูกาล แล้วใช้ปัญญาเท่าที่เรามีอยู่ทำให้กลายเป็นเมนูที่อร่อย” เชฟก้องให้เหตุผล

“ถ้ามีคนบอกว่าอยากทานอะโวคาโดปั่นในฤดูร้อน ผมคงถามกลับว่า มีแต่อะโวคาโดอาบยาพิษ คุณจะกล้าทานไหม”

(ไม่กล้าค่ะ-เราตอบในใจ)

แม้ว่าจะเป็นออร์แกนิกอยู่แล้ว แต่ก่อนจะนำมาปั่นหรือเข้าเครื่องสกัด วัตถุดิบทั้งหมดของทางร้านจะถูกล้างด้วยน้ำ RO (Reverse Osmosis Water) เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีแบคทีเรียตกค้าง ใช้เครื่อง Pure Juicer เครื่องสกัดเย็นที่ใช้แรงอัดอย่างหนัก มีกลไกเดียวกับขากรรไกรมนุษย์ที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร ช่วยให้สกัดเอาสารอาหารได้สมบูรณ์แบบและไม่เกิดความร้อนในกระบวนการสกัด ซึ่งช่วยรักษาเอนไซม์ในผักผลไม้เอาไว้ ได้คุณค่าเหมือนกับการทานผักผลไม้สดทั้งลูก กระทั่งเครื่องปั่นสมูทตี้ก็ยังถูกเลือกมาอย่างจงใจ เป็นเครื่องที่มีการดูดอากาศภายในเครื่องออกก่อนด้วยกระบวนการ Vacuum เพื่อให้ได้เนื้อสมูทตี้ที่เนียนละเอียด ไม่เปลี่ยนสี

“เมนูที่เราขายจะเปลี่ยนไปตามผลผลิตแต่ละฤดูกาล ที่ผลิตได้ทั้งปีก็มีแครอท ผักใบเขียวต่างๆ แต่ผักจากไม้ยืนต้นอย่างมะนาว มะเขือเทศ บีทรูท สลับไปเรื่อยๆ” จอยอธิบาย 

“แม้จะเป็นน้ำผัก แต่เราอยากทำให้อร่อยด้วย ไม่ได้เป็นน้ำผักที่ทานเพื่อรักษาโรค แต่เป็นไลฟ์สไตล์ เป็นทางเลือก ไม่ต้องชีวิตสุดโต่งก็สุขภาพดีได้”

ผู้คน

ขอบข่ายของคำว่า ‘ผู้คน’ สำหรับพะลังก็ไม่ได้จบแค่ทีมงานกับลูกค้า แต่ยังหมายรวมถึงเกษตรกรในพื้นที่ และคนในสังคมโดยรวม

“ร้านเราเป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งไม่กี่ที่ แต่เรามีมุมขายสินค้าอินทรีย์ของคนในชุมชนด้วย ที่ห่อมี QR Code ให้จ่ายเงินไปทางเกษตรกรโดยตรง ไม่ต้องผ่านเรา ไม่เอาค่านายหน้า” จอยให้ข้อมูลถึงความตั้งใจของทางร้าน

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

“ไม่ใช่แค่ลูกค้า แต่รวมถึงเกษตรกรที่ร่วมงานกับเรา นอกจากผักในฟาร์มของเราเอง ก็จะมีผลไม้ฟาร์มออร์แกนิกในเครือข่ายมาเสริม ซึ่งเป็นแหล่งปลูกในจังหวัดเชียงรายเหมือนกัน อย่างสับปะรดภูแล กากผลไม้ที่ได้จากการเข้าเครื่องกดในร้านก็จะถูกส่งต่อไปทำเป็นปุ๋ยไส้เดือน เรียกว่าไม่มีอะไรเหลือเป็นขยะเลย” จิ๊บเล่าจนเรามองเห็นภาพของบริบทแวดล้อมร้านพะลัง ที่ไม่ได้มุ่งมั่นเฉพาะการทำธุรกิจของตัวเองเท่านั้น แต่ยังปันความเอาใจใส่ไปสู่สังคมรอบข้าง

แม้ว่าเราอยากเห็นร้านคอนเซปต์ดีๆ แบบนี้เติบใหญ่ ขยายตัวมาอยู่ในกรุงเทพฯ แต่เราได้คำตอบของจอยเตือนสติเอาไว้

“เราเริ่มในสเกลเล็กก่อน จอยเชื่อว่าคอนเซปต์ที่เรากำลังพยายามทำนี้มันดี และเชื่อว่ามันจะโตได้ เหมือนที่ Farm to Table ก็โตมาสิบปีในความเชื่อเดียวกัน 

“อะไรที่มันใหญ่มากหรือเร่งร้อน มันโตได้ไม่นาน เป็นสิ่งที่คนของเราเห็นตรงกัน” จอยกล่าวทิ้งท้าย

และนี่คือเรื่องราวของคาเฟ่ที่มีชื่อว่าพะลัง

คาเฟ่ที่เรียบง่ายแต่มีพลัง

ภาพ : ร้าน Palang

PALANG : พะลัง

เปิด-ปิด : 07:30 – 16:00 น. (ปิดวันจันทร์)

ที่ตั้ง : 640/5 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000

Facebook : Palang : พะลัง

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

คุณชายถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เคยให้คำแนะนำกับ อ๊อด-ภูมิพัฒน์ บุณยรัตพันธ์ ผู้สืบทอดสูตรขนมอบของร้านสนั่นเบเกอรี่รุ่นที่ 2 ไว้ว่า อยากให้ทำขนมสูตรดั้งเดิมของร้านไว้ ไม่ต้องเปลี่ยนไปตามกระแส ที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นพัก ๆ 

ร้านสนั่นเบเกอรี่เป็นร้านที่ตั้งขึ้นมาโดย คุณสนั่น บุณยรัตพันธ์ ช่างทำขนมปังที่เคยได้เรียนรู้จากเชฟขนมปังฟิลิปปินส์ ก่อนจะมาทำร้านเป็นของตัวเองตั้งแต่ พ.ศ. 2511 ร้านขนมปังห้องแถวหลังตลาด อ.ต.ก. เป็นที่รู้จักและชื่นชอบจากลูกค้า เป็นร้านขายขนมปังแรก ๆ โดยนักอบขนมปังคนไทยที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเมื่อก่อนนี้ เวลาจะกินขนมปังแบบฝรั่งที่ไม่ใช่อาหารหลักของบ้านเรา จะหาได้เฉพาะตามโรงแรม

“สมัยก่อนบ้านเรายังมีแต่ร้านขนมปังที่เป็นฝีมือคนจีน เป็นพวกขนมอบอีกแบบ อย่างเช่นขนมเปี๊ยะ ยังไม่ค่อยมีขนมปังแบบฝรั่งที่ทำร้านขายขนมปังโดยเฉพาะ ตอนนั้นจะมีลิตเติ้ลโฮม เบเกอรี่เจ้าแรกที่ทำ มีช่างทำขนมปังเป็นคนฟิลิปปินส์ เขาเคยเป็นเมืองขึ้นของสเปน เพราะฉะนั้นเลยมีความรู้ในการอบขนมปัง เขามีวัฒนธรรมการกินแบบตะวันตก คนฟิลิปปินส์เลยเหมือนเป็นต้นแบบของวัฒนธรรมเบเกอรี่ของบ้านเราเหมือนกัน

Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม
Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม

“คุณพ่อก็เคยทำในครัวของลิตเติ้ลโฮม ถือเป็นลูกจ้างคนไทยคนแรก อยู่กับลิตเติ้ลโฮมมา 13 ปี เลยได้เรียนรู้จากช่างชาวฟิลิปินส์มามาก แล้วก็ออกมาทำกิจการของตัวเองตอนผมเกิด แต่ยังไม่ได้เปิดหน้าร้าน ทำขายส่งตามโรงเรียน”

หลายสิบปีก่อนอ๊อดไปใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น และกำลังจะเข้าเรียนต่อทางด้านวิศวกรรม แต่ได้แรงบันดาลใจจากการเดินไปพบร้านเบเกอรี่ร้านหนึ่งที่ญี่ปุ่น เลยคิดอยากกลับมาสืบทอดธุรกิจของที่บ้านต่อ และน่าจะพัฒนาได้ 

“ช่วงหนึ่งมีคนญี่ปุ่นเคยชวนไปเรียนและฝึกทำขนมที่ฟุกุโอกะ ไปอยู่กับเขาหลายเดือน ฝึกทำขนม ทำเค้ก จนเราทำเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นเป็น ตอนกลับมาทำงานกับที่บ้าน เราก็ฟิตอยากทำขนมแบบที่เรียนมาเพิ่มให้กับร้าน อยากทำร้านเบเกอรี่สวย มีตู้ขนมญี่ปุ่นต่างหากของเราเอง 

Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม

“วันหนึ่งคุณชายถนัดศรีนั่งคุยกับผมสองคน ท่านแนะนำว่าน่าจะทำขนมแบบที่คุณพ่อทำต่อ มันจะอยู่ได้นานกว่า และช่วยสืบทอดสูตรของที่บ้านด้วย วันนั้นผมเลยตัดสินใจไม่ทำขนมสไตล์ญี่ปุ่นต่อ อีกสาเหตุหนึ่งคือในสมัย 20 – 30 ปีก่อน วัตถุดิบทำขนมแบบญี่ปุ่นในไทยไม่ได้หาง่ายเหมือนสมัยนี้ ก็เลยทำขนมแบบเดิมของร้านและอยากพัฒนาให้ดีขึ้น

“สมัยก่อนที่บ้านไม่มีการชั่งตวงวัด คนงานใช้ประสบการณ์ในการกะกันคร่าว ๆ ทำทีละเยอะ ๆ แต่พอจะต้องทำจำนวนน้อยก็กะไม่ค่อยถูก เราเลยเปลี่ยนใหม่ ทำสูตรของคุณพ่อให้ชัดเจนขึ้น อีกอย่างหนึ่งพอมีสูตร ก็จะคิดต้นทุนต่อชิ้นได้ถูกด้วย”

Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม
Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม

สนั่นเบเกอรี่ยังดำเนินกิจการต่อเนื่องมากว่า 50 ปี จนถึงปัจจุบัน หลาน ๆ ที่เป็นรุ่นที่ 3 ของร้านช่วยกันรีแบรนดิ้งให้ร้านของคุณตาใหม่ หน้าตาของแบรนด์ Sanan Bakery1968 และการตกแต่งร้าน กลายเป็นคาเฟ่ที่ร่วมสมัยขึ้น และอยากให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มวัยรุ่น-คนรุ่นใหม่ โดยยังคงมีน้าอ๊อดของหลาน ๆ เป็นคนช่วยทำขนมให้กับร้านใหม่ด้วย

“เราอยากพิสูจน์ด้วยว่าขนมแบบที่เราทำ ยังอยู่ร่วมในยุคนี้ได้ไหม แต่ก็เชื่อว่าต้องมีคนที่ยังชอบกินอยู่ เหมือนที่หลานทำคาเฟ่ แล้วมีกาแฟสเปเชียลตี้ เราก็คิดว่ามันต้องมีคนที่ยังชอบกินโอเลี้ยงและกาแฟโบราณอยู่ดี เพียงแต่ว่าเรามาทำให้ขนมมันดีขึ้นได้อีก ใช้วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม แต่หน้าตาไม่เปลี่ยนไป เพราะหลาน ๆ เขาอยากเอาขนมของคุณตามาขาย เราก็เห็นด้วย เลยมาช่วยทำคาเฟ่นี้” น้าอ๊อดของหลาน ๆ เล่า

เปิดร้านไปได้ไม่นานก็พอจะเริ่มเห็นว่า ขนมอบแบบสมัยก่อน ยังคงอยู่ในความนิยมของคนในยุคนี้ได้ มีคนที่ยังชอบ และให้ความสนใจเบเกอรี่แบบคลาสสิกอยู่มาก

Sanan Bakery1968 เป็นคาเฟ่ที่มีจุดแข็งเรื่องการอบขนมปังแบบสดใหม่ ออกจากเตาอุ่น ๆ แล้วพร้อมเสิร์ฟได้ทันทีวันต่อวัน มีขนมที่ไม่เหมือนใคร ต่างจากคาเฟ่อื่น ๆ และแทบไม่มีใครทำได้หรือขายในคาเฟ่แล้วในทุกวันนี้ 

Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม

มีกาแฟแบบสเปเชียลตี้และเครื่องดื่มที่รุ่นหลายช่วยกันเลือกและคิดมาเป็นอย่างดี ที่สำคัญ ยังเป็นการสืบทอดสูตรขนมอย่างยาวนานมาถึง 3 รุ่นด้วย

นอกจากความอร่อย ขนมแต่ละชิ้นก็ยังมีเรื่องราวที่อ๊อดเล่า และทำให้นึกย้อนไปถึงภาพวันเก่า ๆ ได้

Sanan Bakery 1968 : คาเฟ่ของทายาทรุ่น 3 ที่ทำเบเกอรี่สูตร 50 ปีของคุณตาในแบบดั้งเดิม

พายไก่ 

“ตอนมาบุญครองเปิดใหม่ ๆ แม่ของผมไปเดินที่นั่น แล้วไปเห็นตู้พายยี่ห้อป๊อปอาย เป็นพายใส่กล่องกระดาษในตู้หมุนอุ่นร้อนตลอดเวลา คิดว่าน่าสนใจดี เลยกลับมาลองทำเองบ้าง ผัดไส้ ใส่นมสด ถั่วลันเตา แครอท ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ จนได้ไส้พายเป็นสูตรของสนั่นเอง จนถูกปากลูกค้า และแม่ต้องเป็นคนผัดเอง ไม่ยอมให้ใครทำเลย ผมยังเก็บไว้”

เบเกอรี่คลาสสิกในคาเฟ่น่ารัก Sanan Bakery 1968 ที่เล่าเรื่องย้อนยุคผ่านขนมอบสูตรคุณตา

พายสตูว์ไก่

“ทำขึ้นตอนที่ไปเยี่ยมคุณชายถนัดศรีที่โรงพยาบาล ท่านชอบกินพายเห็ด ผมเลยเอาพายเห็ดไปเยี่ยม ได้เจอกับคุณหมึกแดง ลูกชายของท่านที่โรงพยาบาลด้วย เลยได้รับคำแนะนำว่าน่าลองทำพายสตูว์ไก่ดู พร้อมบอกสูตรมาให้เราทำตาม ทำแล้วให้คุณหมึกแดงกลับมาชิม จนรสถูกปาก ก็เลยทำขายมาตลอด รสจะไม่หวาน ออกครีมมี่ และมีกลิ่นสมุนไพรหอม ๆ ของไทม์และโรสแมรี่ มันยังเป็นรสชาติที่ทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ยังชอบอยู่”

เบเกอรี่คลาสสิกในคาเฟ่น่ารัก Sanan Bakery 1968 ที่เล่าเรื่องย้อนยุคผ่านขนมอบสูตรคุณตา

คิชผักโขมสูตรจานสวย

หากใครรู้จักร้านอาหารจานสวยของ อาจารย์ดนู ฮันตระกูล คงจะจำรสชาติคิชผักโขม เมนูอร่อยของร้านได้เป็นอย่างดี สูตรคิชผักโขมนี้ร่ำเรียนมาจากแม่ครัวของร้านจานสวย ซึ่งคือน้องสาวของอาจารย์ดนูนั่นเอง สูตรคิชผักโขมแบบฝรั่งเศสส่งต่อมาถึงมือของร้านสนั่น ดัดแปลงเล็กน้อยด้วยการใส่เบคอนลงไป แต่รสยังคงเป็นรสเดิมไม่ผิดเพี้ยน 

“แต่เดิมเมนูนี้ไม่ได้ทำขายที่หน้าร้านสนั่นเบเกอรี่ จะทำเฉพาะเวลามีคนสั่งเท่านั้น เพราะมันใช้วัตถุดิบราคาสูง ทำให้ราคาที่เราต้องขายให้ลูกค้าสูงตามไปด้วย หรือทำเฉพาะเทศกาลพิเศษอย่างปีใหม่ แต่พอรุ่นหลานทำคาเฟ่ที่กลุ่มคนกินเปลี่ยนไป เลยทำคิชให้กลายเป็นเมนูที่มีขายประจำที่ร้าน เราก็ยังคงเป็นคนทำให้”

Hotdog

“ฮอตด็อกเป็นของที่ร้านเคยทำส่งให้โรงหนัง สมัยก่อนเวลาเราไปดูหนังอย่างลิโด้ สกาล่า ก่อนหนังจะฉายมันจะมีห้องพักขายของกิน มีตู้ขายฮอตด็อกแบบนึ่ง ไว้กินคู่กับน้ำอัดลม สมัยก่อนยังไม่มีป๊อปคอร์นก็จะขายฮอตด็อกห่อกระดาษแทน เมื่อก่อนหนังยาว ๆ หนังควบ ก็จะมีเบรกเข้าห้องน้ำ ซื้อของกิน ฮอตด็อกได้รับความนิยมมากในสมัยนั้น

“เราทำขนมปังกับไส้กรอก แต่จะพิเศษหน่อยที่เราใส่ผักดองเข้าไปด้วย ใช้มะละกอกับแครอทดองที่เราดองเอง” 

(ปัจจุบันไม่ได้ขายแล้ว)

เบเกอรี่คลาสสิกในคาเฟ่น่ารัก Sanan Bakery 1968 ที่เล่าเรื่องย้อนยุคผ่านขนมอบสูตรคุณตา
เบเกอรี่คลาสสิกในคาเฟ่น่ารัก Sanan Bakery 1968 ที่เล่าเรื่องย้อนยุคผ่านขนมอบสูตรคุณตา

Cone Cream

“ขนมชนิดนี้เป็นขนมชิ้นแรกที่คุณพ่อผมทำ ฝรั่งจะเรียกขนมแบบนี้ว่า Cream Horn แต่เราเรียกว่า Cone Cream ขั้นตอนมันเยอะและยุ่งยาก เดี๋ยวนี้เลยไม่ค่อยมีร้านไหนทำขายแล้ว ไส้ในเป็นคัสตาร์ด เป็นเหมือนซิกเนเจอร์ของร้านสนั่นเบเกอรี่ ใครเห็นขนมชนิดนี้ก็จะนึกถึงร้านเราก่อน”

เบเกอรี่คลาสสิกในคาเฟ่น่ารัก Sanan Bakery 1968 ที่เล่าเรื่องย้อนยุคผ่านขนมอบสูตรคุณตา

Sanan Bakery 1968

หลังตลาด อ.ต.ก. ติดประตู4

วัน-เวลาทำการ : 07.00 – 19.00 น. (หยุดวันพุธ)

Facebook : Sanan Bakery – Or.Tor.Kor Market

Instagram : sananbakery1968 

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load