เชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร บอกกับเราว่า ตอนที่ภรรยาของเขาตั้งครรภ์และยังไม่ทราบว่าเด็กเป็นเพศไหน เขาได้เตรียมชื่อไว้เผื่อทั้งสองเพศ เมื่อลูกออกมาเป็นผู้หญิงเลยได้ใช้ชื่อหอมจันทร์ ส่วนชื่อ ‘พะลัง’ ที่เตรียมไว้ให้ลูกชาย ก็กลายมาเป็นชื่อของคาเฟ่น้ำผักออร์แกนิกในจังหวัดเชียงรายร้านนี้

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

พะลังจึงเป็นเหมือนลูกชายของเชฟก้อง ที่มอบให้น้ำหวานผู้เป็นภรรยาและน้าสาวอีก 4 ท่าน ซึ่งประกอบไปด้วย จอย-จิรภัสร เจียรรุ่งแสง, เจี๊ยบ-พรรณสุนันท์ พินิจพิชิตกุล, จิ๊บ-จิราภา เจียรรุ่งแสง สามสาวพี่น้องเจ้าของ Farm to Table รวมถึง แอน-พชิรารัชต์ กิตติศรัญเกียรติ อดีตผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ดื่มน้ำผักจนหายดี 

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

พะลัง เป็นการรวมพลังกันของผู้คนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เจ้าของแปลงผักยันผู้บริโภคที่มีความฝันเดียวกัน คือการแบ่งปันทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีให้คนรอบตัว

เมื่อจะเล่าเรื่องของพะลัง เราเลยไม่ได้วางฉากเปิดไว้ในร้าน และเริ่มกันตั้งแต่ในไร่

วัตถุดิบ

“ในผักผลไม้มีพลังจากดวงอาทิตย์สะสมอยู่” เชฟก้องเท้าความ “พืชผักเติบโตได้เพราะได้รับพลังจากดวงอาทิตย์ เมื่อเราทานผักเข้าไป ก็เหมือนเราได้รับพลังต่อมาอีกทอดหนึ่ง”

ซึ่งนั่นคือที่มาของโลโก้ร้านที่เป็นวงกลม สื่อถึงดวงอาทิตย์ แถมยังมีความช่างคิดตรงที่เป็นวงกลมที่ได้จากภาพพิมพ์ผักอย่างแครอท

และคำบอกกล่าวนี้ก็ทำให้การชวนเจ้าของฟาร์มผักออร์แกนิกอย่างจอย เจี๊ยบ และจิ๊บ สามสาวพี่น้องแห่ง ป.โอ่ง ร้านขายส่งผักปลอดภัยและ Farm to Table คาเฟ่ที่ขายเครื่องดื่มและขนมที่ทำจากผักสดๆ ส่งตรงจากฟาร์มตามชื่อ มาร่วมวงลงแรงเปิดร้านนี้ด้วยกันสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

ตัวตนของคนที่ผลักดันเรื่องออร์แกนิกมายาวนานกว่า 10 ปีที่ปรากฏในทีมนี้ ทำให้มั่นใจได้ว่า ผักสดที่ถูกส่งมาเป็นวัตถุดิบในร้านพะลังทั้งหมดสดสะอาดและมีคุณภาพดี เพราะในฟาร์มของสามสาวบนภูชี้ฟ้านั้น คำว่าออร์แกนิกไม่ใช่แค่ระเบียบข้อบังคับ แต่เป็นวัฏปฏิบัติที่ยึดถือกันมายาวนานนอกจากปลอดสารเคมี ยังรวมไปถึงการดูแลผู้คนที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นมิตรและเป็นธรรม

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang
พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

“เรากล้าตัดกะหล่ำสดๆ ในไร่ให้ทุกคนกิน เพราะเรามั่นใจว่าสะอาดปลอดภัยจริง เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้จากลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่มาตรวจสอบที่ไร่ของเรา เลยกลายเป็นพิธีกรรมที่เราทำกัน ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ เราจะไม่กล้ากินเลย”

จอยให้คำมั่น 

เมนู

ร้านพะลังรับประกันกับเราว่าจะมีเมนูจากผักผลไม้ให้ทานครบ 5 สีตลอดทั้งปี ในรูปแบบของน้ำสกัดเย็นทั้งแบบผสมและทำจากผลไม้ชนิดเดียวเพียวๆ สมูทตี้ แถมยังมีเมนู Grab & Go ให้ได้ลองหลากหลาย ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกมา Wrap ด้วยแป้ง Tortilla 3 สี 

แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ไม่การันตีว่าจะเป็นเมนูเดิมไปตลอด

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

“มนุษย์เราตามใจปากกันจนเกิดโรคเต็มไปหมด เราเลยไม่อยากตามใจมนุษย์ทุกอย่าง ขอเชื่อใจในธรรมชาติให้เขาคัดเลือกสิ่งที่เราควรทานในแต่ละฤดูกาล แล้วใช้ปัญญาเท่าที่เรามีอยู่ทำให้กลายเป็นเมนูที่อร่อย” เชฟก้องให้เหตุผล

“ถ้ามีคนบอกว่าอยากทานอะโวคาโดปั่นในฤดูร้อน ผมคงถามกลับว่า มีแต่อะโวคาโดอาบยาพิษ คุณจะกล้าทานไหม”

(ไม่กล้าค่ะ-เราตอบในใจ)

แม้ว่าจะเป็นออร์แกนิกอยู่แล้ว แต่ก่อนจะนำมาปั่นหรือเข้าเครื่องสกัด วัตถุดิบทั้งหมดของทางร้านจะถูกล้างด้วยน้ำ RO (Reverse Osmosis Water) เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีแบคทีเรียตกค้าง ใช้เครื่อง Pure Juicer เครื่องสกัดเย็นที่ใช้แรงอัดอย่างหนัก มีกลไกเดียวกับขากรรไกรมนุษย์ที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร ช่วยให้สกัดเอาสารอาหารได้สมบูรณ์แบบและไม่เกิดความร้อนในกระบวนการสกัด ซึ่งช่วยรักษาเอนไซม์ในผักผลไม้เอาไว้ ได้คุณค่าเหมือนกับการทานผักผลไม้สดทั้งลูก กระทั่งเครื่องปั่นสมูทตี้ก็ยังถูกเลือกมาอย่างจงใจ เป็นเครื่องที่มีการดูดอากาศภายในเครื่องออกก่อนด้วยกระบวนการ Vacuum เพื่อให้ได้เนื้อสมูทตี้ที่เนียนละเอียด ไม่เปลี่ยนสี

“เมนูที่เราขายจะเปลี่ยนไปตามผลผลิตแต่ละฤดูกาล ที่ผลิตได้ทั้งปีก็มีแครอท ผักใบเขียวต่างๆ แต่ผักจากไม้ยืนต้นอย่างมะนาว มะเขือเทศ บีทรูท สลับไปเรื่อยๆ” จอยอธิบาย 

“แม้จะเป็นน้ำผัก แต่เราอยากทำให้อร่อยด้วย ไม่ได้เป็นน้ำผักที่ทานเพื่อรักษาโรค แต่เป็นไลฟ์สไตล์ เป็นทางเลือก ไม่ต้องชีวิตสุดโต่งก็สุขภาพดีได้”

ผู้คน

ขอบข่ายของคำว่า ‘ผู้คน’ สำหรับพะลังก็ไม่ได้จบแค่ทีมงานกับลูกค้า แต่ยังหมายรวมถึงเกษตรกรในพื้นที่ และคนในสังคมโดยรวม

“ร้านเราเป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งไม่กี่ที่ แต่เรามีมุมขายสินค้าอินทรีย์ของคนในชุมชนด้วย ที่ห่อมี QR Code ให้จ่ายเงินไปทางเกษตรกรโดยตรง ไม่ต้องผ่านเรา ไม่เอาค่านายหน้า” จอยให้ข้อมูลถึงความตั้งใจของทางร้าน

พะลัง : คาเฟ่ที่สกัดพลังสะสมของดวงอาทิตย์ในผักปลอดภัยของเชียงรายเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ, Palang

“ไม่ใช่แค่ลูกค้า แต่รวมถึงเกษตรกรที่ร่วมงานกับเรา นอกจากผักในฟาร์มของเราเอง ก็จะมีผลไม้ฟาร์มออร์แกนิกในเครือข่ายมาเสริม ซึ่งเป็นแหล่งปลูกในจังหวัดเชียงรายเหมือนกัน อย่างสับปะรดภูแล กากผลไม้ที่ได้จากการเข้าเครื่องกดในร้านก็จะถูกส่งต่อไปทำเป็นปุ๋ยไส้เดือน เรียกว่าไม่มีอะไรเหลือเป็นขยะเลย” จิ๊บเล่าจนเรามองเห็นภาพของบริบทแวดล้อมร้านพะลัง ที่ไม่ได้มุ่งมั่นเฉพาะการทำธุรกิจของตัวเองเท่านั้น แต่ยังปันความเอาใจใส่ไปสู่สังคมรอบข้าง

แม้ว่าเราอยากเห็นร้านคอนเซปต์ดีๆ แบบนี้เติบใหญ่ ขยายตัวมาอยู่ในกรุงเทพฯ แต่เราได้คำตอบของจอยเตือนสติเอาไว้

“เราเริ่มในสเกลเล็กก่อน จอยเชื่อว่าคอนเซปต์ที่เรากำลังพยายามทำนี้มันดี และเชื่อว่ามันจะโตได้ เหมือนที่ Farm to Table ก็โตมาสิบปีในความเชื่อเดียวกัน 

“อะไรที่มันใหญ่มากหรือเร่งร้อน มันโตได้ไม่นาน เป็นสิ่งที่คนของเราเห็นตรงกัน” จอยกล่าวทิ้งท้าย

และนี่คือเรื่องราวของคาเฟ่ที่มีชื่อว่าพะลัง

คาเฟ่ที่เรียบง่ายแต่มีพลัง

ภาพ : ร้าน Palang

PALANG : พะลัง

เปิด-ปิด : 07:30 – 16:00 น. (ปิดวันจันทร์)

ที่ตั้ง : 640/5 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000

Facebook : Palang : พะลัง

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

เมื่อเข้าไปเดินในบ้านทรงยุโรปอายุร่วมร้อยปี เสียงดังจากการก้าวเดินกระทบบนพื้นไม้ทำให้เราต้องค่อยๆ เดินให้ช้า และเบาลง รูปอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ในอิริยาบถต่างๆ ที่แขวนอยู่บนผนังรอบบ้าน ทั้งทำงานอย่างขึงขัง และผ่อนคลายยามพักผ่อน เป็นการบ่งบอกว่าบ้านหลังนี้กับอาจารย์ศิลป์ต้องเกี่ยวข้องกันทางใดทางหนึ่ง

บ้านหลังนี้คือที่ที่ศาสตราจารย์ชาวอิตาลีเคยใช้ชีวิตในช่วงแรกของการเดินทางมาอยู่ที่ไทยในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ในฐานะช่างปั้นประจำกรมศิลปากร รัฐบาลสยามได้จัดหาที่พักให้ คือบ้านพักเชิงสะพานซังฮี้หลังนี้ ซึ่งเป็นบ้านที่อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ใช้ชีวิตอยู่ถึง 8 ปี

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

หลังจากบ้านของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ถูกค้นพบโดยลูกศิษย์ที่ตามหาและสืบประวัติสำเร็จ จึงได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม ปัจจุบัน บ้านหลังนี้ถูกทำให้กลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง โดยได้ Craftsman Roastery เข้ามาทำคาเฟ่ที่ชั้นหนึ่งของตัวบ้าน

ผมคุยกับ พี่แวว-เนตรนภา นราธัศจรรย์ เจ้าของ Craftsman Roastery หากมีใครที่รู้จัก Craftsman Roastery อยู่แล้ว น่าจะรู้จักสาขาในซอยเย็นอากาศ ที่ปรับปรุงเรือนไม้หลังเก่าชั้นเดียวอายุร้อยปี ออกแบบเป็นคาเฟ่ที่ผสมความเป็นสมัยใหม่เข้าไปโดยยังเก็บโครงสร้างเก่าสำคัญๆ ไว้อย่างครบถ้วน เช่นเดียวกันกับบ้านอาจารย์ฝรั่ง ที่พี่แววก็มีโอกาสได้ปรับปรุงบ้านทรงวิกตอเรียนเรอเนสซองส์ที่ผ่านกาลเวลามานานเพื่อทำคาเฟ่อีกครั้งหนึ่ง จนทำให้กาแฟกับบ้านเก่ากลายเป็นคาแรกเตอร์ของร้านนี้ไปแล้ว

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

ความเป็นช่างฝีมือในการปรับปรุงอาคารเก่า และการทำกาแฟแบบงานฝีมือของ Craftsman Roastery ทำให้คอนเซปต์ความเป็นไทยและตะวันออกถูกใช้เป็นแนวความคิดหลักในการทำคาเฟ่ตั้งแต่การปรับปรุงตัวอาคาร ไปจนถึงเมนูกาแฟและอาหาร

ก่อนหน้าที่ Craftsman Roastery จะเข้ามาทำคาเฟ่ บ้านหลังนี้ถูกปรับปรุงมาก่อนหน้าครั้งหนึ่งแล้ว โดยด้านนอกทาสีเหลืองสด แต่ภายในยังคงสีเดิมของอาคารเอาไว้ ด้วยการขูดผนังเพื่อให้พบชั้นสีเดิมของบ้าน ที่เพิ่มเติมเข้ามาจะเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว โต๊ะ เก้าอี้ และโซฟา รวมถึงเคาน์เตอร์บาร์ที่ออกแบบใหม่เองทั้งหมดให้เข้ากับเส้นสายลวดลายแบบตะวันตกของบ้านด้วย และใช้ไม้เป็นวัสดุหลักเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

ชั้นสองของตัวบ้านเป็นหอประวัติของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี และห้องแสดงผลงานของลูกศิษย์รุ่นที่ได้รับการสอนโดยตรงจากอาจารย์ ชั้นล่างแบ่งสัดส่วนเป็นห้องโถงใหญ่ 2 ห้องและห้องย่อยอีก 1 ห้อง สามารถเดินทะลุถึงกันได้หมด ใช้แสงธรรมชาติเป็นหลัก ผสมกับแสงไฟจากโคมไฟเดิมที่ติดอยู่ในบ้านอยู่แล้ว ก็เพียงพอที่จะสร้างบรรยากาศนั่งดื่มกาแฟได้ทั้งวัน

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

ผมลองจินตนาการเอาเองว่า ตอนเช้าๆ ถ้าอาจารย์คงลงจากชั้นสอง มานั่งทานอาหารเช้า และกินกาแฟตรงริมหน้าต่าง รับแสงธรรมชาติ คงเป็นบรรยากาศที่รื่นรมย์เหมาะกับศิลปินใหญ่ไม่น้อย แต่ผมกลับได้ยินเรื่องเล่ามาว่า อาจารย์ศิลป์มักรีบออกไปมหาวิทยาลัย พกแค่แซนด์วิชกับกล้วยน้ำว้าง่ายๆ ไปกินที่ทำงานเท่านั้น ยกเว้นแต่วันอาทิตย์ที่อาจารย์มักจะไปสังสรรค์กินข้าวกับเพื่อน ใช้เวลานานทั้งวันตามแบบฉบับชาวอิตาลี

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

กาแฟที่ Craftsman เลือกกาแฟที่เบลนด์ระหว่างกาแฟไทยจากบ้านห้วยห้ากับกาแฟจากต่างประเทศมาใช้เสิร์ฟในร้าน รสค่อนข้างกลาง ไม่เข้มจนขม ไม่อ่อนจนเปรี้ยว ก็เพื่อให้เป็นกาแฟที่สามารถดื่มได้ทุกวัน รวมถึงเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่กาแฟ

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

แต่ที่อยากนำแนะนำเป็นพิเศษคือ Sparkling Tamarind หรือน้ำมะขามผสมน้ำผึ้งป่าและน้ำสปาร์คกลิ้ง เป็นเมนูที่คิดขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นเมนู Signature ของร้านนี้โดยเฉพาะ หลังจากที่ได้คุยกับรุ่นลูกของแม่บ้านที่คอยดูแลอาจารย์ศิลป์ ทำให้รู้ว่าอาจารย์ศิลป์ชอบดื่มน้ำมะขามเป็นพิเศษ จึงได้เป็นเมนูเครื่องดื่มไทยแบบโมเดิร์นออกมาเป็นเมนูประจำบ้าน ใครชอบมะขาม ถ้าเครื่องดื่มมะขามยังไม่สะใจ ยังมีมะขามที่ถูกแปลงให้กลายเป็นแยมมะขามเพื่อกินกับสโคนด้วยนะครับ ขนมอบอื่นๆ ในร้านนี้ดูน่ากินทุกอย่าง แถมแต่ละวันก็จะมีขนมใหม่ๆ มาสับเปลี่ยนเพื่อความหลากหลายด้วย

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

ถึงร้านนี้จะเป็นคาเฟ่ที่เน้นกาแฟ แต่อาหารก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดนะครับ อาหารคงเป็นสิ่งเดียวที่มีความอิตาลีแบบออริจินัล ได้เชฟจิอานนีจากร้าน La Gaetana ที่ภูเก็ตมาคอยดูแลเมนูให้ ผมได้นั่งคุยกับเชฟจิอานนีที่เป็นชาวอิตาลีตอนใต้ถึงอาหารในร้าน เชฟบอกอย่างถ่อมตัวว่า อาหารที่ทำให้ไม่ใช่ส่วนหลักของที่นี่ คนมาคาเฟ่นี้เพื่อดื่มด่ำกับกาแฟ และใช้เวลากับบรรยากาศและดูประวัติและผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี อาหารเป็นเพียงส่วนประกอบให้ไปด้วยกันกับบรรยากาศเท่านั้น

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

ถึงจะพูดจาอย่างถ่อมตัว แต่เชฟก็เล่าถึงอาหารการกินของอิตาลีให้ผมฟังคร่าวๆ อิตาลีเป็นประเทศที่ภาคเหนือและภาคใต้ค่อนข้างมีความแตกต่างกันทางภูมิประเทศและภูมิอากาศมาก ส่งผลออกมาให้เห็นถึงอาหารการกิน อิตาลีตอนบนที่มีอากาศหนาวเย็น เราจะพบว่าอาหารส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยแป้ง ชีส และครีม ส่วนทางตอนใต้ที่ติดทะเลจะอุดมไปด้วยอาหารทะเลและเครื่องเทศ รวมถึงกินรสจัด ซึ่งคล้ายคลึงกับลิ้นคนไทย

Craftsman, Craftsman roastery,บ้านอาจารย์ฝรั่ง,ศิลป์ พีระศรี,บ้านอ.ศิลป์ พีระศรี

เชฟเลือกใช้ชีวิตอยู่ภูเก็ตมามากกว่า 20 ปีแล้ว การปรับตัวของคนอิตาลีในไทยไม่ใช่เรื่องยาก เรื่องที่เชฟเล่าทำให้นึกถึงอาจารย์ศิลป์ในยุคที่มาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ อาจจะมีความยากง่ายต่างกันในยุคสมัย แต่น่าจะมีความคล้ายคลึงกัน เพราะตามคำบอกเล่า อาจารย์เป็นที่รักและปรับตัวในการใช้ชีวิตอยู่ที่ไทยได้อย่างรวดเร็ว

อาหารที่เชฟออกแบบให้กับ Craftsman นั้นใช้วัตถุดิบบางส่วนนำเข้าจากอิตาลีโดยตรง เพื่อให้ได้รสแบบออริจินัลในแบบของเชฟ แต่บางส่วนก็ใช้ของท้องถิ่นในไทย ตามฤดูกาลที่ใช้ทดแทนกันได้ ตอนที่ผมไปพบกับเชฟจิอานนี เมนูยังออกแบบไม่เสร็จเรียบร้อยดี แต่เชฟก็ลงมือปรุงอาหารอิตาลีง่ายๆ ให้ลองทานระหว่างนั่งคุยกัน รสชาติของอาหารที่กินค่อนข้างถูกปากคนไทยอย่างแน่นอนครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความคล้ายคลึงกันของไทยกับอิตาลีอย่างที่เชฟเล่า หรือเชฟปรับตัวได้ดีจนเข้าใจคนไทยแล้วกันแน่

Craftsman x บ้านอาจารย์ฝรั่ง

ถนนราชวิถี เชิงสะพานซังฮี้
เปิดทุกวัน 07.00 – 19.00 น.
FB | craftsmanroastery

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load