26 พฤศจิกายน 2562
22 K

ต้องยอมรับว่า เรารู้จักพิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญนี้ ด้วยความบังเอิญ จากการที่ตัวแทนของพิพิธภัณฑ์ได้สมัครเข้าร่วมโครงการออกแบบการเรียนรู้ซึ่งทางทีม Museum Minds ได้ร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ด้วย จำได้เลยว่าทุกคนในการอบรมถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อคุณต้นพงษ์ สิทธิพงษ์ ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑ์ เปิดสไลด์แนะนำตัวพิพิธภัณฑ์ด้วยภาพ ‘พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล’ สูงกว่า 80 เมตร ถอดแบบมาจากเจดีย์ของวัดโลกโมฬี จังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะทรงสี่เหลี่ยมแบบย่อมุมไม้สิบสอง ฐานเก้าชั้น และใช้งบประมาณในการสร้างกว่า 300 ล้านบาท 

“ในพระมหาเจดีย์นี้มีอยู่ 5 ชั้นด้วยกัน มีส่วนที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์อยู่ 2 ชั้น คือ ชั้น 1 ห้องมหาชนคุณารมณ์ ซึ่งจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ และในชั้น 3 ห้องสังฆคุณารมณ์ ประดิษฐานพระพุทธรูปหลากหลายลักษณะ” คุณต้นพงษ์เล่า 

“พิพิธภัณฑ์ของเราเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น เนื่องจากสื่อมวลชนญี่ปุ่นที่ติดตามสังฆราชนิกายชินเนียวเอ็นมาทำข่าวเมื่อ พ.ศ. 2555 แล้วนำภาพข่าวไปเผยแพร่ ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นพากันมาเยี่ยมชม จนเกิดเป็นกระแสในหมู่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ทำให้พระมหาเจดีย์มหารัชมงคลนี้ติดอันดับหนึ่งของสิบอันดับสถานที่และสิ่งที่ต้องทำเมื่อมาเมืองไทยของนิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่น” 

พิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ
พิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ

พอได้ยินอย่างนี้ ทีมของเราก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้ ที่พิพิธภัณฑ์นี้กลับไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างในหมู่คนไทย เหมือนกับชาวต่างชาติ ว่าแล้วเราจึงถือโอกาสนัดแนะเข้าไปเยี่ยมชม สัมภาษณ์ และเก็บภาพเพื่อมาเขียนคอลัมน์เสียของเราเลย จะได้รู้กันว่าด้านในพิพิธภัณฑ์(ลับ )แห่งนี้ เขามีดีอะไรบ้าง 

วัดปากน้ำภาษีเจริญนั้นเดินทางไปไม่ยาก สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีตลาดพลู แล้วนั่งรถสองแถวต่อเข้าไปไม่ถึง 10 นาทีก็จะไปจอดในบริเวณวัดเลย ด้านในมีป้ายบอกทางเป็นรูปการ์ตูนน่ารักๆ ชวนชี้ทางไปให้ไม่มีหลงแน่นอน

ในวันที่เราไปเยี่ยม คุณต้นพงษ์ออกมาต้อนรับเราด้วยรอยยิ้ม พร้อมเล่าประวัติความเป็นมาของวัดก่อนที่จะพาเราเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ด้านในพระมหาเจดีย์ฯ เป็นการเกริ่นความไม่ธรรมดาของวัด 

พิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ
พิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ

“เรามีหลักฐานมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางน่ะครับ ตั้งแต่สมัยพระเพทราชา ว่ามีวัดปากน้ำแล้ว ก็หลายร้อยปีแล้วล่ะ”

ภัณฑารักษ์ของเราชี้ให้เห็นว่า งานสถาปัตยกรรมและศิลปวัตถุที่อยู่คู่วัดเป็นฝีมือช่างสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และปรากฏอยู่ในบันทึกว่าได้รับสถาปนาเป็นพระอารามสำคัญในสมัยอยุธยา นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากหลักฐานที่พบ ก็คาดการณ์ได้ว่าช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์วัดน่าจะเจริญรุ่งเรืองมาก มีพระราชาคณะครองวัดสืบมาหลายรูป พอหลังสมัยรัชกาลที่ 3 ไปจนถึงปลายรัชกาลที่ 5 นอกจากบันทึกราชการแล้ว หลักฐานอื่นไม่ว่าจะในหนังสือ เรื่องเล่า ตำนาน หรือเรื่องของประวัติเจ้านายที่มาสร้างวังแถวนี้ แทบไม่ค่อยมีคนเอ่ยถึงวัดปากน้ำเลย แต่จะพูดถึงวัดอัปสรสวรรค์ วัดอินทาราม วัดจันทาราม วัดราชคฤห์ ที่อยู่ในละแวกเดียวกันเสียมาก แม้แต่ตอนที่ลูกระเบิดของสัมพันธมิตรทิ้งลงมาในคลองข้างวัดเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ยังมีบันทึกไว้ว่า 

“ระเบิดลงในคลองใกล้ๆ วัดหมู (วัดอัปสรสวรรค์)” โดยข้ามวัดปากน้ำไป จึงอนุมานภาพว่าช่วงเวลานั้น วัดปากน้ำน่าจะมีสภาพเหมือนกึ่งวัดร้าง พระเณรมีน้อย เสนาสนะทรุดโทรม ทั้งการคมนาคมก็ยากลำบาก จึงไม่เป็นที่สนใจของผู้คน กระทั่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อสด พระมงคลเทพมุนี (สด จนทฺสโร) มาเป็นเจ้าอาวาส วัดปากน้ำจึงเป็นที่รู้จักขึ้นมาอีกครั้งตั้งแต่นั้น

พิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ

ก้าวแรกที่เราย่างเข้าพิพิธภัณฑ์ในชั้น 1 ของพระมหาเจดีย์ เราถึงกับเอามือทาบอก ด้วยคอลเลกชันวัตถุมีค่าที่มากมายมหาศาล เริ่มจากของเครื่องใช้ส่วนตัวของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ไปจนถึงของที่ได้รับบริจาคจากศรัทธาของลูกศิษย์ลูกหาที่มีตั้งแต่อุปกรณ์ที่แสดงถึงวิถีชีวิตพื้นบ้านไทย พระพุทธรูปแกะสลัก เรือเก่า รถม้า เครื่องเบญจรงค์ ตู้ลายรดน้ำ รวมไปถึงของที่มีมูลค่าสูงลิ่ว อย่างนาฬิกาโรเล็กซ์หรือรถเมอร์เซเดส เบนซ์ วินเทจรุ่น 300D Cardiolet ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกตะขิดตะขวงอยู่บ้าง อย่างไรก็ดี ในฐานะนักพิพิธภัณฑ์แล้ว เราต้องยอมรับว่า การนำของเหล่านี้มาเก็บรักษาและจัดแสดงในศาสนสถานเพื่อการศึกษานั้น ถือเป็นสาธารณประโยชน์ไม่แพ้การจัดแสดงในพื้นที่พิพิธภัณฑสถานอื่นๆ เลย

พิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ
พิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ
พิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ

“เนื่องจากผู้คนที่ศรัทธาวัดของเรานั้นมีจำนวนมาก เรามักจะได้รับของบริจาคอยู่อย่างไม่ขาดสาย” คุณต้นพงษ์เล่า “เสียดายที่ผู้ชมจะสนใจเรื่องราคาที่แพงเป็นอันดับแรก แต่ในความจริงแล้ว พิพิธภัณฑ์ของเรามีของหลากหลายมากอย่างที่เห็น ทำให้เราสามารถนำเสนอความรู้กับผู้เข้าชมได้หลายหัวข้อด้วย”

หนึ่งในไฮไลต์ที่คุณต้นพงษ์นำเสนอเราคือ คอลเลกชันตาลปัตรและพัดยศกว่า 3,000 เล่ม ที่ถูกเลือกมาจัดแสดงรายล้อมไปในทุกๆ ชั้นของพระมหาเจดีย์ฯ ตั้งแต่ชั้น 1 โดยจะมีโซนจัดแสดงตาลปัตร หรือเรียกอีกอย่างว่าพัดรองที่ได้รับพระราชทานจากพระราชวงศ์โดยเฉพาะ เรียงรายแบ่งประเภทตามผู้ที่พระราชทานเป็นพระองค์ๆ ไป โดยตาลปัตรเล่มที่เก่าแก่ที่สุดที่บันทึกได้ของทางวัด ย้อนไปถึงงานพระราชทานเพลิงศพของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวรเสรฐสุดา ซึ่งเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ตราของวัดที่ปรากฏในงานนั้น ต่อมาหลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ยังได้นำมาเป็นตราวัดปากน้ำที่ยังคงใช้จนถึงทุกวันนี้ 

พิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ
พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ

เรียกได้ว่าจุดเด่นประการหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือการเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เปรียบเทียบวิวัฒนาการของการประดิษฐ์ตาลปัตร อาทิ พัดที่ได้รับพระราชทานรุ่น 30-40 ปีก่อน ด้ามจะเป็นไม้หรืองา บางทีมีฐานที่ทำจากงาทั้งชุด ซึ่งในปัจจุบันแม้ไม่ได้ใช้งาช้างในการประดิษฐ์พัดแล้ว แต่ความวิจิตรในการออกแบบสร้างสรรค์นั้นกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อันจะเห็นได้จากตาลปัตรของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ใช้ช่างจากโรงฝึกศิลปาชีพ (ปัจจุบันคือสถาบันสิริกิติ์) โดยผสมผสานเทคนิคโบราณที่หลากหลาย ทั้งการปักดิ้น ปักเลื่อม ใช้ไม้โมกแกะสลักลาย และประดับด้วยปีกแมลงทับ 

พิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ

ข้างๆ กันยังมีตาลปัตรที่ระลึกในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 โดยความโดดเด่นของตาลปัตรนี้เริ่มตั้งแต่รูปทรงของตัวพัดมีลักษณะที่เรียกว่าพัดหน้านาง ตามความนิยมในการทำตาลปัตร พื้นของพัดเป็นผ้าไหมสีน้ำเงิน ด้านหน้าได้ออกแบบลวดลายอย่างวิจิตร ตรงกลางปักตราพระราชลัญจกร ประจำรัชกาลที่ 10 ภายใต้นพปฎลเศวตฉัตร ล้อมด้วยสายสร้อยมหาจักรี ไขว้ด้วยเครื่องราชกกุธภัณฑ์ประกอบด้วย พระมหาพิชัยมงกุฎ มีพระมหาอุณาโลม ประกอบเลขมหามงคลประจํารัชกาลอยู่เบื้องบน พร้อมพระแสงขรรค์ชัยศรีกับพระแส้จามรี ไขว้อยู่เบื้องขวา ธารพระกรกับพัดวาลวิชนี ไขว้อยู่เบื้องซ้าย และฉลองพระบาทเชิงงอนอยู่เบื้องล่าง เบื้องซ้ายของตรามีคชสีห์ เบื้องขวามีราชสีห์ประคองอยู่ ทั้งยังแวดล้อมด้วยลายดอกพรรณพฤกษ์ มีริบบิ้นสีฟ้าปักพระปรมาภิไธยอยู่ด้านบน ล้อมด้วยริบบิ้นสีเหลืองปักชื่องานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ส่วนด้านหลังของพัดเป็นอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร ที่บรรจงปักอย่างประณีตไม่แพ้กัน ส่วนด้ามเป็นไม้โมกมันแกะลายดอกพุดตาน ลงยาสีเขียว เรียกว่างามโดดเด่นสะดุดตาอย่างมาก

นอกจากตาลปัตรและพัดยศแล้ว เรายังสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการเปรียบเทียบศาสนวัตถุชนิดอื่นๆ อีกด้วย ที่เห็นชัดเลยคือพระพุทธรูป โดยพระพุทธรูปที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ในชั้น 3 ส่วนมากมีอายุในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 หรือในสมัยอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระพุทธรูปไม้แกะสลัก ลงรักปิดทอง บางองค์ประดับกระจกที่ฐาน ฝีมือประณีตงดงาม มีทั้งพระพุทธรูปและพระสาวกในปางต่างๆ นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปศิลปะต่างๆ เช่น พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย พระพุทธรูปสมัยเชียงแสน พระพุทธรูปศิลปะลาว พระพุทธรูปศิลปะพม่า พระพุทธรูปศิลปะลังกา พระโพธิสัตว์ศิลปะจีน ฯลฯ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้ผู้ชมสามารถเทียบเคียงความเหมือนและแตกต่างของศิลปะ ความเชื่อในแต่ละประเทศได้อย่างดี 

พิพิธภัณฑ์แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ
พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ

“สำหรับพระคัมภีร์ก็เช่นกัน คือเราจะมีคัมภีร์ทั้งแบบสมุดไทยที่มีลงรักปิดทอง ไปจนถึงวิธีการวาดภาพประกอบและภาษาเขียนที่หลากหลาย ถ้าใครสนใจวิวัฒนาการของคัมภีร์ใบลานในภูมิภาคนี้ก็สามารถมาศึกษาได้”

พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ
พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ

จากนั้นคุณต้นพงษ์พาเราขึ้นไปชั้นบนสุด เพื่อชมอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ห้ามพลาดของที่นี่ นั่นก็คือ ‘เจดีย์แก้วมรกต’ สร้างจากกระจกหนา 1 เซนติเมตร แกะสลักด้วยมือ นำมาวางซ้อนกันจำนวน 800 ชั้น แต่ละชั้นผนึกแน่นด้วยกาวที่สั่งทำพิเศษ ทำให้มีความใสจนไม่เห็นรอยกาว ด้านยอดบนสุดของเจดีย์จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมทั้งจะมีการสร้างเจดีย์ทองคำครอบบนยอดของเจดีย์แก้วอีกด้วย ขณะที่ฐานของเจดีย์แก้วจะใช้กระจกแกะสลักเป็นรูปพญานาคจำนวน 80 ตัวเท่ากับอายุของพระพุทธเจ้า ส่วนเพดานเป็นโดมสูง 10 เมตร ตกแต่งด้วยภาพเขียนอนันตจักรวาล โดยอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต รอบโดมนั้นยังมีเป็นภาพเขียนพระพุทธเจ้า ที่เป็นตัวแทนแห่งอดีตพุทธ 28 พระองค์

พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ

สุดท้ายเราปิดทริปที่ห้องสมุดศิริมงคล ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เราประทับใจมาก นอกจากจะมีหนังสือหลากหลายให้อ่านแล้ว ในนี้ยังมีแมวเหมียวอีกหลายตัว เดินไปมาคอยออดอ้อนผู้มาเยือนอีกด้วย 

“ในฐานะห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ตั้งแต่ต้น เพราะไม่เพียงให้บริการหนังสือนักธรรม-บาลีแก่พระภิกษุสามเณรในวัดและที่มาเรียนหนังสือ แต่ยังให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปทั้งชาวบ้านรอบวัด นักเรียน นักศึกษา มีบริการให้ยืมคืนหนังสือเหมือนระบบห้องสมุดทั่วไป มีการจัดหาหนังสือใหม่และหนังสือความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ปัจจุบันห้องสมุดยังเป็นเสมือนห้องทำงานและคลังโบราณวัตถุเล็กๆ ของเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ด้วย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ภัณฑารักษ์ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเป็นเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกัน จึงใช้ห้องสมุดเป็นสถานที่จัดเก็บโบราณวัตถุ ซ่อมรักษา ทำอุปกรณ์ รวมถึงทำงานด้านห้องสมุด ซึ่งมีการเก็บหนังสือเก่าและใช้เป็นสถานที่ทำกิจกรรมแก่นักเรียนใกล้เคียงที่มาใช้เวลาว่างทำกิจกรรมในพิพิธภัณฑ์” 

ส่วนเจ้าแมวทั้งหลายนั้น ในตอนแรกมีแค่ตัวเดียว มานอนป่วยอยู่ที่หน้าห้องสมุด ทีมงานที่เห็นจึงช่วยกันรักษาจนหายดี ต่อมาก็มีแมวมาขอความช่วยเหลือเพิ่มเรื่อยๆ จนกลายเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของห้องสมุดที่นี่ไปแล้ว

พิพิธภัณฑ์ Hidden ใต้พระมหาเจดีย์วัดปากน้ำฯ 1 ใน 10 ที่ที่นิตยสารท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ

สุดท้ายคุณต้นพงษ์กล่าวเชิญชวนว่า “ถ้าหากอยู่ใกล้หรือมีโอกาสแวะเวียนมาวัดปากน้ำภาษีเจริญ หลังจากสักการะขอพรหลวงพ่อสด พระมงคลเทพมุนีแล้ว อยากให้ลองเดินมาเที่ยวชมพระมหาเจดีย์และพิพิธภัณฑ์ ซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกัน จะได้ทั้งความรู้ ความเพลิดเพลิน มีของแปลกๆ น่าสนใจที่หลายคนอาจจะไม่เคยพบเห็นที่อื่น และของที่อาจสร้างแรงบันดาลใจหรือเตือนให้ระลึกถึงสิ่งต่างๆ สถานที่ ผู้คนที่เรารู้จัก หรือจะแวะมานั่งอ่านหนังสือที่ห้องสมุดเย็นๆ ก็ยังได้” 

ถ้าจะตอบโจทย์ครบครันขนาดนี้ ใครที่ยังไม่เคยแวะเวียนมาแถวนี้ก็น่าจะลองมาเช็กอินซักครั้งหนึ่ง อย่าให้อายคนต่างชาติที่เขาจะรู้จักพิพิธภัณฑ์ในบ้านเรามากกว่าพวกเรากันเองซะแล้ว

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Museum Minds

ความคิดใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ ที่กำลังขับเคลื...

แจ้งเกิดในโลกใบใหม่ ใหญ่กว่าเดิม 

“นี่ครับ ห้องเก็บงานของผม” โน้ต-วัจนสินธุ์ จารุวัฒนกิตติ ไม่ได้เปิดประตูให้เราเดินเข้าไปในห้องเก็บสะสมงานศิลปะตามปกติ แต่ระรัวนิ้วเคาะแป้นพิมพ์ป้อนรหัสผ่านอย่างรวดเร็ว และกดปุ่ม Enter หันหน้าจอมาทางเราเพื่อแสดงภาพแกลเลอรี่ขนาดใหญ่ ผนังสีขาว แขวนผลงานศิลปะหลายชิ้น โดยมีชื่อ Mr.Palette เป็นเจ้าของสถานที่ ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Oncyber 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

ในขณะเดียวกัน เราก็กำลังนั่งอยู่ (ในเชิงกายภาพ) กับคุณโน้ตที่แกลเลอรี่ Palette Artspace ในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น แม้เป็นแกลเลอรี่น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดมาไม่นาน แต่ Palette Artspace ก็ดึงดูดสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยที่ตั้งทำเลทอง และการตกแต่งเรียบง่ายดูเป็นมิตร อีกทั้งโซนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มน่านั่ง 

การทำงานซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่และในโลกเสมือนควบคู่กันไปเช่นนี้ ถือเป็นเทรนด์การทำงานของแกลเลอรี่หลายแห่งในปัจจุบัน ว่าแล้วเราเลยถือโอกาสชวนคุณโน้ตพูดคุยถึงกระบวนการและประสบกาณ์ของเขา ให้เราได้รู้จักกับทิศทางของการซื้อขายศิลปะในโลกดิจิทัลมากขึ้น การขยับขยายจากภาพแขวนบนผนัง ไปสู่การเปิดประมูล NFT บนอินเทอร์เน็ตนั้น จะเป็นโอกาสทองอย่างที่หลายๆ คนฝันหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการฆ่าเวลาในช่วงโควิด-19 กันแน่  

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

สรรพสีสันบน Palette  

คุณโน้ตบอกเราว่า เขาใกล้ชิดศิลปะมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณพ่อ (อุทัยพันธุ์ จารุวัฒนกิตติ) เป็นนักสะสม Erotic Art หลังจากรับช่วงดูแลธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของทางบ้าน คุณโน้ตคิดว่าสักวันหนึ่งเขาจะเป็นศิลปิน ภายหลังเขาได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านทฤษฎีศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ทำให้เขาได้พบเจอหลากหลายศิลปินที่รุ่นใหม่และรุ่นเก่าในวงการ จนได้ต่อยอดมาเปิดแกลเลอรี่ Palette Artspace เมื่อ ค.ศ. 2019 ในที่สุด 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT
เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

“ผมอยากให้พื้นที่ของ Palette Artspace ต่อยอดและสนับสนุนศิลปินคนไทยรุ่นใหม่ที่ตั้งใจสร้างงาน ได้มีโปรไฟล์ ทำพอร์ตไปสมัครงาน ไปเรียนต่อต่างประเทศ พอได้เห็นความสำเร็จของน้องๆ ผมก็มีความสุขไปด้วย” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตมักสนใจคัดสรรและติดต่อศิลปินรุ่นใหม่ๆ มาแสดงงาน จากนิทรรศการจบการศึกษา รวมไปถึงช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram สลับไปกับหยิบยืมผลงานของศิลปินระดับใหญ่ๆ มาจัดแสดงเพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าถึงผลงานระดับมาสเตอร์พีซของไทยด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อเปิดพื้นที่ได้ไม่นานนัก วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ทำให้คุณโน้ตต้องขบคิดวิธีการไปต่อในฐานะแกลเลอริสต์อย่างเลี่ยงไม่ได้ และในขณะที่มาตรการของรัฐทำให้ไม่สามารถเดินดูงานในพื้นที่กายภาพได้ คุณโน้ตก็ได้แรงบันดาลใจจากโลกออนไลน์อย่างน่าอัศจรรย์

การสร้างแกลเลอรี่ในโลกเสมือนจริง

“ครั้งแรกที่ผมเข้าไปเห็นคลิปใน YouTube ผมมั่นใจมากว่าผมต้องมี ผมเชื่อว่ามาถูกทาง” 

คุณโน้ตเล่าถึงวิดีโอคลิปหนึ่งที่อธิบายถึงการสร้างแกลเลอรี่ที่สามารถเอา ‘ตัวเรา’ เข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริง และในอนาคต ผู้ใช้จะสื่อสาร คุยกันได้เหมือนที่เราแชตกันในเกม อาจมีการเลือกใส่เสื้อผ้า การซื้อไอเท็ม หรือมีบัตรผ่านเข้าสถานที่แต่ละแห่งในรูปแบบต่างๆ ลองจินตนาการว่า ถึงจะมีโควิด แต่เราก็มางานเปิดนิทรรศการศิลปะแบบสบายๆ ในมือถือกระป๋องเบียร์ เดินดูงานศิลปะอยู่ที่บ้าน กดลิงก์เพื่อเข้าไปสู่เว็บไซต์ของศิลปิน อ่าน Wall-Text แม้แต่จะซื้อหรือประมูลงานศิลปะก็ยังทำได้ และสำหรับเขา นั่นคือการทำลายกำแพงของโลกศิลปะในรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง 

“เราอาจยังไม่รู้เส้นทางของมันมากนัก แต่นับว่าเราเป็นคนแรกๆ ในไทยที่กล้าเดินเข้าไปในโลกใบนั้น” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตเล่าต่อว่าต้องขอบคุณแอปพลิเคชันชื่อดังอย่าง Clubhouse ที่กลายเป็นแหล่งความรู้นอกกระแสจากทั่วทุกมุมโลกสำหรับเขา โดยวันหนึ่งตัวเขาเองได้มีโอกาสอยู่ร่วมในห้องแชตที่กำลังพูดถึงข่าวดังในสหรัฐอเมริกา นับเป็นการกระชากหน้าประวัติศาสตร์ศิลปะให้เปลี่ยนบทใหม่ อย่างการเผางานที่จับต้องได้และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบของ NFT (Non-fungible Token) โดยผู้ครอบครองผลงาน Morons (2006) ของ Banksy ได้จุดไฟเผาผลงาน และอัดคลิปวิดีโอเผยแพร่ลงใน YouTube จุดประสงค์เพื่อให้งานออริจินัลที่จับต้องได้หายไป และนำผลงานชิ้นนี้ไปแขวนไว้ในเว็บไซต์ Opensea ในรูปแบบ NFT อีกด้วย

และนั่นคือครั้งแรกที่คุณโน้ตได้ยินคำว่า NFT

ศิลปะในฐานะทรัพย์สินดิจิทัล

เราขอให้คุณโน้ตอธิบายตลาดการวางขายงาน NFT ด้วยการเปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจง่าย ซึ่งคุณโน้ตอธิบายอย่างกว้างๆ ให้เห็นภาพว่า “เว็บไซต์ตลาดขายงานศิลปะ NFT ที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ปูเสื่อขายได้คือ Opensea ต่อมาตลาดที่เรียกว่าเป็นห้างประจำจังหวัด คือต้องได้รับเชิญ (Invite) ศิลปินคือ Foundation และตลาดขายงานไฮเอนด์ที่ต้องได้รับเลือกจากภัณฑารักษ์ คือ SuperRare” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตอธิบายว่าจุดเปลี่ยนของวงการนั้นมาจาก Blockchain ที่ทำให้งานดิจิทัลอาร์ตมีมูลค่า เพราะการซื้อขายต้นฉบับนั้นจะถูกส่งต่อโดยตรวจสอบที่มาที่ไป และยืนยันกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของได้ เรียกว่ามีความโปร่งใสและไม่สามาถทำสำเนาได้ ประกอบกับ Tokenization คือกระบวนการสร้างตัวแทนของทรัพย์สินต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล โดยสร้าง Token เป็นตัวแทนของสิทธิหรือทรัพย์สิน อย่างงานศิลปะ Digital Artwork ก็แปลงเป็นโทเคนได้ 

NFT แปลตรงตัวว่าเป็นโทเคนในรูปแบบที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนแทนด้วยสิ่งอื่นได้ (Non-fungible Token) เหล่าแพลตฟอร์มตลาดการขายงานศิลปะอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น Opensea, Foundation และ SuperRare จะทำการ Tokenize งานศิลปะดิจิทัลบนระบบ Ethereum Blockchain โดยผู้ครอบครองโทเคน จะได้รับใบรับรองความเป็นเจ้าของในชิ้นงานนั้นๆ 

ส่วนสกุลเงินดิจิทัลที่นำมาซื้อผลงาน NFT นั้น จะถูกกำหนดโดยตลาดแต่ละแห่งด้วย (ส่วนใหญ่ที่ใช้คือ Ethereum)    

“ในเชิง Business เอาจริงๆ ผมตอบไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องการเก็บสะสม ผมว่าใช่สำหรับยุคนี้” เขาเล่าถึงเส้นทางการขยับขยายสู่วงการศิลปะออนไลน์ด้วยความตื่นเต้น เริ่มจากทดลองเปิดงานนิทรรศการ 8 Bits จัดแสดงผลงานของนักศึกษาคณะดิจิทัลมีเดีย สาขาดิจิทัลอาร์ตส์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตบางเขน โดยใช้แพลตฟอร์ม Cryptovoxels และอีกทั้งนิทรรศการ Love Distancing จัดแสดงผลงานของศิลปินนักเคลื่อนไหว วสันต์ สิทธิเขตต์ โดยการติดตั้งจอ LED ฉายภาพงานศิลปะจากในแกลเลอรี่ หันออกด้านนอกตัวอาคาร หวังให้ผู้ที่เดินขึ้นลงบันได BTS สถานีทองหล่อ มองเห็น แม้ว่าในช่วงเวลานั้น แกลเลอรี่จะเปิดให้เข้าชมตามปกติไม่ได้ แต่เมื่อเดินลงมาด้านล่าง ข้างหน้า Palette Artspace ก็จะพบกับ QR Code ที่ยกสมาร์ทโฟนกดเข้าไปชมนิทรรศการเต็มรูปแบบได้ทางออนไลน์ 

 “พอเราทำนิทรรศการออนไลน์ งานศิลปะถูกส่งตรงไปถึงสายตาคนทั่วโลก มีคนสนใจ มีสื่อต่างประเทศมาสัมภาษณ์ พอเป็นข่าว ก็ยิ่งได้รับยอดเข้าชมมากขึ้น ไม่ใช่แค่คนไทย แต่เป็นคนทั้งโลกที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้” คุณโน้ตเล่าให้ฟังถึงผลตอบรับของนิทรรศการล่าสุด คือ 2D Afterlife โดย แพน-จินห์นิภา นิวาศะบุตร นำเสนอภาพสีน้ำมันของตัวละครสมมติที่เสียชีวิตไปแล้วจำนวน 50 ภาพ ผ่านแนวคิดปฏิสัมพันธ์กึ่งมีส่วนร่วม และวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของแฟนคลับ โดยผู้เข้าชมมีส่วนร่วมในการระลึกถึงความทรงจำที่มีต่อตัวละครสมมติเหล่านี้ได้ ด้วยการวางดอกไม้หรือสิ่งของต่างๆ บนหิ้งหน้ารูปเคารพ และไว้อาลัยแก่การจากไปของผู้วายชนม์ ที่แท้จริงแล้วไม่เคยมีชีวิตอยู่

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน
การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

 นิทรรศการนี้จัดขึ้นในพื้นที่ของแกลเลอรี่ขนานไปกับนิทรรศการออนไลน์ มียอดการเข้าชมทางออนไลน์มากกว่า 8,000 ครั้ง ไต่ระดับขึ้นมาเป็นนิทรรศการที่มีผู้เข้าชมสูงสุดในสัปดาห์แรกที่เปิดงาน ตัวเลขนี้ทำให้คุณโน้ตมองเห็นว่า Palette Artspace ยังคงเป็นเวทีสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในโลกออฟไลน์และในโลกออนไลน์

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ดิจิทัล-The Sandbox 

งานเหล่านั้นคือจุดเริ่มของ Virtual Exhibition ที่คุณโน้ตสนใจ แต่ไม่นานนักเขาเรียนรู้ว่าแพลตฟอร์ม Artsteps.com มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนห้องจัดแสดง ต้องรื้อลบผลงานเก่าออกหากต้องการจะจัดแสดงงานครั้งใหม่ ซึ่งไม่ตอบโจทย์การแสดงผลงานศิลปะของคุณโน้ต เขาไม่ต้องการจะลบนิทรรศการใดๆ ออกจากโลกเสมือนจริงแม้แต่งานเดียว 

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

“หลังจากที่เริ่มทำนิทรรศการออนไลน์บน Artsteps ผมเริ่มขยับไปซื้อที่ดินใน The Sandbox ผมอยากมีพื้นที่ของตัวเอง พอมาศึกษาดีๆ หลังจากที่ซื้อไปแล้วก็เพิ่งค้นเจอว่า กว่าเว็บไซต์จะเปิดใช้งานได้เต็มร้อยคือปีหน้า (ค.ศ. 2022) ผมเลยได้โอกาสซื้อที่ดินตอนราคายังไม่สูงมาก ล่าสุดได้ยินมาว่าราคาขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันเลยกลายเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไปในตัว ซึ่งพอถึงวันที่ใช้พื้นที่ได้จริงๆ ผมก็ยังไม่รู้ว่า จะได้ทำแบบที่ฝันไว้รึเปล่า” 

คุณโน้ตหัวเราะเบาๆ ใต้หน้ากากอย่างอารมณ์ดี แสดงถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ไม่หวังผลกำไรปุบปับ เขาบอกเราว่าในโลกออนไลน์นี้ทุกคนล้วนเป็นมือใหม่ ความเป็นไปได้นั้นยังอีกมาก และเราทุกคนคงต้องศึกษาลองผิดลองถูกกันไปอีกสักพัก

เรื่องที่ต้องรู้และความโปร่งใสในตลาดค้างานศิลปะ

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิมของ Palette Artspace สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

เมื่อถามว่าเขามีอะไรจะบอกผู้สนใจเข้าวงการซื้อขายศิลปะออนไลน์บ้าง คุณโน้ตได้ให้คำแนะนำเรามากมาย อาทิ การซื้อขาย NFT นั้นมีทั้งการขายแบบเสนอราคาและการขายแบบประมูล ซึ่งการเสนอราคา ศิลปินสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามความพอใจ แถมการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจะถูกบันทึกเอาไว้ ทำให้ผู้ที่สนใจงานศิลปะชิ้นนั้นและต้องการซื้อ มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของราคางาน ซึ่งเกิดขึ้นไม่ได้เลยในโลกศิลปะแห่งความเป็นจริง ที่การตั้งราคาซื้อขายชิ้นงานนั้นเป็นเรื่องลึกลับ ซับซ้อนตามกลไกของวงการตลาดศิลปะ ดีลเลอร์และภัณฑารักษ์ ยากที่คนภายนอกจะรู้

ทว่าในตลาดออนไลน์ เงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ของงานศิลปะแต่ละชิ้นจะถูกกำหนดโดยตัวศิลปินเอง ซึ่งเงื่อนไขที่ว่าอาจไม่เปิดเผย หากผู้ซื้อยังไม่กดชำระเงิน การซื้องานศิลปะ NFT จึงคล้ายกับการเสี่ยงดวง อาจมีเรื่องเซอร์ไพรส์ปรากฏให้เห็นภายหลังการซื้อ เช่น ผู้ซื้ออาจได้รับผลงานชิ้นจริงไปด้วยหลังจากซื้อชิ้นงาน NFT 

นอกจากนี้ ยังมีอีกเรื่องที่ต้องทราบคือค่าแก๊ส (Gas Fee) ซึ่งจะถูกเรียกเก็บไปพร้อมๆ กับการซื้อขายผลงานศิลปะ คล้ายกับค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ คุณโน้ตยกตัวอย่างว่า “งานศิลปะในรูปแบบ NFT บางชิ้น มีค่า Gas Fee สูงกว่าสองเท่าของราคางาน” ดังนั้น นอกเหนือจากรสนิยมในการสะสมงานแล้ว การซื้องานศิลปะ NFT จึงเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ให้แน่ใจว่าคุณรู้ว่าใครคือศิลปิน และเขามีทิศทางในการสร้างงานอย่างไร งานของเขาลอกใครมาหรือไม่ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน

สิ่งที่ตามมาคือ ‘ห้องเก็บงาน’ พื้นที่ในโลกเสมือนจริงที่เปิดให้ใครก็ตามที่สนใจเข้ามาชมคอลเลกชันส่วนตัว หรือผลงานศิลปะ NFT ที่เราซื้อมาจากในตลาดดังกล่าว เราอาจสร้างเป็นช็อปเพื่อขายงานต่อ หรือจัดแสดงให้คนในโลกออนไลน์เข้ามาเที่ยวชม หรือสุดแล้วแต่ที่เราจะออกแบบ ภายใต้ข้อจำกัดของเทคโนโลยี ณ ขณะปัจจุบัน

The New Chapter of Digital Art 

ก่อนจากกัน เราถามคุณโน้ตถึงแนวคิดในอนาคตของวงการศิลปะ 

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

“การกระจายอำนาจจากจุดศูนย์กลาง (Decentralize) กลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของยุคสมัย ทุกคนเป็นผู้ส่งสาร เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ เช่นเดียวกับที่ทุกคนเป็นศิลปินได้ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง”  คุณโน้ตตอบ “ในแง่หนึ่ง ข้อดีของ NFT คือการที่คนในโลกศิลปะได้ติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น แลกเปลี่ยนความรู้มากขึ้น ได้เข้าใจมุมมองและจุดที่ต้องการการสนับสนุนและเชื่อมต่อสู่โลกภายนอก ที่สำคัญ งานศิลปะในรูปแบบ NFT เหมือนเป็นบัตรเชิญที่ชวนให้โลกทั้งใบหันมามองเห็นฝีมือของศิลปินไทยมากขึ้น และตามหารากของศิลปะไทยมากขึ้นกว่าเดิม” 

ใครสนใจชมนิทรรศการล่าสุดของ Palette Artspace แวะไปได้ที่พื้นที่ทางกายภาพ ติดทางออก 3 BTS ทองหล่อ เปิดตั้งแต่ 11.00 – 18.00 น. (นัดล่วงหน้าได้ที่ โทรศัพท์ : 06 1417 4000 ) หรือเข้าชมในโลกเสมือนที่นี่

รายละเอียดเพิ่มเติม www.palettebkk.com

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load