24 กันยายน 2563
15 K

ช่วงบ่ายวันศุกร์นั้นมีเม็ดฝนหยดพรำลงไม่ขาดสาย อันเป็นอิทธิพลของพายุ ฉันพาตัวเองมาถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชย หมุดหมายคือการมาเดินเที่ยวย่านปากคลองตลาดกับกลุ่มสถาปนิกที่พลิกตัวเองมาทำโปรเจกต์อีเวนต์ที่พวกเขาเชื่อว่า น่าจะทำให้ย่านเก่าที่เคยคราคร่ำไปด้วยแม่ค้า รถเข็น เข่งสาน กลิ่นชื้นของดิน และดอกไม้ พลิกกลายเป็นพื้นที่ ‘เปิด’ ที่จะต้อนรับผู้คนใหม่ๆ เข้ามา โดยหวังใจว่าบุคลิกที่แปลกไปของพื้นที่แห่งนี้ที่ถูกสื่อสารผ่านกิจกรรมของพวกเขาจะสะกิดใจให้ใครต่อใครสงสัยถึงพลังที่ซ่อนอยู่หลังแผงดอกไม้ อีกทั้งยังแฝงไปด้วยความพยายามจะเชื่อมเมือง มนุษย์ ตลาด และดอกไม้ให้ใกล้กันกว่าที่เคย

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

หน่อไม้-สุภัทรชัย เชื่อธรรมสอน นักออกแบบหนุ่มเจ้าของร้านคาเฟ่ดอกทานตะวันที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าไม่เกินระยะเดิน 5 นาที เปิดประตูไม้สีเขียวมินต์ปนเทาออกรับฉันอย่างเป็นมิตร ฉันเห็นผ่านบานกระจกตั้งแต่ยังไม่ย่างเข้ามาในร้านแล้วว่า หน่อไม้นั่งอยู่กับ หน่อง-ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ หรือที่เขาเรียกติดปากว่าอาจารย์หน่อง เพราะเป็นอาจารย์ที่เคยคุ้นกันตั้งแต่สมัยตัวเขายังเรียนอยู่ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ทั้งคู่คือผู้ดำริริเริ่มโปรเจกต์ ‘ปากคลองฯ Strike Back’ ที่มาดหมายอยากใช้กิจกรรมออนไลน์ในโลกเสมือน ชวนให้ผู้คนกลับมาเยี่ยมเยือนตลาดดอกไม้ในโลกความจริง สถานที่ที่หลายต่อหลายคนเข้าใจผิดว่าเลือนหายไปแล้วหลังเกิดการจัดระเบียบโดยรัฐเมื่อหลายปีก่อน

“ต้องรอพี่นุ้ยก่อนไหมคะ” ฉันถาม เพราะรู้ว่า นุ้ย-ศศมน รัตนาลังการ อีกหนึ่งกำลังสำคัญของโปรเจกต์นี้ยังมาไม่ถึง “นั่งคุยกันก่อนก็ได้ เดี๋ยวนุ้ยเขาตามมา” หน่องตอบฉันยิ้มๆ ขณะที่หน่อไม้ยื่นแผนที่กระดาษสีสันสะดุดตามาให้พร้อมบอกฉันว่า “นี่เป็นแผนที่ที่จะพาเที่ยวชมปากคลองฯ Strike Back ได้ทั้งโปรเจกต์”

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

ตาของฉันจับจ้องแผนที่พิมพ์ด้วยสีสะท้อนแสงอย่างใคร่รู้ แผนที่นี้จะพาฉันไปได้แน่หนอ… หน่องคงจับความสงสัยของฉันได้เลยเริ่มอธิบาย

“โปรเจกต์นี้มันเริ่มมาจากเราได้คุยกับพี่อ้อยในช่วง COVID-19 พี่อ้อยเป็นเหมือนตัวแทนแม่ค้าหัวก้าวหน้าของปากคลองตลาดที่สนิทชิดเชื้อและขอความคิดเห็นเขามาตั้งแต่ตอนทำ TEDxBangkok ปี 2018 พี่อ้อยเล่าว่า บางคนคิดว่าปากคลองตลาดไม่มีอยู่แล้วหลังจากที่โดนจัดระเบียบไป เคยมีฝรั่งมาถามพี่อ้อย ว่าตลาดดอกไม้อยู่ไหน ทั้งที่เขายืนอยู่ที่ปากคลองตลาดแล้วแท้ๆ หลังจากนั้นก็มาเจอช่วง COVID-19 อีก เราจึงบอกกับพี่อ้อยว่า อยากทำอะไรบางอย่างให้ปากคลองตลาดกลับมามีชีวิต”

เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงชื่อ Strike Back ฉันคิด กำลังสู้กับอะไรหลายอย่างเลยสินะ ชาวปากคลองฯ

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

“พี่อ้อยให้โจทย์มาว่า จะทำอะไรให้คนมาเดินก็ได้ แต่อยากให้ภาพลักษณ์ของปากคลองและแม่ค้าดูสมาร์ท เปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ๆ มากขึ้น เลยออกแบบโปรเจกต์นี้ด้วยโจทย์ที่ว่านั้น

“ปากคลองฯ Strike Back มีกิจกรรมทั้งหมดสี่กิจกรรม ที่จะชวนเธอออกจากโลกออนไลน์มาเดินปากคลองกัน” หน่องเริ่มต้นไล่เรียง “แรกสุด คือ ‘แบบทดสอบออนไลน์’ ว่าเธอมีบุคลิกเป็นดอกไม้ประเภทไหน

“พอรู้แล้วว่าเธอเป็นดอกไม้อะไร เราก็มีลายแทงให้ไปซื้อดอกไม้ประจำตัวของเธอจากร้านต่างๆ ในปากคลองตลาดด้วย อยากได้ดอกอะไร ปากคลองมีให้ครบ ถ้าไม่สะดวกเดินทางมาซื้อดอกไม้เอง จะเข้าไปสั่งที่ flowerhub.space ก็ได้ เป็นเว็บไซต์ที่ลิงก์ให้เข้าไปคุยกับแม่ค้าตัวจริงเสียงจริง สั่งดอกไม้ได้โดยตรงไม่เสียค่านายหน้า

“ใครที่ซื้อดอกไม้ ไม่ว่าจะมาซื้อเองหรือสั่งออนไลน์ มีรางวัลให้ด้วยนะ” หน่องเผยถึงกิจกรรมต่อไป “นั่นคือ กิจกรรมที่สอง ‘ถ่ายภาพตัวเองคู่กับดอกไม้ที่ซื้อ’ ส่งมาในเพจ Human of Flower Market แล้วจะมีแอดมิน ซึ่งก็คือฉันเอง (หัวเราะ) ส่งของรางวัลคือฟิลเตอร์มงกุฎดอกไม้ไปให้โหลด มาถ่ายเซลฟี่กันเก๋ๆ”

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

ชี้ชวนกันขนาดนี้แล้ว จะไม่เล่น ไม่ซื้อ ก็ใจแข็งเกินไปกระมัง ฉันแอบรู้สึกในใจ

“แต่ถ้าพอมีเวลา ก็อยากจะชวนมาซื้อเองให้ถึงที่ มีกิจกรรมที่สามและสี่ไว้รอรับ” หน่อไม้รับช่วงต่อ “กิจกรรมที่สามของโปรเจกต์นี้ คือ ‘การตามหาดอกไม้ในโลกเสมือน’ ที่ใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) เข้ามาช่วย แค่ไปตามจุดที่ระบุไว้ในแผนที่ทั้งหมดสิบจุด แล้วใช้มือถือสแกนแผ่นป้าย QR Code ที่ติดไว้ที่นั่น ก็จะได้เจอกับโลกของดอกไม้ที่ซ่อนอยู่”

“จะมารับแผนที่ที่ Sunflower Cafe นี้เลยก็ได้ ถ้าผมอยู่ก็จะอธิบายเส้นทางให้ฟัง แต่คนที่เล่นควิซออนไลน์ก็โหลดแผนที่นี้ได้เช่นกัน เป็นการลดปริมาณ Waste ในโปรเจกต์ไปด้วยในตัว” หน่อไม้เล่าถึงความบรรจงคิด

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

ฉันตาลุกวาวและเซ้าซี้ให้คู่สนทนาทั้งสองเล่าต่ออีกนิด ว่าไอเดียปลูกดอกไม้ในจินตนาการนี้ได้แต่ใดมา

“แนวคิดแรกสุด คืออยากไปปลูกดอกไม้บนทางเท้าจริงๆ เพื่อสื่อสารว่าพื้นที่ตรงนี้เคยมีคนขายดอกไม้อยู่ คนเหล่านั้นคือ Sense of Space ที่หายไปหลังจากปากคลองฯ ถูกจัดระเบียบ อีกนัยหนึ่งเราก็อยากสร้างประสบการณ์ในพื้นที่จริง แต่การทำอะไรบนพื้นที่เชิงกายภาพที่ปากคลองตลาดมันซับซ้อน ต้องขออนุญาตหลายฝ่าย ทางออกก็เลยเป็นดิจิทัล คือใช้ AR เข้ามาช่วย” หน่องอธิบาย พลางพเยิดหน้าไปให้หน่อไม้รับช่วงต่อ

“ผมกับทีมในสตูดิโออีกสามคนช่วยกันหาทางแก้ที่พอจะทำได้ ปากคลองฯ เป็นพื้นที่ที่มีการจราจรแน่นขนัดแทบตลอดเวลา ดังนั้น โจทย์ในการเลือกจุดเล่นกิจกรรม AR ก็คือต้องมีทั้งจุดที่เดินง่าย จุดที่ลึกลับเพื่อพาคนเข้าไปเห็นมุมแปลกใหม่ของปากคลองฯ และอยากให้มีอยู่ริมถนน เพื่อสร้างชีวิตชีวาให้กับทางเดินริมถนนปากคลองตลาด ที่สำคัญคือต้องเป็นพื้นที่เจ้าของที่เขาเข้าใจและอนุญาตให้เราติดตั้งป้าย QR Code

“เราพยายามทำโปรเจกต์ที่จะส่งผลกระทบต่อคนพื้นที่น้อยที่สุด และไม่สร้างความคาดหวังผิดๆ กับเขา ถ้ามันออกมาดี เขาจะเห็นเอง” ระหว่างที่กำลังฟังหน่อไม้เล่าเพลินๆ เสียงประตูเปิดเอี๊ยดอ๊าดก็เรียกร้องความสนใจให้ฉันหันไปมอง เป็นนุ้ยนั่นเองที่เดินเข้ามา

นุ้ย ผู้มีบทบาทหลักเป็นช่างภาพที่สร้างสรรค์งานสตรีทอาร์ตในกิจกรรมที่ 4 ของโปรเจกต์ ตามหา ‘ภาพถ่ายมนุษย์ปากคลองตลาด’ ซึ่งเป็นสตรีทอาร์ตขนาดใหญ่ 3 – 5 เมตรที่จะนำไปติดตั้งในจุดต่างๆ ของปากคลอง 

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

“ขอส่งภาพไปโรงพิมพ์ประเดี๋ยวนะ” นุ้ยพูดพลางวางของที่หอบหิ้วมา ก่อนจะนั่งลงข้างฉันและกางแล็ปท็อปออกเพื่อเตรียมจะทำงานต่อ “วันนี้ต้องไฟนอลแล้ว เดี๋ยวพิมพ์ไม่ทัน” เธอเล่ายิ้มๆ

“นุ้ยน่าจะเป็นคนที่ใกล้ชิดกับพี่ๆ แม่ค้าที่สุดแล้วเพราะต้องไปขอเขาถ่ายภาพ” หน่องส่งบทให้ นุ้ยเงยหน้าขึ้นมาจากจอก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “ยังไม่ค่อยรู้เท่าไหร่เลย ไปขอเขานัดเขาถ่ายภาพหลายคนก็จริง แต่ได้มาตามนัดแค่คนเดียว พวกพี่เขายุ่งมาก บางคนถ้าหยุดให้ถ่ายภาพนี่อาจถึงขั้นไปส่งของไม่ทัน

“เราเลยต้องอิมโพรไวซ์หน้างาน เจอใครก็ถ่าย คนที่เราถ่ายก็เป็นมนุษย์ตัวเล็กๆ คนเข็นดอกไม้ คนขายที่อยู่หน้าร้าน เอาเขามา Bold ให้ใหญ่ขึ้น” นุ้ยเล่าต่อไป “หลังถ่ายเสร็จก็มาทำคอลลาจเพิ่มให้ดูสดใส ตอนที่เราไดคัทงานได้เห็นรายละเอียด เช่น ถุงสาลี่ที่พี่รถเข็นแขวน รองเท้าที่มนุษย์รถเข็นนิยมใส่ พี่บางคนเอาถุงพลาสติกยัดในรองเท้าบูต เราก็ไดคัทไปคิดไปว่าเขาทำเพื่ออะไร ซึ่งรายละเอียดแบบนี้บางที่เราก็แอบไฮไลต์สีไว้ด้วย

“คนที่เข็นรถอยู่ในปากคลองฯ ยังมีชนชาติอื่นๆ อย่างลาว เขมร เราก็ถ่ายด้วย เพราะเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของปากคลองฯ เหมือนกัน เจอพี่คนหนึ่งยิ้มหวาน สดใสมาก ไม่ถ่ายไม่ได้ (ยิ้ม)

“สุดท้ายออกมาทั้งหมดแปดจุด จะทำแค่ที่เดียว ผนังเดียวก็ได้ แต่ไหนๆ ก็ถ่ายเขาแล้ว พรินต์ออกมาหน่อยเขาก็น่าจะดีใจ ส่วนมากพี่เขาทำงานอยู่แถวจุดที่จัดแสดงภาพนั่นแหละ ไปเดินดูภาพก็อาจจะได้เจอ” ฟังเสียงที่นุ้ยเล่าก็รู้แล้วว่าอินกับงานขนาดไหน ว่าแล้วนุ้ยก็หันหน้าจอมาทางพวกเราที่เหลือในวงสนทนาเพื่อโชว์ผลงาน

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

“เห็นแล้วชอบนะ” หน่องว่า สีหน้าแววตาเป็นประกาย ก่อนจะหันมาทางฉันแล้วเล่าให้ฟังต่อว่า “เธอรู้ไหมทำไมต้องสีสันสดใสขนาดนี้ ใครอาจจะบ่นว่าเราโลกสวยอีกก็ได้ แต่นี่คืออีกโจทย์หนึ่งจากทางแม่ค้าปากคลองตลาดเลย”

“บางทีเทสต์ของเราจะชอบความเรียล ดูเยินๆ เพราะมองว่ามันดูเท่ แต่คนพื้นที่เขาไม่ได้อยากได้อย่างนั้น อยากให้ดูสดใส เขาไม่อยากให้ภาพเขาดูจน ไม่มีการศึกษา เพราะว่าเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาดีลกับเงินเป็นหลักแสนต่อวัน ไม่ได้ไก่กาเลย” หน่องชี้แจง

ฉันพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ฟังทั้งหมดนี่แล้วก็แทบอยากจะขอตัวออกไปเดินตามรอยในปากคลองฯ เองคนเดียวเสียเดี๋ยวนั้น เพราะโปรเจกต์นี้กำลังชวนฉันมาทำความรู้จักกับปากคลองตลาดในแบบที่ไม่ตรงกับภาพในจินตนาการ 

“มีกิจกรรมเยอะขนาดนี้ ตอนคิดตอนทำยากไหมคะ” ฉันถามต่อเพื่อรอเวลาให้นุ้ยได้จัดการธุระของเธอให้เสร็จก่อนจะกวนให้เธอออกไปเป็นไกด์นำเที่ยว

“สำหรับผม ความยากคือการเกลี่ยให้เป็นกิจกรรมที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้” หน่อไม้ตอบ “พวกเราเป็นกลุ่มนักออกแบบก็จริง แต่อะไรที่มันอาร์ตเกินไป หลายคนอาจจะเข้าไม่ถึง การทำให้กิจกรรมทั้งหมดมีเลเวลที่พอดี และตอบโจทย์โปรเจกต์คือความท้าทายชิ้นใหญ่”

“ทั้งหมดทั้งมวล พวกเราอยากให้คนกลับมาเดินปากคลองตลาดกันนั่นแหละ” หน่องขยายความคำว่าโจทย์ของโปรเจกต์ “กลับมาซื้อดอกไม้ ดอกเดียวก็ได้ แล้วก็อยากให้ระยะห่างระหว่างคนทั่วไปกับแม่ค้าและปากคลองตลาดมันแคบลง การจะได้ดอกไม้สักดอกมันสนุกและไม่ได้ยากอย่างที่คิด แม่ค้าปากคลองเขาเปลี่ยนไปเยอะแล้ว หลายคนอาจจะติดภาพเขาดุ ถ้ามาถามราคาแล้วไม่ซื้อจะโดนว่า แต่เขามีการปรับตัว เปิดขึ้นเยอะมาก พร้อมจะรับอะไรใหม่ๆ เพราะ COVID-19 เข้ามาท้าทายเขาด้วย การปรับตัวคือทางเดียวที่จะอยู่รอด”

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

“ผมมองปากคลองตลาดว่าเป็นย่านที่มีศักยภาพจะเติบโตไปเป็นที่ที่น่าสนใจได้ไม่ต่างจากซอยนานาหรืออารี ที่นี่มีครบพร้อมทุกอย่าง ทั้งวิถีชีวิตเก่าแก่ที่น่าหลงใหล ชุมชนที่เข้มแข็ง คนกลุ่มใหม่ที่ค่อยๆ เข้ามาสร้างความน่าสนใจ โปรเจกต์นี้เลยไม่ได้กำลังจะบอกว่า ปากคลองตลาดต้องเป็นแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น แต่นี่คือคำเชิญชวนให้เข้ามารู้จักพื้นที่นี้ด้วยตาของคุณเอง” หน่อไม้กล่าวปิดท้าย ก่อนจะชี้ชวนออกไปดูสถานที่จริงด้วยกัน

“ไม่ค่ะ ไม่อยากรอแล้วค่ะ” ฉันคว้ากระเป๋าผ้าแคนวาสขึ้นสะพายบนหลัง เมื่อเล็งเห็นว่านุ้ยส่งงานให้โรงพิมพ์เสร็จเรียบร้อย พร้อมกับแอคท่ากางแผนที่ที่หน่อไม้ยื่นให้มาก่อนหน้านี้ออกดู

ฉันก็อยากจะแบ่งแผนที่และภาพที่ถ่ายมาทั้งหมดให้คุณดูอยู่หรอก… แต่คิดอีกที ชวนให้คุณมารับแผนที่นี้และมาดูชีวิตของชาวปากคลองด้วยตาตัวเองดีกว่า ให้บทสนทนานี้เป็นแค่อินโทรก็น่าจะเพียงพอ

ขอตัวก่อนนะ ไกด์ทัวร์ปากคลองตลาดทั้งสามของฉันออกไปยืนกางร่มรออยู่แล้ว

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กฎบัตรแห่งชาติและกฎบัตรรัตนโกสินทร์

ไปเดินชมผลงานโปรเจกต์ปากคลองฯ Strike Back ได้ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน – 11 ตุลาคม 2563
การเดินทางที่แนะนำ : ออกจาก MRT สนามชัย เดินไปรับแผนที่ได้ที่ร้าน Sunflower Cafe หรือหากนำรถไป จอดได้ที่ลานจอดรถตลาดยอดพิมาน

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

แต่ก่อน ใครจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้คุณภาพดีก็ต้องไปซื้อที่เมืองแพร่ เพราะไม้ทั้งสวย ดีไซน์ก็ดี ขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งเรื่องไม้ของภาคเหนือ และไหน ๆ ก็ไปเยือนแล้ว ต้องไม่ลืมแวะไหว้พระธาตุช่อแฮเป็นสิริมงคลก่อนกลับบ้าน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไปไม่ถึง 

เส้นทางท่องเที่ยวฉบับคนต่างถิ่นที่กล่าวมาคงเป็นจังหวัดแพร่ในความทรงจำของนักท่องเที่ยวหลายคนที่เคยไปเยือน แต่กลับแตกต่างจากผู้คนที่เติบโตที่นี่อย่างสิ้นเชิง เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว แพร่ไม่ใช่แค่เมืองที่ขับรถผ่าน แต่เป็นบ้านที่มีเรื่องราวมากมาย

กิ๊ก-กานต์ศิริ พิทยะปรีชากุล สไตลิสต์และแฟชั่นดีไซเนอร์ เจ้าของ Homelynestphrae โฮมสเตย์ดีไซน์สวยบอกอย่างนั้น จากมุมของคนจากบ้านไปแล้วกลับมาอีกครั้ง ทำให้เธอมองเห็นแพร่ในความทรงจำชัดขึ้น ทั้งย่านที่เติบโต ร้านประจำในวัยเด็ก อาหารรสมือคุณยาย และของอร่อยบนถนนเจริญเมือง ที่เป็นแรงบันดาลใจอยากให้เธอเล่าเรื่องเมืองแพร่แบบที่เธอเคยได้สัมผัสให้ทุกคนฟังอีกครั้ง

‘Made in Charoenmuang’ เป็นโครงการที่ชักชวน 5 ร้านดั้งเดิมบนถนนเจริญเมืองและเหล่านักสร้างสรรค์ในเมืองแพร่มากฝีมือ มาร่วมมือกันออกแบบงานดี ๆ และพัฒนาร้านเจ้าเก่าของวัยเก๋าด้วยดีไซน์ใหม่ ๆ โดยยังรักษาเอกลักษณ์และกลิ่นอายของอดีตที่หอมหวานเอาไว้แต่อย่างเดิม

โครงการนี้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA (Creative Economy Agency) ได้ชักชวน กิ๊ก และ ต้า-ศักดิ์สิทธิ์ ภัทรประกฤต จาก Wisdomative กลุ่มนักออกแบบที่ค้าผ้าและงานคราฟต์ มาออกแบบโปรเจกต์สนุก ๆ นี้ด้วยกัน ภายใต้ธีมอบอุ่นอย่าง ‘ฮ่อมคัมโฮม’

ฮ่อม มาจาก ใบห้อมซึ่งใช้ทำสีย้อมผ้าม่อฮ่อมขึ้นชื่อของคนแพร่ 

“คัมโฮม คือการกลับบ้าน” กิ๊กบอกกับเรา

 “เราจะได้เจอเพื่อน ๆ ช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์เท่านั้น เราอยู่บ้านตลอด ใช้ชีวิตแบบเดิมอยู่แล้ว เราเลยถามเพื่อน ๆ ว่าถ้ากลับบ้านมา อย่างแรกที่อยากทำคืออะไร ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากกลับมากินของอร่อยที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารรสมือแม่ หรือของดี ของเด็ดในเมืองแพร่ ร้านสตรีทฟู้ด โลคอลฟู้ด หรือแม้แต่ของฝาก อย่างน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกแดง น้ำพริกน้ำย้อย ที่สร้างเศรษฐกิจให้แพร่มานาน

“โครงการนี้จึงอยากให้คนที่มาเยือนหวนคิดถึงเมืองแพร่ ว่ากลับบ้านมาแล้วทำอะไร ถ้ามากิน เรานึกถึงย่านเจริญเมืองเป็นอันดับแรก เพราะย่านนี้อาหารอร่อย” 

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

‘เจริญเมือง’ เรียกได้ว่าเป็นถนนเส้นวัฒนธรรมของจังหวัดแพร่ ถนนแห่งนี้ดูดซับประวัติศาสตร์ของเมืองแพร่เอาไว้มากมาย เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการค้าของผู้คนในอดีต จะสัญจรไปไหนก็ต้องมาขึ้นรถบนถนนเส้นนี้ ทำให้สองข้างถนนตลอดทั้งสายเต็มไปด้วยร้านรวงมากมาย ทั้งร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม ไปจนถึงโรงมหรสพ ที่ตั้งอยู่ในอาคารทั้งแบบล้านนา ยุโรป และจีน

เมื่อเมืองขยายอาณาเขต ผู้คนบนถนนเส้นนั้นก็เริ่มย้ายออกไปอยู่ข้างนอก แม้แต่ครอบครัวของกิ๊กเองก็ย้ายออกไปห่างจากถนนเส้นเดิมอีก 2 คูหา มีย่านการค้าเกิดขึ้นมากมายเกิดขึ้นทั่วเมือง ‘เจริญเมือง’ ที่เคยเจริญรุ่งเรืองจึงกลายเป็นเพียงเรื่องราวในความทรงจำของผู้คนในยุคสมัยเท่านั้น มีเพียงโอกาสพิเศษอย่างวันสงกรานต์ที่ถนนเส้นนี้จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ในฐานะที่เกิดและเติบโตที่นี่ กิ๊กและต้า จึงนำ ‘อาหาร’ จากร้านดั้งเดิมบนถนนเส้นนี้เป็นประตูเปิดต้อนรับให้คนรุ่นใหม่ที่อยากกลับบ้านและผู้มาเยือน รู้จักกับเจริญเมือง และเข้ามาดู มากิน มาชม ชุบชีวิตเจริญเมืองให้มีชีวาอีกครั้ง

เปี๊ยกกาแฟโบราณ x Kummee Studio

สภากาแฟแห่งแรก ๆ ของเมืองแพร่

เปี๊ยกกาแฟโบราณเป็นร้านกาแฟเก่าแก่ของเมืองแพร่ มีบาริสต้าวัยเก๋าที่คนแพร่รู้จักกันในนาม ‘ป้าเปี๊ยก’ เป็นคนชงอยู่ที่บาร์เล็ก ๆ หน้าร้าน ด้วยความรักในกาแฟ ป้าเปี๊ยกจึงรับไม้ต่อร้านกาแฟจากรุ่นคุณแม่และสานต่อมาถึงปัจจุบัน จนกลายเป็นร้านกาแฟโบราณเจ้าเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่บนถนนเจริญเมือง

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

เดิมร้านตั้งอยู่หน้าตลาดเทศบาล ศูนย์กลางความคึกคัก มีรถโดยสารเข้า-ออกทั้งวัน เพราะสมัยนั้นใครจะไปต่อรถไฟ ก็ต้องมารอรถเมล์ที่นี่ ร้านของป้าเปี๊ยกจึงกลายเป็นสภากาแฟให้ผู้คนแวะเวียนมาสร้างบทสนทนาไปโดยปริยาย

ปัจจุบันร้านย้ายมาอยู่ในคูหาหนึ่งของอาคารบนถนนเจริญเมือง ด้านในประดับประดาด้วยของสะสมเก่าแก่ที่ป้าเปี๊ยกชอบ เมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้คือไข่ลวกกับปลาท่องโก๋ร้อน ๆ แต่ที่อร่อยกว่าอาหาร คือบทสนทนาที่เคล้าไปกับบรรยากาศเก่า ๆ ชวนคิดถึง แขกไปใครมาก็ต้องแวะกลับมาทักทายป้าเปี๊ยกคนเดิมเสมอ ป้าเปี๊ยกจึงไม่ใช่แค่คนธรรมดา แต่ยังถือเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจของย่านนี้เลยก็ว่าได้

เพราะป้าเปี๊ยกมีเรื่องราว จึงทำให้ Kummee Studio หยิบเอาความทรงจำเกี่ยวกับป้าเปี๊ยกมาออกแบบเป็นข้าวของ เครื่องใช้ ที่ทำให้นึกถึงป้าเวลาจิบกาแฟ 

โก้-ธัชพงศ์ พัฒนสารินทร์ ผู้มีไอเดียรักการปั้นตุ๊กตา ปัจจุบันเป็นช่างปั้นเซรามิกที่ใช้เทคนิคเขียนลายและเคลือบเผาเอง เมื่อได้ลงพื้นที่และทำความรู้จักกับป้าเปี๊ยก ก็เลยหยิบเอาคาแรกเตอร์อันชัดเจนมาสร้างสรรค์ผลงาน ออกแบบเป็นจาน ชาม แก้วกาแฟลายสวย รวมถึงแผ่นเมนูอาหารที่มีเรื่องเล่าของป้าอวลไปกับไอจากแก้วกาแฟ

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

เปี๊ยกกาแฟโบราณ

ที่อยู่ : 47/9 ต.ในเวียง อำ.เมืองแพร่ จ.แพร่ 

โทรศัพท์ : 0 5451 1819

แต๋วรวมมิตร x Warpzz Labs Creative Studiooh

ร้านขนมหวาน 50 ปีที่ยังมีรสมือเดิมตั้งแต่รุ่นคุณแม่

ปีนี้เป็นปีที่ 50 ของร้านขนมหวาน ‘แต๋วรวมมิตร’ ชื่อร้านอย่างไม่เป็นทางการที่คนเรียกติดปากจนกลายมาเป็นชื่อร้านจริง ๆ หลังจากป้าแต๋วจากไป ทายาทรุ่นสองก็เข้ามารับช่วงต่อ โดยคงรสมือของยุคป้าแต๋วเอาไว้ด้วยการใช้ทีมงานดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นคุณแม่

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

ในยุคของป้าแต๋วร้านเป็นเพิงเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในตลาดอรทัย ทำกันเอง ขายกันเองในครอบครัว มีเมนูเด็ดเป็นซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบ และไอศกรีมวานิลลาโฮมเมดที่มีให้เลือกทั้งแบบแห้งและน้ำ แบบแห้งคือไอศกรีมทรงเครื่องทั่วไป แต่ถ้าเป็นแบบน้ำจะพิเศษกว่าตรงที่ราดน้ำกะทิลงไปด้วย ในช่วงหน้าหนาวก็มีเมนูของหวานร้อน อย่างบัวลอย ถั่วดำ เต้าส่วน ท้าทายอุณภูมิหลักสิบปลาย ๆ ของเมืองแพร่ โดยปัจจุบันมีถึง 4 สาขา และยังมีเย็นตาโฟ เต้าหู้ยี้ สูตรคุณพ่ออยู่ในร้านเดียวกันด้วย

ด้วยความที่ทายาทรุ่นนี้เปิดใจเต็มที่รับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย จึงตั้งใจมาเสมออยากรีแบรนด์แต๋วรวมมิตรให้เป็นร้านของหวานสมัยใหม่ เปลี่ยนชื่อให้ใหม่เข้าถึงรุ่นใหม่ได้ง่ายมาตั้งนานแล้ว เมื่อทั้งผู้ประกอบการและนักออกแบบได้มาพบกัน ทั้งคู่กลับพบแนวทางที่ต่างออกไป 

Warpzz Labs Creative Studiooh เป็นสตูดิโอทำงานออกแบบ สอนศิลปะและการแสดง โดย อิช์ค-กัลยทรรศน์ ชูวงษ์ หรือ อิช์ค AF6 ชาวเมืองแพร่โดยกำเนิดที่กลับบ้านมาสตูดิโอสอนร้อง เต้น เล่นละครในพื้นที่ของตัวเอง อิช์คเป็นแฟนตัวยงของแต๋วรวมมิตรมาตั้งแต่จำความได้ สิ่งที่เธอออกแบบจึงเป็นการเล่าเรื่องป้าแต๋วในความทรงจำให้คนอื่น ๆ ได้รู้จัก

ใครว่าเป็นร้านเชื้อสายจีนต้องสีดำ ขาว แดง เพราะแต๋วรวมมิตรไม่ใช่อย่างนั้น อิช์คจึงออกแบบใหม่ นำเอาสีสันสดใสของซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบ และไอศกรีมวานิลลา มาเล่าเรื่องของแต๋วรวมมิตรให้คนรู้จัก เปลี่ยนธีมร้านให้สมัยใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งตัวตนของป้าแต๋ว 

เมื่อร้านอร่อยเจ้าเก่าและนักสร้างสรรค์ใน จ.แพร่ มารวมตัว ชวนกลับบ้านมาเยือนถนนเจริญเมืองให้คึกคักอีกครั้ง

แต๋วรวมมิตร (สาขาประตูชัย)

ที่อยู่ : ประตูชัย ถ.เจริญเมือง ต.ในเวียง อำ.เมืองแพร่ จ.แพร่

โทรศัพท์ : 08 1939 2456

อ้วนลูกชิ้น x Bowornwong Yodmuang

ลูกชิ้นจิ๋วปิ้งกับโฉมหน้า ‘ลุงอ้วน’ ที่อยากให้คนรู้จัก

อ้วนลูกชิ้นเป็นร้านลูกชิ้นปิ้งเก่าแก่ในแพร่ เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ปัจจุบันรับช่วงต่อโดยทายาทรุ่นสอง

คนที่บุกเบิกทำลูกชิ้นคือลุงอ้วน ผู้เคยเป็นลูกจ้างในร้านก๋วยเตี๋ยว เขาได้ครูพักลักจำวิชาทำลูกชิ้นจากร้าน ก่อนมาหัดทำลูกชิ้นของตัวเองขาย ช่วงแรก ๆ ทำลูกชิ้นเนื้อ แต่หลังจากเกิดโรคระบาดในวัวเลยเปลี่ยนมาเป็นลูกชิ้นหมู ลูกจิ๋ว ทานง่ายอย่างทุกวันนี้ 

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

 ทุก ๆ เย็นลุงอ้วนจะหอบลูกชิ้นใส่รถเข็นพร้อมเตาถ่าน เดินขายไปเรื่อย ๆ ลูกชิ้นปิ้งจนหอม ราดน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่เคี่ยวเอง ลูกเล็ก ๆ ทานง่าย กลายเป็นที่จดจำของคนเมืองแพร่มาจนวันนี้

ปัจจุบันอ้วนลูกชิ้นมีทั้งแบบขายปลีกและขายส่ง แต่ยังคงเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน เพื่อควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน แม้จะเป็นที่รู้กันของคนแพร่ว่านี่คืออ้วนลูกชิ้น แต่สิ่งที่ยังขาดไปคือตัวตนของลุงอ้วน ที่ไม่มีสิ่งไหน สัญลักษณ์ใดบอกเลยว่าใครคือลุงอ้วน มีใบหน้าค่าตาเป็นแบบไหน นั่นคือสิ่งที่นักออกแบบมองเห็น เป็นโจทย์ใหม่ที่เขาต้องแก้ให้กับอ้วนลูกชิ้น

บวรวงศ์ ยอดเมือง คือนักออกแบบที่เข้ามาจับมือกับลุงอ้วนสร้างประสบการณ์ใหม่ให้อ้วนลูกชิ้นเป็นที่จดจำมากขึ้น เขาเรียนจบทางด้านสิ่งทอ ปัจจุบันเป็นทั้งนักออกแบบและผู้ร่วมก่อตั้ง Ho: BAKE & CRAFT CAFE คาเฟ่ในเมืองแพร่ที่ดีไซน์สวย ออกแบบทั้งพื้นที่และประสบการณ์สำหรับผู้มาเยือนได้อย่างลงตัว

แบรนด์ของอ้วนลูกชิ้นเริ่มเล่าเรื่องตัวเองใหม่ทั้งหมดผ่านส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เปลี่ยนไป มีกระดาษใบเล็ก ๆ อยู่ในซองลูกชิ้นแบบขายส่ง แนะนำว่าอ้วนลูกชิ้นเป็นใคร เป็นลูกชิ้นแบบไหน แนะนำการเก็บรักษา รวมถึงสูตรอาหารง่าย ๆ สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเอาลูกชิ้นไปทำอะไรกิน นับว่ามีความในใจของลุงอ้วนส่งผ่านไปยังคนกินทุกคน

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

อ้วนลูกชิ้น

ที่อยู่ : ประตูชัย ถ.เจริญเมือง ต.ในเวียง อำ.เมืองแพร่ จ.แพร่ 

โทรศัพท์ : 08 1366 4886

เมืองแพร่พานิช x Kamon Indigo x Woodable Thailand

ร้านขนมของคน 3 รุ่น ที่ทำขนมเปี๊ยะทรงใหม่ด้วยสูตรดั้งเดิม

ร้านขายของฝากดั้งเดิมบนถนนเจริญเมืองที่เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2511 สมัยอาม่าพิสซงยังสาว ยุคนั้นขายขนมไทย ขนมไข่ถ้วยจีบชิ้นละบาท กระทั่งมาถึงรุ่นของลูกชาย เริ่มมีโดนัทโบราณทอดเป็นตัวชูโรง เริ่มอบขนมปังและเบเกอรี่หลากหลายมากขึ้น ก่อนที่จะเข้าถึงรุ่นที่ 3 ซึ่งทำเบเกอรี่สมัยใหม่แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเค้กเนยสดหรือขนมไหว้เจ้าในเทศกาลต่าง ๆ ของคนจีน แม้จะผ่านไปกี่ยุค หน้าร้านก็ยังคงมีขนมสูตรดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นขนมผิงหรือขนมเปี๊ยะ ซึ่งยังเป็นที่จดจำของคนในละแวกนั้น

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

ในบรรดาขนมจากทุกยุค ขนมเปี๊ยะโบราณขายดีที่สุด ที่เรียกว่าโบราณเพราะเป็นขนมเปี๊ยะลูกใหญ่ แป้งหนึบ ไส้แน่น หวานพอดี มีทั้งไส้ถั่วและไส้ฟัก ซึ่งปัจจุบันไส้ฟักนั้นหากินไม่ง่ายสักเท่าไหร่แล้วในร้านทั่วไป ขนมเปี๊ยะยังขายดีมาตลอด ยิ่งในช่วงเทศกาลไหว้เจ้าของคนไทยเชื้อสายจีน เรียกได้ว่าทำกันแทบไม่ทัน ถึงจะยังขายได้ตลอด แต่นอกเทศกาลก็นับว่ามีคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้นที่จะซื้อกลับไป เพราะขนาดที่กลมใหญ่ อาจเหมาะเป็นของฝากให้ญาติผู้ใหญ่มากกว่าที่จะแวะมาเจอแล้วซื้อกินเล่น อีกทั้งหน้าร้านที่มีแค่ป้าย ‘เมืองแพร่พาณิชย์’ แบบวินเทจ ก็ไม่ได้เรียกให้คนแวะเวียนเข้ามาทำความรู้จักร้านขนมสูตรเด็ดร้านนี้สักเท่าไหร่นัก ถ้าเดิมทีไม่ใช่คนพื้นที่

กุ๊กกิ๊ก-กมลชนก แสนโสภา และ สตางค์-จินตพงศ์ สีพาไชย สองดีไซเนอร์จากจาก Kamon Indigo ผู้ทำงานผ้าซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากแมลงและธรรมชาติ จึงปิ๊งไอเดียหยิบเอา ‘เสือ’ มาเป็นสื่อกลางที่จะชวนให้ทุกคนมาเยือนร้านเบเกอรี่เจ้าเก่าแห่งนี้

พระธาตุช่อแฮชื่อดังของแพร่เป็นพระธาตุปีเสือ ทำให้เราพบเห็นรูปปั้นเสือหรือสัญลักษณ์ของเสือได้ทั่วไปในเมืองแพร่ ไม่ว่าจะเป็นตามถนนหนทาง ศาลหลักเมือง วัด หรือสถานที่ราชการ ก็ล้วนแล้วเต็มไปด้วยเสือทั้งสิ้น

วันนี้เสือตัวหนึ่งได้กระโดดมาเยือนบนโลโก้โฉมใหม่ของแพร่พาณิชย์ เพิ่มโคมจีนเข้าไปเพื่อบอกให้ทุกคนรู้ถึงเรื่องราวของคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งมีประวัติศาสตร์อย่างยาวนานบนถนนเจริญเมือง นอกจากป้ายร้านเรียกแขกแล้ว ขนมเปี๊ยะทรงใหม่ยังชวนคนมามุง เพราะได้กลายร่างจากลูกกลมอวบ มาเป็นรูปเท้าเสือขนาดพอดีคำ ที่ได้ Woodable Thailand สตูดิโอทำงานไม้คุณภาพในเมืองแพร่ มาออกแบบแม่พิมพ์ขนมรูปเท้าเสืออันละเอียดลออให้ พร้อมขายเป็นครั้งแรกในงานนี้ ที่สำคัญ ยังมากับแพ็กเกจใหม่ ซื้อกินก็ได้ ซื้อไปไหว้ก็เท่ไม่หยอกเลยทีเดียว

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

เมืองแพร่พานิช

ที่อยู่ : 47, 17 ถนนรอบเมือง ต.ในเวียง อ.เมือง, แพร่ 54000

โทรศัพท์ : 0824153992

กะหรี่พัฟ (เจ้แอ้ว) x Chatchaiwat Pottery Studio

กะหรี่ปั๊บของสามพี่น้องที่เปิดมานานกว่า 25 ปี

กะกรี่ปั๊บเจ้แอ้ว (โรจน์ไพบูลย์) เดิมทีเป็นร้านขายข้าวสารเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองแพร่ เมื่อผู้บุกเบิกซึ่งเป็นคุณพ่อและคุณแม่เริ่มแก่ตัวลง แบกข้าวสารไม่ไหวเหมือนแต่ก่อน เลยตัดสินใจปิดกิจการไป ลูกสาว 3 คนซึ่งเป็นทายาทรุ่นสองจึงออกไอเดียหาของมาขายที่หน้าบ้าน ท้ายที่สุดจึงไปเรียนทำกะหรี่ปั๊บจนมีฝีมือแล้วกลับมาทำขายที่หน้าบ้าน บนรถเข็นโบราณที่มีอายุกว่า 100 ปี 

เมื่อร้านอร่อยเจ้าเก่าและนักสร้างสรรค์ใน จ.แพร่ มารวมตัว ชวนกลับบ้านมาเยือนถนนเจริญเมืองให้คึกคักอีกครั้ง

ทุก ๆ วันภาพชินตาทุกคนเห็นคือคุณป้าทั้งสามคน ช่วยกันปั้นแป้ง กลิ้งแป้ง ผัดไส้ ห่อขนมกันให้เห็นที่หน้าร้าน เรียกได้ว่าแค่ไปนั่งดูก็เพลินแล้ว 

ร้านนี้ได้ ชชัยวัชร ชังชู ศิลปินนักปั้นเซรามิกมือฉมังจาก Chatchaiwat Pottery Studio มาร่วมทำงานด้วย เขาเพิ่งย้ายจากเชียงใหม่มาอยู่เมืองแพร่ และรู้จักร้านกะหรี่ปั๊บในมุมของแขกผู้มาเยือน นั่นทำให้เขาเห็นว่าจริง ๆ แล้วร้านนี้แทบไม่ต้องเปลี่ยนอะไร เพราะหน้าร้านที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้มีชีวิตชีวาและดึงดูดให้คนแวะเข้ามาลองชิมอยู่แล้ว

เขาจึงมีไอเดียอยากทำข้าวของเครื่องใช้ในครัวที่จะตอบโจทย์การปั้นกะหรี่ปั๊บของคุณป้าเสียมากกว่า ทั้งตะแกรงวางขนม รวมถึงถาดรองใบใหญ่ โดยของแต่ละชิ้นนั้นไม่ได้แค่สวยงามและชวนให้นึกถึงเจริญเมืองเพียงเท่านั้น แต่ยังชชัยวัชรยังให้ความสำคัญกับกระบวนการคิดค้น เพื่อทำให้แต่ละชิ้นตอบโจทย์การใช้งานของคนทำขนมอีกด้วย

เมื่อร้านอร่อยเจ้าเก่าและนักสร้างสรรค์ใน จ.แพร่ มารวมตัว ชวนกลับบ้านมาเยือนถนนเจริญเมืองให้คึกคักอีกครั้ง

กะหรี่พัฟ (เจ้แอ้ว)

ที่อยู่ : ถ.รอบเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ แพร่ 

เรื่องราว แรงบันดาลใจ แนวคิด และกระบวนการออกแบบของนักสร้างสรรค์แต่ละคนที่ทำงานร่วมกับร้านเก่าแก่ ตั้งแต่ตอนเริ่มแรกจนออกมาเป็นผลงานที่ประจักษ์สู่สายตาผู้ชม จะถูกจัดแสดงอยู่ในนิทรรศการ ‘Made in Charoenmuang’ ตั้งแต่วันที่ 20 – 22 พฤษภาคม 2566 ที่ร้านเทียนจี่ตึ๊ง (เดิม) อาคารไม้เก่าแก่ซึ่งเคยเป็นร้ายขายยาแห่งเดียวบนถนนเส้นนั้นใน พ.ศ. 2479

นอกจากนิทรรศการแล้ว ยังมี ‘Little Market’ ตลาดรวมของดีจากร้านเด็ดและงานคราฟต์ของพ่อค้าแม่ค้าเมืองแพร่ หลาย ๆ เจ้าเป็นคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งกลับบ้านมาเปิดร้าน ตั้งใจทำอะไรสนุก ๆ เป็นตลาดที่กิ๊กอยากให้คนมาเยือนเห็นว่าเมืองแพร่ไม่ได้มีแค่อาหารเจ้าดังดั้งเดิม แต่ยังเต็มไปด้วยร้านเล็กร้านน้อย มีวิถีการกินหลายแบบที่น่าสนใจ

อีกหนึ่งดาวเด่นของงานนี้คือ Local Eat & Creative Table ซึ่งมาในธีม ‘กิ๋นข้าวหลังบ้าน x Made in Charoen Muang’ ซึ่งกิ๊กได้นำเอาโปรเจกต์กิ๋นข้าวหลังบ้านที่แต่เดิมจัดขึ้นที่ Homelynestphrae มาไว้ที่นี่

แรกเริ่มเดิมทีกิ๊กได้แรงบันดาลใจมาจากคุณยาย เนื่องจากคุณยายทำอาหารเก่ง ก็เลยชวนคุณยาย คุณแม่ และน้องสาวมาช่วยกันทำอาหารด้วยกัน เปิดครัวให้คนจากข้างนอกมานั่งกินข้าวหลังบ้าน โดยตั้งใจว่าไม่เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน รสมือของคุณยายก็ยังอยู่ในความทรงจำของคนที่มาเยือนเสมอ

ความพิเศษของการยกโต๊ะกินข้าวหลังบ้านกิ๊กมาไว้ที่งานนี้คือ เธอได้นำเมนูเด็ดจากร้านเก่าเจ้าดัง 5 ร้าน ซึ่งเป็นพระเอกของงานมารังสรรค์ใหม่ด้วยรสมือของคุณยาย ไม่ว่าจะเป็นห้อมหวานจากแต๋วรวมมิตร ฟักทองแกงบวชล้านนาสูตรคุณยาย กะหรี่ปั๊บเจ๊แอ้วที่เสิร์ฟพร้อมกับแกงฮังเล ซึ่งไม่ว่าภาพจำถนนเส้นนี้ของทุกคนจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าทุกคนที่มาที่นี่จะจำได้แน่ ๆ ว่าวันนั้นได้กินอะไร 

เปิดให้เข้าชมนิทรรศการตั้งแต่ 20 – 22 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.00 – 19.00 น.

Local Eat & Creative Table 21-22 พฤษภาคม 2565 เวลา 17.00 – 18.30 น. และ 19.00 – 20.30 น. โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. 09 2191 4462

ภาพ : Made in Charoenmuang

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load