24 กันยายน 2563
15 K

ช่วงบ่ายวันศุกร์นั้นมีเม็ดฝนหยดพรำลงไม่ขาดสาย อันเป็นอิทธิพลของพายุ ฉันพาตัวเองมาถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชย หมุดหมายคือการมาเดินเที่ยวย่านปากคลองตลาดกับกลุ่มสถาปนิกที่พลิกตัวเองมาทำโปรเจกต์อีเวนต์ที่พวกเขาเชื่อว่า น่าจะทำให้ย่านเก่าที่เคยคราคร่ำไปด้วยแม่ค้า รถเข็น เข่งสาน กลิ่นชื้นของดิน และดอกไม้ พลิกกลายเป็นพื้นที่ ‘เปิด’ ที่จะต้อนรับผู้คนใหม่ๆ เข้ามา โดยหวังใจว่าบุคลิกที่แปลกไปของพื้นที่แห่งนี้ที่ถูกสื่อสารผ่านกิจกรรมของพวกเขาจะสะกิดใจให้ใครต่อใครสงสัยถึงพลังที่ซ่อนอยู่หลังแผงดอกไม้ อีกทั้งยังแฝงไปด้วยความพยายามจะเชื่อมเมือง มนุษย์ ตลาด และดอกไม้ให้ใกล้กันกว่าที่เคย

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

หน่อไม้-สุภัทรชัย เชื่อธรรมสอน นักออกแบบหนุ่มเจ้าของร้านคาเฟ่ดอกทานตะวันที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าไม่เกินระยะเดิน 5 นาที เปิดประตูไม้สีเขียวมินต์ปนเทาออกรับฉันอย่างเป็นมิตร ฉันเห็นผ่านบานกระจกตั้งแต่ยังไม่ย่างเข้ามาในร้านแล้วว่า หน่อไม้นั่งอยู่กับ หน่อง-ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ หรือที่เขาเรียกติดปากว่าอาจารย์หน่อง เพราะเป็นอาจารย์ที่เคยคุ้นกันตั้งแต่สมัยตัวเขายังเรียนอยู่ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ทั้งคู่คือผู้ดำริริเริ่มโปรเจกต์ ‘ปากคลองฯ Strike Back’ ที่มาดหมายอยากใช้กิจกรรมออนไลน์ในโลกเสมือน ชวนให้ผู้คนกลับมาเยี่ยมเยือนตลาดดอกไม้ในโลกความจริง สถานที่ที่หลายต่อหลายคนเข้าใจผิดว่าเลือนหายไปแล้วหลังเกิดการจัดระเบียบโดยรัฐเมื่อหลายปีก่อน

“ต้องรอพี่นุ้ยก่อนไหมคะ” ฉันถาม เพราะรู้ว่า นุ้ย-ศศมน รัตนาลังการ อีกหนึ่งกำลังสำคัญของโปรเจกต์นี้ยังมาไม่ถึง “นั่งคุยกันก่อนก็ได้ เดี๋ยวนุ้ยเขาตามมา” หน่องตอบฉันยิ้มๆ ขณะที่หน่อไม้ยื่นแผนที่กระดาษสีสันสะดุดตามาให้พร้อมบอกฉันว่า “นี่เป็นแผนที่ที่จะพาเที่ยวชมปากคลองฯ Strike Back ได้ทั้งโปรเจกต์”

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

ตาของฉันจับจ้องแผนที่พิมพ์ด้วยสีสะท้อนแสงอย่างใคร่รู้ แผนที่นี้จะพาฉันไปได้แน่หนอ… หน่องคงจับความสงสัยของฉันได้เลยเริ่มอธิบาย

“โปรเจกต์นี้มันเริ่มมาจากเราได้คุยกับพี่อ้อยในช่วง COVID-19 พี่อ้อยเป็นเหมือนตัวแทนแม่ค้าหัวก้าวหน้าของปากคลองตลาดที่สนิทชิดเชื้อและขอความคิดเห็นเขามาตั้งแต่ตอนทำ TEDxBangkok ปี 2018 พี่อ้อยเล่าว่า บางคนคิดว่าปากคลองตลาดไม่มีอยู่แล้วหลังจากที่โดนจัดระเบียบไป เคยมีฝรั่งมาถามพี่อ้อย ว่าตลาดดอกไม้อยู่ไหน ทั้งที่เขายืนอยู่ที่ปากคลองตลาดแล้วแท้ๆ หลังจากนั้นก็มาเจอช่วง COVID-19 อีก เราจึงบอกกับพี่อ้อยว่า อยากทำอะไรบางอย่างให้ปากคลองตลาดกลับมามีชีวิต”

เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงชื่อ Strike Back ฉันคิด กำลังสู้กับอะไรหลายอย่างเลยสินะ ชาวปากคลองฯ

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

“พี่อ้อยให้โจทย์มาว่า จะทำอะไรให้คนมาเดินก็ได้ แต่อยากให้ภาพลักษณ์ของปากคลองและแม่ค้าดูสมาร์ท เปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ๆ มากขึ้น เลยออกแบบโปรเจกต์นี้ด้วยโจทย์ที่ว่านั้น

“ปากคลองฯ Strike Back มีกิจกรรมทั้งหมดสี่กิจกรรม ที่จะชวนเธอออกจากโลกออนไลน์มาเดินปากคลองกัน” หน่องเริ่มต้นไล่เรียง “แรกสุด คือ ‘แบบทดสอบออนไลน์’ ว่าเธอมีบุคลิกเป็นดอกไม้ประเภทไหน

“พอรู้แล้วว่าเธอเป็นดอกไม้อะไร เราก็มีลายแทงให้ไปซื้อดอกไม้ประจำตัวของเธอจากร้านต่างๆ ในปากคลองตลาดด้วย อยากได้ดอกอะไร ปากคลองมีให้ครบ ถ้าไม่สะดวกเดินทางมาซื้อดอกไม้เอง จะเข้าไปสั่งที่ flowerhub.space ก็ได้ เป็นเว็บไซต์ที่ลิงก์ให้เข้าไปคุยกับแม่ค้าตัวจริงเสียงจริง สั่งดอกไม้ได้โดยตรงไม่เสียค่านายหน้า

“ใครที่ซื้อดอกไม้ ไม่ว่าจะมาซื้อเองหรือสั่งออนไลน์ มีรางวัลให้ด้วยนะ” หน่องเผยถึงกิจกรรมต่อไป “นั่นคือ กิจกรรมที่สอง ‘ถ่ายภาพตัวเองคู่กับดอกไม้ที่ซื้อ’ ส่งมาในเพจ Human of Flower Market แล้วจะมีแอดมิน ซึ่งก็คือฉันเอง (หัวเราะ) ส่งของรางวัลคือฟิลเตอร์มงกุฎดอกไม้ไปให้โหลด มาถ่ายเซลฟี่กันเก๋ๆ”

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

ชี้ชวนกันขนาดนี้แล้ว จะไม่เล่น ไม่ซื้อ ก็ใจแข็งเกินไปกระมัง ฉันแอบรู้สึกในใจ

“แต่ถ้าพอมีเวลา ก็อยากจะชวนมาซื้อเองให้ถึงที่ มีกิจกรรมที่สามและสี่ไว้รอรับ” หน่อไม้รับช่วงต่อ “กิจกรรมที่สามของโปรเจกต์นี้ คือ ‘การตามหาดอกไม้ในโลกเสมือน’ ที่ใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) เข้ามาช่วย แค่ไปตามจุดที่ระบุไว้ในแผนที่ทั้งหมดสิบจุด แล้วใช้มือถือสแกนแผ่นป้าย QR Code ที่ติดไว้ที่นั่น ก็จะได้เจอกับโลกของดอกไม้ที่ซ่อนอยู่”

“จะมารับแผนที่ที่ Sunflower Cafe นี้เลยก็ได้ ถ้าผมอยู่ก็จะอธิบายเส้นทางให้ฟัง แต่คนที่เล่นควิซออนไลน์ก็โหลดแผนที่นี้ได้เช่นกัน เป็นการลดปริมาณ Waste ในโปรเจกต์ไปด้วยในตัว” หน่อไม้เล่าถึงความบรรจงคิด

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

ฉันตาลุกวาวและเซ้าซี้ให้คู่สนทนาทั้งสองเล่าต่ออีกนิด ว่าไอเดียปลูกดอกไม้ในจินตนาการนี้ได้แต่ใดมา

“แนวคิดแรกสุด คืออยากไปปลูกดอกไม้บนทางเท้าจริงๆ เพื่อสื่อสารว่าพื้นที่ตรงนี้เคยมีคนขายดอกไม้อยู่ คนเหล่านั้นคือ Sense of Space ที่หายไปหลังจากปากคลองฯ ถูกจัดระเบียบ อีกนัยหนึ่งเราก็อยากสร้างประสบการณ์ในพื้นที่จริง แต่การทำอะไรบนพื้นที่เชิงกายภาพที่ปากคลองตลาดมันซับซ้อน ต้องขออนุญาตหลายฝ่าย ทางออกก็เลยเป็นดิจิทัล คือใช้ AR เข้ามาช่วย” หน่องอธิบาย พลางพเยิดหน้าไปให้หน่อไม้รับช่วงต่อ

“ผมกับทีมในสตูดิโออีกสามคนช่วยกันหาทางแก้ที่พอจะทำได้ ปากคลองฯ เป็นพื้นที่ที่มีการจราจรแน่นขนัดแทบตลอดเวลา ดังนั้น โจทย์ในการเลือกจุดเล่นกิจกรรม AR ก็คือต้องมีทั้งจุดที่เดินง่าย จุดที่ลึกลับเพื่อพาคนเข้าไปเห็นมุมแปลกใหม่ของปากคลองฯ และอยากให้มีอยู่ริมถนน เพื่อสร้างชีวิตชีวาให้กับทางเดินริมถนนปากคลองตลาด ที่สำคัญคือต้องเป็นพื้นที่เจ้าของที่เขาเข้าใจและอนุญาตให้เราติดตั้งป้าย QR Code

“เราพยายามทำโปรเจกต์ที่จะส่งผลกระทบต่อคนพื้นที่น้อยที่สุด และไม่สร้างความคาดหวังผิดๆ กับเขา ถ้ามันออกมาดี เขาจะเห็นเอง” ระหว่างที่กำลังฟังหน่อไม้เล่าเพลินๆ เสียงประตูเปิดเอี๊ยดอ๊าดก็เรียกร้องความสนใจให้ฉันหันไปมอง เป็นนุ้ยนั่นเองที่เดินเข้ามา

นุ้ย ผู้มีบทบาทหลักเป็นช่างภาพที่สร้างสรรค์งานสตรีทอาร์ตในกิจกรรมที่ 4 ของโปรเจกต์ ตามหา ‘ภาพถ่ายมนุษย์ปากคลองตลาด’ ซึ่งเป็นสตรีทอาร์ตขนาดใหญ่ 3 – 5 เมตรที่จะนำไปติดตั้งในจุดต่างๆ ของปากคลอง 

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

“ขอส่งภาพไปโรงพิมพ์ประเดี๋ยวนะ” นุ้ยพูดพลางวางของที่หอบหิ้วมา ก่อนจะนั่งลงข้างฉันและกางแล็ปท็อปออกเพื่อเตรียมจะทำงานต่อ “วันนี้ต้องไฟนอลแล้ว เดี๋ยวพิมพ์ไม่ทัน” เธอเล่ายิ้มๆ

“นุ้ยน่าจะเป็นคนที่ใกล้ชิดกับพี่ๆ แม่ค้าที่สุดแล้วเพราะต้องไปขอเขาถ่ายภาพ” หน่องส่งบทให้ นุ้ยเงยหน้าขึ้นมาจากจอก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “ยังไม่ค่อยรู้เท่าไหร่เลย ไปขอเขานัดเขาถ่ายภาพหลายคนก็จริง แต่ได้มาตามนัดแค่คนเดียว พวกพี่เขายุ่งมาก บางคนถ้าหยุดให้ถ่ายภาพนี่อาจถึงขั้นไปส่งของไม่ทัน

“เราเลยต้องอิมโพรไวซ์หน้างาน เจอใครก็ถ่าย คนที่เราถ่ายก็เป็นมนุษย์ตัวเล็กๆ คนเข็นดอกไม้ คนขายที่อยู่หน้าร้าน เอาเขามา Bold ให้ใหญ่ขึ้น” นุ้ยเล่าต่อไป “หลังถ่ายเสร็จก็มาทำคอลลาจเพิ่มให้ดูสดใส ตอนที่เราไดคัทงานได้เห็นรายละเอียด เช่น ถุงสาลี่ที่พี่รถเข็นแขวน รองเท้าที่มนุษย์รถเข็นนิยมใส่ พี่บางคนเอาถุงพลาสติกยัดในรองเท้าบูต เราก็ไดคัทไปคิดไปว่าเขาทำเพื่ออะไร ซึ่งรายละเอียดแบบนี้บางที่เราก็แอบไฮไลต์สีไว้ด้วย

“คนที่เข็นรถอยู่ในปากคลองฯ ยังมีชนชาติอื่นๆ อย่างลาว เขมร เราก็ถ่ายด้วย เพราะเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของปากคลองฯ เหมือนกัน เจอพี่คนหนึ่งยิ้มหวาน สดใสมาก ไม่ถ่ายไม่ได้ (ยิ้ม)

“สุดท้ายออกมาทั้งหมดแปดจุด จะทำแค่ที่เดียว ผนังเดียวก็ได้ แต่ไหนๆ ก็ถ่ายเขาแล้ว พรินต์ออกมาหน่อยเขาก็น่าจะดีใจ ส่วนมากพี่เขาทำงานอยู่แถวจุดที่จัดแสดงภาพนั่นแหละ ไปเดินดูภาพก็อาจจะได้เจอ” ฟังเสียงที่นุ้ยเล่าก็รู้แล้วว่าอินกับงานขนาดไหน ว่าแล้วนุ้ยก็หันหน้าจอมาทางพวกเราที่เหลือในวงสนทนาเพื่อโชว์ผลงาน

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

“เห็นแล้วชอบนะ” หน่องว่า สีหน้าแววตาเป็นประกาย ก่อนจะหันมาทางฉันแล้วเล่าให้ฟังต่อว่า “เธอรู้ไหมทำไมต้องสีสันสดใสขนาดนี้ ใครอาจจะบ่นว่าเราโลกสวยอีกก็ได้ แต่นี่คืออีกโจทย์หนึ่งจากทางแม่ค้าปากคลองตลาดเลย”

“บางทีเทสต์ของเราจะชอบความเรียล ดูเยินๆ เพราะมองว่ามันดูเท่ แต่คนพื้นที่เขาไม่ได้อยากได้อย่างนั้น อยากให้ดูสดใส เขาไม่อยากให้ภาพเขาดูจน ไม่มีการศึกษา เพราะว่าเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาดีลกับเงินเป็นหลักแสนต่อวัน ไม่ได้ไก่กาเลย” หน่องชี้แจง

ฉันพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ฟังทั้งหมดนี่แล้วก็แทบอยากจะขอตัวออกไปเดินตามรอยในปากคลองฯ เองคนเดียวเสียเดี๋ยวนั้น เพราะโปรเจกต์นี้กำลังชวนฉันมาทำความรู้จักกับปากคลองตลาดในแบบที่ไม่ตรงกับภาพในจินตนาการ 

“มีกิจกรรมเยอะขนาดนี้ ตอนคิดตอนทำยากไหมคะ” ฉันถามต่อเพื่อรอเวลาให้นุ้ยได้จัดการธุระของเธอให้เสร็จก่อนจะกวนให้เธอออกไปเป็นไกด์นำเที่ยว

“สำหรับผม ความยากคือการเกลี่ยให้เป็นกิจกรรมที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้” หน่อไม้ตอบ “พวกเราเป็นกลุ่มนักออกแบบก็จริง แต่อะไรที่มันอาร์ตเกินไป หลายคนอาจจะเข้าไม่ถึง การทำให้กิจกรรมทั้งหมดมีเลเวลที่พอดี และตอบโจทย์โปรเจกต์คือความท้าทายชิ้นใหญ่”

“ทั้งหมดทั้งมวล พวกเราอยากให้คนกลับมาเดินปากคลองตลาดกันนั่นแหละ” หน่องขยายความคำว่าโจทย์ของโปรเจกต์ “กลับมาซื้อดอกไม้ ดอกเดียวก็ได้ แล้วก็อยากให้ระยะห่างระหว่างคนทั่วไปกับแม่ค้าและปากคลองตลาดมันแคบลง การจะได้ดอกไม้สักดอกมันสนุกและไม่ได้ยากอย่างที่คิด แม่ค้าปากคลองเขาเปลี่ยนไปเยอะแล้ว หลายคนอาจจะติดภาพเขาดุ ถ้ามาถามราคาแล้วไม่ซื้อจะโดนว่า แต่เขามีการปรับตัว เปิดขึ้นเยอะมาก พร้อมจะรับอะไรใหม่ๆ เพราะ COVID-19 เข้ามาท้าทายเขาด้วย การปรับตัวคือทางเดียวที่จะอยู่รอด”

ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง
ปากคลองฯ Strike Back ชวนคนกลับมาเดินปากคลองตลาด ชมโปรเจกต์ดอกไม้ AR ในตลาดดอกไม้จริง

“ผมมองปากคลองตลาดว่าเป็นย่านที่มีศักยภาพจะเติบโตไปเป็นที่ที่น่าสนใจได้ไม่ต่างจากซอยนานาหรืออารี ที่นี่มีครบพร้อมทุกอย่าง ทั้งวิถีชีวิตเก่าแก่ที่น่าหลงใหล ชุมชนที่เข้มแข็ง คนกลุ่มใหม่ที่ค่อยๆ เข้ามาสร้างความน่าสนใจ โปรเจกต์นี้เลยไม่ได้กำลังจะบอกว่า ปากคลองตลาดต้องเป็นแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น แต่นี่คือคำเชิญชวนให้เข้ามารู้จักพื้นที่นี้ด้วยตาของคุณเอง” หน่อไม้กล่าวปิดท้าย ก่อนจะชี้ชวนออกไปดูสถานที่จริงด้วยกัน

“ไม่ค่ะ ไม่อยากรอแล้วค่ะ” ฉันคว้ากระเป๋าผ้าแคนวาสขึ้นสะพายบนหลัง เมื่อเล็งเห็นว่านุ้ยส่งงานให้โรงพิมพ์เสร็จเรียบร้อย พร้อมกับแอคท่ากางแผนที่ที่หน่อไม้ยื่นให้มาก่อนหน้านี้ออกดู

ฉันก็อยากจะแบ่งแผนที่และภาพที่ถ่ายมาทั้งหมดให้คุณดูอยู่หรอก… แต่คิดอีกที ชวนให้คุณมารับแผนที่นี้และมาดูชีวิตของชาวปากคลองด้วยตาตัวเองดีกว่า ให้บทสนทนานี้เป็นแค่อินโทรก็น่าจะเพียงพอ

ขอตัวก่อนนะ ไกด์ทัวร์ปากคลองตลาดทั้งสามของฉันออกไปยืนกางร่มรออยู่แล้ว

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กฎบัตรแห่งชาติและกฎบัตรรัตนโกสินทร์

ไปเดินชมผลงานโปรเจกต์ปากคลองฯ Strike Back ได้ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน – 11 ตุลาคม 2563
การเดินทางที่แนะนำ : ออกจาก MRT สนามชัย เดินไปรับแผนที่ได้ที่ร้าน Sunflower Cafe หรือหากนำรถไป จอดได้ที่ลานจอดรถตลาดยอดพิมาน

Writer

Avatar

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

อ่านบทความภาษาไทยได้ที่นี่

As an educator who has the opportunity to give students a number of learning experiences, I strongly believe that the most important evidence of success in education management has to come from the students – how they reflect what they have learnt and felt.  

Looking into Thai education at the moment, I found that there is very little attention paid to the voices of the students despite the broad array of reflections that they give. Those of us who call ourselves ‘adults’ do not care enough about their opinions, while still believing in that old adage, ‘Children are the future of the nation.’

That is why today’s conversation with King’s College International School Bangkok (King’s Bangkok) is interesting because we would discuss with them over their event named ‘King’s Bangkok Education Forum 2022,’ a forum that invites leaders from various fields of work to come together to pass on their experiences to their audience of students along the theme ‘Career. Life. Social Values.’ The event includes Professor Sakorn Suksriwong DBA, Chairman of the Executive Committee of this international school, together with Mr. Ben-Vittawat Panpanich, an Executive Vice President of the school, and two of the Year 11 students ‘Marty’ Yosphat Srithanasakulchai and ‘Japper’ Chanudom Impat. They sat in a circle, side by side, to share what they had learned.

ถอดบทเรียน King’s Bangkok Education Forum ที่จัดโดยนักเรียน เพื่อตั้งใจส่งต่อโอกาสการศึกษาให้กับนักเรียนอีกกลุ่มในสังคม
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

The two students joining us were, in fact, not just attendees of this first ever Education Forum for students at this young age, but also helped to organize the event and were highly involved from start to finish. Thus, the Education Forum is an event hosted by students, for students, that intends to create opportunities for other students in society which is novel approach. From the conception of the event and the selection of the speakers to the publicising of the event and the reception of reflections and feedback from the event, students were involved at every stage of the process.

We would like to invite you to consider and explore with us, ‘What kind of seeds did King’s Bangkok plant in the hearts of their pupils at this event?’

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Career

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

A primary definition of success in life for many people would inevitably be professional success.

Over 30 years in Prof. Sakorn’s career, be it in teaching or business, his career can without doubt be considered one of success. Although in the heart of this teacher, there was one hole that needed to be filled.

“In Thailand, we have quite a few talents and experienced thought leaders, who are highly successful in academic, educational and professional fields. Some of them work in multinational organizations, many of them already have calendars filled with speaking engagements, but the only groups of people who have the opportunity to listen to those successful people speak are those at university or already working. The senior school student audiences do not have the opportunity to hear from these successful professionals, so this is something that I have always wanted to push for.” – Prof. Sakorn who opened our conversation helped us see the big picture and the original idea behind the Education Forum.

 “While I was teaching at Chulalongkorn University, I had the opportunity to initiate a Mentoring Program that connects successful and talented executives with tertiary learners to exchange ideas for the first time, and this mentoring program received the Innovation of the Year award from the Association to Advance Collegiate Schools of Business (AASCB), USA. That got me thinking ‘why can’t high school students have the same opportunities?’”

When the time was right, Prof. Sakorn and King’s Bangkok’s team did not hesitate and gathered student representatives like Marty and friends to form a special student committee to organize a joint Education Forum where all revenue from ticket sales without deducting expenses would be given to high school students in need as a scholarship, under the condition that King’s Bangkok’s students were fully involved in the process from start to finish.

“An event like this would not be too difficult for the school staff to organize themselves,” said Prof. Sakorn with a slight smile. “Our school pays attention to the three core values, namely; good manners, kindness, and wisdom. The main purpose of this event is to provide high school students with firsthand learning experience from the top-notch leaders about their future careers, work and life,  as well as giving  our students the opportunity to work and learn about organizing events at the same time.”

“Moreover, this is also a great opportunity to learn the value of compassion. We want to teach our children to be kind to themselves and to others in society as well.”

“Frankly, this kind of thing cannot be learned by rote, right?” Prof. Sakorn asks. “Children must absorb that feeling with their hearts and reflect by themselves. That is the reason why this Education Forum  was created as an experiment to let them experience kindness with their own hearts.”

“Another essential point is the content that the speakers shared. Whether it is about Ikigai; living with values according to Japanese philosophy; creating value for life through understanding cultures, taking a leadership role in world-class organizations; or discussions on learning, working and living a valuable life. The talks have helped pave the way for children having a strong foundation before moving forward in their working life”

Marty was the first to be invited to the team. Then, he was tasked with finding friends who shared the same ideology, managing to assemble a team of 22 people. One of the team members is Japper, another participant in this conversation who acted as an MC taking to the stage and dealing with the four experienced speakers.

The world of Year 11 students is about to change through the process of working as an adult for the first time in their life.

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Life

“At first, I thought that the opportunity to listen to world-class educated people from Harvard, Stanford, Chicago, Yale and other really successful people on the global stage was very rare for me and my friends. So, I thought that I would like to try and take part, then I invited my friends to come with me not knowing what sort of responsibility I would have or how much I would learn.” Marty recalled his first impression having learned about the  school’s project.

“At the first meeting, they sit very blindly.” Mr. Ben, a graduate of the University of Cambridge and one of King’s Bangkok’s executives who is in charge of coordinating with the student committee, told the story jokingly. “The staff tried to explain to the children how the event would benefit them, but it wasn’t until I described how the event would benefit others. From that moment, I could see the sparkles in their eyes.”

“We tried to plan well, with support from Prof.Sakorn and the marketing team, so I felt confident,” Marty recalls the feeling when he and his friends saw the benefits of organizing the event. “But Japper was super excited.”

“Of course!” Japper jumps in with vigour at this point. “I was going to be an MC on stage. Who wouldn’t be excited? It is a great opportunity for me and all the students who have joined the team to become role models for the younger generation as well. The event is very powerful.”

Participating in the event means setting fundraising goals, creating strategies for selling tickets, promoting the event, and running queues on the event day itself.

For adults like us, it may sound very normal. Now, let’s take a time machine and go back to the first time we had to manage a big event involving a large number of people, such as; sporting events, or a prom. Then imagine how big this experience would be for high school kids?

“It was hard in the beginning to find the team.” Marty began. “We started by designing logos and art works together with the school’s marketing team. Though, finding time to work together is not so easy because we only have free time during lunch and after school. Thus, we often meet during breaks and have lunch together.”

“I like lunch meetings. When we sat in a circle, eating delicious food, and talking about work. For me, it’s much better than online meetings because there’s good food.” Japper cheerfully continued after his friend.

“Selling tickets was challenging. We posted online content. Even the invited speakers helped us promote. Additionally, our parents also helped us with this. Although we set the funding goal for supporting scholarships for 7 students because the number was pretty, we are all very happy that we exceeded our goal.”

Of course, the difficulty did not end at the planning stage. When it came to the day itself, both the people in public-facing positions like Japper, and behind the scenes, Marty, had to solve many problems head-on.

“Today my main task is taking care of the speakers,” Marty explains. “But while taking care of honoured speakers who will be sharing their valuable stories with us, I also have to take care of my team at the same time. I have to make sure each person performs his or her own duty and carry the event off successfully.”

Although this task is not an easy one; a taxing undertaking from start to finish; they both said that it was a great taste of life.

This event covers a broad range of subjects, with speakers coming to give a sense of their lives. They discussed ideas directly valuable to student audiences, from the issue of finding the meaning of life through the Ikigai principle and understanding life through cultural diversity to providing first-hand experience from successful role models and including how they prepared for university to how to find yourself and how to find the right career for you. More than the content, students like them get to practise exerting force to open the first door to adult life with the process behind the event itself.

“This event gives us a taste of adult life,” Japper commented. “As one of our speakers said on stage, the barrier between his ideal and real life came crashing down when he was attending university abroad for the first time. That was the first time he felt the need to face reality. It was very emotional. Luckily, his honesty also helps us to be less afraid of real life as well.”

“When looking superficially, we may see that a duck floats comfortably in the water, although under the water, that duck has to kick its feet vigorously to stay afloat.” Marty talked about what one of the speakers said “To me, it was as if every speaker presenting today was that duck, because underneath the surface of everyone’s success, there always is a story of determination, hard work, and unyielding focus.”

“Another interesting thing is that we got to work closely with our marketing team as well,” adds Japper. “At first, I wondered how adults could work so much, though I understand now.”

 “Where else can we find opportunities to do real work like this if it’s not given to me by the school?” Marty nods in agreement. “I think many of our team members have grown through this process. Initially, they were already good, but they improved even more.”

“Even though you keep complaining that you ran the whole event until your legs almost broke?” Japper teases causing the whole group to laugh heartily.

Social Values

While Marty and Japper only spoke to us for a short time it was clear to see that their experience had altered their outlook on life and that they had both grown as people and moved towards being functioning adult members of society.

Growth comes through a process of learning by doing, surrounded by supportive educators who watched as their students blossomed.

 Additionally, Prof.Sakorn finishes with a reflection on the big picture of how this event for small groups of people can play a role in the education system and for the overall benefit of this country.

 “If we step back and look at the big picture, our group of children are the lucky ones. They have the potential to achieve so much, thus, we have to sow the seeds of creating value for society, so that they have the opportunity to think about this as they grow older. The speakers who come to present at this forum are living proof that when we give something to others, we will receive that back in return.”

Because education is not just about enhancing intellectual power, providing students with a sense of fulfilment allowing them to realize their role in society is equally important.

“We are trying to create a new generation with leaders of change using a new learning process to create people who see the right goal and hold on to the right values. That is what Thai education should offer to the learners, not just academic excellence.”

“Education Philosophy in England, the model of which King’s Bangkok  follows, tells us that in addition to academic excellence, there are two other ingredients that are essential to shaping young people into well-rounded individuals: diligence and a blended curriculum, including music, art, sports, and more. While complementary activities help build social and personal preferences, comprehensive attention will support children to grow up to be happy adults, and learn to overcome obstacles.” The executive lecturer concluded.

But the energetic Japper couldn’t help but add,

“I think many children don’t even know how important social values are. Though, after listening to the experiences of all speakers on stage, I understand that success is not just the matter of being respected, it is also about giving something back to others.”

This conclusion from Japper showed us that learning methods that do not focus on memorisation, but instead on hands-on work help to make  someone’s heart to really grow in a fantastic direction

Moreover, giving children the opportunity to speak, act, and make changes, as teachers and staff at King’s Bangkok have done and shared their results with us through this interview. This would be a good example for adults and even teachers around the country to be open, to listen more, and to give opportunities for their own learners to take action, stand up, and learn from their mistakes.

It matters not what the results will be, the hands-on learning that takes place throughout the process is also an important foundation for preparing students moving towards their dream university and life with goals and early success that is not just about “receiving” but also “giving.”

Writer

Avatar

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load