เราอนุญาตให้คุณหาวันลาพักร้อนก่อนจะเริ่มอ่านบทความนี้

เพราะนับจากบรรทัดนี้ไป คุณจะรู้จักญี่ปุ่นในมุมใหม่

ญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีแค่งานชมดอกซากุระบานหรืองานใบไม้เปลี่ยนสี แต่มีงานเทศกาลสนุกๆ จำนวนมาก แถมมีงานทุกวัน ทั้ง 365 วัน ทุกเมือง ทุกหมู่บ้านทั่วญี่ปุ่น ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของคุณจะเป็นที่ไหน

งาน Yogurt Summit ที่เมืองโคมิยามะ จังหวัดอิบารากิ

งานเทศกาลชุมนุมชาวเกาะ งานเทศกาลกินเห็ด งานเทศกาลเกี๊ยวซ่าแดงเดือดแห่งคิวชู

งานสำหรับสายขนมกรุบกริบที่จังหวัดนางาซากิ งานขนมปังแห่งฤดูใบไม้ผลิในสถานีรถไฟที่จังหวัดฮิโรชิม่า

เทศกาลงานเซรามิกท่ามกลางฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เอฮิเมะ และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยกำแพงภาษาทำให้ที่ผ่านมางานเหล่านี้จำกัดอยู่เฉพาะชาวญี่ปุ่นและคนที่รู้ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น แต่วันนี้ทั้งหมดนี้ถูกบอกเล่าเป็นภาษาไทยแล้วใน パンフレット – Japan Brochure เพจที่เล่าเรื่องงานเทศกาลสร้างสรรค์ผ่านโบรชัวร์น่ารัก (กกกกกกกกก) ทั่วญี่ปุ่น

第10回 お寺de風土市 10th temple de climate city
ภาพ:  風土市

 

パンタスティック 2018 AUTUMN Panta Station
งานขนมปังแห่งฤดูใบไม้ร่วงในสถานีรถไฟ ที่จังหวัดฮิโรชิม่า
ภาพ:   www.facebook.com/papapapantastic/

 

第14回 東京蚤の市 Tokyonominoichi (Tokyo flea market)
ตลาดนัดของแต่งบ้านครั้งที่ 14
ภาพ:   tokyonominoichi.com/2018_autumn/

 

The Cloud มีนัดกับ แจ๊ค วรวุฒิ และ อ้อ เพ็ญนภา สองผู้ก่อตั้งเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ Japan Brochure ในย่านที่เราตั้งใจให้ใกล้เคียงกับที่ญี่ปุ่นที่สุด

ในยุคที่ใครๆ ก็ทำเพจเฟซบุ๊กได้ ยิ่งถ้าเป็นเพจที่เรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่นซึ่งมีอยู่เป็นร้อยเป็นพันเพจ เหตุผลที่เราพบกันมีมากกว่าโบรชัวร์สีสวย ใต้เรื่องเล่าของงานเทศกาลรื่นเริงบันเทิงใจมีหัวใจ และสุดยอดไอเดียแก้ปัญหาตั้งแต่ระดับหมู่บ้านไปจนถึงระดับชาติ

ยิ่งพูดคุย ยิ่งร้องในใจว่า ญี่ปุ่นนี่มันญี่ปุ่นจริงๆ

ไม่เพียงสายตาที่มีต่อญี่ปุ่นจะเปลี่ยนไป สายตาที่มีต่อโบรชัวร์ภาษาญี่ปุ่นก็ด้วย

いらっしゃいませ (อิรัชชัยมาเสะ)

麦感祭2018
งานเทศกาลข้าวสาลี ประจำปี 2018 ที่ฮอกไกโด
ภาพ:   麦感祭

 

お知らせ Sake Festival ที่จังหวัดโอกายาม่า
ภาพ:   okayama-sakefes.com/

โบร(ชัวร์)รักสีดี

โบรชัวร์ คือเอกสารหน้าเดียวที่ให้ทั้งข้อมูลและความสนใจในเวลาเดียวกัน ซึ่งในที่นี้เราขอหมายรวมถึง ใบปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ ป้ายโฆษณา และหน้าปกหนังสือ

ในยุคสมัยที่หลายๆ ประเทศทั่วโลกลด ละ เลิก สื่อสิ่งพิมพ์

โบรชัวร์กระดาษจะคงยังอยู่คู่คนญี่ปุ่นต่อไป เพราะเป็นเครื่องมือสื่อสารที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลกับคนญี่ปุ่นไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ตั้งแต่รูปแบบของใบประกาศลดราคาอูด้งเจ้าอร่อย ไปจนถึงงานหิ่งห้อยที่หลายจังหวัดพร้อมใจกันจัดงาน และทุกคนที่ไปร่วมงานก็พร้อมใจเดินถือไฟฉายเรียงแถวอย่างน่ารัก ทั้งยังงดใช้เสียงและไม่มีการจุดบุหรี่ใดๆ

วันซอฟต์ครีมนานาชาติที่จังหวัดอิวาเตะ
ภาพ: JejejeIWATE

 

小説すばる SHOSETSU SUBARU
หนังสือรวมนวนิยาย-เรื่องสั้นของนักเขียนหน้าใหม่
ภาพ:   Shinsuke Yoshitake

 

แอดมินหนุ่มเล่าว่า ในบางกิจกรรมแม้จะมีการประชาสัมพันธ์ในเพจเฟซบุ๊กหรือช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ  แต่ผู้จัดงานก็ไม่ได้คาดว่าในจำนวนคน 200 – 300 ที่กดไลค์เพจนั้นจะเข้าร่วมงาน มากไปกว่าที่เขาสนใจว่าโบรชัวร์จะกระจายไปถึงมือกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงหรือเปล่า

“เราคิดว่าโบรชัวร์ตอบโจทย์คนและสังคมญี่ปุ่น เพราะจับต้องได้เหมือนบัตรเชิญไปร่วมงาน อีกทางหนึ่งคือสื่อสารและทำให้เกิดอารมณ์ร่วมได้มากกว่าไฟล์ดิจิทัล เพราะต่อให้กด Going ก็อาจจะลืมไปร่วมงาน” แอดมินหนุ่มคนเดิมเล่าเสริมสิ่งที่เขาค้นพบ

森の音楽会2018  John John Festival
ภาพ:   Hokkaido Hotel

บัตรโดยสารขนาดกระดาษ A4

“น้ำหนักสัมภาระที่เราซื้อเพิ่มเติมจากราคาตั๋วเดินทางนั้น เราไม่ได้มีเพื่อซื้อของฝากนะ เรามีเพื่อเก็บโบรชัวร์กลับมา” แจ๊ค อดีตนักเรียนศิลปะ พนักงานประจำของบริษัทรับทำมุ้งลวด เหล็กดัด และอะลูมิเนียม ผู้ชื่นชอบศิลปะการจัดเรียงตัวอักษร ลายเส้น และการออกแบบ เล่าติดตลก

ขณะที่อ้อ นักเขียน นักแปล บรรณาธิการบริหารของนิตยสารฉบับหนึ่ง และผู้ร่วมก่อตั้งเพจเล่าโจทย์แรกของ Japan Brochure ว่า เกิดจากเธอและแจ๊คอยากรู้ข้อมูลในหน้าโบรชัวร์ จึงลองหาข้อมูลจากหนังสือนำเที่ยวประจำจังหวัด ซึ่งมักจะทำเป็นสองภาษา โดยผลัดกันแปลข้อมูลภาษาอังกฤษให้เป็นภาษาไทยตามความสนใจ “ตอนแรกพวกเราชอบความน่ารักของมัน แต่ยิ่งหาข้อมูลเราก็ยิ่งตื่นเต้น รู้ตัวอีกทีเราก็มีเพจ มีเว็บไซต์ Japan Brochure อย่างทุกวันนี้”  

นอกเหนือจากโบรชัวร์ภาษาญี่ปุ่นที่หาดูยากเพราะห่างไกลจากวงโคจรของเรา ความพิเศษของเพจอายุปีกว่าๆ นี้คือ เนื้อหาที่สองแอดมินช่วยกันเล่าเรื่องเทศกาลงานต่างๆ ซึ่งไม่ใช่การแปลเรียงอักษรอย่างทั่วไป แต่รวบรวมและเลือกหยิบเรื่องเบื้องหลังงานเทศกาลนั้นๆ ที่ได้จากเว็บไซต์ประจำจังหวัดมาเล่า

秋の砥部焼まつり Autumn Tobe-yaki Festival 2018
เทศกาลงานเซรามิกท่ามกลางฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เอฮิเมะ
ภาพ:   www.tobe-kanko.jp

 

“โบรชัวร์แบบไหนที่สวย-ไม่สวย น่าสนใจ-ไม่น่าสนใจ” เราถาม

“พอเห็นแล้วเราจะเข้าไปดูก่อนว่าเป็นโบรชัวร์ที่พูดถึงเรื่องอะไร ส่วนความน่าสนใจนั้นจะต้องไม่ใช่แค่น่าไปเที่ยว แต่มีเรื่องราวหรือเรื่องเล่า สำคัญคือ เรารู้สึกตื่นเต้นไปกับมันจริงๆ” อ้อตอบ แม้จะมีโบรชัวร์ออกใหม่ในญี่ปุ่นวันละนับสิบๆ ฉบับ แต่เพราะรู้พฤติกรรมผู้ติดตาม สองแอดมินจึงคัดสรรโบรชัวร์น่าเล่ามานำเสนอเพียง 2 เรื่องต่อวันเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนที่พอดีกับแรงและเวลาที่เหลือจากงานประจำ

“การทำเพจทำให้เราเรียนรู้แง่มุมบางอย่างที่หาอ่านจากหนังสือไม่ได้ หรือไม่มีทางหาเจอในเว็บไซต์ทั่วๆ ไป บางเรื่องเป็นเรื่องที่เราไม่คิดว่าจะสนใจมาก่อน อย่างงานเทศกาลรถไฟของหมัดดาวเหนือ การหาข้อมูลทำให้เห็นมุมมองใหม่ๆ หรือเรื่องประวัติศาสตร์สนุกๆ จากนิทรรศการข้าวกล่อง งานตลาดนัดผีญี่ปุ่น เหมือนเรากำลังอ่านหนังสืออยู่จริงๆ ซึ่งโบรชัวร์นี่เองที่พาเราไปเจอเรื่องราวที่ไม่คาดคิด” อ้อเล่าถึงสิ่งที่ได้รับในฐานะคนทำเพจผู้อิ่มเอมใจ

海辺のカモメ市 2018 UMIBE NO KAMOME ICHI 2018
งานนกนางนวลแห่งเมืองท่าโมจิโกะ จังหวัดฟุกุโอกะ
ภาพ:   www.mojiko.info/kamome/

 

“บางโบรชัวร์เราใช้เวลาเรียบเรียงข้อมูลเกือบครึ่งวัน เพราะเราไม่คิดจะแปลข้อมูลตามตัวอักษร แต่ใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์หรือเพจต่างๆ นับ 10 แหล่ง ก่อนจะกลั่นกรองและเล่าให้ทุกคนฟัง” แจ๊คเสริม

สำหรับทุกคน โบรชัวร์อาจจะเป็นเพียงกระดาษภาพสวยที่เต็มไปด้วยข้อมูล แต่สำหรับอ้อ โบรชัวร์คือหนังสือ คลังข้อมูลเรื่องราวและประสบการณ์ที่สร้างพลังและความอิ่มเอมใจ และสำหรับแจ๊ค โบรชัวร์คือการเดินทาง

 

มามะ มาจอยกัน จอยกัน

第12回 まるたま市
งานขายของเบ็ดเตล็ดสีพาสเทล ใจกลางเมืองฮามามัตสึ จังหวัดชิซึโอกะ
ภาพ:   marutamaichi.jimdo.com/

 

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เวลาจังหวัดแต่ละจังหวัดมีงาน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็จะมีเว็บไซต์สื่อสารประชาสัมพันธ์ทั้งหมด โดยแต่ละวันจะมีโบรชัวร์งานออกใหม่ตามเว็บไซต์ท้องถิ่น 30 – 50 งาน

“ถึงจะเป็นงานระดับหมู่บ้าน เขาก็มีโบรชัวร์นะเพื่อบอกให้คนในชุมชนออกมาทำกิจกรรมกัน เรื่องราวเหล่านี้ดึงดูดเรามากๆ ยิ่งเจองานยิ่งเล็กเท่าไหร่เรายิ่งรู้สึกสงสัยว่า ทำไมเขาต้องตั้งใจทำโบรชัวร์ขนาดนั้นด้วย ทำไมเขาใส่ใจกับการประกาศให้ชุมชนรู้ ลำพังเสียงตามสายหรือการโปรโมตอื่นๆ ก็เข้าถึงเพียงพอแล้วหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นบ้านเมืองเรา เราก็คงทำแค่แปะกระดาษเล่าเรื่องไว้ที่บอร์ดกลาง ด้วยเนื้อหาง่ายๆ แต่เขากลับวาดเส้นทำสีซะสวยหรู” อ้อเล่าก่อนชวนให้ดูโบรชัวร์ของงานกุยช่าย Expo ที่เมืองโคสะ จังหวัดคุมาโมโต้ ที่ทำให้อดคิดภาพตามไม่ได้ว่าคงจะดีไม่น้อยถ้าชุมชนเล็กๆ ในตำบลตำบลหนึ่งของประเทศไทยเราจะจัดงานรวมตัวหมู่บ้านที่ปลูกกระเทียม แล้วมีใบโบรชัวร์น่ารักแบบนี้บ้าง

甲佐ニラパワーEXPO 2018
งานกุยช่าย Expo ที่เมืองโคสะ จังหวัดคุมาโมโต้
ภาพ: www.facebook.com/kosa.rokujikan

 

อย่างที่อ้อและแจ๊คบอกไว้ การเดินทางผ่านโบรชัวร์ทำให้เราเข้าใจคนและสังคมญี่ปุ่นอีกมุมหนึ่ง เห็นปัญหาที่บ้านเมืองเราก็มี แต่ก็เห็นวิธีแก้ปัญหาที่มาจากคนตัวเล็กๆ ที่นั้นด้วย ยิ่งทำให้ทั้งอ้อและแจ๊คอยากเล่าเรื่องราวเหล่านี้ผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊ก

“มีสมาชิกที่ติดตามเพจคนหนึ่ง เขาตั้งใจไปโตเกียวอยู่แล้ว ก่อนจะแวะไปเที่ยวงานที่เราแนะนำถึง 4 งาน เขาก็ถ่ายรูปบรรยากาศมาให้พร้อมข้อความขอบคุณ พวกเราเองก็รู้สึกขอบคุณเขาที่ทำให้สิ่งที่ทำอยู่มีความหมาย บางคนก็ส่งรูปโบรชัวร์เข้ามาให้เราช่วยหาข้อมูล สิ่งเหล่านี้ทำให้ Japan Brochure ในความรู้สึกของเราเป็นมากกว่าเพจเฟซบุ๊ก แต่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสื่อสารสิ่งที่เชื่อสิ่งที่สนใจเหมือนๆ กัน” อ้อเล่า

ニャハ市長選挙..!!!
งานเลือกตั้งนายกเทศมนตรีแมวประจำเกาะนาฮา ที่โอกินาว่า
ภาพ: www.makuake.com/project/nyaha28/

 

หนึ่งในงานที่เราชอบมากๆ คือ งานเลือกตั้งนายกเทศมนตรีแมวประจำเกาะนาฮา ที่โอกินาว่า จากโจทย์ที่ต้องการแก้ปัญหาแมวจรจัด แทนวิธีการเดิมๆ ที่ไล่จับไปทำหมัน หาคนเลี้ยง หรือสุดท้ายต้องกำจัดทิ้งเพราะไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมด จึงมีคนกลุ่มเล็กๆ รวมตัวกันสร้างภาพยนตร์ระดมทุนช่วยเหลือน้องแมวจนประสบความสำเร็จ ก่อนจะตามมาด้วยกิจกรรมสุดน่ารัก ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมโหวตหาท่านนายกและรองนายก ซึ่งภารกิจของท่านนายกนั้น ได้แก่ ถ่ายรูปโปรโมต เดินสายออกสื่อประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักและมาเที่ยวเกาะแมวกันมากขึ้นหารายได้เข้ากองทุนดูแลเพื่อนแมวต่อไป

แจ๊คเล่ากระบวนการคิดงานเทศกาลเพื่อแก้ปัญหาชุมชน ซึ่งเขาค้นพบหลังศึกษาข้อมูลงานต่างๆ ให้ฟังว่า จากโจทย์ปัญหา ผู้แทนชุมชนจะเปิดรับสมัครครีเอทีฟโดยคัดเลือกจากไอเดียการแก้ไขปัญหา แล้วจึงประชุมหาวิธีแก้ปัญหาที่น่าจะเป็น ก่อนออกแบบโครงการ เทศกาล หรือกิจกรรมต่อไป

ภายใต้โบรชัวร์ที่สองแอดมินหลงใหลนั้นมีเรื่องของความร่วมมือร่วมใจของคนและชุมชนอยู่ในนั้น เหมือนตัวอย่างที่เราขอหยิบมาเล่าสั้นๆ ดังนี้

川内港から日帰りもできます KOSHIKI FISHERMANS FEST 2018
เทศกาลพบปะชาวประมงบนเกาะโคชิกิ จังหวัดคาโกชิมะ
ภาพ: www.facebook.com/koshikifes/

 

เทศกาลพบปะชาวประมงบนเกาะโคชิกิ จังหวัดคาโกชิมะ จากโบรชัวร์เราจะเห็นรูปคุณลุงชาวประมงกำลังเก็บปลาใส่ลัง ข้างๆ มีเด็กชายยื่นปลาสดในมือให้ เพราะอยากสื่อความกับพ่อแม่ยุคใหม่ว่า ผู้จัดงานและชาวประมงที่มีส่วนร่วมทุกคนอยากให้เด็กๆ มาร่วมงานนี้ เพราะนอกจากจะได้ใช้เวลาร่วมกันและกินอาหารทะเลสดๆ แล้วยังอยากให้ทุกคนซึมซับวิถีชีวิตและคุณค่าของท้องทะเล

 

ようま観光バスツアー
ทัวร์รถบัสสุดพิศวงที่เกาะซาโดะ จังหวัดนีกาตะ
ภาพ: youmakanko.com/

 

เทศกาลที่ชวนคนออกจากบ้านมาขึ้นรถบัสชมเมืองตอนกลางคืน ซึ่งเป็นหมู่บ้านในเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง โดยเล่าเรื่องราวพื้นบ้านผ่านสถาปัตยกรรมที่ประดับประดาด้วยไฟสวยงาม ซึ่งทุกที่นั่งถูกจับจองเต็มตั้งแต่เริ่มเปิดจำหน่าย

 

Kokeshi Festival Nationwide 2018
เทศกาลโคเคชิประจำปี 2018 ที่จังหวัดมิยางิ
ภาพ: kokeshimatsuri.com

 

ไม่ใช่แค่งานประจำปีของพิธีกรรมและความเชื่อเกี่ยวกับตุ๊กตาไม้ที่คนญี่ปุ่นใช้นวดหลังในออนเซน แต่บรรยากาศของผู้คน การแต่งกายเป็นตุ๊กตาโคเคชิยักษ์ หรือประดับประดาทั้งเมืองด้วยโคเคชิ แค่คิดภาพตามแอดมินสาวก็สนุกจนตั้งใจอยากไปร่วมงานสักครั้งหนึ่ง

 

いす-1GP 岡山水島大会
ศึกราชันแรลลี่ เก้าอี้ออฟฟิศ ฟิศ ฟิศ
ภาพ: isu1mizushima.strikingly.com/

 

กิจกรรมแข่งขันไถเก้าอี้ออฟฟิศประเภททีม 3 คน 2 สนาม สนามสั้นและสนามยาว จัดครั้งแรกในปี 2015 โดยกติกาทั้งหมดเหมือนการแข่งขันรถยนต์ นั่นคือหากเปลี่ยนล้อหรือตัวผู้ไถรถต้องทำใน Cockpit ที่จัดไว้ให้เท่านั้น ซึ่งผู้ชนะจะได้รับเก้าอี้ออฟฟิศตัวใหม่และข้าวสาร 1 กระสอบ

 

なつかしの学校給食
รำลึกความหลังกับอาหารกลางวันที่โรงเรียนเก่าแก่ในจังหวัดโอคายาม่า
ภาพ: kuse-espace.jp/senkyou/kyuushoku/

 

งานระลึกความหลังในอาคารเรียนหลังเดิมที่เก็บรักษาทุกอย่างในสภาพเดิม พื้นไม้กระดานมันลื่น เพลงโรงเรียนและมื้อกลางวันที่ฝันถึง และยังมีชุดนักเรียนครบเครื่องให้เช่ายืมระลึกความหลังด้วย

คิดเล่นๆ ว่าหากเราอยากให้มีงานดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นในบ้านเราบ้าง ควรต้องเริ่มจากใครหรือโจทย์ว่าอะไร เราถาม

“โดยทั่วไปของงานออกร้านที่คุ้นเคย เช่น งานลองกองประจำปี เป็นต้น เรามักจะเห็นว่างานเหล่านี้เกิดขึ้นหรือมีโต้โผคือคนจากทางการ เขต หรือนายกเทศมนตรี ขณะที่ญี่ปุ่นงานเหล่านี้เกิดขึ้นจากคนเล็กๆ ในชุมชนนั้นจริงๆ เป็นชาวสวน ชาวประมง” คำตอบของแจ๊คชวนให้เราคิดต่อ

ระหว่างพูดคุยสองแอดมินเราก็ได้แต่คิดตาม ว่าถ้ามีใครได้เห็นและนำไปคิดต่อยอด สร้างสรรค์ออกมาเป็นงานเทศกาลของเราเองได้ก็คงจะดีไม่น้อย

アイランダー2018 I-lander
เทศกาลชุมนุมชาวเกาะ
ภาพ:   www.i-lander.com/2018/index.html

 

ヨーグルトサミット
Yogurt Summit  ที่เมืองโคมิยามะ จังหวัดอิบารากิ
ภาพ:   www.city.omitama.lg.jp/omitama/index.html

 

แม้ว่าบริบทและความคิด เช่นคิดว่าคนไทยไม่นิยมชวนกันออกมาใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมนอกบ้านมากเท่าต่างชาติ จะเป็นเหตุผลใหญ่ของการจัดกิจกรรมรูปแบบเดิมๆ แต่เราต้องไม่ลืมว่าไม่ใช่อากาศร้อนหรอกที่ทำให้เราไม่ออกจากบ้าน เราแค่ขาดตัวอย่างที่ดีของงานที่สร้างสรรค์ในหลายๆ วาระ หรืองานที่เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากทางการ

บางทีคนตัวเล็กๆ อย่างเราก็เริ่มทำสิ่งนี้ได้ อย่างที่เห็นตัวอย่างจากหมู่บ้านเล็กๆ ห่างไกลในญี่ปุ่นทำให้เห็น ลงทุนลงแรงในส่วนที่ทำได้ เพื่อระดมทุนหรือสื่อสารคุณค่าที่มีให้คนท้องถิ่นร่วมกันภาคภูมิใจ หรือคนห่างไกลได้รับรู้และเรียกชวนให้มาสัมผัสบรรยากาศ เหมือนที่ตอนนี้สองแอดมินของ Japan Brochure กำลังทำอยู่

ภาพประกอบ: Jiranarong

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

27 มิถุนายน 2565
5.76 K

สุนัขเผลอกินกระดูกทำอย่างไร วัคซีนแมวควรฉีดตอนไหน มีอะไรบ้าง เชื่อว่าบรรดาทาสคงเคยเสิร์ชหาข้อมูลเหล่านี้บนอินเทอร์เน็ตเพื่อคลายสงสัย

แต่นกลูกป้อนควรกินอาหารที่อุณหภูมิเท่าไหร่ ซังข้าวโพดเหมาะสำหรับการเลี้ยงเม่นแคระหรือไม่ ให้หนูแกสบี้กินแต่ผักสดได้ไหม

ในอดีต ค้นหาคำถามเหล่านี้ไป ก็อาจได้คำตอบจากแอดมินกลุ่มหรือเจ้าของฟาร์ม มากกว่าหมอผู้เชี่ยวชาญสัตว์พิเศษ เพราะจำนวนหมอมีน้อยกว่าความต้องการ และใช่ว่าหมอทุกคนจะมีช่องทางการสื่อสารเป็นของตนเอง

นสพ.กฤตชัย ฉัตรเจริญสุข หรือ หมอหมู เจ้าของเพจ ‘Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด บอกกับเราว่า เขาเริ่มต้นแบบคนไม่มีความรู้เรื่องการทำเพจ หวังเพียงเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องให้กับคนเลี้ยงสัตว์พิเศษเท่านั้น ในฐานะคนรักสัตว์เหมือนกันที่คลุกคลีกับความแปลกมาตั้งแต่แมลง ปูนา ยันกิ้งก่าทะเลทราย

เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี
เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี

aka หมอสัตว์ประหลาด

“หมอทำคอนเทนต์ไม่เป็นหรอก ไม่มีเวลาทำโปสเตอร์ ไม่มีคนช่วยทำด้วย เราทำง่าย ๆ ไลฟ์สด คุยกันเหมือนเพื่อน อาการนกเป็นแบบนี้คืออะไร ให้ความรู้ที่คนเข้าใจผิดแล้วทำให้คุณภาพชีวิตสัตว์แย่ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมต้องมีเพจหมอสัตว์ประหลาด”

ท่ามกลางยุคสมัยที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้หมดทั้งจริงและเท็จ หมอหมูเสนอแนะว่า การที่คุณหมอหรือโรงพยาบาลสัตว์ที่มีความชำนาญออกมาให้ความรู้ ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อตัวคนเลี้ยง เพราะคุณภาพชีวิตสัตว์จะดีขึ้นแน่นอน

แรกเริ่ม หมอหมูให้ความรู้เรื่องนกเพียงอย่างเดียว เพราะความชอบส่วนตัว ต่อมาเริ่มมีเรื่องราวของสัตว์พิเศษชนิดอื่น จากการตระเวนรักษาแบบพาร์ตไทม์ตามโรงพยาบาลสัตว์ต่าง ๆ จนก้าวใหม่ของชีวิตนำพาให้หมอหมูเปิด ‘โรงพยาบาลสัตว์อเมโซเนีย’ ย่านมีนบุรีเป็นของตัวเอง ภาระงานที่หนักขึ้นจึงทำให้มีเวลาไลฟ์สดน้อยลงตามไปด้วย

สำหรับหมอ การไลฟ์สดไม่ใช่แค่นั่งเล่าเรื่องให้ฟัง แต่ต้องมีเวลาทำการบ้าน เตรียมข้อมูลอย่างดี มีการพิสูจน์หลักฐาน เพราะเป็นการถาม-ตอบโดยทันทีกับคนเลี้ยงที่ร้อนใจ และหมอเองก็ทราบว่า คำแนะนำจากปากหมอแต่ละครั้ง อาจกระเทือนถึงคนอื่นบ้างไม่มากก็น้อย เช่น อันตรายที่เกิดจากอาหารบางยี่ห้อ อาจส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการ

แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องราวในเพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด จะเต็มไปด้วยศัพท์วิชาการ ปัญหาการผ่าตัด หรือรูปสัตว์ที่ไม่น่าดู หมอหมูเองก็ไม่อยากลงรูปที่เครียดเกินไป ตลอดการเดินทางร่วม 2 ปีของเพจนี้ เขาจึงลงรูปน่ารักขำขันของเด็ก ๆ ให้ได้ยิ้มประจำวันมากกว่า 

แม้ยอดไลก์หลักหมื่นจะดูน้อยในสายตาใครหลายคน แต่หมอหมูก็คร่ำหวอดในวงการสัตว์ชนิดพิเศษ จนผู้คนรู้จักเขาในนาม ‘หมอสัตว์ประหลาด’ มากกว่าชื่อจริงของเขาเสียอีก

เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี

ส่วนที่มาที่ไปของ aka หมอสัตว์ประหลาด เป็นเรื่องที่ยังไงก็ต้องถามให้หายข้องใจ หมอหมูเล่าให้ฟังว่า เขาไม่ใช่คนตั้งชื่อ

“เราเลี้ยงสัตว์เยอะมากตั้งแต่เด็ก ที่บ้านคือสารพัดสัตว์ เพื่อนที่รู้จักกันมานานชอบบอกว่าเราเอาสัตว์ประหลาดมาเลี้ยงอีกแล้ว ทั้งตั๊กแตน จิ้งหรีด กบ ปู ปลากัด กระรอก ฯลฯ งั้นก็ชื่อหมอสัตว์ประหลาดไปเลย มันสะท้อนภาพตัวเราออกมาได้ชัดที่สุดว่า ไอ้คนนี้มันชอบเลี้ยงสัตว์หลาย ๆ อย่าง”

สมัยนั้น หมอหมูเลี้ยงสัตว์โดยไม่มีข้อมูลอะไรเลย แม้แต่ข้อมูลของสุนัขและแมวก็ยังหาแทบไม่ได้ ไม่ต้องไปพูดถึงสัตว์เอ็กโซติกอื่น ๆ พอโตขึ้นมาหน่อย ข้อมูลของเพื่อน 4 ขาก็มีเพิ่มมากขึ้นตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป แต่ข้อมูลของสัตว์พิเศษ ทั้งสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ สัตว์ปีก หรือแมลง ยังคงหายาก

ถ้ากำลังคิดว่า อ๋อ เพราะเหตุนี้ที่ทำให้หมอหมูตัดสินใจเรียนสัตวแพทย์โดยทันทีล่ะก็ ผิดถนัด

เขาคว้าปริญญาใบแรกจากการเรียนเศรษฐศาสตร์ แล้วต่อโท MBA บริหารธุรกิจเป็นปริญญาใบที่สอง ประกอบอาชีพเพาะฟาร์มสัตว์เลี้ยงอีกนานนับสิบปี ก่อนค้นพบว่าเพื่อนร่วมทางที่อยู่กับเขามาตั้งแต่ยังอ่านหนังสือไม่แตกและไม่เคยห่างหายไปไหน คือสัตว์ตัวน้อยใหญ่

นั่นคือตอนที่เขากลับไปเป็นนักศึกษาอีกครั้งในวัย 28 ปี

เปิดเทอม

‘จุดเปลี่ยนชีวิต’ คือ วันที่แมวของเขาล้มป่วยเป็นโรคช่องท้องอักเสบ หมอบอกว่าคงอยู่ได้ไม่ถึง 1 สัปดาห์ เขาทำทุกวิถีทาง ศึกษาข้อมูล สั่งยาราคาแพงจากต่างประเทศ จนยื้อชีวิตน้องแมวได้นานถึง 2 เดือน แต่กฤตชัยกลับคิดว่า หากมีความรู้มากกว่านี้ ทำเต็มที่มากกว่านี้ เหตุการณ์อาจไม่ลงเอยแบบนี้ก็เป็นได้

“จากบรีดเดอร์ เรากลับไปเรียนปริญญาตรีสัตวแพทย์ตอนอายุ 28 ปี ในขณะที่น้อง ๆ คนอื่นอายุ 18 ระยะเวลาเรียน 6 ปีเท่ากัน

“เราจอดรถอยู่หน้าอาคารเรียนตั้งแต่เที่ยงยัน 4 โมงเย็น เห็นเด็ก ๆ ใส่ชุดนักเรียนไปรายงานตัว คิดเลยว่าถ้าจะต้องอยู่กับน้อง ๆ พวกนี้อีก 6 ปี เราคิดถูกไหม ใครก็บอกว่าเราบ้า แล้วจะเอาเวลาที่ไหน เพราะมันต้องเรียนฟูลไทม์ เช้าจนเย็น ต้องไปฝึกงานตามศูนย์ต่าง ๆ ฟาร์มก็ยังทำอยู่ แต่เป้าหมายของเราคือเป็นหมอที่รักษาสัตว์ชนิดพิเศษ มันชัดเจนมาตั้งแต่วันแรกที่ก้าวขาเข้าไปเรียน”

เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี
เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี

ไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าจะเป็นหมอหมูได้อย่างทุกวันนี้ จากการเริ่มต้นช้ากว่าใคร ต้องพยายาม ขวนขวาย เสียสละมากขึ้นเพื่อให้เป็นดังใจหวัง การเรียนการสอนสัตวแพทย์ในไทยก็มุ่งเน้นไปที่สัตว์ 2 ประเภทคือ หนึ่ง ปศุสัตว์ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย สุกร ไก่ สอง คือ สัตว์เล็กที่ได้รับความนิยมอย่างสุนัขและแมว เท่ากับว่าใครสนใจสัตว์พิเศษ ก็ต้องไปศึกษาต่อหรือหาประสบการณ์จากการทำงานเพิ่มเติมอีกหลายปี

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงผลักดันให้หมอหมูไม่เหนื่อยยากเกินไป คือความหลงใหลสัตว์เอ็กโซติกที่สอนกันไม่ได้

“การจะเป็นหมอรักษาสัตว์ชนิดหนึ่งได้ดีและรู้จริง ต้องมีความชอบเป็นพื้นฐาน จะเอาแค่ความคิดว่า หมอนกมีน้อยเลยอยากเป็น มันไม่เพียงพอ มันขาดความอิน

“เพราะความอินจะทำให้เราศึกษาค้นคว้าตั้งแต่ยังไม่ได้เรียนด้วยซ้ำ ช่วยให้คนที่เป็นหมอมีความอยากรู้ มีความพยายาม บางทีแค่ได้ยินเสียงนกในโรงพยาบาล เราอยู่ในห้องตรวจ ก็บอกได้เลยว่าเป็นนกชนิดอะไร ใครเอาซันคอนัวร์ กรีนชีค นกอเมซอน แอฟริกันเกรย์ มารักษา มันเป็นความรู้สึกที่เราอธิบายไม่ได้ 

“บางคนคิดว่าเราบ้าหรือประหลาด แต่มันเป็นความหลงใหลของเรา แค่ได้ยินเสียงก็บอกได้แล้ว ซึ่งคนที่ชำนาญกว่านี้ เขาบอกได้ด้วยซ้ำว่าเป็นนกเพาะพันธุ์หรือนกป่า”

เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี

หลังผ่านความยากลำบากมามาก เราถามหมอหมูว่า จำครั้งแรกที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวในฐานะสัตวแพทย์ได้ไหม คาดหวังคำตอบว่าคนที่ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ได้มาคงต้องประทับใจไม่รู้ลืม แต่หมอหมูตอบตรงกันข้าม

เขาไม่ได้มองว่าความเป็นหมอขึ้นอยู่กับเสื้อกาวน์หรือเครื่องแบบอื่นใด วันที่มีความหมายกับชีวิตกลับเป็นวันแรก ๆ ที่เริ่มงาน คนไข้ของเขาคือแมวตัวหนึ่งกับคุณป้าที่ร้องไห้ฟูมฟาย เพราะกลัวว่าก้อนเนื้อที่นมแมวจะเป็นมะเร็งร้าย

“พอหมอตรวจ สรุปว่าน้องเป็นเต้านมอักเสบ เราบอกให้คุณป้าใจเย็น ๆ ฉีดยาให้น้อง เอายาไปกิน 1 สัปดาห์ต่อมา คุณป้าเข้ามากอดเราและร้องไห้ที่น้องหายแล้ว ซึ่งสิ่งที่เราทำไม่มีอะไรซับซ้อนเลย ก็แค่เต้านมอักเสบ แต่คุณค่าในเรื่องของจิตใจมันมหาศาลมาก เรารู้สึกมีค่าที่ทำให้สัตว์และเจ้าของได้พ้นทุกข์ ยิ่งอยากเป็นหมอที่ดี”

คืนปากให้หนูหน่อย

ยอมรับว่าตกใจในตอนแรกที่ทราบว่าหมอหมูทำงานได้เพียง 5 ปี แต่ความอินจากแววตาและเรื่องราวความพยายามอย่างหนัก ทำให้หมอหมูเป็นชื่อแรก ๆ ที่คนเลี้ยงนกมักนึกถึงเมื่อนกมีอาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะกับปากนก

ขออธิบายคร่าว ๆ ถึงตัวโครงการที่พาให้เราได้รู้จักกับหมอสัตว์ประหลาดอย่าง ‘#คืนปากให้หนูหน่อย’ สำหรับคนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์หรือไม่รู้ว่าจะงอยปากของนกสำคัญอย่างไร

นกใช้ปากเหมือนที่เราใช้มือ ใช้หยิบจับอาหาร สัมผัส ปีนป่าย ถ้านกไม่มีปาก ก็เหมือนอยู่โดยปราศจากมือ เจ้าของต้องคอยป้อนอาหารเหลวให้กินไปตลอดชีวิต ตัวนกเองก็ทรมาน เจ้าของก็มีภาระให้ต้องเหนื่อยเพิ่ม

ค่าใช้จ่ายในการทำปากนกสูงมาก คล้ายกับการทำรากฟันเทียมในคน หมอหมูจึงสร้างโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อคืนปากให้นกโดยไม่คิดเงินสักบาท ไม่รับบริจาคหรือตั้งกองทุน เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในแบบทันตกรรมของคนทั้งหมด เคสหนึ่งใช้เวลาพักฟื้นอยู่ที่อเมโซเนียนาน 7 – 10 วัน เหมือนแอดมิทอยู่โรงพยาบาลก็ว่าได้ เพื่อให้นกทุกตัวที่ปากมีปัญหา ได้กลับไปใช้ชีวิตปกติสุขอย่างที่ควรจะเป็น

เรื่องเล่าสัตว์แปลกของคนรักสัตว์ ผู้ผันตัวจาก ป.โท MBA มาเรียนสัตวแพทย์ตอนอายุ 28 เพื่อรักษาสัตว์ที่ผูกพันมาทั้งชีวิต
เรื่องเล่าสัตว์แปลกของคนรักสัตว์ ผู้ผันตัวจาก ป.โท MBA มาเรียนสัตวแพทย์ตอนอายุ 28 เพื่อรักษาสัตว์ที่ผูกพันมาทั้งชีวิต

“เมื่อก่อนไม่คิดว่าจะมีเยอะ คิดว่ามีนิดเดียว แต่กลายเป็นว่าเคสเยอะมาก ต่อคิวกันยาว 6 เดือน คนที่พานกมาทำปาก เขาร้องไห้ เสียใจมาก พอวันที่เขาได้น้องกลับ ก็ร้องไห้อีก เพราะดีใจมาก

“เคสกลับไปแล้ว เรายังนั่งยิ้มอยู่คนเดียว ดูคลิปจากแม่ ๆ ว่าเด็ก ๆ ใช้ชีวิตยังไง เปลี่ยนไปแค่ไหน หมอได้คำอวยพร ได้กำลังใจเยอะมาก เวลาเราทำงานเหนื่อย พอเจอความรู้สึกแบบนี้มันหายเหนื่อยนะ งานเรามีค่ามากกว่าเงินที่ได้เสียอีก เหมือนเป็นพลังให้เราได้ช่วยต่อไปเรื่อย ๆ

“มีคนพูดเยอะแยะมากว่า ทำฟรีต้องใช้ของไม่ดีชัวร์เลย บอกเลยว่าไม่ใช่สำหรับหมอ เพราะเราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ให้อะไรกลับคืนสู่สังคม”

หมอหมูเล่าว่า มีเจ้าของเดินทางมาไกลจากทั่วทุกภาคในประเทศ ขับรถมาจากเชียงใหม่ อุบลราชธานี หรือกระบี่ก็มี เจอเคสยาก ๆ จนนั่งคุยกับทีมว่าจะทำได้ไหมก็บ่อยครั้ง แต่ต้องลองดูสักตั้ง แก้โจทย์ปัญหาที่ว่ายากให้ทำได้ขึ้นมา สมกับความตั้งใจของพ่อแม่ที่อยากให้นกน้อยกลับไปหายดี สถิติตั้งแต่ทำมาจึงยังไม่มีเคสไหนที่ไม่ฟื้น

แต่ปัญหาหนึ่งที่พบเจอบ่อย คือ เจ้าของจะไม่กล้าเล่ารายละเอียดให้ฟังทุกอย่างเพราะกลัวหมอดุ ในมุมหมอคือยิ่งได้ข้อมูลเยอะ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อการรักษา การสร้างบรรยากาศที่ดีและพูดคุยตามประสาคนเลี้ยงสัตว์เหมือนกัน จึงเป็นทางออกของเรื่องนี้ที่หมอหมูใช้เป็นประจำ

ความใส่ใจของหมอสัตว์ประหลาดนี้เอง ทำให้เขาเป็นหมอที่ใช้เวลาตรวจนานและอธิบายยาวมาก หมอแต่ละคนมีลักษณะนิสัยแตกต่างกันไปก็จริง บางคนพูดเยอะ บางคนไม่ชอบพูด แต่หมอหมูเลือกที่จะให้ความรู้โดยไม่กั๊ก เพื่อให้เจ้าของกลับไปดูแลเด็ก ๆ ที่บ้านได้อย่างถูกวิธี

เรื่องเล่าสัตว์แปลกของคนรักสัตว์ ผู้ผันตัวจาก ป.โท MBA มาเรียนสัตวแพทย์ตอนอายุ 28 เพื่อรักษาสัตว์ที่ผูกพันมาทั้งชีวิต

เรื่องไม่หมู

ก่อนที่หมอทุกคนจะรักษาสัตว์พิเศษ จะต้องรักษาสุนัขและแมวได้เป็นพื้นฐาน หัตถการบางอย่างของพวกมันใหญ่กว่าสัตว์เล็กจนคาดเดาไม่ได้ เช่น การแทงเส้นขนาดเล็กเท่าเส้นผมเพื่อเจาะเลือดนก ต้องใช้กล้องหรือแว่นขยายในการทำงาน ไม่มีโอกาสพลาดแม้แต่ครั้งเดียว พื้นที่การทำงานก็ค่อนข้างเล็ก ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและสมาธิเป็นอย่างมาก วัสดุอุปกรณ์ก็ไม่เอื้ออำนวยทั้งหมด เพราะส่วนมากถูกออกแบบมาให้สุนัขและแมว

หมอจึงต้องรับบทเป็นนักประดิษฐ์ในหลาย ๆ เคส อย่างเต่าเดินไม่ได้ ก็ต้อง DIY ล้อให้สไลด์ไปแทน หรือปลาที่ตัวจม ไม่ลอยน้ำ ก็ต้องทำห่วงยางติดเอาไว้ที่หลัง แม้กระทั่งการประยุกต์ใช้ผ้าปิดปากที่เราใส่กันอยู่ทุกวัน ทำเป็นเปลช่วยพยุงให้กับนกที่กำลังเข้าเฝือก พอมีเพจเป็นช่องทางในการสื่อสาร พ่อ ๆ แม่ ๆ ก็ทำตามได้สบาย

แต่การเป็นหมอย่อมไม่พบแต่ความสุขสมหวังเป็นธรรมดา ไม่ได้มีแต่รอยยิ้มหรือน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ เราขออนุญาตถามหมอหมูต่อว่า คนที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิตอย่างเขา รับมือกับความสูญเสียระหว่างทางอย่างไร

“เมื่อก่อนเรารู้สึกแย่มาก คนในสายงานนี้ต้องทำใจให้ได้ แต่ไม่ใช่ไม่มีหัวใจนะ เพราะว่าทุกครั้งเราต้องรู้ตัวว่า เราไม่ใช่เทวดาที่จะช่วยได้ทุกชีวิต แต่สำหรับทุกชีวิตที่รอดได้ เขาก็ควรจะต้องรอด

“ในบางกรณีที่เรามองว่า น้องสุขภาพดีพอที่จะวางยาสลบ แต่น้องกลับไม่ฟื้นขึ้นมา แบบนี้เหมือนฟ้าผ่าเราเลย ทั้งหมอ ทั้งทีม เรารู้สึกแย่มากทุกคน แต่ต้องบอกว่ามันเหมือนเครื่องบินตก เราไม่รู้ว่าเครื่องบินจะตกเมื่อไหร่ แต่ถ้าตกก็ตก ซึ่งมันก็ไม่ได้ตกบ่อย

“แต่พอเอาเข้าจริง ถ้าเป็นสัตว์ของตัวเองที่ต้องผ่าตัด หมอก็ให้คนอื่นทำให้นะ (หัวเราะ) หมอไม่ทำเอง เรากลัวมากเวลาเป็นลูกเรา รู้สึกประหม่าและกังวล ตัดสินใจเลยว่าถ้าเป็นลูกเรา ก็ให้รุ่นน้องหรือเพื่อนช่วยผ่าให้ที”

หมอหมูมองว่า ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาจะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ระมัดระวังมากขึ้น มีหลายครอบครัวยินยอมให้ชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง กลายเป็นองค์ความรู้ช่วยเหลือสัตว์ตัวต่อ ๆ ไปได้ทันเวลา ปัจจุบันโรงพยาบาลสัตว์อเมโซเนียเองก็มีโครงการประสานงานกับมหาวิทยาลัย นำร่างน้องที่เสียชีวิตไปเป็นอาจารย์ใหญ่ให้นักศึกษาสัตวแพทย์ได้ใช้เรียน

“คนที่จะมาเป็นหมอรักษาสัตว์ ต้องมีจิตใจที่เมตตาก่อน ต้องมีความรู้สึกอยากช่วยเป็นที่ตั้ง เราก็มีคิดเรื่องเงินนะ แต่จุดยืนของเราคืออะไร เราอยากทำเพื่อธุรกิจ หรือคิดว่าเราอยากอุทิศตัว ช่วยทั้งเจ้าของและตัวสัตว์ มันเป็นคนละแบบ

“อาชีพเราไม่ได้เงินเยอะ ถ้าอยากได้ มีอีกหลายอาชีพที่ง่ายกว่า สบายกว่า อยากให้เข้ามาเป็นหมอเพื่อช่วยสัตว์จริง ๆ”

ก่อนจากกัน เราชวนให้หมอสัตว์ประหลาดผู้อุทิศตนทิ้งท้ายสั้น ๆ ว่า อะไรคือความพิเศษของสัตว์ชนิดพิเศษที่เขารักและหลงใหลมาทั้งชีวิต

“หมอก็ไม่รู้ใครให้คำจำกัดความคำว่า ‘เอ็กโซติก’ สำหรับหมอ มันก็ไม่ได้พิเศษกว่าสัตว์ชนิดอื่น ทุกสัตว์มีความน่ารักในตัวเองเหมือนกัน นกก็คือนก ปลาก็คือปลา กระรอกก็คือกระรอก กระต่ายก็คือกระต่าย อยากให้ใช้คำว่า ‘สัตว์เลี้ยง’ มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะความพิเศษของพวกมัน ก็คือความธรรมดานี่แหละ”

เรื่องเล่าสัตว์แปลกของคนรักสัตว์ ผู้ผันตัวจาก ป.โท MBA มาเรียนสัตวแพทย์ตอนอายุ 28 เพื่อรักษาสัตว์ที่ผูกพันมาทั้งชีวิต

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load