เราอนุญาตให้คุณหาวันลาพักร้อนก่อนจะเริ่มอ่านบทความนี้

เพราะนับจากบรรทัดนี้ไป คุณจะรู้จักญี่ปุ่นในมุมใหม่

ญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีแค่งานชมดอกซากุระบานหรืองานใบไม้เปลี่ยนสี แต่มีงานเทศกาลสนุกๆ จำนวนมาก แถมมีงานทุกวัน ทั้ง 365 วัน ทุกเมือง ทุกหมู่บ้านทั่วญี่ปุ่น ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของคุณจะเป็นที่ไหน

งาน Yogurt Summit ที่เมืองโคมิยามะ จังหวัดอิบารากิ

งานเทศกาลชุมนุมชาวเกาะ งานเทศกาลกินเห็ด งานเทศกาลเกี๊ยวซ่าแดงเดือดแห่งคิวชู

งานสำหรับสายขนมกรุบกริบที่จังหวัดนางาซากิ งานขนมปังแห่งฤดูใบไม้ผลิในสถานีรถไฟที่จังหวัดฮิโรชิม่า

เทศกาลงานเซรามิกท่ามกลางฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เอฮิเมะ และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยกำแพงภาษาทำให้ที่ผ่านมางานเหล่านี้จำกัดอยู่เฉพาะชาวญี่ปุ่นและคนที่รู้ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น แต่วันนี้ทั้งหมดนี้ถูกบอกเล่าเป็นภาษาไทยแล้วใน パンフレット – Japan Brochure เพจที่เล่าเรื่องงานเทศกาลสร้างสรรค์ผ่านโบรชัวร์น่ารัก (กกกกกกกกก) ทั่วญี่ปุ่น

第10回 お寺de風土市 10th temple de climate city
ภาพ:  風土市

 

パンタスティック 2018 AUTUMN Panta Station
งานขนมปังแห่งฤดูใบไม้ร่วงในสถานีรถไฟ ที่จังหวัดฮิโรชิม่า
ภาพ:   www.facebook.com/papapapantastic/

 

第14回 東京蚤の市 Tokyonominoichi (Tokyo flea market)
ตลาดนัดของแต่งบ้านครั้งที่ 14
ภาพ:   tokyonominoichi.com/2018_autumn/

 

The Cloud มีนัดกับ แจ๊ค วรวุฒิ และ อ้อ เพ็ญนภา สองผู้ก่อตั้งเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ Japan Brochure ในย่านที่เราตั้งใจให้ใกล้เคียงกับที่ญี่ปุ่นที่สุด

ในยุคที่ใครๆ ก็ทำเพจเฟซบุ๊กได้ ยิ่งถ้าเป็นเพจที่เรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่นซึ่งมีอยู่เป็นร้อยเป็นพันเพจ เหตุผลที่เราพบกันมีมากกว่าโบรชัวร์สีสวย ใต้เรื่องเล่าของงานเทศกาลรื่นเริงบันเทิงใจมีหัวใจ และสุดยอดไอเดียแก้ปัญหาตั้งแต่ระดับหมู่บ้านไปจนถึงระดับชาติ

ยิ่งพูดคุย ยิ่งร้องในใจว่า ญี่ปุ่นนี่มันญี่ปุ่นจริงๆ

ไม่เพียงสายตาที่มีต่อญี่ปุ่นจะเปลี่ยนไป สายตาที่มีต่อโบรชัวร์ภาษาญี่ปุ่นก็ด้วย

いらっしゃいませ (อิรัชชัยมาเสะ)

麦感祭2018
งานเทศกาลข้าวสาลี ประจำปี 2018 ที่ฮอกไกโด
ภาพ:   麦感祭

 

お知らせ Sake Festival ที่จังหวัดโอกายาม่า
ภาพ:   okayama-sakefes.com/

โบร(ชัวร์)รักสีดี

โบรชัวร์ คือเอกสารหน้าเดียวที่ให้ทั้งข้อมูลและความสนใจในเวลาเดียวกัน ซึ่งในที่นี้เราขอหมายรวมถึง ใบปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ ป้ายโฆษณา และหน้าปกหนังสือ

ในยุคสมัยที่หลายๆ ประเทศทั่วโลกลด ละ เลิก สื่อสิ่งพิมพ์

โบรชัวร์กระดาษจะคงยังอยู่คู่คนญี่ปุ่นต่อไป เพราะเป็นเครื่องมือสื่อสารที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลกับคนญี่ปุ่นไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ตั้งแต่รูปแบบของใบประกาศลดราคาอูด้งเจ้าอร่อย ไปจนถึงงานหิ่งห้อยที่หลายจังหวัดพร้อมใจกันจัดงาน และทุกคนที่ไปร่วมงานก็พร้อมใจเดินถือไฟฉายเรียงแถวอย่างน่ารัก ทั้งยังงดใช้เสียงและไม่มีการจุดบุหรี่ใดๆ

วันซอฟต์ครีมนานาชาติที่จังหวัดอิวาเตะ
ภาพ: JejejeIWATE

 

小説すばる SHOSETSU SUBARU
หนังสือรวมนวนิยาย-เรื่องสั้นของนักเขียนหน้าใหม่
ภาพ:   Shinsuke Yoshitake

 

แอดมินหนุ่มเล่าว่า ในบางกิจกรรมแม้จะมีการประชาสัมพันธ์ในเพจเฟซบุ๊กหรือช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ  แต่ผู้จัดงานก็ไม่ได้คาดว่าในจำนวนคน 200 – 300 ที่กดไลค์เพจนั้นจะเข้าร่วมงาน มากไปกว่าที่เขาสนใจว่าโบรชัวร์จะกระจายไปถึงมือกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงหรือเปล่า

“เราคิดว่าโบรชัวร์ตอบโจทย์คนและสังคมญี่ปุ่น เพราะจับต้องได้เหมือนบัตรเชิญไปร่วมงาน อีกทางหนึ่งคือสื่อสารและทำให้เกิดอารมณ์ร่วมได้มากกว่าไฟล์ดิจิทัล เพราะต่อให้กด Going ก็อาจจะลืมไปร่วมงาน” แอดมินหนุ่มคนเดิมเล่าเสริมสิ่งที่เขาค้นพบ

森の音楽会2018  John John Festival
ภาพ:   Hokkaido Hotel

บัตรโดยสารขนาดกระดาษ A4

“น้ำหนักสัมภาระที่เราซื้อเพิ่มเติมจากราคาตั๋วเดินทางนั้น เราไม่ได้มีเพื่อซื้อของฝากนะ เรามีเพื่อเก็บโบรชัวร์กลับมา” แจ๊ค อดีตนักเรียนศิลปะ พนักงานประจำของบริษัทรับทำมุ้งลวด เหล็กดัด และอะลูมิเนียม ผู้ชื่นชอบศิลปะการจัดเรียงตัวอักษร ลายเส้น และการออกแบบ เล่าติดตลก

ขณะที่อ้อ นักเขียน นักแปล บรรณาธิการบริหารของนิตยสารฉบับหนึ่ง และผู้ร่วมก่อตั้งเพจเล่าโจทย์แรกของ Japan Brochure ว่า เกิดจากเธอและแจ๊คอยากรู้ข้อมูลในหน้าโบรชัวร์ จึงลองหาข้อมูลจากหนังสือนำเที่ยวประจำจังหวัด ซึ่งมักจะทำเป็นสองภาษา โดยผลัดกันแปลข้อมูลภาษาอังกฤษให้เป็นภาษาไทยตามความสนใจ “ตอนแรกพวกเราชอบความน่ารักของมัน แต่ยิ่งหาข้อมูลเราก็ยิ่งตื่นเต้น รู้ตัวอีกทีเราก็มีเพจ มีเว็บไซต์ Japan Brochure อย่างทุกวันนี้”  

นอกเหนือจากโบรชัวร์ภาษาญี่ปุ่นที่หาดูยากเพราะห่างไกลจากวงโคจรของเรา ความพิเศษของเพจอายุปีกว่าๆ นี้คือ เนื้อหาที่สองแอดมินช่วยกันเล่าเรื่องเทศกาลงานต่างๆ ซึ่งไม่ใช่การแปลเรียงอักษรอย่างทั่วไป แต่รวบรวมและเลือกหยิบเรื่องเบื้องหลังงานเทศกาลนั้นๆ ที่ได้จากเว็บไซต์ประจำจังหวัดมาเล่า

秋の砥部焼まつり Autumn Tobe-yaki Festival 2018
เทศกาลงานเซรามิกท่ามกลางฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เอฮิเมะ
ภาพ:   www.tobe-kanko.jp

 

“โบรชัวร์แบบไหนที่สวย-ไม่สวย น่าสนใจ-ไม่น่าสนใจ” เราถาม

“พอเห็นแล้วเราจะเข้าไปดูก่อนว่าเป็นโบรชัวร์ที่พูดถึงเรื่องอะไร ส่วนความน่าสนใจนั้นจะต้องไม่ใช่แค่น่าไปเที่ยว แต่มีเรื่องราวหรือเรื่องเล่า สำคัญคือ เรารู้สึกตื่นเต้นไปกับมันจริงๆ” อ้อตอบ แม้จะมีโบรชัวร์ออกใหม่ในญี่ปุ่นวันละนับสิบๆ ฉบับ แต่เพราะรู้พฤติกรรมผู้ติดตาม สองแอดมินจึงคัดสรรโบรชัวร์น่าเล่ามานำเสนอเพียง 2 เรื่องต่อวันเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนที่พอดีกับแรงและเวลาที่เหลือจากงานประจำ

“การทำเพจทำให้เราเรียนรู้แง่มุมบางอย่างที่หาอ่านจากหนังสือไม่ได้ หรือไม่มีทางหาเจอในเว็บไซต์ทั่วๆ ไป บางเรื่องเป็นเรื่องที่เราไม่คิดว่าจะสนใจมาก่อน อย่างงานเทศกาลรถไฟของหมัดดาวเหนือ การหาข้อมูลทำให้เห็นมุมมองใหม่ๆ หรือเรื่องประวัติศาสตร์สนุกๆ จากนิทรรศการข้าวกล่อง งานตลาดนัดผีญี่ปุ่น เหมือนเรากำลังอ่านหนังสืออยู่จริงๆ ซึ่งโบรชัวร์นี่เองที่พาเราไปเจอเรื่องราวที่ไม่คาดคิด” อ้อเล่าถึงสิ่งที่ได้รับในฐานะคนทำเพจผู้อิ่มเอมใจ

海辺のカモメ市 2018 UMIBE NO KAMOME ICHI 2018
งานนกนางนวลแห่งเมืองท่าโมจิโกะ จังหวัดฟุกุโอกะ
ภาพ:   www.mojiko.info/kamome/

 

“บางโบรชัวร์เราใช้เวลาเรียบเรียงข้อมูลเกือบครึ่งวัน เพราะเราไม่คิดจะแปลข้อมูลตามตัวอักษร แต่ใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์หรือเพจต่างๆ นับ 10 แหล่ง ก่อนจะกลั่นกรองและเล่าให้ทุกคนฟัง” แจ๊คเสริม

สำหรับทุกคน โบรชัวร์อาจจะเป็นเพียงกระดาษภาพสวยที่เต็มไปด้วยข้อมูล แต่สำหรับอ้อ โบรชัวร์คือหนังสือ คลังข้อมูลเรื่องราวและประสบการณ์ที่สร้างพลังและความอิ่มเอมใจ และสำหรับแจ๊ค โบรชัวร์คือการเดินทาง

 

มามะ มาจอยกัน จอยกัน

第12回 まるたま市
งานขายของเบ็ดเตล็ดสีพาสเทล ใจกลางเมืองฮามามัตสึ จังหวัดชิซึโอกะ
ภาพ:   marutamaichi.jimdo.com/

 

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เวลาจังหวัดแต่ละจังหวัดมีงาน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็จะมีเว็บไซต์สื่อสารประชาสัมพันธ์ทั้งหมด โดยแต่ละวันจะมีโบรชัวร์งานออกใหม่ตามเว็บไซต์ท้องถิ่น 30 – 50 งาน

“ถึงจะเป็นงานระดับหมู่บ้าน เขาก็มีโบรชัวร์นะเพื่อบอกให้คนในชุมชนออกมาทำกิจกรรมกัน เรื่องราวเหล่านี้ดึงดูดเรามากๆ ยิ่งเจองานยิ่งเล็กเท่าไหร่เรายิ่งรู้สึกสงสัยว่า ทำไมเขาต้องตั้งใจทำโบรชัวร์ขนาดนั้นด้วย ทำไมเขาใส่ใจกับการประกาศให้ชุมชนรู้ ลำพังเสียงตามสายหรือการโปรโมตอื่นๆ ก็เข้าถึงเพียงพอแล้วหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นบ้านเมืองเรา เราก็คงทำแค่แปะกระดาษเล่าเรื่องไว้ที่บอร์ดกลาง ด้วยเนื้อหาง่ายๆ แต่เขากลับวาดเส้นทำสีซะสวยหรู” อ้อเล่าก่อนชวนให้ดูโบรชัวร์ของงานกุยช่าย Expo ที่เมืองโคสะ จังหวัดคุมาโมโต้ ที่ทำให้อดคิดภาพตามไม่ได้ว่าคงจะดีไม่น้อยถ้าชุมชนเล็กๆ ในตำบลตำบลหนึ่งของประเทศไทยเราจะจัดงานรวมตัวหมู่บ้านที่ปลูกกระเทียม แล้วมีใบโบรชัวร์น่ารักแบบนี้บ้าง

甲佐ニラパワーEXPO 2018
งานกุยช่าย Expo ที่เมืองโคสะ จังหวัดคุมาโมโต้
ภาพ: www.facebook.com/kosa.rokujikan

 

อย่างที่อ้อและแจ๊คบอกไว้ การเดินทางผ่านโบรชัวร์ทำให้เราเข้าใจคนและสังคมญี่ปุ่นอีกมุมหนึ่ง เห็นปัญหาที่บ้านเมืองเราก็มี แต่ก็เห็นวิธีแก้ปัญหาที่มาจากคนตัวเล็กๆ ที่นั้นด้วย ยิ่งทำให้ทั้งอ้อและแจ๊คอยากเล่าเรื่องราวเหล่านี้ผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊ก

“มีสมาชิกที่ติดตามเพจคนหนึ่ง เขาตั้งใจไปโตเกียวอยู่แล้ว ก่อนจะแวะไปเที่ยวงานที่เราแนะนำถึง 4 งาน เขาก็ถ่ายรูปบรรยากาศมาให้พร้อมข้อความขอบคุณ พวกเราเองก็รู้สึกขอบคุณเขาที่ทำให้สิ่งที่ทำอยู่มีความหมาย บางคนก็ส่งรูปโบรชัวร์เข้ามาให้เราช่วยหาข้อมูล สิ่งเหล่านี้ทำให้ Japan Brochure ในความรู้สึกของเราเป็นมากกว่าเพจเฟซบุ๊ก แต่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสื่อสารสิ่งที่เชื่อสิ่งที่สนใจเหมือนๆ กัน” อ้อเล่า

ニャハ市長選挙..!!!
งานเลือกตั้งนายกเทศมนตรีแมวประจำเกาะนาฮา ที่โอกินาว่า
ภาพ: www.makuake.com/project/nyaha28/

 

หนึ่งในงานที่เราชอบมากๆ คือ งานเลือกตั้งนายกเทศมนตรีแมวประจำเกาะนาฮา ที่โอกินาว่า จากโจทย์ที่ต้องการแก้ปัญหาแมวจรจัด แทนวิธีการเดิมๆ ที่ไล่จับไปทำหมัน หาคนเลี้ยง หรือสุดท้ายต้องกำจัดทิ้งเพราะไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมด จึงมีคนกลุ่มเล็กๆ รวมตัวกันสร้างภาพยนตร์ระดมทุนช่วยเหลือน้องแมวจนประสบความสำเร็จ ก่อนจะตามมาด้วยกิจกรรมสุดน่ารัก ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมโหวตหาท่านนายกและรองนายก ซึ่งภารกิจของท่านนายกนั้น ได้แก่ ถ่ายรูปโปรโมต เดินสายออกสื่อประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักและมาเที่ยวเกาะแมวกันมากขึ้นหารายได้เข้ากองทุนดูแลเพื่อนแมวต่อไป

แจ๊คเล่ากระบวนการคิดงานเทศกาลเพื่อแก้ปัญหาชุมชน ซึ่งเขาค้นพบหลังศึกษาข้อมูลงานต่างๆ ให้ฟังว่า จากโจทย์ปัญหา ผู้แทนชุมชนจะเปิดรับสมัครครีเอทีฟโดยคัดเลือกจากไอเดียการแก้ไขปัญหา แล้วจึงประชุมหาวิธีแก้ปัญหาที่น่าจะเป็น ก่อนออกแบบโครงการ เทศกาล หรือกิจกรรมต่อไป

ภายใต้โบรชัวร์ที่สองแอดมินหลงใหลนั้นมีเรื่องของความร่วมมือร่วมใจของคนและชุมชนอยู่ในนั้น เหมือนตัวอย่างที่เราขอหยิบมาเล่าสั้นๆ ดังนี้

川内港から日帰りもできます KOSHIKI FISHERMANS FEST 2018
เทศกาลพบปะชาวประมงบนเกาะโคชิกิ จังหวัดคาโกชิมะ
ภาพ: www.facebook.com/koshikifes/

 

เทศกาลพบปะชาวประมงบนเกาะโคชิกิ จังหวัดคาโกชิมะ จากโบรชัวร์เราจะเห็นรูปคุณลุงชาวประมงกำลังเก็บปลาใส่ลัง ข้างๆ มีเด็กชายยื่นปลาสดในมือให้ เพราะอยากสื่อความกับพ่อแม่ยุคใหม่ว่า ผู้จัดงานและชาวประมงที่มีส่วนร่วมทุกคนอยากให้เด็กๆ มาร่วมงานนี้ เพราะนอกจากจะได้ใช้เวลาร่วมกันและกินอาหารทะเลสดๆ แล้วยังอยากให้ทุกคนซึมซับวิถีชีวิตและคุณค่าของท้องทะเล

 

ようま観光バスツアー
ทัวร์รถบัสสุดพิศวงที่เกาะซาโดะ จังหวัดนีกาตะ
ภาพ: youmakanko.com/

 

เทศกาลที่ชวนคนออกจากบ้านมาขึ้นรถบัสชมเมืองตอนกลางคืน ซึ่งเป็นหมู่บ้านในเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง โดยเล่าเรื่องราวพื้นบ้านผ่านสถาปัตยกรรมที่ประดับประดาด้วยไฟสวยงาม ซึ่งทุกที่นั่งถูกจับจองเต็มตั้งแต่เริ่มเปิดจำหน่าย

 

Kokeshi Festival Nationwide 2018
เทศกาลโคเคชิประจำปี 2018 ที่จังหวัดมิยางิ
ภาพ: kokeshimatsuri.com

 

ไม่ใช่แค่งานประจำปีของพิธีกรรมและความเชื่อเกี่ยวกับตุ๊กตาไม้ที่คนญี่ปุ่นใช้นวดหลังในออนเซน แต่บรรยากาศของผู้คน การแต่งกายเป็นตุ๊กตาโคเคชิยักษ์ หรือประดับประดาทั้งเมืองด้วยโคเคชิ แค่คิดภาพตามแอดมินสาวก็สนุกจนตั้งใจอยากไปร่วมงานสักครั้งหนึ่ง

 

いす-1GP 岡山水島大会
ศึกราชันแรลลี่ เก้าอี้ออฟฟิศ ฟิศ ฟิศ
ภาพ: isu1mizushima.strikingly.com/

 

กิจกรรมแข่งขันไถเก้าอี้ออฟฟิศประเภททีม 3 คน 2 สนาม สนามสั้นและสนามยาว จัดครั้งแรกในปี 2015 โดยกติกาทั้งหมดเหมือนการแข่งขันรถยนต์ นั่นคือหากเปลี่ยนล้อหรือตัวผู้ไถรถต้องทำใน Cockpit ที่จัดไว้ให้เท่านั้น ซึ่งผู้ชนะจะได้รับเก้าอี้ออฟฟิศตัวใหม่และข้าวสาร 1 กระสอบ

 

なつかしの学校給食
รำลึกความหลังกับอาหารกลางวันที่โรงเรียนเก่าแก่ในจังหวัดโอคายาม่า
ภาพ: kuse-espace.jp/senkyou/kyuushoku/

 

งานระลึกความหลังในอาคารเรียนหลังเดิมที่เก็บรักษาทุกอย่างในสภาพเดิม พื้นไม้กระดานมันลื่น เพลงโรงเรียนและมื้อกลางวันที่ฝันถึง และยังมีชุดนักเรียนครบเครื่องให้เช่ายืมระลึกความหลังด้วย

คิดเล่นๆ ว่าหากเราอยากให้มีงานดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นในบ้านเราบ้าง ควรต้องเริ่มจากใครหรือโจทย์ว่าอะไร เราถาม

“โดยทั่วไปของงานออกร้านที่คุ้นเคย เช่น งานลองกองประจำปี เป็นต้น เรามักจะเห็นว่างานเหล่านี้เกิดขึ้นหรือมีโต้โผคือคนจากทางการ เขต หรือนายกเทศมนตรี ขณะที่ญี่ปุ่นงานเหล่านี้เกิดขึ้นจากคนเล็กๆ ในชุมชนนั้นจริงๆ เป็นชาวสวน ชาวประมง” คำตอบของแจ๊คชวนให้เราคิดต่อ

ระหว่างพูดคุยสองแอดมินเราก็ได้แต่คิดตาม ว่าถ้ามีใครได้เห็นและนำไปคิดต่อยอด สร้างสรรค์ออกมาเป็นงานเทศกาลของเราเองได้ก็คงจะดีไม่น้อย

アイランダー2018 I-lander
เทศกาลชุมนุมชาวเกาะ
ภาพ:   www.i-lander.com/2018/index.html

 

ヨーグルトサミット
Yogurt Summit  ที่เมืองโคมิยามะ จังหวัดอิบารากิ
ภาพ:   www.city.omitama.lg.jp/omitama/index.html

 

แม้ว่าบริบทและความคิด เช่นคิดว่าคนไทยไม่นิยมชวนกันออกมาใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมนอกบ้านมากเท่าต่างชาติ จะเป็นเหตุผลใหญ่ของการจัดกิจกรรมรูปแบบเดิมๆ แต่เราต้องไม่ลืมว่าไม่ใช่อากาศร้อนหรอกที่ทำให้เราไม่ออกจากบ้าน เราแค่ขาดตัวอย่างที่ดีของงานที่สร้างสรรค์ในหลายๆ วาระ หรืองานที่เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากทางการ

บางทีคนตัวเล็กๆ อย่างเราก็เริ่มทำสิ่งนี้ได้ อย่างที่เห็นตัวอย่างจากหมู่บ้านเล็กๆ ห่างไกลในญี่ปุ่นทำให้เห็น ลงทุนลงแรงในส่วนที่ทำได้ เพื่อระดมทุนหรือสื่อสารคุณค่าที่มีให้คนท้องถิ่นร่วมกันภาคภูมิใจ หรือคนห่างไกลได้รับรู้และเรียกชวนให้มาสัมผัสบรรยากาศ เหมือนที่ตอนนี้สองแอดมินของ Japan Brochure กำลังทำอยู่

ภาพประกอบ: Jiranarong

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“ช่วงกักตัวโควิดมันไม่มีอะไรทำ ผมก็เลยทำเพจครับ”

“ส่วนผมหมอเจตชวนมาทำครับ (หัวเราะ)”

ประโยคแรกเป็นของ หมอเจต-นพ.เจตพัฒน์ ทวีโภคา ส่วนประโยคที่สองเป็นของ หมอบี-นพ.อุดมศักดิ์ ตั้งชัยสุริยา ที่พูดกันอย่างติดตลกเมื่อเราถามถึงจุดเริ่มต้นของ ‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน ครอบคลุมตั้งแต่เคล็ดลับสามัญประจำบ้านที่คนทั่วไปนำไปใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไปจนถึงความรู้ระดับเจาะลึก ซึ่งเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย
‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

นอกจากร่ายยาวให้ข้อมูลครบถ้วนประหนึ่งนั่งฟังแพทย์ในห้องตรวจ อีกจุดน่าสนใจอยู่ตรงภาพประกอบ ซึ่งหมอเจตลงมือวาดด้วยตัวเองทั้งหมด และหลังจากบทสนทนายามดึกระหว่างเรากับนายแพทย์หนุ่มทั้งสองจบลง ก็พบอีกประเด็นสำคัญที่อยากชวนทุกท่านอ่าน

ทั้งหมอบีและหมอเจตเห็นตรงและยืนยันหนักแน่นว่า จุดประสงค์ในการจัดสรรเวลามารังสรรค์คอนเทนต์ให้แฟนเพจติดตาม ก้าวข้ามการให้ความรู้หรือให้ใคร ๆ มานับหน้าถือตาว่าเป็นนายแพทย์ผู้เสียสละ แต่พวกเขาอยากให้สิ่งนี้มีส่วนให้คนตระหนักและกล้าเข้าใกล้ศาสตร์การแพทย์ฉุกเฉิน มีมุมมองที่ดีต่อแผนก ER รวมถึงฝันที่ยิ่งใหญ่ ว่าคอนเทนต์กู้ชีพมากมายที่พวกเขาตั้งใจเผยแพร่ออกไป อาจมีส่วนช่วยรักษาชีวิตคนใกล้ตัวเอาไว้ได้ 

ซักประวัติ

“ประเทศเรามีชุดความคิดที่ว่า ต้องเป็นคนรวยเท่านั้นถึงจะได้เรียนหมอ” 

หมอเจตเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการพาเราย้อนไปถึงอุดมการณ์ในวันที่ตัดสินใจเปิดเพจ เพราะชุดความคิดของสังคมที่มองว่าหากอยากอยู่ในแวดวงการแพทย์ คุณต้องมีต้นทุนที่ดี ครอบครัวต้องพร้อมสนับสนุน หรือแม้แต่เรียนจบแล้ว อยากเข้าร่วมประชุมวิชาการเพื่อยกระดับความรู้ให้ตัวเองสักครั้ง พวกเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายถูกสุดหลักพัน หรืออาจบานปลายไปถึงหลักหมื่น ซึ่งสำหรับหมอที่มีเงินเดือนหลักแสนอาจไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อลองนึกถึงพยาบาลหรือเหล่ากู้ภัย ซึ่งจำเป็นต้องเข้าถึงความรู้เหล่านี้ไม่แพ้กัน ก็ดูจะเหนือบ่ากว่าแรงใครหลายคนไม่อยู่ไม่น้อย

“มันถึงเวลาที่เราต้องคืนอะไรให้กับสังคมบ้าง” ซึ่งสิ่งนั้นปรากฏผลลัพธ์เป็นเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ รวบรวมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ทั้งหมอเจตและหมอบีสั่งสมมา เพื่อให้ ‘ทุกคน’ ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานการแพทย์หรือบุคคลทั่วไปที่อาจต้องเผชิญเหตุไม่คาดฝัน เข้ามาเก็บเกี่ยวและนำไปปรับใช้ได้โดยไม่เสียสตางค์สักบาท 

นอกจากนี้ แนวทางในการตั้งชื่อเพจของพวกเขาก็น่าสนใจไม่แพ้อุดมการณ์ข้างต้น เพราะทั้งสองตั้งใจตั้งให้สั้น กระชับ ชัดเจน จนออกมาเป็น ‘ห้องฉุกเฉิน + ต้องรู้’ เพื่อกลับไปตอบโจทย์เดิมอีกว่า ทุกคนควรรู้สิ่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

พบแพทย์

ข้อมูล ณ วันที่ 26 มกราคม 2566 ห้องฉุกเฉินต้องรู้มีผู้ติดตาม 168,883 คน แต่ละโพสต์มีแฟนเพจมาแสดงความคิดเห็น ถกเถียง และรีเควสขอความรู้เรื่องอาการใหม่ ๆ แบบเรียกได้ว่าคึกคักไม่แพ้เพจให้ความบันเทิง ซึ่งผู้คนที่กดติดตามมีหลากหลาย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์แทบทุกสาขาและคนทั่วไปหลายช่วงวัย 

หมอเจตเล่าว่าในช่วงเริ่มต้น พวกเขาไม่ได้วางกลุ่มเป้าหมายหลักไว้ให้เป็นเช่นนี้ แต่ตั้งใจให้นักศึกษาแพทย์ พยาบาล กู้ภัย และผู้คนในสายงานที่เกี่ยวกับความเป็นความตาย มาติดตามไว้เพิ่มพูนความรู้ในการทำงาน เนื้อหาและภาษาในช่วงแรก ๆ จึงหนักหน่วงและเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะที่คนในวงการเข้าใจร่วมกัน 

สำลักควันไฟ หมดสติ อย่าเชื่อเครื่องวัดออกซิเจน ระวังพิษก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ . ไฟไหม้โรงงาน คนไข้สำลักควันหมดสติ…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Wednesday, 10 August 2022

เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยเข้าปีที่ 3 กลับกลายเป็นว่ามีคนทั่วไปให้ความสนใจมากขึ้น ประกอบกับได้หมอบีผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้สำหรับประชาชนเข้ามาร่วมแรงร่วมใจ เนื้อหาและภาษาในเพจจึงปรับให้เป็นเคสที่เข้าถึงคนทั่วไปมากขึ้น และมีการหยิบยกโรคภัยไข้เจ็บที่สังคมกำลังสนใจ บ้างก็เป็นเคสที่มีคนขอให้ช่วยอธิบายซ้ำอีกครั้ง คล้าย ๆ กับการส่งบ้าน

แล้วมีจุดไหนที่ทำให้รู้สึกว่าการทำเพจนี้ประสบความสำเร็จแล้ว – เราถาม

“มีคนส่งข้อความมาว่า เขาเป็นคุณแม่ วันหนึ่งลูกเขาเกิดอาการชัก แล้วเขาเคยติดตามในเพจ เขาเลยปฐมพยาบาลให้ลูกก่อนนำส่งโรงพยาบาล แล้วลูกก็รอดชีวิต นั่นคือหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเราคิดว่า ประสบความสำเร็จในการทำเพจแล้วครับ”

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

ณ นาทีแห่งความเป็นความตายของแม่ลูกคู่นั้นคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตกใจ แต่โพสต์โพสต์หนึ่งจากเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้กลับผุดขึ้นมา และพาให้เธอนำวิธีที่นำเสนอในเพจไปกู้ชีพ จนรักษาลูกชายเอาไว้ได้…

นอกจากเนื้อหาสดใหม่อิงกระแสกับโรคภัยไข้เจ็บที่สังคมกำลังสนใจ ภาพวาดประกอบสื่อความชัดเจน ภาษาในการนำเสนอที่อ่านง่าย เข้าถึงได้ทุกคน อีกสิ่งที่นายแพทย์ทั้งสองให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ความถูกต้องของข้อมูล นั่นก็เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นแค่ครีเอเตอร์ แต่ยังเป็นบุคลากรทางการแพทย์ผู้ตั้งใจส่งต่อองค์ความรู้ที่มีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น ทุกข้อมูลที่เขาสื่อสารออกไปจึงต้องแม่นยำ ห้ามผิดพลาด 

“เพจที่เราทำเกี่ยวกับความเป็นความตาย ไม่ใช่ดูเพื่อความบันเทิง เพจนี้แหละจะป้องกันคุณในยามที่คุณเดือดร้อน” หมอเจตย้ำ

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย
‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

X-RAY

มาถึงหลายคนที่สงสัย หมอดูเป็นอาชีพที่ตารางงานรัดตัว แล้วหมอเจตกับหมอบีเอาเวลาไหนมาจัดสรรลงคอนเทนต์ได้ทุกวัน คุณหมอทั้งสองปรึกษากันสักครู่ แล้วให้คำตอบว่า “คำแรกคือแพสชัน คำที่สองคือการบริหารเวลา”

แพสชันที่ว่า มาจากอุดมการณ์ที่ไม่อยากให้ความรู้ถูกจำกัดด้วยทุนนิยม

และอีกคำหนึ่งคือ การบริหารเวลา หมอเจตบอกเราว่า คือสิ่งที่หมอฉุกเฉินเชี่ยวชาญเป็นอันดับต้น ๆ เพราะหากทำงานล่าช้าหรือจัดลำดับความสำคัญผิดพลาดเพียงนิด นั่นหมายถึงชีวิตของคนไข้ 

ทั้งสองแบ่งหน้าที่ในการดูแลเพจร่วมกัน โดยหมอบีดูแลเรื่องเนื้อหา ตั้งแต่คัดเลือก ค้นคว้าข้อมูล หาตัวอย่างประกอบ หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เพื่อรีเช็กข้อมูลและชวนมาพูดคุยให้ได้องค์ความรู้ที่กว้างขวางขึ้น รวมถึงหมอบียังทำหน้าที่แอดมิน ตอบกลับความคิดเห็นและข้อความจากบรรดาแฟนเพจอีกด้วย 

เย็บปากยังไงไม่ให้เบี้ยว…หาขอบปากให้เจอครับ ตรงนั้นเรียกว่า “เวอ-มิ-เลี่ยน”…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Monday, 22 August 2022

ส่วนหมอเจต นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ เขาตั้งใจวาดภาพประกอบโพสต์ทั้งหมดให้เป็นศิลปะแบบ Pop Art โดยยังคงเก็บรายละเอียดที่เทียบเคียงกับหลักกายวิภาคศาสตร์เอาไว้ถ้วน แต่ก็ลดทอนความรุนแรงของบาดแผลหรือความเหวอะหวะให้อยู่ในระดับที่คนทั่วไปรับชมได้โดยไม่ต้องปิดตาหนี 

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

“วิธีการคือ เราจะคุยกันตลอดว่าตอนนี้มีเรื่องอะไรน่าสนใจ มีข่าวแบบนี้ คนน่าจะอยากรู้ข้อมูลการปฐมพยาบาลเคสนี้ หรือบางทีก็เริ่มจากหมอเจตส่งรูปที่วาดมาก่อน แล้วผมก็โอเค เข้าใจแล้วว่าเขาอยากสื่ออะไร มีเรื่องไหนที่ต้องเขียนชี้แจง ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องชวนใครมาคุยด้วยกัน จากนั้นก็ลุยเลย เพราะทั้งหมดเราทำอยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน นั่นคือศาสตร์การแพทย์ฉุกเฉิน” หมอบี หมอสายวิชาการเล่าวิธีทำงานกับหมอสายติสต์อย่างหมอเจตให้ฟัง 

นอกจากทำหน้าที่แบ่งปันความรู้แบบอัดแน่นที่ย่อยให้เข้าถึงง่ายแล้ว ห้องฉุกเฉินต้องรู้ ยังเคยทำหน้าที่เป็นห้องฉุกเฉินยามจำเป็นให้กับผู้ป่วยและทีมกู้ภัยมาแล้ว คุณหมอทั้งสองยกตัวอย่างเหตุการณ์ให้เราฟังว่า มีคนส่งคลิปเข้ามาให้พวกเขาช่วยประเมินอาการเบื้องต้น ทั้งคนในบ้านหายใจผิดปกติ มีอาการชัก เพราะไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร ต้องไปโรงพยาบาลไหม หรือควรแจ้งหน่วยงานไหนต่อ หรือข้อความจากพนักงานกู้ภัย ที่ส่งเข้ามาถามว่า สิ่งที่พวกเขาปฐมพยาบาลให้ผู้ป่วยไปถูกต้องหรือเปล่า

คำถามจากแฟนเพจข้างต้น สะท้อนความเป็นจริงในสังคม 2 ประการ

หนึ่ง ความรู้เบื้องต้นในการปฐมพยาบาลยังคงห่างไกลจากความรู้ความเข้าใจของคนในสังคม พวกเรายังขาดแหล่งเข้าถึงข้อมูลอันเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นความตาย ทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง 

สอง โชคดีที่ห้องฉุกเฉินต้องรู้ มีอยู่เพื่อพยายามขจัดปัญหานั้น

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

วินิจฉัย 

ถึงแม้ว่าตอนนี้แพทย์ฉุกเฉินจะเป็นสาขาที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ มากขึ้น องค์ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลได้รับการเผยแพร่มากขึ้น แต่จากมุมมองของหมอเจตและหมอบีผู้คลุกคลีอยู่ในวงการ พวกเขาบอกว่า คนทั่วไปยังเข้าใจและก้าวข้ามสถานการณ์ฉุกเฉินได้ไม่มากเท่าที่ควร 

ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองคนจึงตั้งใจใช้เพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ เป็นประตูไปสู่ประชาชน เช่นเดียวกับที่แพทย์บางคนขึ้นเขาลงห้วย ขับรถขึ้นดอยด้วยงบของตัวเองไปสอนชาวบ้านเรื่องการปฐมพยาบาล สอนทำ CPR แก้อาการอาหารติดคอ ชัก แมลงสัตว์กัดต่อย ปั๊มหัวใจ ไฟฟ้าดูด จมน้ำ ฯลฯ 

“เพื่อนผมบอกว่า เพจของเราทำให้หมอฉุกเฉินมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้น อย่างตอนเหตุโศกนาฏกรรมที่อิแทวอน ประเทศเกาหลีใต้ ถ้าเป็นในสมัยก่อน หลังเกิดเหตุการณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะออกมาให้ข้อมูล แต่ข้อมูลนั้นก็อาจจะออกแนววิเคราะห์เจาะลึก เป็นแนววิชาการหนัก ๆ เข้าถึงยาก แต่ตอนนี้เพจเราเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ออกมาพูดเรื่องนี้ได้ทันทีในฐานะหมอฉุกเฉินคนหนึ่ง รวมไปถึงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ เราสามารถย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่ายขึ้น คนที่ติดตามนำไปใช้ได้จริงมากขึ้น 

ในคลิป #อิแทวอน…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Sunday, 30 October 2022

“เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมเคยไปออกหน่วยสอนคนไข้เรื่องการปั๊มหัวใจ คนไข้บอก ป้าไม่ปั๊มได้ไหม ป้าทำไม่เป็นหรอก แต่หลังจากเหตุการณ์ที่อิแทวอน ซึ่งเราออกมาเล่าวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไว้อย่างละเอียด ก็รู้สึกว่าคนตระหนักและให้ความสนใจกับสิ่งนี้มากขึ้น มีถามเข้ามาว่าให้ปั๊มมือเดียวหรือ 2 มือดี ต้องเป่าปากไหม ถ้าเป่าปากแล้วจะเป็นโควิดไหม คำถามเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนมีความตระหนักระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจมาก ๆ” หมอเจตกล่าว

ใบรับรองแพทย์

เวลาล่วงเลยจบพลบค่ำ ก่อนจากกัน เราถามถึงเป้าหมายไกล ๆ ที่นายแพทย์ทั้งสองใฝ่ฝันจะไปให้ถึง หมอเจตจึงยกคำพูดของ แอนดี วอร์ฮอล ขึ้นว่า “Art is anything that you can take away with” หรือ ศิลปะคือสิ่งที่คุณสามารถเอาไปด้วยได้ – คุยกันเรื่องวิทย์อยู่ดี ๆ ไหงยกคำคมของศิลปินคนดังขึ้นมาซะได้ 

“ทุกอย่างคือศิลปะที่คุณถือเอาไปได้ครับ ทั้งภาพของเรา เนื้อหาในเพจเรา หรือทุก ๆ ข้อมูลที่เราตั้งใจถ่ายทอดเอาไว้ ไม่ว่าอะไรจากศิลปะ คุณพกพามันใส่สมองเอาไว้ได้ แล้วจะหยิบมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน นั่นคือความตั้งใจของผม

“คุณอยากรู้ว่าเส้นเลือดในสมองแตกไหม คุณดูภาพศิลปะของผม ถ้าวันหนึ่งที่คุณปากเบี้ยว คุณจะนึกถึงศิลปะของผมที่คุณเอาไปด้วยผ่านการจดจำ” หมอหัวใจศิลป์กล่าว 

และสำหรับหมอบี ความคาดหวังของเขาไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ติดตามที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง หากแต่เป็นการคงมาตรฐานในทุก ๆ คอนเทนต์ที่นำเสนอ ทั้งในด้านความถูกต้อง ครบถ้วน แม่นยำ เป็นประโยชน์ และเขายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เนื้อหาเหล่านั้นจะช่วยชีวิตของใครสักคนได้ในที่สุด

ที่สำคัญ ทั้งสองยังยืนยันหนักแน่นว่า พวกเขาเชื่อมั่นว่าการเข้าถึงความรู้ไม่จำเป็นต้องเสียเงิน และเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ของเขาจะยังคงยึดอุดมการณ์นี้ จนกว่าจะถึงวันที่แม้แต่เด็กอนุบาลก็ทำ CPR เป็น

Facebook : ห้องฉุกเฉินต้องรู้

YouTube : ห้องฉุกเฉิน ต้องรู้

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

ธนาธิป อดิเรกเกียรติ

ธนาธิป อดิเรกเกียรติ

ช่างภาพรักความสงบ กำลังพยายามค้นหาความสุขให้กับตัวเอง ผู้หลงใหลระหว่างบรรทัดของบทกวี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load