เรากดแชร์รีวิวตลาดผ้านิปโปริที่โตเกียวตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นโพสต์นี้ผ่านหน้าไทม์ไลน์

แล้วก็อดไม่ได้ที่จะกดเข้าไปส่องต้นตอของโพสต์ดังกล่าวจนมาพบว่า เพจรีวิวผ้าสวยงามที่เราเข้าใจในครั้งแรกมีชื่อว่า ‘ทำ-มา-หา-กิน’ และมากกว่าการแนะนำแหล่งซื้อผ้าสวยๆ ‘ทำ-มา-หา-กิน’ ยังสามารถพาเราไปเดินดูดอกไม้ที่ปากคลองตลาด เลือกเคสโทรศัพท์ที่สนามเสือป่า หรือแม้แต่ชวนเราไปเวิร์กช็อป Silk Screen ก็ทำมาแล้ว

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

เรามีนัดกับ แพรว-พรรณระพี พุกกะเจียม หญิงสาววัย 24 ปี เจ้าของเพจและเจ้าของธุรกิจโรงงานสกรีนเสื้อเล็กๆ ที่ทำอย่างจริงจังแห่งหนึ่งในย่านฝั่งธน

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

ใช่! แพรวอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น แต่ก่อนหน้านั้นเธอยังคลุกคลีกับการขายของออนไลน์และอุตสาหกรรมงานฝีมือต่างๆ มาตั้งแต่ชั้นมัธยม จนถึงวันนั้นที่ความรักในงาน Textile ทำให้เธอตัดสินใจหันมาทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมผ้าอย่างจริงจัง

การพาตัวเองเข้าไปคลุกคลีในอุตสาหกรรมนี้อย่างใกล้ชิดมายาวนาน ทำให้แพรวที่เรียกตัวเองว่า ‘แม่ค้า’ มาเกือบครึ่งชีวิต มีโอกาสเห็นเบื้องลึกเบื้องหลังของวงการที่น้อยคนนักจะเข้าใจ และคงน่าเศร้า ถ้าหากเรื่องเหล่านั้นจะไม่สามารถส่งต่อให้ไกลออกไปจนสร้างความเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้ นี่เองคือเหตุผลที่ทำให้แม่ค้าอย่างแพรวตัดสินใจสร้างเพจ ‘ทำ-มา-หา-กิน’ ขึ้นมาด้วยความตั้งใจอันแรงกล้าของเธอ

คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ

ในฐานะคนที่หลงใหลการค้าการขายถึงขั้นลงทุนซื้อเครื่องสกรีนมาเพื่อทำเคสโทรศัพท์ขายและเป็นแม่ค้าตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยม จนถึงวันที่เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาดูแลโรงงานสกรีนเสื้อของตัวเองอย่างเต็มตัว รวมทั้งได้รับโอกาสให้ทำงานละเอียด หรืองานยากๆ ที่โรงงานอื่นไม่รับทำอยู่เสมอ จากตัวอย่างงานตรงหน้า คงไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามถึงความเข้าอกเข้าใจวงการอุตสาหกรรมผ้าของเธอว่า มีมากมายขนาดไหน

“เราแค่อยากให้รู้ว่า มีคนทำงานแบบนี้อยู่ เพราะฉะนั้น ตอนไปซื้อของจะได้รู้ว่า บางทีก็อย่าไปต่อเขาเลย หรือก่อนที่จะซื้อเสื้อสักตัวก็ลองคิดดูว่ามันคุ้มมั้ย อย่างน้อยเราก็อยากให้รู้ว่า งานปักพวกนี้มาจากฝีมือเด็ก มีแรงงานอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่ซื้อไปแล้วสุดท้ายเสื้อก็ถูกส่งกลับมาที่บังกลาเทศ กัมพูชาหรือลาว ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตแล้วบอกว่าเป็นเสื้อบริจาค เพราะมีหลายครั้งที่คนออกมาพูดถึงเรื่อง Fast Fashion กับ Slow Fashion แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย”

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

สิ่งสำคัญหากวันหนึ่งผู้บริโภคอย่างเราๆ อยากจะผันตัวไปเป็นผู้ผลิตเสื้อบ้าง แพรวยังเสริมว่า การศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากๆ ในระบบอุตสาหกรรม เพราะทุกวันนี้เธอได้พบกับแม่ค้าวัยใสที่อายุน้อยลงทุกที

“เรายินดีกับความสำเร็จตอนอายุยังน้อยนะ เพราะเราก็ขายของตั้งแต่ยังเด็กเหมือนกัน แต่ว่าเด็กมักจะไม่เข้าใจกลไกราคาจึงตั้งราคาต่ำมาก บางทีก็อยากขายขำๆ เอากำไรแค่ 5 บาท เจ๊งก็เลิก จนทำให้ในอินสตาแกรมตอนนี้มีแบรนด์หลายแบรนด์ที่เปิดมาขายแค่ล็อตเดียวแล้วต้องเลิก เพราะสู้ราคาเด็กเหล่านี้ไม่ไหว” แพรวเล่าให้เราฟังว่า นอกจากสิ่งที่เธอเจอตามร้านค้าออนไลน์อยู่ทุกวันแล้ว เธอเองก็ยังเจอเรื่องเหล่านี้กับตัว เมื่อบางครั้งก็มีเด็กๆ ที่นึกสนุกอยากจะขายเสื้อผ้า จึงมาสั่งทำแต่เกิดล้มเลิกความตั้งใจเสียก่อน ในที่สุดก็ไม่มารับของจนต้องทิ้งไว้ที่โรงงานอย่างนั้น

ยิ่งไปกว่านั้นแพรวยังย้ำกับเราตลอดว่า การเปิดเผยความจริงเรื่องคุณภาพสินค้าก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่น้อยคนนักจะกล้าทำ “เราไม่ได้ว่าคนที่ไม่มีกำลังซื้อนะ แต่จะดีกว่าไหมถ้าผู้ประกอบการผลิตใส่ใจคุณภาพมากขึ้น แม้จะเป็นของราคาถูกแต่ควรมีคุณภาพโอเคในระดับหนึ่ง ผู้บริโภคควรมีสิทธิ์รู้นะ ว่าเสื้อที่ไปใส่สัก 3 – 4 ครั้ง มันจะเริ่มย้วย คนจะชอบคิดว่าก็ใส่ๆ ไปเหอะ 3 วันแล้วค่อยทิ้งก็ได้ แต่มันไม่ใช่”

ช่างตัดเสื้อ ช่างสกรีน ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

“หลายคนจะติดภาพการทำงานในวงการแฟชั่นว่า ต้องฉายภาพลักษณ์สวยหรูเสมอ แต่มันไม่ใช่เลยนะ นี่คืออุตสาหกรรม นี่คือการทำมาหากิน เพราะเราก็ต้องการเงินเหมือนกัน” แพรวเล่าต่อถึงที่มาที่ไปของชื่อ ทำ-มา-หา-กิน ให้เราฟัง เพราะเธอมองว่านอกจากเสื้อผ้าสวยๆ บนราวแขวนตามห้างร้านต่างๆ แล้ว ลึกลงไป งานแฟชั่นแต่ละชิ้น ล้วนต้องอาศัยทั้งฝีมือและพลังของคนอีกนับสิบชีวิตในการช่วยสร้างสรรค์ผลงานให้เกิดขึ้นจริง แต่หลายๆ ครั้ง พวกเขากลับถูกมองข้ามและละเลยไปยังปลายทางซึ่งก็คือเสื้อผ้าสวยงามที่ถูกพับเรียบร้อยอยู่ในถุง

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

ในฐานะเด็กคนหนึ่งที่เติบโตในฝั่งธน ย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องวัสดุอุปกรณ์และการตัดเย็บทุกรูปแบบทำให้แพรวคลุกคลีกับภาพของแรงงานฝีมือเหล่านี้เป็นอย่างดี แถมโรงงานของเธอในตอนนี้ ที่เราได้โอกาสเดินวนอยู่หลายรอบก็ยังอยู่ในย่านที่บ้านหลังเล็กหลังน้อยยังคงติดป้ายประกาศรับงานตัดเย็บและขายสินค้ายกโหลสำหรับการทำงานแฟชั่นอยู่เต็มไปหมด

เธอเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจไปกับเธอ

“ข้างบ้านแพรวเป็นชุมชนแออัดเล็กๆ ที่เย็บผ้าส่งไปหลายที่แต่รายได้ต่ำมาก เย็บเสื้อตัวหนึ่งได้เงินแค่ 3 บาท แล้ววันหนึ่งเกิดไฟไหม้บ้านทั้ง 70 หลังตรงนั้น ไฟลามไปเร็วจนไม่เหลืออะไรเลย เราเห็นคนที่เสียใจและคนที่ต้องขนจักรซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตเขาออกมา”

จากเหตุการณ์ในวันนั้นบวกกับเรื่องต่างๆ ที่เธอพบเจอทั้งในฐานะคนในชุมชนและแม่ค้ามาตลอดหลายปี แพรวคิดอยากจะนำเสนอเบื้องลึกเบื้องหลังของวงการผ้าซึ่งก็คือ ชุมชนรอบบ้านและโรงงานของเธอ ที่มีมากกว่าภาพลักษณ์กับดีไซน์สวยหรู เพราะกว่าจะออกมาเป็นภาพสวยงามแบบที่เราเห็นกันตามท้องตลาด ความสำเร็จของแบรนด์เสื้อผ้าไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กขนาดไหนต่างต้องแลกมาด้วยแรงกายและแรงใจของพนักงานตัวเล็กๆ มากมาย ตั้งแต่คนปลูกฝ้าย คนออกแบบคัตติ้ง คนเย็บผ้า และอีกสารพัดชีวิตที่เราคงไม่สามารถไล่นับให้ครบได้ง่ายๆ เรื่องน่าเศร้าก็คือพวกเขาเหล่านั้นล้วนมีคุณภาพชีวิตที่ต่างกันลิบลับจากภาพของงานเสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่เราได้เห็น

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเริ่มทำคอนเทนต์แนะนำสถานที่ลึกแต่ไม่ลับสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเริ่มต้นการทำธุรกิจเกี่ยวกับงานผ้าด้วยตัวเอง อยากซื้อผ้าต้องไปที่ไหน อยากซื้ออุปกรณ์ต้องทำยังไง วัดสน สำเพ็ง หรือเจริญรัถ ‘ทำ-มา-หา-กิน’ บอกเราได้ทุกอย่าง “ในวงการแฟชั่นจริงๆ ไม่มีใครมาบอกเราหรอก เพราะเรื่องแบบนี้เขาไม่พูดกัน แต่เรากลับรู้สึกว่า จะกลัวไปทำไมในเมื่อความจริงเราควรจะแข่งกันที่แพทเทิร์นหรือดีไซน์มากกว่าลายผ้า นั่นเป็นเหตุผลที่เราอยากจะแนะนำร้านเหล่านี้ให้คนได้รู้ เพราะเขาก็ต้องขายของ เขาต้องการรายได้เหมือนกัน”

พา-มา-หา-ผ้า

ถ้าติดตามอ่านคอนเทนต์ของแพรวไปเรื่อยๆ สักวันเราก็คงทำมาหากินกับธุรกิจแฟชั่นได้ไม่ยากนัก

แต่ก่อนที่จะไปไกลขนาดนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาไม่แพ้คอนเทนต์ที่แพรวสรรหามาเล่าให้เราฟังและรับรองได้เลยว่าคงไม่ได้เจอที่ไหนอีกแล้ว (เพราะไม่มีใครกล้าเล่า) ก็คงหนีไม่พ้นกราฟิกสวยๆ ฝีมือของ ดาส-อติรุจ ผาอ่อน ดีไซเนอร์คนเดียวของเพจที่เป็นทั้งเพื่อนและผู้ร่วมก่อตั้งเพจขึ้นมาพร้อมกับแพรว

“เดิมทีดาสเขาตักไอติมขายทั่วไป งงใช่มั้ย” ใช่ เรางง

“ดาสเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็ออกไป แต่ตอนนี้ดาสทำกราฟิกได้เลิศหรูอลังการประหนึ่งคนจบปริญญาตรี ซึ่งเรารู้สึกว่า คนแบบนี้มันเจ๋ง ถึงนี่จะเป็นเรื่องปกติมากๆ แต่เรามองว่ามันเป็นอะไรที่จริง เราเชื่อในคนที่เมื่อถึงจุดที่แย่ที่สุดแล้วเขาสู้ชีวิตขึ้นมา เพราะซอยที่เราอยู่ก็มีคนแบบนี้เยอะมาก” แพรวเสริมว่านี่คือจุดเด่นที่ทำให้เพจสามารถเล่าเรื่องได้สมจริงและเป็นอิสระมากๆ เพราะเธอไม่มีกรอบในการทำงานพร้อมทั้งยังเปิดกว้างให้กับไอเดียของเพื่อนร่วมงานเสมอ

นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา เพจ ‘ทำ-มา-หา-กิน’ สามารถเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านเนื้อหาเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับเสื้อผ้า แนะนำร้านผ้าที่เราอาจไม่เคยรู้ว่า มีอยู่ในพาหุรัด หรือพาเราบินไปไกลถึงร้านขายผ้าที่ประเทศจีน ซึ่งเธอคิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่อยากจะทำงานด้านแฟชั่นหรืออย่างน้อยก็สำหรับคนที่ผ่านไปผ่านมาแล้วกดแชร์โพสต์เล่าประสบการณ์ของตัวเองบนหน้าไทม์ไลน์

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

เพราะแพรวเชื่อว่างานอุตสาหกรรมคือ งานฝีมือดีๆ ที่จะสามารถเชื่อมโยงผู้คนที่มีแนวคิดเหมือนเธอเข้าไว้ด้วยกันจากคอนเทนต์รูปภาพธรรมดาๆ เราจึงเริ่มมีโอกาสได้เห็นงานวิดีโอสัมภาษณ์ดีไซเนอร์ หรือผลงานครีเอทีฟที่แพรวลงมือไปสัมภาษณ์ด้วยตัวเองอีกหลายชิ้น เพื่อนำไปสู่งานเวิร์กช็อปน่าสนใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ ลากยาวไปถึงงานปลายปีที่เธอบอกว่า มันคือบทสรุปของการทำเพจ ‘ทำ-มา-หา-กิน’ มาตลอด 1 ปี

“ปลายปีเราจะจัดงานเพื่อโชว์ว่า งานแฟชั่นหนึ่งชิ้นต้องมีอะไรบ้าง เริ่มตั้งแต่การปลูกคอตตอนเลย ที่ไทยปลูกฝ้ายที่ไหนบ้าง แล้วถ้าไม่ใช่ที่ไทยเราใช้ของที่ไหน ใช้เคมีอะไร คอตตอนของจริงกับปลอมต่างกันยังไง มีผลยังไงเวลาเอาไปใช้บ้าง ไปดูการสเกตช์ภาพ การทอผ้า ดูการคิดงาน เหมือนเป็นนิทรรศการให้คนมาดูขั้นตอนในการทำอุตสาหกรรม

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

“จริงๆ แล้ว งานแต่ละแบบมีมาตราฐานราคาของตัวเอง คนเย็บ คนพ้ง คนขึ้นจีบ ราคาเขาต่างกันนะ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าพวกเขาเหล่านั้นโดนรับเหมาให้ทำทุกอย่าง พอให้ราคาถูกก็ยังไปขอกดราคาลงอีก เพราะคิดแต่จะแข่งขันกัน ดังนั้น เราจะโชว์สิ่งเหล่านี้ให้เห็นเลย คนจะได้รู้ว่าพื้นที่ไหนมีคนเชี่ยวชาญด้านการทำอะไร เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้ชุมชน”

ไม่เพียงแค่คนธรรมดาที่อาจจะแวะเวียนมาเยี่ยมชมงาน แต่แพรวคาดหวังไปถึงผู้ประกอบการและดีไซน์เนอร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับวงการแฟชั่นโดยตรง ที่แพรวย้ำกับเราหลายครั้งว่า พวกเขาเหล่านี้ต่างหากล่ะที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักและจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการช่วยผลักดันวงการแฟชั่นให้เกิดความเกื้อกูลกันมากขึ้นไปในอนาคต เธอบอกกับเราว่า เพียงแค่ตระหนักคิดให้ดีก่อนผลิตสินค้าสักชิ้นออกมา ว่ สิ่งเหล่านั้นจะคุ้มค่าทั้งต่อตัวผู้ผลิตและผู้บริโภคไหม และมองย้อนกลับไปถึงต้นตอว่ามีแรงงานใดที่กำลังเดือดร้อนกับค่าแรงที่โดนกดต่ำลงเรื่อยๆ บ้างหรือเปล่าเท่านั้นก็มากพอแล้ว

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

เพราะรักจึงเข้าใจ

“ความสนุกของเราคือการได้บอกหลายๆ แบรนด์ที่เวียนเข้ามาทำงานกับเราว่า เห้ย แก เข้าใจด้วย” แพรวพูดติดตลกกับเราในตอนที่เราถามว่า เธอได้อะไรจากการทำเพจนี้ เพราะงานประจำก็มี เงินก็ไม่ได้ แถมยังต้องลงแรงไปสัมภาษณ์และทำเองหมดทุกอย่าง ซึ่งพอเราถามเธออีกรอบว่า แล้วสิ่งที่เธอทำเหนื่อยขนาดไหนกัน เธอตอบเราได้ทันทีว่าเหนื่อยมาก แต่แพรวก็อยากจะให้เรื่องเหล่านี้ไปได้ไกลที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ เพื่อให้คนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจว่า ยังมีชีวิตอีกหลายพันชีวิตที่เหนื่อยยิ่งกว่า

แต่ถึงจะเหนื่อยขนาดไหน แพรวบอกกับเราว่าสิ่งที่เธอได้กลับมาก็คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม เพราะจากความแม่นยำเรื่องผ้าที่แพรวมีเป็นทุนเดิมแล้ว ทุกวันนี้เธอยิ่งมีโอกาสเปิดโลกให้กว้างออกไปอีก หรือบางครั้งการออกไปเจอผู้คนในวงการอุตสาหกรรม ก็ทำให้เธอได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องดีๆ กับคนที่มีแนวคิดใกล้เคียงกัน มากไปกว่านั้นแพรวยังพูดกับเราด้วยความภูมิใจว่า

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

“เราได้พัฒนาคนในพื้นที่ด้วย เพราะเราคิดว่าคนทำงานฝีมือกับคนใช้แรงงานไม่ได้ต่างจากคนปั้นเซรามิกหรือทอผ้านี่หน่า ดังนั้น เขาจะจบปริญญาตรีไม่ได้เหรอ เพราะว่าถ้าเขาจบปริญญามา เขาจะเก่งขนาดไหนกันนะ ซึ่งพนักงานของเราได้มีโอกาสเห็นงานจากหลายๆ คน ทั้งผ่านการไปพูดคุยตอนทำเพจ หรือคุยกับซัพพลายเออร์อื่นๆ ถ้าวันหนึ่งเขาอยากจะไปทำอะไร เราก็แฮปปี้กับเขาหมดเลย” แพรวยิ้ม

คงไม่ต้องถามถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม เพราะทั้งหมดนั้นก็คงจะวัดได้จากยอดไลก์เกือบ 20,000 ที่เป็นเครื่องการันตีถึงผลตอบรับตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา แต่มากไปกว่านั้น เราสัมผัสได้ถึงความสนุกสนานและความตั้งใจอันแรงกล้าที่เริ่มต้นจากความใส่ใจในสายอาชีพของแพรวที่อยากจะเห็นอุตสาหกรรมเสื้อผ้าไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่

จนเราเองยังรู้สึกว่า บางทีในฐานะผู้บริโภค การคิดดีๆ อีกสักครั้งก่อนจะหยิบเสื้อออกจากราวไปจ่ายเงินก็เป็นเรื่องที่น่าลองทำอยู่เหมือนกัน

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

Writer

เอม มฤคทัต

นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ที่อยากจะลองทำงานเขียน หลงรักทุกอย่างที่เป็นสีพีชและภาพยนตร์จิบลิ มีความสามารถพิเศษในการกินข้าววันละ 5 มื้อ

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

3 มิถุนายน 2564
37 K

ว่ากันว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ยิ่งจำนวนขวบปีมากขึ้นเท่าไหร่ ตัวเรากลับยิ่งหลงลืมสุนทรีย์ในวัยหนุ่มสาวมากขึ้นเท่านั้น เมื่อข้ามผ่านวัย 70 แม่แต๋ว-อัจฉรา นรินทรกุล ณ อยุธยา เธอเคยเป็นเบอร์หนึ่งด้านแฟชั่นและเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ สวมเสื้อผ้าหลากสีไม่เคยซ้ำ อายุไม่เคยมีผลต่อความมั่นใจด้านการแต่งตัว จนกระทั่งแม่แต๋วถูกโรคอัลไซเมอร์พรากหัวใจที่ยังสาว เธอพรางกายด้วยเสื้อผ้าสีหม่นทึบ จำนนต่อความทรงจำสีซีดจางตามอาการของโรค

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

แต่ด้วยความแน่วแน่ของลูกชายอย่าง นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพฝีมือดีที่คุณเคยคุ้นตาผลงานของเขาจาก The Cloud นินทร์เชื่อว่า ‘แก่แล้วต้องไม่หง่อม‘ อินสตาแกรม 70YoungTeaw จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่เก็บความทรงจำของคุณแม่แต๋วที่แต่งตัวสุดแจ๋ว ไม่ว่าจะเดินห้าง เที่ยวคาเฟ่ ช้อปปิ้งซูเปอร์มาร์เก็ต แม้แต่กินข้าวราดแกงหน้าปากซอย ชุดแม่แต๋วต้องจัดเต็มทุกครั้งไม่มีพลาด ยกให้ตีคู่กับแม่ชมเป็น ‘แม่แต๋ว is Material Girl’

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

“อายุเจ็ดสิบของแม่มันต้องสนุก ต้องดีด้วยความเป็นแฟชั่น แฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

เบื้องหลังแฟชั่นสวยงามบนหน้าอินสตาแกรม มีสมองที่กำลังจะลืมเลือนเป็นบททดสอบ 

นินทร์และแม่แต๋วเอาชนะด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ และตลอดระยะเวลา 2 ปีของการกลับมาอยู่ด้วยกันของคนต่างวัยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นินทร์ต้องจัดบ้านพร้อมกับจัดการความรู้สึกไปพร้อมๆ กัน หากแต่ลองมองอีกมุมหนึ่ง

“ป่วยก็ขำได้”

ไม่ยอมแพ้ต่อสมองขี้ลืม

“ตอนนั้นเราต้องไปถ่ายงานที่จังหวัดภูเก็ต เราบอกแม่ว่า ในตั๋วบินตอนแปดโมง ต้องถึงสนามบินเจ็ดโมง กลายเป็นว่าแปดโมงเพิ่งถึงสนามบิน สุดท้ายก็ตกเครื่อง ซึ่งปกติเขาขึ้นเครื่องบินตลอด เขาทำทุกอย่างเองได้หมด 

“ตั้งแต่วันนั้นเมื่อสองปีที่แล้ว ทำให้เรารู้ว่าตัวเลขง่ายๆ เวลานัดหมายต่างๆ เขาลืมแล้ว”

นินทร์พาย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้สึกถึงอาการผิดแปลกของแม่ 

ทำอะไรช้าลง หลงลืมนัดหมาย ตลอดจนลืมเลือนสิ่งที่หลงใหลที่สุดอย่างเสื้อผ้า ทั้งที่เป็นสาวแฟชั่นตัวยง

“เขาเริ่มลืมที่จะเอาชุดสวยๆ มาใส่ ใส่แต่ชุดที่ไม่ร้อน ซักแล้วใส่เรื่อยๆ เดิมๆ ทั้งที่มีชุดผ้าไหม ชุดตีนจกเยอะมาก อย่างบ้านเก่าก็เสื้อผ้าเยอะเพราะแขวนแต่เสื้อผ้าเต็มไปหมด แต่นั่นคือการแสดงออกของอาการป่วยนะ

“ไม่ใช่แค่ซื้อเสื้อผ้าเยอะเฉยๆ แต่เอาเสื้อผ้ามาแขวนในห้องน้ำจนไม่มีที่อาบน้ำ ต้องมาอาบหน้าบ้าน”

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

อาการหลงลืมชี้ชัดว่าแม่แต๋วป่วยด้วยอัลไซเมอร์ และเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดคงเป็นการจำสิ่งที่เคยรักไม่ได้ 

นินทร์จึงตัดสินใจพาแม่กลับมาอยู่บ้านด้วยกันเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

“ทุกสองเดือนเขาจะช้าลง คำหายไปอีกร้อยคำ เราเคยดูแลตาที่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนนั้นกินยาจากโรงพยาบาลเท่าไหร่ก็ทรุด ความทรงจำไม่กลับมาเลย เราคิดว่ากิจกรรมที่เขาทำ เสื้อผ้าที่เขาใส่ สำคัญยิ่งกว่ายา 

“เราคิดแค่ว่า จะไม่ยอมแพ้ต่อสมองที่มันกำลังจะลืม” ลูกชายตั้งมั่น

ถ้าความรักยังคงมี เราจะปรับเข้าหากัน

“ช่วงหกเดือนแรกเหมือนสงคราม” 

เป็นนัยว่าเบื้องหลังไม่สวยงามเหมือนเบื้องหน้าที่ปรากฏบนอินสตาแกรม เมื่อคนสองวัยต้องอยู่บ้านหลังเดียวกัน การต่อสู้ระหว่างอารมณ์กับอาการหลงลืมจึงเริ่มต้นขึ้น เขาและแม่ต้องค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันอย่างเข้าอกเข้าใจ 

ซึ่งไม่ง่าย และไม่เคยง่าย

มาริเอะ คนโด (Marie Kondo) นักจัดบ้านระดับโลก เคยกล่าวไว้ว่า การจัดบ้านเปลี่ยนชีวิตคนได้ 

เรื่องราวครั้งนี้ก็เช่นกัน นินทร์ตัดสินใจกลับมาจัดบ้านของตัวเองอย่างจริงจัง เมื่อเครื่องแต่งกายที่เคยมอบความสุขแก่แม่ กลับมีมากมายจนกลายเป็นความทุกข์ เพราะไม่ถูกจัดแจงอย่างเข้าที่ จนดำเนินกิจวัตรตามปกติไม่ได้

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์
คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าของอินสตาแกรม 70YoungTeaw และ ลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

“หักดิบเลย ใช้เวลาโละทั้งหมดเจ็ดวัน เอาเสื้อผ้าจากบ้านหลังนั้นย้ายมาบ้านหลังนี้ คัดเอาแต่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บดี ลายผ้ากราฟิกสวย แฟชั่นที่เราชอบ และทิ้งทั้งหมดที่คิดว่าไม่จำเป็น ตอนนั้นจ้างคนช่วยทิ้งอยู่หลายวัน

“ตู้เสื้อผ้าก็เปลี่ยนจากที่เต็มสุดๆ กลายเป็นตู้เล็กๆ แขวนเฉพาะตัวที่ต้องใส่เจ็ดวัน เขาเลือกใส่ได้ง่ายเพราะเห็นว่ามันแขวนอยู่ พอบ้านเรียบร้อย ชุดน้อย ตู้เสื้อผ้าเป๊ะ เราบอกให้เขาหยิบเสื้อผ้าก็หยิบถูก ทุกอย่างง่ายขึ้นเยอะ”

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ไม่เพียงตู้เสื้อผ้าที่ถูกจัดระเบียบ ตลอดระยะเวลา 2 ปี บริเวณบ้านปรับเปลี่ยนเพื่อบำบัดอาการของแม่ ทั้งรื้อโครงสร้างบ้านให้โปร่งโล่งรับลมและรับแสงแดด ปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อให้แม่ใกล้ชิดธรรมชาติ จัดแต่งมุมพักผ่อน เพื่อกระตุ้นให้ทำกิจกรรมใหม่ๆ ทั้งฟังเพลง อ่านหนังสือ เขียนไดอารี่ ทำอาหาร และล่าสุดกำลังอินเรื่องชงกาแฟ

“ถ้าเราไม่มีงาน ทั้งวันคือของเขาหมดเลย ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” 

นินทร์สร้างสภาพแวดล้อมใหม่ พฤติกรรมใหม่ เพื่อเอื้อต่อการรักษาอัลไซเมอร์ของแม่ เพราะลูกชายคนนี้เชื่อมั่นว่า เมื่อแม่แต๋วได้ขยับเนื้อ ขยับตัว และขยับสมอง เมื่อนั้นย่อมเกิดการรักษาที่ดียิ่งกว่ายารักษาโรคเสียอีก

บันทึกของแม่แต๋ว

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

24 เม.ย.

วันนี้อาบน้ำแต่งตัวตอน 12.30 น. เพื่อไปอีเกีย กะจะซื้อของหลายอย่าง ไม่แน่ใจว่าเงินจะพอพอไหม แต่ก็สบายใจอยู่อย่าง ตรงนี้จ้อบจะซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ให้ เนื่องในโอกาสที่ดิฉันอาบน้ำสะอาดฟองฟอสได้ซักทีหนึ่ง 

ของขวัญนี้คือทีวีเครื่องใหญ่ สมใจกูซักที นึกว่าชาตินี้กูจะไม่ได้ดูทีวีกับคนอื่นแล้ว หวังว่าต่อไปจากนี้ ดิฉันจะเป็นคนรักการอาบน้ำ และมีความสุขกับการใช้ชีวิตใกล้ตายนี้อย่างสะอาด ไร้กลิ่นตุๆ กวนใจซะทีหนึ่ง

แฟชั่นต้องช่วยแม่ได้

“วันนั้นพาเขาเดินไปกินลอดช่องที่สามย่าน มันทำให้เรารู้ว่าแม่ไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ชอบเดินออกไปหาของอร่อย เราก็เลยแทรกการแต่งตัวเข้าไปในกิจกรรมที่เขาชอบ” ลูกชายจับสังเกตและปิ๊งไอเดียน่าสนุก (มาก)

คำชักชวนของนินทร์ทำให้แม่เริ่มสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น วันนี้จะใส่อะไรดี กลายเป็นคำถามที่แม่แต๋วถามตัวเองทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ ลูกชายก็ไม่ยอมให้แม่แต่งตัวซ่อมซ่อ ไร้สีสัน ชุดแม่ต้องจัดเต็มสมเป็นเจ้าแม่แฟชั่นเสมอ และคงน่าเสียดายไม่น้อย ถ้าแม่แต๋วแต่งตัวสวยออกไปเดินเล่นนอกบ้าน พบปะผู้คนระหว่างทาง และอิ่มท้องกับของอร่อย แต่กลับจำเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้ ลูกชายจึงอาสาเป็นช่างภาพประจำตัว คอยเก็บภาพนางแบบวัยเก๋าแบ่งปันลงในอินสตาแกรม 70YoungTeaw พร้อมคำบรรยายภาพที่มากด้วยกำลังใจ จนผู้ติดตามต้องเผลอยิ้ม

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

อีกทั้งรูปถ่ายเหล่านั้นยังชวนระลึกถึงความประทับใจในวัยเยาว์ของนินทร์ด้วย 

ตอนเด็กๆ เวลาแม่ไปรับสมุดพกที่โรงเรียน เราจะรู้สึกว่าแม่เราเจ๋งเสมอ ภูมิใจมาก แต่งตัวเด่นไม่แคร์ใครในแง่ความเป็นแฟชั่นของเขา พอเรามาถ่ายรูปเขาตอนนี้ เราก็เริ่มรู้สึกถึงวันเก่าๆ ที่เขาเริ่มแต่งตัวแบบนี้เหมือนกัน”

แม้สมองอาจหลงลืม แต่หัวใจแฟชั่นนิสต้าไม่เลือนหาย ทุกวันนี้แม่แต๋วยังตื่นตาทุกครั้งที่ได้ชื่นชมการแต่งกายของนักแสดง พิธีกร หรือผู้ประกาศข่าวผ่านโทรทัศน์ รวมถึงเป็นแฟนพันธุ์แท้รายการ Project Runway ด้วย 

ไม่ใช่แค่นักช้อปเสื้อผ้าหลากสี แม่แต๋วยังเป็นนักสะสมผ้าไหมตัวยง

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ครั้งเมื่อนินทร์เปิดกรุผ้าเก่าของแม่ และพบผ้ามีราคาเริ่มเสียหายจากมอดกัดกิน เขาไม่รอช้า รีบนำผ้าเหล่านั้นส่งถึงมือ ลินดา เจริญลาภ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า LaLaLove ผู้เปลี่ยนผ้าไทยให้ทันสมัย โดยนักออกแบบใช้แนวคิดแบบ Upcycling เนรมิตผ้าไหมเก่าหลากชิ้น กลายเป็นชุดเดรสใหม่หลากสี รูปทรงทันสมัย ตัดเย็บพอดีตัว ประจวบเหมาะพอดีได้ใส่ชุดในงานแต่งของลูกชายคนรอง คนในงานตื่นตาตื่นใจ ส่วนแม่แต๋วก็ตื่นเต้นกับการตัดเย็บไม่แพ้กัน

“เราคิดว่าแฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

“เราเชื่อเรื่องสีสันหรือการอยู่กับอะไรที่สวยงาม มันจะทำให้สมองเขาไม่นิ่งและไม่เหงาเกินไป” 

บำบัดทุกข์ บำรุงสุข

ขณะเลื่อนอินสตาแกรมย้อนดูภาพวันวาน ความทรงจำค่อยๆ เด่นชัด ราวกับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง 

“พอแม่ป่วย เราก็ไม่คิดว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ จำได้ว่าตอนเขาเริ่มลืม เราแทบจะเข้าไปจัดตู้เสื้อผ้าทั้งหมด ทำรังให้เขาใหม่ ให้เป็นตู้เสื้อผ้าสวยๆ ไม่คิดว่าวันนี้จะมีโมเมนต์แบบนั้น” นินทร์กลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

การจัดบ้านครั้งใหญ่คราวนั้น เข้ามาเปลี่ยนอะไรในตัวเขาบ้าง-เราถาม

“พอเราสอนให้เขาเป็นระเบียบ เราต้องเป็นระเบียบมากกว่า ถ้าเรายังมีของหรือทำอะไรที่ผิดตามที่บอกเขาไม่ได้ กลายเป็นว่าเขาไม่เชื่อ ห้องเราต้องเรียบร้อยก่อนห้องเขา เราได้เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นเพราะเราต้องดูแลเขา” 

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

นอกจากจัดระเบียบภายในบ้าน การจัดระเบียบอารมณ์ภายในใจ เป็นอีกสิ่งที่นินทร์ต้องต่อสู้เสมอมา

“ตอนนั้นแม่ไปอีเกียแล้วท้องเสีย เขาไม่ไหวแล้ว เราไม่รู้จะทำยังไง ก็เอารถเข็นมาเพื่อจะพาเขาไปห้องน้ำ สุดท้ายไม่ทัน กลางอีเกียเลย ตอนนั้นเราไม่ว่าอะไรเขาเลย ทั้งที่เราทะเลาะกับเขาเพราะต้องมีระเบียบ 

“แต่วันนั้นเราเป็นเพื่อนเขา ไม่เป็นไรนะ คนเราท้องเสียได้ไม่ผิด เดี๋ยวซักให้ วันนั้นทำให้เราเห็นตัวเอง เราปล่อยวางมากขึ้น และเราเตือนตัวเองว่าเราต้องปล่อยวางให้ได้แบบนั้นบ่อยๆ นะ” 

จากวันแรกที่เริ่มบันทึกภาพของแม่แต๋ว วันนี้อินสตาแกรม 70YoungTeaw เต็มไปด้วยเรื่องราวหลากสี ไม่แพ้เครื่องแต่งกายที่แม่แต๋วสวมใส่ ทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม เรียบเฉย นิ่งเท่ ต่างถูกบันทึกเป็นภาพลงกรอบสี่เหลี่ยม 

“เราสนุกกับการได้เห็นเขาแต่งตัวมาก มันบำบัดเราด้วย จริงๆ เราดูแลเขาก็เกิดภาวะเครียดนะ เราปล่อยวางไม่ได้ แต่พอเห็นเขาออกไปนู่นนี่ แต่งตัวสวย เริ่มตอบคำถามรู้เรื่อง เรารู้สึกว่าเขาป่วยแบบสนุก ไม่ได้ป่วยแบบทุกข์”

แฟชั่นของแม่แต๋ว ไม่เพียงแต่งแต้มสีสันให้กับลูกชาย แต่กลับเติมเต็มความสุขแก่ผู้คนที่พานพบระหว่างทาง ตั้งแต่เพื่อนบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนพี่วินมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งผู้ติดตามเธอผ่านทางหน้าอินสตาแกรมด้วย

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

New week , new goals. 

เมื่อถึงสัปดาห์ถัดไป อดใจรอคอลเลกชันใหม่ของแม่แต๋วไม่ไหว

New weak , new goals.

เมื่อความอ่อนแอย่ำกรายมาครั้งหน้า เริ่มเป้าหมายใหม่ได้เสมอ

Writer

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load