เรากดแชร์รีวิวตลาดผ้านิปโปริที่โตเกียวตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นโพสต์นี้ผ่านหน้าไทม์ไลน์

แล้วก็อดไม่ได้ที่จะกดเข้าไปส่องต้นตอของโพสต์ดังกล่าวจนมาพบว่า เพจรีวิวผ้าสวยงามที่เราเข้าใจในครั้งแรกมีชื่อว่า ‘ทำ-มา-หา-กิน’ และมากกว่าการแนะนำแหล่งซื้อผ้าสวยๆ ‘ทำ-มา-หา-กิน’ ยังสามารถพาเราไปเดินดูดอกไม้ที่ปากคลองตลาด เลือกเคสโทรศัพท์ที่สนามเสือป่า หรือแม้แต่ชวนเราไปเวิร์กช็อป Silk Screen ก็ทำมาแล้ว

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

เรามีนัดกับ แพรว-พรรณระพี พุกกะเจียม หญิงสาววัย 24 ปี เจ้าของเพจและเจ้าของธุรกิจโรงงานสกรีนเสื้อเล็กๆ ที่ทำอย่างจริงจังแห่งหนึ่งในย่านฝั่งธน

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

ใช่! แพรวอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น แต่ก่อนหน้านั้นเธอยังคลุกคลีกับการขายของออนไลน์และอุตสาหกรรมงานฝีมือต่างๆ มาตั้งแต่ชั้นมัธยม จนถึงวันนั้นที่ความรักในงาน Textile ทำให้เธอตัดสินใจหันมาทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมผ้าอย่างจริงจัง

การพาตัวเองเข้าไปคลุกคลีในอุตสาหกรรมนี้อย่างใกล้ชิดมายาวนาน ทำให้แพรวที่เรียกตัวเองว่า ‘แม่ค้า’ มาเกือบครึ่งชีวิต มีโอกาสเห็นเบื้องลึกเบื้องหลังของวงการที่น้อยคนนักจะเข้าใจ และคงน่าเศร้า ถ้าหากเรื่องเหล่านั้นจะไม่สามารถส่งต่อให้ไกลออกไปจนสร้างความเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้ นี่เองคือเหตุผลที่ทำให้แม่ค้าอย่างแพรวตัดสินใจสร้างเพจ ‘ทำ-มา-หา-กิน’ ขึ้นมาด้วยความตั้งใจอันแรงกล้าของเธอ

คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ

ในฐานะคนที่หลงใหลการค้าการขายถึงขั้นลงทุนซื้อเครื่องสกรีนมาเพื่อทำเคสโทรศัพท์ขายและเป็นแม่ค้าตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยม จนถึงวันที่เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาดูแลโรงงานสกรีนเสื้อของตัวเองอย่างเต็มตัว รวมทั้งได้รับโอกาสให้ทำงานละเอียด หรืองานยากๆ ที่โรงงานอื่นไม่รับทำอยู่เสมอ จากตัวอย่างงานตรงหน้า คงไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามถึงความเข้าอกเข้าใจวงการอุตสาหกรรมผ้าของเธอว่า มีมากมายขนาดไหน

“เราแค่อยากให้รู้ว่า มีคนทำงานแบบนี้อยู่ เพราะฉะนั้น ตอนไปซื้อของจะได้รู้ว่า บางทีก็อย่าไปต่อเขาเลย หรือก่อนที่จะซื้อเสื้อสักตัวก็ลองคิดดูว่ามันคุ้มมั้ย อย่างน้อยเราก็อยากให้รู้ว่า งานปักพวกนี้มาจากฝีมือเด็ก มีแรงงานอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่ซื้อไปแล้วสุดท้ายเสื้อก็ถูกส่งกลับมาที่บังกลาเทศ กัมพูชาหรือลาว ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตแล้วบอกว่าเป็นเสื้อบริจาค เพราะมีหลายครั้งที่คนออกมาพูดถึงเรื่อง Fast Fashion กับ Slow Fashion แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย”

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

สิ่งสำคัญหากวันหนึ่งผู้บริโภคอย่างเราๆ อยากจะผันตัวไปเป็นผู้ผลิตเสื้อบ้าง แพรวยังเสริมว่า การศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากๆ ในระบบอุตสาหกรรม เพราะทุกวันนี้เธอได้พบกับแม่ค้าวัยใสที่อายุน้อยลงทุกที

“เรายินดีกับความสำเร็จตอนอายุยังน้อยนะ เพราะเราก็ขายของตั้งแต่ยังเด็กเหมือนกัน แต่ว่าเด็กมักจะไม่เข้าใจกลไกราคาจึงตั้งราคาต่ำมาก บางทีก็อยากขายขำๆ เอากำไรแค่ 5 บาท เจ๊งก็เลิก จนทำให้ในอินสตาแกรมตอนนี้มีแบรนด์หลายแบรนด์ที่เปิดมาขายแค่ล็อตเดียวแล้วต้องเลิก เพราะสู้ราคาเด็กเหล่านี้ไม่ไหว” แพรวเล่าให้เราฟังว่า นอกจากสิ่งที่เธอเจอตามร้านค้าออนไลน์อยู่ทุกวันแล้ว เธอเองก็ยังเจอเรื่องเหล่านี้กับตัว เมื่อบางครั้งก็มีเด็กๆ ที่นึกสนุกอยากจะขายเสื้อผ้า จึงมาสั่งทำแต่เกิดล้มเลิกความตั้งใจเสียก่อน ในที่สุดก็ไม่มารับของจนต้องทิ้งไว้ที่โรงงานอย่างนั้น

ยิ่งไปกว่านั้นแพรวยังย้ำกับเราตลอดว่า การเปิดเผยความจริงเรื่องคุณภาพสินค้าก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่น้อยคนนักจะกล้าทำ “เราไม่ได้ว่าคนที่ไม่มีกำลังซื้อนะ แต่จะดีกว่าไหมถ้าผู้ประกอบการผลิตใส่ใจคุณภาพมากขึ้น แม้จะเป็นของราคาถูกแต่ควรมีคุณภาพโอเคในระดับหนึ่ง ผู้บริโภคควรมีสิทธิ์รู้นะ ว่าเสื้อที่ไปใส่สัก 3 – 4 ครั้ง มันจะเริ่มย้วย คนจะชอบคิดว่าก็ใส่ๆ ไปเหอะ 3 วันแล้วค่อยทิ้งก็ได้ แต่มันไม่ใช่”

ช่างตัดเสื้อ ช่างสกรีน ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

“หลายคนจะติดภาพการทำงานในวงการแฟชั่นว่า ต้องฉายภาพลักษณ์สวยหรูเสมอ แต่มันไม่ใช่เลยนะ นี่คืออุตสาหกรรม นี่คือการทำมาหากิน เพราะเราก็ต้องการเงินเหมือนกัน” แพรวเล่าต่อถึงที่มาที่ไปของชื่อ ทำ-มา-หา-กิน ให้เราฟัง เพราะเธอมองว่านอกจากเสื้อผ้าสวยๆ บนราวแขวนตามห้างร้านต่างๆ แล้ว ลึกลงไป งานแฟชั่นแต่ละชิ้น ล้วนต้องอาศัยทั้งฝีมือและพลังของคนอีกนับสิบชีวิตในการช่วยสร้างสรรค์ผลงานให้เกิดขึ้นจริง แต่หลายๆ ครั้ง พวกเขากลับถูกมองข้ามและละเลยไปยังปลายทางซึ่งก็คือเสื้อผ้าสวยงามที่ถูกพับเรียบร้อยอยู่ในถุง

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

ในฐานะเด็กคนหนึ่งที่เติบโตในฝั่งธน ย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องวัสดุอุปกรณ์และการตัดเย็บทุกรูปแบบทำให้แพรวคลุกคลีกับภาพของแรงงานฝีมือเหล่านี้เป็นอย่างดี แถมโรงงานของเธอในตอนนี้ ที่เราได้โอกาสเดินวนอยู่หลายรอบก็ยังอยู่ในย่านที่บ้านหลังเล็กหลังน้อยยังคงติดป้ายประกาศรับงานตัดเย็บและขายสินค้ายกโหลสำหรับการทำงานแฟชั่นอยู่เต็มไปหมด

เธอเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจไปกับเธอ

“ข้างบ้านแพรวเป็นชุมชนแออัดเล็กๆ ที่เย็บผ้าส่งไปหลายที่แต่รายได้ต่ำมาก เย็บเสื้อตัวหนึ่งได้เงินแค่ 3 บาท แล้ววันหนึ่งเกิดไฟไหม้บ้านทั้ง 70 หลังตรงนั้น ไฟลามไปเร็วจนไม่เหลืออะไรเลย เราเห็นคนที่เสียใจและคนที่ต้องขนจักรซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตเขาออกมา”

จากเหตุการณ์ในวันนั้นบวกกับเรื่องต่างๆ ที่เธอพบเจอทั้งในฐานะคนในชุมชนและแม่ค้ามาตลอดหลายปี แพรวคิดอยากจะนำเสนอเบื้องลึกเบื้องหลังของวงการผ้าซึ่งก็คือ ชุมชนรอบบ้านและโรงงานของเธอ ที่มีมากกว่าภาพลักษณ์กับดีไซน์สวยหรู เพราะกว่าจะออกมาเป็นภาพสวยงามแบบที่เราเห็นกันตามท้องตลาด ความสำเร็จของแบรนด์เสื้อผ้าไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กขนาดไหนต่างต้องแลกมาด้วยแรงกายและแรงใจของพนักงานตัวเล็กๆ มากมาย ตั้งแต่คนปลูกฝ้าย คนออกแบบคัตติ้ง คนเย็บผ้า และอีกสารพัดชีวิตที่เราคงไม่สามารถไล่นับให้ครบได้ง่ายๆ เรื่องน่าเศร้าก็คือพวกเขาเหล่านั้นล้วนมีคุณภาพชีวิตที่ต่างกันลิบลับจากภาพของงานเสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่เราได้เห็น

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเริ่มทำคอนเทนต์แนะนำสถานที่ลึกแต่ไม่ลับสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเริ่มต้นการทำธุรกิจเกี่ยวกับงานผ้าด้วยตัวเอง อยากซื้อผ้าต้องไปที่ไหน อยากซื้ออุปกรณ์ต้องทำยังไง วัดสน สำเพ็ง หรือเจริญรัถ ‘ทำ-มา-หา-กิน’ บอกเราได้ทุกอย่าง “ในวงการแฟชั่นจริงๆ ไม่มีใครมาบอกเราหรอก เพราะเรื่องแบบนี้เขาไม่พูดกัน แต่เรากลับรู้สึกว่า จะกลัวไปทำไมในเมื่อความจริงเราควรจะแข่งกันที่แพทเทิร์นหรือดีไซน์มากกว่าลายผ้า นั่นเป็นเหตุผลที่เราอยากจะแนะนำร้านเหล่านี้ให้คนได้รู้ เพราะเขาก็ต้องขายของ เขาต้องการรายได้เหมือนกัน”

พา-มา-หา-ผ้า

ถ้าติดตามอ่านคอนเทนต์ของแพรวไปเรื่อยๆ สักวันเราก็คงทำมาหากินกับธุรกิจแฟชั่นได้ไม่ยากนัก

แต่ก่อนที่จะไปไกลขนาดนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาไม่แพ้คอนเทนต์ที่แพรวสรรหามาเล่าให้เราฟังและรับรองได้เลยว่าคงไม่ได้เจอที่ไหนอีกแล้ว (เพราะไม่มีใครกล้าเล่า) ก็คงหนีไม่พ้นกราฟิกสวยๆ ฝีมือของ ดาส-อติรุจ ผาอ่อน ดีไซเนอร์คนเดียวของเพจที่เป็นทั้งเพื่อนและผู้ร่วมก่อตั้งเพจขึ้นมาพร้อมกับแพรว

“เดิมทีดาสเขาตักไอติมขายทั่วไป งงใช่มั้ย” ใช่ เรางง

“ดาสเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็ออกไป แต่ตอนนี้ดาสทำกราฟิกได้เลิศหรูอลังการประหนึ่งคนจบปริญญาตรี ซึ่งเรารู้สึกว่า คนแบบนี้มันเจ๋ง ถึงนี่จะเป็นเรื่องปกติมากๆ แต่เรามองว่ามันเป็นอะไรที่จริง เราเชื่อในคนที่เมื่อถึงจุดที่แย่ที่สุดแล้วเขาสู้ชีวิตขึ้นมา เพราะซอยที่เราอยู่ก็มีคนแบบนี้เยอะมาก” แพรวเสริมว่านี่คือจุดเด่นที่ทำให้เพจสามารถเล่าเรื่องได้สมจริงและเป็นอิสระมากๆ เพราะเธอไม่มีกรอบในการทำงานพร้อมทั้งยังเปิดกว้างให้กับไอเดียของเพื่อนร่วมงานเสมอ

นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา เพจ ‘ทำ-มา-หา-กิน’ สามารถเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านเนื้อหาเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับเสื้อผ้า แนะนำร้านผ้าที่เราอาจไม่เคยรู้ว่า มีอยู่ในพาหุรัด หรือพาเราบินไปไกลถึงร้านขายผ้าที่ประเทศจีน ซึ่งเธอคิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่อยากจะทำงานด้านแฟชั่นหรืออย่างน้อยก็สำหรับคนที่ผ่านไปผ่านมาแล้วกดแชร์โพสต์เล่าประสบการณ์ของตัวเองบนหน้าไทม์ไลน์

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

เพราะแพรวเชื่อว่างานอุตสาหกรรมคือ งานฝีมือดีๆ ที่จะสามารถเชื่อมโยงผู้คนที่มีแนวคิดเหมือนเธอเข้าไว้ด้วยกันจากคอนเทนต์รูปภาพธรรมดาๆ เราจึงเริ่มมีโอกาสได้เห็นงานวิดีโอสัมภาษณ์ดีไซเนอร์ หรือผลงานครีเอทีฟที่แพรวลงมือไปสัมภาษณ์ด้วยตัวเองอีกหลายชิ้น เพื่อนำไปสู่งานเวิร์กช็อปน่าสนใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ ลากยาวไปถึงงานปลายปีที่เธอบอกว่า มันคือบทสรุปของการทำเพจ ‘ทำ-มา-หา-กิน’ มาตลอด 1 ปี

“ปลายปีเราจะจัดงานเพื่อโชว์ว่า งานแฟชั่นหนึ่งชิ้นต้องมีอะไรบ้าง เริ่มตั้งแต่การปลูกคอตตอนเลย ที่ไทยปลูกฝ้ายที่ไหนบ้าง แล้วถ้าไม่ใช่ที่ไทยเราใช้ของที่ไหน ใช้เคมีอะไร คอตตอนของจริงกับปลอมต่างกันยังไง มีผลยังไงเวลาเอาไปใช้บ้าง ไปดูการสเกตช์ภาพ การทอผ้า ดูการคิดงาน เหมือนเป็นนิทรรศการให้คนมาดูขั้นตอนในการทำอุตสาหกรรม

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

“จริงๆ แล้ว งานแต่ละแบบมีมาตราฐานราคาของตัวเอง คนเย็บ คนพ้ง คนขึ้นจีบ ราคาเขาต่างกันนะ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าพวกเขาเหล่านั้นโดนรับเหมาให้ทำทุกอย่าง พอให้ราคาถูกก็ยังไปขอกดราคาลงอีก เพราะคิดแต่จะแข่งขันกัน ดังนั้น เราจะโชว์สิ่งเหล่านี้ให้เห็นเลย คนจะได้รู้ว่าพื้นที่ไหนมีคนเชี่ยวชาญด้านการทำอะไร เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้ชุมชน”

ไม่เพียงแค่คนธรรมดาที่อาจจะแวะเวียนมาเยี่ยมชมงาน แต่แพรวคาดหวังไปถึงผู้ประกอบการและดีไซน์เนอร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับวงการแฟชั่นโดยตรง ที่แพรวย้ำกับเราหลายครั้งว่า พวกเขาเหล่านี้ต่างหากล่ะที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักและจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการช่วยผลักดันวงการแฟชั่นให้เกิดความเกื้อกูลกันมากขึ้นไปในอนาคต เธอบอกกับเราว่า เพียงแค่ตระหนักคิดให้ดีก่อนผลิตสินค้าสักชิ้นออกมา ว่ สิ่งเหล่านั้นจะคุ้มค่าทั้งต่อตัวผู้ผลิตและผู้บริโภคไหม และมองย้อนกลับไปถึงต้นตอว่ามีแรงงานใดที่กำลังเดือดร้อนกับค่าแรงที่โดนกดต่ำลงเรื่อยๆ บ้างหรือเปล่าเท่านั้นก็มากพอแล้ว

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

เพราะรักจึงเข้าใจ

“ความสนุกของเราคือการได้บอกหลายๆ แบรนด์ที่เวียนเข้ามาทำงานกับเราว่า เห้ย แก เข้าใจด้วย” แพรวพูดติดตลกกับเราในตอนที่เราถามว่า เธอได้อะไรจากการทำเพจนี้ เพราะงานประจำก็มี เงินก็ไม่ได้ แถมยังต้องลงแรงไปสัมภาษณ์และทำเองหมดทุกอย่าง ซึ่งพอเราถามเธออีกรอบว่า แล้วสิ่งที่เธอทำเหนื่อยขนาดไหนกัน เธอตอบเราได้ทันทีว่าเหนื่อยมาก แต่แพรวก็อยากจะให้เรื่องเหล่านี้ไปได้ไกลที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ เพื่อให้คนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจว่า ยังมีชีวิตอีกหลายพันชีวิตที่เหนื่อยยิ่งกว่า

แต่ถึงจะเหนื่อยขนาดไหน แพรวบอกกับเราว่าสิ่งที่เธอได้กลับมาก็คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม เพราะจากความแม่นยำเรื่องผ้าที่แพรวมีเป็นทุนเดิมแล้ว ทุกวันนี้เธอยิ่งมีโอกาสเปิดโลกให้กว้างออกไปอีก หรือบางครั้งการออกไปเจอผู้คนในวงการอุตสาหกรรม ก็ทำให้เธอได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องดีๆ กับคนที่มีแนวคิดใกล้เคียงกัน มากไปกว่านั้นแพรวยังพูดกับเราด้วยความภูมิใจว่า

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

“เราได้พัฒนาคนในพื้นที่ด้วย เพราะเราคิดว่าคนทำงานฝีมือกับคนใช้แรงงานไม่ได้ต่างจากคนปั้นเซรามิกหรือทอผ้านี่หน่า ดังนั้น เขาจะจบปริญญาตรีไม่ได้เหรอ เพราะว่าถ้าเขาจบปริญญามา เขาจะเก่งขนาดไหนกันนะ ซึ่งพนักงานของเราได้มีโอกาสเห็นงานจากหลายๆ คน ทั้งผ่านการไปพูดคุยตอนทำเพจ หรือคุยกับซัพพลายเออร์อื่นๆ ถ้าวันหนึ่งเขาอยากจะไปทำอะไร เราก็แฮปปี้กับเขาหมดเลย” แพรวยิ้ม

คงไม่ต้องถามถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม เพราะทั้งหมดนั้นก็คงจะวัดได้จากยอดไลก์เกือบ 20,000 ที่เป็นเครื่องการันตีถึงผลตอบรับตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา แต่มากไปกว่านั้น เราสัมผัสได้ถึงความสนุกสนานและความตั้งใจอันแรงกล้าที่เริ่มต้นจากความใส่ใจในสายอาชีพของแพรวที่อยากจะเห็นอุตสาหกรรมเสื้อผ้าไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่

จนเราเองยังรู้สึกว่า บางทีในฐานะผู้บริโภค การคิดดีๆ อีกสักครั้งก่อนจะหยิบเสื้อออกจากราวไปจ่ายเงินก็เป็นเรื่องที่น่าลองทำอยู่เหมือนกัน

ทำ-มา-หา-กิน, page, แฟชั่น

Writer

เอม มฤคทัต

นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ที่อยากจะลองทำงานเขียน หลงรักทุกอย่างที่เป็นสีพีชและภาพยนตร์จิบลิ มีความสามารถพิเศษในการกินข้าววันละ 5 มื้อ

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“ผมเป็นมือใหม่ YouTube มาก”

“แต่ทั้งช่อง BoomTharis, Slot Machine, 9arm, YARDPIRUN , Koendanai ก็มาคอมเมนต์คุณนะ”

“เขาบอกว่ามีคนดังมาคอมเมนต์หลายคน ผมก็ไม่รู้ตัวนะว่าพวกเขามากัน เพราะว่ามันเยอะมาก ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง มีคนดังมาให้ความสนใจอย่างนี้” เขาเล่าพร้อมร้อยยิ้มอารมณ์ดีที่ส่งผ่านโปรแกรม Zoom

หนุ่มโคราชวัย 30 เจ้าของเพจ ‘เพลงอร่อยมาก’ ตั้งใจร้องเพลงพร้อมกับทำอาหารในห้องครัว ให้คุณผู้ดูโขลกเครื่องทำกินได้ที่บ้านด้วยเมนูง่ายๆ จะยากก็เพียงแค่การร้องตามแต่ละเพลง เพราะมันช่างโหดเหลือหลาย

เขาไม่ใช่นักร้อง แล้วก็ไม่ใช่พ่อครัว ต่อคือช่างภาพเวดดิ้งมืออาชีพ ถ่ายภาพบ่าวสาวบันทึกความรักของผู้คนมานักต่อนัก พร้อมขายภาพสต็อกในเว็บไซต์ต่างๆ มาหลายปี ปัจจุบันเขาอยู่ที่เมืองย่าโมกับครอบครัวและลูกน้อย ชอบทำกับข้าวกินเองอยู่บ่อยๆ

เรื่องราวชีวิตผู้ชายคนนี้สนุก หลายอย่างในชีวิตบางทีก็ไม่เหมือนที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ดันไปได้ดีและทำให้เขาค้นพบความสามารถตัวเองมาเรื่อยๆ

หรือแม้กระทั่งวันนี้ที่คลิปของเขาแตะล้านวิวเป็นที่เรียบร้อย ต่อเองก็ไม่คิดว่าจะไปถึงขนาดนั้น เขาแค่ชอบร้องเพลงเล่นๆ สนุกๆ มาตั้งแต่สมัยเรียน

และไม่เคยคิดจะหยุดร้องเพลงเลยแม้แต่วันเดียว

เบื้องหลังจังหวะกระเทียม ที่ไม่ว่ากี่เมนูก็ร้องให้ไพเราะได้ของ TORWAI เพลงอร่อยมาก

ตัวต่อ

ต่อเล่าว่าเขาเริ่มร้องเพลงตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ในวันปฐมนิเทศ นักศึกษาทุกคนจะโดนบังคับให้เลือกชุมนุมสังกัดเพื่อทำกิจกรรมตลอดเทอม แน่นอนว่าชายผู้นี้เลือกชมรมดนตรี

“ผมไปเจอเพื่อนคนหนึ่งเล่นกีตาร์ ส่วนผมก็ตีกลองเป็น เลยชวนๆ เพื่อนคนอื่นมารวมตัวกันลองเล่นดนตรีดูก่อน ยังไม่ต้องมีนักร้องก็ได้ ผมลองตีกลองเพลง ขาหมู Tattoo Color แต่ตีไม่ลงจังหวะสักที เลยสลับตำแหน่งกับเพื่อนอีกคนไปร้องเพลง เพื่อนในวงบอก ‘มึงร้องเพลงได้นี่หว่า งั้นไปเป็นนักร้องเลยแล้วกัน’ แล้วสมัยนั้นยังพรินต์เนื้อร้องจากร้านถ่ายเอกสารอยู่เลย”

ต่อเล่าถึงจุดเริ่มต้นสู่ห้องซ้อมดนตรีพร้อมเสียงหัวเราะ ถ้าวันนั้นเขาตีกลองลงจังหวะ วันนี้คงไม่มียูทูเบอร์ชื่อ TORWAI นี่คงเป็นจังหวะดีอย่างแรกที่เขาได้เจอความสามารถของตัวเอง

“เหมือนงานอดิเรกของเราคือเรียน แต่งานหลักคือเล่นดนตรี ผมกับเพื่อนเริ่มออกงานร้องเพลงบ่อยขึ้นจนเก็บตังค์ได้ถึงหลักหมื่น แล้วช่วงนั้นผมก็ฟีลเด็กมหาลัยที่มีโลกส่วนตัวสูง ชอบออกไปขับรถเล่นแล้วก็ถ่ายรูป มุมไหนสวยก็อยากถ่ายเก็บไว้ พ่อเลยซื้อกล้องถ่ายรูปไว้ให้ พอถ่ายรูปได้เงินดีก็มุ่งไปในสิ่งที่เลี้ยงตัวได้ จนกลายเป็นว่าผมไม่ได้ยุ่งกับการร้องเพลงอีกเลย เน้นพัฒนาฝีมือถ่ายภาพของตัวเอง เข้าสู่วงการถ่ายภาพเวดดิ้งเต็มตัว เหลือร้องเพลงเล่นๆ เวลาขับรถเดินทางแค่นั้น”

แม้ชีวิตของต่อจะพลิกเส้นถนนกันอยู่หลายตลบ จากเด็กเรียนวิศวะ มาจับไมค์ร้องเพลง จับพลัดจับพลูมาเป็นช่างภาพอาชีพ

แต่ดนตรียังอยู่กับเขาในทุกจังหวะชีวิต

ร้องเพลงต่อ

ต่อชอบร้องเพลงแบบเน้นเอาสนุกและสร้างความสุขให้กับตัวเอง แต่การร้องเล่นนั้น ทำให้ตัวเขาได้ฝึกฝนอยู่ตลอด เป็นทักษะที่ค่อยๆ บ่มเพาะไว้ ราวกับรอเวลาสุกงอม โดยที่ต่อเองก็ไม่ได้คิดถึงวันเก็บเกี่ยวผลผลิต

ช่างภาพเวดดิ้ง มีกล้องคุณภาพไว้ถ่ายงาน พร้อมไมโครโฟนสำหรับอัดวิดีโอบ่าวสาว วันหนึ่งอุปกรณ์เลี้ยงชีพที่ว่า ได้ผันตัวมาเป็นเครื่องมือสร้างคลิปร้องเพลงในห้องครัว

“เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมอธิบายไม่ถูกว่ามันมาได้ไง เราไม่ได้กะจะเป็นนักร้องอาชีพนะ เพราะคิดว่าเราไม่เก่งพอ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในแวดวงของนักดนตรีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมร้องเพลงเอาความสนุกสนานเฉยๆ อย่างเพลง สักวันหนึ่ง ผมเคยคัฟเวอร์เมื่อสมัยเรียน แต่ไฟล์มันหายเลยทำใหม่

“ช่วงอยู่บ้านนานๆ เราเกิดไอเดียว่าอยากลองร้องคัฟเวอร์เพลงหลายๆ แบบ แล้วทำกิจกรรมอื่นๆ ไปด้วย ตอนแรกว่าจะขับรถ จะปั่นจักรยาน หรือล้างจานไปด้วย แต่มาเริ่มจากทำกับข้าวก่อน แล้วมันก็พีกเลย คนดูชอบ”

ส่วนตัวเรารู้จัก TORWAI จากเพลง ยื้อ ตั้งแต่ดูคลิปครั้งแรก ก็ค่อนข้างทึ่งในสกิลล์การร้องเพลงของเขา มือทำกับข้าวไป ปากก็ร้องเพลงยากๆ ไปด้วย ไกวตะหลิว ผัดไก่ ใส่เครื่องปรุง ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันโดยที่เสียงไม่ดรอป ไม่แกว่ง และยังทรงพลัง

ในฐานะชาวเน็ตคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลง ยอมรับสารภาพมา ณ ที่นี้ว่าเปิดคลิปเขาฟังบ่อยมากระหว่างทำงานที่บ้าน แล้วก็สงสัยว่าเขาเลือกจับคู่เพลงกับเมนูอย่างไร 

“ผมจะเลือกเพลงที่เวลาร้องแล้วไม่ปวดหัวมาก แรงร้องยังไหว และเลือกเมนูที่ทำเป็นอยู่แล้ว กินได้แน่นอน พวกผัดกะเพรา ข้าวผัด ต้มยำ ขอแค่เล็งเครื่องปรุงให้โดนก็พอแล้ว เพราะเวลาร้องเพลงจะมีจังหวะมอนิเตอร์ในหูฟัง ป๊อกๆๆๆ เราก็เล็ง โป๊ะ พอดี เป็นเทคนิคในการลงกระเทียมให้ตรงจังหวะเพลง

“จริงๆ ไม่มีแผนอะไรมากมาย เพราะเมนูกับเพลงมันไม่เข้ากันเลย ไม่เกี่ยวกับเนื้อเพลงด้วย อย่างเพลง ยื้อ คู่กับกระเพราหมูชิ้น เพลง จันทร์เจ้า มาอยู่กับข้าวผัดทะเลกับต้มยำไก่ ด้วยความที่ว่าเพลงจันทร์เจ้า มันง่ายกว่าเพลง ยื้อ เพราะมันไม่มีท่อนบ้าพลัง เพลง จันทร์เจ้า มีท่อนที่เสียงสูงขึ้นไปนิดหนึ่ง เพลง ยื้อ จะเป็นต่ำแล้วก็สูง ต่ำแล้วก็สูง

“คอร์ดเพลงไหนง่ายก็ทำเมนูยากขึ้น เพลงไหนยากก็ทำเมนูง่ายๆ ไว้” ต่ออธิบายถึงวิธีการปรุงอาหารและร้องเพลงให้ได้ในเวลาเดียวกันด้วยเสียงขำขัน

วัตถุดิบที่ลงตัว

นอกจากร้องเพลงตอนทำอาหารแล้ว ถ้าสังเกตดูจะพบว่ามี มือกีตาร์นาม BOMOSTIN อีกหนึ่งคนที่เขาชวนมาเล่นดนตรีโซโล่เทพๆ ในคลิป ความสำเร็จของต่อจึงมีรุ่นน้องคนนี้ร่วมเป็นแบ็กอัป

“เราคิดว่าถ้าทำคัฟเวอร์แล้วทำไม่ดีก็ไม่รู้จะทำทำไม เลยชวนน้องบอม (ยุทธชัย วงศ์กาไสย) มือกีตาร์มาเล่นให้ด้วย เขาเก่งพอสมควรเลย คือเราลากคอมาอัดคลิปเลยแหละ แต่ไม่ค่อยออกสื่อเท่าไหร่ เพราะเขาเขินกล้อง ตอนแรกเขาจะไม่ลงคลิปด้วย ไม่กล้าเล่นโชว์ ผมเชียร์ให้น้องลองดูสักคลิป เดี๋ยวตัดต่อให้เอง ไม่ต้องเห็นหน้าเต็มก็ได้ ทุกคลิปเลยมีแต่มุมข้างๆ ทั้งนั้นเลย” ต่อเล่าก่อนหัวเราะดัง

“บอมเขามิกซ์ซาวนด์ดีมาก จัดบาลานซ์เสียงไม่ให้สูง-ต่ำ กังวาน หรือทุ้มบี้ จนเกินไป การอัดในห้องครัวมันมีหลายปัจจัยมาก มีเสียงกระทะที่ท่อนไหนเยอะไปก็ต้องลด ไม่งั้นคนฟังจะเกิดความรำคาญได้เหมือนกัน เพราะเสียงมาเข้าไมค์ตัวเดียวพร้อมกัน เราไม่ได้อัดแยก”

เรื่องการถ่ายทำของเขาไม่มีอะไรมาก เน้นตั้งกล้องนิ่งๆ ถ่ายภาพกว้างเข้าไว้ แต่ให้มีหลายมุมหน่อย เพื่อเพิ่มอรรถรสสำหรับคนดูได้ชมการทำอาหารอย่างเต็มตา เผื่อนำไปทำตามได้ง่ายๆ

ส่วนการอัดเสียงร้อง เขาเลือกใช้ไมค์คอนเดนเซอร์ที่เก็บเสียงได้กว้าง และชัดกว่าไมค์ไดนามิกที่เหมาะกับการถือร้องตรงๆ เสร็จแล้วก็จัดไฟให้แสงพอดีกับการถ่ายคลิป เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ เอ้ย! เตรียมอุปกรณ์ พร้อมกด Record  

อุปกรณ์พร้อมตั้งรับ ผสานด้วยเสียงร้องเกินต้านของต่อ มีควันอิมโพรไวซ์มาจากกระทะอย่างลงจังหวะทำนองราวกับถูกปล่อยคิว

มินิคอนเสิร์ตก้นครัว เริ่มแล้ว!

“หลังปล่อยเพลง ใจหนอใจ ผมก็คิดนะว่าใครจะมาดูเรา ไม่มีหรอก แต่กลายเป็นว่ากระแสตอบรับดีใช้ได้ ผมเองยังตกใจ ยังไงก็ต้องขอบคุณคนดูมากเลย จริงๆ ผมเองคนเดียวก็ฟังหลายพันรอบเหมือนกัน” เขาหยอก

ทำตามสูตรต้นตำรับ

ในฐานะคนร้องคัฟเวอร์ ต่อมีกฎของตัวเองอยู่ 2 ข้อ

ข้อแรก ต้องปรับปรุงตนเองไปเรื่อยๆ ในแต่ละคลิป แม้เล็กน้อยก็ควรทำ

“เราอยากให้เกิดความแตกต่างไปเรื่อยๆ ผมชอบท้าทายตัวเองว่า คลิปต่อไปเราจะทำอย่างไรดี หรือปรับตรงไหนได้อีก สมมติว่ารอบนี้แสงไม่สวย คลิปหน้าก็ทำให้สวยขึ้นด้วยการจัดไฟให้พร้อม สังเกตดูได้ คลิปแรกๆ ของผมไม่มีอะไรเลย แสงแบนๆ เรียบๆ มีมุมกล้องเดียว ผมทดลองทำไปเรื่อยๆ ในคลิปถัดไป ใส่ความครีเอทีฟเข้ามาหน่อย เราก็ได้พัฒนาตนเองไปด้วย”

ข้อสอง ไม่แปลงเนื้อเพลงเด็ดขาด เพราะกว่านักเขียนเพลงจะบรรจงแต่งเพลงขึ้นมาได้ มันคือการสั่งสมประสบการณ์มาทั้งชีวิต

“ในแง่การร้องเพลง ผมคิดว่าสิ่งที่คนร้องคัฟเวอร์ไม่ควรทำเลย ก็คือดัดแปลงเนื้อร้องต้นฉบับ เราเอาเพลงของคนอื่นมาร้อง ก็ต้องให้เกียรติกับเจ้าของเพลงด้วย เพราะไม่รู้ว่าต้นฉบับเขาจะโอเคไหม เขาสร้างสรรค์ผลงานมาก็ยาก กว่าจะเขียนเนื้อร้อง แต่งทำนองกันได้ เราไม่ควรไปเปลี่ยนแปลงอะไรและต้องทำออกมาให้ที่สุด จะได้ Win-Win ทั้งเราและศิลปิน การไปแปลงเพลงต้นฉบับมันอาจทำให้ผลงานของเขาดรอปลงก็ได้”

นับเป็นกฎ 2 ข้อที่ให้เกียรติทั้งตนเองและผู้อื่น

*เคล็ดลับ* รู้จักรสชาติที่เราชอบ

หากถามใครต่อใครว่าทำไมถึงชอบทำอาหาร ก็มักพบคำตอบว่า อยากปรุงรสชาติเอง ได้เลือกวัตถุดิบดีๆ อย่างพิถีพิถัน เน้นปริมาณผักหรือเน้นเนื้อสัตว์ได้ตามใจ ไม่มีใครรู้จักรสชาติที่เราชอบได้ดีเท่าตัวเรา

ชีวิตของต่อก็เป็นแบบนั้น ได้เลือกหลายสิ่งอย่างด้วยตัวเอง และเขาก็มีความสุขในพื้นที่ของตัวเอง

“ตัวผมเองไม่ได้ทำอาหารเก่งระดับเชฟ เรื่องร้องเพลงคัฟเวอร์ก็ไม่ได้มีสตูดิโออัดเสียงดีๆ แต่ขอแค่ลองเอาทั้งสองอย่างมารวมกันดูว่ามันจะเป็นยังไง โดยตั้งต้นจากความถนัดที่เรามี” เขาอธิบายถึงวิธีคิดที่เรียบง่าย ตกผลึกจากการรู้จักความสามารถของตนเอง และเริ่มลงมือทำในวันว่าง

“แต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน ผมว่าต้องหาสิ่งที่เป็นตัวเองให้เจอ ลองสังเกตดูก็ได้ว่าสิ่งใกล้ตัวเราคืออะไร เรามีจุดเด่นอะไรบ้าง ตรงนี้แหละคือความยาก เพราะใครหลายคนมองไม่เห็นกัน แล้วต้องคิดว่าอะไรที่คนอื่นเขายังไม่ทำหรือยังมีคนทำน้อย เราก็ทำให้ดี

“คนเก่งในประเทศนี้มีเยอะ เรายังไม่เห็นอีกมาก”

แน่นอนว่าความดังมาต้องมาพร้อมกับการมีสปอนเซอร์เข้า ต่อเล่าว่าตอนนี้มีลูกค้าติดต่อมาหาทุกวัน มีกระทะจากหลายแบรนด์ส่งตรงมาให้เขา รวมถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่สนใจจ้าง ซึ่งต่อตั้งใจจะลงให้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย  

“มีคนติดต่อมาทุกวัน ผมบอกไม่ต้องจ้างผมหรอกนะ เดี๋ยวทำให้ฟรีเลย เพราะเราไม่ได้มาหาเงินจากการร้องเพลง เรารู้สึกว่าถ้ายิ่งตั้งความหวังกับมัน จะยิ่งเครียด สิ่งนี้เราชอบมาตั้งนาน แต่พอเราไปตั้งความหวังว่าต้องได้เงิน ต้องได้ยอดวิว บอกเลยว่าเครียด ให้เป็นความชอบของเราแบบนี้ตลอดไปดีกว่า ไม่ต้องทำให้เราเป็นเศรษฐีอะไรก็ได้ 

“ผมมีความสุขกับการเป็นช่างภาพอยู่แล้ว อยากทำงานถ่ายรูปไปตลอด ไม่ได้คาดหวังว่าการร้องเพลงต้องทำให้เราดังอะไรมากมาย ตอนนี้ผมอยากทำแค่นี้แหละ”

 ของอร่อยต้องอดใจรอ

ต่อบอกว่าเขาตั้งใจอัปโหลดวิดีโอเดือนละ 3 คลิปเท่านั้น

หากทำมากกว่านี้จะฝืนตัวเองเกินไปจนไม่สนุก เขาอยากรักษาจังหวะการปล่อยงานที่เขากับบอมทำไหว โดยไม่รบกวนเวลาชีวิตของกันและกันมากนัก

“ตอนแรกตั้งใจว่าจะปล่อยทุกวันอาทิตย์ แต่เราปรึกษากัน พบว่าปล่อยคลิปทุกๆ เจ็ดวันมันเร็วไปนะ มันแน่นไป รบกวนเวลาทำงานมากเลย เขาเป็นวิศวกร เราก็มีงานถ่ายภาพ เลยต้องให้เวลากันหน่อย สิบวันปล่อยคลิปหนึ่งแล้วกัน เราไม่ได้ทำเป็นอาชีพ ทำสนอง Need ตัวเอง

“ที่ลงล่าสุดเป็นเพลง บ้าบอ ของ Silly Fools อีกวงหนึ่งที่อยากร้อง หลังจากนี้จะมีเพลงช้า เป็นเมนูที่คนคาดไม่ถึงแน่ๆ ผมบอกได้เลย รอดูนะ”

ขอชวนคุณผู้อ่านกด Subscribe และกดกระดิ่งแจ้งเตือนโดยเร็วพลัน รอติดตามดูไปด้วยกัน

สมมติว่าเย็นนี้จะต้องร้องเพลงและทำอาหารไปด้วย คุณจะเลือกเมนูไหนและเพลงอะไร-เราทิ้งทวนคำถามสุดท้าย

“ช่วงนี้หน้าฝน ต้องมีเมนูปิ้งย่างกับของทอดพวกเฟรนช์ฟรายส์ คิดแล้วก็หิวเลยเนี่ย ผมอยากทำบาร์บีคิวมาก กินตอนเย็นๆ บรรยากาศชิลล์ที่สุด แล้วก็ร้องเพลงที่เกี่ยวกับฝน อย่าง ฤดูที่ฉันเหงา ของวง Flure ร้องเพลงไป ปิ้งบาร์บีคิวไป พอท่อนโซโล่ให้บอมเล่นกีตาร์ไป ระหว่างนั้นผมก็จิบเบียร์ แค่นี้แหละ แฮปปี้แล้วครับ”

TORWAI เพลงอร่อยมาก : YouTuber คนใหม่แห่งวงการทำอาหารไปร้องเพลงไป ที่ต้มยำทำแกงเสียงอย่างเทพ จนหลายแชนแนลชื่อดังขอคารวะความโหด

ภาพ : ต่อวัย สืบศรี

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load