“เสียงรองเท้าเพราะว่ะ”

ภายในเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากคลิปวิดีโอเรื่องราวของ ศุภวิชญ์ โพธิ์วิจิตร Foley Artist ออกอากาศในเพจชื่อ The Supporter มีเพื่อนส่งลิงก์เดียวกันนี้ให้ผู้เขียนกว่า 10 คน ยังไม่นับเพื่อนในโซเชียลมีเดียอีกจำนวนหนึ่งที่ต่างแชร์ลิงก์เดียวกันนี้ในพื้นที่ของตัวเอง

“เรื่องเล่าจากบุคคลสาย Support ที่ทำสิ่งต่างๆ เพื่องาน เพื่อคนอื่น และเพื่อสิ่งที่เขารัก” คือคำอธิบายสั้นๆ ของเพจลึกลับ (ในสายตาเราตอนนั้น) เพจนี้ ทั้งดีใจว่ามีกลุ่มคนกำลังเล่าเรื่องคนตัวเล็กๆ ที่ทำสิ่งที่น่าสนใจเหมือนกันกับเรา

เฝ้ามองดูสักพักก็ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง กับคลิปสัมภาษณ์ ใจเทพ ร่าเริงใจ Music Composer นักทำเพลงประกอบภาพ ทั้งเนื้อความที่เล่าอย่างซื่อตรงแต่มีเสน่ห์ และการนำเสนอเรื่องนอกสายตาให้อยู่ในสายใจ (แปลว่าตราตรึงเข้าไปในหัวใจ)

The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์

เราไม่รอช้าที่จะติดต่อขอพูดคุยกับ 2 แอดมินเจ้าของเพจ The Supporter มายด์-กชกร จวนทองรักษ์ และ วา-ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์ ในบ่ายวันหนึ่งที่ร้านกาแฟไม่ไกลจากออฟฟิศ The Cloud บทสนทนาเกือบ 2 ชั่วโมงทำให้เราอยากแนะนำมิตรสหายในวงการงานเขียนอีกมากมายให้คนทั้งคู่รู้จัก

แม้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการยังไม่ถึง 2 เดือน แต่จำนวนคนติดตามที่มีมากถึง 15,000 คน

มีคลิปใหม่ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี ซึ่งมีจำนวนคนเข้าชมต่อคลิปมากกว่า 1 หมื่นครั้ง โดยเฉพาะตอน Foley Artist ที่มีคนดูถึง 1.6 ล้านคน

สิ่งที่น่าสนใจคือ เบื้องหลังความตั้งใจของแอดมินทั้งคู่ และปรากฏการณ์ของผู้ชมว่ายอดมหาศาลนี้กำลังจะบอกอะไรเรา

The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์

 

คนข้างล่าง

ก่อนจะเริ่มทำ The Supporter ทั้งวาและมายด์ทำงานอยู่ในสายงานนิเทศศาสตร์ คลุกคลีอยู่กับกองถ่ายภาพยนตร์และโฆษณา ทุกรูปแบบและทุกขนาด ทำให้เห็นกระบวนการทำงานของคนทุกตำแหน่งในกองถ่ายมาตั้งแต่สมัยเรียน

วันหนึ่ง ขณะที่เห็นน้าไฟ (Gaffer หรือช่างไฟในกองถ่าย) กำลังปีนเสาสูงเพื่อย้ายไฟในกองถ่ายโฆษณาต่างประเทศ ก็เกิดความคิดอยากเล่าเรื่องคนที่ทำงานในเบื้องหลัง เพราะเมื่องานออกมาดี แสงสวย ทุกคนชื่นชม แต่ไม่เคยมีใครพูดถึงน้าไฟเหล่านี้เลย

“คิดมานานแล้วว่าอยากเล่าเรื่องคนในกองถ่าย ซึ่งเราไม่ได้คลุกคลีกับคนเบื้องหน้า แต่จะสนิทกับทีมงานเบื้องหลัง อย่างกองถ่ายจากต่างประเทศหรือกองที่ใช้เวลาถ่ายทำนานๆ จนได้รู้จักตัวตนเขาลึกๆ และรู้สึกประทับใจ” มายด์เล่าโจทย์อยู่ในใจมานาน

เป็นจังหวะเดียวกับที่ทั้งคู่ย้ายตัวเองจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์ ทำให้พอมีเวลา ประกอบกับได้รู้จักกับคนที่ทำงานสายซัพพอร์ตอื่นๆ มากขึ้น ยิ่งทำให้วาและมายด์อยากเล่าเรื่องของคนเบื้องหลังเหล่านี้

“ตอนแรกเราใช้คำว่า ‘คนเบื้องหลัง’ แต่จริงๆ เรียกว่าเบื้องหลังก็ไม่ถูกทั้งหมด อย่างรายการตอนแรกเราสัมภาษณ์พี่โจ้ ผู้จัดการวง Moderen Dog เป็นตำแหน่งงานที่ต้องเจอลูกค้าตรง เป็นหน้าด่านที่รับมือกับทุกเรื่อง เราก็คิดถึงคำว่า ‘สายงานซัพพอร์ต’ คิดถึงคนที่ไม่ได้อยู่ใต้ไฟหรือสปอตไลต์มาก่อน และที่ผ่านมา เราเล่าเรื่องคนที่อยู่ใต้ไฟมาตลอด พอมาเล่าเรื่องคนที่อยู่ในเงาก็ช่วยเติมไฟให้เราไม่น้อย” วาเล่าความตั้งใจ

 

บทบาทสมทบมืออาชีพ

ธรรมชาติของคนที่ทำงานซัพพอร์ตนั้นชอบการทำงานอยู่ข้างหลัง ไม่อยากเป็นที่รู้จัก

มายด์นิยามคำว่า The Supporter ในแบบของเธอว่า คนที่คอยช่วยเหลือให้งานของคนอื่นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และไม่คิดถึงความสำเร็จของตัวเองคนเดียว ซึ่งวาเพิ่มเติมว่า The Supporter  คือ คนที่รักและตั้งใจทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างดี โดยไม่คิดว่าสิ่งนั้นจะให้ประโยชน์หรือสร้างโอกาสอะไรต่อไป

ขณะที่เราถูกสอนเสมอมาว่า จงตั้งใจทำงานเพื่อจะเติบใหญ่ในเส้นทางสายอาชีพ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยพอใจในงานของตัวเอง ตั้งใจทำสิ่งนั้นซ้ำๆ นับสิบๆ ปี

ราวกับมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ ระหว่างความพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ กับความไม่รู้สึกทะเยอทะยาน

“เนื้องานบางอาชีพ อย่างผู้ช่วยผู้กำกับและผู้กำกับมีความแตกต่างกันมาก ผู้ช่วยผู้กำกับคือคนที่ทำให้สิ่งผู้กำกับคิดนั้นเกิดขึ้นรวมถึงติดตามผล ขณะที่ผู้กำกับจะทำหน้าที่คิดทุกเรื่อง เรารู้จักผู้ช่วยผู้กำกับท่านหนึ่ง เขาทำงานตำแหน่งนี้มา 30 ปีแล้ว เขาบอกว่ารักและมีความสุขดี ไม่อยากก้าวข้ามจุดนี้ไปทำสิ่งอื่น เขาชอบเนื้องานผู้ช่วยของตัวเองไปแล้ว มากกว่าจะรับผิดชอบสิ่งอื่นใดอย่างผู้กำกับ” วาเล่า

ในโลกที่เราถูกผลักให้ไปสู่สิ่งที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้ารักในสิ่งที่ทำแล้ว เราเชื่อว่าใครคิดอย่างไรก็คงไม่มีผล แม้จะมีใครตัดสินว่านั่นคือการอยู่ในเงาของใคร สำคัญคือ เราเห็นข้อดีของเงานั้น เหมือนที่ใครบอกว่า เพราะมีเงาอยู่เราถึงรู้ว่ามีแสง

The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์ The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์

 

Count On Me

สิ่งที่น่าสนใจของ The Supporter คือ การเลือกคน

เช่นเรื่องของศิลปินออกแบบเสียง Foley Artist ซึ่งเป็นสายงานที่ทั้งวาและมายด์คุ้นเคยอยู่แล้ว แต่คนทั่วไปไม่รู้จัก เรื่องของคนเขียนแบบหรือ Draft Man ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างบ้านและอาคาร หรือแม้แต่งานออกแบบใดๆ ทำหน้าที่สื่อสารงานของนักออกแบบและวิศวกรผู้สร้าง เรื่องของนักทำเพลงประกอบ หรือ Music Composer ผู้อยู่เบื้องหลังดนตรีประกอบภาพเคลื่อนไหว เติมอารมณ์และความรู้สึกให้เรื่องราวที่ดำเนินอยู่ หรือแม้แต่ช่างซ่อมของเล่น อาชีพที่คนไม่รู้ว่ามีอยู่ ซึ่งปัจจุบันมีสื่อมาสนใจมากมาย และมีงานเข้ามาเรื่อยๆ จนล่าสุดเพิ่งประกาศงดรับงาน 3 เดือน

ในช่วงแรกมายด์และวาเริ่มจากหยิบราวของเรื่องราวของคนใกล้ตัวที่ทำงานสายซัพพอร์ตจริงๆ มาเล่า อย่างรุ่นพี่ที่ออฟฟิศ ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อนรุ่นน้อง ก่อนจะใช้วิธีถามไถ่คนรู้จักหรือแม้แต่เพื่อนใหม่

“ช่วงหลังมานี้พอเจอคนใหม่ๆ เราจะถามตลอดว่า ‘ทำงานอะไรคะ’” มายด์หัวเราะ

โดยการเลือก The Supporter ทั้งคู่ให้ความสำคัญกับการทำการบ้าน หาข้อมูลว่างานที่เขาทำคืออะไร ตำแหน่งนี้ต้องรับผิดชอบเป็นอย่างไร เกี่ยวข้องกับอะไรและใครบ้าง

“เรามีรายชื่อจำนวนหนึ่งว่าสนใจสายงานสัพพอร์ตของอาชีพไหนบ้าง แล้วใช้วิธีทำไปเรื่อยๆ บางทีได้แรงบันดาลใจจากข่าวๆ จากสิ่งที่พบเจอแล้วคิดต่อ เช่น อยากทำเรื่องคนพัฒนาสูตรเบเกอรี่ และคนที่อยู่เบื้องหลังพนักงานคอลเซ็นเตอร์” มายด์เล่า

ขออภัยผู้อ่านทางบ้าน ที่เราไม่อาจเปิดเผยรายชื่อ The Supporter ตอนต่อๆ ไปได้ แต่เชื่อเถอะว่าคุณต้องรักพวกเขาเหล่านี้แน่ๆ เพราะแค่เราฟังรายชื่อก็รู้สึกสนุกตามแล้ว

 

ข้างหลังภาพ

ความสนุกของการเล่าเรื่องคนทำงานสายซัพพอร์ตเหล่านี้คืออะไร เราถาม

“ผมสนุกกับการคาดเดาคำตอบไม่ได้จากพวกเขา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจริงมากๆ ไม่มีการคิดคำตอบไว้ล่วงหน้า นั่นทำให้ต้องใช้เวลาขุดพวกเขาเยอะ ซึ่งก็ทำให้เราได้อะไรกลับมาเยอะมาก” วาตอบด้วยตาเป็นประกาย

ด้วยประสบการณ์ที่มี ในการทำ The Supporter วาและมายด์จะแบ่งรับผิดชอบเนื้อหาตามความสนใจ และแบ่งหน้าที่กันตามถนัด ซึ่งมายด์ถนัดสายภาพยนตร์ และวาถนัดสายสารคดี

“เรื่องสัมภาษณ์เป็นหน้าที่ของวา มายด์จะช่วยเก็บรายละเอียดในบางประเด็น และเก็บภาพอารมณ์จากสีหน้าของคนที่สัมภาษณ์” มายด์เสริม

หากเป็นผลงานที่มีลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างอย่างทุกที รายการของมายด์และวาคงหนีการวัดผลด้วยจำนวนคนดูและตัวเลขที่อ้างว่าสร้างการรับรู้ในโซเชียลมีเดีย ไม่พ้น ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าหนุ่มสาวคู่นี้คาดหวังหรือวัดผลความสำเร็จด้วยอะไร

The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์

“เราตั้งเป้าไว้ว่า มีคนดูคลิปละ 1 หมื่นคนก็ดีใจแล้ว” มายด์ตอบทันที

ในยุคที่เราต้องยอมรับว่าเป็นขาลงของคนใช้โซเชียล อะไรทำให้ทั้งคู่มั่นใจกับตัวเลขที่ตั้งขึ้น

แต่งานที่ดีก็คืองานที่ดี ยอดคนดูถล่มทลายนี้กำลังบอกอะไรพวกเรา

วาเล่าอย่าถ่อมตัวว่ากระแสจาก Foley Artist มาจากคนจำนวนมากที่ไม่รู้จักอาชีพนี้มาก่อน และบังเอิญตรงกับคาแรกเตอร์ของพระเอกซีรีส์เกาหลีเรื่อง Another Oh Hae Young ยิ่งทำให้เรื่องนี้เป็นที่สนใจของคนในโซเชียล ขณะที่เรื่องพนักงานออฟฟิศไทยในญี่ปุ่นนี้ มีคนไม่น้อยอยากไปทำงานที่ญี่ปุ่นแต่ไม่เคยมีใครเสนอมุมที่ไม่สวยงามนี้มาก่อน คนก็เลยชอบและพูดถึงกันมาก รวมถึงเรื่องของช่างซ่อมของเล่น ที่เข้าถึงง่ายเพราะทุกคนมีของเล่น และของเล่นก็พังลงในทุกวัน

“คอนเทนต์ที่ดีต้องมาก่อน เมื่อก่อนเราไม่เคยเชื่อเรื่องนี้เลย” มายด์บอก

“เมื่อก่อนเชื่อว่า Influencer ที่มีชื่อเสียงจะทำให้คนมาสนใจ ถึงขนาดเคยคิดไปก่อนว่าจะขอให้ใครช่วยแชร์รายการดี” วาเล่าติดตลก

ผลที่เปลี่ยนไปคือ การทำเพจทำให้ทั้งวาและมายด์พบข้อมูลหลังบ้านที่น่าสนใจ ทำให้รู้เรื่องการตลาดในโลกโซเชียล และจากสิ่งนี้ที่พิสูจน์แล้วว่าเรื่องคนตัวเล็กๆ มีพลังสร้างการตระหนักรู้บางอย่างในสังคม ก็ทำให้พวกเขาทำงานง่ายขึ้น คุยกับลูกค้างานวิดีโอซึ่งเป็นงานหลักของง่ายขึ้น

“สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากๆ คือ ไม่ใช่ว่าเรื่องที่เขาทำเป็นเรื่องเพื่อสังคมหรือเรื่องราวใหญ่โต แต่เขาก็แค่เป็นคนที่ตั้งใจทำงานตรงหน้ามากๆ และสิ่งนั้นส่งผลต่องานของคนอื่น สำหรับเราแค่นี้ก็พอแล้ว” วาเล่าสิ่งที่ประทับใจ ก่อนมายด์จะเสริมว่า

“ก็มีบ้างนะเรื่องของคนที่ทำเพื่อสังคม แต่เมื่อเทียบกับคนอื่นสิ่งที่เขาทำนั้นเล็กน้อยมากๆ แต่เขาก็เลือกที่จะทำในส่วนที่เขาทำได้”

 

ซึ่งกันและกัน

The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์

“ก่อนหน้านี้คิดแค่อยากปล่อยของลองทำสิ่งที่คิดมานาน แต่พอได้เจอและฟังเรื่องราวของพวกเขา เรื่องที่คิดจะปล่อยของกลายเป็นเรื่องรองไปเลย และยิ่งทำให้เราอยากทำรายการต่อไปเรื่อยๆ การฟังสิ่งที่เขาเล่าออกมา พวกเราแอบคิดอยากจะทำพอดแคสเพราะเสียดายเมื่อต้องตัดเป็นวิดีโอความยาว 3 – 5 นาทีจริงๆ บทสนทนาที่เกิดขึ้น 20 – 30 นาทีนั้นดีมากๆ แต่ก็กลัวคนฟังจะเบื่อเหมือนกัน” มายด์เล่า และไม่ใช่แค่จำนวนคนดูที่เพิ่มมากขึ้น กระแสตอบรับจากผู้ชมที่มีต่อคนสัมภาษณ์ก็เป็นสิ่งที่วาและมายด์ไม่คิดมาก่อน

“ตอนที่ทำเรารู้อยู่แล้วว่าเราจะได้อะไรจากการสัมภาษณ์เขา แต่เราไม่คิดมาก่อนว่าตัวคนที่ให้สัมภาษณ์จะได้อะไรจากสิ่งนี้ จากคอมเมนต์ จากคนดู แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างเชื่อมโยงกันเป็นวงกลม ต่างฝ่ายต่างได้รับพลังดีๆ กลับไป เช่น มีคนมาชื่นชมและให้กำลังใจ Foley Artist หรือพนักงานออฟฟิศที่กำลังเบื่องาน เมื่อดูเรื่องของคุณจอยซ์ พนักงานออฟฟิศที่ญี่ปุ่น ก็ทำให้เขาเปลี่ยนมุมมองและวิธีคิดไปเลย” วาทิ้งท้าย

ขอบคุณสถานที่
ร้านกาแฟ Van Hart
ชั้น 2 ของร้าน Positive Green สุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ
Facebook / Instagram: Vanhartcoffee

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“พี่ส่งรูปให้แล้วนะ พร้อมรูปที่พูดถึง The Cloud ในมุมร้าย ๆ ตามสไตล์เพจ (หัวเราะ)”

ป๊อบ-ธนวัฒน์ ประกัมมนู เจ้าของเพจ Prakammanu ส่งข้อความมาหาเราหลังใช้เวลาครุ่นคิดพอสมควรว่าจะแซวอะไร The Cloud ดี

นี่คงเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับเขา ส่วนเราก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นภาพนั้นช่วงท้ายบทความ

เวลาผ่านไปกว่า 10 ปี ผู้คนบนโลกออนไลน์ค่อย ๆ รู้จักป๊อบในฐานะ ‘เพจแซวการเมือง’ เพราะมีซีรีส์การ์ตูนมหาสนุกจำนวนมากที่ยอดไลก์หลักหมื่น ยอดแชร์หลักแสน ใช้คนจริงแสดง และอิงเหตุการณ์อันร้อนระอุในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็น TAVENKER INFINITY นายก หรือ TAVENKER ENDGAME ร่วมแสดงโดยคนการเมืองชื่อคุ้นหู

Prakammanu เพจนักแซวที่ตั้งใจเปลี่ยนมุมมองเรื่องรอบตัวให้สนุก แต่ดังสุดคือการเมือง
Prakammanu เพจนักแซวที่ตั้งใจเปลี่ยนมุมมองเรื่องรอบตัวให้สนุก แต่ดังสุดคือการเมือง

แนะนำไปเพียงเท่านั้น เจ้าของเพจก็บอกด้วยรอยยิ้มว่า “จริง ๆ ผมแซวได้ทุกเรื่อง แต่ที่คนรู้จักดันเป็นเรื่องการเมือง”

ครั้งนี้ The Cloud จึงชวนเขาคุยในฐานะศิลปินและครีเอทีฟโฆษณาที่มองว่า ยุคนี้ความสวยเป็นรองไอเดีย ลงลึกไปถึงเคล็ดลับการคิดมุก และเส้นทางการเติบโตที่ต่อให้ไม่ใช่เรื่องการเมือง หนุ่มเอเจนซี่คนนี้ก็มีจินตนาการและลูกเล่นแพรวพราวไม่แพ้กัน

Prakammanu เพจนักแซวที่ตั้งใจเปลี่ยนมุมมองเรื่องรอบตัวให้สนุก แต่ดังสุดคือการเมือง

ดอกที่ 1
คนวาดการ์ตูนที่เสพการ์ตูนน้อยมาก

หากไม่นับการ์ตูน ขายหัวเราะ ที่เขาขอให้คุณแม่ซื้อให้ตอนเด็ก มีการ์ตูนญี่ปุ่นเพียง 3 เรื่องเท่านั้นที่ติดตามอย่างจริงจัง คือ 20th Century Boys, One Piece และ Death Note ซึ่งเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องที่เขาชอบมากที่สุดด้วยลายเส้นและเนื้อหาที่เข้มข้น ขณะที่ One Piece เปรียบเสมือนสนามเด็กเล่นแห่งแรกที่เขาอยู่ด้วยทั้งวันทั้งคืน จนหยิบยืมตัวละครมาวาดเป็นการ์ตูนเรื่องแรกของตัวเอง

แม้แต่ตัวป๊อบก็ไม่แน่ใจว่าชอบวาดภาพตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่นั่นอาจเป็นสิ่งที่ส่งผ่านทางสายเลือด เมื่อคุณแม่มีงานอดิเรกคือการระบายสีตุ๊กตาปูนพลาสเตอร์ และเธอทำผลงานออกมาได้อย่างสวยงาม ลูกชายในวัยเด็กจึงลองทำบ้าง แม้จะสวยสู้ไม่ได้ แต่เขาก็แอบรู้สึกว่ามาถูกทาง ประกอบกับการซื้อสมุดวาดภาพให้ได้ลองขีดเขียนลอกลาย เมื่อขึ้นชั้นมัธยมศึกษา ป๊อบจึงกลายเป็นคนที่โดดเด่นด้านศิลปะที่สุดในห้อง

Prakammanu เพจนักแซวที่ตั้งใจเปลี่ยนมุมมองเรื่องรอบตัวให้สนุก แต่ดังสุดคือการเมือง

เราถามเขาว่า วิชาศิลปะที่ถูกบรรจุอยู่ในระบบการศึกษามีส่วนช่วยปูทางให้เขาเป็นนักวาดการ์ตูนที่มีคุณภาพไหม คำตอบคือ ไม่ช่วยเท่าไหร่

“ตอนนั้นเป็นแค่วิชาหนึ่งที่ให้เรียนผ่านไป เต็มที่ก็แค่จัดโต๊ะให้หัดวาดภาพเหมือน บ้านของผมอยู่ระยอง แต่พอจะเรียนศิลปะทีต้องนั่งรถขึ้นมาเรียนในกรุงเทพฯ กว่าจะได้เรียนจริงจังก็เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว”

เชื่อว่าใครหลายคนคงมีโชคชะตาแบบป๊อบ และอาจเคยอยู่ในวังวนที่หาสไตล์การวาดของตัวเองไม่เจอเช่นกัน

“ช่วงหนึ่งผมชอบงานของ เดอะดวง เลยพยายามเป็นเขาอยู่พักหนึ่ง แต่พอมีคนชมว่างานเหมือน เราก็กลับมาคิดว่า งานเราเหมือนเดอะดวง แล้วเราจริง ๆ เป็นใคร ก็เลยเลิกวาดตาม และลองหาแนวของตัวเองจนได้เป็นแบบที่เห็น”

ความฝันของเขาชัดเจนว่าอยากเป็นนักวาดการ์ตูน ป๊อบจึงเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพในสายภาพประกอบ แต่โชคชะตาพลิกผัน จับพลัดจับผลูไปเป็นครีเอทีฟ อาร์ตไดเรกเตอร์ ที่โชคยังดีได้ใช้ความรู้เรื่องศิลปะและยังมีเวลาว่างพอให้เปิดเพจสะสมผลงาน ก่อนจะกลายเป็นเพจสุดกล้าและขี้แซวในปัจจุบัน

Prakammanu เพจนักแซวที่ตั้งใจเปลี่ยนมุมมองเรื่องรอบตัวให้สนุก แต่ดังสุดคือการเมือง

ดอกที่ 2
เพจสะสมงานศิลปะที่เด่นเรื่องการเมือง

เจ้าของนามปากกา Prakammanu เปิดเพจราว พ.ศ. 2555 โดยตั้งใจใช้เป็นเพียงพอร์ตรวมผลงาน 

ปกติเมื่อโพสต์ภาพไปแล้วมีคนชื่นชม เขาก็จะใจฟู แต่วันหนึ่งเจ้าตัวกลับตั้งคำถามว่า สวยแล้วยังไงต่อ 

“มันไม่ได้ให้อะไรกับคนอื่น ผมเลยลองเปลี่ยนเป็นโควทคำคมคนเหงา อันนี้มาจากความรู้สึกจริงตอนนั้น ปัจจุบันคนติดตาม 2 แสนกว่า แต่เพจยุคแรกคนตามประมาณหลักพัน เขาเริ่มมาแชร์งานเราด้วยความรู้สึกว่า เป็นเหมือนกันเลย

“แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ กลายเป็นเนื้อหายิ่งเศร้ากว่าเดิม ลูกเพจบอกว่ามันดาวน์มาก ผมเลยกลับมาคิดอีกว่า งานเราทำให้คนอื่นเศร้า แม้กระทั่งเรากลับมาดูเองยังไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลย สุดท้ายจึงเปลี่ยนมาเป็นคนขี้แซวแบบที่เห็น แทบไม่มีเรื่องเศร้า” – ยกเว้นสภาพสังคมที่บางทีก็เศร้าอยู่แล้ว

“เอ้อ! (หัวเราะ) ผมก็พยายามจับเรื่องการเมืองมาผูกกับเรื่องอื่น เช่น ภาพยนตร์ เพื่อลดความเครียดของมันลง แต่ยังเสียดสีเหมือนเดิม อย่างน้อยคนก็มีเรื่องคุยว่า ยังจำหนังเรื่องนี้ได้ไหม ยังจำเหตุการณ์นั้นได้หรือเปล่า ทุกวันนี้มันเครียด ผมอยากใช้วิธีแซวเพื่อตั้งคำถามกับสังคมมากกว่า”

Prakammanu เพจนักแซวที่ตั้งใจเปลี่ยนมุมมองเรื่องรอบตัวให้สนุก แต่ดังสุดคือการเมือง
ผลงานช่วงแรกของ Prakammanu

ถึงเขาจะดูเป็นคนอารมณ์ดี ขี้แซะ ขี้แซว แต่การกระทำทั้งหมดยังอยู่ในลิมิตที่เขาคิดว่าพอดี และต้องเผยแพร่อย่างมีสติ

ป๊อบยกตัวอย่างให้ฟังว่า ตลกยุคก่อนมักล้อเรื่องหน้าตาหรือเพศสภาพ ขณะที่โลกเปลี่ยนไป มนุษย์ควรตระหนักเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ส่วนประเด็นทางการเมืองที่โพสต์ เขาเคยคิดเหมือนกันว่ารุนแรงไปไหม แต่สุดท้ายก็พบคำตอบว่า ไม่ เพราะมันไม่ได้เกินจริงไปเลย

“ทุกครั้งที่เขียนไม่ได้อยากให้ใครเสียงแตกจากกัน แต่ถ้าเป็นเรื่องการเมือง เสียงมันแตกเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ในคอมเมนต์ก็มีการถกเถียงตลอด 10 เปอร์เซ็นต์อาจจะทะเลาะกัน 70 เปอร์เซ็นต์มาเมนต์ตลก ๆ 20 เปอร์เซ็นต์แท็กเพื่อนมาดู”

โดยส่วนตัวเขาไม่ใช่คนที่ไม่ชอบแล้วนั่งไล่ลบคอมเมนต์ ในทางกลับกัน เขาใช้เหตุและผล รวมถึงการเปิดใจรับฟังเป็นตัวจัดการ มีหลายครั้งที่ได้อ่านความคิดเห็นที่คาดไม่ถึง ได้รู้ความจริงในมุมมองที่หลากหลาย หรือได้ข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

Prakammanu เพจนักแซวที่ตั้งใจเปลี่ยนมุมมองเรื่องรอบตัวให้สนุก แต่ดังสุดคือการเมือง

“ผมมองว่าตัวเองเป็นผู้สร้างงานศิลปะคนหนึ่ง คนจะว่าอย่างไรก็ไม่เป็นไร ผมแค่อยากดูฟีดแบ็ก ส่วนเรื่องความจริงหรือไม่จริง เราไม่ได้เข้าไปยุ่ง ผมแค่อยากแสดงความคิดเห็นของผมผ่านงานศิลปะ

“ศิลปะคือความจรรโลงใจที่ผนึกอยู่ในทุกสิ่งรอบตัวโดยที่คนไม่รู้ตัว ศิลปะขับเคลื่อนสังคมได้จริง ต่อให้น้อยนิด แต่มันขับเคลื่อนอยู่ ศิลปะในไทยไม่มีบทบาทเหมือนต่างประเทศ แต่แค่เพิ่ม 1 – 2 เปอร์เซ็นต์ก็แปลว่าเพิ่ม มันคือ Soft Power”

เราถามเขาว่า ทุกครั้งที่แซวการเมืองมีความคาดหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรไหม เขาตอบว่า ทุกครั้งที่เปิดข่าวดูก็คาดหวังอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขาอยู่ในวัยที่คิดว่า ความเปลี่ยนแปลงมาช้า ตัวเขาอาจอยู่ไม่ถึงจุดที่จะได้เห็น แต่อย่างน้อยสิ่งที่เขาทำก็คงทำให้คนส่วนหนึ่งเปิดหูเปิดตามากขึ้นได้ เพราะทัศนคติเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมที่ใหญ่กว่า

Prakammanu เพจนักแซวที่ตั้งใจเปลี่ยนมุมมองเรื่องรอบตัวให้สนุก แต่ดังสุดคือการเมือง

ดอกที่ 3
เพจขี้แซวที่แซวทุกเรื่องแต่ดังไม่เท่าการเมือง

เนื้อหาในเพจส่วนใหญ่ค่อนข้างตามกระแส แต่ต้องเป็นกระแสที่เจ้าของเพจสนใจเท่านั้น ป๊อบยกตัวอย่างว่า ยุคที่ใคร ๆ ก็พยายามหยุดส้มให้ส้มหยุด เขาไม่ได้วาดอะไรเลย เพราะไม่มีอะไรประทับใจเป็นพิเศษ ซึ่งถ้าไม่มีมุกจะใส่ก็ไม่จำเป็นต้องฝืน เนื่องจากจุดขายสำคัญของงานยุคนี้คือ ‘ไอเดีย’

“สมัยก่อนอาจเคยได้ยินว่าต้องวาดภาพให้เหมือนจริงเท่านั้น แต่ผมว่ามันอาจหมดยุคไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องวาดภาพเหมือนที่สุด แค่มีสไตล์และเป็นตัวเองก็มีงานได้ แต่ต้องแข่งกันที่ไอเดีย

“เมื่อเรามีไอเดีย แพลตฟอร์มก็ไม่เกี่ยวเท่าไหร่ ต่อให้เปลี่ยนลายเส้น เปลี่ยนมาวาดบนกระดาษ เราก็คิดว่าคนที่ติดตามยังคงจำได้ว่านี่คือมุกของคุณ สไตล์คุณ”

แล้วสไตล์ของ Prakammanu หน้าตาเป็นอย่างไร เขาไม่ได้ตอบอย่างชัดเจน เราเลยตอบเองว่า กวน ตลกร้าย เข้าถึงง่าย และใกล้ตัว

01 Bangkok University

Prakammanu เพจนักแซวที่ตั้งใจเปลี่ยนมุมมองเรื่องรอบตัวให้สนุก แต่ดังสุดคือการเมือง

“ผมเรียนอยู่ ม.กรุงเทพ เขาก็รู้กันเรื่องน้ำท่วมทุกครั้งที่ฝนตก ผมเลยวาดแซวคู่กับเรื่อง Interstellar ซีนที่พระเอกและนางเอกไปอยู่ในดาวที่มีแต่น้ำ มหาวิทยาลัยผมก็ดาวอีกดวงนี่แหละ”

Prakammanu เพจนักแซวที่ตั้งใจเปลี่ยนมุมมองเรื่องรอบตัวให้สนุก แต่ดังสุดคือการเมือง

“อันนี้อาจจะยากหน่อย ต้องเด็กมหาวิทยาลัยเดียวกันถึงจะเข้าใจ เวลานั่งรถตู้จะมีคนอื่นที่ต้องลงกลางทาง ทุกครั้งที่ผมนั่งจากฟิวเจอร์พาร์คไปมหาวิทยาลัยจะมีคนลงย่านที่ชื่อว่าประทานพร เขาก็จะบอกว่า ประทานพรด้วยค่ะ เราคิดได้ก็จดตอนนั้นเลย อายุ วัณโน สุขัง พลัง”

02 บันทึกประจำวัน

ทำความรู้จัก Prakammanu เพจนักแซวของหนุ่มสายแอดที่ตั้งใจเอาไว้สะสมผลงาน แต่ไป ๆ มา ๆ คนดันรู้จักเพราะแซวการเมือง

“หลายเรื่องมันคือชีวิตประจำวันที่เราเห็น ผมชอบคิดไปเรื่อย อย่างเห็นในข่าวว่ามีคนเจอเส้นผม เจอซากแมลงในจานข้าว แต่ผมกลับคิดว่า ถ้ามันเป็นขบวนการล่ะ ถ้ามันถูกเตรียมเอาไว้แล้ว คนทำไม่ดีก็ได้กินฟรีอีก”

ทำความรู้จัก Prakammanu เพจนักแซวของหนุ่มสายแอดที่ตั้งใจเอาไว้สะสมผลงาน แต่ไป ๆ มา ๆ คนดันรู้จักเพราะแซวการเมือง

“อันนี้ทำมาแซวเกือบ 5 ปีได้ แล้วผลตอบรับก็ดีมาก คนแชร์เป็นหมื่น ส่วนใหญ่จะผู้ชายที่ไปคอยแฟน มันก็สะท้อนว่ามีคนแบบผมเยอะเหมือนกัน (หัวเราะ)”

03 ไม่แซวการเมือง (ไม่ได้จริง ๆ)

ทำความรู้จัก Prakammanu เพจนักแซวของหนุ่มสายแอดที่ตั้งใจเอาไว้สะสมผลงาน แต่ไป ๆ มา ๆ คนดันรู้จักเพราะแซวการเมือง

“ปกติผมจะไม่อ้อมค้อม แซวการเมืองก็คือแซวเลย แต่อันนี้ลองแบบหักมุก ใช้หนังเรื่องเดิมคือ Interstellar หรืออีกอันคือช่วงที่คนบอกให้นายกออกไป แต่เราไม่ได้อยากพูดตรง ๆ เลยเปลี่ยนเป็นการดูหนัง ไป ๆ มา ๆ งานของผมมันก็เหมือนเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ไทยนิดหนึ่ง”

ทำความรู้จัก Prakammanu เพจนักแซวของหนุ่มสายแอดที่ตั้งใจเอาไว้สะสมผลงาน แต่ไป ๆ มา ๆ คนดันรู้จักเพราะแซวการเมือง

เคล็ดไม่ลับนับจากจุดเริ่มต้น

คุณมีวิธีการคิดมุกอย่างไรให้สนุกบ้าง

บางทีไม่ต้องคิดมันก็เชื่อมโยงเองในหัว ผมมองว่าอีกการเตรียมตัวที่ดีคือการเสพผลงานศิลปะของคนอื่นเยอะ ๆ ช่วงนี้ผมไม่ได้เสพก็จะคิดอะไรไม่ค่อยออก ไม่อยากแค่เอากระแสสังคมหรือข่าวมาวาดเป็นภาพ อยากใส่ไอเดียเข้าไปให้สนุก นึกออกต้องรีบจด แต่ก็ไม่ได้ใช้วาดทั้งหมด พอนึกไม่ออกก็จะไม่วาด

ถ้านึกไม่ออก คุณมีเคล็ดลับให้นึกออกไหม

(หัวเราะ) ส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็ไม่ทำ หรือทางเลือกของผมคือการอาบน้ำ ผมจะมีเก้าอี้ซักผ้าอยู่ในนั้น ก็เข้าไปนั่งหลับตา เปิดน้ำอุ่นชโลมตัว ผมรู้สึกว่านี่คือช่วงเวลาเดียวที่เราจะได้อยู่กับตัวเอง 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ น่าจะคิดอะไรออกในห้องน้ำ บางทีผมคิดออกต้องรีบวิ่งออกมาจด

หรือช่วงแรก ผมจะปิดไฟในห้อง นั่งเฉย ๆ คิดไปเรื่อย ๆ เวลาปิดไฟ ความคิดจะเสียงดังที่สุด

ทำความรู้จัก Prakammanu เพจนักแซวของหนุ่มสายแอดที่ตั้งใจเอาไว้สะสมผลงาน แต่ไป ๆ มา ๆ คนดันรู้จักเพราะแซวการเมือง
ทำความรู้จัก Prakammanu เพจนักแซวของหนุ่มสายแอดที่ตั้งใจเอาไว้สะสมผลงาน แต่ไป ๆ มา ๆ คนดันรู้จักเพราะแซวการเมือง

อะไรคือความท้าท้ายของการวาดการ์ตูน 3 ช่อง

ผมโตมากับการ์ตูน ขายหัวเราะ ซึ่งเขาเล่าเรื่องภายใน 3 ช่อง แล้วเราก็ได้แรงบันดาลใจมาจากเขา ความท้าทายคือ จะทำอย่างไรให้เล่าเรื่องนี้ออกมาได้ภายในพื้นที่เท่านี้ แต่ถ้าเล่าไม่ได้ ผมก็ยังมี 3 บรรทัดเท่าเดิม แต่ซอยช่องให้ถี่ขึ้น ถ้ายังไม่พออีก ผมทำงานไซส์ 4:5 ยังยัดเป็น 4 บรรทัดได้อยู่

มีเคล็ดลับในการวาดหรือการลำดับเรื่องบ้างไหม

ผมดูหนังบ่อย เลยจดจำรายละเอียดมุมกล้องและวิธีการเล่าเรื่องเอามาปรับใช้กับการ์ตูน

อะไรคือ The Best ที่อยากชวนอ่าน

How to จีบสาว ผมมีไอเดียเยอะ แต่การทำ Photo Story เรื่องหนึ่งใช้เวลานานมากเลยต้องค่อย ๆ ทำไป ทั้งหมดคือสิ่งที่เคยคิดอยู่คนเดียวหรือเคยคุยกับเพื่อน แต่ไม่กล้าใช้จริง เนื้อหาออกแฟนตาซีหน่อย

ส่วนซีรีส์ TAVENKER (ตะเวนเกอร์) ล้อมาจาก Avenger ที่มาแรงมาก ผมมองว่าการเมืองก็ไม่ต่างอะไรกัน มันคือการต่อสู้ ถ้าเราพูดแต่เรื่องการเมืองคนอาจไม่ได้ตาม หรือบางคนไม่สนุก เราเลยนำหนังฮีโร่เข้ามาใส่

เวลาวาดเป็น Photo Story คุณลำดับเรื่องอย่างไร

ผมไม่เกริ่นหรือปูก่อน เรียงสะเปะสะปะ แต่คือเรื่องเดียวกัน ผมเลยมักวาด Climax ก่อน เช่น ลำดับจาก 3 ค่อยวาด 1 ตามด้วย 5 คือวาดสิ่งที่รู้สึกสนุกกับมันแล้วค่อยมาประกอบเรื่องให้คม 

ผ่านมากว่า 10 ปี คิดอย่างไรที่คนยังบอกว่าคุณเป็นเพจแซวการเมืองมาตลอด

(หัวเราะ) ผมแซวได้หมด เริ่มต้นแซวผัวเมียตีกัน แต่ตอนหลังการเมืองมันร้อนแรง ผมเคยตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่าไม่อยากวาดการเมืองแล้ว แต่ทุกครั้งที่เห็นข่าวมันก็คันไม้คันมือขึ้นมา ขอแซวหน่อยแล้วกัน 

ผมเคยฝืนไม่ทำ แต่ได้แค่ 4 โพสต์ ใจมันก็เรียกร้องให้กลับมา แต่บอกได้ว่า เวลาผ่านไปเราแซวอะไรได้เข้มข้นขึ้น มีชั้นเชิงมากขึ้นเยอะ

ทำความรู้จัก Prakammanu เพจนักแซวของหนุ่มสายแอดที่ตั้งใจเอาไว้สะสมผลงาน แต่ไป ๆ มา ๆ คนดันรู้จักเพราะแซวการเมือง

จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา คุณจับทางได้ไหมว่าโพสต์ไหนจะเป็นที่พูดถึงบ้าง

ที่ผ่านมาเราไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกโพสต์ ตอนวาดเราไม่รู้ เพราะเอาแค่ว่าตัวเองชอบ แต่พอกดโพสต์มันดันไม่ไป เราต้องมามองเหมือนกันว่า เล่ารวบไปหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องที่ยากไป แต่บอกเลยว่าทำเพจมาเป็น 10 ปี ยังเดาไม่ออกว่าโพสต์ไหนจะไปบ้าง ทุกครั้งที่กดโพสต์คือการลุ้น

ที่ผ่านมาเพจนี้มีความหมายอย่างไรกับคุณบ้าง

ผมเคยถามว่าเพจนี้คืออะไร ก็ได้คำตอบว่า บางคนอาจมีแอคหลุมในการระบาย ผมไม่มีแอคหลุม แต่ผมมีเพจนี้เป็นสนามเด็กเล่นเอาไว้แชร์ไอเดียใหม่ ๆ ลองใช้ขายของก็ขายได้ ตัดต่อรูปก็ได้ มันเป็นที่สนองความอยากลงไม้ลงมือ

เป้าหมายในอนาคตของเพจคืออะไร

อนาคตที่อยากทำคือการแซวเหมือนเดิม เพราะเป็นสิ่งที่ผมถนัด กลับสู่จุดเริ่มต้นเขียนเรื่องการทำงาน ความรัก ชีวิตประจำวัน เพื่อน อยากลองเปลี่ยนแนวทางเพจด้วย ความคิดนี้ยังค้านกันอยู่ เพราะเลิกแซวการเมืองไม่ได้ สุดท้ายแนวทางคือการเป็นตัวของตัวเองต่อไป โดยกระจายเนื้อหาไปส่วนอื่นมากขึ้น

ขอชมผลงานที่คุณวาดให้ The Cloud หน่อยได้ไหม

(หัวเราะ)

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load