​ในบางค่ำคืน ระหว่างเดินไปบนถนนหนทางหรือนั่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะสักแห่ง คุณเคยเงยหน้ามองฟ้ามองดาวบ้างไหม แล้วสงสัยอะไรบ้างหรือเปล่า

​เรามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร แล้วไกลออกไปในความมืดมิดมีอะไร สงสัยเหมือนกันไหม

​เติ้ล-ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน และ กร-กรทอง วิริยะเศวตกุล คือสองคนที่ตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยู่ห่างไกลออกไป

​นอกจากตั้งคำถาม เขาทั้งสองและเพื่อนพ้องวัยมัธยมยังพยายามหาคำตอบ และรวมตัวกันก่อตั้งเว็บไซต์ spaceth.co เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่คล้ายจะไกลตัวอย่างอวกาศ มาเล่าจนคนอ่านอย่างเรารู้สึกว่า เรื่องราวเหล่านั้นอยู่ใกล้ชิดตัวเรากว่าที่คิดและสำคัญกับชีวิตกว่าที่คาด

บางทีเราอาจเข้าใจว่า เรามีชีวิตนี้ได้อย่างไรจากการทำความเข้าใจเรื่องจักรวาล-พวกเขาว่าอย่างนั้น

และเว็บไซต์ที่สร้างโดยกลุ่มเด็กมัธยมก็คว้ารางวัล Best New Blog ในงาน Thailand Best Blog Award 2017 มาครองชนิดผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ในฮอลล์วันประกาศผลพร้อมใจกันปรบมือเสียงดัง ยอมรับ

​วงโคจรของเรามาบรรจบกันในเช้าวันหนึ่ง แน่นอน-เราสนใจสิ่งที่พวกเขาสนใจ บทสนทนาจึงหนีไม่พ้นเรื่องราวของดวงดาว จักรวาล ยานอวกาศ ไปจนกระทั่งการเกิดขึ้นของมนุษยชาติ

ว่าแต่ ในบางค่ำคืน ระหว่างเดินไปบนถนนหนทางหรือนั่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะสักแห่ง คุณเคยเงยหน้ามองฟ้ามองดาวบ้างไหม แล้วสงสัยอะไรบ้างหรือเปล่า

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

คุณเคยพูดบนเวที TEDxKMITL ว่าคนสมัยก่อนไม่มีอะไรทำก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วตั้งคำถาม แล้วตอนเด็กๆ เวลามองขึ้นไปบนฟ้า คุณตั้งคำถามอะไรบ้างหรือเปล่า

เติ้ล: ไม่ตั้งคำถาม เพราะตอนเด็กๆ อยู่ในเมือง มองไม่เห็นอะไรเลย มองขึ้นไปไม่เห็นดาว ฉะนั้น เราก็จะเห็นดาวจากภาพถ่ายหรือว่าดูจากทีวี ตอนเด็กๆ ไม่เคยเห็นดาว ไม่เคยดูดาวเลย

มันเหมือนมีม่านอะไรบางอย่างมากั้นเรากับธรรมชาติเอาไว้ เราเกิดมา รอบตัวเราเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง เท้าของเด็กในเมืองบางคนไม่เคยสัมผัสกับดินไม่เคยสัมผัสกับหญ้าเลย สมัยโบราณเวลาคนไม่มีอะไรทำก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่กลายเป็นว่าเด็กที่เกิดในเมืองเขาได้รับมลภาวะทางแสงทำให้มองไม่เห็น

แล้วการมองฟ้า มองดาว เดินบนพื้นดิน สำคัญอย่างไรกับชีวิตมนุษย์

เติ้ล: มันทำให้เราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ อาจจะฟังดูโลกสวยนะ ว่าใกล้ชิดกับธรรมชาติจังเลย แต่ผมมองว่าการได้สัมผัสกับดินหรือการได้มองเห็นดวงดาว มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราตั้งคำถามว่า ทำไมถึงได้มีสิ่งนี้อยู่ ทำไมต้นไม้ถึงเป็นสีเขียว ทำไมท้องฟ้าถึงเป็นสีดำ ทำไมบนนั้นจึงมีดวงดาว ซึ่งมันคือสิ่งที่เป็นอย่างนั้นมาตั้งนานแล้ว ธรรมชาติก็อยู่ของมันเฉยๆ แค่เรามองไปหาธรรมชาติ แล้วเราตั้งคำถามกับมัน ไม่เหมือนกับการที่เราดูทีวีหรือเล่นมือถือแล้วข้อมูลวิ่งมาหา

อยู่ในเมืองไม่เห็นดาว แล้วหลงใหลดาราศาสตร์ได้ยังไง

เติ้ล: ถ้าถามว่าชอบดาราศาสตร์ตอนไหน ก็ชอบตั้งแต่อนุบาล ผมเป็นเด็กเจเนอเรชันที่พ่อแม่จะทิ้งเอาไว้กับบ้าน ทิ้งไว้กับหนังสือกับโทรทัศน์ โชคดีที่ช่วงนั้นรายการโทรทัศน์มีสารคดีมาออกเยอะ ช่วงปี 2003 นาซาส่งยานไปลงที่ดาวอังคารแล้วมีถ่ายทอดสด เราเลยได้เห็นว่าเขามีวิธีการลงจอดยังไง ตอนนั้นเลยเริ่มชอบเรื่องอวกาศขึ้นมา

สมัยเรียนชั้นประถมผมชอบเรื่องวิทยาศาสตร์ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เราได้รู้ว่าทำไมต้นไม้เป็นสีเขียว ทำไมน้ำถึงไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ เราได้รู้ในสิ่งที่เราอยากรู้จริงๆ น่าจะเป็นเพราะว่าเป็นเด็กที่ชอบตั้งคำถามด้วย

กร: ส่วนผมตอนนั้นนั่งดูทีวีอยู่ แล้วมีข่าวที่ว่าเขาตัดดาวพลูโตออกจากดาวเคราะห์ ตอนนั้นเลยสงสัยว่ามันโดนตัดเพราะอะไร ดาวพลูโตเป็นยังไง ทำไมเราถึงต้องไปตัดมัน ผมก็เลยไปหาอ่านเพิ่มเติมจึงรู้ว่ามันเคยเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบสุริยะ แล้วคำถามต่อไปก็คือ ระบบสุริยะเป็นยังไง ตอนนั้นพวกโซเชียลมีเดีย พวกอินเทอร์เน็ต เพิ่งแพร่หลายเข้ามา ก็เลยลองค้นหาอ่านเพิ่มเติม ตอนนั้นเริ่มรู้สึกว่าเราชอบเรื่องดาราศาสตร์ แต่ในหนังสือเรียนจะให้มาแค่ 3 หน้าสุดท้าย ผมก็เลยค่อยๆ หาอ่านเอง

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

แล้วตอนเด็กๆ พวกคุณเรียนวิทยาศาสตร์เก่งกว่าคนอื่นไหม

กร: ไม่เลย ตอนนั้นวิกฤต จริงๆ ผมเคยได้วิทยาศาสตร์เกรด 1.5 ปัญหาที่เจอคือ เราต้องขยันทำแต้ม ขยันเก็บเกรด ซึ่งตอนนั้นเราเป็นเด็กกิจกรรม ต้องไปทำนั่นทำนี่ แต่เราไม่ได้มองว่าเกรดมันเป็นตัวตัดสิน เรามองว่าเกรดเป็นยังไงก็แล้วแต่ แต่ถ้าเราสนใจจริงๆ ถ้าเราเข้าใจมัน มันก็โอเค

เติ้ล: ผมเรียนวิชาดาราศาสตร์ได้เกรด 2.5 นี่เป็นเหตุผลที่เราไม่เลือกเรียนต่อสายวิทย์ และเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ คือผมชอบเรียนรู้วิทยาศาสตร์ แต่ว่าไม่ได้ชอบเรียนวิทยาศาสตร์

เรียนรู้กับเรียนต่างกันยังไง

เติ้ล: เรียนรู้ มันเหมือนเราเรียนเพื่อตอบสนองความอยากอะไรบางอย่างข้างในของเรา แต่การเรียนมันเหมือนการทำให้ผ่านไปตามหลักสูตร คือเราไม่ชอบที่จะให้ใครมาบอกว่าคุณต้องเรียนอันนี้ เพื่อจะมารู้อันนี้ แล้วต้องมาสอบ ลักษณะของการออกแบบการศึกษาบ้านเรามันยังผิดสัดผิดส่วน มันเกิดจากการสอนให้จำก่อน ซึ่งถ้าวิธีการนี้มันเวิร์กจริง คนอื่นๆ ที่เขาเรียนแล้วเขาก็ต้องมาชอบดาราศาสตร์ด้วยสิ นี่ทำไมเรียนแล้วไม่ชอบ ทำไมเขาตั้งคำถามว่าเขาเรียนไปทำไม

ผมมองว่าวิทยาศาสตร์หรือศาสตร์อะไรก็ตามในโลก มันต้องเกิดจากการตั้งคำถามก่อน แล้วก็พอเราอยากรู้ เมื่อวันหนึ่งเรารู้เราจะจำได้ คือเราอาจจะเริ่มจากการสงสัยก่อน แล้วมันก็พัฒนามาเป็นการหาความรู้ แล้วมันก็กลายมาเป็นการจดจำ แต่ในห้องเรียนมันเหมือนย้อนกลับ ครูให้จำสมการก่อน จำวิธีการคิดก่อน ซึ่งทำให้เราไม่ได้ตั้งคำถาม

แล้วคุณตั้งคำถามเกี่ยวกับอวกาศหรือดวงดาวบ้างไหม

เติ้ล: ตอนเด็กๆ ช่วงประถมจะชอบถามแม่ว่าเราเกิดมาทำไม แม่ก็ตอบว่าไม่รู้ ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่มีใครรู้หรอก คำถามที่ว่า ‘เราเกิดมาทำไม’ มันเป็นคำถามเชิงปรัชญาใช่มั้ย แต่ตอนเด็กๆ เราก็ไม่ได้มีไอเดียเรื่องปรัชญา ไม่รู้จักหรอกว่าเพลโตคือใคร โสเครติสคือใคร แต่ว่ามันเกิดจากความรู้สึกของเราว่า เอ๊ะ ทำไมคนเราต้องเกิดมา ทำไมเราต้องมีชีวิต เรามีชีวิตไปทำไม พอโตไปเราก็เลยรู้ว่าเราไม่ได้ตั้งคำถามนี้อยู่คนเดียว ผมเชื่อว่าหลายคนก็กำลังถามอยู่เหมือนกันว่าคนเราเกิดมาทำไม คนเรามีชีวิตนี้ไปทำไม

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

การตั้งคำถามนี้ส่งผลกับชีวิตอย่างไรบ้าง

เติ้ล: พอเราตั้งคำถามว่าเราเกิดมาทำไม เราก็ศึกษาไปเรื่อยๆ แล้วพบว่าเราเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มธรรมชาติให้คงอยู่ โห มันกลายเป็นว่าชีวิตเรามีความหมายมากเลยนะ

คือต้องย้อนไปก่อนว่าชีวิตเกิดขึ้นได้ยังไง ถ้าย้อนไปจริงๆ มันก็คือตั้งแต่บิ๊กแบง ก่อนเกิดเอกภพ บิ๊กแบงมันสร้างสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าความปั่นป่วน หรือในภาษาฟิสิกส์เขาจะใช้คำว่า ความไม่เป็นระเบียบ ลองนึกภาพว่าจากเดิมมันไม่มีอะไรเลย มีแต่ความว่างเปล่า แต่พอเกิดบิ๊กแบง มันก็เกิดความปั่นป่วน มันเกิดปฏิกิริยากันระหว่างอนุภาค เกิดเป็นแรงขึ้นมา เกิดเป็นโลก เกิดเป็นดวงอาทิตย์ สุดท้ายมันเกิดเป็นชีวิต เป็นตัวเรา อันนี้คือความปั่นป่วน

ผมก็เลยคิดว่าชีวิตคือความปั่นป่วน แล้วมันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนสิ้นชีวิต แล้วหลังจากนั้นเหมือนกับว่าทุกสิ่งจะจบใช่ไหม แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ พอเราตายไปร่างกายของเราก็จะกลายเป็นธาตุกลับคืนไปสู่โลก สุดท้ายมันก็จะเป็นวงจรไม่มีที่สิ้นสุด

เคยมีความฝันประเภทอยากเหยียบดวงจันทร์หรืออยากไปดาวอังคารอะไรแบบนั้นบ้างไหม

เติ้ล: คนจะคิดว่าคนชอบดาราศาสตร์ เป้าหมายคือจะต้องเป็นนักบินอวกาศ แต่ผมไม่คิดแบบนั้น เป้าหมายของผมคืออยากเป็นคนที่ส่งต่อเรื่องของวิทยาศาสตร์มากกว่า เพราะว่าตอนเราย้อนไปดูวิทยาศาสตร์มันเป็นเรื่องของการส่งต่อจากนักวิทยาศาสตร์คนนี้ ทำงานอะไรบางอย่างขึ้นมา เกิดสิ่งสิ่งหนึ่ง เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ไปเรื่อยๆ ซึ่งเราไม่ได้เป็นนักวิทยาศาตร์ที่เก่งที่สุด ไม่ได้เป็นโปรแกรมเมอร์ที่เก่งที่สุด ไม่ได้เป็นนักบินอวกาศที่เก่งที่สุด แต่สิ่งที่เราทำได้ดีคือเรื่องของการสื่อสาร ก็เลยพอใจว่าฉันอยากจะเป็นนักสื่อสาร ฉันอยากจะเล่าเรื่องราวให้กับคนอื่นได้รู้

คุณและเพื่อนๆ เคยรู้สึกมั้ยว่าตัวเองกำลังสนใจเรื่องที่ใหญ่เกินตัว

เติ้ล: จริงๆ ทุกคนก็สนใจเรื่องที่ใหญ่เกินตัวอยู่แล้ว แค่การที่เรามานั่งคุยกันวันนี้มันก็เหมือนกับการสนใจเรื่องอื่นที่มันเกินตัวเราแล้ว ผมก็เลยมองว่ามนุษย์ถูกออกแบบมาให้เราสนใจเรื่องที่มันเกินตัวอยู่แล้ว ถ้าเราไม่สังเกตว่าพืชนี้กินได้ กินไม่ได้ เราก็คงไม่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้หรอก

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

ในมุมมองของคุณ คนไทยห่างไกลกับเรื่องอวกาศกว่าคนชาติอื่นๆ ไหม

เติ้ล: ไม่ ผมว่าคนทั่วโลกเหมือนกัน จริงๆ แล้วคนไทยเป็นชาติที่ค่อนข้างผูกพันกับเรื่องดวงดาวนะ คนสมัยก่อนเขาดูดาว เขารู้ว่าเมื่อตำแหน่งดาวมันเปลี่ยน ฤดูกาลเปลี่ยน สัตว์มันก็เปลี่ยนพฤติกรรม เขาก็เลยคิดว่ามันก็น่าจะทำให้มนุษย์เราเปลี่ยนแปลงได้เหมือนกัน มันก็เลยเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า โหราศาสตร์

ผมเลยมองว่าโหราศาสตร์นี่แหละเป็นสิ่งที่บอกได้ว่าคนไทยสนใจเรื่องดวงดาว แต่ว่าสมัยนั้นวิทยาการอาจจะยังไม่ก้าวหน้า แต่พอเวลาผ่านมาเรื่อยๆ เราก็ได้เรียนรู้ในสิ่งที่เรียกว่าดาราศาสตร์ ซึ่งสองสิ่งนี้ก็จะอยู่ควบคู่ในพฤติกรรมของคนไทยมาตั้งนานแล้ว อย่างสมัยพระนารายณ์ ในเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่เราดูกัน นั่นเป็นยุคที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง แล้วพระนารายณ์ก็ทอดพระเนตรด้วย หรืออย่างตอนรัชกาลที่ 4 ทรงทำนายสุริยุปราคาที่หว้ากอ

แต่ว่าทุกวันนี้โอกาสที่เราจะได้ศึกษาเรื่องพวกนี้มันมีน้อย เลยทำให้เรารู้สึกว่าภาพรวมเรื่องดาราศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ของไทยมันลดต่ำลงหรือเปล่า แต่ว่าจริงๆ แล้วถ้าดูตามกราฟแนวโน้มความสนใจ ผมว่ามันค่อนข้างนิ่ง คือถามว่าทำไมคนอเมริกาถึงได้สนใจเรื่องดาราศาสตร์ คำตอบคือเพราะว่ามันมีเรื่องการเมืองผูกเกี่ยวเข้าไป กลายเป็นว่าคนอเมริกายุคคุณลุง คุณน้า คุณอา เขาอินเรื่องอวกาศมากกว่าเด็ก เพราะเขาอยู่ร่วมในสมัยที่ จอห์น เอฟ. เคนเนดี บอกว่าจะไปดวงจันทร์ เขาอยู่ในยุคที่แข่งกับโซเวียต เขาได้เห็นสิ่งนั้นกับตา เขาได้เห็นประกาศทางทีวี เขาเลยอิน ลองสมมติประเทศเพื่อนบ้านอยากแข่งกับไทยเรื่องอวกาศ ผมเชื่อว่าคนไทยก็จะอินกับเรื่องของอวกาศนะ

อย่างที่คุณว่า ในห้องเรียนเราอาจจะสงสัยว่าเรียนดาราศาสตร์ไปทำไม แล้วสิ่งที่ spaceco.th เอามาเล่าคนอ่านเขาจะรู้ไปทำไม ตอบได้ไหม

กร: ถ้าคำตอบส่วนตัวก็คือ เรารู้เรื่องดาราศาสตร์เพื่อให้เรารู้จักตัวเอง ถ้าถามถึงที่มาตั้งแต่ต้น ก่อนจะมีตัวเรา มันก็เกิดมาจากบิ๊กแบง เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าศึกษาดาราศาสตร์ไปทำไม คำตอบก็คือ มันคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

เติ้ล: สิ่งที่เราทำมองเผินๆ อาจจะเป็นเหมือนเพจอวกาศ แต่ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นการจับอวกาศมาเล่าในมุมต่างๆ มากกว่า เช่น อวกาศมาเจอปรัชญา อวกาศมาเจอภาษา อวกาศมาเจอสังคม การเมือง วัฒนธรรม ผมเลยมองว่ามันเป็นอีกมุมหนึ่งที่ถ้าคนเขามาอ่าน มันจะไม่ใช่แค่การอ่านข้อมูล แต่มันจะเป็นการอ่านวิธีคิดที่มีข้อมูลมาประกอบ ซึ่งอ่านแล้วก็จะรู้สึกสนุก

ทำไมจึงพยายามเชื่อมโยงอวกาศกับเรื่องอื่น ทั้งปรัชญา ภาษา สังคม การเมือง วัฒนธรรม

เติ้ล: เรามองโลกทั้งใบ แล้วทุกอย่างในโลกมันเชื่อมโยงกันหมด ถามว่าทุกวันนี้ถ้ายกประเด็นมาหนึ่งประเด็นแล้วเอามาเชื่อมโยงกับเรื่องอวกาศ เราก็ทำได้ทุกเรื่องนะ

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

อย่างเรื่องฟุตบอลโลกที่เพิ่งจบไปเชื่อมโยงได้มั้ย

เติ้ล: เยอะแยะเลย รู้มั้ยว่ารัสเซียเขาเปิดตัวโลโก้อย่างเป็นทางการบนสถานีอวกาศ รัสเซียเขาจะเล่นใหญ่ทุกอย่างกับอวกาศ อย่างตอนโอลิมปิกฤดูหนาว 2014 ที่โซชิ เขาก็ส่งคบเพลิงไปวิ่งบนอวกาศ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกที่มีการวิ่งคบเพลิงบนนั้น

แล้วรู้ไหมว่าตอนนี้รัสเซียกลายเป็นประเทศเดียวที่สามารถส่งนักบินขึ้นสู่วงโคจรได้ เพราะว่าพอเมริกาเขาปลดระวางกระสวยอวกาศไปก็ไม่มียานรุ่นใหม่ๆ ที่จะส่งได้ อเมริกาก็เลยจะต้องจ้างรัสเซียส่งขึ้นไป จริงๆ แล้วรัสเซียเก่งเรื่องอวกาศมาก จนทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ เวลาเขามีเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่สำคัญๆ ของประเทศ อย่างแรกที่เขาจะทำคือเขาจะจับส่งขึ้นอวกาศ เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าเขาคือผู้นำด้านนี้

ข่าวอวกาศล่าสุดที่รู้แล้วรู้สึกตื่นเต้นคือข่าวไหน

กร: ที่ตื่นเต้นจริงๆ คือตอนที่ได้รู้จัก Exoplanet ครั้งแรก มันคือดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ทำให้เราแทบจะโยนตำราทิ้ง เพราะเราเข้าใจมาตลอดว่าดาวเคราะห์มีแค่ 8 ดวง แต่สรุปแล้วมีการยืนยันว่ามีตั้ง 1,648 ดวง แล้วก็ยังมีอีกประมาณ 5,000 ดวงที่ยังรอการยืนยันอยู่ ตอนแรกเราเข้าใจว่าเอ็กโซแพลเน็ตเป็นแค่ความคิดของนักดาราศาสตร์ แต่สุดท้ายมันก็มีอยู่จริง เหมือนกับที่ TRAPPIST-1 เจอดาวเคราะห์ 7 ดวง ทำให้เรารู้ว่าจักรวาลยังมีอะไรอีกมากมายที่เราต้องตามหา ซึ่งมันเป็นความมหัศจรรย์นะ เพราะความจริงเราอาจจะไม่ได้อยู่คนเดียวในจักรวาลก็ได้

เติ้ล: ของผมคือข่าวที่บอกว่า AI ค้นพบดาวนอกระบบสุริยะ เพราะเราเป็นเด็กโอลิมปิกคอมพิวเตอร์ เราเลยจะอินเรื่องของการเขียนโปรแกรมและเรื่องของ AI ตอนนั้นเราได้รู้ว่าเดี๋ยวนี้ AI ฉลาดถึงขั้นค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้แล้ว ซึ่งถือว่าฉลาดมากๆ ทุกวันนี้มีสองอย่างที่มีวิวัฒนาการคือ สิ่งมีชีวิต กับ AI แต่ AI สามารถพัฒนาได้ทุกๆ เสี้ยววินาที วันหนึ่งจะกลายเป็นมนุษย์หรือเปล่าเราก็ไม่รู้

แล้วทุกวันนี้ AI ก็ถูกเอามาใช้ในเรื่องของอวกาศเยอะมาก อย่างจรวด SpaceX ของอีลอน มัสก์ ก็ใช้ AI เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือยานฟัลคอน 9 (Falcon 9) ก็ใช้ AI เทรนจนเป็นจรวดที่ทันสมัยที่สุดในโลก อย่างล่าสุดรัสเซียก็ใช้ในการช่วยพัฒนาการเดินทางไปอวกาศให้เหลือเวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมง

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

การรู้เรื่องเกี่ยวกับอวกาศ จักรวาล เกี่ยวกับดวงดาว ทำให้มุมมองต่อมนุษย์ของคุณเปลี่ยนไปไหม

เติ้ล: เปลี่ยนไปเยอะเลย มันมีภาพภาพหนึ่งชื่อว่าภาพ Pale Blue Dot มันเป็นรูปอวกาศมืดๆ แล้วก็มีจุดๆ หนึ่ง เป็นภาพที่ถ่ายโดยยานอวกาศที่ชื่อว่า Voyager ขณะที่มันกำลังจะเดินทางออกนอกระบบสุริยะ แล้วนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งเขาก็ลองสั่งว่า ลองหันกล้องไปถ่ายภาพสุดท้ายก่อนที่จะออกจากระบบสุริยะดูซิ จากภาพนั้นเราก็เลยเห็นว่าโลกมันเป็นแค่จุดจุดหนึ่งในภาพ ซึ่งภาพนั้นมันเป็นภาพที่เหมือนจะไร้ประโยชน์มากในเชิงวิทยาศาสตร์ แล้วนักวิทยาศาสตร์ชื่อ คาร์ล เซแกน เขาก็บรรยายถึงเรื่องมนุษยชาติจากภาพนี้

เขาบอกว่า ลองมองจุดเล็กๆ จุดนี้สิ ทุกสิ่งที่เคยกิดขึ้น ทุกสิ่งที่คุณเคยรู้จัก คนที่เกิดมา คนที่ตายไปแล้ว คนที่เข่นฆ่ากัน ล้วนเกิดขึ้นในจุดเล็กๆ จุดนี้ ภาพนี้มันบ่งบอกเลยว่า ดาราศาสตร์มันเป็นศาสตร์ที่ทำให้เราอ่อนน้อมถ่อมตัว คือมันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้ตัวใหญ่ไปกว่าอะไรเลย เราเป็นแค่จุดเล็กๆ ที่ล่องลอยในอวกาศที่กว้างใหญ่ แล้วก็ไม่มีใครมาช่วยเรา ถ้าเกิดสงคราม ฆ่ากันตายไป สุดท้ายก็ไม่มีใครจากที่ไหนมาช่วยเรา แล้วก็ไม่มีดาวดวงไหนในปัจจุบันที่เราจะสามารถไปอยู่ได้แล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือการดูแลโลก ดูแลเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อยู่ด้วยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อันนี้เป็นมุมหนึ่งของการศึกษาเรื่องจักรวาลที่ส่งผลต่อชีวิตเราในแง่ของการมองเพื่อนมนุษย์

ถ้ามนุษย์เป็นเพียงจุดเล็กๆ ในจักรวาล ซึ่งเหมือนไม่มีค่าอะไร แล้วแท้จริงแล้วคุณค่าของมนุษย์อยู่ตรงไหน

เติ้ล: คุณค่าของเราคือการมองย้อนกลับไปถึงที่มาของตัวเรา เหมือนกับว่าเรากำลังมองย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของตัวเองว่า ชีวิตเราเกิดจากสิ่งนี้นะ เกิดจากธาตุนี้นะ แล้วสุดท้ายเมื่อเราศึกษาย้อนกลับไป เราพบว่าคาร์บอนที่อยู่ในตัวเรา แคลเซียมที่อยู่ในฟันเรา หรือว่าธาตุทุกอย่างที่อยู่ในกระดูก มันไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกับโลก มันเกิดขึ้นมาในแกนกลางของดาวฤกษ์ที่อัดแน่นกันมากๆ แล้วสุดท้าย พอดาวฤกษ์มันตายมันก็ระเบิดออก แล้วสสารพวกนี้มันก็ฟุ้งกระจายไปทั่วจักรวาล แล้วมันก็เกิดมาเป็นตัวเรา เกิดมาเป็นสิ่งมีชีวิต เป็นสัตว์ พอเรามองย้อนกลับไปว่าจริงๆ มนุษย์อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ไม่มีค่า แต่ว่าคุณค่าของเราคือการที่เราได้ตั้งคำถามย้อนกลับไปถึงที่มาของตัวเอง

ทุกวันนี้เวลามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ยังมีคำถามหรือรู้สึกอะไรกับมันบ้างมั้ย

เติ้ล: ผมก็ยังคงเป็นเด็กในเมืองอยู่นะ มองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็ยังเห็นแต่สีดำเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เรารู้สึกคือเวลาเราเห็นดวงดาวแค่ดวงเดียว ดวงเล็กๆ เราก็รู้สึกดีแล้วนะ เรารู้ว่านี่คือสิ่งที่เราจะศึกษา สิ่งที่เราจะอยู่กับมันไปทั้งชีวิต

ท้องฟ้าก็มืดเหมือนเดิม แต่สิ่งที่สว่างขึ้นมาคือแรงบันดาลใจที่อยู่ข้างในเรา

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

Writers

Avatar

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Avatar

เอม มฤคทัต

นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ที่อยากจะลองทำงานเขียน หลงรักทุกอย่างที่เป็นสีพีชและภาพยนตร์จิบลิ มีความสามารถพิเศษในการกินข้าววันละ 5 มื้อ

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ชอบตลกอยู่เรื่อย คือเพจที่เรากดไลก์ทันทีตั้งแต่เห็นโพสต์แรกบนหน้าฟีด 

แม้ไม่รู้ว่าคอนเทนต์ต่อไปจะมาไม้ไหน แต่การรวม Multiverse ของ แจ๊ส ชวนชื่น ได้มาเป็นตับใหญ่ต้องไม่ใช่คนชอบตลกธรรมดาแน่ – ใจคิดว่าอย่างนั้น

กระทั่งเห็นชื่อเพจนี้โผล่ขึ้นในฟีดอีกหลายต่อหลายครั้ง พ่วงมาด้วยยอดแชร์หลักร้อยไปถึงพันที่ถือว่าเยอะพอดูสำหรับเพจที่เพิ่งเคลื่อนไหวได้ไม่นาน – ความเนิร์ดคือหัวใจหลักไม่ผิดแน่

ไม่กี่เดือนต่อมา เราสืบเสาะจากเพื่อนใกล้ตัวว่าแอดมินเพจเป็นหนึ่งในทีมงานตลกชื่อดังรึเปล่า เพราะอยากรู้เหลือเกินว่าคนที่รวบรวมอินไซด์ตลกไทยราวกับตำรานั้นเป็นใคร 

จนมีโอกาสได้ต่อสายตรงถึงเขาในที่สุด

คุณทำงานอยู่ที่ Joker Family ใช่ไหม – เรายิงคำถามแรกทันที

“แค่เป็นคนดูเฉย ๆ ครับ” แอดมินตอบกลับอย่างสัตย์ซื่อ 

เบาะแสที่เราได้ จึงเป็นเรื่องราวการทำเพจของ ลัก ชายหนุ่มอายุ 23 ปีที่มีชีวิตอย่างทุกวันนี้ได้เพราะการดูตลกไปเรื่อย

ป.ล. ขอออกตัวว่าบทสนทนานี้เกิดขึ้นเมื่อปลายปีก่อน ในตอนที่ลักยังทำได้แค่หวังว่าจะมีตลกสักคนผ่านมาเห็นเพจของเขา ปัจจุบัน ชอบตลกอยู่เรื่อย ถูกพูดถึงในรายการ ก็มาดิคร้าบ เรียบร้อย แถมกลายเป็นอีกชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ แจ๊ส ชวนชื่น ไม่ได้กลับไปเป็นตัวเองอีกเลย ฮา…

เป็นทุกอย่าง(ยกเว้นเป็นตัวเอง) – Room69 [Official MV]

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Sunday, 27 November 2022

กราบสวัสดี เขียดผู้มีแกก เฮ้ย!

เราเริ่มต้นด้วยการขอให้เขาแนะนำเพจแบบง่าย ๆ 

ลักบอกว่า เขาไม่ได้ตั้งใจจะเป็นเพจ แต่อยากเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักตลกไทย

“เราอยากให้คนที่ชื่นชอบตลก ตลกคาเฟ่ หนังตลก อะไรต่าง ๆ ที่เป็นวัฒนธรรมเกี่ยวกับตลก มารวมตัวกัน พูดคุยกัน แลกเปลี่ยนความรู้ มุก หรือมุมมองต่าง ๆ ด้วยกัน เพราะมองไปในเพจที่มีอยู่ มันก็มีเพจที่พูดคุยเรื่องหนัง เพลง ซีรีส์ กีฬา แต่เพจตลกแบบที่เราชอบยังไม่มี” 

ซึ่งความจริงเพจของเขาเกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2564 เพียงแต่ลักยอมรับว่าตอนนั้นเขายังจับจุดไม่ค่อยได้ เพราะก็เป็นเรื่องตลกทั่ว ๆ ไป ไม่ได้มีอะไรใหม่ ลงไปเพียงไม่กี่คอนเทนต์ก็ห่างหายไปทำอย่างอื่น จนค้นพบว่าสิ่งที่เขาต้องการ แท้จริงแล้วอยู่ภายใต้ความเนิร์ดของตัวเอง

“มันไม่ได้มีอินไซด์ของตลกจริงๆ เรากลับมานั่งคิด Base on ตัวเราเลยว่า สมมติมีเพจตลกเพจหนึ่งขึ้นมา แล้วเราอยากจะเห็นอะไรในเพจนั้น”

ลักกลับมาลบโพสต์เก่า ๆ จนหมดสิ้น และเริ่มใหม่ด้วยการฝันอยากทำตำราตลกไทย “จะทำเหมือนศาสตร์ตลกเลย คนที่มาดูเพจเราต้องได้วิชากลับไปด้วย” เขาเล่าต่ออย่างเมามัน

“เราตั้งต้นจากตรงนี้ จะรวมมุกตลกหรือตับอะไรต่าง ๆ ที่เราเคยเห็น เรียงลำดับให้เข้าใจง่าย แล้วก็ให้คนได้มาอ่าน ได้ยิ้ม หัวเราะ”

Multiverse คนดัง by แจ๊ส ชวนชื่น คือคอนเทนต์แรกที่ทำให้เราได้รู้จักกับชอบตลกอยู่เรื่อยเวอร์ชันใหม่ 

แน่นๆจุกๆ…ละเหมือนทุกคนด้วยนะ

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Thursday, 8 September 2022

แต่แน่นอน เพจโนเนมที่ยอดติดตามเพียง 50 คนจะมีใครสนใจ 

เคล็ดลับของลักคือการแชร์เข้ากลุ่มต่าง ๆ กว่า 20 กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหานั้น ๆ อ่านถึงตรงนี้ก็อย่าเพิ่งแวะเล่นมุกแชร์เข้ากลุ่มงูสิงในใจก็แล้วกัน

“พอวันต่อมายอดมันก็กระโดดขึ้นมาประมาณ 40 – 50 แชร์ อีกวันต่อมามันก็กระโดดมาเป็น 800 แชร์เลย วันนั้นทั้งวันมันก็พุ่งขึ้น ๆ เป็นหมื่นแชร์ ผมก็ เฮ้ย อิทธิพลของแจ๊ส ชวนชื่นนี่มันขนาดนี้เลยหรอ กระแสตอบรับดีมากเลย เพราะคนรู้สึกแบบนี้จริง ๆ นะว่า พี่แจ๊ส เป็นได้ทุกคนยกเว้นตัวเอง งั้นเราน่าจะมาถูกทางแล้ว มีกำลังใจทำต่อ”

ถัดมา เขาก็ลองทำ Multiverse ของตลกคนอื่น ๆ ด้วย ทั้งยัด ชัยโสโร, นุ้ย เชิญยิ้ม, ป๋อมแป๋ม เป็นต้น สลับกับความตั้งใจจะเป็นศาสตร์แห่งตลก ด้วยการรวบรวมตับมุกตลกยาว ๆ ที่ทุกคนต้องเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง ให้คนเอาไปท่องจำกัน ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ตอกย้ำว่าคอมมูนิตี้ตลกไทยที่เปิดพื้นที่ให้คนพันธุ์เดียวกันมาหัวเราะร่วมกันนั้นขาดแคลนขนาดไหน 

คนอื่นท่องศัพท์ แต่ผมท่องตับค้าบบบ

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Friday, 10 June 2022

“คอนเทนต์ที่ทำทั้งหมด พื้นฐานต้องมาจากตัวเราด้วย ถ้าไม่ได้ดูพี่แจ๊สมาก่อน มันก็จะเหนื่อยมากในการไล่ดู หลังจากที่เราลงไปแล้ว ลูกเพจก็จะมาโพสต์รูปว่ามีคนนี้อีก มีคนนั้นอีก เยอะแยะเต็มไปหมด ซึ่งจริง ๆ แล้วเราไม่สามารถเก็บหมดทุกรายละเอียดหรอก แต่เราเป็นพื้นที่ที่ให้คนมาแชร์ว่าเขาเห็นใครอีก เขาดูใครมา 

“ในเพจนี้ถ้ามีลักอยู่คนเดียวมันก็จะไม่สมบูรณ์ ต้องมีคนแบบเรามาแชร์ด้วยกันถึงจะสนุก” แอดมินว่า

ฮาศาสตร์

เราถามเขาอย่างคาดหวังในคำตอบว่ากว่าจะคลอดออกมาเป็นคอนเทนต์ที่ดูเนิร์ดมาก ๆ เขาต้องทำอะไรบ้าง

สำหรับคนที่ดูตลกเป็นชีวิตจิตใจอย่างลัก ปัญหาไม่ใช่การนั่งนึกหรือไล่ดูมุกตลก แต่เป็นการรวบรวมต่างหาก 

“เราใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงในการไล่เก็บฟุตเทจ Multiverse แต่กว่าเราจะหาองศาที่หน้ามันเป๊ะได้นี่ยากมาก พวกคอนเทนต์ท่องมุกยาว ๆ ตับยาว ๆ ก็เหนื่อยตรงเราไม่สามารถหาแหล่งที่มีอย่างนี้ได้หมด ต้องไปไล่เสิร์ช แล้วมันมีเวอร์ชันเต็มที่บางทีตลกเขาเล่นครึ่งเดียวหรือว่าไม่ครบ ผลสุดท้ายแล้วเราก็ไม่ได้มั่นใจนะว่ามันจะถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์”

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ชิ้นที่ทำยากที่สุด

55 เรื่อง หนังตลกไทย ที่ไม่ควรพลาด

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Saturday, 24 September 2022

คอนเทนต์แนะนำหนังตลกไทยคือชิ้นนั้น อาจเป็นเพราะเขาดันไปเชื่อมั่นว่าเพจตลก ก็ต้องมีทั้งหมด 55 เรื่อง

“เราใช้เวลาหานาน คัดนาน ว่าหนังตลกไทยมีเรื่องอะไรบ้าง ถ้าเป็นหนังแอคชั่นที่มันตลกเราก็ไม่เอามา อยากได้ที่เขาตั้งมาว่าเป็นหนังตลกจริง ๆ แล้วต้องมาไล่ดูทีละเรื่องว่าเราจะให้คะแนนเท่าไหร่ ดูว่าคนส่วนมากพอใจกับหนังเรื่องนี้แค่ไหน แล้วก็ให้คะแนนตามฟีดแบ็กคนดูด้วย”

ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้คุณทำทุกอย่างคนเดียวเหรอ – เราถาม

“คนเดียวครับ”

ตัดต่อรูป ทำกราฟิกก็ด้วยเหรอ

“ใช่ สังเกตว่าแรก ๆ เราทำง่ายเลย ฟอนต์ตัวหนังสือ แบกกราวนด์สีธรรมดา เราเน้นเนื้อหาข้างในมากกว่า ส่วนกราฟิกก็เอาให้ดูง่าย ดูออก เน้นฟังก์ชัน ไม่ใช่ความสวยงาม” 

คำถามต่อมาที่ไม่ถามไม่ได้ คือเขารู้สึกกดดันบ้างไหม หากคนจะคาดหวังให้เขาทำคอนเทนต์สไตล์เด็กเนิร์ดไปตลอด 

“ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องทำคอนเทนต์ลึก ๆ ไปตลอด บางทีลึกเกินไป คนก็ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยซ้ำ อย่างตับ ท ทหาร ก ไก่ ตอนที่เราดูเราชอบ แต่พอทำจริง ๆ มันไม่ได้เอาไปใช้ง่ายขนาดนั้น ไม่ได้เหมือนกับสีเหลือง Yellow มะม่วง Mango ก็เลยต้องบาลานซ์ระหว่างความลึกกับความใกล้ตัวของคน

“เราไม่รู้ว่าลูกเพจมองยังไงนะ เขาอาจจะคิดว่าเราต้อง Expert มาก ๆ แน่เลย แต่เรารู้ตัวเองว่าเราไม่ได้เชี่ยวชาญขนาดเป๊ะทุกศาสตร์ ทุกมุก ช่ำชอง เราเป็นแค่คนหนึ่งที่ชอบดูตลก เป็นแค่คนอายุ 23 มีช่วงที่เราไม่ทันไปตั้งเยอะ เช่น ช่วงตลกคาเฟ่ เพราะฉะนั้น เพจของเราเหมือนแค่จั่วหัวมาดีกว่า ใครที่มีความรู้เยอะก็มาอธิบายมาใส่ในคอมเมนต์เราได้เลยครับ”

ต้นฉบับร้องไง จำไม่ได้ละนะ

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Saturday, 13 August 2022

หัวหมอสุด ๆ

ตลอดการพูดคุย รองจากคำว่าตลกที่ได้ยินบ่อยก็คงเป็นคำว่า คอมมูนิตี้ เราถือโอกาสนี้ให้เขาได้พูดถึงชุมชนเล็ก ๆ ที่กำลังขยับขยายใหญ่ของเขาเสียหน่อย

“พวกเขาก็เป็นคนเหมือนผมนี่แหละ อยากคุยเรื่องตลก อยากแชร์เรื่องตลก อยากเห็นคอนเทนต์ตลก แต่ละคนจะมีประสบการณ์ในการดูตลกมาต่างกัน บางรายการบางคนดู แต่ผมไม่ได้ดู ในเนื้อหาที่เราขาด เขาก็จะเป็นคนเติมเต็มให้ มันจะได้หลากหลายมุมมอง แล้วจะกลายเป็นอะไรที่ครบขึ้น 

“ตอนนี้แค่เริ่มต้น ยังไม่ได้กว้างครอบคลุมนะ เราว่าในแวดวงตลกมีอะไรหลายอย่างที่ไปได้มากกว่านี้”

แต่เราไม่ค่อยเห็นคุณทำคอนเทนต์เกี่ยวกับยุคคาเฟ่เลยนะ – เราลองเสนอในฐานะลูกเพจอีกคน

“หนึ่ง มันไม่ใช่ตัวเราด้วย สอง เราคิดว่าไม่น่าจะใช่ของคนอื่นด้วยเช่นกัน” เขาแสดงความเห็น

“มันเลยช่วงเวลานั้นมาแล้ว เราโตมากับ ชิงร้อยชิงล้าน ตอนนี้ก็เป็น ฮาไม่จำกัดทั่วไทย ก็มาดิคร้าบ มันคือการเอาคาเฟ่มาปรับให้ทันสมัยขึ้น 

“นิยามจริง ๆ ของชอบตลกอยู่เรื่อยไม่ได้หยุดแค่นั้น ตลกไม่ได้มีเฉพาะในคาเฟ่อย่างเดียว สมัยนี้คำว่าตลกหลากหลายมากเลย หนังตลก รายการตลก ยูทูบเบอร์หลาย ๆ คนก็มีความตลกธรรมชาติของเขา เนื้อหาของเพจเราไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นไทป์คาเฟ่เท่านั้น เราไม่ได้ทำเนื้อหาที่ตลก แต่เราทำเนื้อหาที่คนชอบดูตลกเขาชอบ” ลักสรุปใจความให้เสร็จสรรพ พร้อมยกตัวอย่างคอนเทนต์ตารางซิตคอมในวันหยุดให้เห็นภาพ

วันหยุดนั่งดูทีวีมันทั้งวันอ่ะ โครตมีความสุข55555

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Sunday, 18 September 2022

น่าสนใจว่าคนที่เคยดูตลกเพื่อความผ่อนคลาย ฆ่าเวลา หรืออาจเป็นเพื่อนกินข้าว ทุกวันนี้เขาดูไปคิดถึงเพจไปด้วยรึเปล่า

“เราดูปกติเลย แค่เปลี่ยนมุมมองนิดหน่อย พอดูไปฉากนี้เราชอบ พีกมาก เราก็จะคิดว่าคนอื่นจะชอบไหม มันน่าจะเอามาทำอะไรได้บ้าง อย่างตอนเห็นฉากที่แจ๊สแต่งตัวเป็นนักกล้ามออกมา เราก็ โห คนน่าจะคิดเหมือนเราว่ามันคืออกอูฐฟิตเนสดี ๆ นี่เอง แล้วก็ทำ”

ส่วนใครที่ยังคิดว่าลักต้องเป็น Expert ด้านตลก เขาขอแก้ต่างและย้ำอีกครั้งว่า ลักก็เป็นแค่คนอายุ 23 ที่ดู บริษัทฮาไม่จำกัด และ ก็มาดิคร้าบ ครบทุกตอนเท่านั้น

“เราไม่ได้ทุ่มเวลาทั้งวันเพื่อดูตลกอย่างเดียว คอนเทนต์เราก็เลยวนอยู่กับ Joker Family จนคนคิดว่าเป็นทีมงาน” เขาหัวเราะ เพราะเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เชื่ออย่างจริงจังเสียด้วย

ทอปฟอร์มทุกปี บอกเลย5555

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Monday, 5 September 2022

ชอบตลกอยู่เรื่อย 

“อะไรที่ดูแล้วตลก ได้เสียงหัวเราะ ทุกคนก็ชอบหมดแหละ แต่เราหันมาสนใจสิ่งที่เรียกว่าตับตลก มุกตลก คิดว่าน่าจะ ม.3 – 4” 

ถ้านึกไม่ออกว่าเป็นยุคไหน ก็เป็นสมัย วันก่อนครับ… ไปเจอหมูมาล้มเลยครับ อะไรอะ หมูสไลด์ ผ่าม!

ประมาณนั้นแหละ

เด็กที่เติบโตมาในวัยใกล้เคียงกัน คงมีวันธรรมดาที่มีความสุขสุด ๆ เพราะรู้ว่าจะมีซิตคอมและรายการตลกให้ดูทุกวันไม่ซ้ำเรื่องเหมือนเป็นกิจวัตร ตื่นเช้า 6 โมงดูการ์ตูน 10 โมง เปลี่ยนช่องมาดู เฮงเฮงเฮง บ้าง ผู้กองเจ้าเสน่ห์ บ้าง ตอนเย็นก็กลับมาดูซิตคอมเรื่องอื่น ลักจึงกลายเป็นเด็กมัธยมที่คอยสร้างเสียงหัวเราะในหมู่เพื่อน แบบที่เขาชอบพูดกันว่า ดูแล้วจำ จำแล้วนำไปใช้

ส่วนตลกในดวงใจ ใคร ๆ ก็คงรู้ เพราะในเพจแทบจะมีแต่หน้าของผู้ชายคนนี้ – แจ๊ส ชวนชื่น

“เขาเดาไม่ออกอะ” นี่คือเหตุผลแรกที่ลักมอบให้

“เราไม่รู้เขาจะเล่นอะไร เขาไม่ได้เป็นตัวที่เห็นชัดเลยว่าเป็นตลกตัวปู ตัวชง เรามองพี่แจ๊สแล้วรู้สึกว่า ทุกอย่างในศาสตร์ตลกมีอยู่ในตัวเขาหมดเลย ดูพี่แจ๊สก็เหมือนได้ดูอะไรหลาย ๆ อย่าง คาแรกเตอร์เขาจะโดดเด่นเป็นพิเศษ ทุกคนชงให้เขาได้ฉายแสง เราก็เลยได้เห็นความตลกของเขาเต็มที่

“ช่วงแรก ๆ อาจจะยากหน่อยที่จะมองว่าใครตลก แต่ถ้าเกิดมองว่าเขาตลกแล้วนะ โห หลังจากนั้นเล่นอะไรก็ตลก ยิ้มก็ตลก ยืนเฉย ๆ หน้านิ่ง ๆ ก็ตลก มันจะโดนเส้นเรามากขึ้น”

ฉากในความทรงจำ ดูกี่รอบก็ฮา . ใครมีฉากไหนที่ชอบ มาแชร์กันได้นะ

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Friday, 17 June 2022

เราแลกเปลี่ยนกลับไปว่าคนนั้นของเราคือ หม่ำ จ๊กมก

“น้าหม่ำสำหรับเรา นอกจากเขาจะตลกแล้ว หัวเขายังโคตรไวอีกต่างหาก เหมือนเขาไม่มีโมเมนต์ตันเลย ถึงจะมีตันนะ แต่เราก็ไม่รู้ เพราะด้วยความสามารถเขา เป็นคนที่ไหวพริบดี ต่อได้หมดเลย แล้วก็ไม่มีใครเลียนแบบได้ด้วย เพราะมันไม่ใช่ศาสตร์ที่เรียนรู้กัน มันคือเขา คือธรรมชาติของเขา”

งั้นถ้าชอบตลกขนาดนี้ คุณเคยฝันอยากเป็นตลกบ้างรึเปล่า

“เคยคิด อยากเอาความตลกของตัวเองให้คนอื่นได้หัวเราะ หรือไม่ก็สักครั้งหนึ่งได้เล่นตลกกับพี่ ๆ หรือว่าได้ยืนดูก็ได้ ยืนดูเงียบ ๆ ในฉาก เป็นทีมงานก็ได้ เป็นความใฝ่ฝันที่เราจะได้สัมผัสพวกเขาตัวเป็น ๆ น่าจะเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลย

“ถ้าเขารู้จักเราก็จะยินดีมาก แต่ถ้าไม่รู้จักก็ไม่เป็นไร แค่ในอนาคตก็มีคิด ๆ ว่าถ้ามันโตถึงขนาดหนึ่ง เราก็อยากติดต่อพี่ ๆ ให้เนื้อหาเราสมบูรณ์ขึ้น ถูกต้องมากขึ้น ลึกมากขึ้น ไม่ได้ไปดูไปจำเอาเอง”

แม้เด็กคนนั้นจะไม่ได้โตมาเป็นตลก แต่เขาก็ได้สร้างคอมมูนิตี้ที่รวบรวมคนรักตลกไว้มากถึง 80,000 คน 

“เราดีใจมากที่ทำให้คนได้ดูตลกมากขึ้น ถ้าพื้นที่ตรงนี้เป็นศาสตร์วิชาที่คนได้เอาไปใช้จริง ๆ คนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ดูตลก เขาอยากเอามุกไปเล่นให้มันเกิดมวลความสนุกในชีวิต อย่างคอนเทนต์รวมตอนสนุก ๆ ของบริษัทฮาไม่จำกัด คนก็มาคอมเมนต์ว่าขอบคุณเยอะมากเลย”

คัดมาด้วยความชอบส่วนตัวล้วนๆ (ไม่ถูกใจขออภัย) . จริงๆมีตอนที่ฮาอีกเยอะ แต่เอาไป 20 ตอนก่อน เดี๋ยวกรามค้างกันพอดี

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Friday, 3 June 2022

ช่วงเวลานั้นที่เราคุยกัน เพจของเขากำลังไต่ระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่นั่นก็ยังไม่ไกลพอที่คนในแวดวงตลกจะมองเห็นเขา 

ไม่รู้หรอกว่าลักในตอนนี้จะรู้สึกเช่นไรที่ชอบตลกอยู่เรื่อยได้ปรากฏอยู่ในรายการที่เขาชื่นชอบ และอาจอยู่ในวงสนทนาของคนที่เขารักในเวลาไม่กี่เดือน 

แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนรับรู้ และพี่ ๆ ตลกเองก็คงรู้ คือเด็กคนนี้คงชอบดูตลกมากจริง ๆ 

หากบทความนี้ส่งลักไปได้ไกลขึ้นอีกสักหน่อย นี่เป็นจดหมายรักถึงตลกไทยทุกคน จากคนที่ไม่ได้แค่ชอบตลกไปเรื่อย

“พูดได้คำเดียวว่า ขอบคุณ เรารู้สึกว่า อาชีพตลกต้องได้บุญเยอะแน่เลย ที่เขาทำให้เรามีความสุข ตลกได้ แม้เพียงชั่วคราวนะ บางคนอาจจะสุขจากการดูหนังสนุก รู้สึกดี แต่การหัวเราะออกมามันชัดเจนเป็นรูปธรรม เรามีความสุขมาก ก็อยากขอบคุณจริง ๆ 

“ที่เราเป็นได้อย่างทุกวันนี้ มันก็เป็นสิ่งที่เราถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนนั้นเราดูอะไรมา เราก็เป็นคนตลก อารมณ์ดี ถ้าเกิดเราไม่มีพวกเขา ไม่รู้เราจะเป็นยังไง แต่ไม่ใช่ตัวเราในวันนี้แน่นอน” ลักปิดท้าย

Facebook : ชอบตลกอยู่เรื่อย

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load