​ในบางค่ำคืน ระหว่างเดินไปบนถนนหนทางหรือนั่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะสักแห่ง คุณเคยเงยหน้ามองฟ้ามองดาวบ้างไหม แล้วสงสัยอะไรบ้างหรือเปล่า

​เรามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร แล้วไกลออกไปในความมืดมิดมีอะไร สงสัยเหมือนกันไหม

​เติ้ล-ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน และ กร-กรทอง วิริยะเศวตกุล คือสองคนที่ตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยู่ห่างไกลออกไป

​นอกจากตั้งคำถาม เขาทั้งสองและเพื่อนพ้องวัยมัธยมยังพยายามหาคำตอบ และรวมตัวกันก่อตั้งเว็บไซต์ spaceth.co เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่คล้ายจะไกลตัวอย่างอวกาศ มาเล่าจนคนอ่านอย่างเรารู้สึกว่า เรื่องราวเหล่านั้นอยู่ใกล้ชิดตัวเรากว่าที่คิดและสำคัญกับชีวิตกว่าที่คาด

บางทีเราอาจเข้าใจว่า เรามีชีวิตนี้ได้อย่างไรจากการทำความเข้าใจเรื่องจักรวาล-พวกเขาว่าอย่างนั้น

และเว็บไซต์ที่สร้างโดยกลุ่มเด็กมัธยมก็คว้ารางวัล Best New Blog ในงาน Thailand Best Blog Award 2017 มาครองชนิดผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ในฮอลล์วันประกาศผลพร้อมใจกันปรบมือเสียงดัง ยอมรับ

​วงโคจรของเรามาบรรจบกันในเช้าวันหนึ่ง แน่นอน-เราสนใจสิ่งที่พวกเขาสนใจ บทสนทนาจึงหนีไม่พ้นเรื่องราวของดวงดาว จักรวาล ยานอวกาศ ไปจนกระทั่งการเกิดขึ้นของมนุษยชาติ

ว่าแต่ ในบางค่ำคืน ระหว่างเดินไปบนถนนหนทางหรือนั่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะสักแห่ง คุณเคยเงยหน้ามองฟ้ามองดาวบ้างไหม แล้วสงสัยอะไรบ้างหรือเปล่า

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

คุณเคยพูดบนเวที TEDxKMITL ว่าคนสมัยก่อนไม่มีอะไรทำก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วตั้งคำถาม แล้วตอนเด็กๆ เวลามองขึ้นไปบนฟ้า คุณตั้งคำถามอะไรบ้างหรือเปล่า

เติ้ล: ไม่ตั้งคำถาม เพราะตอนเด็กๆ อยู่ในเมือง มองไม่เห็นอะไรเลย มองขึ้นไปไม่เห็นดาว ฉะนั้น เราก็จะเห็นดาวจากภาพถ่ายหรือว่าดูจากทีวี ตอนเด็กๆ ไม่เคยเห็นดาว ไม่เคยดูดาวเลย

มันเหมือนมีม่านอะไรบางอย่างมากั้นเรากับธรรมชาติเอาไว้ เราเกิดมา รอบตัวเราเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง เท้าของเด็กในเมืองบางคนไม่เคยสัมผัสกับดินไม่เคยสัมผัสกับหญ้าเลย สมัยโบราณเวลาคนไม่มีอะไรทำก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่กลายเป็นว่าเด็กที่เกิดในเมืองเขาได้รับมลภาวะทางแสงทำให้มองไม่เห็น

แล้วการมองฟ้า มองดาว เดินบนพื้นดิน สำคัญอย่างไรกับชีวิตมนุษย์

เติ้ล: มันทำให้เราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ อาจจะฟังดูโลกสวยนะ ว่าใกล้ชิดกับธรรมชาติจังเลย แต่ผมมองว่าการได้สัมผัสกับดินหรือการได้มองเห็นดวงดาว มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราตั้งคำถามว่า ทำไมถึงได้มีสิ่งนี้อยู่ ทำไมต้นไม้ถึงเป็นสีเขียว ทำไมท้องฟ้าถึงเป็นสีดำ ทำไมบนนั้นจึงมีดวงดาว ซึ่งมันคือสิ่งที่เป็นอย่างนั้นมาตั้งนานแล้ว ธรรมชาติก็อยู่ของมันเฉยๆ แค่เรามองไปหาธรรมชาติ แล้วเราตั้งคำถามกับมัน ไม่เหมือนกับการที่เราดูทีวีหรือเล่นมือถือแล้วข้อมูลวิ่งมาหา

อยู่ในเมืองไม่เห็นดาว แล้วหลงใหลดาราศาสตร์ได้ยังไง

เติ้ล: ถ้าถามว่าชอบดาราศาสตร์ตอนไหน ก็ชอบตั้งแต่อนุบาล ผมเป็นเด็กเจเนอเรชันที่พ่อแม่จะทิ้งเอาไว้กับบ้าน ทิ้งไว้กับหนังสือกับโทรทัศน์ โชคดีที่ช่วงนั้นรายการโทรทัศน์มีสารคดีมาออกเยอะ ช่วงปี 2003 นาซาส่งยานไปลงที่ดาวอังคารแล้วมีถ่ายทอดสด เราเลยได้เห็นว่าเขามีวิธีการลงจอดยังไง ตอนนั้นเลยเริ่มชอบเรื่องอวกาศขึ้นมา

สมัยเรียนชั้นประถมผมชอบเรื่องวิทยาศาสตร์ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เราได้รู้ว่าทำไมต้นไม้เป็นสีเขียว ทำไมน้ำถึงไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ เราได้รู้ในสิ่งที่เราอยากรู้จริงๆ น่าจะเป็นเพราะว่าเป็นเด็กที่ชอบตั้งคำถามด้วย

กร: ส่วนผมตอนนั้นนั่งดูทีวีอยู่ แล้วมีข่าวที่ว่าเขาตัดดาวพลูโตออกจากดาวเคราะห์ ตอนนั้นเลยสงสัยว่ามันโดนตัดเพราะอะไร ดาวพลูโตเป็นยังไง ทำไมเราถึงต้องไปตัดมัน ผมก็เลยไปหาอ่านเพิ่มเติมจึงรู้ว่ามันเคยเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบสุริยะ แล้วคำถามต่อไปก็คือ ระบบสุริยะเป็นยังไง ตอนนั้นพวกโซเชียลมีเดีย พวกอินเทอร์เน็ต เพิ่งแพร่หลายเข้ามา ก็เลยลองค้นหาอ่านเพิ่มเติม ตอนนั้นเริ่มรู้สึกว่าเราชอบเรื่องดาราศาสตร์ แต่ในหนังสือเรียนจะให้มาแค่ 3 หน้าสุดท้าย ผมก็เลยค่อยๆ หาอ่านเอง

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

แล้วตอนเด็กๆ พวกคุณเรียนวิทยาศาสตร์เก่งกว่าคนอื่นไหม

กร: ไม่เลย ตอนนั้นวิกฤต จริงๆ ผมเคยได้วิทยาศาสตร์เกรด 1.5 ปัญหาที่เจอคือ เราต้องขยันทำแต้ม ขยันเก็บเกรด ซึ่งตอนนั้นเราเป็นเด็กกิจกรรม ต้องไปทำนั่นทำนี่ แต่เราไม่ได้มองว่าเกรดมันเป็นตัวตัดสิน เรามองว่าเกรดเป็นยังไงก็แล้วแต่ แต่ถ้าเราสนใจจริงๆ ถ้าเราเข้าใจมัน มันก็โอเค

เติ้ล: ผมเรียนวิชาดาราศาสตร์ได้เกรด 2.5 นี่เป็นเหตุผลที่เราไม่เลือกเรียนต่อสายวิทย์ และเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ คือผมชอบเรียนรู้วิทยาศาสตร์ แต่ว่าไม่ได้ชอบเรียนวิทยาศาสตร์

เรียนรู้กับเรียนต่างกันยังไง

เติ้ล: เรียนรู้ มันเหมือนเราเรียนเพื่อตอบสนองความอยากอะไรบางอย่างข้างในของเรา แต่การเรียนมันเหมือนการทำให้ผ่านไปตามหลักสูตร คือเราไม่ชอบที่จะให้ใครมาบอกว่าคุณต้องเรียนอันนี้ เพื่อจะมารู้อันนี้ แล้วต้องมาสอบ ลักษณะของการออกแบบการศึกษาบ้านเรามันยังผิดสัดผิดส่วน มันเกิดจากการสอนให้จำก่อน ซึ่งถ้าวิธีการนี้มันเวิร์กจริง คนอื่นๆ ที่เขาเรียนแล้วเขาก็ต้องมาชอบดาราศาสตร์ด้วยสิ นี่ทำไมเรียนแล้วไม่ชอบ ทำไมเขาตั้งคำถามว่าเขาเรียนไปทำไม

ผมมองว่าวิทยาศาสตร์หรือศาสตร์อะไรก็ตามในโลก มันต้องเกิดจากการตั้งคำถามก่อน แล้วก็พอเราอยากรู้ เมื่อวันหนึ่งเรารู้เราจะจำได้ คือเราอาจจะเริ่มจากการสงสัยก่อน แล้วมันก็พัฒนามาเป็นการหาความรู้ แล้วมันก็กลายมาเป็นการจดจำ แต่ในห้องเรียนมันเหมือนย้อนกลับ ครูให้จำสมการก่อน จำวิธีการคิดก่อน ซึ่งทำให้เราไม่ได้ตั้งคำถาม

แล้วคุณตั้งคำถามเกี่ยวกับอวกาศหรือดวงดาวบ้างไหม

เติ้ล: ตอนเด็กๆ ช่วงประถมจะชอบถามแม่ว่าเราเกิดมาทำไม แม่ก็ตอบว่าไม่รู้ ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่มีใครรู้หรอก คำถามที่ว่า ‘เราเกิดมาทำไม’ มันเป็นคำถามเชิงปรัชญาใช่มั้ย แต่ตอนเด็กๆ เราก็ไม่ได้มีไอเดียเรื่องปรัชญา ไม่รู้จักหรอกว่าเพลโตคือใคร โสเครติสคือใคร แต่ว่ามันเกิดจากความรู้สึกของเราว่า เอ๊ะ ทำไมคนเราต้องเกิดมา ทำไมเราต้องมีชีวิต เรามีชีวิตไปทำไม พอโตไปเราก็เลยรู้ว่าเราไม่ได้ตั้งคำถามนี้อยู่คนเดียว ผมเชื่อว่าหลายคนก็กำลังถามอยู่เหมือนกันว่าคนเราเกิดมาทำไม คนเรามีชีวิตนี้ไปทำไม

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

การตั้งคำถามนี้ส่งผลกับชีวิตอย่างไรบ้าง

เติ้ล: พอเราตั้งคำถามว่าเราเกิดมาทำไม เราก็ศึกษาไปเรื่อยๆ แล้วพบว่าเราเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มธรรมชาติให้คงอยู่ โห มันกลายเป็นว่าชีวิตเรามีความหมายมากเลยนะ

คือต้องย้อนไปก่อนว่าชีวิตเกิดขึ้นได้ยังไง ถ้าย้อนไปจริงๆ มันก็คือตั้งแต่บิ๊กแบง ก่อนเกิดเอกภพ บิ๊กแบงมันสร้างสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าความปั่นป่วน หรือในภาษาฟิสิกส์เขาจะใช้คำว่า ความไม่เป็นระเบียบ ลองนึกภาพว่าจากเดิมมันไม่มีอะไรเลย มีแต่ความว่างเปล่า แต่พอเกิดบิ๊กแบง มันก็เกิดความปั่นป่วน มันเกิดปฏิกิริยากันระหว่างอนุภาค เกิดเป็นแรงขึ้นมา เกิดเป็นโลก เกิดเป็นดวงอาทิตย์ สุดท้ายมันเกิดเป็นชีวิต เป็นตัวเรา อันนี้คือความปั่นป่วน

ผมก็เลยคิดว่าชีวิตคือความปั่นป่วน แล้วมันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนสิ้นชีวิต แล้วหลังจากนั้นเหมือนกับว่าทุกสิ่งจะจบใช่ไหม แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ พอเราตายไปร่างกายของเราก็จะกลายเป็นธาตุกลับคืนไปสู่โลก สุดท้ายมันก็จะเป็นวงจรไม่มีที่สิ้นสุด

เคยมีความฝันประเภทอยากเหยียบดวงจันทร์หรืออยากไปดาวอังคารอะไรแบบนั้นบ้างไหม

เติ้ล: คนจะคิดว่าคนชอบดาราศาสตร์ เป้าหมายคือจะต้องเป็นนักบินอวกาศ แต่ผมไม่คิดแบบนั้น เป้าหมายของผมคืออยากเป็นคนที่ส่งต่อเรื่องของวิทยาศาสตร์มากกว่า เพราะว่าตอนเราย้อนไปดูวิทยาศาสตร์มันเป็นเรื่องของการส่งต่อจากนักวิทยาศาสตร์คนนี้ ทำงานอะไรบางอย่างขึ้นมา เกิดสิ่งสิ่งหนึ่ง เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ไปเรื่อยๆ ซึ่งเราไม่ได้เป็นนักวิทยาศาตร์ที่เก่งที่สุด ไม่ได้เป็นโปรแกรมเมอร์ที่เก่งที่สุด ไม่ได้เป็นนักบินอวกาศที่เก่งที่สุด แต่สิ่งที่เราทำได้ดีคือเรื่องของการสื่อสาร ก็เลยพอใจว่าฉันอยากจะเป็นนักสื่อสาร ฉันอยากจะเล่าเรื่องราวให้กับคนอื่นได้รู้

คุณและเพื่อนๆ เคยรู้สึกมั้ยว่าตัวเองกำลังสนใจเรื่องที่ใหญ่เกินตัว

เติ้ล: จริงๆ ทุกคนก็สนใจเรื่องที่ใหญ่เกินตัวอยู่แล้ว แค่การที่เรามานั่งคุยกันวันนี้มันก็เหมือนกับการสนใจเรื่องอื่นที่มันเกินตัวเราแล้ว ผมก็เลยมองว่ามนุษย์ถูกออกแบบมาให้เราสนใจเรื่องที่มันเกินตัวอยู่แล้ว ถ้าเราไม่สังเกตว่าพืชนี้กินได้ กินไม่ได้ เราก็คงไม่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้หรอก

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

ในมุมมองของคุณ คนไทยห่างไกลกับเรื่องอวกาศกว่าคนชาติอื่นๆ ไหม

เติ้ล: ไม่ ผมว่าคนทั่วโลกเหมือนกัน จริงๆ แล้วคนไทยเป็นชาติที่ค่อนข้างผูกพันกับเรื่องดวงดาวนะ คนสมัยก่อนเขาดูดาว เขารู้ว่าเมื่อตำแหน่งดาวมันเปลี่ยน ฤดูกาลเปลี่ยน สัตว์มันก็เปลี่ยนพฤติกรรม เขาก็เลยคิดว่ามันก็น่าจะทำให้มนุษย์เราเปลี่ยนแปลงได้เหมือนกัน มันก็เลยเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า โหราศาสตร์

ผมเลยมองว่าโหราศาสตร์นี่แหละเป็นสิ่งที่บอกได้ว่าคนไทยสนใจเรื่องดวงดาว แต่ว่าสมัยนั้นวิทยาการอาจจะยังไม่ก้าวหน้า แต่พอเวลาผ่านมาเรื่อยๆ เราก็ได้เรียนรู้ในสิ่งที่เรียกว่าดาราศาสตร์ ซึ่งสองสิ่งนี้ก็จะอยู่ควบคู่ในพฤติกรรมของคนไทยมาตั้งนานแล้ว อย่างสมัยพระนารายณ์ ในเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่เราดูกัน นั่นเป็นยุคที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง แล้วพระนารายณ์ก็ทอดพระเนตรด้วย หรืออย่างตอนรัชกาลที่ 4 ทรงทำนายสุริยุปราคาที่หว้ากอ

แต่ว่าทุกวันนี้โอกาสที่เราจะได้ศึกษาเรื่องพวกนี้มันมีน้อย เลยทำให้เรารู้สึกว่าภาพรวมเรื่องดาราศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ของไทยมันลดต่ำลงหรือเปล่า แต่ว่าจริงๆ แล้วถ้าดูตามกราฟแนวโน้มความสนใจ ผมว่ามันค่อนข้างนิ่ง คือถามว่าทำไมคนอเมริกาถึงได้สนใจเรื่องดาราศาสตร์ คำตอบคือเพราะว่ามันมีเรื่องการเมืองผูกเกี่ยวเข้าไป กลายเป็นว่าคนอเมริกายุคคุณลุง คุณน้า คุณอา เขาอินเรื่องอวกาศมากกว่าเด็ก เพราะเขาอยู่ร่วมในสมัยที่ จอห์น เอฟ. เคนเนดี บอกว่าจะไปดวงจันทร์ เขาอยู่ในยุคที่แข่งกับโซเวียต เขาได้เห็นสิ่งนั้นกับตา เขาได้เห็นประกาศทางทีวี เขาเลยอิน ลองสมมติประเทศเพื่อนบ้านอยากแข่งกับไทยเรื่องอวกาศ ผมเชื่อว่าคนไทยก็จะอินกับเรื่องของอวกาศนะ

อย่างที่คุณว่า ในห้องเรียนเราอาจจะสงสัยว่าเรียนดาราศาสตร์ไปทำไม แล้วสิ่งที่ spaceco.th เอามาเล่าคนอ่านเขาจะรู้ไปทำไม ตอบได้ไหม

กร: ถ้าคำตอบส่วนตัวก็คือ เรารู้เรื่องดาราศาสตร์เพื่อให้เรารู้จักตัวเอง ถ้าถามถึงที่มาตั้งแต่ต้น ก่อนจะมีตัวเรา มันก็เกิดมาจากบิ๊กแบง เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าศึกษาดาราศาสตร์ไปทำไม คำตอบก็คือ มันคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

เติ้ล: สิ่งที่เราทำมองเผินๆ อาจจะเป็นเหมือนเพจอวกาศ แต่ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นการจับอวกาศมาเล่าในมุมต่างๆ มากกว่า เช่น อวกาศมาเจอปรัชญา อวกาศมาเจอภาษา อวกาศมาเจอสังคม การเมือง วัฒนธรรม ผมเลยมองว่ามันเป็นอีกมุมหนึ่งที่ถ้าคนเขามาอ่าน มันจะไม่ใช่แค่การอ่านข้อมูล แต่มันจะเป็นการอ่านวิธีคิดที่มีข้อมูลมาประกอบ ซึ่งอ่านแล้วก็จะรู้สึกสนุก

ทำไมจึงพยายามเชื่อมโยงอวกาศกับเรื่องอื่น ทั้งปรัชญา ภาษา สังคม การเมือง วัฒนธรรม

เติ้ล: เรามองโลกทั้งใบ แล้วทุกอย่างในโลกมันเชื่อมโยงกันหมด ถามว่าทุกวันนี้ถ้ายกประเด็นมาหนึ่งประเด็นแล้วเอามาเชื่อมโยงกับเรื่องอวกาศ เราก็ทำได้ทุกเรื่องนะ

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

อย่างเรื่องฟุตบอลโลกที่เพิ่งจบไปเชื่อมโยงได้มั้ย

เติ้ล: เยอะแยะเลย รู้มั้ยว่ารัสเซียเขาเปิดตัวโลโก้อย่างเป็นทางการบนสถานีอวกาศ รัสเซียเขาจะเล่นใหญ่ทุกอย่างกับอวกาศ อย่างตอนโอลิมปิกฤดูหนาว 2014 ที่โซชิ เขาก็ส่งคบเพลิงไปวิ่งบนอวกาศ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกที่มีการวิ่งคบเพลิงบนนั้น

แล้วรู้ไหมว่าตอนนี้รัสเซียกลายเป็นประเทศเดียวที่สามารถส่งนักบินขึ้นสู่วงโคจรได้ เพราะว่าพอเมริกาเขาปลดระวางกระสวยอวกาศไปก็ไม่มียานรุ่นใหม่ๆ ที่จะส่งได้ อเมริกาก็เลยจะต้องจ้างรัสเซียส่งขึ้นไป จริงๆ แล้วรัสเซียเก่งเรื่องอวกาศมาก จนทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ เวลาเขามีเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่สำคัญๆ ของประเทศ อย่างแรกที่เขาจะทำคือเขาจะจับส่งขึ้นอวกาศ เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าเขาคือผู้นำด้านนี้

ข่าวอวกาศล่าสุดที่รู้แล้วรู้สึกตื่นเต้นคือข่าวไหน

กร: ที่ตื่นเต้นจริงๆ คือตอนที่ได้รู้จัก Exoplanet ครั้งแรก มันคือดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ทำให้เราแทบจะโยนตำราทิ้ง เพราะเราเข้าใจมาตลอดว่าดาวเคราะห์มีแค่ 8 ดวง แต่สรุปแล้วมีการยืนยันว่ามีตั้ง 1,648 ดวง แล้วก็ยังมีอีกประมาณ 5,000 ดวงที่ยังรอการยืนยันอยู่ ตอนแรกเราเข้าใจว่าเอ็กโซแพลเน็ตเป็นแค่ความคิดของนักดาราศาสตร์ แต่สุดท้ายมันก็มีอยู่จริง เหมือนกับที่ TRAPPIST-1 เจอดาวเคราะห์ 7 ดวง ทำให้เรารู้ว่าจักรวาลยังมีอะไรอีกมากมายที่เราต้องตามหา ซึ่งมันเป็นความมหัศจรรย์นะ เพราะความจริงเราอาจจะไม่ได้อยู่คนเดียวในจักรวาลก็ได้

เติ้ล: ของผมคือข่าวที่บอกว่า AI ค้นพบดาวนอกระบบสุริยะ เพราะเราเป็นเด็กโอลิมปิกคอมพิวเตอร์ เราเลยจะอินเรื่องของการเขียนโปรแกรมและเรื่องของ AI ตอนนั้นเราได้รู้ว่าเดี๋ยวนี้ AI ฉลาดถึงขั้นค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้แล้ว ซึ่งถือว่าฉลาดมากๆ ทุกวันนี้มีสองอย่างที่มีวิวัฒนาการคือ สิ่งมีชีวิต กับ AI แต่ AI สามารถพัฒนาได้ทุกๆ เสี้ยววินาที วันหนึ่งจะกลายเป็นมนุษย์หรือเปล่าเราก็ไม่รู้

แล้วทุกวันนี้ AI ก็ถูกเอามาใช้ในเรื่องของอวกาศเยอะมาก อย่างจรวด SpaceX ของอีลอน มัสก์ ก็ใช้ AI เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือยานฟัลคอน 9 (Falcon 9) ก็ใช้ AI เทรนจนเป็นจรวดที่ทันสมัยที่สุดในโลก อย่างล่าสุดรัสเซียก็ใช้ในการช่วยพัฒนาการเดินทางไปอวกาศให้เหลือเวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมง

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

การรู้เรื่องเกี่ยวกับอวกาศ จักรวาล เกี่ยวกับดวงดาว ทำให้มุมมองต่อมนุษย์ของคุณเปลี่ยนไปไหม

เติ้ล: เปลี่ยนไปเยอะเลย มันมีภาพภาพหนึ่งชื่อว่าภาพ Pale Blue Dot มันเป็นรูปอวกาศมืดๆ แล้วก็มีจุดๆ หนึ่ง เป็นภาพที่ถ่ายโดยยานอวกาศที่ชื่อว่า Voyager ขณะที่มันกำลังจะเดินทางออกนอกระบบสุริยะ แล้วนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งเขาก็ลองสั่งว่า ลองหันกล้องไปถ่ายภาพสุดท้ายก่อนที่จะออกจากระบบสุริยะดูซิ จากภาพนั้นเราก็เลยเห็นว่าโลกมันเป็นแค่จุดจุดหนึ่งในภาพ ซึ่งภาพนั้นมันเป็นภาพที่เหมือนจะไร้ประโยชน์มากในเชิงวิทยาศาสตร์ แล้วนักวิทยาศาสตร์ชื่อ คาร์ล เซแกน เขาก็บรรยายถึงเรื่องมนุษยชาติจากภาพนี้

เขาบอกว่า ลองมองจุดเล็กๆ จุดนี้สิ ทุกสิ่งที่เคยกิดขึ้น ทุกสิ่งที่คุณเคยรู้จัก คนที่เกิดมา คนที่ตายไปแล้ว คนที่เข่นฆ่ากัน ล้วนเกิดขึ้นในจุดเล็กๆ จุดนี้ ภาพนี้มันบ่งบอกเลยว่า ดาราศาสตร์มันเป็นศาสตร์ที่ทำให้เราอ่อนน้อมถ่อมตัว คือมันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้ตัวใหญ่ไปกว่าอะไรเลย เราเป็นแค่จุดเล็กๆ ที่ล่องลอยในอวกาศที่กว้างใหญ่ แล้วก็ไม่มีใครมาช่วยเรา ถ้าเกิดสงคราม ฆ่ากันตายไป สุดท้ายก็ไม่มีใครจากที่ไหนมาช่วยเรา แล้วก็ไม่มีดาวดวงไหนในปัจจุบันที่เราจะสามารถไปอยู่ได้แล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือการดูแลโลก ดูแลเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อยู่ด้วยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อันนี้เป็นมุมหนึ่งของการศึกษาเรื่องจักรวาลที่ส่งผลต่อชีวิตเราในแง่ของการมองเพื่อนมนุษย์

ถ้ามนุษย์เป็นเพียงจุดเล็กๆ ในจักรวาล ซึ่งเหมือนไม่มีค่าอะไร แล้วแท้จริงแล้วคุณค่าของมนุษย์อยู่ตรงไหน

เติ้ล: คุณค่าของเราคือการมองย้อนกลับไปถึงที่มาของตัวเรา เหมือนกับว่าเรากำลังมองย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของตัวเองว่า ชีวิตเราเกิดจากสิ่งนี้นะ เกิดจากธาตุนี้นะ แล้วสุดท้ายเมื่อเราศึกษาย้อนกลับไป เราพบว่าคาร์บอนที่อยู่ในตัวเรา แคลเซียมที่อยู่ในฟันเรา หรือว่าธาตุทุกอย่างที่อยู่ในกระดูก มันไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกับโลก มันเกิดขึ้นมาในแกนกลางของดาวฤกษ์ที่อัดแน่นกันมากๆ แล้วสุดท้าย พอดาวฤกษ์มันตายมันก็ระเบิดออก แล้วสสารพวกนี้มันก็ฟุ้งกระจายไปทั่วจักรวาล แล้วมันก็เกิดมาเป็นตัวเรา เกิดมาเป็นสิ่งมีชีวิต เป็นสัตว์ พอเรามองย้อนกลับไปว่าจริงๆ มนุษย์อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ไม่มีค่า แต่ว่าคุณค่าของเราคือการที่เราได้ตั้งคำถามย้อนกลับไปถึงที่มาของตัวเอง

ทุกวันนี้เวลามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ยังมีคำถามหรือรู้สึกอะไรกับมันบ้างมั้ย

เติ้ล: ผมก็ยังคงเป็นเด็กในเมืองอยู่นะ มองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็ยังเห็นแต่สีดำเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เรารู้สึกคือเวลาเราเห็นดวงดาวแค่ดวงเดียว ดวงเล็กๆ เราก็รู้สึกดีแล้วนะ เรารู้ว่านี่คือสิ่งที่เราจะศึกษา สิ่งที่เราจะอยู่กับมันไปทั้งชีวิต

ท้องฟ้าก็มืดเหมือนเดิม แต่สิ่งที่สว่างขึ้นมาคือแรงบันดาลใจที่อยู่ข้างในเรา

spaceth.co, เพจ, ดาราศาสตร์, อวกาศ

Writers

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

เอม มฤคทัต

นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ที่อยากจะลองทำงานเขียน หลงรักทุกอย่างที่เป็นสีพีชและภาพยนตร์จิบลิ มีความสามารถพิเศษในการกินข้าววันละ 5 มื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

การท่องเที่ยวในมุมมองหลายคนน่าจะคู่กับการพักผ่อน

แต่สำหรับ บอล-นเรศร นันทสุทธิวารี เจ้าของเพจ ‘บอลพาเที่ยว Backpacker Ball’ กลับให้คำนิยามการท่องเที่ยวของตัวเองแตกต่างออกไป เขาเป็นนักเดินทางสายลำบากนิยมที่มีผู้ร่วมท่องเที่ยวไปด้วยในเพจถึงหลักล้าน ควบ ‘บักอึด’ มอเตอร์ไซค์คู่ใจขึ้นเหนือลงใต้เที่ยวทั่วไทย และถึงขั้นเคยขี่ไปไกลรอบอาเซียน แบ่งปันประสบการณ์ผ่านภาพนิ่งและวิดีโอให้กับลูกเพจอย่างสม่ำเสมอ

เรารีบต่อสายตรงถึงนักเดินทางเจ้าของเพจ เพราะรู้มาว่าตัวเขาเองแทบอยู่ไม่ติดบ้านเลยตั้งแต่เริ่มต้นเดินทางครั้งแรก ก่อนเสียงจากปลายสายจะบอกว่า เขาเพิ่งลงไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อนหน้า มีแวะไปแถบตะวันออกครู่ประเดี๋ยว เข้ามาทำธุระกรุงเทพฯ เพียงวันเดียว แล้วจะเดินทางขึ้นเหนือต่อไปยังจังหวัดเชียงรายในวันรุ่งขึ้น

กระโดดขึ้นซ้อนท้ายเจ้าบักอึดให้ไว ติดสอยห้อยตามออกเดินทางไปพร้อมกัน บนถนนสายชีวิตของคนทำเพจบันทึกการท่องเที่ยวที่ไม่มีใครเหมือน ผู้เชื่อว่าความลำบากของการเดินทางมีความสุขรออยู่ปลายทาง

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก
บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

“ตอนแรกผมก็ไม่กล้าเดินทาง”

ย้อนความกลับไปบนถนนสายชีวิตของบอล หากเปรียบเป็นการเดินทาง เขาเจอทางขรุขระแต่เริ่ม ผ่านความล้มเหลวมานักต่อนัก ก่อนจะได้ใช้ชีวิตอย่างนักเดินทาง เป็นเจ้าของเพจท่องเที่ยวแบบทุกวันนี้ เขาจับสารพัดอาชีพเพื่อเลี้ยงตัว ด้วยความหวังใหญ่ในตอนนั้น คือความร่ำรวย

พนักงานเสิร์ฟ เด็กแจกใบปลิว พ่อค้าไก่ต้มน้ำปลา คนขายกุ้งอบวุ้นเส้น อะไรที่ทำให้ได้เงินเขาทำมาหมด แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ หนำซ้ำยังล้มเหลวไม่เป็นท่าแทบทุกอาชีพที่ทำ

แบ็กแพ็กเกอร์ขาลุยเล่าว่า จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ในตอนที่ได้เข้าไปทำงานบริษัททัวร์ เหตุหนึ่งเขาจบมาด้านการท่องเที่ยวโดยตรง เหตุสองเพราะอยากเห็นโลกกว้าง และเหตุสำคัญคือต้องทำงานหาเงินใช้หนี้ ที่นี่ทำให้จากคนไม่เคยไปเที่ยวก็ได้เที่ยว จากมีความกลัวก็จำเป็นต้องกล้า

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก
บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

“ตอนแรกผมก็ไม่กล้าเดินทาง อยู่ ๆ คนไม่เคยเดินทางมาแบ็กแพ็กแบบนี้มันก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ เพราะทุกคนก็ต้องมีความกลัว โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยไปไหนอย่างผม ตอนเราอยู่บริษัททัวร์ เห็นแค่โปรแกรมท่องเที่ยวผ่านแผ่นกระดาษ ไม่เคยได้ไปจริงหรอก

“จุดเปลี่ยนอยู่ตรงที่น้องในที่ทำงานเห็นว่าเรามีแต่ความฝัน มีแต่ความอยาก ไม่เห็นลงมือทำสักที น้องเลยจองตั๋วเครื่องบินให้ ตอนนั้นเราจำเป็นต้องไปเวียดนามครั้งแรก เงินก็ไม่มี แต่สุดท้ายก็ได้ไป” บอลพูดถึงความรู้สึกตอนกำลังจะได้เดินทางครั้งแรกในชีวิต แม้จะตื่นเต้นที่ได้ไปเที่ยว แต่ใจหนึ่งก็มีความกลัว ตอนนั้นเขาอาศัยความรู้จากกระทู้รีวิวประสบการณ์ท่องเที่ยวในเว็บไซต์พันทิปเป็นคัมภีร์เบิกทาง

“พอเที่ยวจบเรามีความสุข รู้สึกว่ามันไม่ได้ยาก ก็รู้สึกขอบคุณกระทู้ในพันทิป เลยไปเขียนรีวิวในพันทิปคืน ให้คนอื่นไปอ่านของเรา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ เผื่อจะตามรอยเรา ผมเขียนละเอียดมาก จบในกระทู้เดียว มีคนมาตามรอยแล้วทักมาขอบคุณ ก็รู้สึกดีใจ”

นับแต่ทริปเวียดนามครั้งนั้น เหมือนปลดล็อกความกลัวเรื่องการเดินทาง หลังจากกลับมาบอลเริ่มสนุกกับการท่องเที่ยวมากขึ้น แรงใจเริ่มมา สองขาอยากออกเดินทาง เขาซ้อมเที่ยวภายในประเทศแทบทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ลองโบกรถไปบ้าง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเองบ้าง

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

“ความลำบากมันได้ฝึกตัวเอง ทำให้เรามีความกล้ามากขึ้น มีความเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น บางสิ่งบางอย่างที่คนในสังคมบอกว่าทำอย่างนี้ มันอันตราย แต่จากประสบการณ์หลาย ๆ อย่าง ต้องบอกว่าเราเห็นโลกมากกว่าหลาย ๆ คน ได้เผชิญอะไรมากกว่าหลายคน ตรงนี้เป็นประสบการณ์ที่บอกว่ามันไม่น่ากลัว” เขาถอดบทเรียนให้ฟังหลังจากได้ท่องโลกที่กว้างขึ้น

เมื่อปีกเริ่มกล้า ขาเริ่มแข็ง ภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับหนี้หมดพอดี บอลจึงออกจากงานประจำมาใช้ชีวิตอิสระตามฝัน คิดการณ์ใหญ่ เดินทางไกลพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์และเงินก้อนสุดท้ายเพียง 30,000 บาท

ทริปนี้ผมตั้งใจไปทั่วประเทศ เงิน 30,000 เที่ยวทั่วไทย ไม่ครบไม่กลับบ้าน” วันนั้นเขาประกาศก้อง

“ผมเชื่อว่าเมื่อผ่านความลำบาก เราจะภูมิใจที่ก้าวข้ามผ่านมาได้”

บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก
บอลพาเที่ยว บันทึกเดินทางที่มีคนตามนับล้านของแบ็กแพ็กเกอร์ผู้ฝันอยากขับมอไซค์รอบโลก

เพจบอลพาเที่ยว เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับออกการเดินทางครั้งแรกเมื่อ 6 ปีก่อน หลังจากชิมลางลองเขียนแบ่งปันประสบการณ์มาแล้วในเว็บไซต์พันทิป บอลมองว่าการเที่ยวในแบบของตนเอง น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่มาอ่านได้ไม่มากก็น้อย เฉกเช่นที่เขาเคยได้รับมาก่อนหน้า

“คิดว่าการเที่ยวของเราน่าจะมีประโยชน์ เราอยากให้แรงบันดาลใจให้คนอื่น เหมือนที่เราเคยได้รับ ให้เขาได้เห็นว่าโลกใบนี้มีอีกประตูหนึ่ง คุณไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะต้องมาตามแบบผม แต่คุณดีไซน์ชีวิตคุณเอง โดยอยากให้รู้ว่าชีวิตมันมีหลายประตู หลายทางออก ให้คุณได้เห็นหลากหลายไลฟ์สไตล์ในโลกใบนี้”

เมื่อเที่ยวทั่วไทยคือความฝัน หลายคนอาจคิดว่าเที่ยวครั้งใหญ่ขนาดนี้ จุดเริ่มต้นดีทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง ต้องวางแผนคิดหน้าคิดหลังให้ถ้วนถี่ และเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด แต่สำหรับบอลเอง เขาเริ่มต้นทริปแรกด้วยโจทย์ง่าย ๆ คือถามตัวเองว่าอยากไปไหนมากที่สุด

“ตอนนั้นผมเดินทางวันที่ 1 พฤศจิกายน น้ำตกยังพอมีน้ำอยู่ และผมก็อยากไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นนานแล้ว ก็เลยเลือกที่นั่นเป็นที่แรก ไม่ซับซ้อน” บอลเล่าถึงตอนปักหมุดหมายแรกที่จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะเกิดเป็นมหากาพย์การเดินทางครั้งใหญ่ หลังจากนั้นเขามองหาจุดหมายต่อไป คือขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปรับอากาศหนาวที่ภาคเหนือ โดยใช้วิธีหยิบแผนที่มากางดูว่าต้องผ่านจังหวัดไหนบ้างเพื่อไปให้ถึงจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งนั้นใช้เวลาทั้งหมด 312 วัน ค่าใช้จ่ายเกินงบที่วางไว้นิดหน่อย อาศัยขายโปสการ์ดหาเงินค่าน้ำมันเพิ่ม จนทำตามความฝันด่านแรกของตัวเองสำเร็จ

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

หากเป็นผู้ติดตามเพจ จะเห็นว่าทุกการเดินทางของบอลนั้นเรียบง่าย บอลในเสื้อสีสันสดใสขี่มอเตอร์ไซค์ไปพร้อมกับกล่องสัมภาระหลังรถ ที่ด้านในมีเพียงเต็นต์และเสื้อผ้า ฝ่าแดดลุยฝนท้าทายทุกสภาพอากาศ

สำหรับคอนเทนต์ที่ลงเพจ บอลคิดภารกิจ วางจุดหมายปลายทาง ตั้งกล้องถ่ายทำวิดีโอ และเขียนสคริปต์ด้วยตัวเองทุกอย่าง ทั้งหมดค่อย ๆ เรียนรู้เองเพิ่มเติมจากการเดินทางแต่ละครั้ง มีแค่เรื่องการตัดต่อวิดีโอเท่านั้นที่เขาไม่ได้ทำเอง

เขาเผยว่าการเดินทางแต่ละหนใช้เงินไม่มาก ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมอยู่ คือใช้เงินให้น้อยที่สุด อยู่ง่ายกินง่าย ตุนน้ำพริกของแห้งไว้ อาศัยคลุกข้าวกิน ส่วนน้ำก็ขอกรอกตามสถานีตำรวจ โรงพยาบาล ส่วนที่หลับที่นอนก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เขาว่าความลำบากเหล่านี้จะช่วยให้จุดหมายปลายทางมีความพิเศษยิ่งขึ้น

“ตั้งแต่ผมเริ่มทำเพจเริ่มเดินทาง ผมก็วิ่งชนกับข้อจำกัดทุกอย่าง ฉะนั้นการทำเพจของผมก็แชร์ชีวิตตัวเองในลักษณะการใช้ชีวิตที่มีข้อจำกัด

“ผมเชื่อว่าเมื่อผ่านความลำบาก เราจะภูมิใจที่ก้าวข้ามผ่านมาได้ ผมหาความภูมิใจให้ชีวิตผ่านความลำบาก ความลำบากของการท่องเที่ยวผมมองว่าเป็นของขวัญ เพราะมันมีเรื่องราวรออยู่ มีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ รออยู่ คุณแค่ดีไซน์ให้มันลำบาก ในความลำบากมันก็ทำให้ภูมิใจเมื่อคุณก้าวข้ามมาได้”

นอกเหนือจากเรื่องเที่ยว บอลเป็นคนชอบขีดชอบเขียน ตลอดการท่องเที่ยวเขาบันทึกการเดินทางแต่ละวันไว้อย่างละเอียด นอกจากบอกเล่าผ่านเพจแล้ว เมื่อเสร็จภารกิจก็รวบรวมเอามาทำเป็นหนังสือแบ่งประสบการณ์ที่ได้ประสบพบเจอมา 

บอลบอกว่าคราวเที่ยวทั่วไทย เขาจับพลัดจับผลูขายหนังสือได้เงินมาแสนกว่าบาท นำมาสู่การวางแผนขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวทั่วอาเซียน ซึ่งรอบนี้บอลใช้เวลาทั้งหมด 382 วัน ตะลอนเที่ยวจนครบ 11 ประเทศ หอบเอาประสบการณ์มาเขียนเป็นหนังสืออีกครั้ง พร้อมวางแผนเดินทางครั้งใหม่และใหญ่กว่าทุกครั้งที่เคยทำมา

‘ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบโลก’

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง
ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

“เราเองก็ได้รับโอกาสจากหลายคนที่ช่วยสนับสนุนเหมือนกัน”

หากไม่ติดสถานการณ์โควิด-19 บอลคงตะบึงบักอึดท่องเที่ยวที่ไหนสักแห่งบนแผนที่โลก แต่โรคระบาดเจ้ากรรมทำเอาแผนตามฝันที่วางไว้หยุดชะงัก และต้องพับเก็บใส่ใต้เบาะรถไว้ก่อน

ที่ผ่านมาทั้งเที่ยวทั่วไทยและอาเซียน บอลใช้เงินส่วนตัวทั้งหมด อาศัยเก็บหอมรอมริบ กินอยู่อย่างเรียบง่าย และได้เงินช่วยสนับสนุนจากหนังสือบันทึกการเดินทางแต่ละทริปเป็นทุนในการออกเดินทางต่อ แต่เมื่อเที่ยวรอบโลกที่เป็นฝันสูงสุดต้องพักลงชั่วคราว ประกอบกับมีสปอนเซอร์เข้ามาช่วยสนับสนุนการเดินทาง เขาจึงเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวตามใจตัวเองเป็นการท่องเที่ยวพร้อมทำงาน แล้วหยิบอีกฝันที่เก็บไว้ขึ้นมาทำให้สำเร็จก่อน คือทำลานกางเต็นต์ให้คนมาพักฟรี

“ความฝันนี้มาเปลี่ยนตอนโควิด เพราะไปต่างประเทศไม่ได้ เราก็หาแพสชันอื่นในชีวิต เราได้มาเยอะแล้ว เลยอยากทำลานกางเต็นท์ให้คนอื่นมาพักฟรีบ้าง ฉะนั้นก็ต้องไปทำงานหาเงิน จริง ๆ ฝันนี้มีอยู่นานแล้วล่ะ แต่เราแค่รอไว้ก่อน เป็นเรื่องที่ต้องทำงานหาเงิน เราก็เลยไปอิสระให้เต็มที่ก่อน เพราะยังมีฝันที่ทำได้อยู่ แต่พอมันทำไม่ได้ เลยหยิบเอาที่แขวนไว้อยู่มาทำ

“เราชอบแคมป์ปิ้งอยู่แล้ว ก็อยากให้เป็นคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ให้คนมานั่งพูดคุยกัน ถามว่าทำไมต้องฟรี เพราะเราเองก็ได้รับโอกาสจากหลายคนที่ช่วยสนับสนุนเหมือนกัน” เขาเล่าที่มาของอีกความฝัน ซึ่งวันนี้ทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

“จริง ๆ ตอนนี้ผมก็มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายของ ‘บ้าน’ ไว้ว่า ‘ที่อยู่หรือสิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย’ แต่สำหรับบอล คำว่าบ้านของเขาเป็นมากกว่านั้น

“สำหรับผม บ้านคือที่ไหนก็ได้ที่อยู่แล้วสบายใจ” บอลตอบทันทีเมื่อเราถามถึงความหมายของคำว่าบ้าน

นับแต่ตัดสินใจออกเดินทาง เต็นท์ที่พักชั่วคราวของใครหลายคน แปรความหมายเป็นสิ่งที่บอลเรียกว่าบ้าน มีห้องเช่าเล็ก ๆ ในจังหวัดนนทบุรีไว้ใช้เพียงเก็บของ และเป็นแค่รังนอนชั่วคราวยามกลับจากท่องเที่ยว พักไม่กี่คืนก่อนเริ่มเดินทางใหม่

ยิ่งหลังจากมีลานกางเต็นต์ที่เมืองกาญจน์ เจอใครก็หัวเราะเพราะเขามีบ้านพักตากอากาศ ก่อนจะมีบ้านจริงเป็นหลักเป็นแหล่งเสียอีก

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง
ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

ลูกเพจบอลพาเที่ยวเป็นอันรู้กันดีว่า ด้วยสไตล์การท่องเที่ยวแบบค่ำไหนนอนนั่น ถึงไหนถึงกัน บ้านของบอลเลยไม่เคยตั้งอยู่ซ้ำที่เดิม หลายคราวที่บ้านคือสถานีตำรวจ คือวัด บางครั้งบ้านของเขาอยู่ชิดติดริมทะเล คลื่นซัดซ่าแตะหน้าประตูบ้าน บางครั้งบ้านของเขาอยู่กลางป่าชื้นรับไอดินกลิ่นน้ำตกที่ไหนสักแห่ง และหลายครั้งที่เขาตื่นเช้าในบ้านหลังเล็กบนดอยสูงจนอดอิจฉาไม่ได้

“ผมเป็นนักเดินทาง ผมนอนตรงไหนก็ได้ บ้านก็คือเต็นต์ อยากมีบ้านที่มีวิวน้ำตกก็ไปนอนคลองลาน กางเต็นต์แล้วเดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงน้ำตก อยากมีบ้านริมทะเลก็ไปหาดวนกร หรือหาดอื่น ๆ ก็ได้ มีทั้งที่อาบน้ำและที่ชาร์จไฟให้ด้วย ถ้าอยากได้บ้านบนภูเขา ก็มีดอยสารพัด ผาตั้งที่เชียงใหม่ก็ได้ นี่คือนิยามคำว่าบ้านของผม” บอลพูดเสริม

ด้วยการเดินทางแบบทรหด ทำภารกิจท้าทายขีดจำกัด ในวันที่อายุขึ้นเลข 4 เริ่มมีสัญญาณเตือนจากร่างกายทั้งความเมื่อยล้าสะสมและความเจ็บป่วยจากการขี่มอเตอร์ไซค์ทางไกลนาน ๆ จึงอดถามไม่ได้ว่า เมื่อไหร่กันที่เขาคิดว่าควรต้องพัก

บอลเผยว่า เมื่อสานฝันภารกิจสุดท้าย คือการขับรถเที่ยวรอบโลกสำเร็จ นั่นน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะแก่การพักวิถีการเดินทางบ้าระห่ำอย่างที่เคย

“คนหนึ่งที่เที่ยวทั่วไทย เที่ยวรอบโลกได้ คือมันสุดแล้วไง ด้วยอายุด้วย การเดินทางหลังจากนั้นก็จะชิลล์ ๆ แล้วเข้าสู่โหมดครอบครัว” เขามองถึงแผนการในอนาคตที่จะเกิดขึ้นในวันที่โรคระบาดบรรเทาลง

สุดท้ายนี้ ถ้าชีวิตของเราทุกคนคือการเดินทาง แล้วชีวิตของแบ็กแพ็กเกอร์คนนี้มีปลายทางที่วางไว้คืออะไรกัน

“จริง ๆ ตอนนี้ผมก็มาถึงจุดหมายปลายทางแล้วนะครับ แค่ได้ใช้ชีวิตอิสระตามใจที่ตัวเองอยากทำ” บอลพูดถึงจุดหมายของการเดินทางของชีวิต

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

วันนี้ บอลมีที่ดินริมแม่น้ำแควที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อเตรียมไว้ทำลานกางเต็นต์สมความตั้งใจ ส่วนในเพจก็มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน ขี่รถท่องเที่ยวไปถึงไหนก็มีแฟนคลับโบกมือทักทาย และเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนกล้าลุกขึ้นมาเที่ยวตามวิถีของตัวเองบ้าง หากมองย้อนไปเมื่อจุดเริ่มต้น ใครจะคิดว่าการท่องเที่ยวด้วยสาเหตุเพราะอยากใช้ชีวิต ทำเพจแค่อยากแบ่งปันบันทึกการท่องเที่ยวส่วนตัว จะนำพาจุดหมายปลายทางเกินฝันให้กับเขาได้ขนาดนี้

“เราแค่ใช้ชีวิตของเราเอง แต่กลายเป็นว่าชีวิตของเรามันไปเติมเต็มชีวิตของบางคนในสังคมให้มีความสุข คือบางคนไม่ใช่ทุกคน ไม่ใช่ส่วนเยอะด้วยซ้ำ เขาเห็นเราใช้ชีวิตแล้วก็เอามาปรับใช้ในชีวิตของเขาบ้าง แล้วเขาก็สะท้อนกลับมาเป็นคำขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจ เห็นบอลเที่ยว ผมเลยได้กล้าเที่ยว ได้ออกไปเที่ยวบ้าง เราเลยรู้สึกว่ามีคุณค่าในชีวิต เราก็รู้สึกมีความสุขที่เขาเอาไปปรับใช้ชีวิตในมุมเขาแล้วมีความสุข

“อย่าลืมว่าผมก็ได้รับแรงบันดาลใจจากคนอื่นเหมือนกัน” บอลว่า

ซ้อนมอเตอร์ไซค์บักอึดไปกับ ‘บอลพาเที่ยว’ นักเดินทางสายโหด มัน ฮา ผู้เชื่อว่าวิถีลำบากนิยมมีความสุขรออยู่ปลายทาง

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load