คนสวน พ่อครัว เสมียน พ่อค้า พนักงานทำความสะอาด 

มองเผินๆ อาชีพเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกันเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เชื่อมจุดผูกโยงพวกเขาไว้ด้วยกัน คือการลงมือทำงานศิลปะแบบ Outsider Art หรือศิลปะคนนอก งานศิลป์ของคนที่ไม่ได้เรียนศิลปะมาโดยตรง แต่ศึกษาและลงมือทำเอง ผลงานนอกกรอบ Fine Art เหล่านี้อาจเรียบง่าย ดิบหยาบ หรือซื่อไร้เดียงสาเหมือนเด็กวาด แต่มีความงามในแบบของตัวเอง

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

อาทิตย์ ประสาทกุล ประกอบอาชีพข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเคยประจำการในประเทศเคนยาและประเทศโมซัมบิก ภูมิภาคแอฟริกา เป็นคุณพ่อผู้เลี้ยงลูกในทวีปแอฟริกา และยังเป็นนักสะสมงานศิลปะแอฟริกาตัวยง เขาหลงใหลแอฟริกา ผูกพันกับแอฟริกา ทั้งยังปรารถนาให้คนไทยรู้จักทวีปนี้มากขึ้น 

เมื่อประจำการที่โมซัมบิก เขาร่วมผลักดันให้สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมาปูโตเลือกประดับตกแต่งสถานที่ด้วยงานศิลปะท้องถิ่น ทำให้ชาวโมซัมบิกภูมิใจและรักสถานทูตไทย ซึ่งช่วยทำหน้าที่เสมือนพิพิธภัณฑ์ศิลปะท้องถิ่นให้พวกเขา

ปัจจุบันเมื่อกลับมาทำงานในเมืองไทย อาทิตย์นำงานศิลปะนับร้อยๆ ชิ้น ของชาวเคนยา แทนซาเนีย โกตดิวัวร์ และโมซัมบิกกลับมาบ้าน ผลงานของเหล่าคนสวน พ่อครัว เสมียน พ่อค้า พนักงานทำความสะอาด ล้วนมีเรื่องราวชีวิตของศิลปิน ประวัติศาสตร์ชาติ และวัฒนธรรมแอฟริกันแฝงอยู่ เราได้เห็นความสร้างสรรค์และความงดงามของผู้คนจากอีกซีกโลกที่น่าทำความรู้จัก

ก่อนก้าวขาเข้ากาฬทวีป ขอพาไปรู้จักเหตุผลที่นักการทูตคนหนึ่งกลายมาเป็นนักสะสมงานศิลปะ

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

รักแรก

แม้เริ่มสะสมงานศิลปะเมื่อย้ายไปเริ่มต้นชีวิตที่ทวีปแอฟริกา แต่ศรศิลป์ปักอกอาทิตย์อย่างจังตั้งแต่อยู่เมืองไทย เขาสนใจงานศิลปินไทยในช่วงเกือบ 10 ปีก่อน 

“ผมอยากได้งานของ อาจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ตอนนั้นไม่รู้จักอาจารย์ด้วยซ้ำ ไปเดินสมบัติเพิ่มพูนแกลเลอรี่แล้วชอบรูปเด็กผู้หญิงผมบ๊อบน่ารัก เห็นแล้วมีความสุข ไปเสิร์ชดูถึงรู้ว่าอาจารย์ชลูดดังมาก งานนั้นราคาสองแสนบาท ผมเพิ่งได้เงินมาก้อนใหญ่ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการโยกย้ายไปทำงานที่เคนยา ก็คิดว่าจะแบ่งเงินมาซื้องานนี้ เพราะเราควรเอาเงินไปแลกกับสิ่งที่เราเห็นว่ามีคุณค่า แทนที่จะเชื่อมูลค่าที่คนอื่นกำหนด

“แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรข้างหน้าในต่างประเทศ เลยคิดว่าไม่เป็นไร เดินทางไปก่อน เดี๋ยวค่อยซื้อก็ได้ ปรากฏว่าซื้อไม่ทัน ซึ่งเสียดายจนถึงทุกวันนี้ เพราะสามปีต่อมาหลังอาจารย์เสียชีวิต งานของอาจารย์ก็แพงขึ้นเป็นสิบเท่า” 

เจ้าบุญทุ่ม

เมื่อย้ายไปประจำการครั้งแรกที่เคนยา เงินก้อนใหญ่นั้นต้องใช้จ่ายสิ่งจำเป็นสำหรับนักการทูต หนึ่งในนั้นคือรถยนต์ส่วนตัว แต่แทนที่จะซื้อรถดีๆ อาทิตย์เลือกซื้อรถราคาหนึ่งแสนบาท แล้วนำเงินอีกแสนไปซื้อภาพวาดชิ้นใหญ่สำหรับติดในบ้านเช่าหลังใหม่อย่างไม่ลังเล

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“ผมต้องไปทำงานที่ UN ยามก็แซวเพราะรถผมเป็นรถกระป๋องที่คนส่วนใหญ่ใช้เป็นแท็กซี่ หรือเป็นรถของคนที่ซื้อรถคันแรก ไม่มีนักการทูตคนไหนใช้รถรุ่นนี้เลย แต่ก็คุ้มค่า ผมเอารูปไปติดที่โถงเข้าบ้าน มันทำให้รู้สึกว่าบ้านนี้เป็นบ้านเรา มันสวยมีพลัง ทำให้เรารู้สึกร่าเริงมีความสุข”

“ตอนซื้อ คนอื่นก็ถามว่าซื้อทำไม แพง เพราะคนส่วนใหญ่ซื้องานศิลปะที่เป็นของที่ระลึกทำซ้ำ ราคาไม่แพง พอให้รู้ว่าไปที่ไหนมา แต่ผมชอบงานที่ไม่ได้ทำซ้ำ ไม่ได้ก๊อปปี้ใคร แต่มาจากความรู้สึกของศิลปิน พอเจองานอื่นๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นอีก มันทำให้หัวใจเราเต้นแรง คือเราก็ฟังมาเยอะว่างานศิลปะมีมูลค่าอย่างงั้นอย่างงี้ แต่ตอนหลังผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผมสะสมไม่ใช่แบบนั้น ผมแค่อยากเห็นมันบ่อยๆ รู้สึกดีกับมัน งานพวกนี้ตอบบางอย่างในใจเรา ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไรนะ แต่รู้สึกตื่นเต้น มันสวยงาม ต้องมีอยู่ในบ้าน” 

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“งานศิลปะแอฟริกาไม่เหมือนงานศิลปะที่อื่น ไม่ได้มีการแข่งขันสูงหรือมูลค่าสูง พอพูดถึงงานศิลปะ ทุกคนคิดว่าต้องเป็นไฮโซมีเงินเยอะๆ แน่ แต่งานแอฟริกาเข้าถึงได้ ในฐานะที่ตัวเองเป็นข้าราชการ ผมจ่ายได้ แต่ไม่มีเงินเก็บนะ (หัวเราะ) คิดว่าเดือนนี้กินน้อยหน่อยเพราะจ่ายให้งานศิลปะ ผมเชื่อว่าว่ามีรายได้ต้องแบ่งให้คนอื่น”

อาทิตย์ตระเวนซื้องานศิลปะจากทั้งเคนยาและแทนซาเนีย เขาชอบไปสำรวจแกลเลอรี่และนิทรรศการเพื่อทำความรู้จักศิลปิน และไปหาคนเหล่านั้นถึงบ้านเพื่อฟังเรื่องราวของเขา หลังหมดวาระประจำการที่เคนยา แทนที่จะขายรถนำเงินกลับเมืองไทย อาทิตย์แลกรถคู่ใจของเขากับงานศิลปะกองโต

มหาเสน่ห์

ซื้องานศิลปะไปซักพัก นักสะสมหนุ่มก็เริ่มเข้าใจว่ารูปแบบงานที่เขาชอบคือศิลปะคนนอก ลักษณะจริงใจ แสดงออกสิ่งที่เห็นหรือรู้สึกตรงๆ โดยไม่ยึดติดกับสัดส่วนหรือคู่สี แต่อยู่บนพื้นฐานความจำกัดของทรัพยากรที่มี ใช้ของราคาถูกหรือวัสดุที่หาได้ง่าย เช่น กระดานฝ้า เศษไม้ ลวดเก่าๆ หนังสือพิมพ์ ตอบโจทย์ความเรียบง่าย ไร้เดียงสา ตรงไปตรงมา ซึ่งอยู่ในผลงานสะสมของเขาทุกชิ้น 

ก่อนหน้าจับงาน Outsider Art อาทิตย์เคยตามเก็บงานที่คนอื่นมองว่าดี สวย หรือยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว 

“พอเราเลิกตามของพวกนี้ไปก็เจอสิ่งที่ตามหา มันเข้ามาเอง เหมือนคนชอบแมว ดวงตาก็เห็นแมว หรือชอบต้นไม้ ดวงตาก็เห็นต้นไม้ เราก็เริ่มเห็นตามสถานที่ราชการ ตามบ้านคน ตามตลาด พอเราเห็นว่าตอบโจทย์ ก็เริ่มขุดคุ้ยไปถึงต้นตอของมัน ไปพูดคุยกับศิลปินซึ่งส่วนใหญ่ทำงานที่บ้าน ไม่ใช่คนรวยหรือมีชื่อเสียง”

ทวีปที่รัก

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“งานสะสมของผมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจชีวิตที่ไม่ค่อยเล่าให้ใครฟัง กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งผมไปอยู่ทวีปแอฟริกาถึงสองครั้ง ผมอยากให้คนไทยรู้จักแอฟริกามากขึ้นด้วยศิลปะที่ไม่ใช่งานกระแสหลัก เป็นสิ่งที่ผมอยากทำในฐานะที่ผมเป็นข้าราชการกินเงินจากผู้จ่ายภาษี

“ผมเชื่อว่าเราเห็นโลกไม่ครบ คนที่ขาดไปส่วนใหญ่คือคนในแอฟริกา กระทั่งอเมริกาใต้ซึ่งอยู่ไกลกว่า เราอาจรู้จักมากกว่าแอฟริกา สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ ทวีปนี้ขาดหายไปเลย ทั้งที่เรามีความเกี่ยวเนื่องมาตั้งแต่ค้าขายในมหาสมุทรอินเดียในอดีต หลายๆ อย่างที่เราใช้ก็มาจากแอฟริกา เช่น ไททาเนียมในสีทาบ้านก็มาจากแอฟริกา”

อาทิตย์เดินไปเปิดตู้ เปิดกล่อง หยิบสิ่งสะสมที่เขารักมาวางให้ดูทีละชิ้น

“ผมไม่รู้ว่าของที่ผมมีมูลค่าขนาดไหน ไม่สนใจด้วยเพราะไม่เคยคิดขาย แต่มีความปรารถนาว่าสักวันจะเอางานพวกนี้ไปจัดแสดงเป็นนิทรรศการให้คนได้เห็นอย่างน้อยสักครั้ง”

ต่อไปนี้คือรายชื่อศิลปินที่นักสะสม Outsider Art ตามเก็บผลงาน แบ่งเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือเลิกผลิตงานหรือเสียชีวิตไปแล้ว และประเภทต่อมาคือยังทำงานอยู่จนถึงปัจจุบัน

1. ชาร์ลส์ เซกาโน (Charles Sekano), 1943 – ปัจจุบัน

เทคนิค : สีเทียนบนกระดาษ

“ชาร์ลส์ เซกาโน เป็นคนแอฟริกาใต้ แต่สร้างสรรค์งานในประเทศเคนยา งานศิลปะของเขาทำให้ผมได้เชื่อมต่อเข้าถึงแอฟริกาโดยไม่รู้ตัว ศิลปินคนนี้เป็นอันดับหนึ่งในใจเลย”

แอฟริกาใต้เคยมีระบบ Apartheid คนขาวพยายามแยกคนดำให้อยู่คนละสังคม มีสองชนชั้น ทางเข้าคนละทาง ห้องน้ำแยกกัน ในช่วงที่ เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) พยายามเรียกร้องจนโดนจับเข้าคุกตั้งนาน เซกาโนได้รับผลกระทบเลยหนีไปอยู่เคนยา 30 ปี เขาใช้ชีวิตแบบศิลปิน 3P คือ Pianist, Poet และ Painter ทั้งเล่นดนตรีแจ๊ส เล่นเปียโนในคลับตอนกลางคืน แต่งกลอน แล้วก็วาดรูป

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“เซกาโนวาดผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ ตามสไตล์ศิลปินแบบบุปผาชนโบฮีเมียน เขาใช้สไตล์ Cubism แบบปิกาโซ และใช้สีได้ลงตัว รูปแรกที่ผมเห็นคือรูปนี้ (ชี้รูปในห้องครัว) ในแกลเลอรี่ที่ดังที่สุุดในเคนยา ผมอยากได้รูปนี้มากแต่ไม่มีสตางค์ แต่สองปีถัดมาก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวเจ้าของแกลเลอรี่ ธุรกิจเขากำลังจะปิดตัว พ่อเขาเสียชีวิต เขาทะเลาะกับหุ้นส่วนพ่อและอยากขายงานเซกาโนที่มี ต้องตัดสินใจเลยว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ตอนนั้นผมกำลังขึ้นเครื่องบินไปแอฟริกาใต้ครั้งแรก รู้สึกว่ามันเป็นโชคชะตา เลยรีบโทรบอกพี่ที่ทำงานว่ามีเท่าไหร่เอามาให้หมด ช่วยมัดจำให้ที ตอนนั้นยังไม่เห็นรูปเลยนะ แต่คิดว่าน่าจะชอบ เพราะชอบศิลปินคนนี้มาก

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“ราวสองอาทิตย์ต่อมาก็เจอรูปนี้วางไว้ในห้องทำงาน พร้อมรูปอีกสิบกว่ารูป ในราคาประมาณหนึ่งในสิบของราคาตอนแรก พอเริ่มผมก็ต้องเอาให้สุดไง เลยได้มาทั้งหมดประมาณยี่สิบกว่ารูป”

2. เฟรเดริก บรูลี บูอาเบร่ (Frédéric Bruly Bouabré), 1923 – 2014

เทคนิค : สีไม้บนกระดาษ 

“บูอาเบร่เป็นชาวโกตดิวัวร์ (Côte d’Ivoire) คนแรกๆ ที่ได้รับการศึกษาจากอาณานิคมฝรั่งเศส ทำงานเป็นเสมียน แล้วอยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าเห็นภาพนิมิต เขาเลยวาดรูปและเขียนความคิดของเขาทุกวัน บันทึกในกระดาษเล็กๆ แผ่นเท่าโปสการ์ด” 

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“ผมชอบความคิดของเขาที่เป็นสากล ซึ่งตรงกับความเชื่อของผมว่าเส้นเขตแดนจะหายไปเรื่อยๆ บูอาเบร่คิดว่าสีผิวเป็นแค่สิ่งที่เราเห็นภายนอก ทุกคนมีความต้องการเหมือนกัน ต้องการเสรีภาพ ต้องการมีความหวัง มีความฝัน มีความเป็นมนุษย์ ต้องการรอยยิ้ม เหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เป็นความจริงที่สุด

“ที่เด็ดคือทวีปแอฟริกามีหลายภาษามาก ส่วนใหญ่ไม่มีภาษาเขียน เขาเลยคิดอักขระเหมือน เอ บี ซี ให้ภาษาของเขา เป็นศิลปินกึ่งปราชญ์ ผมชอบเขา อินกับงานเขามาก งานเขาเนี่ยแหละคือ Outsider Art ที่ไร้เดียงสา เข้าใจง่าย และยังได้รับการยอมรับมาก วิทยาลัยศิลปะในสแตนฟอร์ดก็เพิ่งจัดนิทรรศการให้เขา Swatch ก็เอาภาพของเขาไปเป็นลายบนสายนาฬิกา

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“งานเขาถ้าขายในยุโรปเนี่ยแผ่นละประมาณสามร้อยยูโร แต่ผมเหมาจ่ายจากลูกชายเขาเป็นก้อนๆ เลยได้มาเป็นชุดในราคาถูกกว่า งานที่สุดยอดในชีวิตผมคือสมุดร่างของเขา หน้าปกเหมือนสมุดวาดรูปนักเรียนธรรมดา แต่ข้างในคือแบบร่างงานชิ้นท้ายๆ ก่อนเขาตาย ผมใช้เงินก้อนสุดท้ายที่มีในชีวิตก่อนกลับมาเมืองไทยซื้อมา”

3. ทิงกาทิงกา (TingaTinga)

เทคนิค : สีน้ำมันบนแผ่นฝ้าหรือแผ่นกระดาน
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“ทิงกาทิงกาไม่ใช่คนคนเดียว แต่เป็นสไตล์งานศิลปะแบบหนึ่งที่มีชื่อเสียง จุดเริ่มต้นมาจาก Edward Saidi Tingatinga (1932 – 1972) เป็นชาวแทนซาเนียจากต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานเป็นคนสวนในเมือง Dar es Salaam เขาใช้เวลาว่างวาดรูปสีน้ำมันบนแผ่นฝ้าหรือแผ่นกระดานไม้สี่เหลี่ยมขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ที่หาได้ง่ายๆ ตามร้านของชำ เอาไปวางขายนักท่องเที่ยวในหมู่บ้านที่คนเยอะๆ แล้วขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะงานเขาตอบโจทย์คนที่มาแอฟริกา เป็นงานรูปสัตว์หรือชีวิตผู้คน พวกสัตว์ในซาฟารี คนในกระท่อม ความเชื่อปรัมปราอย่างงูกินกบ เป็นสิ่งที่คนจากต่างถิ่นอยากได้ ที่เด็ดกว่านั้นคือฝีแปรงหรือลายเส้นเขาเป็นเอกลักษณ์มาก พอขายดีก็มีคนมาช่วยวาดเต็มไปหมด แต่เซ็นชื่อคนเดียว

“ตอนนี้ยังเป็นเรื่องลึกลับอยู่เลยว่างานชิ้นไหนบ้างที่เป็นของทิงกาทิงกาตัวจริง ถ้าถามถึงความแท้ก็ตอบยากมาก ทิงกาทิงกาตัวจริงทำงานแค่สี่ปีเท่านั้น เพราะโดนตำรวจยิงตาย บ้างก็ว่าตำรวจยิงผิดเพราะคิดว่าเขาเป็นโจร บ้างก็ว่าไปเป็นชู้กับเมียตำรวจ ตำรวจเลยแค้น 

“ที่น่าสนใจคืองานของเขาเกิดการพัฒนาเป็นศิลปะแบบทิงกาทิงกา มีศิษย์รุ่นที่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ถ้าเราไปดาร์ เอส ซาลาม จะเจอสหกรณ์ทิงกาทิงกาขายภาพแบนๆ ไม่มี Perspective พื้นหลังเรียบ แต่เป็นแคนวาส เพื่อให้ม้วนขึ้นเครื่องบินได้ง่าย ภาพแบบนี้ BBC ของอังกฤษเอาแรงบันดาลใจไปทำเป็นการ์ตูนสำหรับเด็กเรื่อง Tinga Tinga Tales ใช้ลักษณะการวาดคล้ายๆ กันเล่าเรื่องให้เด็กฟังว่าทำไมยีราฟถึงคอยาว ทำไมลิงถึงกินกล้วย

“ทิงกาทิงกาทำให้ผมถามตัวเองว่า Art คืออะไร ศิลปะตะวันตกที่เรารู้จักต้องมีคนทำคนเดียว แล้วเราชอบงานศิลปะเพราะว่ามันมีมูลค่าทางเงินหรือเพราะมันตอบรสนิยมเรา ผมไม่รู้ว่าผมมีของจริงหรือของปลอม งานชิ้นแรกๆ ที่เห็นอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ก็ไม่ได้สวยเหมือนงานที่ผมมี แต่ของผมก็เก่ามาก อายุราวห้าสิบปีแน่ๆ 

“เพื่อนก็บอกว่าจะไปสนใจอะไร ก็เหมือนพระเครื่อง จะให้คนอื่นมาให้ค่าของของเราทำไม ถ้าเราชอบก็จัดไป ผมไปเหมามาจากเคนยาและแทนซาเนีย ตอนกลับไทยเงินหมด ก็เอารถกระป๋องราคาหนึ่งแสนบาทไปแลกเหมามาอีก บวกกับค่าภาษีซึ่งประมาณเท่าตัว

“พอกลับมาแล้ว คนที่ผมเอารถไปแลกก็ค้นรูปที่เขามี มาขาย ใหม่-สุดคนึง นิเวศรัตน์ เพื่อนสนิทที่ประจำการที่สถานทูตที่เคนยาด้วยกัน ใหม่กลับมาทีหลังผมสองถึงสามปี เหมามาอีกจนหมด เรียกได้ว่าไม่มีเขา ต้องตกไปอยู่ในมือคนอื่นแน่ๆ

“รวมทั้งหมดที่ผมมีประมาณห้าสิบถึงหกสิบชิ้น ตอนนั้นไม่รู้บ้าอะไร (หัวเราะ) ภาพเหล่านี้ตอบสิ่งที่อยู่ในใจ ผมอยากคิดถึงแอฟริกาแม้ว่ากลับมาเมืองไทยแล้ว ภาพเหล่านี้ทำให้ผมมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่ไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ”

4. คีวูธี เอ็มบูโน (Kivuthi Mbuno), 1947 – ปัจจุบัน

เทคนิค : สีไม้บนกระดาษ
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“คีวูธีเป็นชาวเคนยาที่เป็น Outsider จริงๆ เขาเคยเป็นกุ๊กประจำทัวร์ซาฟารีหรูๆ ในเคนยาและแทนซาเนียที่คนรวยชอบไป เวลาว่างเขากลับมาวาดที่สิ่งเห็น พวกสัตว์ในป่าในทุ่งหญ้าซาฟารี ลายเส้นคม มีคนเห็นเขาวาดเล่นๆ ตอนหลังแกลเลอรี่ก็ให้เขาวาด ผมชอบงานเขาเลยซื้อมา ตอนหลังงานของเขาก็อยู่ในล็อตที่เอารถไปแลกด้วย ผมมีงานเขาทั้งหมดสี่ชิ้น”

5. ดีโน เจธา (Dino Jethá), 1977 – ปัจจุบัน

เทคนิค : ไม้แกะสลักระบายสี
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“ดีโนเป็นศิลปินโมซัมบิกยุคใหม่ที่ทำงานแกะสลักไม้แบบซิเคเลเกดานา (Psikhelekedana) เล่าเรื่องชีวิตที่เห็นตามท้องถนนเป็นตุ๊กตาเล็กๆ ผู้ชายทำเล็บให้ผู้หญิง เสื้อผ้าชุดแม่บ้านแขวนขายตามต้นไม้ คนนั่งรถอัดๆ กัน สถานทูตก็เคยเชิญเขามาจัดทิทรรศการที่เมืองไทย

“ตอนแรกผมตั้งใจว่างานไหนที่สถานทูตมี ผมจะไม่ซื้อ แต่ช่วงก่อนผมกลับไทย ดีโนประสบปัญหาเรื่องเงิน งานเขาขายแทบไม่ได้ เพราะมันคล้ายกับของที่ระลึกที่เพื่อนเขาขายในตลาด โมซัมบิกไม่ใช่ประเทศที่นักท่องเที่ยวเยอะ งานที่ทำมานานคนก็ไม่ตื่นเต้นแล้ว เขาอยากให้ผมช่วยซื้อในฐานะเพื่อน ผมเลยให้คำแนะนำและช่วยทำงานร่วมกัน

“จากเดิมที่ใช้สีอะคริลิก นานวันเข้าสีมันก็จาง ผมก็เลยซื้อสีน้ำมันมาให้เขา เพราะเราก็เคยเห็นงานของทิงกาทิงกาที่ใช้สีน้ำมันแล้วอยู่ได้นาน ซื้อพู่กันสง่า มยุระ จากไทยไปฝากเขา จากเดิมที่แกะเป็นคนตัวเล็กๆ เปราะบาง ก็ทำใหญ่ขึ้น รายละเอียดไม่ต้องเยอะ แต่ทำเป็นศิลปะร่วมสมัย เช่น ยามหลับ คนเล่นมือถือ คนกินไอติม แกะรูปใหม่ ไม่ใช่ผู้หญิงแบกของไว้บนหัวที่ใครๆ ก็ทำมานานแล้ว ผมเอาหนังสือภาพถ่ายตึกของ คุณเบียร์-วีระพล สิงห์น้อย ไปให้เขาดู ให้เขาแกะสถาปัตยกรรมสวยๆ เขาทำมาให้ผมทั้งหมดประมาณยี่สิบถึงสามสิบชิ้น มีนักการทูตด้วย แต่ใส่สูทมา ไม่ตรงกับที่ผมคิดเท่าไหร่ เพราะผมไม่ได้อยากเป็นนักการทูตที่ใส่สูท ถือกระเป๋าสี่เหลี่ยม” (ยิ้ม) 

6. อับดุล (Abdul)

เทคนิค : ประติมากรรมจากเศษไม้
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“บ้านนี้ไม่เล่าไม่ได้ ไม่ใช่แค่บ้านเศรษฐี แต่เป็นวังพระราชาสมัยโบราณขนาดสามสี่ชั้นที่มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์อยู่ข้างบน เป็นบ้านในจินตนาการของคนจากสังคมที่ต้องอยู่กลางดินกลางทราย บ้านเขาน่าจะเป็นบ้านกึ่งถาวรที่เอาไม้มาขัดๆ กัน มีก้อนอิฐมาพอเป็นพิธี แต่เขาเอาความฝันมาทำให้เป็นความจริง พอเห็นแล้วทำให้คิดว่าคนเราต้องกล้าฝันกล้าทำ แม้เป็นแค่โมเดลเศษกิ่งไม้กับกระดาษหนังสือพิมพ์ 

“อับดุลเป็น Outsider ตัวจริง วันนั้นลูกเข้าโรงเรียนวันแรก ลูกร้องไห้ ครูโทรมาให้ไปรับก่อนเวลาเลิกเรียน ผมขับรถไปแล้วเจอเขาแบกบ้านหลังใหญ่มากหน้าโรงเรียน ผมก็รีบจอดให้ภรรยาไปรับลูก แล้วลงไปซื้อ ให้เขาเซ็นชื่อกันตรงนั้น งานเขาละเอียดมาก แต่ผมซื้อมาในราคาราวพันกว่าบาทเท่านั้น ที่ซื้อถูกไม่ได้กดราคานะ เพราะมีสตางค์อยู่แค่นั้นในมือ จริงๆ อยากจะอุดหนุนอีก ผมให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ เขาก็จดลงกลักไม้ขีดไฟ ผมว่าหายชัวร์ๆ หลังจากนั้นก็อยากไปรับลูกทุกวันเลย” (หัวเราะ)

7. ที. แจนยัวรี (T. January) 

เทคนิค : ประติมากรรมไม้แกะสลักระบายสี
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“คนนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงมาก ผมซื้อมาพราะชอบลักษณะงาน เป็นไม้แกะสลักรูปภูติผีของคนเผ่า Makonde ของแทนซาเนีย คนริเริ่มชื่อ จอร์จ ลิลังกา (George Lilanga) เขาวาดผี Shetani และแกะภูติผีบนไม้เนื้อแข็งสีดำ ดังขนาด Hermès เอามาแกะเป็นลายผ้าพันคอ งานเขาแพง คนเก็บสะสมงานศิลปะใหญ่ๆ ดังๆ ก็เก็บไปหมดแล้ว 

“T. January น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ช่วยลิลังกา งานเขาสวยแล้วผมก็พอซื้อไหว เวลาไปราชการหรือเที่ยวที่แทนซาเนียก็ตามเหมามาตลอด ได้มาทั้งหมดสิบกว่าชิ้น”

8. ศิลปินดัดลวดโมซัมบิก

เทคนิค : ประติมากรรมลวดดัด
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“งานลวดร้อยลูกปัดเป็นงานของที่ระลึกทั่วไปสำหรับนักท่องเที่ยวในทวีปแอฟริกาอยู่แล้ว แต่งานที่ผมได้มาเป็นงานธรรมดาที่ไม่ธรรมดา มีคนขาวแอฟริกาใต้มาทำเวิร์กช็อปสอนให้คนจนในโมซัมบิก เป็นการร่วมมือเพื่อสร้างมูลค่า ในฐานะคนทำงานกระทรวงต่างประเทศที่เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือพัฒนา ผมชอบการนำความคิดใหม่ๆ มาสอนคนท้องถิ่น เช่น เอาลวดมาทำเป็นของแบบสตาร์วอร์ ใส่มอเตอร์ให้ขยับได้ บิดนิดเดียวจากไม่น่าสนใจก็น่าสนใจ

“เสน่ห์ของงานที่ใช้วัสดุรอบตัว คือจินตนาการและความตั้งใจทำ ใครๆ ก็ทำงานศิลปะได้ ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ อยู่ที่ใจ ความคิด แล้วก็สองมือทำ”

8. ช่างไม้เคนยาและโมซัมบิก

เทคนิค : เก้าอี้จากเศษไม้
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“สำหรับผม เก้าอี้สองตัวนี้เป็นศิลปะ จริงๆ คือเก้าอี้ที่คนท้องถิ่นทำจากเศษฟืน ตัวหนึ่งมาจากเคนย่า อีกตัวโมซัมบิก มันคราฟต์ตรงที่เอาไม้มาดัดมาต่อแบบเปลือยๆ ไม่ซ่อน 

“ผมเคยได้ยินว่าศิลปะมีสองประเภท ศิลปะเพื่อศิลปะและศิลปะเพื่อประชาชน ยุคหนึ่งศิลปะสูงส่ง อีกยุคศิลปะต้องใช้งานได้ ผมไม่รู้ว่าจะไปแบ่งทำไม แต่เก้าอี้นี้เป็นศิลปะเพื่อประชาชนแน่ๆ 

“การนั่งในที่สูงเป็นเรื่องใหม่ที่ตะวันตกเอามา ตอนรุ่นทวดพวกเราก็นั่งพื้น เก้าอี้เป็นความศิวิไลซ์ของชาวบ้าน เป็นความหรูหราของคนที่ไม่ได้มีสตางค์ไปซื้อ คนท้องถิ่นเขาใช้หัวคิด ใช้สองมือทำเป็นเก้าอี้ โดยใช้เศษไม้ที่หาได้ในท้องถิ่นมาดัด ตอกตะปู เป็นเก้าอี้มีพนักพิง แล้วแต่ละประเทศก็ทำต่างกัน เลยเอาใส่กล่องขึ้นเครื่องบินกลับมา” 

9. ซีตู (Zito)

เทคนิค : ผ้าต่อปักไหมพรม
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“คนสุดท้ายคือพนักงานทำความสะอาดสถานทูตไทยประจำมาปูโต ตอนสถานทูตเปิดใหม่ เราเชิญ คุณจักกาย ศิริบุตร ไปทำงานศิลปะประดับสถานทูต โดยใช้ผ้า วัสดุท้องถิ่น และเศษธงชาติไทยผืนแรกที่ชักขึ้นเสาธงโมซัมบิกด้วย เพราะไปแค่สองอาทิตย์เลยต้องหาผู้ช่วยใกล้มือ ซีตูมาช่วยเย็บผ้าปักผ้า เขาไม่เคยเห็นก็ตื่นเต้น ได้แรงบันดาลใจอยากทำบ้าง คุณจักกายกลับไปแล้วซีตูก็ยังอยากทำต่อ ผมเลยช่วยสนับสนุน แนะนำคอนเซปต์และซื้อวัสดุให้ เขาปักเป็นรูปคนรอบตัวเขาที่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของเมือง กลายเป็นงานศิลปะ พอผมจะกลับก็เลยขอตัดกลับมา ผมเก็บไว้ครึ่งหนึ่ง ให้คุณจักกายครึ่งหนึ่ง เขาอยากเอาไปคุยกับเทศกาลศิลปะที่ออสเตรเลียให้เอาไปจัดแสดง”

คนสวน พ่อครัว เสมียน พ่อค้า พนักงานทำความสะอาด 

มองเผินๆ อาชีพเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกันเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เชื่อมจุดผูกโยงพวกเขาไว้ด้วยกัน คือการลงมือทำงานศิลปะแบบ Outsider Art หรือศิลปะคนนอก งานศิลป์ของคนที่ไม่ได้เรียนศิลปะมาโดยตรง แต่ศึกษาและลงมือทำเอง ผลงานนอกกรอบ Fine Art เหล่านี้อาจเรียบง่าย ดิบหยาบ หรือซื่อไร้เดียงสาเหมือนเด็กวาด แต่มีความงามในแบบของตัวเอง

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

อาทิตย์ ประสาทกุล ประกอบอาชีพข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเคยประจำการในประเทศเคนยาและประเทศโมซัมบิก ภูมิภาคแอฟริกา เป็นคุณพ่อผู้เลี้ยงลูกในทวีปแอฟริกา และยังเป็นนักสะสมงานศิลปะแอฟริกาตัวยง เขาหลงใหลแอฟริกา ผูกพันกับแอฟริกา ทั้งยังปรารถนาให้คนไทยรู้จักทวีปนี้มากขึ้น 

เมื่อประจำการที่โมซัมบิก เขาร่วมผลักดันให้สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมาปูโตเลือกประดับตกแต่งสถานที่ด้วยงานศิลปะท้องถิ่น ทำให้ชาวโมซัมบิกภูมิใจและรักสถานทูตไทย ซึ่งช่วยทำหน้าที่เสมือนพิพิธภัณฑ์ศิลปะท้องถิ่นให้พวกเขา

ปัจจุบันเมื่อกลับมาทำงานในเมืองไทย อาทิตย์นำงานศิลปะนับร้อยๆ ชิ้น ของชาวเคนยา แทนซาเนีย โกตดิวัวร์ และโมซัมบิกกลับมาบ้าน ผลงานของเหล่าคนสวน พ่อครัว เสมียน พ่อค้า พนักงานทำความสะอาด ล้วนมีเรื่องราวชีวิตของศิลปิน ประวัติศาสตร์ชาติ และวัฒนธรรมแอฟริกันแฝงอยู่ เราได้เห็นความสร้างสรรค์และความงดงามของผู้คนจากอีกซีกโลกที่น่าทำความรู้จัก

ก่อนก้าวขาเข้ากาฬทวีป ขอพาไปรู้จักเหตุผลที่นักการทูตคนหนึ่งกลายมาเป็นนักสะสมงานศิลปะ

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

รักแรก

แม้เริ่มสะสมงานศิลปะเมื่อย้ายไปเริ่มต้นชีวิตที่ทวีปแอฟริกา แต่ศรศิลป์ปักอกอาทิตย์อย่างจังตั้งแต่อยู่เมืองไทย เขาสนใจงานศิลปินไทยในช่วงเกือบ 10 ปีก่อน 

“ผมอยากได้งานของ อาจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ตอนนั้นไม่รู้จักอาจารย์ด้วยซ้ำ ไปเดินสมบัติเพิ่มพูนแกลเลอรี่แล้วชอบรูปเด็กผู้หญิงผมบ๊อบน่ารัก เห็นแล้วมีความสุข ไปเสิร์ชดูถึงรู้ว่าอาจารย์ชลูดดังมาก งานนั้นราคาสองแสนบาท ผมเพิ่งได้เงินมาก้อนใหญ่ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการโยกย้ายไปทำงานที่เคนยา ก็คิดว่าจะแบ่งเงินมาซื้องานนี้ เพราะเราควรเอาเงินไปแลกกับสิ่งที่เราเห็นว่ามีคุณค่า แทนที่จะเชื่อมูลค่าที่คนอื่นกำหนด

“แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรข้างหน้าในต่างประเทศ เลยคิดว่าไม่เป็นไร เดินทางไปก่อน เดี๋ยวค่อยซื้อก็ได้ ปรากฏว่าซื้อไม่ทัน ซึ่งเสียดายจนถึงทุกวันนี้ เพราะสามปีต่อมาหลังอาจารย์เสียชีวิต งานของอาจารย์ก็แพงขึ้นเป็นสิบเท่า” 

เจ้าบุญทุ่ม

เมื่อย้ายไปประจำการครั้งแรกที่เคนยา เงินก้อนใหญ่นั้นต้องใช้จ่ายสิ่งจำเป็นสำหรับนักการทูต หนึ่งในนั้นคือรถยนต์ส่วนตัว แต่แทนที่จะซื้อรถดีๆ อาทิตย์เลือกซื้อรถราคาหนึ่งแสนบาท แล้วนำเงินอีกแสนไปซื้อภาพวาดชิ้นใหญ่สำหรับติดในบ้านเช่าหลังใหม่อย่างไม่ลังเล

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“ผมต้องไปทำงานที่ UN ยามก็แซวเพราะรถผมเป็นรถกระป๋องที่คนส่วนใหญ่ใช้เป็นแท็กซี่ หรือเป็นรถของคนที่ซื้อรถคันแรก ไม่มีนักการทูตคนไหนใช้รถรุ่นนี้เลย แต่ก็คุ้มค่า ผมเอารูปไปติดที่โถงเข้าบ้าน มันทำให้รู้สึกว่าบ้านนี้เป็นบ้านเรา มันสวยมีพลัง ทำให้เรารู้สึกร่าเริงมีความสุข”

“ตอนซื้อ คนอื่นก็ถามว่าซื้อทำไม แพง เพราะคนส่วนใหญ่ซื้องานศิลปะที่เป็นของที่ระลึกทำซ้ำ ราคาไม่แพง พอให้รู้ว่าไปที่ไหนมา แต่ผมชอบงานที่ไม่ได้ทำซ้ำ ไม่ได้ก๊อปปี้ใคร แต่มาจากความรู้สึกของศิลปิน พอเจองานอื่นๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นอีก มันทำให้หัวใจเราเต้นแรง คือเราก็ฟังมาเยอะว่างานศิลปะมีมูลค่าอย่างงั้นอย่างงี้ แต่ตอนหลังผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผมสะสมไม่ใช่แบบนั้น ผมแค่อยากเห็นมันบ่อยๆ รู้สึกดีกับมัน งานพวกนี้ตอบบางอย่างในใจเรา ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไรนะ แต่รู้สึกตื่นเต้น มันสวยงาม ต้องมีอยู่ในบ้าน” 

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“งานศิลปะแอฟริกาไม่เหมือนงานศิลปะที่อื่น ไม่ได้มีการแข่งขันสูงหรือมูลค่าสูง พอพูดถึงงานศิลปะ ทุกคนคิดว่าต้องเป็นไฮโซมีเงินเยอะๆ แน่ แต่งานแอฟริกาเข้าถึงได้ ในฐานะที่ตัวเองเป็นข้าราชการ ผมจ่ายได้ แต่ไม่มีเงินเก็บนะ (หัวเราะ) คิดว่าเดือนนี้กินน้อยหน่อยเพราะจ่ายให้งานศิลปะ ผมเชื่อว่าว่ามีรายได้ต้องแบ่งให้คนอื่น”

อาทิตย์ตระเวนซื้องานศิลปะจากทั้งเคนยาและแทนซาเนีย เขาชอบไปสำรวจแกลเลอรี่และนิทรรศการเพื่อทำความรู้จักศิลปิน และไปหาคนเหล่านั้นถึงบ้านเพื่อฟังเรื่องราวของเขา หลังหมดวาระประจำการที่เคนยา แทนที่จะขายรถนำเงินกลับเมืองไทย อาทิตย์แลกรถคู่ใจของเขากับงานศิลปะกองโต

มหาเสน่ห์

ซื้องานศิลปะไปซักพัก นักสะสมหนุ่มก็เริ่มเข้าใจว่ารูปแบบงานที่เขาชอบคือศิลปะคนนอก ลักษณะจริงใจ แสดงออกสิ่งที่เห็นหรือรู้สึกตรงๆ โดยไม่ยึดติดกับสัดส่วนหรือคู่สี แต่อยู่บนพื้นฐานความจำกัดของทรัพยากรที่มี ใช้ของราคาถูกหรือวัสดุที่หาได้ง่าย เช่น กระดานฝ้า เศษไม้ ลวดเก่าๆ หนังสือพิมพ์ ตอบโจทย์ความเรียบง่าย ไร้เดียงสา ตรงไปตรงมา ซึ่งอยู่ในผลงานสะสมของเขาทุกชิ้น 

ก่อนหน้าจับงาน Outsider Art อาทิตย์เคยตามเก็บงานที่คนอื่นมองว่าดี สวย หรือยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว 

“พอเราเลิกตามของพวกนี้ไปก็เจอสิ่งที่ตามหา มันเข้ามาเอง เหมือนคนชอบแมว ดวงตาก็เห็นแมว หรือชอบต้นไม้ ดวงตาก็เห็นต้นไม้ เราก็เริ่มเห็นตามสถานที่ราชการ ตามบ้านคน ตามตลาด พอเราเห็นว่าตอบโจทย์ ก็เริ่มขุดคุ้ยไปถึงต้นตอของมัน ไปพูดคุยกับศิลปินซึ่งส่วนใหญ่ทำงานที่บ้าน ไม่ใช่คนรวยหรือมีชื่อเสียง”

ทวีปที่รัก

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“งานสะสมของผมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจชีวิตที่ไม่ค่อยเล่าให้ใครฟัง กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งผมไปอยู่ทวีปแอฟริกาถึงสองครั้ง ผมอยากให้คนไทยรู้จักแอฟริกามากขึ้นด้วยศิลปะที่ไม่ใช่งานกระแสหลัก เป็นสิ่งที่ผมอยากทำในฐานะที่ผมเป็นข้าราชการกินเงินจากผู้จ่ายภาษี

“ผมเชื่อว่าเราเห็นโลกไม่ครบ คนที่ขาดไปส่วนใหญ่คือคนในแอฟริกา กระทั่งอเมริกาใต้ซึ่งอยู่ไกลกว่า เราอาจรู้จักมากกว่าแอฟริกา สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ ทวีปนี้ขาดหายไปเลย ทั้งที่เรามีความเกี่ยวเนื่องมาตั้งแต่ค้าขายในมหาสมุทรอินเดียในอดีต หลายๆ อย่างที่เราใช้ก็มาจากแอฟริกา เช่น ไททาเนียมในสีทาบ้านก็มาจากแอฟริกา”

อาทิตย์เดินไปเปิดตู้ เปิดกล่อง หยิบสิ่งสะสมที่เขารักมาวางให้ดูทีละชิ้น

“ผมไม่รู้ว่าของที่ผมมีมูลค่าขนาดไหน ไม่สนใจด้วยเพราะไม่เคยคิดขาย แต่มีความปรารถนาว่าสักวันจะเอางานพวกนี้ไปจัดแสดงเป็นนิทรรศการให้คนได้เห็นอย่างน้อยสักครั้ง”

ต่อไปนี้คือรายชื่อศิลปินที่นักสะสม Outsider Art ตามเก็บผลงาน แบ่งเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือเลิกผลิตงานหรือเสียชีวิตไปแล้ว และประเภทต่อมาคือยังทำงานอยู่จนถึงปัจจุบัน

1. ชาร์ลส์ เซกาโน (Charles Sekano), 1943 – ปัจจุบัน

เทคนิค : สีเทียนบนกระดาษ

“ชาร์ลส์ เซกาโน เป็นคนแอฟริกาใต้ แต่สร้างสรรค์งานในประเทศเคนยา งานศิลปะของเขาทำให้ผมได้เชื่อมต่อเข้าถึงแอฟริกาโดยไม่รู้ตัว ศิลปินคนนี้เป็นอันดับหนึ่งในใจเลย”

แอฟริกาใต้เคยมีระบบ Apartheid คนขาวพยายามแยกคนดำให้อยู่คนละสังคม มีสองชนชั้น ทางเข้าคนละทาง ห้องน้ำแยกกัน ในช่วงที่ เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) พยายามเรียกร้องจนโดนจับเข้าคุกตั้งนาน เซกาโนได้รับผลกระทบเลยหนีไปอยู่เคนยา 30 ปี เขาใช้ชีวิตแบบศิลปิน 3P คือ Pianist, Poet และ Painter ทั้งเล่นดนตรีแจ๊ส เล่นเปียโนในคลับตอนกลางคืน แต่งกลอน แล้วก็วาดรูป

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“เซกาโนวาดผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ ตามสไตล์ศิลปินแบบบุปผาชนโบฮีเมียน เขาใช้สไตล์ Cubism แบบปิกาโซ และใช้สีได้ลงตัว รูปแรกที่ผมเห็นคือรูปนี้ (ชี้รูปในห้องครัว) ในแกลเลอรี่ที่ดังที่สุุดในเคนยา ผมอยากได้รูปนี้มากแต่ไม่มีสตางค์ แต่สองปีถัดมาก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวเจ้าของแกลเลอรี่ ธุรกิจเขากำลังจะปิดตัว พ่อเขาเสียชีวิต เขาทะเลาะกับหุ้นส่วนพ่อและอยากขายงานเซกาโนที่มี ต้องตัดสินใจเลยว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ตอนนั้นผมกำลังขึ้นเครื่องบินไปแอฟริกาใต้ครั้งแรก รู้สึกว่ามันเป็นโชคชะตา เลยรีบโทรบอกพี่ที่ทำงานว่ามีเท่าไหร่เอามาให้หมด ช่วยมัดจำให้ที ตอนนั้นยังไม่เห็นรูปเลยนะ แต่คิดว่าน่าจะชอบ เพราะชอบศิลปินคนนี้มาก

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“ราวสองอาทิตย์ต่อมาก็เจอรูปนี้วางไว้ในห้องทำงาน พร้อมรูปอีกสิบกว่ารูป ในราคาประมาณหนึ่งในสิบของราคาตอนแรก พอเริ่มผมก็ต้องเอาให้สุดไง เลยได้มาทั้งหมดประมาณยี่สิบกว่ารูป”

2. เฟรเดริก บรูลี บูอาเบร่ (Frédéric Bruly Bouabré), 1923 – 2014

เทคนิค : สีไม้บนกระดาษ 

“บูอาเบร่เป็นชาวโกตดิวัวร์ (Côte d’Ivoire) คนแรกๆ ที่ได้รับการศึกษาจากอาณานิคมฝรั่งเศส ทำงานเป็นเสมียน แล้วอยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าเห็นภาพนิมิต เขาเลยวาดรูปและเขียนความคิดของเขาทุกวัน บันทึกในกระดาษเล็กๆ แผ่นเท่าโปสการ์ด” 

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“ผมชอบความคิดของเขาที่เป็นสากล ซึ่งตรงกับความเชื่อของผมว่าเส้นเขตแดนจะหายไปเรื่อยๆ บูอาเบร่คิดว่าสีผิวเป็นแค่สิ่งที่เราเห็นภายนอก ทุกคนมีความต้องการเหมือนกัน ต้องการเสรีภาพ ต้องการมีความหวัง มีความฝัน มีความเป็นมนุษย์ ต้องการรอยยิ้ม เหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เป็นความจริงที่สุด

“ที่เด็ดคือทวีปแอฟริกามีหลายภาษามาก ส่วนใหญ่ไม่มีภาษาเขียน เขาเลยคิดอักขระเหมือน เอ บี ซี ให้ภาษาของเขา เป็นศิลปินกึ่งปราชญ์ ผมชอบเขา อินกับงานเขามาก งานเขาเนี่ยแหละคือ Outsider Art ที่ไร้เดียงสา เข้าใจง่าย และยังได้รับการยอมรับมาก วิทยาลัยศิลปะในสแตนฟอร์ดก็เพิ่งจัดนิทรรศการให้เขา Swatch ก็เอาภาพของเขาไปเป็นลายบนสายนาฬิกา

อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“งานเขาถ้าขายในยุโรปเนี่ยแผ่นละประมาณสามร้อยยูโร แต่ผมเหมาจ่ายจากลูกชายเขาเป็นก้อนๆ เลยได้มาเป็นชุดในราคาถูกกว่า งานที่สุดยอดในชีวิตผมคือสมุดร่างของเขา หน้าปกเหมือนสมุดวาดรูปนักเรียนธรรมดา แต่ข้างในคือแบบร่างงานชิ้นท้ายๆ ก่อนเขาตาย ผมใช้เงินก้อนสุดท้ายที่มีในชีวิตก่อนกลับมาเมืองไทยซื้อมา”

3. ทิงกาทิงกา (TingaTinga)

เทคนิค : สีน้ำมันบนแผ่นฝ้าหรือแผ่นกระดาน
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“ทิงกาทิงกาไม่ใช่คนคนเดียว แต่เป็นสไตล์งานศิลปะแบบหนึ่งที่มีชื่อเสียง จุดเริ่มต้นมาจาก Edward Saidi Tingatinga (1932 – 1972) เป็นชาวแทนซาเนียจากต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานเป็นคนสวนในเมือง Dar es Salaam เขาใช้เวลาว่างวาดรูปสีน้ำมันบนแผ่นฝ้าหรือแผ่นกระดานไม้สี่เหลี่ยมขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ที่หาได้ง่ายๆ ตามร้านของชำ เอาไปวางขายนักท่องเที่ยวในหมู่บ้านที่คนเยอะๆ แล้วขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะงานเขาตอบโจทย์คนที่มาแอฟริกา เป็นงานรูปสัตว์หรือชีวิตผู้คน พวกสัตว์ในซาฟารี คนในกระท่อม ความเชื่อปรัมปราอย่างงูกินกบ เป็นสิ่งที่คนจากต่างถิ่นอยากได้ ที่เด็ดกว่านั้นคือฝีแปรงหรือลายเส้นเขาเป็นเอกลักษณ์มาก พอขายดีก็มีคนมาช่วยวาดเต็มไปหมด แต่เซ็นชื่อคนเดียว

“ตอนนี้ยังเป็นเรื่องลึกลับอยู่เลยว่างานชิ้นไหนบ้างที่เป็นของทิงกาทิงกาตัวจริง ถ้าถามถึงความแท้ก็ตอบยากมาก ทิงกาทิงกาตัวจริงทำงานแค่สี่ปีเท่านั้น เพราะโดนตำรวจยิงตาย บ้างก็ว่าตำรวจยิงผิดเพราะคิดว่าเขาเป็นโจร บ้างก็ว่าไปเป็นชู้กับเมียตำรวจ ตำรวจเลยแค้น 

“ที่น่าสนใจคืองานของเขาเกิดการพัฒนาเป็นศิลปะแบบทิงกาทิงกา มีศิษย์รุ่นที่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ถ้าเราไปดาร์ เอส ซาลาม จะเจอสหกรณ์ทิงกาทิงกาขายภาพแบนๆ ไม่มี Perspective พื้นหลังเรียบ แต่เป็นแคนวาส เพื่อให้ม้วนขึ้นเครื่องบินได้ง่าย ภาพแบบนี้ BBC ของอังกฤษเอาแรงบันดาลใจไปทำเป็นการ์ตูนสำหรับเด็กเรื่อง Tinga Tinga Tales ใช้ลักษณะการวาดคล้ายๆ กันเล่าเรื่องให้เด็กฟังว่าทำไมยีราฟถึงคอยาว ทำไมลิงถึงกินกล้วย

“ทิงกาทิงกาทำให้ผมถามตัวเองว่า Art คืออะไร ศิลปะตะวันตกที่เรารู้จักต้องมีคนทำคนเดียว แล้วเราชอบงานศิลปะเพราะว่ามันมีมูลค่าทางเงินหรือเพราะมันตอบรสนิยมเรา ผมไม่รู้ว่าผมมีของจริงหรือของปลอม งานชิ้นแรกๆ ที่เห็นอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ก็ไม่ได้สวยเหมือนงานที่ผมมี แต่ของผมก็เก่ามาก อายุราวห้าสิบปีแน่ๆ 

“เพื่อนก็บอกว่าจะไปสนใจอะไร ก็เหมือนพระเครื่อง จะให้คนอื่นมาให้ค่าของของเราทำไม ถ้าเราชอบก็จัดไป ผมไปเหมามาจากเคนยาและแทนซาเนีย ตอนกลับไทยเงินหมด ก็เอารถกระป๋องราคาหนึ่งแสนบาทไปแลกเหมามาอีก บวกกับค่าภาษีซึ่งประมาณเท่าตัว

“พอกลับมาแล้ว คนที่ผมเอารถไปแลกก็ค้นรูปที่เขามี มาขาย ใหม่-สุดคนึง นิเวศรัตน์ เพื่อนสนิทที่ประจำการที่สถานทูตที่เคนยาด้วยกัน ใหม่กลับมาทีหลังผมสองถึงสามปี เหมามาอีกจนหมด เรียกได้ว่าไม่มีเขา ต้องตกไปอยู่ในมือคนอื่นแน่ๆ

“รวมทั้งหมดที่ผมมีประมาณห้าสิบถึงหกสิบชิ้น ตอนนั้นไม่รู้บ้าอะไร (หัวเราะ) ภาพเหล่านี้ตอบสิ่งที่อยู่ในใจ ผมอยากคิดถึงแอฟริกาแม้ว่ากลับมาเมืองไทยแล้ว ภาพเหล่านี้ทำให้ผมมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่ไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ”

4. คีวูธี เอ็มบูโน (Kivuthi Mbuno), 1947 – ปัจจุบัน

เทคนิค : สีไม้บนกระดาษ
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“คีวูธีเป็นชาวเคนยาที่เป็น Outsider จริงๆ เขาเคยเป็นกุ๊กประจำทัวร์ซาฟารีหรูๆ ในเคนยาและแทนซาเนียที่คนรวยชอบไป เวลาว่างเขากลับมาวาดที่สิ่งเห็น พวกสัตว์ในป่าในทุ่งหญ้าซาฟารี ลายเส้นคม มีคนเห็นเขาวาดเล่นๆ ตอนหลังแกลเลอรี่ก็ให้เขาวาด ผมชอบงานเขาเลยซื้อมา ตอนหลังงานของเขาก็อยู่ในล็อตที่เอารถไปแลกด้วย ผมมีงานเขาทั้งหมดสี่ชิ้น”

5. ดีโน เจธา (Dino Jethá), 1977 – ปัจจุบัน

เทคนิค : ไม้แกะสลักระบายสี
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“ดีโนเป็นศิลปินโมซัมบิกยุคใหม่ที่ทำงานแกะสลักไม้แบบซิเคเลเกดานา (Psikhelekedana) เล่าเรื่องชีวิตที่เห็นตามท้องถนนเป็นตุ๊กตาเล็กๆ ผู้ชายทำเล็บให้ผู้หญิง เสื้อผ้าชุดแม่บ้านแขวนขายตามต้นไม้ คนนั่งรถอัดๆ กัน สถานทูตก็เคยเชิญเขามาจัดทิทรรศการที่เมืองไทย

“ตอนแรกผมตั้งใจว่างานไหนที่สถานทูตมี ผมจะไม่ซื้อ แต่ช่วงก่อนผมกลับไทย ดีโนประสบปัญหาเรื่องเงิน งานเขาขายแทบไม่ได้ เพราะมันคล้ายกับของที่ระลึกที่เพื่อนเขาขายในตลาด โมซัมบิกไม่ใช่ประเทศที่นักท่องเที่ยวเยอะ งานที่ทำมานานคนก็ไม่ตื่นเต้นแล้ว เขาอยากให้ผมช่วยซื้อในฐานะเพื่อน ผมเลยให้คำแนะนำและช่วยทำงานร่วมกัน

“จากเดิมที่ใช้สีอะคริลิก นานวันเข้าสีมันก็จาง ผมก็เลยซื้อสีน้ำมันมาให้เขา เพราะเราก็เคยเห็นงานของทิงกาทิงกาที่ใช้สีน้ำมันแล้วอยู่ได้นาน ซื้อพู่กันสง่า มยุระ จากไทยไปฝากเขา จากเดิมที่แกะเป็นคนตัวเล็กๆ เปราะบาง ก็ทำใหญ่ขึ้น รายละเอียดไม่ต้องเยอะ แต่ทำเป็นศิลปะร่วมสมัย เช่น ยามหลับ คนเล่นมือถือ คนกินไอติม แกะรูปใหม่ ไม่ใช่ผู้หญิงแบกของไว้บนหัวที่ใครๆ ก็ทำมานานแล้ว ผมเอาหนังสือภาพถ่ายตึกของ คุณเบียร์-วีระพล สิงห์น้อย ไปให้เขาดู ให้เขาแกะสถาปัตยกรรมสวยๆ เขาทำมาให้ผมทั้งหมดประมาณยี่สิบถึงสามสิบชิ้น มีนักการทูตด้วย แต่ใส่สูทมา ไม่ตรงกับที่ผมคิดเท่าไหร่ เพราะผมไม่ได้อยากเป็นนักการทูตที่ใส่สูท ถือกระเป๋าสี่เหลี่ยม” (ยิ้ม) 

6. อับดุล (Abdul)

เทคนิค : ประติมากรรมจากเศษไม้
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“บ้านนี้ไม่เล่าไม่ได้ ไม่ใช่แค่บ้านเศรษฐี แต่เป็นวังพระราชาสมัยโบราณขนาดสามสี่ชั้นที่มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์อยู่ข้างบน เป็นบ้านในจินตนาการของคนจากสังคมที่ต้องอยู่กลางดินกลางทราย บ้านเขาน่าจะเป็นบ้านกึ่งถาวรที่เอาไม้มาขัดๆ กัน มีก้อนอิฐมาพอเป็นพิธี แต่เขาเอาความฝันมาทำให้เป็นความจริง พอเห็นแล้วทำให้คิดว่าคนเราต้องกล้าฝันกล้าทำ แม้เป็นแค่โมเดลเศษกิ่งไม้กับกระดาษหนังสือพิมพ์ 

“อับดุลเป็น Outsider ตัวจริง วันนั้นลูกเข้าโรงเรียนวันแรก ลูกร้องไห้ ครูโทรมาให้ไปรับก่อนเวลาเลิกเรียน ผมขับรถไปแล้วเจอเขาแบกบ้านหลังใหญ่มากหน้าโรงเรียน ผมก็รีบจอดให้ภรรยาไปรับลูก แล้วลงไปซื้อ ให้เขาเซ็นชื่อกันตรงนั้น งานเขาละเอียดมาก แต่ผมซื้อมาในราคาราวพันกว่าบาทเท่านั้น ที่ซื้อถูกไม่ได้กดราคานะ เพราะมีสตางค์อยู่แค่นั้นในมือ จริงๆ อยากจะอุดหนุนอีก ผมให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ เขาก็จดลงกลักไม้ขีดไฟ ผมว่าหายชัวร์ๆ หลังจากนั้นก็อยากไปรับลูกทุกวันเลย” (หัวเราะ)

7. ที. แจนยัวรี (T. January) 

เทคนิค : ประติมากรรมไม้แกะสลักระบายสี
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“คนนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงมาก ผมซื้อมาพราะชอบลักษณะงาน เป็นไม้แกะสลักรูปภูติผีของคนเผ่า Makonde ของแทนซาเนีย คนริเริ่มชื่อ จอร์จ ลิลังกา (George Lilanga) เขาวาดผี Shetani และแกะภูติผีบนไม้เนื้อแข็งสีดำ ดังขนาด Hermès เอามาแกะเป็นลายผ้าพันคอ งานเขาแพง คนเก็บสะสมงานศิลปะใหญ่ๆ ดังๆ ก็เก็บไปหมดแล้ว 

“T. January น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ช่วยลิลังกา งานเขาสวยแล้วผมก็พอซื้อไหว เวลาไปราชการหรือเที่ยวที่แทนซาเนียก็ตามเหมามาตลอด ได้มาทั้งหมดสิบกว่าชิ้น”

8. ศิลปินดัดลวดโมซัมบิก

เทคนิค : ประติมากรรมลวดดัด
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“งานลวดร้อยลูกปัดเป็นงานของที่ระลึกทั่วไปสำหรับนักท่องเที่ยวในทวีปแอฟริกาอยู่แล้ว แต่งานที่ผมได้มาเป็นงานธรรมดาที่ไม่ธรรมดา มีคนขาวแอฟริกาใต้มาทำเวิร์กช็อปสอนให้คนจนในโมซัมบิก เป็นการร่วมมือเพื่อสร้างมูลค่า ในฐานะคนทำงานกระทรวงต่างประเทศที่เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือพัฒนา ผมชอบการนำความคิดใหม่ๆ มาสอนคนท้องถิ่น เช่น เอาลวดมาทำเป็นของแบบสตาร์วอร์ ใส่มอเตอร์ให้ขยับได้ บิดนิดเดียวจากไม่น่าสนใจก็น่าสนใจ

“เสน่ห์ของงานที่ใช้วัสดุรอบตัว คือจินตนาการและความตั้งใจทำ ใครๆ ก็ทำงานศิลปะได้ ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ อยู่ที่ใจ ความคิด แล้วก็สองมือทำ”

8. ช่างไม้เคนยาและโมซัมบิก

เทคนิค : เก้าอี้จากเศษไม้
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“สำหรับผม เก้าอี้สองตัวนี้เป็นศิลปะ จริงๆ คือเก้าอี้ที่คนท้องถิ่นทำจากเศษฟืน ตัวหนึ่งมาจากเคนย่า อีกตัวโมซัมบิก มันคราฟต์ตรงที่เอาไม้มาดัดมาต่อแบบเปลือยๆ ไม่ซ่อน 

“ผมเคยได้ยินว่าศิลปะมีสองประเภท ศิลปะเพื่อศิลปะและศิลปะเพื่อประชาชน ยุคหนึ่งศิลปะสูงส่ง อีกยุคศิลปะต้องใช้งานได้ ผมไม่รู้ว่าจะไปแบ่งทำไม แต่เก้าอี้นี้เป็นศิลปะเพื่อประชาชนแน่ๆ 

“การนั่งในที่สูงเป็นเรื่องใหม่ที่ตะวันตกเอามา ตอนรุ่นทวดพวกเราก็นั่งพื้น เก้าอี้เป็นความศิวิไลซ์ของชาวบ้าน เป็นความหรูหราของคนที่ไม่ได้มีสตางค์ไปซื้อ คนท้องถิ่นเขาใช้หัวคิด ใช้สองมือทำเป็นเก้าอี้ โดยใช้เศษไม้ที่หาได้ในท้องถิ่นมาดัด ตอกตะปู เป็นเก้าอี้มีพนักพิง แล้วแต่ละประเทศก็ทำต่างกัน เลยเอาใส่กล่องขึ้นเครื่องบินกลับมา” 

9. ซีตู (Zito)

เทคนิค : ผ้าต่อปักไหมพรม
อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตผู้สะสมงาน ‘ศิลปะคนนอก’ ของแอฟริกา

“คนสุดท้ายคือพนักงานทำความสะอาดสถานทูตไทยประจำมาปูโต ตอนสถานทูตเปิดใหม่ เราเชิญ คุณจักกาย ศิริบุตร ไปทำงานศิลปะประดับสถานทูต โดยใช้ผ้า วัสดุท้องถิ่น และเศษธงชาติไทยผืนแรกที่ชักขึ้นเสาธงโมซัมบิกด้วย เพราะไปแค่สองอาทิตย์เลยต้องหาผู้ช่วยใกล้มือ ซีตูมาช่วยเย็บผ้าปักผ้า เขาไม่เคยเห็นก็ตื่นเต้น ได้แรงบันดาลใจอยากทำบ้าง คุณจักกายกลับไปแล้วซีตูก็ยังอยากทำต่อ ผมเลยช่วยสนับสนุน แนะนำคอนเซปต์และซื้อวัสดุให้ เขาปักเป็นรูปคนรอบตัวเขาที่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของเมือง กลายเป็นงานศิลปะ พอผมจะกลับก็เลยขอตัดกลับมา ผมเก็บไว้ครึ่งหนึ่ง ให้คุณจักกายครึ่งหนึ่ง เขาอยากเอาไปคุยกับเทศกาลศิลปะที่ออสเตรเลียให้เอาไปจัดแสดง”

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

ผี [น.] สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็น แต่สามารถปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ หรือหมายถึงคนที่ตายไปแล้ว 

คุณมีความทรงจำกับผีแบบไหน 

ผีเป็นตัวแทนความมืดที่น่ากลัว เป็นสิ่งลี้ลับที่น่าค้นหา หรือคุณจดจำ ‘ผี’ เป็นความทรงจำวัยเด็กเหมือนกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนมากกว่า 50,000 เล่ม และการ์ตูนที่เขาสนใจมากที่สุด คือ ‘การ์ตูนผีเล่มละบาท’

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อะไรที่เป็นของเก่า ที่พาเรานึกย้อนไปในอดีตได้ เราก็สนใจอย่าง การ์ตูนผีเล่มละบาท เราเคยอ่านในวัยเด็กเพราะมันราคาถูก” ป๋าเอ็กซ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นการสะสมของเล่นในวัยเด็ก เช่น ตุ๊กตุ่นและตุ๊กตาทอยเส้น

 หมุดหมายของการถวิลหาอดีตในรูปแบบของ การ์ตูนผีเล่มละบาท ของป๋าเอ็กซ์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อไทม์แมชชีนแห่งเวลาพาเขาเดินทางจากมีนบุรี มุ่งสู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ นั่นทำให้เขาได้เจอกับ การ์ตูนผีเล่มละบาท อีกครั้ง

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
01

“เขาเรียกหนังสืออ่านฆ่าเวลานะ” ป๋าเอ็กซ์เปรยพร้อมกับเล่าความหลังระหว่างตัวเขาและ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท ระยะทางบนท้องถนนได้เชื่อมเขากับการ์ตูนผีเล่มละบาทเข้าด้วยกัน เพราะการเดินทางไปต่างจังหวัดในวัยเด็ก ไม่มีมือถือ ไม่มีแท็บเล็ต สิ่งที่อยู่กับเขาตลอดการเดินทาง คือการ์ตูนผีเล่มละบาท 

“หนังสือเหล่านี้มันเลยมีความทรงจำวัยเด็ก มักผุดเรื่องในอดีตของเราขึ้นมาเสมอ อดีตที่มีแต่ความสนุก และเมื่อถูกวาดเป็นการ์ตูน ก็ยิ่งทำให้เราจินตนาการว่าจะเจอเนื้อเรื่องแบบไหน จะเห็นบรรยากาศแบบใด มันทำให้เราเห็นว่า เฮ้ย เมื่อก่อนบ้านเป็นแบบนี้นะ ก่อนจะขึ้นบ้านต้องล้างเท้าก่อน นี่คือกลิ่นอายของอดีตที่หนังสือมอบให้กับเรา

ตอนเด็กไม่กลัวผีเหรอคะ-เราถามด้วยความสงสัย

“ตอนเด็กกลัว แต่เราก็อยากอ่าน เหมือนเวลาเราดูหนังผี บางทีก็ไปนั่งดูกับแม่หรือคลุมโปงดู มันมีความอยากรู้อยากเห็นว่าผีมีจริงไหม วันไหนอ่านหนังสือการ์ตูนผีแล้วเจอฉากน่ากลัว เราก็ค่อยกลับมาอ่านตอนกลางวันต่อ อ่านตอนไม่มืด เลยกลายเป็นความสนุกความเร้าใจ

“สมัยก่อนคนอ่านการ์ตูนเล่มละบาทเป็นพวกพ่อค้า แม่ค้า เอาไว้อ่านระหว่างขายของ เมื่อไม่มีลูกค้าก็เปิดอ่าน แต่พอลูกค้ามาก็เก็บไว้ใต้หาบ เพราะมันเป็นการ์ตูนราคาถูก เมื่อก่อนการ์ตูนญี่ปุ่นราคาแพงมากหากเทียบกับการ์ตูนเล่มละบาท แต่เป็นเรื่องที่สนุกนะ บางเรื่องเกี่ยวกับจักรๆ วงศ์ๆ บางเรื่องเป็นปาฏิหาริย์ ที่มาฮิตสุดๆ ช่วงหลังก็เป็นเรื่องผี จนตอนหลังเราเรียกกันว่าการ์ตูนผีแทน เพราะเป็นประเภทการ์ตูนที่ขายดีที่สุดในบรรดาการ์ตูนเล่มละบาท”

ด้วยความที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทส่วนมากมีความยาวเพียง 16 หน้า จึงแตกต่างจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ที่นักวาด นักเขียน จะค่อยๆ จินตนาการและคอยเก็บรายละเอียดการ์ตูนไปทีละเล่ม การ์ตูนผีเล่มละบาทพิเศษตรงที่ไม่ว่าเนื้อเรื่องคุณจะดำเนินมาอย่างไร แต่เมื่อถึงหน้า 16 ก็ต้องจบเรื่องผีนี้ให้ได้

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“บางทีนะ เนื้อเรื่องปูมาสนุกมาก เขียนมาอย่างดี แต่พอนักวาดหันมาดู อ้าวสิบห้าหน้าแล้ว ก็จบเลย จบแบบห้วนๆ จบแบบง่ายๆ (หัวเราะ) บางคนงงว่าจบแล้วหรือ นี่เป็นอีกเสน่ห์ของหนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อว่า ภายหลังเริ่มมีการเขียนการ์ตูนแบบภาคต่อหลายเล่ม แต่คนไม่นิยมมากนัก เพราะต้องรอเล่มต่อไปและต้องตามเก็บ บางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนหน้าเป็น 24 หน้า หรือ 32 หน้าแทน แต่มาตรฐานของหนังสือผีเล่มละบาทก็ยังคงเป็น 16 หน้า 

“แต่ผมชอบแบบหลายเล่มจบ เพราะมันต่อเนื่อง อ่านเพลิน และที่สำคัญคือ การตามหาให้ครบชุด บางทีเราเจอเล่ม 1 และเล่ม 3 เหมือนการเดินทางหาขุมทรัพย์ ต้องตามหาเล่มที่ 2 ให้เจอ มันเลยตื่นเต้นมากๆ ต้องคอยสอบถามแลกเปลี่ยนใครมีเล่มนี้บ้าง ฉันขาดเล่มนี้”

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
02

แรกเริ่มหนังสือการ์ตูนเล่มละบาทเกิดจากการพยายามใช้ประโยชน์จากเศษกระดาษที่เหลือในโรงพิมพ์ และนำไปขายด้วยราคา 1 บาท ทำให้หลายโรงพิมพ์ต้องหาวิธีลดต้นทุนการผลิตลง โดยหันไปจ้างนัดวาดหน้าใหม่แทนนักวาดมืออาชีพ เช่น นักเรียน นักศิลปะ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท จึงสร้างชื่อให้นักเขียนหน้าใหม่มากมาย บางเล่มใช้นักวาดมืออาชีพมาวาดแค่หน้าปก แต่ในเรื่องเป็นอีกคน เช่น หน้าปกโดย จุก เบี้ยวสกุล, เทพบุตร เขียนเรื่อง 

ป๋าเอ็กซ์อธิบายต่อว่า วิธีที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทจะดึงดูดคนซื้อผ่านหน้าปกได้มี 2 ทาง คือ หนึ่ง ต้องมีผี สอง ต้องมีผู้หญิงสวยและเซ็กซี่ เพื่อดึงดูดคนอ่านเพราะเปิดดูเนื้อหาก่อนซื้อหนังสือไม่ได้ 

แล้วป๋าเอ็กซ์มีเงื่อนไขในการเลือกสะสมหนังสือการ์ตูนหรือเปล่า 

“ผมเลือกเก็บหนังสือการ์ตูนตามนักเขียนคนโปรดก่อน แล้วก็หน้าปก 

“ถ้าสังเกตดีๆ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ จะวาดแนวตากลมๆ ตาสวยคิ้วหนา ผู้หญิงสวยมาก นี่คือแนวผีสไตล์เขา เวลาเห็นแค่หน้าปกก็จะรู้ทันทีว่านี่เป็นเรื่องของแก แต่ต้องสังเกตนะ บางทีอีกคนวาดรูปข้างใน แต่ปกเป็นของอาจารย์ชาตรี อีกคนที่ชอบคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย คนนี้เขาจะชอบวาดแนวอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ก็วาดได้ ผมมีประมาณสี่ถึงห้าร้อยเล่ม” 

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

อ่านทุกเล่มไหมคะ-เราถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะหนังสือการ์ตูนราว 50,000 เล่ม ถูกเก็บและบรรจุ แยกประเภทนักวาดไว้อย่างดี 

“แรกๆ อ่านทุกเล่ม เพราะเมื่อก่อนได้มาทีห้าเล่ม สิบเล่ม ก็เปิดอ่านได้ แต่ตอนนี้มันเรียกพวกมาเรื่อยๆ ไม่มีเวลาอ่านแล้ว เลยหันมาดูลายเส้นเป็นหลัก คือเราหลงรักปกมัน แค่เห็นก็รู้แล้วว่าราคาเกินคำว่าหนึ่งบาทมาก มันเป็นงานฝีมือ เป็นงานศิลปะ”

แม้การ์ตูนผีจะมีบทบาทตัวละครผีหน้าเดิมๆ เช่น ผีกระสือ ผีกระหัง ผีตานี ผีเปรต และผีหัวขาด แต่รายละเอียดเนื้อเรื่อง เกร็ด การวาดของแต่ละเล่มต่างกันแน่นอน ป๋าเอ็กซ์ยกตัวอย่างให้เราฟังว่า บางเรื่องแต่งให้ผีกระสือกินไส้คน บางเรื่องกินวัว จนไปถึงกินขี้ก็มี ซึ่งสิ่งนี้เป็นจินตนาการของผู้เขียนที่ผู้อ่านไม่สามารถคาดเดาได้ 

จากที่อ่านมา เคยเจอผีแปลกๆ บ้างไหม

“มี (หัวเราะ) มันจะมีชื่อผีแบบแปลกๆ แบบคำผวน เช่น ผีจับหัว ผีกระชากหัว ชื่อที่เห็นแล้วทะลึ่ง จะช่วยเรียกลูกค้านะ”

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
03

จากการเริ่มสะสมตามหาอดีตส่วนตัว กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดกว้างแบ่งปันความคิดถึงวัยเด็ก สู่การเปิดร้าน ATAKITO’S SHOP ขายของสะสม รวมไปถึงการจัดกิจกรรมแสดงผลงานตามห้างสรรพสินค้า ทำให้ป๋าเอ็กซ์ได้มีโอกาสพบเจอนักวาดที่ชื่นชอบ ผ่านการสัมภาษณ์มุมมองนักเก็บและนักวาด โดยคนแรกที่เจอคือ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ 

“ตอนครั้งแรกที่เจอกันดีใจมาก เราได้เจอนักเขียนคนโปรด ในขณะที่เขาก็ดีใจที่มีคนชื่นชอบผลงาน มีคนเก็บผลงานเขามากมาย ขนาดเขาเองยังเก็บผลงานตัวเองไม่กี่เล่ม แต่เราดันมีหลายพันเล่ม” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อด้วยความตื่นเต้นว่า นักวาดคนโปรดที่เขาเจอคนต่อมาคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย เมื่อถ่ายรายการเสร็จจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และพบว่าขณะนี้โรงพิมพ์ไม่รับพิมพ์การ์ตูนแบบเดิมแล้ว ส่งผลให้นักวาดการ์ตูนคนโปรดต้องหยุดการวาดไปโดยปริยาย เพราะถนัดการวาดมือมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

 “วาดการ์ตูนให้หน่อย” สั้นและเรียบง่าย นี่คือคำพูดของป๋าเอ็กซ์หลังเดินทางไปบ้านนักเขียนที่เขาชื่นชอบ โดยให้อาจารย์โต้ดเริ่มวาดการ์ตูนในแบบที่เขาชอบและใฝ่ฝันอยากจะมี ต้นฉบับเรื่อง จอมคาถาธุดงค์ จึงเกิดขึ้น 

“ผมบอกให้อาจารย์วาดมาก่อนตอนหนึ่ง เรื่องไสยศาสตร์ เรื่องภูติผี พอวาดเสร็จหนึ่งตอน แกบอกว่า ‘พี่อยากวาดต่อ’ ผมเลยให้แกวาดต่อ พอถึงภาคที่สาม ดันมีหน้า มีชื่อผมเข้าไปเป็นตัวประกอบด้วย เฮ้ย เราชอบการ์ตูน เราสะสมการ์ตูน แต่นี่มีตัวเองเข้ามาเล่นด้วย และที่สำคัญ นักเขียนที่เราชื่นชอบวาดให้เรา มันเจ๋งมาก เราเลยนำตอนเหล่านั้นมารวมเล่ม” 

จากต้นฉบับวาดมือสู่การรวมเล่มด้วยตัวเอง ป๋าเอ็กซ์เริ่มต้นจากการนำต้นฉบับเหล่านี้มาถ่ายเอกสาร ตัดขอบกระดาษ และเย็บเล่มเอง ภายหลังการลองลงมือทำ พบว่าค่าถ่ายเอกสารแบบสีแพงกว่าการส่งโรงพิมพ์ จึงตัดสินใจส่งโรงพิมพ์เพื่อแจกเป็นเล่มสูจิบัตร

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

“ลองเอามือลูบดูสิ นี่เรียกว่าการแปะสกรีนโทน คือวิธีการตัดและนำกาวแปะ หลังจากนั้นนำสีมาระบายทับ ซึ่งต้นฉบับจะวาดในกระดาษขนาดเอสี่ แล้วโรงพิมพ์จะนำไปย่อให้มีขนาดเท่ากับหนังสือการ์ตูนที่เราเห็น เลยส่งผลให้ภาพมีความคมชัด มีมิตินูนๆ ขึ้นมา” ป๋าเอ็กซ์พูดพร้อมกับยื่นต้นฉบับหนังสือการ์ตูนให้เราสัมผัส

ภายหลังการรวมเล่มงานอาจารย์โต้ด ป๋าเอ็กซ์ได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนการ์ตูน หนังสือการ์ตูน หุ่นพลังเวทย์ จึงเกิดขึ้น ที่เขียนเรื่องโดยป๋าเอ็กซ์ และวาดภาพโดยโต้ด โกสุมพิสัย

“หลังๆ เพื่อนมาเห็นหน้าเราในหนังสือการ์ตูน ก็บอกว่าอยากอยู่ในหนังสือบ้าง เราเลยจับเพื่อน จับคนรู้จัก เข้ามาเล่นด้วย แต่เราเป็นพระเอกนะ (หัวเราะ) อย่างเช่นพล่ากุ้งก็มาโผล่ในเรื่องนี้”

04

ถ้าให้เลือกหนังสือการ์ตูนที่เราชอบมากที่สุดมา 5 เรื่องจะมีเรื่องอะไรบ้าง

ป๋าเอ็กซ์เดินนำเราไปยังกรุสมบัติ ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาทอยเส้น จัดเรียงรายเต็มผนัง เขาย้ำกับเราว่า “ที่เห็นเรียงรายอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีไว้ขายนะ มีไว้เก็บอย่างเดียว”

เพียงชั่วครู่เท่านั้น ป๋าเอ็กซ์เลือกหนังสือที่ติดตรึงในความทรงจำและมีค่ากับเขามากที่สุดจำนวน 5 เล่มจากชั้นที่มีหนังสือการ์ตูนวางอัดแน่นซ้อนทับกันอยู่หลายหมื่นเล่ม

01 ประตูผี

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“หากถามว่าทำไมถึงเลือกเล่มนี้ มันเป็นเรื่องผีที่หายากมาก เพราะมีถึงสิบเล่ม ที่พิเศษคือ ราชันย์เป็นคนวาดหน้าปก สังเกตดูนะ เขาวาดสวยมาก เป็นแนวผีแบบแปลกๆ คนส่วนมากสะสมไม่ครบกัน ผมใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะตามหาจนครบสิบเล่ม บางทีเจอหนึ่งเล่มแต่ปนกับที่เขาขายยกชุด เราก็ต้องเหมามาทั้งหมด”

02 ฉลากแผงการ์ตูน

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อันนี้ที่ชอบเพราะสมัยก่อนเราไปร้านขายของเล่น มันจะมีฉลากของเล่น ฉลากเหล้าเบียร์ ฉลากบุหรี่ เต็มไปหมด แต่นี่เป็นฉลากหนังสือการ์ตูน แล้วมันเรียงเลขครบนะ 1 2 3 4 5 6 7 เป็นแนวและฉลากมีสภาพดีมาก ยังไม่ได้ใช้แผงหนึ่งราคาเกือบสองพัน แต่ผมก็ต้องซื้อเพราะมาสภาพเดิม ของที่หายากคือของที่เก็บและมีสภาพดี เลยชื่นชอบมากๆ”

03 เมียงู

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“นี่เป็นหนังสือการ์ตูนผีที่ชอบในวัยเด็ก ชาตรี สังวรศิลป์ นักวาดที่ผมชื่นชอบเป็นคนวาด เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่หนีมาอยู่กับผู้ชาย แต่ปรากฏว่าผู้หญิงเป็นงู พอตกกลางคืนก็ออกหากิน สุดท้ายโดนตีตาย การ์ตูนผีเล่มละบาทมันก็จบสั้นๆ แบบนี้แหละ แต่อีกเหตุผลที่ชื่นชอบคือ เราบังเอิญไปเจอคนขายต้นฉบับหน้าปกนี้ในเว็บซึ่งเป็นของหายาก เราจึงมีทั้งหนังสือและต้นฉบับ”

04 ต้นฉบับการ์ตูนของ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“ผมไปงานนิทรรศการที่อาจารย์จัด แล้วอาจารย์ก็ถามผมว่ามีต้นฉบับเก็บไว้ สนใจไหม ผมรีบตอบเลยว่าสนใจ ทำไมจะไม่สนใจ มีหนังสือไม่พอยังมีต้นฉบับอีก เพราะต้นฉบับเป็นสิ่งที่หายากมากๆ และสวยมาก สังเกตดูนะว่าแกจะวาดผู้หญิงอึ๋มๆ หน่อย”

05 หุ่นพลังเวทย์ เรื่องโดย ป๋าเอ็กซ์ ภาพโดย โต้ด โกสุมพิสัย

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“เล่มนี้ผมชอบมาก เพราะนักเขียนในดวงใจที่เราชื่นชอบเป็นคนวาดและมีเราไปร่วมแสดง ร่วมแต่งด้วย เป็นเรื่องราวการออกผจญภัยไปเจอภูตผีปีศาจ นอกจากนี้ ผมยังให้อาจารย์ปั้นเปเปอร์มาเช่ตัวละครในหนังสือการ์ตูน เพื่อเอามาจัดบูทนำเอาหนังสือไปวางขายด้วย ตอนนี้เลยเหมือนเป็นการต่อยอดจากความชอบเรา 

“จากที่เราสนุกๆ ชอบสะสม และช่วยให้นักเขียนคนโปรดมีงานทำ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสร้างรายได้จนเป็นธุรกิจ เพราะผมนำผลงานของอาจารย์ไปจัดแสดงในร้าน ไปออกรายการบ้าง ตอนนี้มีทั้งคนไทยและต่างชาติสนใจซื้อผลงาน หรือให้อาจารย์ออกแบบวาดรูปผีให้ นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนำภาพวาดมาทำเสื้อ ทำกระเป๋าลายรวมผี หรือใครอยากมีหนังสือการ์ตูนที่มีตัวเองเป็นนักแสดงก็ติดต่อผมได้ ตอนนี้ก็เหมือนผมเป็นบรรณาธิการ อาจารย์เป็นคนวาด 

“ใครจะไปเชื่อว่าจากการสะสมด้วยใจรัก สุดท้ายมันสามารถต่อลมหายใจการ์ตูนผีได้มากขนาดนี้”

ผี [น.] สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็น แต่สามารถปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ หรือหมายถึงคนที่ตายไปแล้ว 

คุณมีความทรงจำกับผีแบบไหน 

ผีเป็นตัวแทนความมืดที่น่ากลัว เป็นสิ่งลี้ลับที่น่าค้นหา หรือคุณจดจำ ‘ผี’ เป็นความทรงจำวัยเด็กเหมือนกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนมากกว่า 50,000 เล่ม และการ์ตูนที่เขาสนใจมากที่สุด คือ ‘การ์ตูนผีเล่มละบาท’

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อะไรที่เป็นของเก่า ที่พาเรานึกย้อนไปในอดีตได้ เราก็สนใจอย่าง การ์ตูนผีเล่มละบาท เราเคยอ่านในวัยเด็กเพราะมันราคาถูก” ป๋าเอ็กซ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นการสะสมของเล่นในวัยเด็ก เช่น ตุ๊กตุ่นและตุ๊กตาทอยเส้น

 หมุดหมายของการถวิลหาอดีตในรูปแบบของ การ์ตูนผีเล่มละบาท ของป๋าเอ็กซ์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อไทม์แมชชีนแห่งเวลาพาเขาเดินทางจากมีนบุรี มุ่งสู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ นั่นทำให้เขาได้เจอกับ การ์ตูนผีเล่มละบาท อีกครั้ง

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
01

“เขาเรียกหนังสืออ่านฆ่าเวลานะ” ป๋าเอ็กซ์เปรยพร้อมกับเล่าความหลังระหว่างตัวเขาและ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท ระยะทางบนท้องถนนได้เชื่อมเขากับการ์ตูนผีเล่มละบาทเข้าด้วยกัน เพราะการเดินทางไปต่างจังหวัดในวัยเด็ก ไม่มีมือถือ ไม่มีแท็บเล็ต สิ่งที่อยู่กับเขาตลอดการเดินทาง คือการ์ตูนผีเล่มละบาท 

“หนังสือเหล่านี้มันเลยมีความทรงจำวัยเด็ก มักผุดเรื่องในอดีตของเราขึ้นมาเสมอ อดีตที่มีแต่ความสนุก และเมื่อถูกวาดเป็นการ์ตูน ก็ยิ่งทำให้เราจินตนาการว่าจะเจอเนื้อเรื่องแบบไหน จะเห็นบรรยากาศแบบใด มันทำให้เราเห็นว่า เฮ้ย เมื่อก่อนบ้านเป็นแบบนี้นะ ก่อนจะขึ้นบ้านต้องล้างเท้าก่อน นี่คือกลิ่นอายของอดีตที่หนังสือมอบให้กับเรา

ตอนเด็กไม่กลัวผีเหรอคะ-เราถามด้วยความสงสัย

“ตอนเด็กกลัว แต่เราก็อยากอ่าน เหมือนเวลาเราดูหนังผี บางทีก็ไปนั่งดูกับแม่หรือคลุมโปงดู มันมีความอยากรู้อยากเห็นว่าผีมีจริงไหม วันไหนอ่านหนังสือการ์ตูนผีแล้วเจอฉากน่ากลัว เราก็ค่อยกลับมาอ่านตอนกลางวันต่อ อ่านตอนไม่มืด เลยกลายเป็นความสนุกความเร้าใจ

“สมัยก่อนคนอ่านการ์ตูนเล่มละบาทเป็นพวกพ่อค้า แม่ค้า เอาไว้อ่านระหว่างขายของ เมื่อไม่มีลูกค้าก็เปิดอ่าน แต่พอลูกค้ามาก็เก็บไว้ใต้หาบ เพราะมันเป็นการ์ตูนราคาถูก เมื่อก่อนการ์ตูนญี่ปุ่นราคาแพงมากหากเทียบกับการ์ตูนเล่มละบาท แต่เป็นเรื่องที่สนุกนะ บางเรื่องเกี่ยวกับจักรๆ วงศ์ๆ บางเรื่องเป็นปาฏิหาริย์ ที่มาฮิตสุดๆ ช่วงหลังก็เป็นเรื่องผี จนตอนหลังเราเรียกกันว่าการ์ตูนผีแทน เพราะเป็นประเภทการ์ตูนที่ขายดีที่สุดในบรรดาการ์ตูนเล่มละบาท”

ด้วยความที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทส่วนมากมีความยาวเพียง 16 หน้า จึงแตกต่างจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ที่นักวาด นักเขียน จะค่อยๆ จินตนาการและคอยเก็บรายละเอียดการ์ตูนไปทีละเล่ม การ์ตูนผีเล่มละบาทพิเศษตรงที่ไม่ว่าเนื้อเรื่องคุณจะดำเนินมาอย่างไร แต่เมื่อถึงหน้า 16 ก็ต้องจบเรื่องผีนี้ให้ได้

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“บางทีนะ เนื้อเรื่องปูมาสนุกมาก เขียนมาอย่างดี แต่พอนักวาดหันมาดู อ้าวสิบห้าหน้าแล้ว ก็จบเลย จบแบบห้วนๆ จบแบบง่ายๆ (หัวเราะ) บางคนงงว่าจบแล้วหรือ นี่เป็นอีกเสน่ห์ของหนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อว่า ภายหลังเริ่มมีการเขียนการ์ตูนแบบภาคต่อหลายเล่ม แต่คนไม่นิยมมากนัก เพราะต้องรอเล่มต่อไปและต้องตามเก็บ บางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนหน้าเป็น 24 หน้า หรือ 32 หน้าแทน แต่มาตรฐานของหนังสือผีเล่มละบาทก็ยังคงเป็น 16 หน้า 

“แต่ผมชอบแบบหลายเล่มจบ เพราะมันต่อเนื่อง อ่านเพลิน และที่สำคัญคือ การตามหาให้ครบชุด บางทีเราเจอเล่ม 1 และเล่ม 3 เหมือนการเดินทางหาขุมทรัพย์ ต้องตามหาเล่มที่ 2 ให้เจอ มันเลยตื่นเต้นมากๆ ต้องคอยสอบถามแลกเปลี่ยนใครมีเล่มนี้บ้าง ฉันขาดเล่มนี้”

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
02

แรกเริ่มหนังสือการ์ตูนเล่มละบาทเกิดจากการพยายามใช้ประโยชน์จากเศษกระดาษที่เหลือในโรงพิมพ์ และนำไปขายด้วยราคา 1 บาท ทำให้หลายโรงพิมพ์ต้องหาวิธีลดต้นทุนการผลิตลง โดยหันไปจ้างนัดวาดหน้าใหม่แทนนักวาดมืออาชีพ เช่น นักเรียน นักศิลปะ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท จึงสร้างชื่อให้นักเขียนหน้าใหม่มากมาย บางเล่มใช้นักวาดมืออาชีพมาวาดแค่หน้าปก แต่ในเรื่องเป็นอีกคน เช่น หน้าปกโดย จุก เบี้ยวสกุล, เทพบุตร เขียนเรื่อง 

ป๋าเอ็กซ์อธิบายต่อว่า วิธีที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทจะดึงดูดคนซื้อผ่านหน้าปกได้มี 2 ทาง คือ หนึ่ง ต้องมีผี สอง ต้องมีผู้หญิงสวยและเซ็กซี่ เพื่อดึงดูดคนอ่านเพราะเปิดดูเนื้อหาก่อนซื้อหนังสือไม่ได้ 

แล้วป๋าเอ็กซ์มีเงื่อนไขในการเลือกสะสมหนังสือการ์ตูนหรือเปล่า 

“ผมเลือกเก็บหนังสือการ์ตูนตามนักเขียนคนโปรดก่อน แล้วก็หน้าปก 

“ถ้าสังเกตดีๆ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ จะวาดแนวตากลมๆ ตาสวยคิ้วหนา ผู้หญิงสวยมาก นี่คือแนวผีสไตล์เขา เวลาเห็นแค่หน้าปกก็จะรู้ทันทีว่านี่เป็นเรื่องของแก แต่ต้องสังเกตนะ บางทีอีกคนวาดรูปข้างใน แต่ปกเป็นของอาจารย์ชาตรี อีกคนที่ชอบคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย คนนี้เขาจะชอบวาดแนวอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ก็วาดได้ ผมมีประมาณสี่ถึงห้าร้อยเล่ม” 

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

อ่านทุกเล่มไหมคะ-เราถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะหนังสือการ์ตูนราว 50,000 เล่ม ถูกเก็บและบรรจุ แยกประเภทนักวาดไว้อย่างดี 

“แรกๆ อ่านทุกเล่ม เพราะเมื่อก่อนได้มาทีห้าเล่ม สิบเล่ม ก็เปิดอ่านได้ แต่ตอนนี้มันเรียกพวกมาเรื่อยๆ ไม่มีเวลาอ่านแล้ว เลยหันมาดูลายเส้นเป็นหลัก คือเราหลงรักปกมัน แค่เห็นก็รู้แล้วว่าราคาเกินคำว่าหนึ่งบาทมาก มันเป็นงานฝีมือ เป็นงานศิลปะ”

แม้การ์ตูนผีจะมีบทบาทตัวละครผีหน้าเดิมๆ เช่น ผีกระสือ ผีกระหัง ผีตานี ผีเปรต และผีหัวขาด แต่รายละเอียดเนื้อเรื่อง เกร็ด การวาดของแต่ละเล่มต่างกันแน่นอน ป๋าเอ็กซ์ยกตัวอย่างให้เราฟังว่า บางเรื่องแต่งให้ผีกระสือกินไส้คน บางเรื่องกินวัว จนไปถึงกินขี้ก็มี ซึ่งสิ่งนี้เป็นจินตนาการของผู้เขียนที่ผู้อ่านไม่สามารถคาดเดาได้ 

จากที่อ่านมา เคยเจอผีแปลกๆ บ้างไหม

“มี (หัวเราะ) มันจะมีชื่อผีแบบแปลกๆ แบบคำผวน เช่น ผีจับหัว ผีกระชากหัว ชื่อที่เห็นแล้วทะลึ่ง จะช่วยเรียกลูกค้านะ”

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
03

จากการเริ่มสะสมตามหาอดีตส่วนตัว กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดกว้างแบ่งปันความคิดถึงวัยเด็ก สู่การเปิดร้าน ATAKITO’S SHOP ขายของสะสม รวมไปถึงการจัดกิจกรรมแสดงผลงานตามห้างสรรพสินค้า ทำให้ป๋าเอ็กซ์ได้มีโอกาสพบเจอนักวาดที่ชื่นชอบ ผ่านการสัมภาษณ์มุมมองนักเก็บและนักวาด โดยคนแรกที่เจอคือ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ 

“ตอนครั้งแรกที่เจอกันดีใจมาก เราได้เจอนักเขียนคนโปรด ในขณะที่เขาก็ดีใจที่มีคนชื่นชอบผลงาน มีคนเก็บผลงานเขามากมาย ขนาดเขาเองยังเก็บผลงานตัวเองไม่กี่เล่ม แต่เราดันมีหลายพันเล่ม” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อด้วยความตื่นเต้นว่า นักวาดคนโปรดที่เขาเจอคนต่อมาคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย เมื่อถ่ายรายการเสร็จจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และพบว่าขณะนี้โรงพิมพ์ไม่รับพิมพ์การ์ตูนแบบเดิมแล้ว ส่งผลให้นักวาดการ์ตูนคนโปรดต้องหยุดการวาดไปโดยปริยาย เพราะถนัดการวาดมือมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

 “วาดการ์ตูนให้หน่อย” สั้นและเรียบง่าย นี่คือคำพูดของป๋าเอ็กซ์หลังเดินทางไปบ้านนักเขียนที่เขาชื่นชอบ โดยให้อาจารย์โต้ดเริ่มวาดการ์ตูนในแบบที่เขาชอบและใฝ่ฝันอยากจะมี ต้นฉบับเรื่อง จอมคาถาธุดงค์ จึงเกิดขึ้น 

“ผมบอกให้อาจารย์วาดมาก่อนตอนหนึ่ง เรื่องไสยศาสตร์ เรื่องภูติผี พอวาดเสร็จหนึ่งตอน แกบอกว่า ‘พี่อยากวาดต่อ’ ผมเลยให้แกวาดต่อ พอถึงภาคที่สาม ดันมีหน้า มีชื่อผมเข้าไปเป็นตัวประกอบด้วย เฮ้ย เราชอบการ์ตูน เราสะสมการ์ตูน แต่นี่มีตัวเองเข้ามาเล่นด้วย และที่สำคัญ นักเขียนที่เราชื่นชอบวาดให้เรา มันเจ๋งมาก เราเลยนำตอนเหล่านั้นมารวมเล่ม” 

จากต้นฉบับวาดมือสู่การรวมเล่มด้วยตัวเอง ป๋าเอ็กซ์เริ่มต้นจากการนำต้นฉบับเหล่านี้มาถ่ายเอกสาร ตัดขอบกระดาษ และเย็บเล่มเอง ภายหลังการลองลงมือทำ พบว่าค่าถ่ายเอกสารแบบสีแพงกว่าการส่งโรงพิมพ์ จึงตัดสินใจส่งโรงพิมพ์เพื่อแจกเป็นเล่มสูจิบัตร

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

“ลองเอามือลูบดูสิ นี่เรียกว่าการแปะสกรีนโทน คือวิธีการตัดและนำกาวแปะ หลังจากนั้นนำสีมาระบายทับ ซึ่งต้นฉบับจะวาดในกระดาษขนาดเอสี่ แล้วโรงพิมพ์จะนำไปย่อให้มีขนาดเท่ากับหนังสือการ์ตูนที่เราเห็น เลยส่งผลให้ภาพมีความคมชัด มีมิตินูนๆ ขึ้นมา” ป๋าเอ็กซ์พูดพร้อมกับยื่นต้นฉบับหนังสือการ์ตูนให้เราสัมผัส

ภายหลังการรวมเล่มงานอาจารย์โต้ด ป๋าเอ็กซ์ได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนการ์ตูน หนังสือการ์ตูน หุ่นพลังเวทย์ จึงเกิดขึ้น ที่เขียนเรื่องโดยป๋าเอ็กซ์ และวาดภาพโดยโต้ด โกสุมพิสัย

“หลังๆ เพื่อนมาเห็นหน้าเราในหนังสือการ์ตูน ก็บอกว่าอยากอยู่ในหนังสือบ้าง เราเลยจับเพื่อน จับคนรู้จัก เข้ามาเล่นด้วย แต่เราเป็นพระเอกนะ (หัวเราะ) อย่างเช่นพล่ากุ้งก็มาโผล่ในเรื่องนี้”

04

ถ้าให้เลือกหนังสือการ์ตูนที่เราชอบมากที่สุดมา 5 เรื่องจะมีเรื่องอะไรบ้าง

ป๋าเอ็กซ์เดินนำเราไปยังกรุสมบัติ ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาทอยเส้น จัดเรียงรายเต็มผนัง เขาย้ำกับเราว่า “ที่เห็นเรียงรายอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีไว้ขายนะ มีไว้เก็บอย่างเดียว”

เพียงชั่วครู่เท่านั้น ป๋าเอ็กซ์เลือกหนังสือที่ติดตรึงในความทรงจำและมีค่ากับเขามากที่สุดจำนวน 5 เล่มจากชั้นที่มีหนังสือการ์ตูนวางอัดแน่นซ้อนทับกันอยู่หลายหมื่นเล่ม

01 ประตูผี

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“หากถามว่าทำไมถึงเลือกเล่มนี้ มันเป็นเรื่องผีที่หายากมาก เพราะมีถึงสิบเล่ม ที่พิเศษคือ ราชันย์เป็นคนวาดหน้าปก สังเกตดูนะ เขาวาดสวยมาก เป็นแนวผีแบบแปลกๆ คนส่วนมากสะสมไม่ครบกัน ผมใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะตามหาจนครบสิบเล่ม บางทีเจอหนึ่งเล่มแต่ปนกับที่เขาขายยกชุด เราก็ต้องเหมามาทั้งหมด”

02 ฉลากแผงการ์ตูน

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อันนี้ที่ชอบเพราะสมัยก่อนเราไปร้านขายของเล่น มันจะมีฉลากของเล่น ฉลากเหล้าเบียร์ ฉลากบุหรี่ เต็มไปหมด แต่นี่เป็นฉลากหนังสือการ์ตูน แล้วมันเรียงเลขครบนะ 1 2 3 4 5 6 7 เป็นแนวและฉลากมีสภาพดีมาก ยังไม่ได้ใช้แผงหนึ่งราคาเกือบสองพัน แต่ผมก็ต้องซื้อเพราะมาสภาพเดิม ของที่หายากคือของที่เก็บและมีสภาพดี เลยชื่นชอบมากๆ”

03 เมียงู

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“นี่เป็นหนังสือการ์ตูนผีที่ชอบในวัยเด็ก ชาตรี สังวรศิลป์ นักวาดที่ผมชื่นชอบเป็นคนวาด เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่หนีมาอยู่กับผู้ชาย แต่ปรากฏว่าผู้หญิงเป็นงู พอตกกลางคืนก็ออกหากิน สุดท้ายโดนตีตาย การ์ตูนผีเล่มละบาทมันก็จบสั้นๆ แบบนี้แหละ แต่อีกเหตุผลที่ชื่นชอบคือ เราบังเอิญไปเจอคนขายต้นฉบับหน้าปกนี้ในเว็บซึ่งเป็นของหายาก เราจึงมีทั้งหนังสือและต้นฉบับ”

04 ต้นฉบับการ์ตูนของ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“ผมไปงานนิทรรศการที่อาจารย์จัด แล้วอาจารย์ก็ถามผมว่ามีต้นฉบับเก็บไว้ สนใจไหม ผมรีบตอบเลยว่าสนใจ ทำไมจะไม่สนใจ มีหนังสือไม่พอยังมีต้นฉบับอีก เพราะต้นฉบับเป็นสิ่งที่หายากมากๆ และสวยมาก สังเกตดูนะว่าแกจะวาดผู้หญิงอึ๋มๆ หน่อย”

05 หุ่นพลังเวทย์ เรื่องโดย ป๋าเอ็กซ์ ภาพโดย โต้ด โกสุมพิสัย

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“เล่มนี้ผมชอบมาก เพราะนักเขียนในดวงใจที่เราชื่นชอบเป็นคนวาดและมีเราไปร่วมแสดง ร่วมแต่งด้วย เป็นเรื่องราวการออกผจญภัยไปเจอภูตผีปีศาจ นอกจากนี้ ผมยังให้อาจารย์ปั้นเปเปอร์มาเช่ตัวละครในหนังสือการ์ตูน เพื่อเอามาจัดบูทนำเอาหนังสือไปวางขายด้วย ตอนนี้เลยเหมือนเป็นการต่อยอดจากความชอบเรา 

“จากที่เราสนุกๆ ชอบสะสม และช่วยให้นักเขียนคนโปรดมีงานทำ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสร้างรายได้จนเป็นธุรกิจ เพราะผมนำผลงานของอาจารย์ไปจัดแสดงในร้าน ไปออกรายการบ้าง ตอนนี้มีทั้งคนไทยและต่างชาติสนใจซื้อผลงาน หรือให้อาจารย์ออกแบบวาดรูปผีให้ นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนำภาพวาดมาทำเสื้อ ทำกระเป๋าลายรวมผี หรือใครอยากมีหนังสือการ์ตูนที่มีตัวเองเป็นนักแสดงก็ติดต่อผมได้ ตอนนี้ก็เหมือนผมเป็นบรรณาธิการ อาจารย์เป็นคนวาด 

“ใครจะไปเชื่อว่าจากการสะสมด้วยใจรัก สุดท้ายมันสามารถต่อลมหายใจการ์ตูนผีได้มากขนาดนี้”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load