‘อ้วยอัน’ เป็นภาษาจีนแปลว่า สะอาดและปลอดภัย

อ้วยอันโอสถ เป็นแบรนด์สมุนไพรที่อยากให้คนมีชีวิตที่ดี

จากร้านขายยาขนาด 2 คูหาที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยคุณปู่เสถียร สมบูรณ์เวชชการ หมอแมะจับชีพจรและจ่ายยาสมุนไพร มีชื่อเสียงเรื่องยาลูกกลอน เช่น ยาบรรเทาอาการริดสีดวงและยาแก้น้ำเหลืองเสีย ซึ่งยังมีขายอยู่ถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2529 คุณพ่อสิทธิชัย สมบูรณ์เวชชการ ซึ่งเป็นลูกชายคนที่สอง เข้ามารับช่วงต่อและขยายธุรกิจเปลี่ยนจากร้านขายยามาเป็นบริษัทอ้วยอันโอสถจำกัด โรงงานผู้ผลิตยาสมุนไพร หรือยาไทยที่มีชื่ออยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน พัฒนารูปแบบเป็นยาแคปซูล

ทายาทรุ่นสามอ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

นับจนถึงวันนี้ อ้วยอันโอสถ มีอายุ 72 ปี อยู่ภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นสาม ผู้พัฒนาและผลิตยาสมุนไพรใหม่ๆ ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคนี้ ไม่ใช่แค่ยาฟ้าทะลายโจรแก้หวัดหรือขมิ้นชันแก้ทองอืด แต่มียาที่ทำให้นอนหลับลึก ยาที่ช่วยแก้ปัญหาสายตา ยาที่คิดมาเพื่อให้นักวิ่งฟื้นตัวได้ดีขึ้น ยาสมุนไพรสำหรับเด็กที่ดี สะอาดและปลอดภัย เรื่อยมาถึงครีมบำรุงผิวจากขมิ้นนาโน

ต่อให้ไม่เคยรู้จักยาแคปซูลใดๆ ของอ้วยอันโอสถ คุณก็ต้องเคยกินหรือเห็นยาอมสมุนไพรแก้ไอ ตรามังกรทอง รสบ๊วยเค็ม รสมะนาว หรือรสเปลือกส้ม อย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง

ทายาทรุ่นสามอ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

The Cloud มีคอลัมน์ชื่อทายาทรุ่นสอง ที่พูดคุยกับทายาทธุรกิจครอบครัว ถึงการต่อยอดสร้างสรรค์ให้ธุรกิจยังคงดำรงอยู่และแข่งขันได้ในตลาด เพราะอยากเห็นธุรกิจสัญชาติไทยเติบโตยาวนาน 

บ่ายวันศุกร์ที่โรงงานย่านบางแค เรามีนัดกับทายาทรุ่นสามอ้วยอันโอสถ คุณชนรรค์ สมบูรณ์เวชชการ กรรมการผู้จัดการ และคุณทานุ สมบูรณ์เวชชการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด พูดคุยเรื่องการรักษาจุดแข็งเรื่องการผลิตสมุนไพรสูตรต่างๆ และการปรับตัวตามวิธีคิดที่ทำให้สมุนไพรเป็นได้มากกว่าสมุนไพร 

“งานของเราคือคิดเสมอว่าสิ่งที่ทำตอบโจทย์วิถีชีวิตอย่างไร จะปรับบริการและคิดค้นยาสูตรใหม่ๆ ที่ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นอย่างไร” ทั้งสองช่วยกันเล่าเสริม

ชนรรค์และทานุทำได้อย่างไร มาฟังพร้อมกัน

ทายาทรุ่นสามอ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

ธุรกิจ : อ้วยอันโอสถ (พ.ศ. 2490)

ประเภท : โรงงานผลิตยาสมุนไพร

เจ้าของและผู้ก่อตั้ง : ท่านเสถียร สมบูรณ์เวชชการ 

ทายาทรุ่นที่สอง : คุณสิทธิชัย สมบูรณ์เวชชการ

ทายาทรุ่นที่สาม : คุณนิชา คุณชนรรค์ และคุณทานุ สมบูรณ์เวชชการ

โจทย์คือ นำความรู้ที่มีเปลี่ยนสมุนไพรให้น่าใช้

อ้วยอันโอสถ เป็นแบรนด์ยาสมุนไพรอายุกว่า 72 ปี ที่เริ่มต้นจากการเป็นร้านขายยาเล็กๆ ที่ เชิงสะพานพุทธ โด่งดังเรื่องการรักษาด้วยวิธีแมะจับชีพจรและจ่ายยาลูกกลอนรักษาโรค 

“คุณพ่อเล่าว่า สมัยนั้นลูกทั้งแปดคนของอากงมีหน้าที่ช่วยกันปั้นและตากยาลูกกลอนกันจนเต็มลานบ้าน” ชนรรค์เป็นตัวแทนเล่าบรรยากาศธุรกิจครอบครัวเมื่อครั้งเริ่มต้น ต่อมาลูกๆ ทั้ง 8 คนต่างแยกย้ายไปทำธุรกิจที่สนใจ โดยบางส่วนเลือกเข้ามารับช่วงต่อหรือทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยาสมุนไพรและอาหารเสริมรวมกันเป็นบริษัทในเครือ หนึ่งในนั้นคือ คุณพ่อสิทธิชัย ซึ่งก่อตั้งบริษัทอ้วยอันโอสถ เมื่อ 33 ปีก่อน เพื่อผลิตยาสมุนไพรไทยในรูปแบบใหม่ๆ 

ภาพจำเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัวของชนรรค์และทานุในวันนั้น พวกเขามีหน้าที่ช่วยงานพับกล่องในช่วงปิดเทอม ก่อนแยกย้ายไปเรียนต่อและเติบโตในต่างประเทศ 

ชนรรค์เลือกเรียนด้านวิทยาศาสตร์การอาหารที่สหรัฐอเมริกาที่เดียวกับพี่สาว (นิชา สมบูรณ์เวชชการ) ซึ่งเลือกเรียนด้านการเงิน หลังเรียนจบปริญญาตรีและโทด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร ชนรรค์เข้าทำงานในบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพินา (FrieslandCampina) บริษัทผลิตโปรตีนระดับโลกจากเนเธอแลนด์ เจ้าของแบรนด์โฟร์โมสต์ทั่วโลก ระยะหนึ่งก่อนกลับมาช่วยงานที่บ้านเต็มตัว

ขณะที่ทานุเลือกเรียนด้านการตลาดที่มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจากจบไฮสคูลจากออสเตรเลีย จากนั้นเข้าทำงานในบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ ให้คำปรึกษาด้านการตลาดกับสถาบันการเงินและหน่วยงานระดับชาติเป็นเวลา 3 ปี

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

แม้สามพี่น้องทายาทรุ่นสามจะร่ำเรียนมาในทางธุรกิจและเติบโตต่างแดน แต่พวกเขาก็ใกล้ชิดกับสมุนไพรกว่าคิด 

“เราโตมากับสมุนไพรนะ ไม่สบายก็กินฟ้าทะลายโจร ท้องอืดก็กินขมิ้นชัน งานของเราคือนำความรู้จากสิ่งที่เรียนมาใช้พัฒนาให้ยาสมุนไพรมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้บริโภคอยากใช้ และแม้จะคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังต้องศึกษาหาองค์ความรู้เพิ่มเติม เพราะเราจะอยู่กับธุรกิจนี้อีกนาน ยิ่งเราเชี่ยวชาญมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งรักษาระดับความน่าเชื่อถือนี้” พี่ชายคนรองเล่า

วิธีขายงานพ่อแม่ นำเสนอข้อมูลให้ท่านเห็นเป็นภาพ

สถานการณ์ของอ้วยอันโอสถในช่วงปีแรกๆ ที่ชนรรค์กลับมาทำงานที่บ้าน เขาพบว่า หนึ่ง กระบวนการผลิตไม่ทันรับรองกับความต้องการ สอง อ้วยอันโอสถไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และสาม ถึงแม้ยอดขายจะอยู่ในระดับที่ดีแต่ไม่มีใครรู้จักแบรนด์

“เวลาใครถามว่าอ้วยอันคืออะไร เราจะต้องหยิบยาอมให้ดูเสมอ เขาถึงรู้ว่าอันนี้คืออ้วยอันโอสถ เรื่องการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นหน้าที่ของผม ส่วนพี่สาวคนโตดูแลเรื่องการสร้างแบรนด์” ชนรรค์เล่าที่มาของการแบ่งฝ่ายงานรับผิดชอบ

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

หลังจากคอยสังเกตการทำงานของพ่อมา 2 เดือน ชนรรค์เล่าว่าเขาเริ่มตีสนิทและเรียนรู้จากผู้จัดการโรงงานซึ่งเป็นมือขวาของพ่อ 

“หลักการสำคัญของการมาทำธุรกิจของที่บ้าน ได้แก่ หนึ่ง ต้องลืมว่าเรามีความรู้นี้อยู่ก่อนแล้วยอมที่จะเรียนรู้ใหม่ เพราะเรื่องที่เรียนมาบางเรื่องอาจจะใช้งานไม่ได้ สอง ลดความถือตัวเอง ต้องยอมรับว่าเขาอยู่กับเครื่องมาห้าถึงสิบปี ใช่ว่าอยู่ๆ จะไปสั่งให้เขาทำอะไร ต้องเรียนรู้ให้เท่าเขาหรือมากกว่า ก่อนหาอะไรใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีหรือเครื่องมือจากต่างประเทศ มาเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ต้องได้ใจพวกเขา ไม่ใช่ชี้นิ้วสั่ง” ชนรรค์เล่า

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

กับงานที่เกี่ยวข้องกับคนรุ่นเก่า ชนรรค์เล่าว่าวิธีพูดคุยกับพ่อแม่ หรือนำเสนอความคิดใหม่ๆ แก่ธุรกิจ สำคัญคือต้องทำให้พวกท่านมองเห็นภาพที่ตรงกับเรา

“เราต้องนำเสนอข้อมูลให้ท่านเห็นภาพ ว่าธุรกิจเรามีปัญหาอะไร สิ่งใหม่ที่นำเสนอดีกว่าสิ่งเดิมอย่างไร และจะช่วยอะไรได้บ้าง เช่น หากนำเครื่องใหม่มาช่วยแก้ปัญหาผลิตไม่ทันความต้องการ ซึ่งลดปัญหาคอขวดในบางขั้นตอน แต่ถ้าเป็นเรื่องผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งครอบครัวจะเห็นด้วยยากก็เพียงเรื่องการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา”

แบรนด์ยาสมุนไพรที่ช่วยให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ดีขึ้น

อ้วยอันโอสถเป็นแบรนด์ที่อยากช่วยให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ดีขึ้น

ผ่านยาสมุนไพรที่คิดมาอย่างเข้าอกเข้าใจและใส่ใจความรู้สึกของผู้บริโภคมากกว่าจะทำเพื่อให้แบรนด์มีชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

หลักการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ประกอบด้วย หนึ่ง สรรพคุณที่ได้ต้องใหม่ ไม่ซ้ำเดิม และสอง หากมีสรรพคุณเท่าเดิมก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานใหม่หรือเพิ่มความสะดวกสบาย ใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่มีเพิ่มกลุ่มลูกค้า

หากติดตามอ้วยอันโอสถช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา คุณจะเห็นภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปรวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่น่าใช้ไปทั้งหมด ยิ่งได้ฟังว่ามียาสมุนไพรรักษาอาการไอ น้ำมูกไหล แก้อาการหวัด ในราคาหลักสิบหลักร้อย ก็นึกโกรธคุณหมอที่จ่ายยาราคาแพงมาให้ไม่หาย

หัวใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของอ้วยอันโอสถ คือ ความเห็นอกเห็นใจ 

สมุนไพร ยารักษาเด็กด้วยวิถีธรรมชาติ

เมื่อรู้จากคุณพ่อว่าในอดีตคุณปู่ก็เคยรักษาเด็กด้วยสมุนไพร ทายาทรุ่นสามจึงเลือกพัฒนายาแก้ไอสำหรับเด็ก ชนรรค์รวบรวมข้อมูลว่าผู้ปกครองชอบและไม่ชอบอะไรในยาแผนปัจจุบันที่พวกเขาเลือกให้ลูก อยากได้อะไร คำนึงถึงเรื่องอะไร จนพบว่าพ่อแม่ให้ความสำคัญต่ออาการแพ้และผลข้างเคียง แล้วจึงค้นหาและพัฒนาสูตรที่ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และมีผลข้างเคียง 

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

เช่น ยาน้ำแก้ร้อนในเขากุย มีตัวยาหลักอย่าง เขากุย กั๊วลิง เต็งซิม เลี้ยงเคี้ยว กิกแก้ กิมงิ่งฮวย ซึ่งยาเหล่านี้มีฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนภายใน นอกจากนี้ยังมียาน้ำแก้ไอเด็ก รักษาทางเดินหายใจและภูมิแพ้

“ต่อให้ยามีประโยชน์แค่ไหน แต่ถ้ารสชาติไม่อร่อยเขาก็ไม่ต้องการ เราจึงพัฒนารสชาติพร้อมๆ กับสรรพคุณ” ชนรรค์เล่าพร้อมชวนให้ลองชิมรสชาติ

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

ยาสมุนไพรที่ช่วยให้วิ่งและฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ชนรรค์บอกว่าการรับช่วงต่อธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยความกล้าในการสร้างความแตกต่าง ความกล้าที่จะทำของฝ่ายผลิตและพัฒนา และความกล้าที่จะนำเสนอลูกค้าของฝ่ายการตลาด 

“เป็นเรื่องธรรมดา ใครก็ย่อมนึกกลัวว่าสิ่งที่ทำจะไปได้ดีในตลาดมั้ย หรือเราคิดว่าสิ่งนี้ดีอยู่คนเดียวหรือเปล่า” ชนรรค์เล่า

สิ่งที่ทายาทรุ่นสามทำ คือการเปลี่ยนภาพจำของสมุนไพรโบราณด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ทันสมัยขึ้น จับกลุ่มตลาดเฉพาะทางมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสมุนไพรวีโอทู (VO2) ยาสมุนไพรสำหรับนักวิ่ง มีสมุนไพรที่มีสรรพคุณดูแลกระดูกและกล้ามเนื้อทำให้ฟื้นตัวได้ดี กลับมาซ้อมได้เร็วขึ้น 

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

“ส่วนตัวพวกเราสองคนเป็นนักวิ่งอยู่แล้ว ตั้งใจหาข้อมูลและทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเป็นพิเศษ รู้สึกว่าหากช่วยเพิ่มความเร็วได้หนึ่งถึงสิบวินาที ก็มีความหมายมาก” ชนรรค์เล่าและแนะนำให้เรารู้จักสมุนไพรที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ ส่วนผสมของกระชายดำ ลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ งาดำสกัด เสริมสร้างกระดูกและข้อต่อ และดอกคำฝอย บำรุงเลือดไหลเวียนและนำออกซิเจนไปใช้

เพราะรู้ว่านักวิ่งกลุ่มเป้าหมาย มีร่างกายที่แข็งแรงดีไม่จำเป็นต้องไปร้านขายยา วิธีการประชาสัมพันธ์จึงไม่ใช่การจ้างพรีเซนเตอร์ แต่พวกเขาสร้างทีมวิ่งอ้วยอันขึ้นมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งประกอบด้วยคนหลากหลายเพศและวัย โดยไม่จำเป็นต้องสวยหล่อแต่มีความตั้งใจ และเชื่อในสมุนไพร ทั้งยังมีโค้ชทีมชาติมาฝึกสอนทีมทุกวันพฤหัสบดีเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพไปด้วยกัน จนทีมคว้าถ้วยรางวัลทุกรายการแข่งขัน วิธีการนี้สร้างต้นแบบแก่นักวิ่ง และยังช่วยให้สื่อสารภาพแบรนด์เรื่องสมุนไพรกับชีวิตที่ดีได้ชัดมากยิ่งขึ้น

เป็นมากกว่ายาสมุนไพร

แค่ได้รู้ว่าอ้วยอันโอสถมียาสมุนไพรที่รักษาโรคฮิตของคนเมืองอย่างเราก็น่าตื่นเต้นแล้ว ยาสมุนไพรที่ช่วยให้หลับลึก แก้กรดไหลย้อนและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ราวกับเจอทางเลือกที่แก้ความเจ็บป่วยที่มี

เริ่มจาก ยาคอส (Ya Cozz) ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรเจ้าเดียวในประเทศไทย ที่ช่วยให้นอนหลับลึก จากตำรับยาจีน ซวนเจ่าเหริน สมุนไพรรักษาอาการนอนไม่หลับนับร้อยนับพันปีมาแล้ว ช่วยผ่อนคลายเซลล์ประสาทที่เหนื่อยล้าให้รู้สึกสงบ และไป๋จื่อเหริน บำรุงการทำงานของหัวใจและรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติ

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้
ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

ตามด้วยสินค้าขายดีตลอดกาลของอ้วยอันโอสถอย่างขมิ้นชัน ที่ทายาทรุ่นสามนำมาต่อยอดเป็นขมิ้นชันพลัส แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้แผลในกระเพาะอาหาร จากโจทย์ที่อยากให้ผู้บริโภคลดการรับประทานขมิ้นชัน จาก 3 – 4 แคปซูลต่อวันให้เหลือเพียง 1 แคปซูลต่อวันโดยที่ประสิทธิภาพไม่ลดลง วิธีการคือ คิดค้นตัวเร่งที่ทำให้สารสำคัญในขมิ้นชันซึมซับในร่างกายเร็วขึ้น มากขึ้น โดยสรรพคุณที่มากกว่าขมิ้นชันทั่วไป ได้แก่ ช่วยบรรเทาเรื่องกรดไหลย้อนและแผลในกระเพาะอาหารได้มากกว่า แม้ในฉลากจะเขียนเหมือนกัน ลูกค้าก็เห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างจนเกิดเป็นกระแสปากต่อไป

ไม่เพียงชนรรค์และทานุจะนำความหลงใหลมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ที่มี พี่สาวคนโตของครอบครัวซึ่งสนใจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามและดูแลผิว ก็ลุกขึ้นมาพัฒนาขมิ้นไบรท์ (Kamin Bright) ครีมขมิ้นสมุนไพร ภายใต้ชื่อ Ouay Un Cosmetic เป็นครีมที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใส ด้วยเทคโนโลยีขมิ้นนาโนและโสมสกัด อีกผลิตภัณฑ์คือ ขมิ้นไบรท์ VIT C เซรั่มเพื่อการดูแลผิวที่เข้มข้น

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

ไม่มีคำว่าช้าไปสำหรับการสร้างแบรนด์

อ้วยอันโอสถเริ่มสร้างแบรนด์อย่างจริงจังในปี 2014 หรือเมื่ออายุครบ 67 ปีพอดี 

เริ่มด้วยแคมเปญโฆษณาผ่านโทรทัศน์ครั้งแรก ซึ่งที่ผ่านมาอ้วยอันโอสถไม่เคยทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อใดๆ มาก่อน จนกระทั่งปี 2017 ทานุก็เข้ามาเสริมทัพเรื่องการตลาดออนไลน์ ปรับแบรนด์ตามพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนไป เพิ่มช่องทางการจำหน่ายจนทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งคุณพ่อเปิดโอกาสและวางใจให้เหล่าทายาทรุ่นสามคิดทำสิ่งใหม่ๆ 

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้
ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

หากคุณปู่เป็นผู้บุกเบิก คุณพ่อเป็นผู้ขยายธุรกิจ

ในยุคของคุณ พวกคุณอยากให้คนจดจำอ้วยอันโอสถว่าอย่างไร เราถามชนรรค์และทานุ

“เราตื่นเต้นกับตัวเลขเจ็ดสิบสองปีของแบรนด์มากๆ เจ๋งมากที่อยู่มายาวนานขนาดนี้ ถ้าถามว่าอยากให้คนจดจำพวกเรายังไง ก็ขอให้จดจำว่า อ้วยอันโอสถในยุคของพวกเรามีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค” ทานุเป็นตัวแทนตอบ ก่อนชนรรค์จะทิ้งท้ายความรู้สึกที่มีต่อการรับช่วงต่อธุรกิจนี้ของครอบครัวว่า

“พวกเรารู้สึกดีและภูมิใจทุกครั้ง เมื่อได้ยินว่าลูกค้าที่ใช้ยาสมุนไพรของเรารู้สึกดีขึ้นจากการอาการป่วย แค่ได้รู้ว่ายาสมุนไพรที่เราตั้งใจทำเป็นประโยชน์ก็รู้สึกมีความหมาย การมารับช่วงต่อธุรกิจไม่เพียงต่อยอดให้กิจการมีรายได้เป็นตัวเงิน แต่เพิ่มโอกาสที่อยู่และทำงานร่วมกันระหว่างเราและคนสำคัญ เหล่านี้ต่างหากที่สร้างมูลค่าทางจิตใจ เราภูมิใจที่มาถึงจุดนี้ แล้วธุรกิจเรายังเติบโตไปได้เรื่อยๆ นี่เป็นหน้าที่ เป็นความกดดันของพวกเราทั้งสามที่จะทำให้สิ่งนี้ให้มีความสำเร็จมากกว่านี้ และยั่งยืนมากกว่านี้”

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธันวา ลุจินตานนท์

หุ้นส่วนร้านล้างฟิล์มที่ถูกทักเสมอว่าไม่เห็นอยู่ร้าน ชอบถ่ายรูปผู้คนเพราะสนุกเวลาได้ฟังหรือพูดคุยกับเค้า และชอบแดดฤดูหนาวเพราะความคมกับโทนของมันช่างสวยงามแต่คนรอบข้างไม่มีใครเข้าใจ

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ธุรกิจ : พรพรรณเบเกอรี่

ประเภทธุรกิจ : โรงงานผลิตขนมปัง

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2503

อายุ : 62 ปี

ผู้ก่อตั้ง : ชัยยุทธ ตรีเสน่ห์จิต

ทายาทรุ่นสอง : ธัญญนันทน์ ตรีเสน่ห์จิต Chapter 9

ณ ถนนเอกชัย เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดสมุทรสาคร ชุมชนเก่าแก่ ย่านการค้า และเขตอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์ โรงงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ ‘พรพรรณเบเกอรี่’ โรงงานขนมปังที่มีอายุกว่า 62 ปี

ก่อตั้งโดย คุณพ่อชัยยุทธ ตรีเสน่ห์จิต จากความคิดที่ว่า ธุรกิจโรงงานขนมในยุคนั้นมีคู่แข่งน้อยและเป็นที่ต้องการสูง จึงเก็บหอมรอมริบและนำเงินทั้งหมดมาเปิดโรงงานผลิตขนมปัง เริ่มต้นครั้งแรกที่ตลาดพลูเมื่อ พ.ศ. 2503 ก่อนจะย้ายมาที่ซอยเอกชัย 48 เมื่อ พ.ศ. 2510

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

ลูกค้าของพรพรรณเบเกอรี่โดยมากเป็นธุรกิจที่ใช้ขนมปังเป็นส่วนประกอบ ไม่ใช่ผู้บริโภคโดยตรง เช่น ร้านขายไอศกรีม ร้านขายขนมปังปิ้ง สืบเนื่องธุรกิจมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง เอ๋-ธัญญนันทน์ ตรีเสน่ห์จิต ลูกสาวคนสุดท้อง เข้ามาต่อยอดพรพรรณเบเกอรี่ จากที่ส่งออกขายแค่ตามท้องตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอด จากชื่อของพรพรรณเบเกอรี่ที่อาจจะไม่ค่อยถึงหูผู้บริโภค มาเป็น ‘Chapter 9’ ธุรกิจคาเฟ่ขนมปังของคนรุ่นใหม่ พัฒนาสูตรหลากหลาย และตั้งใจสร้างแบรนด์เพื่อสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง

ปัจจุบัน ด้านหน้าซอยเอกชัย 48 จะเห็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ของพรพรรณและโรงงานอยู่ด้านหลัง ถัดมาอีกหน่อยจะเจอร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องดินเผาสีน้ำตาล ด้านหลังมีอาคารสีขาวเป็นแบกกราวนด์ ให้ความรู้สึกเหมือนขนมปังสดใหม่ในถุงกระดาษ เช่นเดียวกับ Winning Product ของร้านคือ ‘โชกุปัง’

ฉันมีโอกาสได้มานั่งคุยกับเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังถึงความสำเร็จของ Chapter 9 ซึ่งเธอบอกว่า 

“การเป็นทายาทรุ่นสองของเอ๋มันไม่ง่ายเลย”

ทุกอย่างมีจังหวะของมัน 

เอ๋มีพี่น้องทั้งหมดรวมตัวเองด้วยเป็น 9 คน เธอเป็นคนสุดท้อง แน่นอนว่าการเป็นทายาทรุ่นสอง ทั้งที่เป็นน้องเล็กสุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ก่อนหน้านี้เอ๋ทำงานเอเจนซี่โฆษณา แต่ด้วยอายุงานที่มากขึ้นจึงอิ่มตัว เธอจึงหาความท้าทายโดยเริ่มเรียนทำขนมในช่วงเสาร์อาทิตย์ เพราะคิดว่าถ้าวันหนึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งนี้จริง ๆ ก็อยากจะลองดูสักตั้ง

เอ๋ตัดสินใจลางาน 3 เดือน เพื่อไปทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟที่ Le Cordon Bleu ก่อนจะกลับมาทบทวนและตัดสินใจคุยกับที่บ้านว่าจะออกมาทำธุรกิจนี้เต็มตัว

หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ก้าวเข้าสู่วงการธุรกิจกงสีของที่บ้านทีละนิด เพราะรู้ดีว่าธุรกิจโรงงานขนมปังนี้ยังไม่ตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคของคนรุ่นใหม่ จึงได้ไอเดียทำร้านคาเฟ่ Chapter 9 ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ควบคู่กับงานวงการโฆษณา เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงผู้บริโภค ใกล้ชิดลูกค้า และเพื่อความยืดหยุ่นทางธุรกิจที่มากกว่าเดิม

ช่วงแรก Chapter 9 ไม่มีเรื่องขนมปังเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก เพราะเน้นขายเค้กเป็นส่วนใหญ่ตามที่เอ๋ได้ไปเรียนมา

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

“ตอนนั้นเราแทบไม่ได้สนใจเรื่องขนมปังเลย พอใกล้ตัวมาก ๆ เราเลยมองข้าม” แต่เชฟ จัสติน ตัน สามีชาวสิงคโปร์ เห็นข้อได้เปรียบจากธุรกิจโรงงานขนมปังของที่บ้าน และเป็นจังหวะเดียวกับที่เอ๋เริ่มรู้สึกอ่อนล้ากับงานประจำ ซึ่งทำให้ทุ่มเทกับ Chapter 9 ได้ไม่มากพอ จึงตัดสินใจใช้ต้นทุนของสิ่งที่ได้จากพรพรรณเบเกอรี่มาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างจริงจัง

ทีแรกเอ๋และจัสตินตั้งใจจะเข้าไปทำโดยใช้ฐานการผลิตเดิมของพรพรรณ และแตกสายผลิตภัณฑ์ สินค้าออกไปเพื่อจัด Mass Market แบบกว้าง เพิ่มมาตรฐานสินค้าเพื่อไปจับกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่ใส่ใจและให้คุณค่าในรายละเอียดของสินค้า เช่น กลุ่มที่ให้มูลค่ากับสินค้าโฮมเมด เป็นต้น

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว

สำหรับพรพรรณ เอ๋และจัสตินเป็นเหมือนน้องใหม่ในธุรกิจกงสี ด้วยความที่เป็นมือใหม่ จึงทำให้เสียงของพวกเขาเบากว่า

การเปลี่ยนแปลงระบบในธุรกิจกงสีไม่ใช่เรื่องง่าย เธอยอมรับว่าการทำงานกับพี่น้อง ต่างกันกับการทำงานในออฟฟิศโดยสิ้นเชิง

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

“มันมีแรงต้านบางอย่างระหว่างเรา ครอบครัว และพนักงาน”

เธอเคยโดนพนักงานนินทาลับหลังจนเสียกำลังใจไปก้อนใหญ่

“ให้สัมภาษณ์แบบไม่โลกสวย ตอนแรกเราไม่อยากเข้ามา เพราะกลัวจะมีเรื่องอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ด้วยความที่เป็นครอบครัวเดียวกัน การพูดจาบางครั้งอาจทำร้ายความรู้สึกส่วนตัวกันได้ การปรับเปลี่ยนจึงกลายเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งปัญหาแบบนี้ไม่มีในการทำงานระบบออฟฟิศ เราไม่มีพันธะอะไรกัน ต่างคนต่างทำงาน มีปัญหาก็มาเคลียร์กันให้จบ แล้วทำงานต่อ”

น้องคนสุดท้องจึงตัดสินใจแยกฐานการผลิตทั้งหมดออกมาจากพรพรรณ เพื่อทำร้าน Chapter 9 เต็มตัว และปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเองกับทุกคนที่บ้านแทน

โอกาสครั้งใหม่

จนกระทั่งโรงงานผลิตแป้งของพรพรรณ ที่ผลิตแป้งส่งตั้งแต่สมัยคุณพ่อติดต่อมาว่า มีแป้งสูตรใหม่มาให้ลองทำ เป็นแป้งที่ทางโรงงานโม่ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อการส่งออก ทำให้เนื้อสัมผัสของตัวขนมปัง Chapter 9 แตกต่างจากขนมปังของที่อื่น จึงเกิดเป็นไอเดียกลยุทธ์ ‘Winning Product’ เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเห็นตัวขนมปังของร้านแล้วเชื่อมโยงกับ Chapter 9 ได้ทันที

เอ๋บอกว่า “ทุกอย่างเป็นจังหวะ แป้งสูตรพิเศษนี้ จากที่เขาตั้งใจจะโม่เพื่อส่งออก ก็ส่งออกไม่ได้เพราะโควิด-19 ต่อมาพอประเทศเปิด สามีที่เป็นเชฟมิชลินที่สิงคโปร์ก็เข้ามาช่วยพัฒนาสูตรขนมปัง มันเป็นจังหวะ ๆ ไปหมด” นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคอนเนกชันในการพูดคุยติดต่อกับโรงงานผลิตแป้ง ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจาก เจ้ตึ๋ง-สุวรรณี ตรีเสน่ห์จิต พี่สาวคนโตที่พนักงานในพรพรรณต่างเรียกกันว่า ‘เจ้ใหญ่’ ปัจจุบันเจ้ตึ๋งดูแลพรพรรณเบเกอรี่และยังให้คำแนะนำเรื่องการผลิตขนมปังในรูปแบบ Production Scale

ด้วยความที่เอ๋เคยทำบริษัทเอเจนซี่มาก่อน จึงมีทักษะในการโฆษณาสินค้าและสื่อสารออกไปให้ถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีคอนเนกชันกับสื่อและคนรุ่นใหม่มากมาย ซึ่งพร้อมจะเข้ามาช่วยและสนับสนุน Chapter 9 กันอย่างเต็มที่

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

Action Speaks Louder than Words

กลยุทธ์ในการทำธุรกิจของ Chapter 9 นอกจากหา Winning Product แล้ว ยังมีการคิดสูตรขนมปังให้หลากหลาย ทำให้ขนมปังมีรสชาติที่น่าสนใจเกือบ 20 รสชาติ ยกตัวอย่างเช่น ขนมปังที่ Co-campaign กับ Hoegaarden ไอเดียนี้ได้มาตอนช่วงโควิด-19 ร้านนั่งดื่มหลาย ๆ แห่งเปิดทำการไม่ได้ จึงทดลองกับทีมทำรสเบียร์ถั่วพริกเกลือ ทาง Hoegaarden มาเห็น จึงมีการคอลแลบกันเกิดขึ้น

ยังมีการนำเอาระบบ KPI เข้ามาช่วยจัดระเบียบในการทำงานมากขึ้น แต่ด้วยความเป็นธุรกิจกงสี ในช่วงแรกอาจจะยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก “คนรุ่นเก่าจะไม่ค่อยเข้าใจกับ KPI ที่ไม่ใช่ตัวเลข” เอ๋กล่าว

เพราะสิ่งที่คนยุคเก่ามองเห็นหลัก ๆ คือกำไร ขาดทุน ทำให้ทุกคนที่บ้านตั้งคำถามมากมายระหว่างที่เธอกำลังพยายามจะเปลี่ยนแปลงระบบที่มีมานานของธุรกิจกงสี

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

แต่คงเป็นเพราะทายาทรุ่นสองคนนี้มีความคิดที่ไม่เหมือนใคร เธอมองเห็นว่าสักวันธุรกิจจะถึงทางตัน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ฉะนั้น จึงต้องสร้างบรรยากาศภายในร้าน ระบบการทำงานที่มีระเบียบมากขึ้น และการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีต่อคนกินมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการบริการที่ดีมากยิ่งขึ้น “เพราะเรารู้สึกว่าของกินดี ๆ หาซื้อที่ไหนก็ได้ แต่การบริการที่ดี ๆ ต้องฝึกฝน”

เอ๋เป็นคนที่เชื่อว่า Action Speaks Louder than Words เธอพยายามทำในสิ่งที่เชื่อ ทำให้เกิดผลลัพธ์ดี ๆ ขึ้น แล้วส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้พรพรรณต่อไป ทำให้ทุกวันนี้พรพรรณเบเกอรี่เองก็มีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงระบบบางอย่างมากขึ้นเช่นเดียวกัน เอ๋เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจว่า ในวันที่ทุกสายตาจับจ้องเธอด้วยความสงสัยในสิ่งที่เธอกำลังจะทำ ในวันนี้มันกลับกัน สายตาของทุกคนเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นและพร้อมที่จะสนับสนุน Chapter 9 ต่อไป

“ถึงแม้ว่า Chapter 9 จะไม่ได้ทำทุกอย่างจากพรพรรณ แต่ทุกครั้งที่มีคนสนใจ เราจะพูดถึงพรพรรณเสมอว่า นี่คือรากฐานของเรา ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้สืบทอดธุรกิจพรพรรณโดยตรง แต่เรารับช่วงต่อมรดกของครอบครัว โดยใช้ความรู้ทั้งหมดที่ได้จากครอบครัวมาต่อยอด”

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

จรรยาบรรณของคนทำธุรกิจ Food and Beverage

เอ๋ คือ เจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังคนนี้เป็นคนที่เริ่มต้นธุรกิจของตัวเองด้วยความชอบ

เธอเล่าว่า “โดยธรรมชาติ ปลายทางของการทำธุรกิจคือเงิน เพราะไม่มีใครอิ่มท้องจากความภูมิใจหรอก ไม่มีใครสามารถซื้อบ้านซื้อรถได้จากความชื่นใจ ในระหว่างทาง นอกจากสถานการณ์รอบตัวที่เราต้องต่อสู้แล้ว เราเองต้องคุยกับตัวเองตลอดเวลา ให้ลดทอนบางอย่าง ตัดอีโก้ออกไป แล้วบาลานซ์ความเป็นมนุษย์กับธุรกิจให้ได้”

ในความหมายของเธอคือ การมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจของตัวเองและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

“การทำธุรกิจจากความชอบของตัวเอง ต้องคำนึงเสมอว่า ผู้บริโภคอาจไม่ได้ชอบเหมือนเราเสมอไป คุณจะต้องไม่หิวโหยจนถึงขั้นหยิบยื่นอะไรก็ได้ให้คนกิน”

ทุกวันนี้พิษจากเศรษฐกิจทำให้ผู้ประกอบการบางเจ้าลดคุณภาพสินค้าลง เพื่อขายให้กับผู้บริโภคในราคาเดิม

“อย่าให้เศรษฐกิจบีบเราไปจนถึงขั้นนั้นเลย เพราะสุดท้ายจะกลายเป็นวงจรที่ผู้ประกอบการหวังกำไรฟู่ฟ่า ในขณะที่ผู้บริโภคต้องการบริโภคของกินดี ๆ แต่กลับหาไม่ได้เลย ถ้าเป็นแบบนั้นก็น่ากลัวนะ”

ปัจจุบัน การทำธุรกิจ Food and Beverage ไม่ใช่เรื่องง่าย มีเงินหรือความอดทนอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องเตรียมพร้อมที่จะลงมือทำอยู่เสมอ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

“เราไม่มีความกลัว ความกลัวเราเป็นศูนย์ ถ้าในเชิงธุรกิจบอกว่าเดือนหน้า Chapter 9 ต้องปิดตัว เราก็พร้อมปิด อย่างไรก็ตาม เรามีแบ็กอัปในใจไว้ตลอดเวลา”

นี่คือสิ่งที่เอ๋ ทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ พูดออกมาด้วยความหนักแน่น เธอคิดและวางแผนไว้เสมอ เพราะเชื่อว่าในโลกธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งที่ทำได้คือการหาหนทางแก้ไขสำรองไว้ เผื่อวันที่เจอกับวิกฤตจะได้ปรับตัวทัน

‘การโตแนวข้าง’ คือสิ่งที่เอ๋ตั้งใจจะทำ เธอไม่ได้คาดหวังว่า Chapter 9 จะต้องเป็นธุรกิจที่กราฟพุ่งขึ้นไปด้านบน แต่สุดท้ายก็ตกลงเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน ดังนั้น การเติบโตในแนวข้าง เช่น การแตกแบรนด์ หรือออกสินค้าตัวใหม่ไปเรื่อย ๆ น่าจะเป็นทางออกของธุรกิจ SMEs หรือพวกสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ๆ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

การตัดสินใจครั้งสำคัญ

Chapter 9 จะครบรอบ 1 ปีเดือนกรกฎาคมนี้ ถ้านับช่วงก่อนหน้าที่จะเริ่มทำ ‘โชกุปัง’ ด้วยก็ประมาณ 3 – 4 ปี ในช่วงนั้นเอ๋ยังคงทำงานเอเจนซี่ควบคู่ไปกับร้านอยู่ เธอใช้ชีวิตตลอด 7 วันโดยไม่ได้พัก

“ช่วง 3 – 4 ปีนั้น เราใช้ชีวิตแบบนี้จนเหมือนกึ่ง ๆ ทรมานตัวเอง กึ่ง ๆ พิสูจน์ตัวเอง ถ้าจะทำแบบนี้ เราต้องลองใช้ชีวิตอยู่กับมันดูว่าทำได้หรือเปล่า จนกระทั่งเราตัดสินใจออกจากงานมารีโนเวตร้านใหม่จนจะครบรอบ 1 ปีแล้ว เรารู้สึกว่า 3 ปีของร้านเก่ากับ 1 ปีของร้านใหม่ จังหวะของธุรกิจมันต่างกันโดยสิ้นเชิง”

Chapter 9 เปิดตัวในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 กำลังดุเดือด ในขณะที่พวกเรากำลังหวาดกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้า ยังมีกลุ่มคนที่มองเห็นโอกาสและกล้าที่จะลงมือทำในสิ่งที่พวกเขาเชื่อ จนทำให้เกิดเป็น Chapter 9 มาจนถึงทุกวันนี้ และก็เป็นวิกฤตโควิด-19 อีกเช่นกันที่ทำให้เธอรู้ว่าในโลกธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน

“การเป็นธุรกิจรุ่นสองที่อยู่ภายใต้อุตสาหกรรม F&B แทบจะเอามรดกตกทอดมาทำต่อไม่ได้เลย”

ผู้ประกอบการหลายเจ้าน่าจะรู้กันดีว่าเทรนด์หมุนเร็วแค่ไหน

“เราอยากเป็นตัวกำหนดเทรนด์ ไม่ใช่ให้เทรนด์กำหนดเรา แต่สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการกำหนดมันนั่นแหละ”

ฉะนั้น สิ่งที่ทำได้คือการยอมรับ ยึดติดให้น้อยลง และพร้อมที่จะทิ้งแบรนด์ได้ทุกเมื่อ

เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้ต้องคิดแผนสำรองไว้ในหัวเสมอ ต้องสร้างสมดุลระหว่างการทำกำไรในเชิงธุรกิจกับการผลิตสิ่งที่ดีให้กับผู้บริโภคให้ได้

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

ทีมที่ดี

ลูกสาวคนสุดท้องของธุรกิจโรงงานขนมปังพรพรรณเบเกอรี่ ให้คำนิยามของธุรกิจนี้ว่าเป็น ‘โรงเรียนปฏิบัติจริง’ เพราะเป็นที่ที่ทำให้เธอพูดได้อย่างเต็มปากว่า โลกของการทำธุรกิจไม่ได้สวยงามตามฝันเสมอไป ต้องมีล้มลุกคลุกคลานกันไปบ้าง ไหนจะเรื่องการรับช่วงต่อของธุรกิจกงสีที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก

แต่สิ่งที่ทำให้เอ๋ยังคงทำต่อ คือทีมของเธอ

“เราโชคดีที่มีทีมที่ดี” เธอกล่าวอย่างภูมิใจเมื่อเอ่ยถึงพนักงานทุกคนใน Chapter 9 การรับคนเข้ามาหมายถึงการรับสมาชิกที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน เอ๋เชื่อมั่นในคนมาก และแอบภูมิใจทุกครั้งที่เห็นน้อง ๆ หรือคนในทีมก้าวหน้าไปอีกขั้น

พรพรรณเน้นที่ Mass Market คือ การผลิตต้องรวดเร็วและทำได้ในปริมาณมาก ต่างกับ Chapter 9 ที่ให้ความสำคัญกับความประณีตในแต่ละขั้นตอน รวมไปถึงเทคนิคพิเศษที่ช่วยยืดอายุขนมปังโดยไม่ใช้สารเสริมหรือสารเคมีใด ๆ อีกทั้งยังช่วยดึงรสชาติของตัวขนมปังออกมาให้ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม

ทั้งสองมีกระบวนการผลิตพื้นฐานที่เหมือนกัน แต่เทคนิคพิเศษและวัตถุดิบนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้กระนั้น พนักงานจากพรพรรณก็เรียนรู้และทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

จึงเกิดเป็นความภูมิใจเล็ก ๆ ของเอ๋และจัสติน ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและความรู้ให้กับพนักงานได้

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

“เราทำให้คนคนหนึ่งที่เขาอยู่ในอาชีพนี้มาเป็นหลัก 20 – 30 ปี ได้เข้าใจในงานที่เขาทำอยู่จริง ๆ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเข้าใจหรอกว่าดูยังไง กลูเตน ไขมันคืออะไร แต่วันนี้เขาเข้าใจแล้ว พอเข้าใจ เขาก็เริ่มสนุกกับมัน เริ่มทำโน่นทำนี่เองได้ และต่อยอดได้”

ในช่วงแรก เธอไปขอพนักงานจากพรพรรณเข้ามาช่วยที่ร้าน

“เราคุยกันว่า ถ้าจะรับพนักงานใหม่ ทำไมถึงไม่ใช้คนที่ Know How อยู่แล้วล่ะ”

แต่เพราะเป็นน้องใหม่ขององค์กร จึงยังไม่มีใครเชื่อใจที่จะมาทำงานกับ Chapter 9 ยกเว้นแต่พนักงานจากประเทศลาวคนหนึ่งชื่อ น้อย

น้อยทำงานที่พรพรรณเบเกอรี่มาตั้งแต่สมัยที่เอ๋ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เขาเล็งเห็นโอกาสความเป็นไปได้ และที่สำคัญคือ เขาเชื่อมั่นในตัวเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังแห่งนี้

เพราะมีประสบการณ์มามากกว่า 20 ปี การทำขนมปังของน้อยจึงไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งสำคัญที่จัสตินและเอ๋สอนน้อยคือความเข้าใจในวัตถุดิบ เหตุและผลของกระบวนการ รวมไปถึงขั้นตอนต่าง ๆ จนทุกวันนี้ น้อยสามารถแบ่งปันความรู้ให้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ได้ ทั้งในส่วนของ Chapter 9 เองและพรพรรณเบเกอรี่

การเรียนรู้แบบหมุนเวียนเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ จากเอ๋และจัสตินสู่น้อย น้องพนักงาน Chapter 9 ส่งต่อไปถึงพนักงานจากพรพรรณเบเกอรี่ ทำให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่ตนเองทำกันมากขึ้น และสร้างสรรค์งานกันได้สนุกยิ่งขึ้น

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

บทเรียนของลูกคนที่ 9

“ถ้าในอนาคต Chapter 9 ต้องปิดตัวลง เราก็เชื่อว่าคนของเราที่มีสกิลล์ขนาดนี้ จะช่วยให้เราไปต่อในธุรกิจอื่น ๆ ได้”

นอกจากเป็นทีมที่มีคุณภาพแล้ว เอ๋และจัสตินก็มักถามคนในทีมเสมอถึงเรื่องความฝัน เพื่อช่วยผลักดันให้แต่ละคนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

“ไม่มีประโยชน์ที่เราจะดึงเด็กคนหนึ่งให้อยู่กับเราตลอดไป เพราะเขาเก่ง เราอยากให้เขาเก่งขึ้น เหมือนกับตัวเรา เราเองยังไม่อยากจะอยู่ร้านทุกวันเลย” เธอหัวเราะ “พอเซ็ตทุกอย่างในร้านให้พร้อม เรากับจัสตินก็แยกย้ายไปทำตามความฝัน เรายังคงคิดถึงงานเอเจนซี่อยู่ ก็เลยรวมตัวกับเพื่อนเปิดเป็นเอเจนซี่เล็ก ๆ ชื่อ ‘Second Nature’ ที่มีทั้งเรื่องขนมและงานโฆษณา เราชอบการสื่อสาร เพียงแต่อันหนึ่งเป็นการสื่อสารผ่านขนม และอีกอันคือการสื่อสารผ่านชิ้นงาน”

สุดท้ายแล้วความแน่นอนคือความไม่แน่นอน “เราไม่เชื่อในอิฐ หิน ปูน ทราย ฉะนั้น ในอีก 5 ปีข้างหน้าเราจะเอา Chapter 9 ลงออนไลน์ให้หมด การโตในแนวข้างของ Chapter 9 จะหลากหลายขึ้น คุณภาพจะดียิ่งขึ้น และคนจะหาเราเจอได้ทุกที่ทุกเวลา”

ความกล้าหาญและพลังบวกที่ได้รับจากเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงที่นั่งคุยกัน ทำให้ฉันมองภาพของธุรกิจนี้กว้างขึ้นไปอีกขั้น วิสัยทัศน์ของเอ๋เป็นเหมือนลูกศรที่พร้อมจะพุ่งไปข้างหน้า เพื่อไล่ตามความฝันของตนเอง และนำทางให้ทีมไปพร้อม ๆ กัน รอยยิ้มที่มีให้กับพนักงานและลูกค้าที่แวะเวียนไปมา ยังคงอบอุ่นและให้การต้อนรับเป็นอย่างดีอยู่เสมอ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

Writer

ตรีเนตร จตุพร

นักเขียนฝึกหัดที่ชื่นชอบงานศิลปะ ธรรมชาติ และบทกวี หลงใหลในความย้อนแย้งของโลกใบนี้ เช่น การกินไอศกรีมในหน้าหนาว

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load