‘อ้วยอัน’ เป็นภาษาจีนแปลว่า สะอาดและปลอดภัย

อ้วยอันโอสถ เป็นแบรนด์สมุนไพรที่อยากให้คนมีชีวิตที่ดี

จากร้านขายยาขนาด 2 คูหาที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยคุณปู่เสถียร สมบูรณ์เวชชการ หมอแมะจับชีพจรและจ่ายยาสมุนไพร มีชื่อเสียงเรื่องยาลูกกลอน เช่น ยาบรรเทาอาการริดสีดวงและยาแก้น้ำเหลืองเสีย ซึ่งยังมีขายอยู่ถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2529 คุณพ่อสิทธิชัย สมบูรณ์เวชชการ ซึ่งเป็นลูกชายคนที่สอง เข้ามารับช่วงต่อและขยายธุรกิจเปลี่ยนจากร้านขายยามาเป็นบริษัทอ้วยอันโอสถจำกัด โรงงานผู้ผลิตยาสมุนไพร หรือยาไทยที่มีชื่ออยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน พัฒนารูปแบบเป็นยาแคปซูล

ทายาทรุ่นสามอ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

นับจนถึงวันนี้ อ้วยอันโอสถ มีอายุ 72 ปี อยู่ภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นสาม ผู้พัฒนาและผลิตยาสมุนไพรใหม่ๆ ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคนี้ ไม่ใช่แค่ยาฟ้าทะลายโจรแก้หวัดหรือขมิ้นชันแก้ทองอืด แต่มียาที่ทำให้นอนหลับลึก ยาที่ช่วยแก้ปัญหาสายตา ยาที่คิดมาเพื่อให้นักวิ่งฟื้นตัวได้ดีขึ้น ยาสมุนไพรสำหรับเด็กที่ดี สะอาดและปลอดภัย เรื่อยมาถึงครีมบำรุงผิวจากขมิ้นนาโน

ต่อให้ไม่เคยรู้จักยาแคปซูลใดๆ ของอ้วยอันโอสถ คุณก็ต้องเคยกินหรือเห็นยาอมสมุนไพรแก้ไอ ตรามังกรทอง รสบ๊วยเค็ม รสมะนาว หรือรสเปลือกส้ม อย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง

ทายาทรุ่นสามอ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

The Cloud มีคอลัมน์ชื่อทายาทรุ่นสอง ที่พูดคุยกับทายาทธุรกิจครอบครัว ถึงการต่อยอดสร้างสรรค์ให้ธุรกิจยังคงดำรงอยู่และแข่งขันได้ในตลาด เพราะอยากเห็นธุรกิจสัญชาติไทยเติบโตยาวนาน 

บ่ายวันศุกร์ที่โรงงานย่านบางแค เรามีนัดกับทายาทรุ่นสามอ้วยอันโอสถ คุณชนรรค์ สมบูรณ์เวชชการ กรรมการผู้จัดการ และคุณทานุ สมบูรณ์เวชชการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด พูดคุยเรื่องการรักษาจุดแข็งเรื่องการผลิตสมุนไพรสูตรต่างๆ และการปรับตัวตามวิธีคิดที่ทำให้สมุนไพรเป็นได้มากกว่าสมุนไพร 

“งานของเราคือคิดเสมอว่าสิ่งที่ทำตอบโจทย์วิถีชีวิตอย่างไร จะปรับบริการและคิดค้นยาสูตรใหม่ๆ ที่ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นอย่างไร” ทั้งสองช่วยกันเล่าเสริม

ชนรรค์และทานุทำได้อย่างไร มาฟังพร้อมกัน

ทายาทรุ่นสามอ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

ธุรกิจ : อ้วยอันโอสถ (พ.ศ. 2490)

ประเภท : โรงงานผลิตยาสมุนไพร

เจ้าของและผู้ก่อตั้ง : ท่านเสถียร สมบูรณ์เวชชการ 

ทายาทรุ่นที่สอง : คุณสิทธิชัย สมบูรณ์เวชชการ

ทายาทรุ่นที่สาม : คุณนิชา คุณชนรรค์ และคุณทานุ สมบูรณ์เวชชการ

โจทย์คือ นำความรู้ที่มีเปลี่ยนสมุนไพรให้น่าใช้

อ้วยอันโอสถ เป็นแบรนด์ยาสมุนไพรอายุกว่า 72 ปี ที่เริ่มต้นจากการเป็นร้านขายยาเล็กๆ ที่ เชิงสะพานพุทธ โด่งดังเรื่องการรักษาด้วยวิธีแมะจับชีพจรและจ่ายยาลูกกลอนรักษาโรค 

“คุณพ่อเล่าว่า สมัยนั้นลูกทั้งแปดคนของอากงมีหน้าที่ช่วยกันปั้นและตากยาลูกกลอนกันจนเต็มลานบ้าน” ชนรรค์เป็นตัวแทนเล่าบรรยากาศธุรกิจครอบครัวเมื่อครั้งเริ่มต้น ต่อมาลูกๆ ทั้ง 8 คนต่างแยกย้ายไปทำธุรกิจที่สนใจ โดยบางส่วนเลือกเข้ามารับช่วงต่อหรือทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยาสมุนไพรและอาหารเสริมรวมกันเป็นบริษัทในเครือ หนึ่งในนั้นคือ คุณพ่อสิทธิชัย ซึ่งก่อตั้งบริษัทอ้วยอันโอสถ เมื่อ 33 ปีก่อน เพื่อผลิตยาสมุนไพรไทยในรูปแบบใหม่ๆ 

ภาพจำเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัวของชนรรค์และทานุในวันนั้น พวกเขามีหน้าที่ช่วยงานพับกล่องในช่วงปิดเทอม ก่อนแยกย้ายไปเรียนต่อและเติบโตในต่างประเทศ 

ชนรรค์เลือกเรียนด้านวิทยาศาสตร์การอาหารที่สหรัฐอเมริกาที่เดียวกับพี่สาว (นิชา สมบูรณ์เวชชการ) ซึ่งเลือกเรียนด้านการเงิน หลังเรียนจบปริญญาตรีและโทด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร ชนรรค์เข้าทำงานในบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพินา (FrieslandCampina) บริษัทผลิตโปรตีนระดับโลกจากเนเธอแลนด์ เจ้าของแบรนด์โฟร์โมสต์ทั่วโลก ระยะหนึ่งก่อนกลับมาช่วยงานที่บ้านเต็มตัว

ขณะที่ทานุเลือกเรียนด้านการตลาดที่มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจากจบไฮสคูลจากออสเตรเลีย จากนั้นเข้าทำงานในบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ ให้คำปรึกษาด้านการตลาดกับสถาบันการเงินและหน่วยงานระดับชาติเป็นเวลา 3 ปี

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

แม้สามพี่น้องทายาทรุ่นสามจะร่ำเรียนมาในทางธุรกิจและเติบโตต่างแดน แต่พวกเขาก็ใกล้ชิดกับสมุนไพรกว่าคิด 

“เราโตมากับสมุนไพรนะ ไม่สบายก็กินฟ้าทะลายโจร ท้องอืดก็กินขมิ้นชัน งานของเราคือนำความรู้จากสิ่งที่เรียนมาใช้พัฒนาให้ยาสมุนไพรมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้บริโภคอยากใช้ และแม้จะคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังต้องศึกษาหาองค์ความรู้เพิ่มเติม เพราะเราจะอยู่กับธุรกิจนี้อีกนาน ยิ่งเราเชี่ยวชาญมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งรักษาระดับความน่าเชื่อถือนี้” พี่ชายคนรองเล่า

วิธีขายงานพ่อแม่ นำเสนอข้อมูลให้ท่านเห็นเป็นภาพ

สถานการณ์ของอ้วยอันโอสถในช่วงปีแรกๆ ที่ชนรรค์กลับมาทำงานที่บ้าน เขาพบว่า หนึ่ง กระบวนการผลิตไม่ทันรับรองกับความต้องการ สอง อ้วยอันโอสถไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และสาม ถึงแม้ยอดขายจะอยู่ในระดับที่ดีแต่ไม่มีใครรู้จักแบรนด์

“เวลาใครถามว่าอ้วยอันคืออะไร เราจะต้องหยิบยาอมให้ดูเสมอ เขาถึงรู้ว่าอันนี้คืออ้วยอันโอสถ เรื่องการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นหน้าที่ของผม ส่วนพี่สาวคนโตดูแลเรื่องการสร้างแบรนด์” ชนรรค์เล่าที่มาของการแบ่งฝ่ายงานรับผิดชอบ

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

หลังจากคอยสังเกตการทำงานของพ่อมา 2 เดือน ชนรรค์เล่าว่าเขาเริ่มตีสนิทและเรียนรู้จากผู้จัดการโรงงานซึ่งเป็นมือขวาของพ่อ 

“หลักการสำคัญของการมาทำธุรกิจของที่บ้าน ได้แก่ หนึ่ง ต้องลืมว่าเรามีความรู้นี้อยู่ก่อนแล้วยอมที่จะเรียนรู้ใหม่ เพราะเรื่องที่เรียนมาบางเรื่องอาจจะใช้งานไม่ได้ สอง ลดความถือตัวเอง ต้องยอมรับว่าเขาอยู่กับเครื่องมาห้าถึงสิบปี ใช่ว่าอยู่ๆ จะไปสั่งให้เขาทำอะไร ต้องเรียนรู้ให้เท่าเขาหรือมากกว่า ก่อนหาอะไรใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีหรือเครื่องมือจากต่างประเทศ มาเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ต้องได้ใจพวกเขา ไม่ใช่ชี้นิ้วสั่ง” ชนรรค์เล่า

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

กับงานที่เกี่ยวข้องกับคนรุ่นเก่า ชนรรค์เล่าว่าวิธีพูดคุยกับพ่อแม่ หรือนำเสนอความคิดใหม่ๆ แก่ธุรกิจ สำคัญคือต้องทำให้พวกท่านมองเห็นภาพที่ตรงกับเรา

“เราต้องนำเสนอข้อมูลให้ท่านเห็นภาพ ว่าธุรกิจเรามีปัญหาอะไร สิ่งใหม่ที่นำเสนอดีกว่าสิ่งเดิมอย่างไร และจะช่วยอะไรได้บ้าง เช่น หากนำเครื่องใหม่มาช่วยแก้ปัญหาผลิตไม่ทันความต้องการ ซึ่งลดปัญหาคอขวดในบางขั้นตอน แต่ถ้าเป็นเรื่องผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งครอบครัวจะเห็นด้วยยากก็เพียงเรื่องการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา”

แบรนด์ยาสมุนไพรที่ช่วยให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ดีขึ้น

อ้วยอันโอสถเป็นแบรนด์ที่อยากช่วยให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ดีขึ้น

ผ่านยาสมุนไพรที่คิดมาอย่างเข้าอกเข้าใจและใส่ใจความรู้สึกของผู้บริโภคมากกว่าจะทำเพื่อให้แบรนด์มีชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

หลักการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ประกอบด้วย หนึ่ง สรรพคุณที่ได้ต้องใหม่ ไม่ซ้ำเดิม และสอง หากมีสรรพคุณเท่าเดิมก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานใหม่หรือเพิ่มความสะดวกสบาย ใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่มีเพิ่มกลุ่มลูกค้า

หากติดตามอ้วยอันโอสถช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา คุณจะเห็นภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปรวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่น่าใช้ไปทั้งหมด ยิ่งได้ฟังว่ามียาสมุนไพรรักษาอาการไอ น้ำมูกไหล แก้อาการหวัด ในราคาหลักสิบหลักร้อย ก็นึกโกรธคุณหมอที่จ่ายยาราคาแพงมาให้ไม่หาย

หัวใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของอ้วยอันโอสถ คือ ความเห็นอกเห็นใจ 

สมุนไพร ยารักษาเด็กด้วยวิถีธรรมชาติ

เมื่อรู้จากคุณพ่อว่าในอดีตคุณปู่ก็เคยรักษาเด็กด้วยสมุนไพร ทายาทรุ่นสามจึงเลือกพัฒนายาแก้ไอสำหรับเด็ก ชนรรค์รวบรวมข้อมูลว่าผู้ปกครองชอบและไม่ชอบอะไรในยาแผนปัจจุบันที่พวกเขาเลือกให้ลูก อยากได้อะไร คำนึงถึงเรื่องอะไร จนพบว่าพ่อแม่ให้ความสำคัญต่ออาการแพ้และผลข้างเคียง แล้วจึงค้นหาและพัฒนาสูตรที่ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และมีผลข้างเคียง 

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

เช่น ยาน้ำแก้ร้อนในเขากุย มีตัวยาหลักอย่าง เขากุย กั๊วลิง เต็งซิม เลี้ยงเคี้ยว กิกแก้ กิมงิ่งฮวย ซึ่งยาเหล่านี้มีฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนภายใน นอกจากนี้ยังมียาน้ำแก้ไอเด็ก รักษาทางเดินหายใจและภูมิแพ้

“ต่อให้ยามีประโยชน์แค่ไหน แต่ถ้ารสชาติไม่อร่อยเขาก็ไม่ต้องการ เราจึงพัฒนารสชาติพร้อมๆ กับสรรพคุณ” ชนรรค์เล่าพร้อมชวนให้ลองชิมรสชาติ

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

ยาสมุนไพรที่ช่วยให้วิ่งและฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ชนรรค์บอกว่าการรับช่วงต่อธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยความกล้าในการสร้างความแตกต่าง ความกล้าที่จะทำของฝ่ายผลิตและพัฒนา และความกล้าที่จะนำเสนอลูกค้าของฝ่ายการตลาด 

“เป็นเรื่องธรรมดา ใครก็ย่อมนึกกลัวว่าสิ่งที่ทำจะไปได้ดีในตลาดมั้ย หรือเราคิดว่าสิ่งนี้ดีอยู่คนเดียวหรือเปล่า” ชนรรค์เล่า

สิ่งที่ทายาทรุ่นสามทำ คือการเปลี่ยนภาพจำของสมุนไพรโบราณด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ทันสมัยขึ้น จับกลุ่มตลาดเฉพาะทางมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสมุนไพรวีโอทู (VO2) ยาสมุนไพรสำหรับนักวิ่ง มีสมุนไพรที่มีสรรพคุณดูแลกระดูกและกล้ามเนื้อทำให้ฟื้นตัวได้ดี กลับมาซ้อมได้เร็วขึ้น 

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

“ส่วนตัวพวกเราสองคนเป็นนักวิ่งอยู่แล้ว ตั้งใจหาข้อมูลและทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเป็นพิเศษ รู้สึกว่าหากช่วยเพิ่มความเร็วได้หนึ่งถึงสิบวินาที ก็มีความหมายมาก” ชนรรค์เล่าและแนะนำให้เรารู้จักสมุนไพรที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ ส่วนผสมของกระชายดำ ลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ งาดำสกัด เสริมสร้างกระดูกและข้อต่อ และดอกคำฝอย บำรุงเลือดไหลเวียนและนำออกซิเจนไปใช้

เพราะรู้ว่านักวิ่งกลุ่มเป้าหมาย มีร่างกายที่แข็งแรงดีไม่จำเป็นต้องไปร้านขายยา วิธีการประชาสัมพันธ์จึงไม่ใช่การจ้างพรีเซนเตอร์ แต่พวกเขาสร้างทีมวิ่งอ้วยอันขึ้นมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งประกอบด้วยคนหลากหลายเพศและวัย โดยไม่จำเป็นต้องสวยหล่อแต่มีความตั้งใจ และเชื่อในสมุนไพร ทั้งยังมีโค้ชทีมชาติมาฝึกสอนทีมทุกวันพฤหัสบดีเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพไปด้วยกัน จนทีมคว้าถ้วยรางวัลทุกรายการแข่งขัน วิธีการนี้สร้างต้นแบบแก่นักวิ่ง และยังช่วยให้สื่อสารภาพแบรนด์เรื่องสมุนไพรกับชีวิตที่ดีได้ชัดมากยิ่งขึ้น

เป็นมากกว่ายาสมุนไพร

แค่ได้รู้ว่าอ้วยอันโอสถมียาสมุนไพรที่รักษาโรคฮิตของคนเมืองอย่างเราก็น่าตื่นเต้นแล้ว ยาสมุนไพรที่ช่วยให้หลับลึก แก้กรดไหลย้อนและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ราวกับเจอทางเลือกที่แก้ความเจ็บป่วยที่มี

เริ่มจาก ยาคอส (Ya Cozz) ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรเจ้าเดียวในประเทศไทย ที่ช่วยให้นอนหลับลึก จากตำรับยาจีน ซวนเจ่าเหริน สมุนไพรรักษาอาการนอนไม่หลับนับร้อยนับพันปีมาแล้ว ช่วยผ่อนคลายเซลล์ประสาทที่เหนื่อยล้าให้รู้สึกสงบ และไป๋จื่อเหริน บำรุงการทำงานของหัวใจและรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติ

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้
ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

ตามด้วยสินค้าขายดีตลอดกาลของอ้วยอันโอสถอย่างขมิ้นชัน ที่ทายาทรุ่นสามนำมาต่อยอดเป็นขมิ้นชันพลัส แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้แผลในกระเพาะอาหาร จากโจทย์ที่อยากให้ผู้บริโภคลดการรับประทานขมิ้นชัน จาก 3 – 4 แคปซูลต่อวันให้เหลือเพียง 1 แคปซูลต่อวันโดยที่ประสิทธิภาพไม่ลดลง วิธีการคือ คิดค้นตัวเร่งที่ทำให้สารสำคัญในขมิ้นชันซึมซับในร่างกายเร็วขึ้น มากขึ้น โดยสรรพคุณที่มากกว่าขมิ้นชันทั่วไป ได้แก่ ช่วยบรรเทาเรื่องกรดไหลย้อนและแผลในกระเพาะอาหารได้มากกว่า แม้ในฉลากจะเขียนเหมือนกัน ลูกค้าก็เห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างจนเกิดเป็นกระแสปากต่อไป

ไม่เพียงชนรรค์และทานุจะนำความหลงใหลมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ที่มี พี่สาวคนโตของครอบครัวซึ่งสนใจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามและดูแลผิว ก็ลุกขึ้นมาพัฒนาขมิ้นไบรท์ (Kamin Bright) ครีมขมิ้นสมุนไพร ภายใต้ชื่อ Ouay Un Cosmetic เป็นครีมที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใส ด้วยเทคโนโลยีขมิ้นนาโนและโสมสกัด อีกผลิตภัณฑ์คือ ขมิ้นไบรท์ VIT C เซรั่มเพื่อการดูแลผิวที่เข้มข้น

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

ไม่มีคำว่าช้าไปสำหรับการสร้างแบรนด์

อ้วยอันโอสถเริ่มสร้างแบรนด์อย่างจริงจังในปี 2014 หรือเมื่ออายุครบ 67 ปีพอดี 

เริ่มด้วยแคมเปญโฆษณาผ่านโทรทัศน์ครั้งแรก ซึ่งที่ผ่านมาอ้วยอันโอสถไม่เคยทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อใดๆ มาก่อน จนกระทั่งปี 2017 ทานุก็เข้ามาเสริมทัพเรื่องการตลาดออนไลน์ ปรับแบรนด์ตามพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนไป เพิ่มช่องทางการจำหน่ายจนทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งคุณพ่อเปิดโอกาสและวางใจให้เหล่าทายาทรุ่นสามคิดทำสิ่งใหม่ๆ 

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้
ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

หากคุณปู่เป็นผู้บุกเบิก คุณพ่อเป็นผู้ขยายธุรกิจ

ในยุคของคุณ พวกคุณอยากให้คนจดจำอ้วยอันโอสถว่าอย่างไร เราถามชนรรค์และทานุ

“เราตื่นเต้นกับตัวเลขเจ็ดสิบสองปีของแบรนด์มากๆ เจ๋งมากที่อยู่มายาวนานขนาดนี้ ถ้าถามว่าอยากให้คนจดจำพวกเรายังไง ก็ขอให้จดจำว่า อ้วยอันโอสถในยุคของพวกเรามีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค” ทานุเป็นตัวแทนตอบ ก่อนชนรรค์จะทิ้งท้ายความรู้สึกที่มีต่อการรับช่วงต่อธุรกิจนี้ของครอบครัวว่า

“พวกเรารู้สึกดีและภูมิใจทุกครั้ง เมื่อได้ยินว่าลูกค้าที่ใช้ยาสมุนไพรของเรารู้สึกดีขึ้นจากการอาการป่วย แค่ได้รู้ว่ายาสมุนไพรที่เราตั้งใจทำเป็นประโยชน์ก็รู้สึกมีความหมาย การมารับช่วงต่อธุรกิจไม่เพียงต่อยอดให้กิจการมีรายได้เป็นตัวเงิน แต่เพิ่มโอกาสที่อยู่และทำงานร่วมกันระหว่างเราและคนสำคัญ เหล่านี้ต่างหากที่สร้างมูลค่าทางจิตใจ เราภูมิใจที่มาถึงจุดนี้ แล้วธุรกิจเรายังเติบโตไปได้เรื่อยๆ นี่เป็นหน้าที่ เป็นความกดดันของพวกเราทั้งสามที่จะทำให้สิ่งนี้ให้มีความสำเร็จมากกว่านี้ และยั่งยืนมากกว่านี้”

ทายาทรุ่นสาม อ้วยอันโอสถ ผู้ต่อยอดยาสมุนไพรสูตรใหม่ๆ จนคนอยากใช้

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธันวา ลุจินตานนท์

หุ้นส่วนร้านล้างฟิล์มที่ถูกทักเสมอว่าไม่เห็นอยู่ร้าน ชอบถ่ายรูปผู้คนเพราะสนุกเวลาได้ฟังหรือพูดคุยกับเค้า และชอบแดดฤดูหนาวเพราะความคมกับโทนของมันช่างสวยงามแต่คนรอบข้างไม่มีใครเข้าใจ

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ท่ามกลางความหลากหลายของสินค้าอุปโภคบริโภคในซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดไปจนถึงเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยแบรนด์น้อยใหญ่มากมาย

แบรนด์อะไรเอ่ยที่เป็นแบรนด์ของคนไทย เริ่มต้นจากสองมือและแรงบันดาลใจของชายคนหนึ่งที่อยากเห็นคนไทยใช้ของดี กินของดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

แบรนด์อะไรเอ่ยที่หลาย ๆ คนต้องเคยได้ลองใช้ หรือคงได้เห็นผ่านตากันมาบ้าง

แบรนด์อะไรเอ่ยที่ใช้ใจพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยนวัตกรรมที่โดนใจมากว่า 50 ปี

เอาล่ะ พอนึกออกกันบ้างไหมครับท่านผู้อ่าน

ทายาท ไอ.พี. วัน ธุรกิจ FMCG ที่เข้าใจลูกค้ามากกว่าลูกค้า เจ้าของ Hygiene, Vixol ถึง Ivy

ไฮยีน, วิกซอล, วิซ, แดนซ์, โฟกัส และไอวี่ เหล่านี้คือแบรนด์ที่ตอนแรกเราก็คิดไม่ถึง แต่รู้ตัวอีกที เราก็มีสินค้าของเขาอยู่ในบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และ 6 แบรนด์นี้มีอะไรที่เหมือนกัน คำตอบคือทั้งหมดมาจาก บริษัท ไอ.พี. วัน แล้วอะไรที่พาธุรกิจของครอบครัวหนึ่งเติบโตมาได้ไกลขนาดนี้

The Cloud มีนัดหมายพิเศษ กับ อู๋-ธิติ ธเนศวรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอ.พี. วัน จำกัด ทายาทรุ่นสองแห่งอาณาจักรหลายพันล้าน เจ้าของรางวัลแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อมากที่สุด (The Most Chosen Brand) จาก Kantar Brand Footprint Award 2022 Thailand ถึง 4 ปีซ้อน และเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์เดียวที่ผงาดเหนือคู่แข่งข้ามชาติ

เขาเริ่มสร้างอาณาจักรธุรกิจ ปั้น สานต่อ และพัฒนากันอย่างไร ขอพาทุกท่านมาร่วมค้นหาคำตอบเบื้องหลังความสำเร็จนี้ไปด้วยกัน

The Beginning

ย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว จุดเริ่มต้นของ บริษัท ไอ.พี. วัน ถือกำเนิดขึ้นจาก คุณพ่ออุทัย ธเนศวรกุล ซึ่งได้ไปศึกษาด้านเคมีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทว่าเส้นทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ระหว่างนั้นครอบครัวที่เมืองไทยของเขาเกิดวิกฤตด้านการเงิน จึงเรียกตัวคุณอุทัยกลับบ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวนักเรียนนอกอย่างเขาคือ “เมืองนอกมีสินค้าคุณภาพดีให้ใช้ แล้วทำไมเมืองไทยถึงไม่มีสินค้าคุณภาพดี ๆ ให้คนไทยได้ใช้เหมือนที่นั่นบ้าง”

เมื่อต้องกลับประเทศไทย เขาตัดสินใจเริ่มจากการทำสิ่งที่ถนัดที่สุดอย่างการผสมสูตรน้ำยาล้างห้องน้ำโดยใช้ความรู้ทางด้านเคมีที่ร่ำเรียนมา ก่อตั้งบริษัทเล็ก ๆ โดยมีพนักงานเพียง 2 – 3 คน

“จริง ๆ แล้วห้องน้ำคือส่วนหนึ่งในชีวิตเราเหมือนกันนะ พอห้องน้ำไม่สะอาด ด้วยความสกปรก ความชื้น คราบที่ขัดไม่ออกต่าง ๆ เลยกลายเป็นห้องที่เราไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยมากที่สุด

“คุณพ่อก็เลยทำผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำออกมาเป็นตัวแรกก่อน เพื่อตอบโจทย์ Pain Point ของผู้บริโภคที่มีอยู่ ณ เวลานั้น”

วิธีผสมผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำ ณ เวลานั้นคือ เอาส่วนผสมสารเคมีทั้งหมดไปอยู่ในถังใบหนึ่ง จุดไฟข้างล่าง แล้วก็เอาไม้กวนเองที่หลังบ้านของคุณอุทัย

หลังจากนั้น เขาใช้วิธีขายตรงโดยเดินไปเคาะประตูตามบ้าน เพราะร้านค้ายังไม่ยอมรับ จึงทดลองล้างห้องน้ำให้ลูกค้าดูเลยว่า น้ำยาล้างห้องน้ำยี่ห้อวิกซอล มีประสิทธิภาพในการทำงานอย่างไร

“คุณพ่อเล่าให้ฟังว่า ไปเคาะบ้าน 10 หลัง มีบ้านที่ยอมให้เข้าไปล้างห้องน้ำให้ดูเพียงหลังเดียว ต้องแบกอุปกรณ์และน้ำยาทุกอย่างกว่า 5 กิโลขึ้นรถเมล์ไปเองคนเดียว ขายของ ทดลองสินค้าให้ผู้บริโภคดู และทำความเข้าใจกับพวกเขา เพื่อนำข้อมูลกลับมาปรับสูตรให้ตรงกับความต้องการ”

สิ่งที่ทำให้ลูกค้ายอมเปิดใจให้คนแปลกหน้าคนหนึ่งเข้าไปล้างห้องน้ำถึงในบ้าน คือความไม่ยอมแพ้ และความเชื่อที่ว่า ถ้าหากทดลองสินค้าดี ๆ ที่ตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้เห็น ก็จะทำให้ลูกค้าได้ของที่ดีที่สุด มีความสุขที่สุด และกลับมาซื้อซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ลูกค้ากลับไม่ได้ปลื้มใจกับน้ำยาสูตรแรก เนื่องจากห้องน้ำในสมัยก่อนอากาศถ่ายเทได้ไม่ดีนัก และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ล้างห้องน้ำบ่อย ๆ คราบที่เกิดขึ้นจึงเป็นคราบฝังแน่น คุณอุทัยจึงปรับสูตรใหม่หลายครั้ง จนได้สูตรที่มีกรดไฮโดรคลอริกซึ่งมีประสิทธิภาพมาก ๆ และถือเป็นสูตรแรกของเมืองไทย ก่อนจะกลับไปขายที่บ้านหลังเดิมอีกครั้ง คราวนี้ได้ผลดีแบบที่เห็นคราบฝังแน่นลอยขึ้นมา จนผู้บริโภคยอมรับและบอกต่อในที่สุด

จุดพลิกผันที่ทำให้คุณอุทัยยังตื่นเต้นจนทุกวันนี้ คือ วิกซอล แจ้งเกิดอย่างจริงจัง หลังจากมียี่ปั๊วรายหนึ่งรับสินค้าไปขายเป็นครั้งแรก เพราะคุณภาพและความความตั้งใจที่อยากทำสินค้าที่ดีออกไปสู่มือผู้บริโภค เมื่อได้คู่ค้ารายนี้ช่วยกระจายสินค้า จึงทำให้ร้านค้าอื่น ๆ เริ่มยอมรับตามมา

สำหรับปรัชญาการทำธุรกิจของรุ่นก่อตั้งที่ยังส่งต่อมาถึงทายาทรุ่นปัจจุบันนั้นไม่มีอะไรซับซ้อน

“ทำของดี ๆ อย่าทำของห่วย ๆ ให้คนอื่นเขาใช้ และถ้าเราเองยังไม่สบายใจที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองก็อย่าทำ”

อู๋-ธิติ ธเนศวรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอ.พี. วัน จำกัด ธุรกิจ FMCG ที่เข้าใจลูกค้ามากกว่าลูกค้า เจ้าของ Hygiene, Vixol ถึง Ivy
อู๋-ธิติ ธเนศวรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอ.พี. วัน จำกัด ธุรกิจ FMCG ที่เข้าใจลูกค้ามากกว่าลูกค้า เจ้าของ Hygiene, Vixol ถึง Ivy

International Product 

หลังจากตั้งตัวได้ด้วยผลิตภัณฑ์วิกซอล โจทย์ต่อไปคือจะโตอย่างไรให้มั่นคงสมชื่อ IP ที่ย่อมาจากคำว่า ‘International Product’ หรือสินค้าที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ ต่อมาจึงปรับภาพลักษณ์องค์กร และสร้างความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ ‘มุ่งมั่น สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่ออนาคตการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น’ หรือ Innovate Passionately For The Future Of Better Living และจัดตั้งกลุ่มบริษัท ไอ.พี. วัน หรือ I.P. ONE ในปัจจุบัน

จากผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำวิกซอลในวันนั้น จึงค่อย ๆ แตกกิ่งก้านสาขาออกมาเป็นแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ

วิซ เกิดขึ้นจากความพยายามลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลพื้นผิวต่าง ๆ ออกมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และรับจ้างผลิตให้บริษัท PCS และบริษัท Anglo Thai เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ B2B ก่อนจะปรับมาจำหน่ายแบบ B2C ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ ไอ.พี. วัน

“แม้ว่าธุรกิจ B2B เหล่านี้จะเป็นธุรกิจเสริมที่ทำอยู่ในระยะหนึ่งเท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้คุณพ่อตั้งตัวขึ้นมาได้

“หลังจากนั้น คุณพ่อก็เริ่มหันมามองว่าผู้บริโภคทุกคนต้องใส่เสื้อผ้า แต่เสื้อผ้าในเวลานั้นยับบ้าง ไม่มีกลิ่นหอมบ้าง เขาจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าภายใต้แบรนด์ ไฮยีน ขึ้นมา โดยมีผลิตภัณฑ์ตัวแรกคือน้ำยารีดผ้า ก่อนจะค่อย ๆ ขยายจนเป็นแบรนด์เดียวภายในเมืองไทยที่มีผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าครบวงจร ในทุก ๆ ขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนซัก ไปจนถึงหลังซัก”

ในกระบวนการทำความสะอาดผ้า การรีดผ้านับว่าเป็นอุปสรรคมากที่สุด เพราะใช้เวลานานและร้อนมาก การพัฒนาน้ำยารีดผ้าช่วยร่นระยะเวลาในการรีด และช่วยให้ครอบครัวมีเวลาด้วยกันมากขึ้น

พอเริ่มเข้าใจในผู้บริโภคกลุ่มแม่บ้านแล้ว เขาจึงเริ่มขยายเป้าหมายไปที่กลุ่มวัยรุ่น ออกมาเป็นโรลออนระงับกลิ่นกายภายใต้แบรนด์โฟกัส สำหรับผู้ชาย และ แดนซ์ สำหรับผู้หญิง โดยหวังว่าจะพัฒนาคุณภาพชีวิตและความสุขให้กลุ่มเป้าหมายนี้ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แบรนด์ที่พัฒนาขึ้นมาทั้งหมดล้วนเป็นกลุ่ม Non-Food ทั้งสิ้น โจทย์ต่อไปจึงเป็นความตั้งใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Food & Beverage จนเกิดเป็นแบรนด์ไอวี่

น้ำผลไม้ที่มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยมักเป็นน้ำผลไม้กระป๋องที่มีส่วนผสมเป็นน้ำผลไม้จริง ๆ ค่อนข้างน้อย ไอวี่จึงกลายมาเป็นน้ำผลไม้ 100 เปอร์เซ็นต์ แบรนด์เดียวที่เน้นผลไม้ตะวันตก ทั้งกีวี พีช แพร์ ฝรั่ง แบล็กเคอแรนต์ ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากผู้บริโภค

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ สิ่งที่เหมือนกันของทุกแบรนด์ ก็คือการเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา พร้อมนำเสนออะไรใหม่ ๆ ให้คนไทยได้มีโอกาสทดลองดื่มหรือใช้

หลักการในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของคุณอุทัยคือ หนึ่ง คุณภาพต้องไม่ด้อยกว่าผู้นำตลาด สอง ถ้าจะทำสินค้าอะไรก็แล้วแต่ อย่าทำสินค้าที่มีอยู่แล้ว แต่ใช้นวัตกรรมสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง และต้องเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้บริโภค

เมื่อ 2 หลักการนี้มารวมกัน จึงเกิดเป็นคำว่า Insightful Innovation ที่สืบทอดมาถึงทายาทรุ่นถัดไป 

The Next Gen

“คุณพ่อน่าจะวางแผนไว้แล้ว ผมได้มีโอกาสไปเรียนที่สหรัฐอเมริกาเหมือนกับเขา ตอนพี่สาวไปคุณพ่อไปส่งถึงที่เลย ดูแลหาที่อยู่ให้ แต่ไม่รู้เพราะผมเป็นคนสุดท้องและเป็นผู้ชายหรือเปล่า เขาให้ไปเอง หาบ้านเอง ติดต่อมหาวิทยาลัยเอง หาทางขึ้นรถเมล์ไปเรียนเองโดยไม่ซื้อรถให้ เหมือนเป็นการวางแผนให้ผมต้องดิ้นรนแบบที่คุณพ่อเคยเจอมาก่อน” คุณอู๋พูดพลางหัวเราะ

หลังเรียนจบสาขาการตลาดและโลจิสติกส์ คุณพ่อก็เรียกตัวให้กลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้านในทันที 

เบื้องหลังความสำเร็จ 50 ปีของ ไอ.พี. วัน อาณาจักรพันล้านจากมือของคนไทย เจ้าของ Hygiene, Vixol, Whiz, Dance, Focus และ Ivy

หน้าที่แรกที่ได้รับมอบหมายคือ นั่งหน้าห้องคุณพ่อและเข้าไปฟังประชุมเพื่อเรียนรู้งานอยู่ระยะเวลาหนึ่ง

“ทำไปจนถึงจุดหนึ่งเลยบอกคุณพ่อว่า อยู่ในบริษัทอย่างเดียวมันเรียนรู้ช้า ไม่ค่อยได้รู้ว่าจริง ๆ ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็เลยขอไปตามทีมอีเวนต์ออกงาน ตั้งบูทขายของตามมหาวิทยาลัยและโรงงานต่าง ๆ”

แม้จะต้องจัดบูทตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 4 ก่อนเริ่มขายของตอน 9 โมงเช้า แต่นั่นทำให้เขาได้พบสิ่งที่มีค่าที่สุดอย่างหนึ่ง คือ การได้คุยกับลูกค้าจริง ๆ เพื่อทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค

จากตรงนั้น คุณอู๋จึงเสนอให้สร้างทีมโลจิสติกส์เพื่อดูแลส่วน Supply Chain ขึ้นมา ซึ่งประหยัดต้นทุนในปีแรกให้กับบริษัทไปกว่า 30 ล้านบาท ทำให้นำงบประมาณส่วนนี้ไปทำการตลาดและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างยอดขายให้บริษัทเพิ่มเติมไปได้อีก

ทายาทรุ่นสองตั้งใจรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ใช้ Innovation และ Insight จากการเข้าใจผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้สินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

“เรารักษาสิ่งที่ดีที่คุณพ่อสร้างไว้ และในขณะเดียวกันก็ต่อยอดให้องค์กร Dynamic และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการกระจายสินค้าให้เข้าถึงมือผู้บริโภคทุกกลุ่ม”

Innovate Passionately

“เรามีการปรับภาพลักษณ์องค์กร โดยนำ DNA ความเป็น I.P. นับตั้งแต่วันแรกที่คุณพ่อได้ก่อตั้งบริษัทด้วยความรัก ไม่ยอมแพ้ มุ่งมั่น ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่อเนื่องมาตลอด 50 ปี เริ่มต้นที่อยากให้คนไทยมีห้องน้ำที่สะอาด ด้วย Purpose ที่ชัดเจน คือ การพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดีขึ้น จึงถูกถ่ายทอดออกมาเป็น Brand DNA ของบริษัท I.P. คือ Innovate Passionately ตอกย้ำด้วย Purpose ของเรา คือ For The Future Of Better Living รวมกันจึงมาเป็น Innovate Passionately For The Future Of Better Living มุ่งมั่น สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่ออนาคตการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น”

สำหรับคุณอู๋แล้ว แกนหลักของนวัตกรรมเริ่มจากความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งและแท้จริง

“เราต้องศึกษาไลฟ์สไตล์ของเขา ทำความรู้จักเขาให้ดีกว่าที่ตัวเขารู้จักตัวเขาเองด้วยซ้ำ ต้องถึงจุดนี้ก่อนถึงจะเรียกได้ว่ามีอินไซต์อย่างแท้จริง แล้วค่อยนำอินไซต์นี้มาพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่มั่นใจว่า ถ้าออกผลิตภัณฑ์ เขาจะสนใจ กล้าที่จะทดลอง และจะต้องชอบแน่ ๆ

อย่างในกรณีของวิกซอล หนึ่งในตัวอย่างของการนำเอา Insight มาต่อยอดพัฒนาเป็นนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคตั้งแต่ยุคบุกเบิกบริษัท คือการคิดค้นน้ำยาล้างห้องน้ำสูตรกรดไฮโดรคลอริกเป็นสูตรแรกของเมืองไทย เพื่อขจัดคราบและกลิ่นเหม็นที่ฝังลึกในห้องน้ำสมัยก่อน

“เราเป็นเจ้าแรก ๆ เช่นเดียวกันที่ทำผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำมีกลิ่นหอม วิกซอล พิ้งค์ ที่ไม่ใช่แค่ขจัดคราบ แต่มีกลิ่นหอมด้วย” นี่คืออีกตัวอย่างของนวัตกรรมที่นำออกมาสู่ตลาดเป็นเจ้าแรกอย่างไม่มีใครคาดคิด

กรณีของไฮยีน ขณะที่แบรนด์อื่น ๆ ส่วนใหญ่ในตลาดชูจุดขายในการเน้นกลิ่นหอมที่ยาวนาน แต่เมื่อ ไอ.พี. วัน ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างจริงจังแล้ว พบว่าผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงแค่กลิ่นหอม จึงตัดสินใจที่จะนำเสนอ Experiential Segment คือการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายแทน อาทิ ‘ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นพิเศษ ไฮยีน ดิลีเชียส ซีรีส์’ 2 กลิ่นใหม่ เรียกได้ว่าฉีกกฎผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มที่มีขายอยู่ในตลาด ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นกลิ่นหอมหวาน สดชื่นจากขนมหวาน ที่ผสานนวัตกรรมกลิ่นหอมจากขนมฝรั่งเศสกับความสดชื่นของดอกไม้ มี 2 กลิ่น คือ กลิ่นซัมเมอร์มาการอง และ สปริงคัพเค้ก นี่คือเหตุผลที่ทำให้ไฮยีนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค จนได้รางวัลแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อมากที่สุด (The Most Chosen Brand) จาก ‘Kantar Brand Footprint Award 2022 Thailand’ ถึง 4 ปีซ้อน

สำหรับแบรนด์ไอวี่เอง ได้มีการสร้างนวัตกรรมด้วยการออกรสชาติใหม่ที่ยังไม่มีใครนำเสนอในตลาดนมเปรี้ยว เช่น พีช กีวี และทับทิม กำลังจะมีรสชาติขนม คือ กลิ่นมิกซ์เบอร์รี่ ชีสเค้ก และกลิ่นเครปเค้กส้ม ซึ่งก็ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนเช่นกัน

ตัวอย่างต่าง ๆ ของการสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้นำตลาดโดยกล้าทำสิ่งที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน ทำให้แบรนด์ในบริษัทสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคมาโดยตลอด

Grow with Care

แม้จะเติบโตจนมีรายได้หลายพันล้าน แต่สิ่งที่ทายาทคนนี้ให้เครดิตตลอดการสัมภาษณ์คือ พนักงาน ซึ่งบางคนอยู่กับบริษัทมากว่า 30 ปีแล้ว

“เราเรียกเขาว่าพนักงานก็จริง แต่ในบริษัทไม่เคยแบ่งแยก คุณพ่อสอนตลอดว่าเราถือ ถือ 2 หน้าที่ หนึ่งคือผู้บริหาร สองคือเพื่อนที่ร่วมงานด้วยกัน เขาเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเวลาคุณย่าเลี้ยงพนักงาน คุณย่าจะแบ่งให้พนักงานกินก่อน ส่วนที่เหลือค่อยให้ครอบครัว ให้ลูกกิน

“พ่อปลูกฝังตั้งแต่ตรงนั้นเลยว่า เรามีวันนี้เพราะใคร ใครบ้างที่มีบุญคุณกับเรา ใครที่เป็นคนช่วยขับเคลื่อนเรา”

การทำงานของไอ.พี. วัน เป็นมืออาชีพ ขณะเดียวกันก็ไม่มีระยะห่างระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน เพราะผู้บริหารทุกคนต้องเข้าถึงได้ เป็นมิตร และเท่าเทียมกับพนักงานทุกคน

“นอกจากนี้ เรายังมีเวทีให้พนักงานได้กล้าแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ อยู่เสมอ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการพยายามสร้าง Culture การคิดนอกกรอบ ผ่านการสร้างโปรเจกต์ใหม่ ๆ เพื่อให้พนักงานแต่ละแผนกมีส่วนร่วมในการคิดไอเดีย นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กร” 

คุณอู๋สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานรู้สึกว่าเสียงของเขามีความหมาย ทำให้เขากล้าแสดงความคิดเห็น นำเสนอสิ่งที่แตกต่างจากเดิมหรือที่ยังไม่มีใครคิด และกล้าที่จะพูดออกมา

ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ทำให้ธุรกิจเติบโตได้กว่า 2 หลักในทุก ๆ ปี โดยเติบโตจากรายได้ 4 พันล้านสู่ 7 พันล้านได้ภายในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

นักธุรกิจหลายท่านอ่านถึงตรงนี้อาจสงสัย ด้วยหลักรายได้ขนาดนี้ ผู้บริหารต้องกำลังวางแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นแน่ แต่มุมมองของคุณอู๋และครอบครัวนั้นแตกต่าง

“แน่นอนว่าเราต้องมีกำไรเพื่อนำเงินกลับมาประยุกต์ กลับมาขยายกิจการต่อ แต่นั่นไม่ใช่คีย์หลักของเราในการประกอบธุรกิจ

“เราไม่ได้อยากไปอยู่ในสถานะเหมือนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์อื่น ๆ ที่บางแห่งต้องพยายามสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนเป็นหลัก เสน่ห์ของเราคือการทำเพื่อคนจริง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจริง ๆ ซึ่งการบริหารแบบธุรกิจครอบครัวยังตอบโจทย์อยู่”

The Future

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไอ.พี. วัน อาจมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยเป็นหลัก แต่นั่นยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเป้าหมายในมือทายาทคนนี้

“เราต้องการสร้างชื่อเสียงให้กลับมาสู่ประเทศไทย จริง ๆ ประเทศไทยมีชื่อเสียงในการผลิตสินค้าที่ดีและมีคุณภาพอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในอนาคต เราต้องการจะขยายออกไปที่ตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เพียงแค่ในบ้านเรา”

ตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้คุณอู๋สร้างแรงใจในการฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ได้มีอยู่ 2 อย่าง

หนึ่ง คือการตั้งเป้าหมายย่อย ๆ หรือ Small Win, Win Often เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับตัวเอง

สอง คือการเป็นนักเรียนรู้ที่เปิดกว้าง เข้าใจตลาด เข้าใจผู้บริโภค และเทรนด์ต่าง ๆ อยู่เสมอ

ตลอดเวลาเกือบ 50 ปี ไอ.พี. วัน ยึดมั่นในการพัฒนาและผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ด้วยวัตถุดิบที่ดี นวัตกรรมที่ดี พร้อมสินค้าที่ครอบคลุม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าคนไทย

และทุกวันนี้ สินค้าของ ไอ.พี. วัน ก็ได้รับการยอมรับจากหลากหลายประเทศ มีการส่งออกมากกว่า 11 ประเทศ มีสาขาอยู่ที่ต่างประเทศด้วย ในเวียดนามและเมียนมา และยังมีการขยายอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าวันหนึ่งจะไม่ใช่แค่คนไทยที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดี ๆ ของพวกเขา แต่เป็นคนในทุก ๆ ประเทศทั่วโลก

และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวความตั้งใจที่ ไอ.พี. วัน มุ่งมั่นส่งมอบผ่านมือทายาทรุ่นนี้และรุ่นถัด ๆ ไปด้วยใจอย่างไม่หยุดยั้ง

Writer

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load