14 กุมภาพันธ์ 2562
4 K

“เธอสบายดีมั้ย ฉันสบายดี”

คอหนังญี่ปุ่นคงจำประโยคสำคัญจากหนังญี่ปุ่นสุดโรแมนติก หวานปนเศร้า ของผู้กำกับชุนจิ อิวาอิ (Shunji Iwai) เรื่องว่า Love Letter ได้เป็นอย่างดี หนังเรื่องนี้ใช้ความสวยงามของเมืองโอตารุ (Otaru) ในฤดูหนาวเป็นฉากหลัง ถ่ายทอดเรื่องราวความรักในอดีตที่โหยหา อบอุ่น ละมุนละไมได้อย่างลงตัว ทำให้หลายคนอยากมาสัมผัส ‘โอตารุ’ ด้วยตาตนเอง

หลังจากรอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเล ในที่สุดฉันก็ได้มาเยือนเมืองที่อบอวลด้วยเกล็ดหิมะที่โปรยปรายตลอดช่วงฤดูหนาว โอตารุเป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากซัปโปโร (Sapporo) เมืองหลวงของฮอกไกโด (Hokkaido) เกาะที่อยู่ตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น เพียง 30 – 40 นาที หากเดินทางด้วยรถไฟ JR ที่ขึ้นชื่อเรื่องความตรงต่อเวลา

รถไฟพาฉันลัดเลาะริมแนวเขาติดทะเล มองไปเห็นบ้านเรือนและต้นไม้ปกคลุมด้วยหิมะขาวราวกับสีนมสดฮอกไกโดอันเลื่องชื่อ เมืองแห่งหิมะที่มีความโรแมนติกและความเหงาโดดเดี่ยว ปนเปซ้อนทับกันอยู่ อาจจะเป็นเพราะฉันเดินทางมาจากเมืองร้อน จึงหลงใหลฤดูหนาวเป็นพิเศษ

โอตารุ, Love Letter โอตารุ, Love Letter

ที่มาของเมืองโอตารุ ซึ่งค้นได้อย่างรวดเร็วจากวิกิพีเดียบอกไว้ว่า โอตารุเป็นเมืองถิ่นฐานของชนเผ่าไอนุ ชนเผ่าพื้นเมืองของเกาะฮอกไกโด และยังมีความหมายว่าเมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่านลงสู่ทะเล โอตารุจึงเป็นหนึ่งในเมืองท่าสำคัญของเกาะฮอกไกโดที่เปิดรับชาวต่างชาติตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายทั้งบนที่ราบและไหล่เขาสวยงามราวกับภาพวาด สีสันก็กลมกลืนกันไป ดูคลาสสิกและหม่นเศร้าเมื่อยามหิมะตกในหน้าหนาว แต่ไม่รู้ทำไมฉันกลับชอบความรู้สึกแบบนั้น ความโดดเดี่ยว โหยหาอดีต เป็นสิ่งที่นักเดินทางอย่างฉันแสวงหา

ฉันมาถึงโอตารุในวันที่หิมะตกหนัก ถึงแม้จะไม่ได้ตามรอยหนัง Love Letter ทุกย่างก้าว แต่เสน่ห์ของโอตารุก็ทำให้นักเดินทางตัวเล็กๆ ตกหลุมรักเมืองนี้ได้ไม่ยาก ว่ากันตั้งแต่อาคารบ้านเรือน ตึกเก่าแก่ ที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานตั้งแต่ก่อร่างสร้างเมือง มีกลิ่นอายความคลาสสิค มีความเป็นญี่ปุ่นผสมผสานกับความเป็นตะวันตกได้อย่างลงตัว

โอตารุ, Love Letter โอตารุ, Love Letter โอตารุ, Love Letter

ฉันพยายามเดินฝ่าความหนาวตั้งแต่ลงรถไฟเรื่อยไปจนถึงคลองโอตารุ สัญลักษณ์สำคัญของเมืองที่ผู้มาเยือนต่างไม่พลาด อีกทั้งบางคนยังล่องเรือในคลองเที่ยวชมเมือง คลองสายนี้ยังแสดงถึงการเป็นสัญลักษณ์ของเมืองท่าที่สำคัญ มีการค้าขายกับชาติตะวันตก การคมนาคมที่พัฒนาทั้งการล่องเรือ และทางรถไฟที่เชื่อมต่อโอตารุกับซัปโปโรเป็นแห่งแรก ทำให้เศรษฐกิจของเมืองเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โอตารุ, Love Letter โอตารุ, Love Letter

อาหารการกินของที่นี้ก็สดใหม่ตามสไตล์ญี่ปุ่น มีทั้งของคาวที่เป็นอาหารทะเลสด ขนมต่างๆ รวมถึงไอศครีมซอฟต์ครีมที่แทบจะละลายในปาก มีทั้งมุมของความเงียบให้ได้สัมผัส โดยเฉพาะเช้าวันจันทร์ที่สถานที่สำคัญยังไม่เปิดให้บริการ ฉันเหมือนนักเดินทางจากแดนไกลที่ร่อนเร่มาสัมผัสความหนาวเพียงลำพัง บางช่วงของถนนเหมือนฉันเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตจากดาวอื่น ที่เดินทางมาเยือนดินแดนแห่งเทพนิยาย ขณะเดียวกันมุมของความคึกคักสนุกสนานสดใสที่ปรากฏในย่านการค้า มีถนนคนเดินที่ขายของน่ารักหลายอย่าง ถนนสายนี้มีชื่อเรียกว่า ซาคาอิมาจิโดริ ที่ขายของหลายอย่าง

โอตารุ, Love Letter

โอตารุ, Love Letter

สินค้าขึ้นชื่อของโอตารุคือเครื่องแก้วที่มีขายหลากหลายร้าน ทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ สดใสน่ารัก รวมถึงกล่องดนตรีที่หาได้จากพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Orgel Emporium) เมื่อซึมซับบทเพลงหลากหลายแนว ทุกย่างก้าวที่โอตารุเหมือนพาเราย้อนกลับไปอดีต ไม่แปลกหรอกที่คนหลงรักอดีต ตึกเก่าแก่ และเสียงดนตรีคลาสสิก อย่างฉันจะท่องไปในเมืองนี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

โอตารุ, Love Letter โอตารุ, Love Letter โอตารุ, Love Letter

ฉันฝ่าลมหนาวขึ้นรถบัส ตั้งใจจะไปพิพิธภัณฑ์ของเมืองโอตารุ แต่ปรากฏว่าหิมะตกหนัก ติดอยู่บนรถ หลงทาง สุดท้ายต้องนั่งรถย้อนกลับมาที่เดิม คนขับรถใจดี ไม่คิดค่ารถ วันนั้นทั้งวันได้แต่นั่งมองหิมะ เก็บภาพเกล็ดหิมะที่ตกโปรยปราย และเดินฝ่าสายลมหนาว ต่อรถไฟกลับโรงแรม แค่เพียงความหนาวที่ได้สัมผัสมันก็เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่คนเมืองร้อนหาไม่ได้จากบ้านเกิด

โอตารุ, Love Letter

ยิ่งฤดูหนาว ความเย็นของหิมะ และเกล็ดหิมะที่โปรยปรายไปทั่วทำให้เมืองนี้มีมนตร์เสน่ห์อยู่เหนือกาลเวลา หวานปนเศร้าคงจะใช้ได้ดีกับการเดินทางในหน้าหนาว ยังมีอีกหลายจุดที่ฉันยังไม่ได้เดินทางไป และหวังว่าจะได้กลับมาเยือนที่นี้อีกครั้ง

ภาพของมิโฮ นากายาม่า (Miho Nakayama) นางเอกในหนังเรื่อง Love Letter ที่ตะโกนก้องถามคนรักที่จากไป รอบตัวเธอโอบล้อมไปหิมะที่ตกบนภูเขายังอยู่ในความทรงจำของฉัน จะว่าไปการออกเดินทางอาจจะเป็นอีกหนทางหนึ่งของการรักษาความเจ็บปวดบางอย่าง มันอาจจะช่วยเยียวยาบาดแผลทางร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กัน

ระหว่างการเดินทางที่ยาวนานในชีวิต เราอาจจะแค่ต้องการใครสักคน อาจจะเป็นครอบครัว คนรัก เพื่อน ถามเราด้วยคำถามง่ายๆ ว่า

“เธอสบายดีมั้ย”

ฉันคงตอบเหมือนกันว่า

“ฉันสบายดี และดีใจที่ (ครั้งหนึ่ง) เราพบกันนะ”

โอตารุ, Love Letter

แนะนำสักเล็กน้อย

ก่อนเดินทางไปโอตารุ (Otaru) หาข้อมูลได้จากหลากหลายเว็บไซต์ ที่สถานีรถไฟ JR โอตารุมีแผ่นพับแนะนำข้อมูลอย่างง่าย สวยงามน่าอ่าน หนึ่งในนั้นมีภาษาไทยด้วย การเดินทางไปด้วยตนเองไม่ยากอย่างที่คิด ไม่ว่าจะไปที่ไหน ขอให้เดินทางด้วยความสบายใจ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ศุภมณฑา สุภานันท์

เติบโตมากับหนังสือ รักการอ่านและงานศิลปะ ใฝ่ฝันจะเดินทางรอบโลก เคยมีประสบการณ์ทำงานข่าวสายศิลปวัฒนธรรม ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

24 มิถุนายน 2560
2 K

Croatia เป็นประเทศขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศแถบ Eastern Europe ที่สวยที่สุด เนื่องจากเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในแถบ Adriatic Sea ภูมิประเทศและภูมิอากาศในช่วงฤดูร้อนจึงเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวเมืองและธรรมชาติ

เหตุเกิดขึ้นเมื่อเราร่วมลงแข่งงานวิ่ง 100 Miles of Istria ระยะ 42 กิโลเมตรของ Ultra-Trail World Tour การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะเคยใฝ่ฝันไว้ว่าอยากจะมาประเทศแถบนี้ อยากมาชิมบรรยากาศของทะเลเอเดรียติกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

Adriatic Sea Croatia

เมืองที่มีงาน 100 Miles of Istria นี้ไม่ได้เป็นเมืองหลวง เลยทำให้การวางแผนในการเดินทางนี้ค่อนข้างจะยากลำบาก เพราะต้องต่อบินหลายต่อจาก Bangkok-London-Venice แล้วยังต้องนั่งรถจากเวนิซข้ามมา Slovenia (สโลวีเนีย) แล้วจึงถึงจุดหมายปลายทางที่อิสเตรีย ประเทศโครเอเชีย รวมแล้วทั้งหมดใช้เวลาการเดินทางเกือบ 40 ชั่วโมงเลยทีเดียว

อิสเตรียเป็นแคว้นเล็กๆ ที่ประกอบไปด้วยเมืองเล็กๆ อย่าง Umag, Rovinj, Motovun, Lovran ซึ่งแต่ละเมืองมีประชากรอยู่เพียงหมื่นกว่าคน และแน่นอน ชาวเอเชียเป็นความแปลกตาสำหรับคนพื้นเมือง เราพักอยู่ที่เมืองอูมัก ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของการแข่งขันครั้งนี้ อูมักเป็นเมืองที่ติดทะเล ร้านอาหารส่วนใหญ่จะเป็นแบบโฮมเมด มีทั้งพาสต้า สเต๊ก และอาหารทะเล อาหารที่นี่รสชาติต่างจากอาหารอิตาเลียน โดยจะปรุงอาหารแบบธรรมชาติ เน้นวัตถุดิบดี และอาหารรสไม่จัด นอกจากอูมักแล้ว เราขับรถไปเที่ยวเมืองโรวินจ์ที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งมีท่าเรือตกปลาของโครเอเชีย สถาปัตยกรรมแบบ Venetian และย่านเมืองเก่าใจกลางเมือง นับเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ และถูกจัดให้เป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดในเอเดรียติกอีกด้วย

Croatia Croatia Croatia

ชื่องาน 100 Miles 0f Istria จริงๆ แล้วมาจากระยะ 100 ไมล์ซึ่งเป็นระยะสูงสุด และเป็นเส้นทางวิ่งรอบแคว้นอิสเตรียเลย อีเวนต์นี้เป็นงานวิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ ดังนั้น การจัดการแข่งขันต้องบริหารจัดการหลายส่วน ซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่นและมืออาชีพ ทุกคำถามมีคำตอบ มีข้อมูลให้อ่านครบถ้วน ทั้งการอธิบายเส้นทางวิ่ง คำแนะนำในการเดินทาง หรือการจองที่พัก แบบนี้สิที่เขาเรียกว่าระดับโลก

มาถึงเราบ้าง การเตรียมตัวก่อนวิ่งของเราเป็นไปอย่างเรียบง่าย เพราะระยะของเราไม่เยอะมาก แต่ก็แอบหวั่นใจว่าจะจบหรือไม่ เพราะไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศและภูมิอากาศ ระยะของเราคือ 42 km ปล่อยตัวที่เมืองโมโตวุน ซึ่งต้องนั่งรถออกไปจากอูมักอีก 45 นาที และต้องวิ่งจากจุดปล่อยตัว ผ่านอีก 3 เมือง 3 เขา และกลับมาจบที่อูมัก หลายคนอาจจะคิดว่าวิ่งต่างประเทศอากาศจะต้องเย็นสบาย แต่เรื่องจริงนั้นตรงกันข้าม ถึงอากาศจะเย็น แต่แดดแผดเผาไม่แพ้ประเทศไทยเลย

เวลาปล่อยตัวเริ่มใกล้เข้ามา ใจก็ตุบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมแข่ง Ultra-Trail World Tour เราตื่นเต้นมากๆ ยืดเส้นรอเวลา พอเสียงแตรดังขึ้นก็ออก start! เพื่อไม่ให้ขายหน้าคนเอเชีย (เราเป็นเอเชียคนเดียวใน race นี้) เลยใส่ไปเต็มที่ พยายามวิ่งให้อยู่ในอันดับกลางๆ (ที่จริงอยากอยู่แนวหน้า แต่ไม่สามารถจริงๆ) ท่องในใจว่า pride of Asia อย่าทำให้ขายหน้าชาวโลก แค่ได้วิ่งแซงฝรั่ง เราก็ดีใจแล้ว

Ultra Trail World Tour

Ultra Trail World Tour Ultra Trail World Tour

ด้วยความที่ต้องขึ้นวิ่งเขา บวกกับใส่ไปเต็มในช่วงแรก ทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่กลัวหนาว กลับกลายเป็นว่าต้องถอดแขนยาวออก เก็บผ้า buff แล้วเหลือแต่แขนสั้น ก็ค่อยวิ่งได้สบายขึ้น และไหม้ไปตามระเบียบ เป็นการแข่งขันวิ่งที่ท้าทายและสนุกมาก ทางสวย ได้ผ่านทั้งเมืองยุโรปเก่าและทางวิ่ง มีชาวบ้านเชียร์ตลอดมุมเมือง และมีบรรยากาศที่เป็นมิตร อาหารที่มีให้นักวิ่งในงานเป็นพาร์มาแฮม ชีส และช็อกโกแลต อุดมสมบูรณ์ไปตลอดระยะทาง

วิ่งไปได้จนเหลือเพียง 10 กิโลเมตรสุดท้าย เวลา 2 ทุ่ม พระอาทิตย์ก็เริ่มตก อากาศพลิกอย่างมหันต์ จากที่ร้อนมากๆ กลายเป็นเย็นจัด เสื้อแขนยาวที่แบกมาตลอดสามสิบกว่าโลเลยได้มาเป็นประโยชน์อีกครั้ง จาก 10 โล เป็น 5 โล จาก 5 โล เป็น 500 เมตร ซึ่งเป็น 500 เมตรที่รู้สึกว่ามันไกลกว่า 42 โลทั้งหมดที่วิ่งมา ร่างกายเริ่มอ่อนล้า ท้องเริ่มร้อง ขาเริ่มก้าวไม่ออก จะเดินก็ไม่ได้เพราะตะคริวจะกิน และจะยิ่งทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าเดิม สิ่งที่ทำได้ ณ เวลานั้นคือท่อง (อีกแล้ว) ว่า ให้มันจบๆ ไป อย่าหยุด ไปต่อ จนเห็นเส้นชัยแรงก็มาจากไหนไม่รู้ ขาหายล้า วิ่งเข้าเส้นชัยด้วยแรงพาร์มาแฮมทั้งหมดที่เหลือ จบเสียที 42 โลของเรา น้ำตาแทบไหลตอนที่ได้รับเหรียญ ดีใจ ได้กินข้าวแล้ว 

42 กิโลเมตรนี้เราใช้เวลาไปทั้งหมด 8 ชั่วโมงกว่าๆ ต้องขอบคุณผู้จัดที่ใจดีให้เวลากับนักวิ่งเหลือเฟือ ทำให้วิ่งจบได้อย่างสวยงาม นับว่าเป็นการแข่งวิ่งที่ต้องทุ่มเทเตรียมตัวพอสมควร การเดินทางค่อนข้างยากและใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและหาที่ไหนไม่ได้อีก การวิ่งระยะยาวสำหรับเราไม่ใช่เพื่อแข่งขันกับคนอื่น แต่คือการแข่งกับตัวเอง เอาชนะใจตัวเอง อย่างที่มีคนเคยเขียนไว้ว่า “The real purpose of running is not to win the race but to test the limit of the human’s heart.”

Ultra Trail World Tour

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่ / บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue/โรงเรียนนานาชาติ’

ถ้าผลงานของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ญดา เลิศวิเศษปัญญา

amateur runner และ brand manager แบรนด์เสื้อผ้า activewear

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load