ไปเที่ยวกันไหม

นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้เอ่ยประโยคนี้ให้กัน ปีที่ผ่านมาการเดินทางไกลแทบหยุดชะงัก แค่เดินไปหน้าปากซอยก็กังวลเรื่อง COVID-19 แล้ว เศรษฐกิจซบเซาไปพักใหญ่ แต่เมื่อเริ่มมีการฉีดวัคซีนในวงกว้าง เราเริ่มเห็นความหวังที่การเดินทางจะกลับฟื้นคืนมาในเร็ววัน เลยอยากชวนคุณจดลิสต์ที่น่าเที่ยวล่วงหน้า เตรียมกระเป๋า ฉีดวัคซีนให้เรียบร้อย และออกเดินทางอีกครั้ง

แต่เราไม่อยากให้เป็นแค่การเที่ยวธรรมดา เพราะการออกเดินทางครั้งนี้ของคุณสามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เพียงดีต่อชีวิตคุณ แต่ยังเป็นมิตรต่อคนรอบข้าง สร้างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนไปพร้อมกันด้วย

หรือที่เราเรียกว่าการท่องเที่ยว ‘วิถีอินทรีย์’

ลายแทง 8 ไร่ ฟาร์ม สวน ชุมชนวิถีอินทรีย์ เที่ยวทั่วไทยแบบเรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ
ภาพ : COOLLiving Farmhouse
ลายแทง 8 ไร่ ฟาร์ม สวน ชุมชนวิถีอินทรีย์ เที่ยวทั่วไทยแบบเรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ
ภาพ : สหายน่าน

การท่องเที่ยวตามแนวคิดนี้จะพาคุณไปสัมผัสบรรยากาศไร่ แปลงผัก ฟาร์ม หมู่บ้าน ชุมชน พื้นที่ป่า ที่ได้รับการดูแลโดยกลุ่มบุคคลที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเชื่อเรื่องการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติด้วยความเคารพ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีความห่วงใยต่อสรรพสิ่งร่วมกันทั้งหมด 

นอกจากผู้คนเป็นมิตรราวเพื่อนบ้านที่รู้จักมานานแล้ว สิ่งดีงามอื่นๆ ที่คุณจะได้พบเจอคือ

1. สถานที่เหล่านี้พัฒนาแหล่งอาหารของตัวเอง ปลูกพืชพันธุ์สมุนไพรผลไม้ออร์แกนิกหลากหลาย เปิดให้คุณเดินไปเก็บเกี่ยวมาทำเป็นอาหารอย่างสดใหม่ตามฤดูกาล รู้แหล่งที่มา มั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย เพราะคนปลูกอยู่ตรงหน้าเลย มีระบบการจัดการที่ทำให้ใช้สอยทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เกิดขยะน้อยที่สุด ถ้าที่ไหนมีที่พักหรือฟาร์มสเตย์ด้วย อาคารบ้านเรือนก็มักออกแบบให้เรียบง่ายด้วยวัสดุที่เป็นมิตร อยู่สบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติ 

2. หลายแห่งเปิดเวิร์กช็อป จัดกิจกรรมให้เราได้ศึกษากระบวนการนอกห้องเรียน เพื่อส่งต่อทักษะความรู้ให้สามารถกลับไปทำเองต่อที่บ้าน เช่นปลูกผัก หมักปุ๋ย ทำผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ทอผ้า ดำนา เกิดการลงมือทำจริง ได้ขยับเขยื้อนร่างกาย เป็นแนวทางในการลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น และพึ่งพาตัวเองได้อย่างไม่ลำบากมากขึ้น 

ลายแทง 8 ไร่ ฟาร์ม สวน ชุมชนวิถีอินทรีย์ เที่ยวทั่วไทยแบบเรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ
ภาพ : แทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม
ลายแทง 8 ไร่ ฟาร์ม สวน ชุมชนวิถีอินทรีย์ เที่ยวทั่วไทยแบบเรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ
ภาพ : ทอแสง คอตตอน วิลเลจ

3. เป็นโอกาสเปลี่ยนวิถีชีวิตและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ จากเดิมเคยอยู่ในเมืองวุ่นวาย ได้เปลี่ยนบรรยากาศมาอยู่ท่ามกลางต้นไม้ ข้างลำธาร กลางหุบเขา เดินเล่นได้อย่างเพลิดเพลิน เมื่อผู้ดูแลไม่ได้ใช้สารเคมีเพื่อเร่งผลผลิตหรือกระบวนการให้สบาย สิ่งแวดล้อมเหล่านี้จึงมีความเป็นธรรมชาติดั้งเดิม ไม่ปนเปื้อนพิษ อาหารหรือผลผลิตที่ทานก็ยังคงสัมผัสอันละเอียดลออจากธรรมชาติ เหมาะแก่การพาคนที่คุณรัก ครอบครัว มาใช้เวลาร่วมกัน

4. การใช้จ่ายของคุณจะสนับสนุนผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจด้วยความคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญา ให้พวกเขาได้ฟื้นฟูตัวเองจากผลกระทบของ COVID-19 และอยู่รอดต่อไปเพื่อดูแลโลกใบนี้ ส่งเสริมระบบการเกษตรและอาหารออร์แกนิกให้ยั่งยืนให้เข้มแข็งขึ้น เป็นการท่องเที่ยวที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ตอบโจทย์แค่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย

สถานที่แบบนี้มีกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ในบทความนี้ เราขอแนะนำ 8 หมุดหมายการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ที่เราคัดสรรมา อยากให้คุณรู้จัก ไปสัมผัส เรียนรู้ และทำความเข้าใจสักครั้งหนึ่ง 

ลองเลือกดูว่าชอบแบบไหน แล้วนิยามการท่องเที่ยวของคุณอาจเปลี่ยนไปไม่เหมือนเคยอีกเลย

01

ไร่รื่นรมย์​

ศูนย์เรียนรู้และฟาร์มสเตย์ที่สอนการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ จ.เชียงราย

พิกัด : ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย (แผนที่)

เว็บไซต์ : ไร่รื่นรมย์

Facebook : ไร่รื่นรมย์

โทรศัพท์ : 09 5134 8821 หรือ LINE ID: @rairuenrom

ไร่รื่นรมย์​, ศูนย์เรียนรู้และฟาร์มสเตย์ที่สอนการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ จ.เชียงราย
ไร่รื่นรมย์​, ศูนย์เรียนรู้และฟาร์มสเตย์ที่สอนการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ จ.เชียงราย
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

กิน อยู่ รู้ นอนแบบรื่นรมย์และกลมเกลียวกับธรรมชาติได้ที่ไร่รื่นรมย์ จังหวัดเชียงราย ที่ไม่ได้มีเพียงไร่เกษตรอินทรีย์เท่านั้น แต่เป็นศูนย์เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้คนได้ลงมือ สัมผัสประสบการณ์การอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมงานคราฟต์ เช่น DIY น้ำผึ้งป่า ทำผ้ามัดย้อม ปั้นดินเผา และจัดคอร์สที่ปูพื้นให้คนที่อยากกลับไปทำเกษตรอินทรีย์ที่บ้านเกิด ส่งเสริมผู้คนและสนับสนุนให้เกิดการส่งต่อวิถีดีๆ ต่อไปในภูมิภาคต่างๆ โดยคนรุ่นใหม่ที่เลือกผันตัวเป็นเกษตรกรเพื่อช่วยเหลือผู้คน

ภายในมีร้านอาหารออร์แกนิกจากวัตถุดิบท้องถิ่น จำหน่ายข้าวอินทรีย์ ผักสดและผลไม้ จิงจูฉ่าย ดอกไม้อบแห้ง และบริการที่พักฟาร์มสเตย์ ทั้งแบบเต็นท์และบ้านพลังงานสะอาด เปิดให้มาทั้งพักผ่อนและศึกษาวิถีชีวิตแบบที่คุณอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อนได้พร้อมๆ กันอย่างร่มรื่นหัวใจ

ไร่รื่นรมย์​, ศูนย์เรียนรู้และฟาร์มสเตย์ที่สอนการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ จ.เชียงราย
ภาพ : ไร่รื่นรมย์
02

แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม

ฟาร์มไก่และสารพัดสัตว์ที่มีพื้นที่ให้เดินเล่น จ.กาญจนบุรี

พิกัด : ตำบลบางระกำ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี (แผนที่)

Facebook : แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม

โทรศัพท์ : 08 7166 9177 หรือ LINE ID: @tankhunorganicfarm

แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม, ฟาร์มไก่และสารพัดสัตว์ที่มีพื้นที่ให้เดินเล่น จ.กาญจนบุรี
แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม, ฟาร์มไก่และสารพัดสัตว์ที่มีพื้นที่ให้เดินเล่น จ.กาญจนบุรี

กระต๊าก กระต๊าก กระต๊าก

เยี่ยมชมฝูงไก่ไข่และไก่เนื้ออารมณ์ดีที่ขันร้องและวิ่งเล่นบนพื้นที่ปล่อย มีโอกาสเดินเล่นออกกำลังกายไม่อุดอู้ที่แทนคุณออร์แกนิกฟาร์ม จังหวัดกาญจนบุรี ที่ตั้งใจเลี้ยงไก่อย่างพิถีพิถันและช่วยเกื้อกูลเครือข่ายเกษตรกร โดยไก่เหล่านี้ทานอาหารคุณภาพจากแกลบ รำ ปลายข้าว ที่เหลือจากกระบวนการสีข้าวของเกษตรกร เปลือกปูกุ้งจากปลาออร์แกนิก ไม่ใส่ยาปฏิชีวนะและไม่เกิดขยะเหลือให้ปนเปื้อนตลอดกระบวนการ พิสูจน์คุณภาพได้จากไข่ไก่และเนื้อไก่ที่สารอาหารครบถ้วนและเนื้อแน่น ต่างจากไก่ทั่วไปที่เลี้ยงดูแบบอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน

แทนคุณออร์แกนิกฟาร์มจัดกิจกรรมฟาร์มทริป 1 วัน เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวในฤดูฝนและหนาว (ช่วงสิงหาคมถึงกุมภาพันธ์) ในวันเสาร์และอาทิตย์ นอกจากได้เลี้ยงและให้อาหารน้องไก่แล้ว ยังมีควาย หมู วัว แกะ และนาข้าวให้เยี่ยมชม ทานอาหารจากวัตถุดิบสดใหม่ในฟาร์ม สืบแหล่งที่มาได้อย่างสบายใจ พร้อมเก็บเกี่ยวความรู้ด้านระบบปศุสัตว์และการทำนาข้าวอินทรีย์เผื่อไว้ใช้ในอนาคตได้อีกด้วย

หากอยากสนับสนุนเกษตรกรที่คิดดี ปฏิบัติดี ห่วงใยผู้บริโภคและทรัพยากรของโลกใบนี้ เราขอชวนคุณจดแทนคุณออร์แกนิกฟาร์มให้เป็นหนึ่งในรายการอุดหนุน รับรองไม่ผิดหวังในคุณภาพ

แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม, ฟาร์มไก่และสารพัดสัตว์ที่มีพื้นที่ให้เดินเล่น จ.กาญจนบุรี
ภาพ: แทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม
03

พสุธารา

สวนเลมอนจากผืนดินและน้ำเทือกเขาตะนาวศรี จ.ราชบุรี

พิกัด : ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี (แผนที่)

เว็บไซต์ : พสุธารา

Facebook : Pasutara พสุธารา

โทรศัพท์ : 09 2254 4199 หรือ LINE ID: @pasutara

พสุธารา, สวนเลมอนจากผืนดินและน้ำเทือกเขาตะนาวศรี จ.ราชบุรี

สำรวจ สัมผัส และค้นพบรสชาติของเลมอน เคล สมุนไพรและพืชผักออร์แกนิกที่ดูแลด้วยผืนดินและน้ำแถบเทือกเขาตะนาวศรีที่อุดมด้วยความหลากหลายทางชีวภาพได้ที่พสุธารา จังหวัดราชบุรี ต้อนรับให้คุณมาใช้ชีวิตท่ามกลางแปลงเกษตรอินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อตัวคุณและสิ่งแวดล้อม ใกล้แม่น้ำ เทือกเขา โอบล้อมด้วยอากาศบริสุทธิ์

ภายในพสุธารามีร้านอาหารและคาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหาร เครื่องดื่ม ขนมจากวัตถุดิบท้องถิ่น (เราตื่นตากับวุ้นผลไม้หลากรสที่เสิร์ฟลงจานแล้วดูน่ารักสุดๆ) ทั้งหมดตั้งใจไม่ใส่สารปรุงแต่งใด เพื่อคงรสสัมผัสที่ละเมียดละไมแท้จากธรรมชาติไว้ให้คุณดื่มด่ำ เป็นเอกลักษณ์ที่หาจากที่อื่นไม่ได้ มีเซ็ตปิกนิกให้คุณหยิบเสื่อลายสก็อตและปิ่นโตไปนั่งสูดอากาศกลางสวนเลมอน รวมถึงเปิดฟาร์มช็อปให้เลือกสรรสินค้าแปรรูป หลายอย่างเนรมิตจากเลมอนลูกโตที่ปลูกและดูแลอย่างพิถีพิถันเอง การันตีเรื่องความปลอดภัย ใครอยากหัดทำบ้าง ก็มีเปิดเวิร์กช็อปสอนทำทั้งแชมพู สบู่ ลิปสติก ลิมอนเชลโล (เครื่องดื่มจากเลมอน) ปลูกผัก ให้กลับไปทำที่บ้านต่อได้เอง

พสุธารา, สวนเลมอนจากผืนดินและน้ำเทือกเขาตะนาวศรี จ.ราชบุรี
ภาพ : พสุธารา

พสุธาราจะเริ่มเปิดไร่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้วในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ใครสนใจซึมซับรสชาติแท้ๆ ของผืนดินและผืนน้ำ เตรียมตัวกันไว้ให้พร้อม 

พสุธารา, สวนเลมอนจากผืนดินและน้ำเทือกเขาตะนาวศรี จ.ราชบุรี
ภาพ : ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย
04

สหายน่าน เพอร์มาคัลเจอร์

ฟาร์มสเตย์กลางป่าที่สอนการใช้ชีวิตด้วยตัวเองร่วมกับธรรมชาติ จ.น่าน

พิกัด : ทุ่งช้าง น่าน (แผนที่)

Facebook : Sahainan Permaculture Organic Farm

สหายน่าน เพอร์มาคัลเจอร์, ฟาร์มสเตย์กลางป่าที่สอนการใช้ชีวิตด้วยตัวเองร่วมกับธรรมชาติ จ.น่าน

ชีวิตในป่าอาจพาเราไปเจอความสงบสุขอีกแบบ หากเราเรียนรู้ที่จะออกแบบให้จัดการอยู่ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน
สหายน่าน เพอร์มาคัลเจอร์ คือตัวอย่างที่ดีของพื้นที่แบบนั้น ดูแลโดยชาวแม่ฮ่องสอนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อ 6 ปีก่อนพร้อมครอบครัว ดำรงชีวิตด้วยความเข้าใจในธรรมชาติ ปลูกพืชพันธุ์สมุนไพรตามแนวคิดเพอร์มาคัลเจอร์ให้เกื้อกูลกัน ไม่ใส่สารที่เป็นพิษภัยต่อผู้คน มีน้ำใสสะอาดจากลำธารหล่อเลี้ยง อากาศบริสุทธิ์ ดูแลตัวเองได้อย่างไม่เดือดร้อน

สหายน่าน เพอร์มาคัลเจอร์, ฟาร์มสเตย์กลางป่าที่สอนการใช้ชีวิตด้วยตัวเองร่วมกับธรรมชาติ จ.น่าน
สหายน่าน เพอร์มาคัลเจอร์, ฟาร์มสเตย์กลางป่าที่สอนการใช้ชีวิตด้วยตัวเองร่วมกับธรรมชาติ จ.น่าน
ภาพ : สหายน่าน

สหายน่านเปิดต้อนรับผู้คนให้เข้ามาพักฟาร์มสเตย์ในกระท่อมไม้ไผ่และทำกิจกรรมอาสาตามความสนใจ มีตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว หมักปุ๋ย ทำอาหารโฮมเมด สร้างอาคารจากวัสดุในพื้นที่ ออกแบบพื้นที่การเกษตร มีเรียนเป็นหลักสูตรจริงจัง หรือจะอยู่ไปเรื่อยๆ คอยช่วยเหลืองานก็ตามสะดวก เพราะอยากให้ผู้คนได้ซึมซับแนวคิดนี้ที่เป็นมิตรต่อสรรพสิ่ง

ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ COVID-19 นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยร่วมกันเยอะมาก เพราะอยากเรียนรู้วิถีชีวิตการอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างเป็นสุขเช่นนี้ หากใครกำลังแสวงหาอยู่เหมือนกัน มาร่วมเป็นสหายกันได้ที่สหายน่าน

05

ไร่ปลูกรัก

ไร่ออร์แกนิก 20 ปีที่เหมาะแก่การไปทั้งครอบครัว จ.ราชบุรี

พิกัด : ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี (แผนที่)

Facebook : ไร่ปลูกรัก

LINE ID : @organiclove

ไร่ปลูกรัก, ไร่ออร์แกนิก 20 ปีที่เหมาะแก่การไปทั้งครอบครัว จ.ราชบุรี
ไร่ปลูกรัก, ไร่ออร์แกนิก 20 ปีที่เหมาะแก่การไปทั้งครอบครัว จ.ราชบุรี

ไร่ปลูกรักคือไร่เกษตรอินทรีย์ขนาด 60 ไร่ที่ดำเนินการมานานกว่า 20 ปี ผ่านการพิสูจน์คุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากล จำหน่ายสินค้าทั้งในไทย (หนึ่งในนั้นคือร้านอโณทัย ร้านอาหารมังสวิรัติย่านพระรามเก้าของครอบครัว) และส่งออกต่างประเทศ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวจริงผู้บุกเบิกของวงการที่น่าไปเรียนรู้ ที่นี่เปิดต้อนรับผู้คนให้เยี่ยมชมและเข้าร่วม ‘Organic Happy Day’ เพื่อซึมซับวิถีชีวิตการอยู่ร่วมกับธรรมชาติในหนึ่งวัน

กิจกรรมภายในเปิดโอกาสให้เราคลุกคลีอยู่กับธรรมชาติ ทั้ง ‘จับดูรู้ปล่อยแมลง’ ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ออร์แกนิก ให้อาหาร เก็บไข่ของน้องเป็ดกากี้ พายเรือ ดำนา เกี่ยวข้าว ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เวิร์กช็อปทำไอศกรีม กวนกระยาสารทสูตรโบราณ และอีกสารพัดอย่างให้คุณได้เลือกสรร เหมาะแก่การชวนครอบครัวและเด็กๆ มาสัมผัสประสบการณ์ชีวิต วิ่งเล่นและเรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน

นอกจากนี้ ยังมีฟาร์มคาเฟ่ในแปลงดอกกุหลาบออร์แกนิก เติมพลังอีกหนึ่งมื้อด้วยอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพดีสดใหม่จากไร่ที่เต็มไปด้วยความรัก

ไร่ปลูกรัก, ไร่ออร์แกนิก 20 ปีที่เหมาะแก่การไปทั้งครอบครัว จ.ราชบุรี
ภาพ : ไร่ปลูกรัก
06

Patom

ดินแดนออร์แกนิกครบวงจร จ.นครปฐม

พิกัด : ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม (แผนที่)

เว็บไซต์ : Patom

Facebook : Patom

โทรศัพท์ : 0 2084 8649 หรือ LINE ID: @patom

Patom, ดินแดนออร์แกนิกครบวงจร จ.นครปฐม

ศึกษาการปรับเปลี่ยนต่อยอดธุรกิจโรงแรมชื่อดังอย่างสวนสามพรานให้กลายเป็นดินแดนที่อุดมด้วยพืชผักออร์แกนิก ตลาดที่รวมตัวเกษตรกรหัวใจเดียวกัน พื้นที่ทำกิจกรรมและเรียนรู้วิถีออร์แกนิกสุดสร้างสรรค์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ร้านอาหาร คาเฟ่ที่นำเสนอความเป็นไทย แบรนด์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นที่รัก ทั้งหมดนี้ที่ Patom Organic Village ดูแลโดยทายาทรุ่นสามผู้เข้ามาพัฒนากิจการของครอบครัวให้หลากหลาย ออกแบบให้เกิดการสร้างขยะน้อยที่สุด

เดือนกรกฎาคมนี้ Patom Organic Village เปิดต้อนรับคุณมาทำกิจกรรมย้อมผ้าและกระเป๋าภาพพิมพ์ ประดิษฐ์สบู่และสครับข้าว น้ำมันนวด ยาสีฟันสมุนไพร ให้เก็บกลับไปใช้ที่บ้าน ใครตามหาประสบการณ์การท่องเที่ยวธรรมชาติเต็มรูปแบบและได้ลงไม้ลงมือทำเพื่อเรียนรู้ ขอชวนแวะที่ปฐม ที่เดียวครบครัน
ส่วนใครอยู่กรุงเทพฯ ไปพักพิงกายใจในบรรยากาศความร่มรื่นได้ที่ Patom Organic Living ย่านทองหล่อ ก็สบายใจไม่แพ้กัน

Patom, ดินแดนออร์แกนิกครบวงจร จ.นครปฐม
Patom, ดินแดนออร์แกนิกครบวงจร จ.นครปฐม
ภาพ : Patom
07

COOLLiving Farmhouse

ฟาร์มสเตย์ติดทุ่งนาที่ออกแบบพื้นที่โดยนึกถึงธรรมชาติ จ.นครราชสีมา

พิกัด : ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา (แผนที่)

Facebook : Coolliving Farmhouse

โทรศัพท์ : 09 6963 5655 หรือ LINE ID: @coolliving

COOLLiving Farmhouse, ฟาร์มสเตย์ติดทุ่งนาที่ออกแบบพื้นที่โดยนึกถึงธรรมชาติ จ.นครราชสีมา
COOLLiving Farmhouse, ฟาร์มสเตย์ติดทุ่งนาที่ออกแบบพื้นที่โดยนึกถึงธรรมชาติ จ.นครราชสีมา

ชวนเก็บกระเป๋า หลบหนีความเร่งรีบไปสูดอากาศย่านวังน้ำเขียว พักกายลงที่ COOLLiving Farmhouse ฟาร์มสเตย์ติดทุ่งนาที่ผ่านการออกแบบจัดสรรพื้นที่โดยสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญอย่าง อาจารย์จุลพร นันทพานิช นำวัสดุพื้นถิ่นมาออกแบบห้องและอาคาร ภายในล้วนเลือกสรรข้าวของเครื่องใช้ที่ปลอดภัยจากสารเคมีแรงๆ เป็นมิตรต่อสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเตียง หมอนเปลือกโซบะ ผ้าห่ม ผลิตภัณฑ์ประทินผิว มีบ่อน้ำธรรมชาติอยู่หน้าห้อง อยู่แบบวิถีชีวิตเรียบง่ายคูลๆ ไม่มี Wi-Fi ให้ต้องวุ่นวายใจ ลมพัดพาเย็นสบายเกือบตลอดปี

พื้นที่โดยรอบมีการปลูกไม้ยืนต้นพื้นถิ่น ออกดอกบานสะพรั่งสลับกันไปในแต่ละฤดู มีเล้าไก่ แปลงผักออร์แกนิกเขียวขจี สวนสมุนไพร โรงเพาะ ให้เดินเยี่ยมชม คัด ตัดเก็บนำมาทานสดๆ กลายเป็นอาหารที่ประเภทและปริมาณขึ้นอยู่กับฤดูกาล ปรุงแบบธรรมชาติ ไม่พึ่งไมโครเวฟ ไม่ใส่ผงชูรส

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและวัตถุดิบในพื้นที่ให้เลือกสรร มาที่เดียวได้ครบทุกมิติอย่างสงบกายใจเลย ใครตามหาชีวิตที่ได้มีเวลาหายใจช้าๆ สบายๆ สนับสนุนผู้ประกอบการที่คิดคำนึงถึงสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี เราขอแนะนำฟาร์มเฮาส์แห่งนี้เลย

COOLLiving Farmhouse, ฟาร์มสเตย์ติดทุ่งนาที่ออกแบบพื้นที่โดยนึกถึงธรรมชาติ จ.นครราชสีมา
ภาพ : COOLLiving Farmhouse
08

ทอแสง คอตตอน วิลเลจ

ชุมชนฝ้ายและผ้าทอมือที่อนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่ จ.อุบลราชธานี

พิกัด : โขงเจียม อุบลราชธานี (แผนที่)

Facebook : Tohsang Cotton Village

โทรศัพท์ : 09 5825 8696 (กิจกรรม Walk Rally) 

ทอแสง คอตตอน วิลเลจ, ชุมชนฝ้ายและผ้าทอมือที่อนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่ จ.อุบลราชธานี
ทอแสง คอตตอน วิลเลจ, ชุมชนฝ้ายและผ้าทอมือที่อนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่ จ.อุบลราชธานี

การท่องเที่ยวของคุณสามารถช่วยรักษาภูมิปัญญาให้คงอยู่ได้ หนึ่งในสถานที่อนุญาตให้คุณทำเช่นนั้นคือทอแสง คอตตอน วิลเลจ ชุมชนและแหล่งเรียนรู้ผ้าฝ้ายทอมือในโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ก่อตั้งโดยกลุ่มคนที่ต้องการอนุรักษ์การปลูกฝ้ายและทอผ้า ให้ภูมิปัญญานี้มีคุณค่าและส่งต่อถึงคนรุ่นหลัง ชักชวนคนที่ถนัดแต่ละด้านในชุมชนมาร่วมมือกันเพื่อสร้างรายได้ด้วยงานฝีมือสุดประณีต ปลูกและเก็บเกี่ยววัตถุดิบด้วยวิถีธรรมชาติที่ต้องอิงฟ้าฝนอากาศ ยากลำบากกว่าปกติบ้าง แต่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม

ใครอยากรู้จักโลกของฝ้ายและวิธีการทอมือให้กลายเป็นผ้างดงามใส่สบาย ทอแสงมีจัดกิจกรรมวอล์กแรลลี่ เดินในไร่ฝ้ายริมโขง ลงมือ เรียนรู้ทุกขั้นตอนในระยะเวลาอันสั้นและทำภารกิจอย่างสนุกสนานกับผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ ระหว่างทางมีคาเฟ่และร้านของที่ระลึกให้แวะเวียนด้วย ใครไปแล้วฝึกปรือฝีมือการทอต่อจนเชี่ยวชาญ อย่าลืมมาบอกกันนะ

ทอแสง คอตตอน วิลเลจ, ชุมชนฝ้ายและผ้าทอมือที่อนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่ จ.อุบลราชธานี
ภาพ : ทอแสง คอตตอน วิลเลจ

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

ช่วงที่หลายคน Work from Home หรือ Study from Home กันมากขึ้น บ้านกลายเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ที่พักกายใจ และที่ทำงานในคราวเดียว เมื่อเริ่มมีเวลาอยู่ติดบ้าน หลายคนจึงหันมาทำบ้านให้เป็นบ้านมากกว่าที่เคย สังเกตได้ง่ายมาก เพราะบรรดาเฟอร์นิเจอร์น่ารัก สีสันต้องตา เริ่มขายดีเป็นเทน้ำเทท่า 

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า กว่าจะมาเป็นสินค้าแต่งบ้านน่าใช้เรียงรายตามร้านค้า เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้รวมไปถึงวัสดุก่อสร้างบ้าน-อาคารทั้งหลาย ต้องผ่านกระบวนการหลอม เผา ขัดเกลาสารพัดขั้น ผลาญพลังงานธรรมชาติและสร้างขยะกองมหึมาจนน่าตกใจ อีกทั้งกว่าจะได้เหล่าปูน หิน ดิน ทราย ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ก็อาจต้องระเบิดภูเขาเผาป่าแบบในภาพยนตร์แอคชัน รังแกระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

มนุษย์อินทรีย์ตอนนี้จึงขอเล่าเรื่องแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างแนว Circular Design ที่อยากชักชวนให้ผู้อยู่อาศัยทั้งหลาย หันมาใส่ใจสร้างบ้านที่รักตัวเราและรักสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

เหล่าคนหัวใจอินทรีย์ต่างรู้ดี ว่าแนวคิดแบบ Circular Design ที่ว่านี้เป็นมิตรแท้ตัวจริงต่อสิ่งแวดล้อม เพราะกระบวนการผลิตทั้งหมดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น ทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงอาหารที่เราทาน จะต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่า โดยปักธงไว้ว่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ต้องป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนการหาวัตถุดิบและออกแบบ เพื่อไม่ให้เกิดของเสียเหลือทิ้งตั้งแต่ต้นทาง 

แบรนด์หลากหลายสัญชาติทั่วโลกหันมาร่วมแคมเปญรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร เช่น ทางฝั่งไต้หวันซึ่งมีทั้ง The W Glass Project คิดค้นแก้วและหลอดชานมไข่มุกจากแก้วรีไซเคิลร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือ Epson Taiwan ที่มาช่วยกำจัดปัญหากระดาษสำนักงานกองโตด้วยเครื่องพรินเตอร์ PaperLab รีไซเคิลกระดาษได้เองในตัวแบบครบถ้วนทุกกระบวนขั้น ส่วนฝั่งยุโรปก็ไม่น้อยหน้า แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังอย่าง Adidas ก็เริ่มนำวัสดุเหลือใช้และพลาสติกมาแปรรูปเพื่อผลิตเป็นรองเท้าออกขาย หรือจะเป็น ECOALF แบรนด์แฟชั่นจากสเปนก็ดีงาม เพราะเขานำขยะทางทะเลมาแปรรูปเป็นวัสดุใหม่ เพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าแฟชั่นนานาชนิด 

ใครที่กำลังอยากรีโนเวตบ้าน หรือมีไอเดียอยากแต่งบ้านด้วยวัสดุที่ทั้งดีต่อเราและดีต่อโลก เราขอภูมิใจนำเสนอมิตรคู่เรือนเพื่อนคู่บ้านคนใหม่อย่าง ‘loqa’ (โลกา) แบรนด์ไทยที่มีแนวคิดในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตลอดจนกระบวนการผลิตที่คิดถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งชวนให้อยากเลือกหยิบสินค้าลงตะกร้า และร่วมวงสนทนากับทีมหลังบ้านของ loqa ต่อในทันที

และต่อจากนี้คือเรื่องราวฉบับย่อของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์น่ารักหัวใจสีเขียว ที่จะเปลี่ยนมุมมองและไอเดียในการสร้างบ้านของเราไปตลอดกาล

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ยั่งยืนต่อองค์รวม ย่อมยั่งยืนกับตัวเรา

เมื่อย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ประกอบกับความใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นทุนเดิม สองสามีภรรยาอย่าง นนท์-นรฤทธิ์ วิสิฐนรภัทร และ มาย-มนัสลิล มนุญพร จึงตื่นเช้ามาด้วยใจตระหนักว่า ต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างเพื่อความยั่งยืนของโลกใบนี้อย่างจริงจังเสียที

เพราะการแต่งบ้านคืองานอดิเรก ทั้งสองจึงตัดสินใจเริ่มต้นที่งานเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างอย่างไม่ลังเล และเหมือนโชคชะตาจะหันเหมาถูกทิศ เพราะแต่เดิมธุรกิจทางบ้านของนนท์คือการทำอิฐทนไฟ ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการผลิตที่เน้นความทนทานและพิถีพิถัน ชนิดว่าคลาดเคลื่อนแม้แต่ 1 มิลมิเมตรก็ไม่ได้ มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจใหม่แกะกล่องครั้งนี้ด้วย แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และวัสดุตกแต่งอาคาร ในนาม loqa หรือ โลกา จึงถือกำเนิดเปิดตัวในปี 2021 อย่างเป็นทางการ พร้อมกับความตั้งใจร่วมผลักดันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“เราสองคนสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เลยคิดว่าจะทำอะไรที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมได้บ้างไหม แล้วก็เป็นสิ่งที่เรามีศักยภาพจะทำได้” นนท์เล่าถึงที่มาที่ไปของโลกา และความได้เปรียบด้านธุรกิจอิฐทนไฟของที่บ้าน

“อีกอย่างคือเราตั้งใจว่าจะต้องทำให้มันยั่งยืนกับองค์รวม เพราะมันเชื่อมโยงถึงกันหมดค่ะ ถ้ายั่งยืนกับองค์รวม ก็น่าจะยั่งยืนกับเราเองด้วย” มายเสริม

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

หากมองเผิน ๆ เราอาจคิดว่าบรรดาอิฐก้อนและกระเบื้องทั้งหลายจากโลกา ก็ไม่ต่างจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างทั่วไปเท่าไหร่นัก แต่หากลองเพ่งสังเกตให้ดี จะพบว่าเนื้อในของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ประกอบสร้างขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ในแวดวงอุตสาหกรรมแทบทั้งสิ้น ทั้งบรรดาเซรามิกเหลือทิ้ง แก้วจากขวดเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร ทั้งหมดนี้ถูกนำมาผ่านกระบวนการผลิตด้วยระบบออกแบบหมุนเวียน (Circular Design) ที่เมื่อบดทุบหรือรื้อถอนสินค้าออกแล้ว ยังนำไปรีไซเคิลต่อได้ด้วยกระบวนการผลิตใหม่อย่างไม่สิ้นสุด

“ถ้าสินค้าของเราถูกนำไปใช้ แล้วอีก 10 – 20 ปี เกิดการทุบทิ้ง เรานำไปบดละเอียดแล้วเอากลับมาขึ้นรูป ทำเป็นของชิ้นใหม่เรื่อย ๆ ได้เลย” 

แค่เริ่มต้น ก็ฟังดูสนุกไม่เบาทีเดียว

เปลี่ยนจากไร้ค่ากลายเป็นคุณค่า

เมื่อเราสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องเป็นวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรม นนท์จึงเล่าให้ฟังอย่างเข้าใจง่ายว่า เกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมการก่อสร้างและวัสดุการก่อสร้าง อีกทั้งบั้นปลายของวัสดุเหล่านี้คือการถูกฝังกลบลงดิน แน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

“แค่เฉพาะคอนกรีต เหล็ก อะลูมิเนียม 3 อย่างนี้รวมกันก็ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งผมว่ามันเป็นตัวเลขที่เยอะมาก เป็นสัญญาณบอกว่าเราน่าจะมีส่วนร่วมในการทำอะไรสักอย่าง เราจึงอยากนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในการผลิต โลกาคัดเอาเฉพาะวัสดุเหลือใช้ทั้งสิ้น เพื่อชุบชีวิตให้ของไร้ราคา กลายมาเป็นเฟอร์นิเจอร์น่าใช้และไม่สร้างขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ นนท์และมายเล่าว่าเป็นเรื่องของการเคลือบสี เคลือบเงา และตัวสร้างพันธะเคมีที่ทำให้ชิ้นงานติดกัน ถึงแม้ว่าองค์ประกอบเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายและไม่สร้างสารพิษให้กับสิ่งแวดล้อมแม้แต่น้อย แต่โลกาก็ยังมุ่งมั่นเดินหน้าเฟ้นหาวัสดุเหลือทิ้งมาใช้ทดแทนในอนาคต

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“ณ วันหนึ่ง อิฐ 1 ก้อนและกระบวนการทุกอย่างเกี่ยวกับเขา เราอยากให้มันมาจาก Waste ทั้งหมดเลย นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของเราค่ะ”

นอกจากนี้ อีกหนึ่งธงชัยที่โลกาปักไว้ คือการนำเศษวัสดุจากการก่อสร้าง อย่างปูน ดินแดง คอนกรีต หรือซีเมนต์ก้อนยักษ์ใหญ่ มาปัดฝุ่นแปลงโฉมเป็นสินค้าคุณภาพได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าขั้นตอนนี้จะอยู่ในระยะทดลอง แต่ทั้งสองก็กระซิบบอกว่าไม่นานเกินรอน่าจะสัมฤทธิ์ผล

พื้นที่เล่นสนุกของคนสร้างบ้านและคนรักบ้าน

เมื่อขยะอุตสาหกรรมที่เคยถูกทิ้งลงถัง เปลี่ยนผันมาอยู่ในมือของสองนักคิดนักค้นแห่งแบรนด์โลกา ขยะด้อยค่าจึงถูกนำมาเล่นสนุกได้ไม่รู้จบ

“เราอยากให้โลกาเป็นเหมือนเลโก้ของสถาปนิกและดีไซเนอร์ เพราะเขารู้ดีที่สุดว่าต้องทำอย่างไรมันถึงจะออกมาเป็นบ้าน เป็นที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้น เราอยากเป็นพื้นที่และวัตถุดิบสนุก ๆ ให้เขาเอาไปต่อยอดได้อีกหลากหลายรูปแบบ”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่าจะได้สินค้าแต่ละชิ้น โลกาคิดและทำจนได้ผลลัพธ์ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการคิดค้น ทดลอง และพัฒนาโดยทีม R&D (Research and Development) หลังบ้าน อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยเป็นกุนซือให้คำแนะนำอยู่ไม่ขาด เรื่องความทนทานและประสิทธิภาพการใช้งานจึงไม่เป็นสองรองใคร

“แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยแต่มันสำคัญมาก และเราใส่ใจกับมันทั้งหมด เช่น คุณจะเทสารอะไรลงไป ใช้ตัวทำละลายประเภทไหน ต้องปั่นกี่นาที ในอุณหภูมิเท่าไหร่” นนท์กล่าว

“พอมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามา เขาก็ช่วยเจียระไนให้เราเข้าใจเลยว่า มีตัวแปรอะไรบ้างที่ส่งผลต่องานของเรา” มายเสริม ก่อนจะมีประโยคปิดท้ายชวนอมยิ้มจากนนท์ดังขึ้นอีกครั้ง

“จริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยชอบเคมีนะ แต่ตอนนี้ต้องรู้เรื่องของมันเยอะมากเลย” 

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ปณิธานของโลกา คือการเน้นย้ำว่าพวกเขาจะใช้กระบวนการผลิตที่รบกวนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เพื่อนำของเสียเหล่านั้นกลับมาสร้างเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่า เราจึงอยากฟังต่อไปว่า กระบวนการผลิตเหล่านั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

“เราไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่เป็น Raw Material หรือ Virgin Material เลย แต่เราใช้วัสดุเหลือใช้ ซึ่งมีข้อดีตรงที่วัสดุเหล่านี้เคยผ่านกระบวนการมาแล้ว เวลาเอามาใช้ต่อ เราใช้อุณหภูมิที่ต่ำลงในการเผาได้ แต่ถ้าเผาใหม่ สร้างใหม่ทั้งหมดเลย เราจะต้องทำอะไรหลายอย่างมาก เช่น อาจจะต้องเผาในอุณหภูมิที่สูงขึ้น สิ้นเปลืองพลังงานธรรมชาติมากขึ้น หรืออย่างชิ้นงานที่เป็นวัสดุปูผนังบางตัว ก็ไม่ได้ใช้ความร้อนในการผลิตเลยด้วยซ้ำ

“การเชื่อมชิ้นส่วนก็เหมือนกัน ถ้าเป็นซีเมนต์บรรจุถุงทั่วไป กว่าจะได้วัตถุดิบมา เขาต้องไประเบิดภูเขา แล้วเอามาผ่านกระบวนการความร้อนที่ประมาณ 1,200 – 1,300 องศาเซลเซียส หรืออาจจะมากกว่านั้น แต่เราใช้ปฏิกิริยาเคมีเชื่อมให้มันติดกัน แล้วก็หล่อออกมาเป็นชิ้นงาน เราไม่ได้ปล่อยคาร์บอนในกระบวนการนั้นเลย”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

แม้จะเป็นเรื่องเคมีล้วน ๆ ไม่มีอื่นใดผสม แต่นนท์ก็ช่วยย่อยใจความให้เราเข้าใจและเข้าถึงได้ไม่ยาก

“ผมว่ามันคิดง่ายไปที่จะแลกภูเขา 1 ลูกกับปูนซีเมนต์ 100 ตัน เมื่อก่อนคนอาจจะยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว เราก็น่าจะหาทางออกที่ดีกว่านี้ได้”

เสน่ห์และพลังของความไม่สมบูรณ์แบบ

ผลิตภัณฑ์ในเครือโลกา แบ่งออกมาเป็น 2 สาขาใหญ่ นั่นคือกลุ่มสินค้าประเภท Surface ใช้สำหรับก่อผนัง ปูพื้น หรือพวกอิฐช่องลมที่มีความหนาเพียงพอสำหรับก่อผนังได้ มายเล่าว่าสินค้าในหมวดนี้แตกแยกย่อยออกไปอีกตามไซส์ สี และผิวสัมผัส

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ส่วนอีกสาขา คือ สินค้าตระกูล Casted หรือที่ทั้งสองเรียกว่า ‘งานหล่อหลอมทั้งหลาย’ ซึ่งหากจะให้แจกแจงว่าถูกหล่อหลอมออกมาเป็นสินค้าประเภทใดบ้างคงบรรยายไม่หมด เพราะมีตั้งแต่ของชิ้นเล็ก อย่างแจกันดอกไม้ เชิงเทียน จานวางสบู่ ไล่ขนาดไปจนถึงของใช้ไซส์ใหญ่ จำพวกโต๊ะข้างเตียง ม้านั่ง หรือแม้แต่ซิงก์ในห้องน้ำ

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“สินค้าในกลุ่มนี้หลากหลายมากค่ะ มันคืออะไรก็ตามที่เราอยากได้ (หัวเราะ) และคิดว่าคนที่ชอบแต่งบ้านก็น่าจะอยากได้เหมือนกัน ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราอยากเล่นสนุกกับมัน

“เพราะท้ายที่สุดแล้ว โลกาแทบจะใช้สร้างบ้านได้ทั้งหลังเลย”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

และทันทีที่เห็นก้อนอิฐน้อยใหญ่เรียงรายเล่นสีตัดกันไปมา จึงรู้ได้ทันทีว่า ‘เล่นสนุก’ ที่มายกล่าวถึงอยู่บ่อย ๆ นั้นหมายความว่าอะไร 

“เราทดลองดูว่าถ้าทำแบบนี้มันจะได้รูปร่าง สีสัน เท็กซ์เจอร์ ที่ต้องการไหม ตอนนี้ที่กำลังพัฒนาอยู่คือการใช้แกลบข้าวมาช่วยเพิ่มความขรุขระให้กับพื้นผิว อีกอย่างหนึ่งคือการเล่นสีสันซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากชั้นเปลือกโลกค่ะ”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

มายกำลังหมายถึงก้อนอิฐทรงจัตุรัสขนาดน่ารัก แต่ละก้อนถูกละเลงสีไล่ระดับกันไปอย่างไม่ขัดตา มองปราดเดียวก็รู้ว่าถ้านำออกมาวางขายเมื่อไหร่ น่าจะต้อง Sold Out จนผลิตใหม่ไม่ทันแน่ ๆ 

อีกหนึ่งความตั้งใจที่กลายเป็นเสน่ห์ในทุกรายการสินค้าไปโดยปริยาย นนท์และมายเล่าว่าพวกเขาอยากให้ผลิตภัณฑ์ของโลกามองแล้วสบายตา สบายใจ เลียนแบบและใกล้ชิดธรรมชาติให้มากที่สุด กระบวนการผลิตแบบทำมือจึงเข้ามามีบทบาทมากพอตัว

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“ด้วยความที่ต้องใช้มือทำมากพอสมควร ชิ้นงานที่ออกมาก็จะแตกต่างกันบ้าง ทั้งหน้าตา สีสัน รวมถึงเนื้อใน เพราะมันก็คือ Waste แต่ละชิ้นที่ปะปนกันอยู่

“ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องเหมือนกันเป๊ะทุกชิ้นตามแม่พิมพ์ก็ได้ แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ของเขา ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเสน่ห์ที่หลาย ๆ คนมองหา”

เริ่มจากตัวเรา = ความยั่งยืน

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ใครที่อยากเห็นสินค้าทั้งหมดที่ว่ามาแบบจริง ๆ แวะเวียนไปได้ที่ The COMMONS ทองหล่อ 17 จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ หรือจะเป็นที่ Jouer สุขุมวิท 32 ที่ทั้งสองใช้สตูดิโอร่วมกับ Plant House ก็ได้ ที่สำคัญ นนท์และมายฝากมาบอกชาวมนุษย์อินทรีย์ทั้งหลายว่า หากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ราว ๆ เดือนสิงหาคมนี้ พวกเขาจะมีสตูดิโอและโชว์รูมเล็ก ๆ อย่างเป็นทางการ ใครอยากแวะไปชมสินค้า พูดคุย ปรึกษา หรือดูตัวอย่างการใช้งานจริง ก็ปักหมุดไว้ได้เลยที่ H dining สุขุมวิท 38 

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ส่วนช่องทางการสั่งซื้อ แบรนด์นี้ก็กำลังจัดเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ เราแอบไปเห็นหน้าเว็บไซต์ของจริงมาแล้ว บอกเลยว่ามีครบทุกรายละเอียด ทั้งเรื่องไซส์ สี กรรมวิธีการผลิต วิธีนำไปใช้ ไปจนถึงคุณสมบัติด้านความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ว่าของชิ้นนี้ช่วยลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้งไปได้เท่าไหร่ โดยในอนาคต นนท์และมายอยากทำให้เว็บไซต์คำนวณได้คร่าว ๆ ว่า หากเราซื้อสินค้าของโลกาจำนวนเท่านี้ จะช่วยลดขยะไปได้กี่กิโลกรัมต่อหนึ่งตารางเมตร

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“คุณไม่ต้องสนก็ได้ว่าโลกาทำเรื่อง Waste แค่มองว่าสินค้าของเราเหมาะกับบ้านของคุณไหม แค่นั้นพอ คุณช่วยสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ต้องตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมเลยด้วยซ้ำ แล้วท้ายที่สุด คุณอาจช่วยลดปริมาณขยะไปเป็นพันกิโลโดยไม่รู้ตัว

“เวลามองปัญหาสิ่งแวดล้อม เราอาจรู้สึกว่ามันเกินเอื้อมที่เราจะต่อสู้ใช่ไหมคะ ดังนั้น มายคิดว่าการเริ่มจากตัวเรา เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวของเรา ทำให้มันสนุกและค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกัน มันจะดีและยั่งยืนที่สุด”

หลังจบบทสนทนา เรารู้ได้ทันทีว่าโลกายังมีโปรเจกต์แสนสนุกรออยู่อีกเพียบ ซึ่งช่วยตอกย้ำให้เห็นว่า ความตั้งใจในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมของแบรนด์นี้ ทั้งแข็งแรงและทนทานไม่แพ้สินค้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

ส่วนเราเองก็ดีใจไม่น้อยที่ได้เห็นการเติบโตของแบรนด์ไทยหัวใจอินทรีย์อีกหนึ่งเจ้า หากมีแบรนด์ที่อยากลุกขึ้นมาสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้อีกเยอะ ๆ ก็คงจะดีไม่น้อยเลยว่าไหม

loqa (โลกา)

โทรศัพท์ : 08 9770 4565

อีเมล : [email protected]

Facebook : loqa

Instagram : loqa.co

Line Official Account : @loqa

ภาพ : loqa

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load