ไปเที่ยวกันไหม

นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้เอ่ยประโยคนี้ให้กัน ปีที่ผ่านมาการเดินทางไกลแทบหยุดชะงัก แค่เดินไปหน้าปากซอยก็กังวลเรื่อง COVID-19 แล้ว เศรษฐกิจซบเซาไปพักใหญ่ แต่เมื่อเริ่มมีการฉีดวัคซีนในวงกว้าง เราเริ่มเห็นความหวังที่การเดินทางจะกลับฟื้นคืนมาในเร็ววัน เลยอยากชวนคุณจดลิสต์ที่น่าเที่ยวล่วงหน้า เตรียมกระเป๋า ฉีดวัคซีนให้เรียบร้อย และออกเดินทางอีกครั้ง

แต่เราไม่อยากให้เป็นแค่การเที่ยวธรรมดา เพราะการออกเดินทางครั้งนี้ของคุณสามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เพียงดีต่อชีวิตคุณ แต่ยังเป็นมิตรต่อคนรอบข้าง สร้างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนไปพร้อมกันด้วย

หรือที่เราเรียกว่าการท่องเที่ยว ‘วิถีอินทรีย์’

ลายแทง 8 ไร่ ฟาร์ม สวน ชุมชนวิถีอินทรีย์ เที่ยวทั่วไทยแบบเรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ
ภาพ : COOLLiving Farmhouse
ลายแทง 8 ไร่ ฟาร์ม สวน ชุมชนวิถีอินทรีย์ เที่ยวทั่วไทยแบบเรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ
ภาพ : สหายน่าน

การท่องเที่ยวตามแนวคิดนี้จะพาคุณไปสัมผัสบรรยากาศไร่ แปลงผัก ฟาร์ม หมู่บ้าน ชุมชน พื้นที่ป่า ที่ได้รับการดูแลโดยกลุ่มบุคคลที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเชื่อเรื่องการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติด้วยความเคารพ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีความห่วงใยต่อสรรพสิ่งร่วมกันทั้งหมด 

นอกจากผู้คนเป็นมิตรราวเพื่อนบ้านที่รู้จักมานานแล้ว สิ่งดีงามอื่นๆ ที่คุณจะได้พบเจอคือ

1. สถานที่เหล่านี้พัฒนาแหล่งอาหารของตัวเอง ปลูกพืชพันธุ์สมุนไพรผลไม้ออร์แกนิกหลากหลาย เปิดให้คุณเดินไปเก็บเกี่ยวมาทำเป็นอาหารอย่างสดใหม่ตามฤดูกาล รู้แหล่งที่มา มั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย เพราะคนปลูกอยู่ตรงหน้าเลย มีระบบการจัดการที่ทำให้ใช้สอยทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เกิดขยะน้อยที่สุด ถ้าที่ไหนมีที่พักหรือฟาร์มสเตย์ด้วย อาคารบ้านเรือนก็มักออกแบบให้เรียบง่ายด้วยวัสดุที่เป็นมิตร อยู่สบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติ 

2. หลายแห่งเปิดเวิร์กช็อป จัดกิจกรรมให้เราได้ศึกษากระบวนการนอกห้องเรียน เพื่อส่งต่อทักษะความรู้ให้สามารถกลับไปทำเองต่อที่บ้าน เช่นปลูกผัก หมักปุ๋ย ทำผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ทอผ้า ดำนา เกิดการลงมือทำจริง ได้ขยับเขยื้อนร่างกาย เป็นแนวทางในการลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น และพึ่งพาตัวเองได้อย่างไม่ลำบากมากขึ้น 

ลายแทง 8 ไร่ ฟาร์ม สวน ชุมชนวิถีอินทรีย์ เที่ยวทั่วไทยแบบเรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ
ภาพ : แทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม
ลายแทง 8 ไร่ ฟาร์ม สวน ชุมชนวิถีอินทรีย์ เที่ยวทั่วไทยแบบเรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ
ภาพ : ทอแสง คอตตอน วิลเลจ

3. เป็นโอกาสเปลี่ยนวิถีชีวิตและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ จากเดิมเคยอยู่ในเมืองวุ่นวาย ได้เปลี่ยนบรรยากาศมาอยู่ท่ามกลางต้นไม้ ข้างลำธาร กลางหุบเขา เดินเล่นได้อย่างเพลิดเพลิน เมื่อผู้ดูแลไม่ได้ใช้สารเคมีเพื่อเร่งผลผลิตหรือกระบวนการให้สบาย สิ่งแวดล้อมเหล่านี้จึงมีความเป็นธรรมชาติดั้งเดิม ไม่ปนเปื้อนพิษ อาหารหรือผลผลิตที่ทานก็ยังคงสัมผัสอันละเอียดลออจากธรรมชาติ เหมาะแก่การพาคนที่คุณรัก ครอบครัว มาใช้เวลาร่วมกัน

4. การใช้จ่ายของคุณจะสนับสนุนผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจด้วยความคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญา ให้พวกเขาได้ฟื้นฟูตัวเองจากผลกระทบของ COVID-19 และอยู่รอดต่อไปเพื่อดูแลโลกใบนี้ ส่งเสริมระบบการเกษตรและอาหารออร์แกนิกให้ยั่งยืนให้เข้มแข็งขึ้น เป็นการท่องเที่ยวที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ตอบโจทย์แค่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย

สถานที่แบบนี้มีกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ในบทความนี้ เราขอแนะนำ 8 หมุดหมายการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ที่เราคัดสรรมา อยากให้คุณรู้จัก ไปสัมผัส เรียนรู้ และทำความเข้าใจสักครั้งหนึ่ง 

ลองเลือกดูว่าชอบแบบไหน แล้วนิยามการท่องเที่ยวของคุณอาจเปลี่ยนไปไม่เหมือนเคยอีกเลย

01

ไร่รื่นรมย์​

ศูนย์เรียนรู้และฟาร์มสเตย์ที่สอนการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ จ.เชียงราย

พิกัด : ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย (แผนที่)

เว็บไซต์ : ไร่รื่นรมย์

Facebook : ไร่รื่นรมย์

โทรศัพท์ : 09 5134 8821 หรือ LINE ID: @rairuenrom

ไร่รื่นรมย์​, ศูนย์เรียนรู้และฟาร์มสเตย์ที่สอนการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ จ.เชียงราย
ไร่รื่นรมย์​, ศูนย์เรียนรู้และฟาร์มสเตย์ที่สอนการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ จ.เชียงราย
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

กิน อยู่ รู้ นอนแบบรื่นรมย์และกลมเกลียวกับธรรมชาติได้ที่ไร่รื่นรมย์ จังหวัดเชียงราย ที่ไม่ได้มีเพียงไร่เกษตรอินทรีย์เท่านั้น แต่เป็นศูนย์เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้คนได้ลงมือ สัมผัสประสบการณ์การอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมงานคราฟต์ เช่น DIY น้ำผึ้งป่า ทำผ้ามัดย้อม ปั้นดินเผา และจัดคอร์สที่ปูพื้นให้คนที่อยากกลับไปทำเกษตรอินทรีย์ที่บ้านเกิด ส่งเสริมผู้คนและสนับสนุนให้เกิดการส่งต่อวิถีดีๆ ต่อไปในภูมิภาคต่างๆ โดยคนรุ่นใหม่ที่เลือกผันตัวเป็นเกษตรกรเพื่อช่วยเหลือผู้คน

ภายในมีร้านอาหารออร์แกนิกจากวัตถุดิบท้องถิ่น จำหน่ายข้าวอินทรีย์ ผักสดและผลไม้ จิงจูฉ่าย ดอกไม้อบแห้ง และบริการที่พักฟาร์มสเตย์ ทั้งแบบเต็นท์และบ้านพลังงานสะอาด เปิดให้มาทั้งพักผ่อนและศึกษาวิถีชีวิตแบบที่คุณอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อนได้พร้อมๆ กันอย่างร่มรื่นหัวใจ

ไร่รื่นรมย์​, ศูนย์เรียนรู้และฟาร์มสเตย์ที่สอนการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ จ.เชียงราย
ภาพ : ไร่รื่นรมย์
02

แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม

ฟาร์มไก่และสารพัดสัตว์ที่มีพื้นที่ให้เดินเล่น จ.กาญจนบุรี

พิกัด : ตำบลบางระกำ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี (แผนที่)

Facebook : แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม

โทรศัพท์ : 08 7166 9177 หรือ LINE ID: @tankhunorganicfarm

แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม, ฟาร์มไก่และสารพัดสัตว์ที่มีพื้นที่ให้เดินเล่น จ.กาญจนบุรี
แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม, ฟาร์มไก่และสารพัดสัตว์ที่มีพื้นที่ให้เดินเล่น จ.กาญจนบุรี

กระต๊าก กระต๊าก กระต๊าก

เยี่ยมชมฝูงไก่ไข่และไก่เนื้ออารมณ์ดีที่ขันร้องและวิ่งเล่นบนพื้นที่ปล่อย มีโอกาสเดินเล่นออกกำลังกายไม่อุดอู้ที่แทนคุณออร์แกนิกฟาร์ม จังหวัดกาญจนบุรี ที่ตั้งใจเลี้ยงไก่อย่างพิถีพิถันและช่วยเกื้อกูลเครือข่ายเกษตรกร โดยไก่เหล่านี้ทานอาหารคุณภาพจากแกลบ รำ ปลายข้าว ที่เหลือจากกระบวนการสีข้าวของเกษตรกร เปลือกปูกุ้งจากปลาออร์แกนิก ไม่ใส่ยาปฏิชีวนะและไม่เกิดขยะเหลือให้ปนเปื้อนตลอดกระบวนการ พิสูจน์คุณภาพได้จากไข่ไก่และเนื้อไก่ที่สารอาหารครบถ้วนและเนื้อแน่น ต่างจากไก่ทั่วไปที่เลี้ยงดูแบบอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน

แทนคุณออร์แกนิกฟาร์มจัดกิจกรรมฟาร์มทริป 1 วัน เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวในฤดูฝนและหนาว (ช่วงสิงหาคมถึงกุมภาพันธ์) ในวันเสาร์และอาทิตย์ นอกจากได้เลี้ยงและให้อาหารน้องไก่แล้ว ยังมีควาย หมู วัว แกะ และนาข้าวให้เยี่ยมชม ทานอาหารจากวัตถุดิบสดใหม่ในฟาร์ม สืบแหล่งที่มาได้อย่างสบายใจ พร้อมเก็บเกี่ยวความรู้ด้านระบบปศุสัตว์และการทำนาข้าวอินทรีย์เผื่อไว้ใช้ในอนาคตได้อีกด้วย

หากอยากสนับสนุนเกษตรกรที่คิดดี ปฏิบัติดี ห่วงใยผู้บริโภคและทรัพยากรของโลกใบนี้ เราขอชวนคุณจดแทนคุณออร์แกนิกฟาร์มให้เป็นหนึ่งในรายการอุดหนุน รับรองไม่ผิดหวังในคุณภาพ

แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม, ฟาร์มไก่และสารพัดสัตว์ที่มีพื้นที่ให้เดินเล่น จ.กาญจนบุรี
ภาพ: แทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม
03

พสุธารา

สวนเลมอนจากผืนดินและน้ำเทือกเขาตะนาวศรี จ.ราชบุรี

พิกัด : ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี (แผนที่)

เว็บไซต์ : พสุธารา

Facebook : Pasutara พสุธารา

โทรศัพท์ : 09 2254 4199 หรือ LINE ID: @pasutara

พสุธารา, สวนเลมอนจากผืนดินและน้ำเทือกเขาตะนาวศรี จ.ราชบุรี

สำรวจ สัมผัส และค้นพบรสชาติของเลมอน เคล สมุนไพรและพืชผักออร์แกนิกที่ดูแลด้วยผืนดินและน้ำแถบเทือกเขาตะนาวศรีที่อุดมด้วยความหลากหลายทางชีวภาพได้ที่พสุธารา จังหวัดราชบุรี ต้อนรับให้คุณมาใช้ชีวิตท่ามกลางแปลงเกษตรอินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อตัวคุณและสิ่งแวดล้อม ใกล้แม่น้ำ เทือกเขา โอบล้อมด้วยอากาศบริสุทธิ์

ภายในพสุธารามีร้านอาหารและคาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหาร เครื่องดื่ม ขนมจากวัตถุดิบท้องถิ่น (เราตื่นตากับวุ้นผลไม้หลากรสที่เสิร์ฟลงจานแล้วดูน่ารักสุดๆ) ทั้งหมดตั้งใจไม่ใส่สารปรุงแต่งใด เพื่อคงรสสัมผัสที่ละเมียดละไมแท้จากธรรมชาติไว้ให้คุณดื่มด่ำ เป็นเอกลักษณ์ที่หาจากที่อื่นไม่ได้ มีเซ็ตปิกนิกให้คุณหยิบเสื่อลายสก็อตและปิ่นโตไปนั่งสูดอากาศกลางสวนเลมอน รวมถึงเปิดฟาร์มช็อปให้เลือกสรรสินค้าแปรรูป หลายอย่างเนรมิตจากเลมอนลูกโตที่ปลูกและดูแลอย่างพิถีพิถันเอง การันตีเรื่องความปลอดภัย ใครอยากหัดทำบ้าง ก็มีเปิดเวิร์กช็อปสอนทำทั้งแชมพู สบู่ ลิปสติก ลิมอนเชลโล (เครื่องดื่มจากเลมอน) ปลูกผัก ให้กลับไปทำที่บ้านต่อได้เอง

พสุธารา, สวนเลมอนจากผืนดินและน้ำเทือกเขาตะนาวศรี จ.ราชบุรี
ภาพ : พสุธารา

พสุธาราจะเริ่มเปิดไร่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้วในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ใครสนใจซึมซับรสชาติแท้ๆ ของผืนดินและผืนน้ำ เตรียมตัวกันไว้ให้พร้อม 

พสุธารา, สวนเลมอนจากผืนดินและน้ำเทือกเขาตะนาวศรี จ.ราชบุรี
ภาพ : ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย
04

สหายน่าน เพอร์มาคัลเจอร์

ฟาร์มสเตย์กลางป่าที่สอนการใช้ชีวิตด้วยตัวเองร่วมกับธรรมชาติ จ.น่าน

พิกัด : ทุ่งช้าง น่าน (แผนที่)

Facebook : Sahainan Permaculture Organic Farm

สหายน่าน เพอร์มาคัลเจอร์, ฟาร์มสเตย์กลางป่าที่สอนการใช้ชีวิตด้วยตัวเองร่วมกับธรรมชาติ จ.น่าน

ชีวิตในป่าอาจพาเราไปเจอความสงบสุขอีกแบบ หากเราเรียนรู้ที่จะออกแบบให้จัดการอยู่ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน
สหายน่าน เพอร์มาคัลเจอร์ คือตัวอย่างที่ดีของพื้นที่แบบนั้น ดูแลโดยชาวแม่ฮ่องสอนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อ 6 ปีก่อนพร้อมครอบครัว ดำรงชีวิตด้วยความเข้าใจในธรรมชาติ ปลูกพืชพันธุ์สมุนไพรตามแนวคิดเพอร์มาคัลเจอร์ให้เกื้อกูลกัน ไม่ใส่สารที่เป็นพิษภัยต่อผู้คน มีน้ำใสสะอาดจากลำธารหล่อเลี้ยง อากาศบริสุทธิ์ ดูแลตัวเองได้อย่างไม่เดือดร้อน

สหายน่าน เพอร์มาคัลเจอร์, ฟาร์มสเตย์กลางป่าที่สอนการใช้ชีวิตด้วยตัวเองร่วมกับธรรมชาติ จ.น่าน
สหายน่าน เพอร์มาคัลเจอร์, ฟาร์มสเตย์กลางป่าที่สอนการใช้ชีวิตด้วยตัวเองร่วมกับธรรมชาติ จ.น่าน
ภาพ : สหายน่าน

สหายน่านเปิดต้อนรับผู้คนให้เข้ามาพักฟาร์มสเตย์ในกระท่อมไม้ไผ่และทำกิจกรรมอาสาตามความสนใจ มีตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว หมักปุ๋ย ทำอาหารโฮมเมด สร้างอาคารจากวัสดุในพื้นที่ ออกแบบพื้นที่การเกษตร มีเรียนเป็นหลักสูตรจริงจัง หรือจะอยู่ไปเรื่อยๆ คอยช่วยเหลืองานก็ตามสะดวก เพราะอยากให้ผู้คนได้ซึมซับแนวคิดนี้ที่เป็นมิตรต่อสรรพสิ่ง

ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ COVID-19 นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยร่วมกันเยอะมาก เพราะอยากเรียนรู้วิถีชีวิตการอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างเป็นสุขเช่นนี้ หากใครกำลังแสวงหาอยู่เหมือนกัน มาร่วมเป็นสหายกันได้ที่สหายน่าน

05

ไร่ปลูกรัก

ไร่ออร์แกนิก 20 ปีที่เหมาะแก่การไปทั้งครอบครัว จ.ราชบุรี

พิกัด : ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี (แผนที่)

Facebook : ไร่ปลูกรัก

LINE ID : @organiclove

ไร่ปลูกรัก, ไร่ออร์แกนิก 20 ปีที่เหมาะแก่การไปทั้งครอบครัว จ.ราชบุรี
ไร่ปลูกรัก, ไร่ออร์แกนิก 20 ปีที่เหมาะแก่การไปทั้งครอบครัว จ.ราชบุรี

ไร่ปลูกรักคือไร่เกษตรอินทรีย์ขนาด 60 ไร่ที่ดำเนินการมานานกว่า 20 ปี ผ่านการพิสูจน์คุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากล จำหน่ายสินค้าทั้งในไทย (หนึ่งในนั้นคือร้านอโณทัย ร้านอาหารมังสวิรัติย่านพระรามเก้าของครอบครัว) และส่งออกต่างประเทศ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวจริงผู้บุกเบิกของวงการที่น่าไปเรียนรู้ ที่นี่เปิดต้อนรับผู้คนให้เยี่ยมชมและเข้าร่วม ‘Organic Happy Day’ เพื่อซึมซับวิถีชีวิตการอยู่ร่วมกับธรรมชาติในหนึ่งวัน

กิจกรรมภายในเปิดโอกาสให้เราคลุกคลีอยู่กับธรรมชาติ ทั้ง ‘จับดูรู้ปล่อยแมลง’ ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ออร์แกนิก ให้อาหาร เก็บไข่ของน้องเป็ดกากี้ พายเรือ ดำนา เกี่ยวข้าว ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เวิร์กช็อปทำไอศกรีม กวนกระยาสารทสูตรโบราณ และอีกสารพัดอย่างให้คุณได้เลือกสรร เหมาะแก่การชวนครอบครัวและเด็กๆ มาสัมผัสประสบการณ์ชีวิต วิ่งเล่นและเรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน

นอกจากนี้ ยังมีฟาร์มคาเฟ่ในแปลงดอกกุหลาบออร์แกนิก เติมพลังอีกหนึ่งมื้อด้วยอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพดีสดใหม่จากไร่ที่เต็มไปด้วยความรัก

ไร่ปลูกรัก, ไร่ออร์แกนิก 20 ปีที่เหมาะแก่การไปทั้งครอบครัว จ.ราชบุรี
ภาพ : ไร่ปลูกรัก
06

Patom

ดินแดนออร์แกนิกครบวงจร จ.นครปฐม

พิกัด : ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม (แผนที่)

เว็บไซต์ : Patom

Facebook : Patom

โทรศัพท์ : 0 2084 8649 หรือ LINE ID: @patom

Patom, ดินแดนออร์แกนิกครบวงจร จ.นครปฐม

ศึกษาการปรับเปลี่ยนต่อยอดธุรกิจโรงแรมชื่อดังอย่างสวนสามพรานให้กลายเป็นดินแดนที่อุดมด้วยพืชผักออร์แกนิก ตลาดที่รวมตัวเกษตรกรหัวใจเดียวกัน พื้นที่ทำกิจกรรมและเรียนรู้วิถีออร์แกนิกสุดสร้างสรรค์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ร้านอาหาร คาเฟ่ที่นำเสนอความเป็นไทย แบรนด์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นที่รัก ทั้งหมดนี้ที่ Patom Organic Village ดูแลโดยทายาทรุ่นสามผู้เข้ามาพัฒนากิจการของครอบครัวให้หลากหลาย ออกแบบให้เกิดการสร้างขยะน้อยที่สุด

เดือนกรกฎาคมนี้ Patom Organic Village เปิดต้อนรับคุณมาทำกิจกรรมย้อมผ้าและกระเป๋าภาพพิมพ์ ประดิษฐ์สบู่และสครับข้าว น้ำมันนวด ยาสีฟันสมุนไพร ให้เก็บกลับไปใช้ที่บ้าน ใครตามหาประสบการณ์การท่องเที่ยวธรรมชาติเต็มรูปแบบและได้ลงไม้ลงมือทำเพื่อเรียนรู้ ขอชวนแวะที่ปฐม ที่เดียวครบครัน
ส่วนใครอยู่กรุงเทพฯ ไปพักพิงกายใจในบรรยากาศความร่มรื่นได้ที่ Patom Organic Living ย่านทองหล่อ ก็สบายใจไม่แพ้กัน

Patom, ดินแดนออร์แกนิกครบวงจร จ.นครปฐม
Patom, ดินแดนออร์แกนิกครบวงจร จ.นครปฐม
ภาพ : Patom
07

COOLLiving Farmhouse

ฟาร์มสเตย์ติดทุ่งนาที่ออกแบบพื้นที่โดยนึกถึงธรรมชาติ จ.นครราชสีมา

พิกัด : ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา (แผนที่)

Facebook : Coolliving Farmhouse

โทรศัพท์ : 09 6963 5655 หรือ LINE ID: @coolliving

COOLLiving Farmhouse, ฟาร์มสเตย์ติดทุ่งนาที่ออกแบบพื้นที่โดยนึกถึงธรรมชาติ จ.นครราชสีมา
COOLLiving Farmhouse, ฟาร์มสเตย์ติดทุ่งนาที่ออกแบบพื้นที่โดยนึกถึงธรรมชาติ จ.นครราชสีมา

ชวนเก็บกระเป๋า หลบหนีความเร่งรีบไปสูดอากาศย่านวังน้ำเขียว พักกายลงที่ COOLLiving Farmhouse ฟาร์มสเตย์ติดทุ่งนาที่ผ่านการออกแบบจัดสรรพื้นที่โดยสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญอย่าง อาจารย์จุลพร นันทพานิช นำวัสดุพื้นถิ่นมาออกแบบห้องและอาคาร ภายในล้วนเลือกสรรข้าวของเครื่องใช้ที่ปลอดภัยจากสารเคมีแรงๆ เป็นมิตรต่อสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเตียง หมอนเปลือกโซบะ ผ้าห่ม ผลิตภัณฑ์ประทินผิว มีบ่อน้ำธรรมชาติอยู่หน้าห้อง อยู่แบบวิถีชีวิตเรียบง่ายคูลๆ ไม่มี Wi-Fi ให้ต้องวุ่นวายใจ ลมพัดพาเย็นสบายเกือบตลอดปี

พื้นที่โดยรอบมีการปลูกไม้ยืนต้นพื้นถิ่น ออกดอกบานสะพรั่งสลับกันไปในแต่ละฤดู มีเล้าไก่ แปลงผักออร์แกนิกเขียวขจี สวนสมุนไพร โรงเพาะ ให้เดินเยี่ยมชม คัด ตัดเก็บนำมาทานสดๆ กลายเป็นอาหารที่ประเภทและปริมาณขึ้นอยู่กับฤดูกาล ปรุงแบบธรรมชาติ ไม่พึ่งไมโครเวฟ ไม่ใส่ผงชูรส

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและวัตถุดิบในพื้นที่ให้เลือกสรร มาที่เดียวได้ครบทุกมิติอย่างสงบกายใจเลย ใครตามหาชีวิตที่ได้มีเวลาหายใจช้าๆ สบายๆ สนับสนุนผู้ประกอบการที่คิดคำนึงถึงสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี เราขอแนะนำฟาร์มเฮาส์แห่งนี้เลย

COOLLiving Farmhouse, ฟาร์มสเตย์ติดทุ่งนาที่ออกแบบพื้นที่โดยนึกถึงธรรมชาติ จ.นครราชสีมา
ภาพ : COOLLiving Farmhouse
08

ทอแสง คอตตอน วิลเลจ

ชุมชนฝ้ายและผ้าทอมือที่อนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่ จ.อุบลราชธานี

พิกัด : โขงเจียม อุบลราชธานี (แผนที่)

Facebook : Tohsang Cotton Village

โทรศัพท์ : 09 5825 8696 (กิจกรรม Walk Rally) 

ทอแสง คอตตอน วิลเลจ, ชุมชนฝ้ายและผ้าทอมือที่อนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่ จ.อุบลราชธานี
ทอแสง คอตตอน วิลเลจ, ชุมชนฝ้ายและผ้าทอมือที่อนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่ จ.อุบลราชธานี

การท่องเที่ยวของคุณสามารถช่วยรักษาภูมิปัญญาให้คงอยู่ได้ หนึ่งในสถานที่อนุญาตให้คุณทำเช่นนั้นคือทอแสง คอตตอน วิลเลจ ชุมชนและแหล่งเรียนรู้ผ้าฝ้ายทอมือในโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ก่อตั้งโดยกลุ่มคนที่ต้องการอนุรักษ์การปลูกฝ้ายและทอผ้า ให้ภูมิปัญญานี้มีคุณค่าและส่งต่อถึงคนรุ่นหลัง ชักชวนคนที่ถนัดแต่ละด้านในชุมชนมาร่วมมือกันเพื่อสร้างรายได้ด้วยงานฝีมือสุดประณีต ปลูกและเก็บเกี่ยววัตถุดิบด้วยวิถีธรรมชาติที่ต้องอิงฟ้าฝนอากาศ ยากลำบากกว่าปกติบ้าง แต่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม

ใครอยากรู้จักโลกของฝ้ายและวิธีการทอมือให้กลายเป็นผ้างดงามใส่สบาย ทอแสงมีจัดกิจกรรมวอล์กแรลลี่ เดินในไร่ฝ้ายริมโขง ลงมือ เรียนรู้ทุกขั้นตอนในระยะเวลาอันสั้นและทำภารกิจอย่างสนุกสนานกับผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ ระหว่างทางมีคาเฟ่และร้านของที่ระลึกให้แวะเวียนด้วย ใครไปแล้วฝึกปรือฝีมือการทอต่อจนเชี่ยวชาญ อย่าลืมมาบอกกันนะ

ทอแสง คอตตอน วิลเลจ, ชุมชนฝ้ายและผ้าทอมือที่อนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่ จ.อุบลราชธานี
ภาพ : ทอแสง คอตตอน วิลเลจ

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคมนี้ จะมีงาน ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Land เป็นเทศกาลที่รวมสารพัดการหมักให้เลือกซื้อ และสารพันความรู้เรื่องเรื่องการหมักให้เลือกฟัง เหมาะกับทั้งนักหมัก นักซื้อ ทั้งมือใหม่ มือเก่า

แต่ก่อนจะไปถึงรายละเอียดในวันงาน เรามาทำความรู้จักเรื่อง ‘การหมัก’ กันก่อนดีกว่า
หากตอนนี้คุณอยู่ที่บ้าน อยากให้ลองก้าวเท้าเข้าครัวสักประเดี๋ยว ไปสำรวจงานคราฟต์มรดกตกทอดหลายพันปีจากฝีมือมนุษย์ที่อยู่ในบ้านกัน

เข้าครัวไปสิ่งแรกที่เจอคือน้ำปลา ขวดต่อมาคงเป็นซีอิ๊ว บางบ้านอาจเจอปลาร้า กะปิ เต้าหู้ยี้ หรือมิโซะ เหล่าวัตถุดิบในครัวที่ว่ามาล้วนเป็นงานคราฟต์ที่ถ่ายทอดไอเดียการถนอมอาหารจากรุ่นสู่รุ่น การถนอมอาหารที่ว่านั้นคือ การหมักดอง

หันซ้ายมองขวา ไม่ว่าที่ไหนเรามักเห็นคนหยิบอาหารในบ้านมาหมักดองกันอยู่ตลอด บางบ้านหมักน้ำเชื่อมกล้วยและทำน้ำส้มสายชูจากกล้วยที่กินไม่หมด บ้างก็มี Natural Soda ที่ทำเองจากการหมักด้วยขิงกับน้ำตาล บางบ้านก็เอาทั้งผักทั้งปลามาหมักมาดองกัน

แต่รู้ไหมว่า การหมักนั่นหมักนี่ที่ต่างกันไป กลับมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ และสิ่งเหล่านั้นกลายเป็นเวทมนตร์มัดใจนักหมัก ที่ถ้าได้ลองเข้าวงการหมักอาหารแล้วมักจะออกไม่ได้เลยทีเดียว

เรามีโอกาสคุยกับนักหมักผู้มากความรู้อย่าง อาจารย์ต้น-อนุสรณ์ ติปยานนท์ นักเขียนและนักแปลหนังสือทั้งนวนิยายและเรื่องสั้นที่หันมาสนใจวงการอาหาร และกลายเป็นนักขับเคลื่อนวงการอาหารจนเกิด My Chef หนังสือสารคดีอาหารที่บันทึกการเดินทาง ความทรงจำ และความหลงใหลในอาหารของเขา 

เราจึงอยากพาไขข้อสงสัยว่า เวทมนตร์อะไรที่ทำให้งานคราฟต์ชิ้นนี้เป็นงานที่ต้องมีกันแทบทุกบ้าน ควบคู่ไปกับมองวัฒนธรรมการหมักดองผ่านเลนส์นักหมักกัน

เพราะหมักจึงมี – รสอูมามิ

เราเชื่อว่าสิ่งแรกที่ทำให้นักหมักต้องมนตร์กับอาหารหมักคือความอร่อย แน่นอนว่าการกินอาหารไม่ใช่เพียงแค่กินเพื่อให้อิ่ม แต่เรากินเพื่อลิ้มรสแห่งความสุขจากอาหารด้วย ซึ่งอาหารหมักดองคือยอดอาหารชั้นดีที่มอบรสชาติแห่งความสุขออกมาได้

“กระบวนการหมักที่ต้องใช้เหล่าจุลินทรีย์ จะมีรสชาติที่เราได้แน่ ๆ จากการหมักดองคือ รสอูมามิ เป็นรสชาติประเภทนัว ทำให้คนรู้สึกเสพติดกับการหมักดอง”

รสชาติอูมามิที่อาจารย์ต้นกล่าวถึง เป็นคำศัพท์ที่ใช้กันในวงการอาหารมานาน เอาไว้ใช้อธิบายถึงความอร่อยที่ไม่ใช่แค่รสหวาน ขม เค็ม หรือเปรี้ยว แต่อูมามิเป็นรสสัมผัสที่ 5 เรียกง่าย ๆ ว่ารสนัวก็ย่อมได้

แน่นอนว่าเมื่อได้ลิ้มรสอาหารอร่อยนัวหนึ่งครั้งแล้ว ครั้งต่อไปย่อมตามมา บางคนถึงกับเปลี่ยนสถานะจากที่เคยเป็นนักชิม กลายมาเป็นนักหมักดองเองเสียแล้ว แต่นอกจากรสอูมามิที่ได้จากอาหารหมักดองแล้ว ยังมีสิ่งที่ทำให้เหล่านักหมักตื่นเต้นยิ่งไปกว่านั้น เพราะ…

อาหารหมักดอง หมัก 100 ครั้ง รสชาติไม่เหมือนกันสักครั้ง

ความสนุกของการหมักดองอยู่ตรงนี้ นักหมักทั้งหลายรู้ว่าของที่ตัวเองทำอยู่อร่อยแน่ ๆ แต่จะอร่อยแบบไหนก็ต้องมีลุ้นกันทุกที เพราะเพียงแค่อุณหภูมิแต่ละครั้งต่างกัน วัตถุดิบอย่างสายพันธุ์ของผักผลไม้ที่เอามาหมักต่างกัน รสชาติที่ออกมาก็ไม่เหมือนกันแล้ว

“การได้เจอรสชาติใหม่ ๆ มันน่าสนใจ คือเราได้เจอรสชาติแปลก ๆ อย่างผมกำลังทำน้ำส้มสายชูจากมะม่วง หมักมะม่วงทุกชนิดที่เราเจอ เพื่อเปรียบเทียบว่า น้ำส้มสายชูจากมะม่วงแต่ละชนิดมีรสชาติยังไง มันเป็นความรู้สึกสนุกเหมือนคุณสะสมหนังสือ แต่ผมสะสมของหมักดองเท่านั้นเอง”

เพราะหมักจึงพบ – เพื่อนตัวจิ๋ว

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าอาหารหมักดองมีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย ให้วิตามินหลายตัวที่ช่วยชะลอความแก่ สร้างภูมิคุ้มกันต้านโรคได้มากมาย แต่ผลพวงประโยชน์เหล่านั้นเกิดจากการเติบโตของสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋ว ผู้เป็นเพื่อนร่วมทางนักหมักที่มีชื่อว่าเจ้าจุลินทรีย์

“ผมได้ดูสารคดีเรื่อง Kiss the Ground ในสารคดีเขาพูดชัดเจนว่า ปริมาณจุลินทรีย์ในร่างกายเรามีมากกว่าปริมาณเซลล์เสียอีก การรักษาสมดุลของกระบวนเติบโตของจุลินทรีย์ถึงสำคัญ การเติมจุลินทรีย์ให้ร่างกาย ทำให้เกิดการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างจุลินทรีย์ในอาหารหมักดองกับจุลินทรีย์ในร่างกาย ร่างกายมนุษย์จริง ๆ ก็เป็นระบบนิเวศหนึ่ง ถ้ามันสมดุล ก็เหมือนระบบนิเวศที่สมดุลดี”

อาจารย์ต้นเล่าว่า ถ้าวันไหนเราท้องผูก แปลว่าช่วงนั้นเรากำลังขาดจุลินทรีย์ตัวดีในร่างกายที่ช่วยเรื่องการขับถ่าย แต่ก็มีหนทางแก้ได้ โดยการเติมจุลินทรีย์ดีจากอาหารหมักดองอร่อย ๆ ที่ทำกินเองได้

จุลินทรีย์ตัวน้อยไม่ได้แค่ทำให้อาหารหมักเปี่ยมคุณค่าทางโภชนาการ แต่ทำให้นักหมักตื่นเต้นไปกับรสชาติที่แตกต่างกันไปตามการเติบโตของสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ด้วย 

บางคนอาจจะขยาดกับราสีขาวที่ขึ้นอยู่บนอาหาร แต่สำหรับนักหมักแล้ว นั่นคือก้าวแรกแห่งความสำเร็จเลยทีเดียว

อย่างการทำน้ำเชื่อมหวาน ๆ จากกล้วย กล้วยที่เรากินกันไม่หมดหรือกินไม่ทัน นำมาปอกเปลือกออก ใส่เนื้อลงในขวดโหลตามใจชอบ หลังจากนั้นใส่น้ำตาลที่มีอยู่ในครัวลงไป ปิดฝารอเวลาสัก 2 – 3 วันก็ลองกลับไปสอดส่องที่ขวดโหลดู เราจะตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตสีขาวเล็ก ๆ เกาะอยู่บนผิวกล้วย พร้อมกับน้ำเชื่อมกล้วยที่ออกมานิดหน่อย พอให้ได้ผสมโซดาเอามาดื่มให้สดชื่นกันสองสามแก้ว

หรือการทำคอมบูชา น้ำชาหมักชั้นดีที่ถูกขนานนามให้เป็นชาอมตะ เกิดจากการหมัก 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ Scoby (สโกบี้) ส่วนที่สองคือส่วนผสมน้ำชา ทั้งสองส่วนเราทำเองได้ที่บ้านง่าย ๆ ส่วนของสโกบี้บางบ้านอาจเพียงแค่เดินเข้าสวนก็ได้ผลไม้เปรี้ยวมาใช้หมักได้แล้ว หรือผลไม้เปรี้ยวที่เรากินไม่หมดก็นำมาทำเป็นสโกบี้ได้ แค่หมักผลไม้เปรี้ยวกับน้ำตาลแล้วผสมน้ำลงไป ระยะเวลา 3 – 6 เป็นช่วงของการเฝ้ายามสังเกตการณ์ว่าจุลินทรีย์ที่หมักกำลังเติบโตยังไง เราเฝ้ามองตั้งแต่มันค่อย ๆ ก่อตัวเป็นวุ้น จนกระทั่งการเติบโตที่สมบูรณ์ของจุลินทรีย์ จนได้เป็นแผ่นสโกบี้ที่เอามาใช้หมักกับน้ำชาได้อีกหลาย ๆ รอบ

ย้อนกลับไปถึงคำพูดที่อาจารย์ต้นกล่าวว่า “ร่างกายมนุษย์จริง ๆ ก็เป็นระบบนิเวศหนึ่ง ถ้ามันสมดุล ก็เหมือนระบบนิเวศที่สมดุลดี” มองกลับกัน ถ้าเราลองเติมจุลินทรีย์ให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่ร่างกายเราบ้างจะเป็นยังไง

เราลองเติมจุลินทรีย์ให้ต้นไม้กันดู มนุษย์เติมจุลินทรีย์ด้วยการกินอาหาร แต่ต้นไม้คงต้องเติมจุลินทรีย์ด้วยสิ่งที่เรียกว่าปุ๋ย ซึ่งปุ๋ยที่ทำได้โดยวิธีธรรมชาติก็ยังคงต้องอาศัยกระบวนการหมักเช่นกัน อาหารของต้นไม้ที่ว่าคือปุ๋ยหมัก เราหมักปุ๋ยจากอะไรก็ได้ หมักปุ๋ยจากเศษอาหารในบ้าน หมักจากมูลสัตว์ หรือหมักจากใบไม้ที่ร่วงอยู่ในสวนก็ทำได้ หมักแล้วก็รอชื่นชมการเติบโตของใบบนต้นที่สดขึ้นจนออกดอกออกผลดี

สิ่งหนึ่งที่นักหมักได้รับจากการทำงานกับเพื่อนตัวจิ๋วเสมอ คือ การรู้จักรอคอยและรู้จักสังเกต แน่นอนว่าเราต้องตื่นเต้นกับสิ่งที่ลงมือทำด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ตามมาคือ ความสุขจากการได้คอยเฝ้ามองการเติบโตของสโกบี้ เราตื่นเต้นเมื่อเห็นว่ามีราขาวฟูขึ้นบนดินของต้นไม้ที่ใส่ปุ๋ยหมักลงไป เรามีความละเมียดละไมขึ้นเมื่อได้ลองลิ้มรสชาติของการหมักแต่ละครั้ง และพยายามปรับสูตรเพื่อหารสชาติที่ถูกใจด้วยมือตัวเอง เราได้แต่งแต้มความสนุกด้วยการหาของใหม่ ๆ มาหมักที่ไม่ซ้ำกัน เพลิดเพลินที่ได้สร้างงานคราฟต์ผ่านอาหารที่มีเอกลักษณ์

สิ่งเหล่านี้คงเป็นเหตุผลที่เพียงพอว่า ทำไมวงการหมักอาหาร เข้าแล้วออกไม่ได้กันเลยสักบ้าน

เพราะหมักจึงรู้จัก – ถนอมอาหาร

มรดกทางความคิดของบรรพบุรุษเราที่ค้นพบการหมักอาหาร ทำให้เกิดภูมิปัญญาถนอมอาหารถ่ายทอดกันรุ่นสู่รุ่น เพราะคนสมัยก่อนต้องเอาตัวรอดจากอากาศที่หนาวเหน็บ เอาตัวรอดจากฤดูกาลที่อาหารขาดแคลน การกักตุนอาหารเพื่อให้อยู่ได้นานจนถึงช่วงที่อาหารขาด จึงจำเป็นต้องมีวิธีถนอมอาหารเพื่อยืดอายุให้เก็บรักษาได้นานขึ้น กระบวนการหมักจึงมีมานาน และกลายเป็นวิธีการถนอมอาหารคู่ครัวทั่วโลกเลยก็ว่าได้

การถนอมอาหารไม่ใช่แค่ยืดอายุการเก็บรักษาเพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยลดของเสียที่เกิดจากอาหารเหลือหรืออาหารที่กินไม่ทันได้ด้วย แถมยังทำให้เราใช้ประโยชน์จากอาหารผ่านการหมักได้อย่างคุ้มค่าจนถึงหยดสุดท้ายเลยทีเดียว เป็นวิธีการโบร่ำโบราณที่ทำด้วยวิธีการธรรมชาติ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้เพียงแค่ใจและใช้เวลากับสิ่งที่หมักตรงหน้าเพียงเท่านั้น

แต่มากกว่านั้น อาหารหมักยังทำลายพรมแดนวัฒนธรรมได้ด้วย เพราะปัจจุบันความรู้เรื่องอาหารหมักดองแพร่กระจายแลกเปลี่ยนกันไปทั่วโลก อย่างคอมบูชาที่ต้นกำเนิดเป็นน้ำชาหมักของจีน ตอนนี้กลายเป็นของที่ทำดื่มกันเองได้ที่บ้านสบาย ๆ หรือเทมเป้ภูมิปัญญาจากอินโดนีเซีย เป็นถั่วเหลืองหมักที่สายมังสวิรัติน้ำมาใช้ทำอาหารแทนเนื้อสัตว์ได้โดยไม่เสียรสชาติ กิมจิจากเกาหลีที่หยิบกะหล่ำและผักกาดมาดองกินกันได้ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ซึ่งภูมิปัญญาเหล่านี้ถูกส่งทอดกันมาเรื่อย ๆ ข้ามน้ำข้ามทะเลจนเรียกได้ว่าอาหารหมักดองไร้ซึ่งพรมแดนวัฒนธรรมเลยก็ได้

เมื่อใดที่เราลงมือหมักหรือกินของดองจากสูตรของเพื่อนบ้าน ประเทศอื่น หรือจากภูมิภาคอื่น เราได้ลิ้มรสถึงวัตถุดิบที่ใช้ วิธีการและระยะเวลที่ใช้หมัก สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเหมือนได้ท่องไปในวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน แม้ไม่ได้ตีตั๋วบินไกลไปถึงประเทศนั้น ๆ เรารับรู้เรื่องราว วิถีชีวิตและประสบการณ์ของเจ้าของภูมิปัญญาเหล่านั้นผ่านลงมือทำและกินอาหารหมักดอง

คุยกันถึงตรงนี้ เราคิดว่ามนตร์เสน่ห์ของอาหารหมักดองนั้นมีมากพอที่จะชวนให้เหล่านักหมักและผู้ที่สนใจการหมัก มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสน่ห์ของสิ่งนี้ไปด้วยกันในงาน ‘มิตรรัก นักหมัก’ ตลาดนัดของหมักเล็ก ๆ ที่เราอยากพาผู้ที่รักในงานหมักมารวมตัวกันพูดคุย เอาผลงานแสนรักจากที่บ้านมากาง และแบ่งปันความสุขกันในงานนี้

‘มิตรรัก นักหมัก’ เทศกาลรวมทุกอย่างเกี่ยวกับการหมัก สวรรค์ของคนรักความนัว

เราชวนนักหมักที่พร้อมมาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เริ่มด้วยวงสนทนา Talk : Wild Yeast Bread จากร้านนักทำขนมปังโฮมเมดอย่าง Flower Flour, Younglek, Sloafbake และ Sunday 

‘มิตรรัก นักหมัก’ เทศกาลรวมทุกอย่างเกี่ยวกับการหมัก สวรรค์ของคนรักความนัว

แล้วมาล้อมวงฟัง Talk สนุก ๆ เรื่องราวต้นชาอัสสัมอายุเกือบพันปีจนถึงการเป็นชาผู่เอ๋อจากไร่ชาวาวี โดย อาเปา-ศิริพันธุ์ และ ไหม-ยุรมาศ พิทักษ์วาวี 

‘มิตรรัก นักหมัก’ เทศกาลรวมทุกอย่างเกี่ยวกับการหมัก สวรรค์ของคนรักความนัว

ตามมาด้วยกิจกรรมตั้งวงสนทนา Talk เรื่อง Kombucha (คอมบูชา) กับนักหมักตัวยงอย่าง ก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน, โน้ต-อธิป สโมสร, Sho Oga และ ท้อ-จุฑามาส บูรณะเจตน์ 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ต่อด้วย Talk : Why Ferment? จากผู้เปี่ยมประสบการณ์การหมักที่เคยทำอาหารหมักหลายชนิดทั่วไทยอย่างอาจารย์ต้น-อนุสรณ์ ติปยานนท์

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ไม่หมดเพียงเท่านั้น งานนี้ยังมีเวิร์กชอปสนุก ๆ มาให้ทุกคนได้ลงมีคราฟต์อาหารหมักกันอย่างเต็มอิ่ม กับ 4 กิจกรรมที่จะพาคุณไปเรียนรู้ย้อมครามผ้าและหม้อด้วยน้ำหมักย้อมคราม โดยแบรนด์ Fulame’, Craftroom, Sati และ Escape Issue 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ชวนไปทำเทมเป้สุดยอดวัตถุดิบเปี่ยมโปรตีนขวัญใจสายมังสวิรัติ จาก ท้อ-จุฑามาส บูรณะเจตน์ 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

และเตรียมกระเป๋าเก็บขวดโหลหมักกลับบ้านกับ Workshop : Cider vinegar จากปูเป้ทำเองที่จะพาไปหมักมะพร้าวน้ำหอมกับน้ำผึ้งป่า ด้วยหัวเชื้อที่ปูเป้พกมาให้ทุกคนได้กลับเอาไปดูแลต่อที่บ้าน 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

อีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือเวิร์กชอป ส้มหยวกกล้วย จาก จ๋า-ยุพิน ผูกพานิช ที่นำเอาภูมิปัญญาเดิมของที่บ้านมาเล่าต่อ และพาเหล่านักหมักทำส้มหยวกกล้วยจากสวนกันสด ๆ ในงาน

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ยิ่งไปกว่านั้น เราชวนเหล่านักหมักที่เตรียมหมักสิ่งที่รักกันมาอย่างดีกว่า 30 ร้านในงานนี้ เตรียมขวดโหล พกกระเป๋าสตางค์ มาเวิร์กชอปและจับจ่ายของหมักพร้อมหิ้วความสุขกลับบ้านกัน 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

รับรองความอิ่มเอมและความสนุกแก่ผู้มีใจรักในการหมักทั้งหลาย สำหรับใครที่มางาน หลังจากชิม ช้อป และใช้ฝีมือจากงานนี้ อย่าลืมทำ Challenge สังเกตร่างกายตัวเอง และเตรียมพร้อมสู้รบกับข้าศึกในห้องน้ำไว้ได้เลย

Whispering Cafe

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2565 

เวลา 10.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : 43 บ้านใหม่ อำเภอสามพราน นครปฐม (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 2429 4229

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load