ครั้งล่าสุดที่คุณดื่มนมหรือทานผลิตภัณฑ์จากนม ไม่ว่าจะชีส ไอศกรีม โยเกิร์ตหรือคีเฟอร์ คือเมื่อไร

หากคุณไม่ได้เป็นชาววีแกน แพ้โปรตีนในนมสัตว์ หรือมีภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติ อาจเป็นเมื่อเร็วๆ นี้ที่คุณเพิ่งลิ้มรสชาตินุ่มๆ ละมุนลิ้นของอาหารที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่แรกเกิด

ในวัยเด็ก นมแม่คือแหล่งพลังงานชั้นเลิศ เมื่อเติบโตขึ้น นมยังคงเป็นส่วนประกอบของสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งเป็นเครื่องดื่มที่มอบโปรตีน แคลเซียม วิตามิน และแร่ธาตุอื่นๆ ที่จำเป็นแก่ร่างกาย และนำไปแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องประทินผิว

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์นมหลากหลายแบรนด์วางขายให้ซื้อได้ตามใจอยากในท้องตลาด จนบางทีเลือกสรรกันไม่ถูกเลยทีเดียว

ในบทความนี้ เราจึงอยากช่วยลดทอนความสับสนยุ่งยากในชีวิต ด้วยการแนะนำนม (ในฐานะเครื่องดื่ม) วิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ทั้งจากสัตว์และพืชนานาชนิด ที่คุณมั่นใจได้ว่ามีคุณภาพและปลอดสารพิษ สร้างมลภาวะต่อชีวิตผู้คนและโลกน้อยกว่า ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการบริโภคของคุณ

9 ผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิกจากสัตว์และพืช ดื่มรสธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภาพ: Signatural Farm

ธรรมชาติของนมธรรมชาติ

หากคุณไม่เคยบริโภคนมจากธรรมชาติและออร์แกนิกมาก่อน คุณอาจฉงนใจว่าทำไมราคาถึงค่อนข้างแพงกว่านมทั่วไป แต่หากสำรวจเบื้องหลังอย่างลึกซึ้ง ราคานี้แลกมาด้วยต้นทุนความพิถีพิถันและการคำนึงถึงเพื่อนร่วมโลกทั้งสัตว์และสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้นอีกระดับ

เพราะการเลี้ยงดูทั้งสัตว์และพืชที่ให้นมแบบดังกล่าว ต้องไม่ฉีดสารเคมี ไม่ให้อาหารเม็ดจากโรงงานที่แม้มีราคาถูกกว่า แต่ในระยะยาวจะทำลายสิ่งแวดล้อมและอาจตกค้างอยู่ในน้ำนม หลงเหลือจนถึงร่างกายผู้บริโภคและไม่เป็นมิตรต่อร่างกายเสียเท่าไร

การดูแลแบบธรรมชาติหรือออร์แกนิกต้องอาศัยความประณีต ใจเย็น ไม่เร่งรัดฝืนธรรมชาติ ถ้าเป็นนมจากสัตว์มักมีการเลี้ยงแบบปล่อยให้เดินตามทุ่งหญ้าสดที่ปลูกเอง วัวควายแพะเหล่านั้นได้ออกกำลังกายไม่อุดอู้แบบบรรยากาศอุตสาหกรรม

9 ผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิกจากสัตว์และพืช ดื่มรสธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภาพ : Butterfly Organic

แต่ผู้ผลิตต้องยอมรับว่าได้ผลผลิตน้อยกว่า และรสชาติแตกต่างกันบ้างในแต่ละขวด เพราะขึ้นอยู่กับธรรมชาติล้วนๆ ไม่เหมือนผลิตภัณฑ์นมทั่วไปที่รสชาติเหมือนกันทุกขวดทุกกระเบียดนิ้ว จากการใส่สารปรุงแต่งเสริมเข้าไป ซึ่งถ้าทานในปริมาณที่พอเหมาะและออกกำลังสม่ำเสมอก็อาจไม่เป็นอะไร แต่หากบริโภคเป็นกิจวัตร ก็ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง (ควรศึกษาฉลากให้ดีก่อนเลือกซื้ออะไรมาบริโภค)

อีกข้อดีสำคัญของนมแบบธรรมชาติคือ เรามักรู้ว่าใครเป็นผู้ผลิต หลายแบรนด์มีฟาร์มของตัวเองที่เปิดให้เยี่ยมชมทำกิจกรรม เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคอย่างรู้หน้ารู้ใจ ปลอดภัยหายกังวล 

ประเภทของนม

เราขอแบ่งนมออกเป็น 2 ประเภทใหญ่เพื่อการเปรียบเทียบในบทความนี้คือ นมจากสัตว์เคี้ยวเอื้องเลี้ยงลูกด้วยนมอย่างวัว ควาย แพะ และนมทางเลือกที่ทำจากวัตถุดิบอื่นอย่างพืช เช่น ถั่วเหลือง อัลมอนด์ ข้าวยาคู ซึ่งทั้งสองประเภทนี้มีข้อดีให้ผู้บริโภคเลือกสรรกันตามเหมาะสม

1. นมจากสัตว์ 

นมประเภทที่เรารู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด นมจากสัตว์มักให้พลังงานมากกว่านมจากพืช แต่การเลี้ยงสัตว์แบบอินทรีย์จำเป็นต้องใช้พื้นที่และทรัพยากร ทั้งอาหารและน้ำสูงในการเลี้ยงดูปูเสื่อสัตว์เหล่านี้ รวมถึงมีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าการปลูกพืชเพื่อมาทำนมด้วย 

สัตว์แต่ละประเภทให้น้ำนมที่มีโภชนาการแตกต่างกันไป เช่น นมควายให้พลังงานสูง คลอเลสเตอรอลต่ำ ดื่มแล้วอิ่มเร็ว นิยมนำไปแปรรูปเป็นชีส แต่มาพร้อมไขมันเนยที่มากด้วยเช่นกัน อาจไม่เหมาะกับเด็กเล็กมากๆ

9 ผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิกจากสัตว์และพืช ดื่มรสธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภาพ : Murrah Farm
9 ผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิกจากสัตว์และพืช ดื่มรสธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภาพ : Butterfly Organic

ส่วนข้อจำกัดที่ต้องระวังคือ บางคนมีอาการแพ้โปรตีนในนมสัตว์ หรือมีภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสบกพร่องเมื่อเติบโตขึ้น (แต่เดี๋ยวนี้มีนมวัวแบบปราศจากแลคโตสแล้ว) กลุ่มคนเหล่านี้อาจต้องพึ่งพานมทางเลือกแทน

2. นมทางเลือก (จากพืชต่างๆ)

เราสามารถผลิตนมจากพืชหลากหลายชนิด เช่น อัลมอนด์ โอ๊ต ถั่วเหลือง มะพร้าว และข้าวยาคู โดยทั่วไปแล้ว นมประเภทนี้มักให้แคลเซียมและโปรตีนน้อยกว่านมจากสัตว์ อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการรายวัน (ยกเว้นนมถั่วเหลืองที่มีโปรตีนสูงเกือบเทียบเท่านมวัว) และใครที่ปกติไม่ได้ทานนมประเภทนี้เป็นกิจวัตร อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้ลิ้นคุ้นชินกับรสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่าง

ส่วนจุดเด่นคือ เหมาะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่แพ้นมจากสัตว์หรือมีภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติ (นมจากพืชไม่มีแลคโตส) ยึดถือวีถีวีแกน หรือต้องการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะใช้พื้นที่และทรัพยากรในการเลี้ยงดูคุ้มค่ากว่า เมื่อเทียบกับคุณค่าทางอาหารที่มนุษย์จะได้รับ (ขึ้นอยู่กับประเภทด้วย เช่นนมอัลมอนด์ใช้น้ำเยอะมากในการผลิตหนึ่งแก้ว ส่วนนมมะพร้าวใช้น้ำน้อย) และปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างกระบวนการน้อย

9 ผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิกจากสัตว์และพืช ดื่มรสธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภาพ : Diamond Fresh

คุณสามารถเลือกตามความสนใจและเหมาะสมกับร่างกายของตัวเอง แต่ถ้าเป็นไปได้ เราขอเชียร์นมแบบธรรมชาติและออร์แกนิก เพื่อสนับสนุนเกษตรกรที่คิดเผื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม พยายามไม่ทำร้ายผืนดินผืนฟ้าจากการประกอบอาชีพ

ถ้าพร้อมอุดหนุนนมอร่อยๆ ไม่ปรุงแต่งแล้ว อยากชวนไปแวะซื้อ 9 รายการแนะนำเหล่านี้กันมาติดบ้านให้อุ่นใจ แล้วจะดื่มแบบร้อนๆ เย็นๆ ก็ตามสะดวก

ขอเน้นย้ำว่า รายการต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่เราอยากชวนคุณไปค้นหาด้วยกันหลังจากอ่านบทความนี้นะ

1

Butterfly Organic Milk

นมและโยเกิร์ต 8 รสมาตรฐานสากล

ผลิตภัณฑ์นม : นมวัว นมเปรี้ยว โยเกิร์ต 

ช่องทางการซื้อ : ซูเปอร์มาร์เก็ต / เดลิเวอรี่

Facebook : Butterfly Organic Milk

เว็บไซต์ : Butterfly Organic Milk

โทรศัพท์ : 08 1847 9423 หรือ LINE ID @butterflyorganic

Butterfly Organic Milk

รายการเหล่านี้คงไม่สมบูรณ์เลย หากขาดแบรนด์ Butterfly Organic Milk นมและโยเกิร์ตเจ้าแรกและเจ้าเดียวของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากลอย่าง USDA แบรนด์ผีเสื้อตัวน้อยนี้ตั้งต้นมาจากความหลงใหลในขนมคัสตาร์ดของคุณแม่ของ แอร์-อาศยา ทรัพย์มนู เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ก่อนต่อยอด พัฒนาเป็นธุรกิจผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิกเมื่อ พ.ศ. 2554 หลังพบว่าลูกชายของแอร์มีอาการแพ้สารเคมีในนมวัว จึงรับรองได้เลยว่า Butterfly เข้าใจคนกลุ่มนี้จริง และตั้งใจคิดค้นผลิตภัณฑ์คุณภาพดี ปราศจากสารพิษทั้งระบบ

นมของ Butterfly ส่งตรงมาจากวัวของเจเจฟาร์ม จังหวัดสระบุรี ภายใต้การดูแลของ โจ้-อภิศักดิ์ แพทย์วงษ์ ที่เลือกไม่ใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะใดๆ ทั้งกับพื้นที่และตัววัว ปล่อยให้วัวได้เดินออกกำลังกายอย่างอิสระบนผืนหญ้าออร์แกนิกที่โปร่งโล่งสบาย ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันมายาวนานนับ 10 ปี และมีใบรับรองระดับสากลเช่นกัน รสชาติของนมอาจแตกต่างกันบ้างในแต่ละขวดตามวิถีออร์แกนิก ขึ้นอยู่กับว่าวัวทานอะไร แต่รับรองได้ว่าดื่มง่าย นุ่มสบายลิ้นและท้อง

คุณสามารถเดินหยิบซื้อนมสด นมเปรี้ยวโพรไบโอติกพร้อมดื่ม 4 รส โยเกิร์ต 8 รสชาติ (รสใหม่ล่าสุดคือโกจิเบอร์รี่ออร์แกนิก) และกรีกโยเกิร์ตเนื้อเข้มข้น ได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตขึ้นชื่อหลายแห่ง จุดสังเกตคือโลโก้รูปวาดผีเสื้อและตัวหนังสือฝีมือลูกชายเมื่อวัย 5 ขวบ เป็นเหมือนแรงบันดาลใจในการส่งมอบสิ่งดี ๆ ให้ผู้บริโภคที่บรรจุอยู่ในทุกผลิตภัณฑ์

Butterfly Organic Milk
2

Murrah Farm

ผลิตภัณฑ์นมควายออร์แกนิกอุดมคุณค่าจากฟาร์ม 400 ไร่

ผลิตภัณฑ์นม : นมควาย โยเกิร์ต และผลิตภัณฑ์ประทินผิว

ช่องทางการซื้อ : ร้านมูร่าห์เฮ้าส์ (หมู่บ้านสัมมากร กทม.) / เดลิเวอรี่

Facebook : Murrah Farm

เว็บไซต์ : Murrah Farm

โทรศัพท์ : 08 6665 8398 หรือ LINE ID @murrahmilk

นอกจากน้องวัวแล้ว อีกหนึ่งสัตว์ที่ผลิตนมคุณภาพดีให้เราดื่มคือน้องกระบือ หรือเรียกกันง่ายๆ ว่าควาย หลายคนอาจไม่คุ้นเคยหรือไม่กล้าลอง แต่จริงๆ นมควายมีจุดเด่นแง่คุณค่าทางพลังงานที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

Murrah Farm

ถ้าอยากลองเปิดประสบการณ์ลิ้มรสความเข้มข้น หอมมันแบบไม่คาวของนมควาย เราขอแนะนำ Murrah Farm ฟาร์มควายนมอินทรีย์แห่งแรกของประเทศไทยที่เลี้ยงควายแม่น้ำสายพันธุ์มูร่าห์สำหรับรีดนมโดยเฉพาะ ในพื้นที่กว้างขวาง 400 ไร่ที่จัดสรรโรงเรือนตามอายุสัตว์เป็นอย่างดี ปลูกพืชให้เป็นอาหารของควายด้วยตัวเอง ปราศจากสารเคมี มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกสรรทั้งนมพาสเจอไรซ์และสเตอริไลส์ รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ ทั้งโยเกิร์ต มอสซาเรลลาชีส ดูแลโดย รัญจวน เฮงตระกูลสิน มายาวนานเกือบ 20 ปี

ส่วนใครอยากเจอน้องควายตัวเป็นๆ ในบรรยากาศฟาร์ม และทำกิจกรรมร่วมกันกับครอบครัว แวะเวียนไปได้ที่ Mini Murrah Farm ฟาร์มเชิงท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อการเรียนรู้ของผู้คน ตั้งอยู่ที่ฉะเชิงเทรา แถมมีร้านอาหารและร้านของฝากให้ซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย

Murrah Farm
3

ฟาร์มบ้านภู (Baan Phu Ranch)

ผลิตภัณฑ์นมจากวัวสายพันธุ์ผสมที่เลี้ยงดูอย่างพิถีพิถัน

ผลิตภัณฑ์นม : นมวัว ครีมสด เนย

ช่องทางการซื้อ : เดลิเวอรี่

Facebook : Baan Phu Ranch

โทรศัพท์ : 08 8299 4222

ชวนชิมรสชาตินมจากวัวสายพันธุ์ผสมผิวสีขาวสลับแดงและสีน้ำตาลไหม้ของฟาร์มบ้านภู ฟาร์มวัวนมย่านลพบุรีที่เลือกเลี้ยงวัวแตกต่างจากพันธุ์สีขาวดำทั่วไปที่เรามักจำติดตา แม้เป็นสายพันธุ์ที่ผลิตน้ำนมได้ปริมาณน้อยกว่า แต่ให้คุณค่าผ่านทางน้ำนมสูง เลี้ยงดูอย่างพิถีพิถันควบคู่ไปกับไก่โคราช ให้กินหญ้าสดที่ลงมือปลูกเอง ไม่ทำอะไรฝืนธรรมชาติ แต่ละขวดจึงอาจมีรสชาติแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย แต่รับประกันคุณภาพทุกขวดโดย ปู-สรรพศิรินทร์ ทรัพย์อนันต์ คุณแม่ผู้ประกอบการที่ร่ำเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร พ่วงด้วยตำแหน่งรุ่นสามของกิจการฟาร์มวัวนม เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวจริงของวงการ

ฟาร์มบ้านภู (Baan Phu Ranch)

นมของฟาร์มบ้านภูไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่สารปรุงแต่ง รสหวานๆ และสีออกเหลืองของนมเกิดขึ้นมาจากธรรมชาติล้วนๆ บางขวดอาจมีไขมันนมแยกชั้นลอยอยู่ด้านบนขวด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของนมที่ไม่ผ่านกระบวนการโฮโมจีไนซ์ ใครที่สนใจ สั่งซื้อนมสดใหม่ของฟาร์มแห่งนี้ได้ผ่านทางเดลิเวอรีเท่านั้น

ด้วยทักษะที่เก็บสั่งสมมาอย่างยาวนาน ฟาร์มบ้านภูยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งเนยที่เข้มข้น แต่ทานแล้วละลายไม่ติดปาก และครีมสด ให้เราได้จับจอง ทั้งนี้ อาจต้องถามรายละเอียดและสั่งจองล่วงหน้าเนิ่นๆ ก่อนเพลิดเพลินกับความอร่อยจากธรรมชาตินี้ เพราะคิวแน่นอยู่ตลอดและสินค้ามีจำนวนจำกัด

ฟาร์มบ้านภู (Baan Phu Ranch)
4

Signatural Farm

นมสดและน้ำนมข้าวโพดที่คัดสรรและผลิตด้วยวิถีธรรมชาติ

ผลิตภัณฑ์นม : น้ำนมข้าวโพดและนมสด 

ช่องทางการซื้อ : Signatural Farm แถวสี่แยกประชานุกูล รัชดาภิเษก 

Facebook : Signatural Farm

โทรศัพท์ : 08 9505 6696 หรือ LINE ID @SignaturalFarm

Signatural Farm

จากผู้บริโภคที่เลือกสรรผักและผลไม้อย่างละเอียดเองมายาวนานกว่า 10 ปี เหม่ง-เอมอร ชุณหกาญจน์ธกุล เลือกพลิกวิถีชีวิตเป็นเกษตรกรที่ทำฟาร์ม เพาะปลูกเองตามหลักออร์แกนิก และรวมผลิตภัณฑ์จากชุมชนที่เชื่อเหมือนกันมาขายที่ร้านในเมืองกรุงขนาดอบอุ่น ด้วยชื่อ Signatural Farm

Signatural Farm มีผลิตภัณฑ์การเกษตรกรหลากหลาย ทั้งผักสดและผลไม้ตามฤดูกาล เราจะขอหยิบยกสองเครื่องดื่มที่น่าดึงดูดใจอย่างน้ำนมข้าวโพดสีเหลืองใสในขวดขนาดกะทัดรัด ผลิตจากคุณครูวิทยาศาสตร์ที่คัดข้าวโพดซุปเปอร์สวีทสดๆ ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่สีและสารเสริมใด เข้มข้นด้วยรสธรรมชาติ และนมวัวจากวัว 50 ตัวที่ทุกตัวมีชื่อเรียก ผู้ดูแลรู้จักวัวของตัวเองเป็นอย่างดี ดูแลด้วยหญ้าสดที่ปลูกเองแบบไม่มีสารเคมี

เป็นอีกหนึ่งแหล่งพักพิงทางอาหารในเมือง บริโภคได้อย่างสบายใจหายห่วง

Signatural Farm
5

DAIRY HOME

นมวัวและโยเกิร์ตที่คิดถึงสิ่งแวดล้อมมานาน 22 ปี

ผลิตภัณฑ์นม : นมวัวและโยเกิร์ต

ช่องทางการซื้อ : ซูเปอร์มาร์เก็ต / แดรี่โฮมเอาท์เลต และ แดรี่โฮมชมสวน ปากช่อง / เดลิเวอรี่

Facebook : Dairyhome Organic

เว็บไซต์ : DAIRY HOME

โทรศัพท์ : 086 340 6160 หรือ LINE ID @dairyhome

ตำแหน่งขวัญใจคนรักนมทั่วไทยคงต้องมีรายชื่อของ DAIRY HOME อยู่ไม่ว่าจะสำรวจด้วยสำนักใด DAIRY HOME ผลิตนมคุณภาพดีออกสู่ท้องตลาดมายาวนานกว่า 22 ปี ภายใต้การดูแลของ พฤฒิ เกิดชูชื่น ที่มีปณิธานแรงกล้าในการผลักดันฟาร์มออร์แกนิกในไทย เพราะเชื่อว่าคือทางรอดที่ยั่งยืนกว่า

Dairy Home

ภายในฟาร์มและโรงงานของ DAIRY HOME นั้นยึดถือกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วัวมีพื้นที่ให้เดินเล่นออกกำลังกายในท้องทุ่ง ทานหญ้าสดที่ปราศจากสารเคมี ภายในโรงงานเองก็มุ่งมั่นที่จะไม่ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม มีการบำบัดน้ำเสียหมุนเวียน คัดแยกขยะทำเป็นพลังงาน บรรจุภัณฑ์เป็นมิตร คิดครบทั้งวงจร เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศ

เมื่อนำนมและโยเกิร์ตของแดรี่โฮมทั้งหมดมาวางเรียงรายแล้วจะพบว่ามีรสชาติหลากหลาย ผสมองค์ประกอบต่างๆ น่าลองไปเสียหมด ส่วนใครต้องการรสชาติแบบออร์แกนิกแท้ๆ 100 เปอร์เซ็นต์ เราขอแนะนำให้เริ่มที่รสธรรมชาติดั้งเดิม รับรองว่าไม่ผิดหวัง

Dairy Home
6

เส่งเฮง

นมถั่วเหลืองจากทายาทรุ่นสามร้านเต้าหู้เก่าแก่

ผลิตภัณฑ์นม : น้ำนมถั่วเหลือง 

ช่องทางการซื้อ : ซูเปอร์มาร์เก็ต / เดลิเวอรี่ (เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล)

Facebook : เส่งเฮง เต้าหู้ใบตอง

โทรศัพท์ : 08 9690 6561

เส่งเฮง

ชวนมาลิ้มรสหวานนุ่มนวลของน้ำนมถั่วเหลือง (เรียกอีกชื่อว่าน้ำเต้าหู้) ที่ปลอดภัยจากสารเคมี โดยเส่งเฮง แบรนด์ตัวจริงอายุ 67 ปีที่เริ่มจากสองอาม่าอากงทำเต้าหู้สูตรจีนโบราณดั้งเดิมขายย่านตลาดพลู มีเอกลักษณ์เป็นที่จดจำจากการนำใบตองมารองเต้าหู้ ก่อนพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงยุคของทายาทรุ่นสามอย่าง บิ๊ก-พัชรธนสิต เมธีวัชรสิริชาติ ที่คิดค้นน้ำนมถั่วเหลืองขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เมื่อ 5 ปีก่อน

น้ำนมถั่วเหลืองของเส่งเฮงทำจากถั่วเหลืองออร์แกนิก นำเข้าจากประเทศแคนาดา ไม่มีน้ำมันพืช สารปรุงแต่งอย่างกลิ่นหรือนมผงใดๆ ไม่ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม ไม่มีวัตถุกันเสีย มี 2 สูตรคือหวานปกติ (5 เปอร์เซ็นต์) และหวานน้อย (2 เปอร์เซ็นต์) จำหน่ายในราคาที่เข้าถึงได้ และเมื่อเปรียบเทียบพื้นที่และทรัพยากรที่ต้องใช้ในการเลี้ยงดูถั่วเหลืองเหล่านี้กับคุณค่าที่มนุษย์จะได้รับแล้ว ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ 

เส่งเฮง เกิดจาสองคำในภาษาแต้จิ๋ว ‘เส่ง’ แปลว่า ร่ำรวยรุ่งเรือง ส่วน ‘เฮง’ แปลว่า โชคดี เป็นความตั้งใจของแบรนด์ที่อยากให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งดี ๆ ตั้งแต่รุ่นที่หนึ่ง ส่งต่อมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน ส่วนใครที่ตามหาเต้าหู้สารพัดแบบ ทั้งนำไปประกอบอาหารหรือทานแบบสำเร็จรูป ก็เชื่อใจฝากท้องไว้กับเส่งเฮงได้เช่นกัน

7

Diamond Fresh

น้ำนมข้าวยาคูจากข้าวรวงอ่อนที่เต็มไปด้วยคุณค่า

ผลิตภัณฑ์นม : น้ำนมข้าวยาคู

ช่องทางการซื้อ : ซูเปอร์มาร์เก็ต / เดลิเวอรี่

Facebook : Diamond Fresh

เว็บไซต์ : Diamond Fresh

LINE ID : @diamondfresh

อีกหนึ่งประเภทของนมที่น่าลิ้มลองสักครั้งในชีวิตคือนมข้าวยาคู ผลิตจากข้าวรวงอ่อนระยะน้ำนมอุดมคุณค่าที่ต้องรีบเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อพูดถึงนมประเภทนี้ในไทย ต้องยกตำแหน่งผู้บุกเบิกให้แบรนด์ Diamond Fresh ของ สมควร ศรีวิทิตกุล ที่มีประสบการณ์ทำงานโรงสีและส่งเสริมเกษตรกรวิถีอินทรีย์มานานเป็นทศวรรษ และตัดสินใจวิจัยอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ข้าวของเกษตรกรไทย เกิดกลายเป็นนมข้าวยาคู จากข้าวหลากหลายสายพันธุ์ รวมแล้วมี 7 รสชาติ และได้รับการรับรองมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากล

Diamond Fresh

นมข้าวยาคูมีคุณประโยชน์จากข้าวที่เติบโตในระยะที่มีสารอาหารเต็มเปี่ยม มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ย่อยง่าย ดื่มง่ายสำหรับทุกวัย 

แต่กว่าจะได้กรรมวิธีที่เหมาะสมต้องใช้เวลาวิจัย พัฒนากระบวนการอยู่นานทีเดียว ใครอยากลองนมจากพืชที่แตกต่างจากท้องตลาดทั่วไป เราขอชวนให้ลอง Diamond Fresh ดูสักครั้ง แถมได้สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปในตัวด้วย

Diamond Fresh
8

Thai-Denmark Morganic

นมวัวและโยเกิร์ตออร์แกนิกจากธรรมชาติ

ผลิตภัณฑ์นม : นมวัวและโยเกิร์ต

ช่องทางการซื้อ : ซูเปอร์มาร์เก็ต / ร้านค้าและศูนย์นมไทย-เดนมาร์ค

Facebook : Thai Denmark

เว็บไซต์ : อ.ส.ค.

โทรศัพท์ : 08 9901 8156 หรือ LINE ID @thai-denmark

Thai-Denmark Morganic

ผลิตภัณฑ์นมวัวพาสเจอไรซ์และโยเกิร์ตรสธรรมชาติและน้ำผึ้งออร์แกนิกจากอีกหนึ่งผู้มากประสบการณ์ของวงการ โดยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ภายใต้แบรนด์ไทย-เดนมาร์ค ‘มอร์แกนิค’ (Morganic) ผลิตจากนมวัวคุณภาพที่ได้รับจากแม่วัวในฟาร์มของ อ.ส.ค. ที่เลี้ยงดูแบบธรรมชาติในพื้นที่กว่าร้อยไร่ ไม่มีการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะ จัดสรรหาอาหารให้เป็นอย่างดี บริหารจัดการให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ความต้องการนมคุณภาพดีที่มีมากขึ้นในตลาด

Thai-Denmark Morganic มีช่องทางการซื้อหลากหลายให้เลือกสรร แวะเวียนเข้ามาไปซื้อกันได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้านมไทย-เดนมาร์ค

9

The Green Geek

คีเฟอร์นมเปรี้ยวซ่าจับใจ

ผลิตภัณฑ์นม : คีเฟอร์

ช่องทางการซื้อ : The Green Geek Shop ฮาบิโตะมอลล์ อ่อนนุช / สั่งออนไลน์

Facebook : The Green Geek

โทรศัพท์ : 09 3695 1645 หรือ LINE ID @greengeek

The Green Geek

ปิดท้ายด้วย The Green Geek หนึ่งในแบรนด์ที่เรานึกถึงอยู่เสมอเมื่อกล่าวถึงคีเฟอร์นมออร์แกนิก เครื่องดื่มหมักคล้ายโยเกิร์ตที่อุดมจุลินทรีย์ โพรไบโอติกส์ที่ช่วยสร้างสมดุลให้ระบบย่อยอาหารและลำไส้ รสชาติเปรี้ยวซ่าสดชื่นยากจะลืมจากกรดแลคติก ดื่มแล้วรู้สึกดีสมชื่อ (คีเฟอร์ในภาษาตุรกีแปลว่าความรู้สึกดี)

คีเฟอร์นมของ The Green Greek ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ ที่ต้องเอาใจใส่ ปรับเปลี่ยนสูตรในการหมักให้เหมาะสมตามสภาพแวดล้อมอยู่เสมอ ดูแลโดย ฉาย-เทียนฉาย อองกุลนะ ที่อยากให้คนได้ทานอาหารปลอดภัยจากธรรมชาติอย่างยั่งยืน

หากแวะไปที่ช็อปย่านอ่อนนุช จะพบเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกหลากหลายวางขายให้ซื้อทานและติดไม้ติดมือกลับบ้าน สิ่งที่เด่นไม่แพ้คีเฟอร์นมและอยากชวนให้คุณลองด้วยเหมือนกันคือคีเฟอร์น้ำมะพร้าว โยเกิร์ตวีแกน และคอมบูฉะ 12 รส

The Green Geek

9 แบรนด์นี้เป็นตัวอย่างของผลิตภัณฑ์นมธรรมชาติและออร์แกนิกที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้เราบริโภคสินค้าดีๆ เป็นมิตรต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม ยังมีอีกหลากหลายแบรนด์ที่แบ่งปันพันธกิจเดียวกันนี้ ขอชวนคุณไปค้นหาแบรนด์ที่ถูกใจ ทำสิ่งที่ตรงกับคุณค่าที่เรายึดถือ ทั้งนี้ อย่าลืมอ่านฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง ว่าเรากำลังนำอะไรเข้าไปสู่ร่างกายอันเป็นที่รักของเรา

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคมนี้ จะมีงาน ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Land เป็นเทศกาลที่รวมสารพัดการหมักให้เลือกซื้อ และสารพันความรู้เรื่องเรื่องการหมักให้เลือกฟัง เหมาะกับทั้งนักหมัก นักซื้อ ทั้งมือใหม่ มือเก่า

แต่ก่อนจะไปถึงรายละเอียดในวันงาน เรามาทำความรู้จักเรื่อง ‘การหมัก’ กันก่อนดีกว่า
หากตอนนี้คุณอยู่ที่บ้าน อยากให้ลองก้าวเท้าเข้าครัวสักประเดี๋ยว ไปสำรวจงานคราฟต์มรดกตกทอดหลายพันปีจากฝีมือมนุษย์ที่อยู่ในบ้านกัน

เข้าครัวไปสิ่งแรกที่เจอคือน้ำปลา ขวดต่อมาคงเป็นซีอิ๊ว บางบ้านอาจเจอปลาร้า กะปิ เต้าหู้ยี้ หรือมิโซะ เหล่าวัตถุดิบในครัวที่ว่ามาล้วนเป็นงานคราฟต์ที่ถ่ายทอดไอเดียการถนอมอาหารจากรุ่นสู่รุ่น การถนอมอาหารที่ว่านั้นคือ การหมักดอง

หันซ้ายมองขวา ไม่ว่าที่ไหนเรามักเห็นคนหยิบอาหารในบ้านมาหมักดองกันอยู่ตลอด บางบ้านหมักน้ำเชื่อมกล้วยและทำน้ำส้มสายชูจากกล้วยที่กินไม่หมด บ้างก็มี Natural Soda ที่ทำเองจากการหมักด้วยขิงกับน้ำตาล บางบ้านก็เอาทั้งผักทั้งปลามาหมักมาดองกัน

แต่รู้ไหมว่า การหมักนั่นหมักนี่ที่ต่างกันไป กลับมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ และสิ่งเหล่านั้นกลายเป็นเวทมนตร์มัดใจนักหมัก ที่ถ้าได้ลองเข้าวงการหมักอาหารแล้วมักจะออกไม่ได้เลยทีเดียว

เรามีโอกาสคุยกับนักหมักผู้มากความรู้อย่าง อาจารย์ต้น-อนุสรณ์ ติปยานนท์ นักเขียนและนักแปลหนังสือทั้งนวนิยายและเรื่องสั้นที่หันมาสนใจวงการอาหาร และกลายเป็นนักขับเคลื่อนวงการอาหารจนเกิด My Chef หนังสือสารคดีอาหารที่บันทึกการเดินทาง ความทรงจำ และความหลงใหลในอาหารของเขา 

เราจึงอยากพาไขข้อสงสัยว่า เวทมนตร์อะไรที่ทำให้งานคราฟต์ชิ้นนี้เป็นงานที่ต้องมีกันแทบทุกบ้าน ควบคู่ไปกับมองวัฒนธรรมการหมักดองผ่านเลนส์นักหมักกัน

เพราะหมักจึงมี – รสอูมามิ

เราเชื่อว่าสิ่งแรกที่ทำให้นักหมักต้องมนตร์กับอาหารหมักคือความอร่อย แน่นอนว่าการกินอาหารไม่ใช่เพียงแค่กินเพื่อให้อิ่ม แต่เรากินเพื่อลิ้มรสแห่งความสุขจากอาหารด้วย ซึ่งอาหารหมักดองคือยอดอาหารชั้นดีที่มอบรสชาติแห่งความสุขออกมาได้

“กระบวนการหมักที่ต้องใช้เหล่าจุลินทรีย์ จะมีรสชาติที่เราได้แน่ ๆ จากการหมักดองคือ รสอูมามิ เป็นรสชาติประเภทนัว ทำให้คนรู้สึกเสพติดกับการหมักดอง”

รสชาติอูมามิที่อาจารย์ต้นกล่าวถึง เป็นคำศัพท์ที่ใช้กันในวงการอาหารมานาน เอาไว้ใช้อธิบายถึงความอร่อยที่ไม่ใช่แค่รสหวาน ขม เค็ม หรือเปรี้ยว แต่อูมามิเป็นรสสัมผัสที่ 5 เรียกง่าย ๆ ว่ารสนัวก็ย่อมได้

แน่นอนว่าเมื่อได้ลิ้มรสอาหารอร่อยนัวหนึ่งครั้งแล้ว ครั้งต่อไปย่อมตามมา บางคนถึงกับเปลี่ยนสถานะจากที่เคยเป็นนักชิม กลายมาเป็นนักหมักดองเองเสียแล้ว แต่นอกจากรสอูมามิที่ได้จากอาหารหมักดองแล้ว ยังมีสิ่งที่ทำให้เหล่านักหมักตื่นเต้นยิ่งไปกว่านั้น เพราะ…

อาหารหมักดอง หมัก 100 ครั้ง รสชาติไม่เหมือนกันสักครั้ง

ความสนุกของการหมักดองอยู่ตรงนี้ นักหมักทั้งหลายรู้ว่าของที่ตัวเองทำอยู่อร่อยแน่ ๆ แต่จะอร่อยแบบไหนก็ต้องมีลุ้นกันทุกที เพราะเพียงแค่อุณหภูมิแต่ละครั้งต่างกัน วัตถุดิบอย่างสายพันธุ์ของผักผลไม้ที่เอามาหมักต่างกัน รสชาติที่ออกมาก็ไม่เหมือนกันแล้ว

“การได้เจอรสชาติใหม่ ๆ มันน่าสนใจ คือเราได้เจอรสชาติแปลก ๆ อย่างผมกำลังทำน้ำส้มสายชูจากมะม่วง หมักมะม่วงทุกชนิดที่เราเจอ เพื่อเปรียบเทียบว่า น้ำส้มสายชูจากมะม่วงแต่ละชนิดมีรสชาติยังไง มันเป็นความรู้สึกสนุกเหมือนคุณสะสมหนังสือ แต่ผมสะสมของหมักดองเท่านั้นเอง”

เพราะหมักจึงพบ – เพื่อนตัวจิ๋ว

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าอาหารหมักดองมีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย ให้วิตามินหลายตัวที่ช่วยชะลอความแก่ สร้างภูมิคุ้มกันต้านโรคได้มากมาย แต่ผลพวงประโยชน์เหล่านั้นเกิดจากการเติบโตของสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋ว ผู้เป็นเพื่อนร่วมทางนักหมักที่มีชื่อว่าเจ้าจุลินทรีย์

“ผมได้ดูสารคดีเรื่อง Kiss the Ground ในสารคดีเขาพูดชัดเจนว่า ปริมาณจุลินทรีย์ในร่างกายเรามีมากกว่าปริมาณเซลล์เสียอีก การรักษาสมดุลของกระบวนเติบโตของจุลินทรีย์ถึงสำคัญ การเติมจุลินทรีย์ให้ร่างกาย ทำให้เกิดการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างจุลินทรีย์ในอาหารหมักดองกับจุลินทรีย์ในร่างกาย ร่างกายมนุษย์จริง ๆ ก็เป็นระบบนิเวศหนึ่ง ถ้ามันสมดุล ก็เหมือนระบบนิเวศที่สมดุลดี”

อาจารย์ต้นเล่าว่า ถ้าวันไหนเราท้องผูก แปลว่าช่วงนั้นเรากำลังขาดจุลินทรีย์ตัวดีในร่างกายที่ช่วยเรื่องการขับถ่าย แต่ก็มีหนทางแก้ได้ โดยการเติมจุลินทรีย์ดีจากอาหารหมักดองอร่อย ๆ ที่ทำกินเองได้

จุลินทรีย์ตัวน้อยไม่ได้แค่ทำให้อาหารหมักเปี่ยมคุณค่าทางโภชนาการ แต่ทำให้นักหมักตื่นเต้นไปกับรสชาติที่แตกต่างกันไปตามการเติบโตของสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ด้วย 

บางคนอาจจะขยาดกับราสีขาวที่ขึ้นอยู่บนอาหาร แต่สำหรับนักหมักแล้ว นั่นคือก้าวแรกแห่งความสำเร็จเลยทีเดียว

อย่างการทำน้ำเชื่อมหวาน ๆ จากกล้วย กล้วยที่เรากินกันไม่หมดหรือกินไม่ทัน นำมาปอกเปลือกออก ใส่เนื้อลงในขวดโหลตามใจชอบ หลังจากนั้นใส่น้ำตาลที่มีอยู่ในครัวลงไป ปิดฝารอเวลาสัก 2 – 3 วันก็ลองกลับไปสอดส่องที่ขวดโหลดู เราจะตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตสีขาวเล็ก ๆ เกาะอยู่บนผิวกล้วย พร้อมกับน้ำเชื่อมกล้วยที่ออกมานิดหน่อย พอให้ได้ผสมโซดาเอามาดื่มให้สดชื่นกันสองสามแก้ว

หรือการทำคอมบูชา น้ำชาหมักชั้นดีที่ถูกขนานนามให้เป็นชาอมตะ เกิดจากการหมัก 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ Scoby (สโกบี้) ส่วนที่สองคือส่วนผสมน้ำชา ทั้งสองส่วนเราทำเองได้ที่บ้านง่าย ๆ ส่วนของสโกบี้บางบ้านอาจเพียงแค่เดินเข้าสวนก็ได้ผลไม้เปรี้ยวมาใช้หมักได้แล้ว หรือผลไม้เปรี้ยวที่เรากินไม่หมดก็นำมาทำเป็นสโกบี้ได้ แค่หมักผลไม้เปรี้ยวกับน้ำตาลแล้วผสมน้ำลงไป ระยะเวลา 3 – 6 เป็นช่วงของการเฝ้ายามสังเกตการณ์ว่าจุลินทรีย์ที่หมักกำลังเติบโตยังไง เราเฝ้ามองตั้งแต่มันค่อย ๆ ก่อตัวเป็นวุ้น จนกระทั่งการเติบโตที่สมบูรณ์ของจุลินทรีย์ จนได้เป็นแผ่นสโกบี้ที่เอามาใช้หมักกับน้ำชาได้อีกหลาย ๆ รอบ

ย้อนกลับไปถึงคำพูดที่อาจารย์ต้นกล่าวว่า “ร่างกายมนุษย์จริง ๆ ก็เป็นระบบนิเวศหนึ่ง ถ้ามันสมดุล ก็เหมือนระบบนิเวศที่สมดุลดี” มองกลับกัน ถ้าเราลองเติมจุลินทรีย์ให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่ร่างกายเราบ้างจะเป็นยังไง

เราลองเติมจุลินทรีย์ให้ต้นไม้กันดู มนุษย์เติมจุลินทรีย์ด้วยการกินอาหาร แต่ต้นไม้คงต้องเติมจุลินทรีย์ด้วยสิ่งที่เรียกว่าปุ๋ย ซึ่งปุ๋ยที่ทำได้โดยวิธีธรรมชาติก็ยังคงต้องอาศัยกระบวนการหมักเช่นกัน อาหารของต้นไม้ที่ว่าคือปุ๋ยหมัก เราหมักปุ๋ยจากอะไรก็ได้ หมักปุ๋ยจากเศษอาหารในบ้าน หมักจากมูลสัตว์ หรือหมักจากใบไม้ที่ร่วงอยู่ในสวนก็ทำได้ หมักแล้วก็รอชื่นชมการเติบโตของใบบนต้นที่สดขึ้นจนออกดอกออกผลดี

สิ่งหนึ่งที่นักหมักได้รับจากการทำงานกับเพื่อนตัวจิ๋วเสมอ คือ การรู้จักรอคอยและรู้จักสังเกต แน่นอนว่าเราต้องตื่นเต้นกับสิ่งที่ลงมือทำด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ตามมาคือ ความสุขจากการได้คอยเฝ้ามองการเติบโตของสโกบี้ เราตื่นเต้นเมื่อเห็นว่ามีราขาวฟูขึ้นบนดินของต้นไม้ที่ใส่ปุ๋ยหมักลงไป เรามีความละเมียดละไมขึ้นเมื่อได้ลองลิ้มรสชาติของการหมักแต่ละครั้ง และพยายามปรับสูตรเพื่อหารสชาติที่ถูกใจด้วยมือตัวเอง เราได้แต่งแต้มความสนุกด้วยการหาของใหม่ ๆ มาหมักที่ไม่ซ้ำกัน เพลิดเพลินที่ได้สร้างงานคราฟต์ผ่านอาหารที่มีเอกลักษณ์

สิ่งเหล่านี้คงเป็นเหตุผลที่เพียงพอว่า ทำไมวงการหมักอาหาร เข้าแล้วออกไม่ได้กันเลยสักบ้าน

เพราะหมักจึงรู้จัก – ถนอมอาหาร

มรดกทางความคิดของบรรพบุรุษเราที่ค้นพบการหมักอาหาร ทำให้เกิดภูมิปัญญาถนอมอาหารถ่ายทอดกันรุ่นสู่รุ่น เพราะคนสมัยก่อนต้องเอาตัวรอดจากอากาศที่หนาวเหน็บ เอาตัวรอดจากฤดูกาลที่อาหารขาดแคลน การกักตุนอาหารเพื่อให้อยู่ได้นานจนถึงช่วงที่อาหารขาด จึงจำเป็นต้องมีวิธีถนอมอาหารเพื่อยืดอายุให้เก็บรักษาได้นานขึ้น กระบวนการหมักจึงมีมานาน และกลายเป็นวิธีการถนอมอาหารคู่ครัวทั่วโลกเลยก็ว่าได้

การถนอมอาหารไม่ใช่แค่ยืดอายุการเก็บรักษาเพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยลดของเสียที่เกิดจากอาหารเหลือหรืออาหารที่กินไม่ทันได้ด้วย แถมยังทำให้เราใช้ประโยชน์จากอาหารผ่านการหมักได้อย่างคุ้มค่าจนถึงหยดสุดท้ายเลยทีเดียว เป็นวิธีการโบร่ำโบราณที่ทำด้วยวิธีการธรรมชาติ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้เพียงแค่ใจและใช้เวลากับสิ่งที่หมักตรงหน้าเพียงเท่านั้น

แต่มากกว่านั้น อาหารหมักยังทำลายพรมแดนวัฒนธรรมได้ด้วย เพราะปัจจุบันความรู้เรื่องอาหารหมักดองแพร่กระจายแลกเปลี่ยนกันไปทั่วโลก อย่างคอมบูชาที่ต้นกำเนิดเป็นน้ำชาหมักของจีน ตอนนี้กลายเป็นของที่ทำดื่มกันเองได้ที่บ้านสบาย ๆ หรือเทมเป้ภูมิปัญญาจากอินโดนีเซีย เป็นถั่วเหลืองหมักที่สายมังสวิรัติน้ำมาใช้ทำอาหารแทนเนื้อสัตว์ได้โดยไม่เสียรสชาติ กิมจิจากเกาหลีที่หยิบกะหล่ำและผักกาดมาดองกินกันได้ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ซึ่งภูมิปัญญาเหล่านี้ถูกส่งทอดกันมาเรื่อย ๆ ข้ามน้ำข้ามทะเลจนเรียกได้ว่าอาหารหมักดองไร้ซึ่งพรมแดนวัฒนธรรมเลยก็ได้

เมื่อใดที่เราลงมือหมักหรือกินของดองจากสูตรของเพื่อนบ้าน ประเทศอื่น หรือจากภูมิภาคอื่น เราได้ลิ้มรสถึงวัตถุดิบที่ใช้ วิธีการและระยะเวลที่ใช้หมัก สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเหมือนได้ท่องไปในวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน แม้ไม่ได้ตีตั๋วบินไกลไปถึงประเทศนั้น ๆ เรารับรู้เรื่องราว วิถีชีวิตและประสบการณ์ของเจ้าของภูมิปัญญาเหล่านั้นผ่านลงมือทำและกินอาหารหมักดอง

คุยกันถึงตรงนี้ เราคิดว่ามนตร์เสน่ห์ของอาหารหมักดองนั้นมีมากพอที่จะชวนให้เหล่านักหมักและผู้ที่สนใจการหมัก มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสน่ห์ของสิ่งนี้ไปด้วยกันในงาน ‘มิตรรัก นักหมัก’ ตลาดนัดของหมักเล็ก ๆ ที่เราอยากพาผู้ที่รักในงานหมักมารวมตัวกันพูดคุย เอาผลงานแสนรักจากที่บ้านมากาง และแบ่งปันความสุขกันในงานนี้

‘มิตรรัก นักหมัก’ เทศกาลรวมทุกอย่างเกี่ยวกับการหมัก สวรรค์ของคนรักความนัว

เราชวนนักหมักที่พร้อมมาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เริ่มด้วยวงสนทนา Talk : Wild Yeast Bread จากร้านนักทำขนมปังโฮมเมดอย่าง Flower Flour, Younglek, Sloafbake และ Sunday 

‘มิตรรัก นักหมัก’ เทศกาลรวมทุกอย่างเกี่ยวกับการหมัก สวรรค์ของคนรักความนัว

แล้วมาล้อมวงฟัง Talk สนุก ๆ เรื่องราวต้นชาอัสสัมอายุเกือบพันปีจนถึงการเป็นชาผู่เอ๋อจากไร่ชาวาวี โดย อาเปา-ศิริพันธุ์ และ ไหม-ยุรมาศ พิทักษ์วาวี 

‘มิตรรัก นักหมัก’ เทศกาลรวมทุกอย่างเกี่ยวกับการหมัก สวรรค์ของคนรักความนัว

ตามมาด้วยกิจกรรมตั้งวงสนทนา Talk เรื่อง Kombucha (คอมบูชา) กับนักหมักตัวยงอย่าง ก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน, โน้ต-อธิป สโมสร, Sho Oga และ ท้อ-จุฑามาส บูรณะเจตน์ 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ต่อด้วย Talk : Why Ferment? จากผู้เปี่ยมประสบการณ์การหมักที่เคยทำอาหารหมักหลายชนิดทั่วไทยอย่างอาจารย์ต้น-อนุสรณ์ ติปยานนท์

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ไม่หมดเพียงเท่านั้น งานนี้ยังมีเวิร์กชอปสนุก ๆ มาให้ทุกคนได้ลงมีคราฟต์อาหารหมักกันอย่างเต็มอิ่ม กับ 4 กิจกรรมที่จะพาคุณไปเรียนรู้ย้อมครามผ้าและหม้อด้วยน้ำหมักย้อมคราม โดยแบรนด์ Fulame’, Craftroom, Sati และ Escape Issue 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ชวนไปทำเทมเป้สุดยอดวัตถุดิบเปี่ยมโปรตีนขวัญใจสายมังสวิรัติ จาก ท้อ-จุฑามาส บูรณะเจตน์ 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

และเตรียมกระเป๋าเก็บขวดโหลหมักกลับบ้านกับ Workshop : Cider vinegar จากปูเป้ทำเองที่จะพาไปหมักมะพร้าวน้ำหอมกับน้ำผึ้งป่า ด้วยหัวเชื้อที่ปูเป้พกมาให้ทุกคนได้กลับเอาไปดูแลต่อที่บ้าน 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

อีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือเวิร์กชอป ส้มหยวกกล้วย จาก จ๋า-ยุพิน ผูกพานิช ที่นำเอาภูมิปัญญาเดิมของที่บ้านมาเล่าต่อ และพาเหล่านักหมักทำส้มหยวกกล้วยจากสวนกันสด ๆ ในงาน

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ยิ่งไปกว่านั้น เราชวนเหล่านักหมักที่เตรียมหมักสิ่งที่รักกันมาอย่างดีกว่า 30 ร้านในงานนี้ เตรียมขวดโหล พกกระเป๋าสตางค์ มาเวิร์กชอปและจับจ่ายของหมักพร้อมหิ้วความสุขกลับบ้านกัน 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

รับรองความอิ่มเอมและความสนุกแก่ผู้มีใจรักในการหมักทั้งหลาย สำหรับใครที่มางาน หลังจากชิม ช้อป และใช้ฝีมือจากงานนี้ อย่าลืมทำ Challenge สังเกตร่างกายตัวเอง และเตรียมพร้อมสู้รบกับข้าศึกในห้องน้ำไว้ได้เลย

Whispering Cafe

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2565 

เวลา 10.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : 43 บ้านใหม่ อำเภอสามพราน นครปฐม (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 2429 4229

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load