‘มนุษย์อินทรีย์’ คือคอลัมน์ใหม่เอี่ยมที่ The Cloud อยากชวนคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักเรื่องราวของ ‘ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์’ ในสังคมไทย ไปดูกันว่าเราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไรบ้าง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องไม่ยาก และอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิดเยอะ

แต่ละตอนเราจะนำเสนอเรื่องราวที่ต่างกัน พร้อมชี้ช่องชัดๆ ว่า ถ้าอยากลองชิม ลองใช้ ควรเริ่มต้นอย่างไรดี

ตอนแรกเราจะเริ่มกันจากการทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า สินค้าเกษตรอินทรีย์หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า ‘ออร์แกนิก’ คืออะไรกันแน่ เพราะสินค้าที่เราเรียกกันว่าออร์แกนิกจำนวนไม่น้อยนั้น แท้จริงแล้วไม่ใกล้เคียงความเป็นออร์แกนิกเลย 

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักความเข้มข้นระดับต่างๆ ของสินค้าเกษตรอินทรีย์แบบง่ายๆ กันดีกว่า

เราขอแบ่ง สินค้าเป็น 3 ประเภท 

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน
ภาพ : ผดุงศักดิ์ วรเวชดิลก

ประเภทที่ 1 สินค้าเกษตร ทั้งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์

ระดับที่ 1 อินทรีย์ หรือ ออร์แกนิก (ของจริง)

สินค้าที่เป็นออร์แกนิกจริงจะผ่านการปลูกหรือเลี้ยงในดิน น้ำ และอากาศ ที่ปลอดภัย ไม่มีสารเคมีเจือปนจากทั้งภายในและภายนอกแปลง
หากใช้พื้นดินที่เคยปลูกด้วยสารเคมีมาก่อน ก็ต้องพักดิน ไม่ใช้สารเคมี อาจอาศัยเวลานานถึง 5 ปี ส่วนน้ำ ควรใช้น้ำจากแหล่งของตัวเอง หากมาจากแหล่งน้ำสาธารณะที่อาจมีการปนเปื้อน ต้องบำบัดก่อน

ไม่มีการใช้ปุ๋ย ยาปราบวัชพืช ปราบศัตรูพืชที่เป็นเคมี ซึ่งต่อให้นำมาล้างอย่างไรก็ล้างไม่ออก เพราะสารเคมีจะถูกดูดซึมเข้าไปสะสมในเนื้อหรือลำต้นของผลผลิต
เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ก็ต้องเป็นพันธุ์แท้ ไม่มีการตัดต่อพันธุกรรม 

ถ้าเป็นสัตว์ ต้องเลี้ยงด้วยอาหารที่ผลิตแบบธรรมชาติ ไม่ปนเปื้อนสารเคมี

สินค้าออร์แกนิกแท้ๆ จึงหาไม่ง่ายนักและมีราคาแพงกว่าสินค้าทั่วไป เพราะมีกระบวนการผลิตที่ยุ่งยากกว่า แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะคนปลูกปลอดภัย คนบริโภคปลอดภัย และโลกก็ปลอดภัย

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน
ภาพ : ตลาดสุขใจ

ระดับที่ 2 ธรรมชาติ

กลุ่มสินค้าที่เราพบเห็นบ่อยที่สุดเมื่อพูดถึงสินค้าออร์แกนิก การผลิตสินค้าเกษตรเหล่านี้ เกษตรกรไม่ใส่ปุ๋ยและสารเคมี จึงไม่มีการปนเปื้อนจากภายใน แต่อาจมีปนเปื้อนจากภายนอก เช่น ใช้น้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีจากต้นน้ำ ใช้ดินที่เคยปลูกแบบเคมีมาก่อน หรือมีสารเคมีจากพื้นที่รอบข้าง ทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมลอยมาตก เมล็ดพันธุ์ก็อาจไม่ได้คัดสรรพันธุ์แบบเข้มข้นนัก โดยรวมถือเป็นการผลิตที่เกษตรกรมีความตั้งใจว่าจะไม่ใช้สารเคมีในทุกขั้นตอน

ระดับที่ 3 ปลอดภัยจากสารเคมี

ผักและผลไม้กลุ่มนี้คือกลุ่มที่อาจไม่มีความออร์แกนิกใดๆ แต่คนจำนวนมากก็เรียกว่าออร์แกนิก มีการปลูกแบบเกษตรทั่วไป ใช้สารเคมีตามปกติ แต่เก็บเกี่ยวเมื่อถึงระยะปลอดภัย ส่วนเมล็ดพันธุ์ก็อาจใช้เมล็ดที่ตัดต่อทางพันธุกรรมได้

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน

ประเภทที่ 2 อาหารแปรรูป

ระดับที่ 1 ออร์แกนิกทั้งกระบวนการ

อาหารออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์นั้นหาได้ยากมาก เพราะต้องทำจากเนื้อสัตว์และผักออร์แกนิก รวมถึงตัวเครื่องปรุงก็ต้องออร์แกนิกด้วย 

ระดับที่ 2 ออร์แกนิกเป็นส่วนใหญ่

ผักต้องเป็นออร์แกนิก เพราะผักมีอายุสั้น อาจมีสารเคมีตกค้างจากการผลิตสูง แต่น้ำมันที่ใช้อาจเป็นน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันพืชปกติที่ใส่สารต่างๆ เครื่องปรุงอาจผลิตแบบอุตสาหกรรมปกติ มีการเติมสารต่างๆ เพื่อปรุงรสและให้เก็บได้นานขึ้น

ประเภทที่ 3 สินค้าอินทรีย์

ระดับที่ 1 ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกทั้งหมด

เป็นสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบออร์แกนิกทั้งหมด ถ้าเป็นแชมพูสระผม ต้องทำจากมะกรูดออร์แกนิก สารเกิดฟองก็ทำจากประคำดีควาย 

ระดับที่ 2 ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกบางส่วน

สินค้าประเภทนี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นสินค้าออร์แกนิก แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ เช่น น้ำยาล้างจานที่ทำเอง อาจทำจากมะกรูดปกติ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนสารเคมีอย่างยาฆ่าแมลง หรือใช้กลิ่นมะกรูดสังเคราะห์ ส่วนสารเกิดฟองอาจทำมาจากสาร N70

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน
ภาพ : ผดุงศักดิ์ วรเวชดิลก

ใครอยากสนับสนุนสินค้าออร์แกนิกในระดับใด เลือกได้ตามความสะดวก แต่หากสงสัยว่าทำไมเราต้องใช้สินค้าพวกนี้ด้วย เราขอตอบด้วยเหตุผล 4 ข้อ

1. ทำให้ดิน น้ำ อากาศ ปลอดภัย ทั้งต่อตัวผู้ผลิต คนรอบข้าง และคนปลายน้ำ โลกใบนี้ทุกอย่างเชื่อมถึงกันหมด การปล่อยสิ่งปนเปื้อนสู่ธรรมชาติจะกระทบกับทุกชีวิตไปเป็นทอดๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด

2. เราควรสนับสนุนผู้ผลิตที่คิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง ยอมลำบากขึ้น จะป้องกันแมลงก็ต้องทำโรงเรือนกางมุ้งให้ผัก หรือปลูกพืชอีกชนิดมาไล่แมลง ขายก็ยากกว่า แต่ยอมทำเพื่อให้ผู้บริโภคได้กินอาหารที่ปลอดภัย

3. การซื้อสินค้าออร์แกนิก เท่ากับเราได้สนับสนุนผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิกทั้งวงจร เพราะผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิกที่เราซื้อ เขาต้องซื้อวัตถุดิบออร์แกนิกจากผู้ผลิตอื่นๆ อีกทอด การซื้อสินค้าออร์แกนิกหนึ่งชิ้นจึงส่งผลกับผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิกทั้งหมด

4. ช่วยทำให้อาชีพเกษตรกรกลายเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ได้รับการเคารพไม่ต่างจากอาชีพอื่น เพราะตั้งใจทำงานด้วยรับผิดชอบและมุ่งมั่นในการดูแลชีวิตของผู้บริโภคให้ปลอดภัยที่สุด

ภาพ : โครงการสวนผักคนเมือง

หลายคนคงสงสัยว่าจะไปหาซื้อสินค้าออร์แกนิกที่เป็นมิตรต่อโลกเหล่านี้ได้ที่ไหน เราได้คัดสรรตลาด 5 แห่งมาให้

สาเหตุที่แนะนำตลาดแทนร้านค้าออนไลน์ เพราะตลาดมีบรรยากาศให้ได้พบปะแลกเปลี่ยนบทสนทนากับผู้ผลิต ได้ทั้งความรู้ และส่งกำลังใจให้ผู้ผลิตด้วย รวมถึงเราอาจจะได้มิตรภาพ กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายดีๆ เช่นนี้ไปโดยปริยาย

หลักการเลือกตลาดของเราคือ

  1. สินค้าในตลาดเป็นออร์แกนิกโดยส่วนใหญ่ คุณภาพดี ของกินอร่อย รสชาติแตกต่าง เก็บได้นาน ไม่เน่าเสียเร็วแบบเคมี ผ่านการคัดเลือกจากกลุ่ม ลูกค้าได้รู้จักและสนับสนุนผู้ผลิตตัวจริงเสียงจริง 
  2. มีสินค้าหลากหลาย ไปที่เดียวซื้อได้หลายอย่าง
  3. คุ้มค่า บางอย่างอาจมีราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับที่อื่น แต่ในเชิงคุณค่าและความดีงามที่ได้รับ ไม่เสียดายแน่นอน

ก่อนไปเดินตลาด เราขอแนะนำว่า อย่าลืมป้องกันตัวเองและผู้อื่นในช่วง COVID-19 และตลาดบางแห่งเปิดให้บริการแบบพรีออเดอร์ออนไลน์ แล้วไปรับสินค้าเฉยๆ แทนการเปิดหน้าร้านในช่วงนี้

01

ตลาดปันอยู่ปันกิน

กรุงเทพฯ

กลุ่มสินค้าเด่น : ผักผลไม้ออร์แกนิกตามฤดูกาล เนื้อสัตว์ ไก่ หมู อาหารทะเล 

วันที่เปิดขาย : ทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน (เดือนมกราคมนี้ มีตลาดแบบ Grab & Go จองสินค้าล่วงหน้าแล้วมารับที่ตลาดวันที่ 31 มกราคม)

ที่ตั้ง : ซอยนาคนิวาส 30 ลาดพร้าว 71 (แผนที่)

Facebook : ปันอยู่ปันกิน

ตลาดปันอยู่ปันกิน กรุงเทพฯ
ภาพ : ผดุงศักดิ์ วรเวชดิลก

เราขอชวนคุณออกมาเดินสูดอากาศที่ตลาดย่านลาดพร้าวซึ่งล้อมรอบด้วยแปลงผัก เล้าเป็ดไก่ ของ โอ๋-ธรรมศักดิ์ ลือภูวพิทักษ์กุล เจ้าของฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง เขาปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนตัวมาสร้างเป็นแหล่งอาหาร เมื่อปลูกเองจึงรับประทานได้อย่างไร้กังวล เขาเห็นว่ายังขาดอาหารอีกหลายอย่าง จึงชวน ปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร จากบ้านเจ้าชายผัก และกลุ่ม Heart Core Organic ที่เชื่อเรื่องอาหารดีๆ ด้วยหัวใจเหมือนกัน รวมตัวเปิดตลาด เป็นพื้นที่ให้คนเมืองได้มาแลกเปลี่ยนสินค้า พบปะผู้ผลิตอย่างรู้หน้ารู้ใจ

เพื่อให้เกิดการวางแผนล่วงหน้าและกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ปันอยู่ปันกินใช้ระบบการประชาสัมพันธ์สินค้าแต่ละรอบทางออนไลน์ ชวนคนมาพรีออเดอร์ล่วงหน้า แล้วค่อยไปรับที่หน้าร้านในวันเปิดตลาด ทั้งสองฝ่ายจึงรู้ความต้องการอย่างแน่ชัด ไม่ต้องขนมาให้มีเศษเหลือ

แต่ละครั้งมีร้านมาเปิดแผงประมาณ 20 ร้าน มีทั้งอาหารทะเลจากเครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล มะพร้าวน้ำหอมสดใหม่จากสวนคุณลุงวิทยาและป้านุ้ย ผักสะอาด เนื้อหมู่เลี้ยงปล่อยทุ่ง ไข่ไก่ สมุนไพร สบู่ กาแฟ และอีกมาก 

ตลาดปันอยู่ปันกิน กรุงเทพฯ

02

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข

นครสวรรค์

กลุ่มสินค้าเด่น : ข้าวสารที่พัฒนาพันธุ์เอง อาหาร ขนมพร้อมทาน จากวัตถุดิบในพื้นที่

วันที่เปิดขาย : ทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน (เดือนมกราคมนี้ ตลาดจัดวันที่ 30 – 31 มกราคม ธีม ‘คืนวันเสาร์ ถึงเช้าวันอาทิตย์’) 

ที่ตั้ง : ปากน้ำโพ เมืองนครสวรรค์ (แผนที่)

Facebook: ฟาร์มฝัน ปันสุข

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข นครสวรรค์

ฟาร์มฝัน ปันสุข อยู่ไม่ไกลจากพาสานและคลองญวนชวนรักษ์ สองแลนด์มาร์กใหม่ของนครสวรรค์ ถือเป็นศูนย์รวมสินค้าออร์แกนิกที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ของ น็อต-ธาวิต ฉายแสงมงคล ผู้เคยเห็นครอบครัวต้องล้างผักให้สะอาดเพื่อชำระสารเคมีเป็นชั่วโมงอยู่บ่อยครั้ง จึงเริ่มหันมาปลูกผักกินเอง ก่อนไปพบและปรึกษาผู้คนจากตลาดปันอยู่ปันกิน เรื่องการสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัยให้บ้านเกิดตนเอง

เพื่อให้มั่นใจว่าชุมชนจะมีอาหารที่ดีจริง สินค้าที่จะเข้ามาวางขายในฟาร์มฝัน ปันสุขได้ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพของกลุ่มร่วมกัน (ระบบ PGS หรือ Participatory Guarantee System) จึงมั่นใจได้ว่ามีคนช่วยคัดกรองคุณภาพมาแล้ว

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข นครสวรรค์

เมื่อแวะมาแล้ว แนะนำให้ลองลิ้มรสข้าวสารที่พัฒนาพันธุ์เอง เช่น ข้าวช่อราตรี ข้าวเกยไชย มีทั้งนำมาคลุกเคล้าเป็นข้าวยำ และทำเป็นแป้งข้าวสำหรับขนมพร้อมทานต่างๆ อย่างกุยช่าย ไอศกรีม และขนมครกข้าวกล้องงอก อร่อยได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิดต่อร่างกายตัวเอง รวมถึงมีน้ำปลาที่ผลิตเองและปลาจากเขื่อนคลองโพธิ์ 

หรือใครไม่ได้ไปวันตลาดเปิดก็ไม่เป็นอะไร ยังมีร้านเปิดขายผัก ผลไม้ และสินค้าอื่นจากพื้นที่ใกล้เคียง วนเวียนมาไม่ขาดมือ เปิดให้บริการทุกวัน

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข นครสวรรค์

03

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market)

นนทบุรี

กลุ่มสินค้าเด่น : ผักและผลไม้หลากหลายจากชุมชนภาคกลาง

วันที่เปิดขาย : วันเสาร์ เดือนละครั้ง

ที่ตั้ง : มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทยไทย) ไทรม้า (แผนที่)

Facebook : City Farm Market / สวนผักคนเมือง

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market) นนทบุรี
ภาพ : โครงการสวนผักคนเมือง

สวนผักคนเมืองเป็นตลาดน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตอน พ.ศ. 2562 แต่มีของครบและหลากหลาย เป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ทำงานสนับสนุนเกษตรกรทั่วประเทศเรื่องการสร้างความมั่นคงทางอาหารมานานหลายสิบปี มีเครือข่ายกว้างขวาง เข้าใจวิถีชีวิตเกษตรกรจากประสบการณ์จริง

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market) นนทบุรี

สินค้าส่วนใหญ่มาจากชานเมืองและชุมชนภาคกลางเป็นหลัก เพื่อส่งเสริมวิถีการเกษตรของคนเมืองตามชื่อ แต่จะมีการสำรวจภายในเครือข่าย และช่วยเปิดพรีออเดอร์ผลผลิตตามฤดูกาลจากเกษตรกรภูมิภาคต่างๆ ให้ส่งมาร่วมตลาดอีกด้วย เช่น อาหารทะเลจากตรัง ข้าวและผักจากภาคเหนือ เพื่อไม่ทิ้งผู้ผลิตตัวจริง 

มาที่นี่นอกจากอิ่มท้องแล้ว เดินผ่านสวนผักที่อุดมสมบูรณ์เข้าไปจะมีอาคารเป็นพื้นที่สำหรับงานเสวนา เวิร์กช็อป กิจกรรมต่างๆ ให้คนเมืองได้ไปพักพิง เติมพลังสมอง และกลับมาดูแลอาหารให้ชีวิตที่บ้าน

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market) นนทบุรี

04

ตลาดสุขใจ

นครปฐม

สินค้าเด่น : ผักพื้นบ้าน ผักสลัด เครื่องดื่มสมุนไพร ขนมและอาหารพร้อมรับประทาน

วันที่เปิดขาย : ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

ที่ตั้ง : ยายชา สามพราน นครปฐม (แผนที่)

Facebook: ตลาดสุขใจ นครปฐม

ภาพ : ตลาดสุขใจ

จากวิสัยทัศน์ของสวนสามพรานที่อยากผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง จับมือร่วมกับเครือข่ายๆ ต่าง เกิดเป็นตลาดสุขใจ เปิดต้อนรับมนุษย์อินทรีย์เข้าสู่ศาลาไม้มุงแบบไทย บรรยากาศร่มรื่น ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวขจี รับประกันคุณภาพด้วยระยะเวลาที่เปิดตลาดมาครบ 1 ทศวรรษ 

ในตลาดมีผักพื้นบ้าน ผักสลัดมากมายให้เลือกสรร รวมทั้งไข่ไก่ ขนมไทยทานเล่น เครื่องดื่มสมุนไพร อาหารพร้อมทานและแปรรูป โดยมักมีป้ายกำกับบอกผู้บริโภคถึงระดับความออร์แกนิกของสินค้า

ตลาดสุขใจ นครปฐม

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือ ตลาดส่งเสริมการใช้งานภาชนะและเฟอร์นิเจอร์จากธรรมชาติ เช่น ใบตองห่ออาหาร โต๊ะไม้ไผ่ เดินตลาดได้อย่างสุขใจ ไม่สร้างภัยต่อสิ่งแวดล้อม

ใครช้อปในตลาดเสร็จแล้ว ยังแวะเดินไปรับลมในสวน จิบกาแฟ ซื้อเครื่องประทินผิว ทำเวิร์กช็อปงานหัตถศิลป์และผลิตสมุนไพรของ Patom Organic Living ได้อีกด้วย

ตลาดสุขใจ นครปฐม

05

กาดข่วงเกษตรอินทรีย์

เชียงใหม่

สินค้าเด่น : ผักพื้นบ้านภาคเหนือ ข้าวดอย

วันที่เปิดขาย : ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ เวลา 14.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : สุเทพ เมืองเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : ข่วงเกษตรอินทรีย์ เชียงใหม่

กาดข่วงเกษตรอินทรีย์ เชียงใหม่
ภาพ : ข่วงเกษตรอินทรีย์

แอ่วกาดภาคเหนือกันได้ที่ข่วงเกษตรอินทรีย์ ศูนย์รวมผู้ผลิตและแปรรูปสินค้าออร์แกนิกที่เกษตรกรมีส่วนร่วม กำหนดกฎกติกาและดูแลตลาดร่วมกัน เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2555 โดยสถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน (ISAC) ที่ลงพื้นที่พัฒนาการเกษตรอินทรีย์ของชุมชนเพื่อสร้างตลาดไว้รองรับผลผลิต ให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืน และเป็นแหล่งพักพิงเรื่องอาหารปลอดภัยของผู้บริโภค

ภายในตลาดมีผลผลิตจากเกษตรกรและชาวบ้านราว 10 อำเภอในเชียงใหม่ ลำพูน และชาวเหนือโดยรวม ที่เดินทางไกลมาจับจองโต๊ะพบปะผู้บริโภคที่ผูกพันกัน เมื่อเดินเข้าไปในตลาด คุณอาจพบว่าผู้คนสนิทสนมกันมาก เพราะหลายรายแวะเวียนมาตั้งแต่ตลาดเพิ่งเปิดใหม่ๆ 

เมื่อมาเยี่ยมเยือนแล้ว พลาดไม่ได้ที่จะต้องลิ้มลองผักพื้นบ้านภาคเหนือ เช่น ผักหวานป่า ผักเชียงดา นำมาปรุงเป็นแกงแครสชาติกลมกล่อมมากประโยชน์ ช่วงหน้าหนาวนี้ก็จะมีผักกะหล่ำ บรอกโคลี ที่น่าจับจอง และยังมีข้าวดอยจากพื้นที่สูง เต้าเจี้ยวและซีอิ๊วขาวขึ้นชื่อ บอกเลยห้ามพลาดนะเจ้า

กาดข่วงเกษตรอินทรีย์ เชียงใหม่

ทั้งหมดนี้คือ 5 ตลาดที่เราคัดสรรมาให้เป็นแหล่งพักพิงใจเรื่องอาหารปลอดภัย ยังมีตลาดขายสินค้าออร์แกนิกอื่นๆ ในประเทศ ที่คุณสามารถเลือกแวะเวียนไปจับจ่ายใช้สอย ดูแลชีวิตคนที่รักและโลกใบนี้ ขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนเกษตรกรที่มีความตั้งใจดี และขอให้สุขภาพแข็งแรง

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

ช่วงที่หลายคน Work from Home หรือ Study from Home กันมากขึ้น บ้านกลายเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ที่พักกายใจ และที่ทำงานในคราวเดียว เมื่อเริ่มมีเวลาอยู่ติดบ้าน หลายคนจึงหันมาทำบ้านให้เป็นบ้านมากกว่าที่เคย สังเกตได้ง่ายมาก เพราะบรรดาเฟอร์นิเจอร์น่ารัก สีสันต้องตา เริ่มขายดีเป็นเทน้ำเทท่า 

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า กว่าจะมาเป็นสินค้าแต่งบ้านน่าใช้เรียงรายตามร้านค้า เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้รวมไปถึงวัสดุก่อสร้างบ้าน-อาคารทั้งหลาย ต้องผ่านกระบวนการหลอม เผา ขัดเกลาสารพัดขั้น ผลาญพลังงานธรรมชาติและสร้างขยะกองมหึมาจนน่าตกใจ อีกทั้งกว่าจะได้เหล่าปูน หิน ดิน ทราย ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ก็อาจต้องระเบิดภูเขาเผาป่าแบบในภาพยนตร์แอคชัน รังแกระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

มนุษย์อินทรีย์ตอนนี้จึงขอเล่าเรื่องแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างแนว Circular Design ที่อยากชักชวนให้ผู้อยู่อาศัยทั้งหลาย หันมาใส่ใจสร้างบ้านที่รักตัวเราและรักสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

เหล่าคนหัวใจอินทรีย์ต่างรู้ดี ว่าแนวคิดแบบ Circular Design ที่ว่านี้เป็นมิตรแท้ตัวจริงต่อสิ่งแวดล้อม เพราะกระบวนการผลิตทั้งหมดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น ทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงอาหารที่เราทาน จะต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่า โดยปักธงไว้ว่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ต้องป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนการหาวัตถุดิบและออกแบบ เพื่อไม่ให้เกิดของเสียเหลือทิ้งตั้งแต่ต้นทาง 

แบรนด์หลากหลายสัญชาติทั่วโลกหันมาร่วมแคมเปญรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร เช่น ทางฝั่งไต้หวันซึ่งมีทั้ง The W Glass Project คิดค้นแก้วและหลอดชานมไข่มุกจากแก้วรีไซเคิลร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือ Epson Taiwan ที่มาช่วยกำจัดปัญหากระดาษสำนักงานกองโตด้วยเครื่องพรินเตอร์ PaperLab รีไซเคิลกระดาษได้เองในตัวแบบครบถ้วนทุกกระบวนขั้น ส่วนฝั่งยุโรปก็ไม่น้อยหน้า แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังอย่าง Adidas ก็เริ่มนำวัสดุเหลือใช้และพลาสติกมาแปรรูปเพื่อผลิตเป็นรองเท้าออกขาย หรือจะเป็น ECOALF แบรนด์แฟชั่นจากสเปนก็ดีงาม เพราะเขานำขยะทางทะเลมาแปรรูปเป็นวัสดุใหม่ เพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าแฟชั่นนานาชนิด 

ใครที่กำลังอยากรีโนเวตบ้าน หรือมีไอเดียอยากแต่งบ้านด้วยวัสดุที่ทั้งดีต่อเราและดีต่อโลก เราขอภูมิใจนำเสนอมิตรคู่เรือนเพื่อนคู่บ้านคนใหม่อย่าง ‘loqa’ (โลกา) แบรนด์ไทยที่มีแนวคิดในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตลอดจนกระบวนการผลิตที่คิดถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งชวนให้อยากเลือกหยิบสินค้าลงตะกร้า และร่วมวงสนทนากับทีมหลังบ้านของ loqa ต่อในทันที

และต่อจากนี้คือเรื่องราวฉบับย่อของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์น่ารักหัวใจสีเขียว ที่จะเปลี่ยนมุมมองและไอเดียในการสร้างบ้านของเราไปตลอดกาล

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ยั่งยืนต่อองค์รวม ย่อมยั่งยืนกับตัวเรา

เมื่อย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ประกอบกับความใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นทุนเดิม สองสามีภรรยาอย่าง นนท์-นรฤทธิ์ วิสิฐนรภัทร และ มาย-มนัสลิล มนุญพร จึงตื่นเช้ามาด้วยใจตระหนักว่า ต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างเพื่อความยั่งยืนของโลกใบนี้อย่างจริงจังเสียที

เพราะการแต่งบ้านคืองานอดิเรก ทั้งสองจึงตัดสินใจเริ่มต้นที่งานเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างอย่างไม่ลังเล และเหมือนโชคชะตาจะหันเหมาถูกทิศ เพราะแต่เดิมธุรกิจทางบ้านของนนท์คือการทำอิฐทนไฟ ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการผลิตที่เน้นความทนทานและพิถีพิถัน ชนิดว่าคลาดเคลื่อนแม้แต่ 1 มิลมิเมตรก็ไม่ได้ มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจใหม่แกะกล่องครั้งนี้ด้วย แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และวัสดุตกแต่งอาคาร ในนาม loqa หรือ โลกา จึงถือกำเนิดเปิดตัวในปี 2021 อย่างเป็นทางการ พร้อมกับความตั้งใจร่วมผลักดันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“เราสองคนสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เลยคิดว่าจะทำอะไรที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมได้บ้างไหม แล้วก็เป็นสิ่งที่เรามีศักยภาพจะทำได้” นนท์เล่าถึงที่มาที่ไปของโลกา และความได้เปรียบด้านธุรกิจอิฐทนไฟของที่บ้าน

“อีกอย่างคือเราตั้งใจว่าจะต้องทำให้มันยั่งยืนกับองค์รวม เพราะมันเชื่อมโยงถึงกันหมดค่ะ ถ้ายั่งยืนกับองค์รวม ก็น่าจะยั่งยืนกับเราเองด้วย” มายเสริม

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

หากมองเผิน ๆ เราอาจคิดว่าบรรดาอิฐก้อนและกระเบื้องทั้งหลายจากโลกา ก็ไม่ต่างจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างทั่วไปเท่าไหร่นัก แต่หากลองเพ่งสังเกตให้ดี จะพบว่าเนื้อในของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ประกอบสร้างขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ในแวดวงอุตสาหกรรมแทบทั้งสิ้น ทั้งบรรดาเซรามิกเหลือทิ้ง แก้วจากขวดเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร ทั้งหมดนี้ถูกนำมาผ่านกระบวนการผลิตด้วยระบบออกแบบหมุนเวียน (Circular Design) ที่เมื่อบดทุบหรือรื้อถอนสินค้าออกแล้ว ยังนำไปรีไซเคิลต่อได้ด้วยกระบวนการผลิตใหม่อย่างไม่สิ้นสุด

“ถ้าสินค้าของเราถูกนำไปใช้ แล้วอีก 10 – 20 ปี เกิดการทุบทิ้ง เรานำไปบดละเอียดแล้วเอากลับมาขึ้นรูป ทำเป็นของชิ้นใหม่เรื่อย ๆ ได้เลย” 

แค่เริ่มต้น ก็ฟังดูสนุกไม่เบาทีเดียว

เปลี่ยนจากไร้ค่ากลายเป็นคุณค่า

เมื่อเราสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องเป็นวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรม นนท์จึงเล่าให้ฟังอย่างเข้าใจง่ายว่า เกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมการก่อสร้างและวัสดุการก่อสร้าง อีกทั้งบั้นปลายของวัสดุเหล่านี้คือการถูกฝังกลบลงดิน แน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

“แค่เฉพาะคอนกรีต เหล็ก อะลูมิเนียม 3 อย่างนี้รวมกันก็ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งผมว่ามันเป็นตัวเลขที่เยอะมาก เป็นสัญญาณบอกว่าเราน่าจะมีส่วนร่วมในการทำอะไรสักอย่าง เราจึงอยากนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในการผลิต โลกาคัดเอาเฉพาะวัสดุเหลือใช้ทั้งสิ้น เพื่อชุบชีวิตให้ของไร้ราคา กลายมาเป็นเฟอร์นิเจอร์น่าใช้และไม่สร้างขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ นนท์และมายเล่าว่าเป็นเรื่องของการเคลือบสี เคลือบเงา และตัวสร้างพันธะเคมีที่ทำให้ชิ้นงานติดกัน ถึงแม้ว่าองค์ประกอบเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายและไม่สร้างสารพิษให้กับสิ่งแวดล้อมแม้แต่น้อย แต่โลกาก็ยังมุ่งมั่นเดินหน้าเฟ้นหาวัสดุเหลือทิ้งมาใช้ทดแทนในอนาคต

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“ณ วันหนึ่ง อิฐ 1 ก้อนและกระบวนการทุกอย่างเกี่ยวกับเขา เราอยากให้มันมาจาก Waste ทั้งหมดเลย นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของเราค่ะ”

นอกจากนี้ อีกหนึ่งธงชัยที่โลกาปักไว้ คือการนำเศษวัสดุจากการก่อสร้าง อย่างปูน ดินแดง คอนกรีต หรือซีเมนต์ก้อนยักษ์ใหญ่ มาปัดฝุ่นแปลงโฉมเป็นสินค้าคุณภาพได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าขั้นตอนนี้จะอยู่ในระยะทดลอง แต่ทั้งสองก็กระซิบบอกว่าไม่นานเกินรอน่าจะสัมฤทธิ์ผล

พื้นที่เล่นสนุกของคนสร้างบ้านและคนรักบ้าน

เมื่อขยะอุตสาหกรรมที่เคยถูกทิ้งลงถัง เปลี่ยนผันมาอยู่ในมือของสองนักคิดนักค้นแห่งแบรนด์โลกา ขยะด้อยค่าจึงถูกนำมาเล่นสนุกได้ไม่รู้จบ

“เราอยากให้โลกาเป็นเหมือนเลโก้ของสถาปนิกและดีไซเนอร์ เพราะเขารู้ดีที่สุดว่าต้องทำอย่างไรมันถึงจะออกมาเป็นบ้าน เป็นที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้น เราอยากเป็นพื้นที่และวัตถุดิบสนุก ๆ ให้เขาเอาไปต่อยอดได้อีกหลากหลายรูปแบบ”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่าจะได้สินค้าแต่ละชิ้น โลกาคิดและทำจนได้ผลลัพธ์ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการคิดค้น ทดลอง และพัฒนาโดยทีม R&D (Research and Development) หลังบ้าน อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยเป็นกุนซือให้คำแนะนำอยู่ไม่ขาด เรื่องความทนทานและประสิทธิภาพการใช้งานจึงไม่เป็นสองรองใคร

“แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยแต่มันสำคัญมาก และเราใส่ใจกับมันทั้งหมด เช่น คุณจะเทสารอะไรลงไป ใช้ตัวทำละลายประเภทไหน ต้องปั่นกี่นาที ในอุณหภูมิเท่าไหร่” นนท์กล่าว

“พอมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามา เขาก็ช่วยเจียระไนให้เราเข้าใจเลยว่า มีตัวแปรอะไรบ้างที่ส่งผลต่องานของเรา” มายเสริม ก่อนจะมีประโยคปิดท้ายชวนอมยิ้มจากนนท์ดังขึ้นอีกครั้ง

“จริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยชอบเคมีนะ แต่ตอนนี้ต้องรู้เรื่องของมันเยอะมากเลย” 

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ปณิธานของโลกา คือการเน้นย้ำว่าพวกเขาจะใช้กระบวนการผลิตที่รบกวนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เพื่อนำของเสียเหล่านั้นกลับมาสร้างเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่า เราจึงอยากฟังต่อไปว่า กระบวนการผลิตเหล่านั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

“เราไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่เป็น Raw Material หรือ Virgin Material เลย แต่เราใช้วัสดุเหลือใช้ ซึ่งมีข้อดีตรงที่วัสดุเหล่านี้เคยผ่านกระบวนการมาแล้ว เวลาเอามาใช้ต่อ เราใช้อุณหภูมิที่ต่ำลงในการเผาได้ แต่ถ้าเผาใหม่ สร้างใหม่ทั้งหมดเลย เราจะต้องทำอะไรหลายอย่างมาก เช่น อาจจะต้องเผาในอุณหภูมิที่สูงขึ้น สิ้นเปลืองพลังงานธรรมชาติมากขึ้น หรืออย่างชิ้นงานที่เป็นวัสดุปูผนังบางตัว ก็ไม่ได้ใช้ความร้อนในการผลิตเลยด้วยซ้ำ

“การเชื่อมชิ้นส่วนก็เหมือนกัน ถ้าเป็นซีเมนต์บรรจุถุงทั่วไป กว่าจะได้วัตถุดิบมา เขาต้องไประเบิดภูเขา แล้วเอามาผ่านกระบวนการความร้อนที่ประมาณ 1,200 – 1,300 องศาเซลเซียส หรืออาจจะมากกว่านั้น แต่เราใช้ปฏิกิริยาเคมีเชื่อมให้มันติดกัน แล้วก็หล่อออกมาเป็นชิ้นงาน เราไม่ได้ปล่อยคาร์บอนในกระบวนการนั้นเลย”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

แม้จะเป็นเรื่องเคมีล้วน ๆ ไม่มีอื่นใดผสม แต่นนท์ก็ช่วยย่อยใจความให้เราเข้าใจและเข้าถึงได้ไม่ยาก

“ผมว่ามันคิดง่ายไปที่จะแลกภูเขา 1 ลูกกับปูนซีเมนต์ 100 ตัน เมื่อก่อนคนอาจจะยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว เราก็น่าจะหาทางออกที่ดีกว่านี้ได้”

เสน่ห์และพลังของความไม่สมบูรณ์แบบ

ผลิตภัณฑ์ในเครือโลกา แบ่งออกมาเป็น 2 สาขาใหญ่ นั่นคือกลุ่มสินค้าประเภท Surface ใช้สำหรับก่อผนัง ปูพื้น หรือพวกอิฐช่องลมที่มีความหนาเพียงพอสำหรับก่อผนังได้ มายเล่าว่าสินค้าในหมวดนี้แตกแยกย่อยออกไปอีกตามไซส์ สี และผิวสัมผัส

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ส่วนอีกสาขา คือ สินค้าตระกูล Casted หรือที่ทั้งสองเรียกว่า ‘งานหล่อหลอมทั้งหลาย’ ซึ่งหากจะให้แจกแจงว่าถูกหล่อหลอมออกมาเป็นสินค้าประเภทใดบ้างคงบรรยายไม่หมด เพราะมีตั้งแต่ของชิ้นเล็ก อย่างแจกันดอกไม้ เชิงเทียน จานวางสบู่ ไล่ขนาดไปจนถึงของใช้ไซส์ใหญ่ จำพวกโต๊ะข้างเตียง ม้านั่ง หรือแม้แต่ซิงก์ในห้องน้ำ

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“สินค้าในกลุ่มนี้หลากหลายมากค่ะ มันคืออะไรก็ตามที่เราอยากได้ (หัวเราะ) และคิดว่าคนที่ชอบแต่งบ้านก็น่าจะอยากได้เหมือนกัน ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราอยากเล่นสนุกกับมัน

“เพราะท้ายที่สุดแล้ว โลกาแทบจะใช้สร้างบ้านได้ทั้งหลังเลย”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

และทันทีที่เห็นก้อนอิฐน้อยใหญ่เรียงรายเล่นสีตัดกันไปมา จึงรู้ได้ทันทีว่า ‘เล่นสนุก’ ที่มายกล่าวถึงอยู่บ่อย ๆ นั้นหมายความว่าอะไร 

“เราทดลองดูว่าถ้าทำแบบนี้มันจะได้รูปร่าง สีสัน เท็กซ์เจอร์ ที่ต้องการไหม ตอนนี้ที่กำลังพัฒนาอยู่คือการใช้แกลบข้าวมาช่วยเพิ่มความขรุขระให้กับพื้นผิว อีกอย่างหนึ่งคือการเล่นสีสันซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากชั้นเปลือกโลกค่ะ”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

มายกำลังหมายถึงก้อนอิฐทรงจัตุรัสขนาดน่ารัก แต่ละก้อนถูกละเลงสีไล่ระดับกันไปอย่างไม่ขัดตา มองปราดเดียวก็รู้ว่าถ้านำออกมาวางขายเมื่อไหร่ น่าจะต้อง Sold Out จนผลิตใหม่ไม่ทันแน่ ๆ 

อีกหนึ่งความตั้งใจที่กลายเป็นเสน่ห์ในทุกรายการสินค้าไปโดยปริยาย นนท์และมายเล่าว่าพวกเขาอยากให้ผลิตภัณฑ์ของโลกามองแล้วสบายตา สบายใจ เลียนแบบและใกล้ชิดธรรมชาติให้มากที่สุด กระบวนการผลิตแบบทำมือจึงเข้ามามีบทบาทมากพอตัว

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“ด้วยความที่ต้องใช้มือทำมากพอสมควร ชิ้นงานที่ออกมาก็จะแตกต่างกันบ้าง ทั้งหน้าตา สีสัน รวมถึงเนื้อใน เพราะมันก็คือ Waste แต่ละชิ้นที่ปะปนกันอยู่

“ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องเหมือนกันเป๊ะทุกชิ้นตามแม่พิมพ์ก็ได้ แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ของเขา ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเสน่ห์ที่หลาย ๆ คนมองหา”

เริ่มจากตัวเรา = ความยั่งยืน

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ใครที่อยากเห็นสินค้าทั้งหมดที่ว่ามาแบบจริง ๆ แวะเวียนไปได้ที่ The COMMONS ทองหล่อ 17 จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ หรือจะเป็นที่ Jouer สุขุมวิท 32 ที่ทั้งสองใช้สตูดิโอร่วมกับ Plant House ก็ได้ ที่สำคัญ นนท์และมายฝากมาบอกชาวมนุษย์อินทรีย์ทั้งหลายว่า หากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ราว ๆ เดือนสิงหาคมนี้ พวกเขาจะมีสตูดิโอและโชว์รูมเล็ก ๆ อย่างเป็นทางการ ใครอยากแวะไปชมสินค้า พูดคุย ปรึกษา หรือดูตัวอย่างการใช้งานจริง ก็ปักหมุดไว้ได้เลยที่ H dining สุขุมวิท 38 

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ส่วนช่องทางการสั่งซื้อ แบรนด์นี้ก็กำลังจัดเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ เราแอบไปเห็นหน้าเว็บไซต์ของจริงมาแล้ว บอกเลยว่ามีครบทุกรายละเอียด ทั้งเรื่องไซส์ สี กรรมวิธีการผลิต วิธีนำไปใช้ ไปจนถึงคุณสมบัติด้านความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ว่าของชิ้นนี้ช่วยลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้งไปได้เท่าไหร่ โดยในอนาคต นนท์และมายอยากทำให้เว็บไซต์คำนวณได้คร่าว ๆ ว่า หากเราซื้อสินค้าของโลกาจำนวนเท่านี้ จะช่วยลดขยะไปได้กี่กิโลกรัมต่อหนึ่งตารางเมตร

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“คุณไม่ต้องสนก็ได้ว่าโลกาทำเรื่อง Waste แค่มองว่าสินค้าของเราเหมาะกับบ้านของคุณไหม แค่นั้นพอ คุณช่วยสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ต้องตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมเลยด้วยซ้ำ แล้วท้ายที่สุด คุณอาจช่วยลดปริมาณขยะไปเป็นพันกิโลโดยไม่รู้ตัว

“เวลามองปัญหาสิ่งแวดล้อม เราอาจรู้สึกว่ามันเกินเอื้อมที่เราจะต่อสู้ใช่ไหมคะ ดังนั้น มายคิดว่าการเริ่มจากตัวเรา เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวของเรา ทำให้มันสนุกและค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกัน มันจะดีและยั่งยืนที่สุด”

หลังจบบทสนทนา เรารู้ได้ทันทีว่าโลกายังมีโปรเจกต์แสนสนุกรออยู่อีกเพียบ ซึ่งช่วยตอกย้ำให้เห็นว่า ความตั้งใจในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมของแบรนด์นี้ ทั้งแข็งแรงและทนทานไม่แพ้สินค้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

ส่วนเราเองก็ดีใจไม่น้อยที่ได้เห็นการเติบโตของแบรนด์ไทยหัวใจอินทรีย์อีกหนึ่งเจ้า หากมีแบรนด์ที่อยากลุกขึ้นมาสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้อีกเยอะ ๆ ก็คงจะดีไม่น้อยเลยว่าไหม

loqa (โลกา)

โทรศัพท์ : 08 9770 4565

อีเมล : [email protected]

Facebook : loqa

Instagram : loqa.co

Line Official Account : @loqa

ภาพ : loqa

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load