เค้ก คุกกี้ บราวนี่ ไอศกรีม ขนมทานเล่นและเบเกอรี่ต่างๆ คือสิ่งที่แต่งแต้มรสชาติของโลกใบนี้ให้มีสีสัน สร้างความเพลิดเพลินให้จิตใจเพียงแค่หยิบเข้าปาก และให้พลังงานแก่ชีวิตมนุษย์

ไม่แปลก หากเราจะตามหาพึ่งพาขนมอร่อยๆ เหล่านี้มาเยียวยากายใจอยู่เรื่อยในชีวิตประจำวัน แม้จะอิ่มจากมื้อหลักแล้วก็ตาม เสมือนว่าเรามีกระเพาะของหวานสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ 

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
        ภาพ : Shebakes

แต่ความเคยชินนี้ อาจทำให้เราเผชิญภัยร้ายที่แฝงอยู่ในส่วนผสมของขนมหวานทั่วไปที่มีอยู่ตามท้องตลาดแบบไม่รู้ตัว หากไม่ยับยั้งช่างใจในการบริโภค อาจไม่ต่างอะไรกับการทานยาพิษเข้าไปสะสมในร่างกาย

ก่อนที่เราจะแนะนำร้านเพื่อเป็นทางออกของผู้หลงรักเบเกอรี่และขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ เหมือนแนะนำตลาดออร์แกนิกที่น่าไว้วางใจเมื่อครั้งก่อน ขอชวนคุณมาเช็กกันก่อนว่าสิ่งที่เราหยิบจับเข้าร่างกายกันทุกวันนี้ มีความน่ากังวลอะไรบ้าง

สำรวจวัตถุดิบที่คุ้นเคย

วัตถุดิบที่มักเป็นส่วนประกอบของขนมหวาน เค้ก คุกกี้ ไอศกรีม และเบเกอรี่ต่างๆ ทั่วไป มีดังต่อไปนี้ ซึ่งขอเน้นย้ำว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยในการเกิดโรคต่างๆ เท่านั้น และขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของแต่ละบุคคล หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถบริโภคได้เช่นกัน

1. น้ำตาลทรายขัดขาวและน้ำตาลเทียมอื่นๆ : สารให้ความหวานประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย และทำให้เนื้อสัมผัสของขนมอย่างเค้กชุ่มฉ่ำ อ่อนนุ่ม และฟูขึ้น

แต่หากบริโภคน้ำตาลมากเกินไป (วัยรุ่นและวัยทำงานไม่ควรบริโภคเกิน 4 – 6 ช้อนชาต่อวัน) จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เกิดภาวะดื้ออินซูลินและเสี่ยงต่อเบาหวาน มีไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รู้สึกหิวง่ายขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามมา

2. เนยสดและเนยเทียม (มาการีน) : วัตถุดิบอุดมไขมัน ถ้าเป็นเนยสดจะพอมีวิตามินจากนมอยู่บ้าง แต่หากทานมากไปจะส่งผลให้มีปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีสูง เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ

3. สารกันบูด วัตถุกันเสีย : สารเคมีที่ใช้เพื่อถนอมอาหารให้มีอายุยืนนานขึ้นผ่านการยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย หากบริโภคสารนี้บางชนิดมากเกินไป อาจส่งผลให้คลื่นไส้ เกิดผื่นคัน และตับไตทำงานหนักขึ้น

4. สารแต่งสีหรือกลิ่นสังเคราะห์ : สารที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อเลียนแบบสีและกลิ่นจากวัตถุดิบธรรมชาติ แต่เช่นเดียวกันกับสารกันบูด หากทานติดต่อกันในปริมาณมากเกินพอดี จะสะสมและเป็นภัยต่อร่างกายในภายหลัง

5. วัตถุดิบอื่นๆ เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ นม แต่ไม่ได้เป็นแบบธรรมชาติหรือออร์แกนิก : วัตถุดิบเหล่านี้จะมีสารเคมีจากกระบวนการเพาะปลูกหรือเลี้ยงดู เป็นพิษได้อีกเช่นกัน

6. วัตถุดิบที่บางคนแพ้ เช่น กลูเตนในแป้งสาลี เป็นโปรตีนที่ทำให้ขนมอยู่ตัวเป็นรูปทรง เนื้อเหนียว แต่คนที่แพ้ก็จะกินไม่ได้เลย

ถึงตรงนี้ คุณอาจเริ่มลองสำรวจวัตถุดิบขนมที่คุณรัก หรือวางแผนปรับเปลี่ยนการกิน การออกกำลังกายให้เหมาะสม

ความหวังของหวาน

แต่อย่าเพิ่งวิตกเสียจนเกินไป ขนมหวานและเบเกอรี่ต่างๆ ไม่ได้เป็นผู้ร้ายเสมอ หากบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะพอควร

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Shebakes

และถ้าโลกไม่มีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ดีๆ เลย ชีวิตคงจืดชิด น่าเศร้าใจตาย

ด้วยเหตุนี้ จึงมีคนที่เห็นปัญหาจำนวนหนึ่งลุกขึ้นมาใช้ความสร้างสรรค์ในการพัฒนาสูตรเบเกอรี่ เพสทรี และไอศกรีมที่เป็นมิตรต่อร่างกายและโลก แถมยังทำให้อร่อยได้อีกต่างหาก ด้วยการใช้กระบวนการและวัตถุดิบแบบธรรมชาติและออร์แกนิก ไม่ใส่วัตถุสังเคราะห์ บางแห่งบางเมนูไม่ใส่เนยและนมด้วย

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Shebakes

แน่นอนว่าการทำเช่นนี้ยากกว่าวิถีทั่วไป เพราะต้องทำสิ่งเหล่านี้

1. สรรหาวัตถุดิบจากธรรมชาติ จากเกษตรกรและผู้ผลิตที่คำนึงถึงผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ต้นทุนอาจสูงกว่า แต่ได้เพิ่มคุณประโยชน์ให้ตัวขนม ไม่เสียคุณค่าจากกระบวนการแปรรูป

2. ปรับสูตร หาวัตถุดิบใหม่ๆ มาทดแทนวัตถุดิบเดิมที่เป็นทางลัด เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ แทนความนุ่มของเนื้อ กลิ่น และสี รวมถึงวัตถุดิบที่คนแพ้อย่างกลูเตน

3. ปรับกระบวนการ เพราะเมื่อไม่ใส่สารเคมี ผลิตภัณฑ์ก็มีอายุสั้นลงหรือไม่ได้รสชาติเป็นไปตามใจหวัง หลายอย่างต้องมาเคี่ยว คั้น หรือผสมเองแบบโฮมเมด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวัตถุดิบดีและลงตัวจริงๆ ซึ่งมักต้องทดลองอยู่หลายต่อหลายครั้ง

สรุปคือ ใช้เวลามากกว่าและเหนื่อยกว่า

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Jinta Ice Cream

แต่ความดีงามของวิถีนี้คือการพยายามทำร้ายสิ่งรอบตัวให้น้อยที่สุด และได้สนับสนุนคนที่คิดทำสิ่งดีๆ ทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และธรรมชาติ ทำให้ลิ้มรสได้อย่างสบายใจขึ้น (ทั้งนี้ ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะกับสุขภาพร่างกายตัวเอง และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะ)

เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรสนับสนุนผู้ประกอบการที่ใส่ใจ พยายามคิดค้นเมนูเบเกอรี่และไอศกรีมที่ตอบโจทย์ทุกฝ่าย ให้พวกเขาได้เติบโตไปด้วยกัน

เราจึงขอแนะนำ 8 ร้านคุณภาพให้คุณได้ปักหมุดสั่งซื้อเมื่อคิดอยากทานขนมครั้งต่อไป โดยรอบนี้ขอเริ่มจากเมืองหลวง เพื่อเป็นที่พักพิงให้บรรดาคนเมืองที่ชีวิตวุ่นวาย โดยทุกร้านล้วนมีผู้นำที่มีความตั้งใจอันดีในการส่งมอบขนมดีๆ ให้แก่ผู้บริโภค และเรายินดีมอบความไว้วางใจให้พวกเขา

01

Shebakes

เบเกอรี่ที่บรรจุรสชาติจากรอบโลก

ตำแหน่ง : (สั่งซื้อทางเดลิเวอรี่เท่านั้น)

วันเปิด : ดูรายละเอียดรอบการสั่งซื้อได้ในโซเชียลมีเดีย

วิธีการสั่งซื้อ : พรีออเดอร์เพื่อส่งแบบเดลิเวอรี่ได้ทาง LINE : @Shebakes

Facebook : Shebakes

Instagram : Shebakes

ติดต่อ : ทาง LINE @Shebakes

Shebakes

ออกเดินทางสัมผัสประสบการณ์รอบโลกผ่านคุกกี้ บราวนี่ พาย มัฟฟิน เค้ก และขนมปัง จากความสร้างสรรค์และฝีมือของนักเดินทางที่เก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจและวัตถุดิบพรีเมี่ยมจากพื้นที่ต่างๆ ทั้งในไทย ญี่ปุ่น ยุโรป และแอฟริกา นำมาทำเป็นกาแฟและเบเกอรี่ที่ปราศจากแป้ง นม เนย น้ำตาลขัดสี สารสังเคราะห์ อัดแน่นด้วยธัญพืชและ Superfoods มากสรรพคุณอย่างคาเคา เบาบับ อาซาอิ ผสมด้วยอัลมอนด์บด แฟล็กซีด และกระบก ทำเองทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนศิลปินที่บรรจงสร้างผลงานศิลปะให้งดงามที่สุด

เมนูมีหลากหลายรสชาติและสีสันให้เลือกสรร เราขอยกตัวอย่างขนมล่าสุดที่เปิดขายคือ Double Matcha Swirl Homemade Nutella Flourless Cake เค้กไร้แป้งตัวที่ 17 ของ Shebakes ภายในมีดาร์กช็อกโกแลตแท้และนูเทลล่าแบบโฮมเมด อบเฮเซลนัทและโรยด้วยมัทฉะ หอมเข้มเนื้อนุ่มแบบไม่ต้องกังวลใจ

ลองแวะเข้าไปดูรูปสวยๆ กับเมนูที่น่าลองไปหมดได้ที่โซเชียลมีเดียของ Shebakes หากใครอยากสั่งจองเมื่อมีรอบใหม่ อาจต้องนั่งเฝ้าและรีบเสียหน่อย เพราะบางเมนูขายหมดภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที

Shebakes
ภาพ : Shebakes

02

Farm to Table, Hideout

เจลาโต้รสแปลกใหม่เสิร์ฟคู่ขนมไทย

ตำแหน่ง : วังบูรพาภิรมย์ พระนคร (แถวปากคลองตลาด)

วันเปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 09.00 – 20.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Farm to Table, Hideout

ติดต่อ : 0 2004 8771

ชวนเดินเท้าเข้าร้านลับบรรยากาศร่มรื่นย่านปากคลองตลาด สาขาของร้าน Farm to Table ที่มีหนึ่งในทีมบริหารเป็นทายาทของธุรกิจผักสด เสิร์ฟทั้งอาหารไทยสไตล์ฟิวชันที่หยิบวัตถุดิบหลากหลายมามิกซ์แอนด์แมตช์ สลัดผักออร์แกนิก ชากาแฟ พร้อมไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมดหลากรสสุดพิเศษที่หาทานตามร้านทั่วไปได้ยากให้เราเลือกสรร เช่น อะโวคาโด้ มันหวานต้มขิง ถั่วแระ มะยงชิดซอร์เบต์ ฟักทอง น้ำเต้าหู้ โดยมีนม ผัก และผลไม้ออร์แกนิกจากฟาร์มภาคเหนือ ไม่มีการเติมสารและสีเสริมใด

Farm to Table, Hideout

การออกแบบไอศกรีมนี้ช่วยแปรรูปวัตถุดิบออร์แกนิกคุณภาพดี แต่หน้าตาภายนอกดูไม่สวยงามและเก็บได้ไม่นาน เป็นของหวานที่ทานร่วมกันได้ทั้งครอบครัวและช่วยส่งเสริมเกษตรกรให้มีรายได้ เมื่อเสิร์ฟคู่และทานร่วมกับขนมไทยอย่างข้าวตอกตั้งเนื้อหนุบ บัวลอยเผือกมะพร้าวน้ำหอมและขนมกลีบลำดวน ยิ่งเกิดเป็นรสชาติเฉพาะตัวของ Farm to Table, Hideout ที่น่าจดจำจนอยากแวะกลับมาอีกครั้ง

บางเมนูมีการสลับสับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมตามฤดูกาลด้วย แวะเวียนไปเมื่อไรอาจมีเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ ให้ลองลิ้มรสกัน

Farm to Table, Hideout
ภาพ : Farm to Table, Hideout

03

Bakery Therapy

คุกกี้และเค้กสไตล์ญี่ปุ่นที่พิถีพิถัน

ตำแหน่ง : เสนานิคม 1 ลาดพร้าว

วันเปิด : ทุกวัน เวลา 06.30-17.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/ตลาด เช่น ปันอยู่ปันกิน และ Kiss Me Indy/เดลิเวอรี่

Facebook : Bakery Therapy

ติดต่อ : 06 3404 2699

เบเกอรี่ที่ดีช่วยเยียวยาชีวิต ชิ-ลัดดาพร มานิตยกุล เข้าใจเรื่องนี้จากประสบการณ์จากการดูแลโภชนาการอาหารให้กับคุณแม่ที่เคยป่วยเป็นมะเร็ง จึงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าสู่การบริโภคผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และตัดสินใจเปิดร้าน Bakery Therapy เพื่อส่งมอบสุขภาพดีต่อให้ผู้คน

Bakery Therapy

ด้วยเทคนิคการตีไข่ไก่และผสมแป้งแบบญี่ปุ่นที่ค่อยๆ ตะล่อมไข่ขาวกับส่วนผสมให้เข้ากันด้วยความเบา ปราศจากการใช้ผงฟู เกิดกลายเป็นสูตรเฉพาะตัวของร้านที่นุ่มอร่อย ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมนี้ ขอชวนคุณมาเยียวยาร่างกายและจิตใจด้วยชีสเค้กสไตล์ญี่ป่น (Japanese Cheesecake) ทอฟฟี่เค้กรสกาแฟ (Coffee Toffee Cake) เค้กดาร์กช็อกโกแลต (Gateau Dark Chocolate Cake) และคุกกี้ออร์แกนิก 4 รสชาติ ส่งตรงจากเตาอบ บรจจุในขวดกระปุกขนาดกะทัดรัดให้พกพาไปไหนมาไหนแก้หิวได้สบายๆนอกจากแวะเวียนไปซื้อหรือสั่งจากที่ร้านแล้ว ยังไปพบ Bakery Therapy ได้ตามตลาดออร์แกนิกต่างๆ เช่น ตลาดปันอยู่ปันกิน ได้อีกด้วย ซื้อได้ครบทั้งอาหารและของทานเล่นเลย

Bakery Therapy
ภาพ : Bakery Therapy

04

เกาะดอกเหมย

ขนมสไตล์จีนสุดสร้างสรรค์จากวัตถุดิบโฮมเมด

ตำแหน่ง : อัจฉริยะประสิทธิ์ บางกรวย

วันเปิด : ทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสบดี เวลา 10.00 – 19.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : เกาะดอกเหมย

ติดต่อ : 09 4435 9000

เกาะดอกเหมย

หากใครอยากจิบชาพร้อมทานขนมหวานสไตล์จีน เราขอแนะนำให้แวะมาลิ้มรสชาติเช่นนั้นที่เกาะดอกเหมย ร้านเบเกอรี่ที่ประดับตกแต่งคล้ายโรงน้ำชา มีสวนต้นหลิวและริมบ่อน้ำให้นั่งเล่นภายนอก มาพร้อมเมนูที่ไม่เพียงสวยงามด้วยรูปลักษณ์ แต่ไม่ทำร้ายร่างกาย ทั้งกระต่ายชมจันทร์ที่เป็นดาร์กช็อกโกแลตมูสเค้กสุดเข้มข้น สอดไส้แยมพีชที่เคี่ยวเอง ไร้เนย ไร้นม โซ่ยซาน เค้กดาร์กช็อกโกแลตไร้แป้งอุ่นๆ ที่มาคู่ซอสนมวอลนัท วาฟเฟิลกะลอจี๊ที่ทำจากการคั่วงาขาวและงาดำผสมกัน เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมปลอดสาร และเค้กเก่าลักงาขาวคั่วหอมกรุ่นจากเกาลั่กแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้ไม่ใส่สารสังเคราะห์ และหลายเมนูไม่ใช้เนย นม ครีมเลย หากทานคู่กับการจิบชาดอกไม้ออร์แกนิกจากทางภาคเหนือ รับรองว่าไม่มีทางลืมรสชาติสไตล์เกาะดอกเหมยนี้แน่นอน

เกาะดอกเหมย
ภาพ : เกาะดอกเหมย

หากแวะเข้าไปดูในครัว จะพบว่าส่วนประกอบต่างๆ ผ่านการสร้างสรรค์และลงมือทำเองจากทางร้านเกือบทุกขั้นตอน เช่น แยมผลไม้ นมข้นที่เคี่ยวเอง เพื่อให้ควบคุมส่วนผสมได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ ทางร้านยังพยายามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่นแก้วและหลอดไบโอพลาสติก ซองถุงชาจากเยื้อไม้และดินแอทต้าพูไกท์จากธรรมชาติ ทานขนมได้อย่างผ่อนคลายสบายใจ

05

Patom Organic Living

ขนมไทยและเทศจากธรรมชาติ

ตำแหน่ง : ซอยทองหล่อ 23

วันเปิด : ทุกวัน เวลา 09.30 – 18.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Patom

ติดต่อ : 09 8259 7514

Patom Organic Living คือคาเฟ่ย่านทองหล่อที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกตามฤดูกาล ส่งตรงจากฟาร์มของเกษตรกรในโครงการสามพรานโมเดล ภายใต้มูลนิธิสังคมสุขใจ โดยสวนสามพรานนำมาปรุงรสเป็นอาหาร เครื่องดื่ม และขนมทั้งแบบไทยๆ และต่างประเทศ รวมกันแล้วมากกว่า 40 ชนิดให้ได้เลือกสรร ภายใต้การดูแลของทายาทรุ่นสามสวนสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่ตั้งใจสร้างกลุ่มเกษตรกรออร์แกนิกที่เข้มแข็ง

Patom Organic Living

ขนมไทยของ Patom มีทั้งคาวและหวาน เช่น หมูโสร่ง ข้าวเหนียวหมูคั่วกลิ้ง ขนมน้ำดอกไม้ ตะโก้ ขนมถ้วย ขนมต้ม ขนาดพอดีคำ คั้นกะทิสดใหม่มาทำทุกเช้า มีสีสันขึ้นมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น สีเหลืองจากดอกดาวเรือง สีชมพูจากดอกเฟื่องฟ้า บรรจุมาในภาชนะน่ารักๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ส่วนใครเป็นสายเค้ก บราวนี่ คุกกี้ Patom มีพร้อมบริการให้คุณที่เรือนแก้วบรรยากาศโปร่งโล่งสบายนี้เช่นกัน หรือสั่งซื้อไปทานสบายๆ ที่บ้านก็ย่อมได้

Patom Organic Living
ภาพ : Patom Organic Living

06

บ้านสุขภาพพุทธิญา

เค้กเนื้อผักที่คิดถึงกาย ใจ และจิตวิญญาณ

ตำแหน่ง : วังใหม่ ปทุมวัน

วันเปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 09.00 – 20.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : จองล่วงหน้าก่อน 2 – 3 วันก่อนทานที่ร้านหรือสั่งล่วงหน้า

Facebook : บ้านสุขภาพพุทธิญา

ติดต่อ : 06 3195 9782, 09 8594 6469, 06 3209 6415

หากคุณเริ่มรู้สึกร่างกายเหนื่อยล้า ตึงเครียด หรืออยากป้องกันสภาวะแบบนั้นไม่ให้เกิดขึ้น เราขอแนะนำให้ลองมาปรับสมดุลธาตุภายในที่บ้านสุขภาพพุทธิญา โดย เชฟฮ้ง-พุฒิพงศ์ เตชมานะชัย ที่ดัดแปลงบ้านตัวเองให้กลายเป็นแหล่งพักพิงทางอาหารที่ปลอดภัย จากความหลงใหลในการทำอาหารตั้งแต่เด็กและความรู้เรื่องการปรุงอาหารให้เปรียบเสมือนยา โดยคงความอร่อยไว้ ลบภาพจำเดิมๆ ว่าอาหารสุขภาพนั้นจืดชืด

ด้วยแนวคิดนี้ การทานอาหารที่บ้านสุขภาพพุทธิญาจึงต้องผ่านการจองล่วงหน้าราว 2 – 3 วัน โดยเชฟจะถามเพื่อทราบความชอบและสรรพคุณที่ต้องการ ก่อนสรรหาวัตถุดิบออร์แกนิกเพื่อสนับสนุนเกษตรกร และปรุงเสิร์ฟด้วยความละเมียดแบบ Chef’s Table ส่งผลดีต่อทั้งอารมณ์ ความคิด ชีวิต และจิตวิญญาณ ทานแล้วสบาย ได้พลังชีวิต

บ้านสุขภาพพุทธิญา

สำหรับสายขนม ในช่วงนี้ เราขอแนะนำเค้กแครอทเนื้อนุ่ม ปราศจากไข่ เนย นม กลูเตน น้ำมัน ราดด้วยเมล็ดมะมะม่วงหิมพานต์ออร์แกนิกและโยเกิร์ตมะพร้าวโฮมเมด และเค้กช็อกโกแลตผสมเนื้อผัก ทั้งกระเจี๊ยบ ฟักเขียว บวบงู ทำจากแป้งที่ไฟเบอร์สูง เติมรสหวานด้วยอินทผาลัมแทนที่น้ำตาล รสกลมกล่อมแบบไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเป็นพิษต่อร่างกายเหมือนขนมหวานทั่วไป

บ้านสุขภาพพุทธิญา
ภาพ : บ้านสุขภาพพุทธิญา

07

Sustaina

ขนมออร์แกนิกวิถีญี่ปุ่นจากฟาร์มที่ปลูกเอง

ตำแหน่ง : สุขุมวิท 37 (BTS พร้อมพงษ์)

วันเปิด : ทุกวัน 10.30 – 20.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Sustaina Organic Restaurant

ติดต่อ : 0 2258 7516

Sustaina คือซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นย่านพร้อมพงษ์ที่มีสินค้าออร์แกนิก ทั้งผักสด วัตถุดิบอาหาร และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ให้เลือกสรรหยิบจับกลับไปดูแลตัวเอง ดำเนินการโดย โช โอกะ ชายชาวญี่ปุ่นที่ตัดสินใจทำฟาร์มออร์แกนิกของตัวเองที่ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อ 21 ปีก่อน เพราะเชื่อว่าอาหารที่ปลอดภัยคือยาที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์และโลก และเปิดร้านนี้ในอีก 10 ปีถัดมา นำวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มมาเสิร์ฟให้เราทานถึงที่เมืองกรุง

Sustaina

ในส่วนขนมทานเล่นนั้น มีทั้งเค้ก เจลลี่ ไดฟุกุหลากรส เต้าฮวยที่เคี่ยวน้ำเชื่อมเองจากอ้อย มีส่วนผสมของดอกไม้อย่างอัญชัน เต้าหู้พุดดิ้งที่มีส่วนผสมของธัญพืชและผลไม้ตามฤดูกาล เช่น สับปะรด เสาวรส มะละกอ หวานน้อย เนื้อนุ่ม แม้ไม่ใส่สารสังเคราะห์ใดๆ ไม่ใช่เจลาตินหรือไขมันสัตว์ เหมาะสำหรับทั้งคนทั่วไปที่อยากดื่มด่ำของทานเล่นแบบรักสุขภาพและผู้ที่ทานวีแกน

นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมโฮมเมดเย็นๆ ขายด้วย ใครมาช่วงเที่ยงๆ เย็นๆ ก็แวะทานอาหารออร์แกนิกสไตล์ญี่ปุ่นได้ที่ชั้น 2 ของร้าน มาครั้งเดียวอิ่มอร่อยได้ทั้งวัน

Sustaina
Sustaina

08

Jinta Ice Cream

ไอศกรีมผักผลไม้ที่ผสมด้วยจินตะ (นาการ)


ตำแหน่ง : CJ MORE สีลม บางรัก

วันเปิด : จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00 – 18.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/ติดต่อทางโซเชียลมีเดีย

Facebook : Jinta Homemade Ice Cream

ติดต่อ : 08 7318 0057

Jinta Ice Cream

ร้านไอศกรีมที่ตั้งชื่อให้พ้องกับชื่อลูกสาวของ หนุ่ม-เมธวัจน์ เกียรติกีรติสกุล เกิดขึ้นเพื่อส่งต่อไอศกรีมรสชาติแปลกใหม่ที่อุดมด้วยคุณประโยชน์ให้ผู้คน ผักและผลไม้ที่เป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากเพื่อนพี่น้องชาวเกษตรอินทรีย์ที่รู้จักมักคุ้นกันดี มีความสดใหม่จากธรรมชาติ แม้จะทำให้ต้องคอยปรับสูตรตามวัตถุดิบที่ได้รับ แต่ไอศกรีมรูปแบบนี้มีสรรพคุณเหมือนสมุนไพร และเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าประทับใจและแวะเวียนกลับมาอยู่บ่อยครั้ง

ฟังชื่อรสชาติไอศกรีมครั้งแรกของจินตะแล้วคุณอาจแปลกใจ เพราะเคยมีทั้งรสโกลเด้นลาเต้ที่ทำจากขิงผสมขมิ้น มะระชีสเค้ก คะน้ากับสะระแหน่ แตงโมปลาแห้งซอร์เบต์ จากจินตนาการและการสร้างสรรค์ลูกเล่นของหนุ่ม ส่วนช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้จะมีรสพิเศษคือ มะยงชิดโยเกิร์ต ข้าวเหนียวเปียกลำไยซอร์เบต์ และคัสตาร์ดผสมไข่แดงเค็มโฮมเมด นอกจากจะน่าค้นหาแล้ว ไอศกรีมเหล่านี้ยังทานได้ทั้งครอบครัว ไม่ทำร้ายสุขภาพอีกด้วย

ไม่เพียงแค่นั้น จินตะยังเลือกใช้ถ้วยจากกาบหมากเป็นบรรจุภัณฑ์ เพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรียกได้ว่ามีความคิดดีๆ ในทุกองค์ประกอบสมชื่อแบรนด์เลย

Jinta Ice Cream
ภาพ : Jinta Ice Cream

ทั้ง 8 ร้านนี้คือตัวอย่างของผู้ประกอบการที่พิถีพิถัน ตั้งใจคิดค้นอาหารปลอดภัยคุณภาพดีให้ผู้บริโภคอย่างเรามีความสุข โดยไม่ต้องทำร้ายสิ่งแวดล้อม เราจึงขอเชิญชวนคุณว่า หากนึกอยากทานขนมหวาน เบเกอรี่ หรือไอศกรีมครั้งถัดไปในย่านกรุงเทพฯ ร้านเหล่านี้จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุณรู้สึกไว้วางใจ อยากไปสนับสนุนผลิตภัณฑ์ดีๆ บนโลกนี้

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

“ป๋องแป๋ง ป๋องแป๋ง” เสียงกระป๋องย้อมผ้าที่ถูกหาบเร่บนไหล่ เดินทางช้า ๆ เข้ามาในซอยบ้าน พบเห็นเป็นประจำตอนยังเด็ก แต่หากลองสังเกตดู สมัยนี้การย้อมผ้าหาบเร่ฉบับโบราณที่เดินเข้าหาลูกค้าตามตรอกซอกซอยนั้นลดน้อยลงทุกวัน จนแทบไม่ได้ยินเสียงจากอาชีพนี้อีกต่อไป

หนึ่งเหตุผลอาจเป็นเพราะราคาเสื้อที่ถูกลง เนื่องจากการจ่ายค่าแรงให้แรงงานอย่างไม่เหมาะสม ราคาเสื้อที่เหลือตัวละไม่ถึง 100 บาท ทำให้เราตัดสินใจโยนเสื้อตัวเก่าที่มีร่องรอยทิ้งไปอย่างง่ายขึ้น แล้วซื้อเสื้อตัวใหม่มาทดแทน ใช้งานในระยะเวลาสั้น ๆ จากนั้นก็โยนทิ้งไปอีก แทนที่จะหาวิธีการยืดอายุขัยให้ใช้งานได้นานขึ้น

หากพูดถึงเรื่องแฟชั่นยั่งยืน ช่วงที่ผ่านมาหลายคนคงได้ยินและรู้สึกคุ้นหูกันมาบ้าง วันนี้จึงอยากหยิบยกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยทำให้เสื้อผ้าที่มีรอยเลอะเปรอะเปื้อน ใช้งานนานจนผ้ามีสีด่างและดูไม่สวยงาม มาชุบชีวิตโดย ‘การย้อมรอย’ จากสีธรรมชาติที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ย้อมและผู้สวมใส่ 

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

แม้ว่าปัจจุบันผ้าย้อมจะได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้คนสวมใส่และใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าผ้าย้อมคราม เสื้อมัดย้อมสีสันสดใส แต่หารู้ไม่ ไม่ใช่การย้อมทุกชนิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเสมอไป แม้จะเป็นป๋องแป๋งรับย้อมผ้าที่ชวนหวนคิดถึง ก็ใช้ผงย้อมเคมีเช่นกัน

วันนี้จึงอยากแนะนำให้ทำความรู้จักกับ 6 แบรนด์ไทยที่สนับสนุนให้การย้อมเดินทางร่วมกับสิ่งแวดล้อม พร้อมชวนให้ทุกคนกลับไปค้นหาผ้าเก่าที่มีอยู่แล้วในบ้าน มายืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด จนกว่าจะใช้งานไม่ได้ 

หากพร้อมแล้ว ร่วม ‘ย้อมรอย’ ไปด้วยกัน

1
Fulame’

ชุดก่อหม้อย้อมสีครามธรรมชาติ

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

สัมผัสประสบการณ์การก่อหม้อครามแบบธรรมชาติ และย้อมเสื้อผ้าด้วยตนเองจากชุดอุปกรณ์ของ Fulame’ แบรนด์​เสื้อผ้าและเครื่องหนังที่ออกแบบลวดลายจากการหมักย้อม และเพนต์สีสันที่มาจากธรรมชาติ โดยเลือกใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น

ชุดก่อหม้อย้อมสีครามธรรมชาติ คือการสร้างขบวนการหมักบ่มทางชีวภาพที่จะทำให้เกิดสีครามอยู่ติดทนนานบนเนื้อผ้า ภายในชุดประกอบไปด้วยเนื้อครามเปียกที่ได้จากการสกัดใบคราม มะขามเปียก น้ำด่างขี้เถ้าธรรมชาติ น้ำปูนใส และน้ำตาลทรายแดง 1 ชุดราคา 690 บาท

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

ทำความเข้าใจวิธีการย้อม ซักล้าง และตากให้แห้ง ซึ่งมีขั้นตอนไม่ซับซ้อนเกินกว่าจะทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน รวมถึงติดตามจุดเริ่มต้นในการย้อมสีธรรมชาติของ Fulame’​ ที่ก่อตั้งจากความสนใจ สู่การทดลอง และดำเนินมาถึงการทำงานที่รักในปีที่ 7 

ชุบชีวิตผ้าเก่าให้กลายเป็นผ้าครามได้ที่

Facebook : Fulame’ 

2
นวลสตูดิโอ

ชุดย้อมสีสันธรรมชาติตามฤดูกาล

ฤดูกาลของพืชพรรณที่เปลี่ยนไป มีผลต่อสีย้อมที่เปลี่ยนแปลง นวล สตูดิโอ สร้างสรรค์ผ้าและเส้นใย จากการคำนึงถึง ‘สีธรรมชาติตามฤดูกาล’ เป็นหลักเสมอมา

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงมกราคม จะย้อมผ้าและเส้นใยจากลูกมะเกลือ ซึ่งให้สีตั้งแต่เทาอ่อน ดำ ไปจนถึงสีน้ำตาลไหม้ เมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีดอกทองกวาวที่ให้สีเหลืองไปจนถึงส้ม และช่วงระหว่างปีจะมีแก่นฝางที่ให้สีชมพูไปจนถึงม่วง รวมถึงดอกดาวเรือง ขมิ้น และขนุน ให้เฉดสีเหลืองไปจนถึงส้มเช่นเดียวกัน มากไปกว่านั้น เปลือกไม้ต่าง ๆ ที่ให้สีในโทนน้ำตาลต่างเฉดกันออกไปก็มีให้เลือกใช้ตลอดทั้งปี

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

นวล สตูดิโอ เปิดประตูต้อนรับทุกคนอีกครั้งกับเวิร์กชอปย้อมสีธรรมชาติ ให้ทุกคนร่วมค้นหาสีสันของตัวเอง แต่หากใครไม่สะดวกเดินทางไปร่วมคลาส นวล สตูดิโอ ก็พร้อมแนะนำ ‘ชุด Kit ย้อมผ้าจากฝาง’ ส่งตรงถึงหน้าบ้าน 

ในชุดอุปกรณ์ประกอบไปด้วยฝาง มอร์แดนต์ (สารช่วยให้ผ้าติดสี) และผ้าลินิน ให้ทุกคนสร้างสีสันให้กับเส้นใยและผ้าเก่าจากสีธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลว่าไม่มีพื้นฐานมาก่อน เพราะทางสตูดิโออยากให้ผู้ที่สนใจติดต่อมาคุยกัน เพื่อสร้างความเข้าใจและแนะนำสีธรรมชาติให้ทุกคนได้รู้จักอย่างแท้จริง

นอกจากคลาสเรียนและชุดอุปกรณ์ทำเองแล้ว นวล สตูดิโอ ยังรับบริการย้อมผ้าจากสีธรรมชาติด้วยเช่นกัน ชวนคุยเรื่องสีสันธรรมชาติ ได้ที่

Facebook : นวล สตูดิโอ 


ฝ้ายจ๋ายาใจ

ชุดย้อมมะเกลือ สีเข้มติดทนนาน 

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

“ย้อมแล้วย้อมอีก” เมื่อใช้เสื้อตัวเดิมไปนาน ๆ สีก็จะเริ่มซีด จ๋ากะยา ผู้ก่อตั้ง ฝ้ายจ๋ายาใจ จึงนำผ้าที่มีอายุมาย้อมซ้ำด้วยผลมะเกลือ สีมะเกลือทนทานต่อการซัก วิธีย้อมง่าย ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง สีที่ได้ออกมาส่วนใหญ่จะมีเฉดเทา และน้ำตาล

จากการทดลองใช้ไฮเตอร์ซักผ้าที่ย้อมด้วยมะเกลือหลายรอบ ผลลัพธ์คือไม่สามารถกัดสีออกไปได้ จ๋ากะยาจึงมีความเห็นว่า สีมะเกลือนั้นทนทานและเหมาะแก่คนเมืองกรุงเป็นอย่างมาก เนื่องจากขั้นตอนการย้อมที่ใช้เพียงน้ำและแสงแดด ไม่ต้องง้อเชื้อเพลิงใด ๆ 

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

เริ่มต้นจากนำผลมะเกลือที่ดองเกลือเอาไว้มาโขลกตำให้ละเอียดและดองต่อ เมื่อต้องการใช้นำมะเกลือนั้นมาคั้นเอาน้ำแล้วเก็บในถังย่อม ๆ วันไหนที่อยากชุบชีวิตให้ผ้าเก่ากลายเป็นใหม่ ก็นำมาจุ่มย้อมในน้ำมะเกลือ ผึ่งแดด และทำซ้ำไปมา เพื่อให้ได้สีเข้มตามความต้องการ 

ฝ้ายจ๋ายาใจ มีชุด DIY ให้ทุกคนได้ทดลองย้อมเองถึงบ้าน ภายในชุดอุปกรณ์จะประกอบไปด้วยผ้าโพกศีรษะ รวมถึงน้ำมะเกลือคั้นจำนวนหลายลิตร เพื่อให้ทุกคนสนุกไปกับการย้อมมากยิ่งขึ้น

ชุด DIY น้ำมะเกลือพร้อมย้อม ขนาด 5 ลิตร + ผ้าโพกศรีษะ 100% Cotton สี Off-White ราคา 850 บาทรวมส่ง 

ขอแอบกระซิบว่าในขณะนี้กำลังทดลองสูตรและเทคนิคการกั้นสี เพื่อทำลวดลายต่าง ๆ บนผ้าอยู่ ย้อมผ้าให้ติดทนนานกับจ๋าและยา ได้ที่

Facebook : ฝ้ายจ๋ายาใจ 

4
Little home in the wood

บริการย้อมผ้าจากบ้านหลังเล็กในป่า

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

มือใหม่อยากหัดย้อมที่ยังไม่มั่นใจในฝีมือการย้อมจากตนเองมากพอ อาจจะเริ่มจากการฝากให้ Little home in the wood แบรนด์ที่รับบริการย้อมผ้าจากสีธรรมชาติจากบ้านหลังเล็กใน จ.กาญจนบุรี 

“เลือกใช้พืชให้สีตามฤดูกาลที่หาได้แถว ๆ บ้านในป่า” สีน้ำตาล-เทา จากเปลือกต้นและใบยูคาลิปตัส สีเหลือง-เขียว จากใบสมอ ใบหูกวาง และใบมะม่วง สีเหลือง-ส้ม จากดอกทองกวาว สีดำ จากมะเกลือ

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

 วิธีการนั้นไม่ยาก Little home in the wood จะนำเปลือกไม้หรือใบมาสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่น้ำ จากนั้นเอามาต้มตามระยะเวลาที่เหมาะสมกับประเภทของวัสดุ จากนั้นจึงแยกกากออกให้เหลือแต่น้ำสี ซึ่งเรียกว่าน้ำย้อม แล้วนำผ้ามาต้มในน้ำย้อม จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความเข้มหรืออ่อนของเฉดสีที่ต้องการ บางครั้งก็ย้อมซ้ำ 2 – 3 ครั้งเพื่อสีที่เข้มขึ้น

ได้ยินเช่นนี้แล้ว ใครที่เล็งเอาไว้ว่าจะฝากบ้านหลังเล็ก ๆ รับผ้าเก่าไปชุบชีวิตให้ใหม่ด้วยสีสันสดใสจากธรรมชาติ ราคาขึ้นอยู่กับความเข้ม-อ่อนของสี ความบาง-หนาของผ้า ราคาประมาณ 200 – 400 บาทต่อหนึ่งหลา

เข้าไปสอบถามรายละเอียดได้ที่

Facebook : Little home in the wood

5
Whispering Land

สูตรย้อมสีจากของรอบตัว ไปจนถึงเศษขยะในครัว

รวมวิธีการและอุปกรณ์ย้อมสีเสื้อผ้าจากธรรมชาติ ที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ย้อมและผู้สวมใส่ จากแบรนด์ไทยที่รักสิ่งแวดล้อม

หลายคนไม่ได้คลุกคลีกับพื้นที่สวนเพราะอาศัยอยู่ในเมือง การเก็บวัตถุดิบธรรมชาติอย่างราก ใบ เปลือก ผล เพื่อมาย้อมบนผืนผ้าให้เกิดสีสันลวดลายต่าง ๆ อาจไม่ใช่เรื่องง่าย Whispering Land อยากเปิดโอกาสให้ทุกคนทดลองเล่นสนุกกับสีจากธรรมชาติ โดยเชิญชวนให้เดินเข้าครัว แล้วมองหาวัตถุดิบรอบตัวมาใช้ย้อมผ้ากัน
โดยปกติการย้อมผ้าจากธรรมชาติจะใช้ส่วนต่าง ๆ จากพืชพรรณนานาชนิด ทำให้ได้เชื่อมโยง ทำความรู้จัก และเห็นคุณค่าของต้นไม้เหล่านั้น แต่ในทางกลับกัน พวกเราอาจมองข้ามเศษขยะจากธรรมชาติในครัวที่สามารถสร้างสีสันมากมายจนแทบนึกไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นเปลือกหัวหอม กากกาแฟ ถุงชาใช้แล้ว เปลือกเงาะ เปลือกมังคุด เปลือกทับทิม เปลือกมะพร้าว ไปจนถึงเปลือกและเมล็ดอะโวคาโด 

พร้อมแล้ว เริ่มเลย! 

มาลองย้อมผ้าด้วยเปลือกและเมล็ดอะโวคาโดจากในครัวไปด้วยกัน 

1. ล้างเปลือกและเมล็ดอะโวคาโดประมาณ 6 ผลให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ในหม้อต้มน้ำย้อม ตั้งไฟอ่อนต้มประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจนน้ำย้อมเปลี่ยนสีเป็นสีชมพูเข้ม จึงยกออกจากเตาแล้วตั้งทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้น้ำย้อมสีเข้มขึ้น หากอยากให้สีเข้มขึ้นอีกให้ทำซ้ำอีกครั้งหนึ่ง และทิ้งไว้ข้ามคืนอีก จนกว่าจะได้สีน้ำย้อมที่พอใจ

2. ในวันรุ่งขึ้นให้กรองเปลือกและเมล็ดอะโวคาโดออกจากน้ำย้อม แล้วนำไปตั้งไฟให้เดือด

3. นำเสื้อเก่าไปเเช่น้ำเปล่า บิดให้หมาด และหย่อนลงในหม้อย้อม โดยตั้งไฟอ่อน ๆ ต้มประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นยกลงจากเตา นำผ้าออกจากหม้อย้อม แล้วทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นล้างน้ำย้อมส่วนเกินออกให้หมด 

4. จุ่มเสื้อลงในมอร์แดนต์ เพื่อให้สีที่ย้อมติดเส้นใยดีขึ้น โดยมอร์แดนต์ที่นิยมใช้กัน ได้แก่ น้ำสารส้ม น้ำสนิม น้ำโคลน น้ำด่างขี้เถ้า Baking Soda และ Cream of Tartar เป็นต้น

รวมวิธีการและอุปกรณ์ย้อมสีเสื้อผ้าจากธรรมชาติ ที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ย้อมและผู้สวมใส่ จากแบรนด์ไทยที่รักสิ่งแวดล้อม

ลองเล่นสนุก ทดลองนำวิธีการข้างต้น ไปประยุกต์กับการย้อมผ้าจากวัตถุดิบธรรมชาติอื่น ๆ ได้ เพราะใช้วิธีการย้อมที่คล้ายกัน มากไปกว่านั้น การจุ่มผ้าลงในมอร์แดนต์ต่างชนิดกัน จะส่งผลให้ได้เฉดสีที่หลากหลาย ขอชวนให้สังเกต ทดลอง และจดบันทึกผลลัพธ์สีที่เป็นไปได้ เพื่อการย้อมในครั้งต่อ ๆ ไปในอนาคต

รวมวิธีการและอุปกรณ์ย้อมสีเสื้อผ้าจากธรรมชาติ ที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ย้อมและผู้สวมใส่ จากแบรนด์ไทยที่รักสิ่งแวดล้อม

ด้วยความละเอียดอ่อนของผ้าย้อมสีธรรมชาติ วิธีการดูแลและถนอมให้สีคงทน คือการซักมือด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงการใช้ผงซักฟอกที่มีสารฟอกขาว ตากในที่ร่ม รีดด้วยไฟอ่อนหรือใช้ผ้าขาวบางทับก่อนรีด จะถนอมอายุผ้าได้นานขึ้น  

ลองสังเกตเศษอาหารที่เหลืออยู่ แล้วลงมือเปลี่ยนให้กลายเป็นสีย้อมที่มีคุณค่า นำมาเนรมิตเสื้อตัวโปรดที่ใส่มาหลายปีจนสีมอมแมม ให้กลายเป็นเสื้อต้วใหม่สีสวยด้วยสีย้อมผ้าจากขยะในครัว แล้วจะรู้ว่าสิ่งรอบตัวนั้นมีคุณค่าและดีต่อใจมากเพียงใด

ขอเทคนิคการย้อมให้สีติดทนนานและสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่

Facebook : Whispering Land 

6
แก้ววรรณา

บริการย้อมเสื้อผ้าซ้ำได้เรื่อย ๆ 

“นำเสื้อผ้ากลับมาย้อมซ้ำได้เรื่อย ๆ จนเสื้อผ้าเปื่อยขาด” คือความตั้งใจของ แก้ววรรณา ที่รับย้อมเสื้อผ้าของลูกค้า โดยไม่จำกัดว่าย้อมไปแล้วกี่ครั้ง แต่จะยินดีรับผ้านั้น ๆ กลับมาย้อมอีกเสมอ 

ด้วยวิธีการย้อมที่ใช้เวลานานและมีความซับซ้อน แก้ววรรณาจึงไม่ได้รับย้อมเสื้อผ้าทุกชนิด แต่ในช่วงปีที่แล้วมีสถานปฏิบัติธรรมจาก จ.สระบุรี ติดต่อให้ทอผ้าสีมะเกลือและตัดชุดนักบวช ระหว่างรองานทอจึงเอาชุดนักบวชเดิมที่ใช้งานจนเก่า มาย้อมซ้ำให้กลายเป็นของที่ใหม่ขึ้น นี่เป็นงานส่วนหนึ่งที่แก้ววรรณารับบริการ

ราคาย้อมที่ค่อนข้างสูง อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกลังเลกับการยืดอายุชีวิตให้กับผ้าแต่ละผืน อย่างไรก็ตามแก้ววรรณามีฐานความคิดสนับสนุนการใช้ผ้าที่มีจนถึงที่สุด ตั้งใจย้อมผ้าให้ได้ตามความต้องการ ตั้งแต่เป็นสีอ่อนจนย้อมให้กลายเป็นสีเข้ม ราคาตั้งแต่ 500 – 3,000 บาท 

นอกจากสินค้าในร้านมากมาย ครอบคลุมทั้งเสื้อ กางเกง ผ้าคลุมไหล่ และผ้าถุง ยังเปิดคลาสเรียนย้อมสีห้อมเปอะ โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับผ้าคลุมไหล่ทำจากเส้นด้ายไม่ฟอกขาว แล้วย้อมสีผ่านกระบวนการธรรมชาติ ไม่มีสารสังเคราะห์กลับบ้านไป

ย้อมสีจากธรรมชาติแบบซ้ำ ๆ ได้ที่

Facebook : Kaewwanna Indigo 

หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับการย้อมสีธรรมชาติฉบับเบื้องต้น หลายคนคงคิดในใจว่าการต่ออายุผ้าโดยการย้อมนั้นไม่ง่าย อาจต้องใช้ความพยายาม หาวัสดุ อุปกรณ์ และให้เวลากับการย้อมรอยสักหน่อย 

แน่นอนว่าการย้อมผ้าจากสีธรรมชาติเหล่านี้ ไม่เพียงต่อชีวิตให้ผ้าเก่ากลายเป็นใหม่ แต่จะยืดอายุขัยให้โลกเราน่าอยู่มากขึ้น ด้วยการลดการผลิตเสื้อผ้าส่วนเกิน และลดการบริโภคได้อีกเช่นกัน

ไม่ว่าจะสนใจสั่งซื้อชุดอุปกรณ์แล้วลงมือย้อมรอยด้วยตนเอง เข้าคลาสเรียนย้อมสีธรรมชาติ หรือส่งผ้าเก่าให้ผู้ชำนาญการช่วยย้อมให้ เสื้อผ้าเก่ารอบตัวหลากชิ้นจากเจ้าของหลายคน คงได้รับการต่อชีวิตและใช้งานต่ออย่างคุ้มค่าไปอีกนานที่สุด เท่าที่จะนานได้

รวมวิธีการและอุปกรณ์ย้อมสีเสื้อผ้าจากธรรมชาติ ที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ย้อมและผู้สวมใส่ จากแบรนด์ไทยที่รักสิ่งแวดล้อม

Writers

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

วีณา พันธุ์ธีรานุรักษ์

นักออกแบบที่ชอบแอบบอกว่าตัวเองเป็นเป็ด สนใจเรื่องความยั่งยืนไปจนถึงการพบคนแปลกหน้า และสักวันจะเลี้ยงหมาที่ตั้งชื่อเผื่อเอาไว้ให้ได้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load