เค้ก คุกกี้ บราวนี่ ไอศกรีม ขนมทานเล่นและเบเกอรี่ต่างๆ คือสิ่งที่แต่งแต้มรสชาติของโลกใบนี้ให้มีสีสัน สร้างความเพลิดเพลินให้จิตใจเพียงแค่หยิบเข้าปาก และให้พลังงานแก่ชีวิตมนุษย์

ไม่แปลก หากเราจะตามหาพึ่งพาขนมอร่อยๆ เหล่านี้มาเยียวยากายใจอยู่เรื่อยในชีวิตประจำวัน แม้จะอิ่มจากมื้อหลักแล้วก็ตาม เสมือนว่าเรามีกระเพาะของหวานสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ 

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
        ภาพ : Shebakes

แต่ความเคยชินนี้ อาจทำให้เราเผชิญภัยร้ายที่แฝงอยู่ในส่วนผสมของขนมหวานทั่วไปที่มีอยู่ตามท้องตลาดแบบไม่รู้ตัว หากไม่ยับยั้งช่างใจในการบริโภค อาจไม่ต่างอะไรกับการทานยาพิษเข้าไปสะสมในร่างกาย

ก่อนที่เราจะแนะนำร้านเพื่อเป็นทางออกของผู้หลงรักเบเกอรี่และขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ เหมือนแนะนำตลาดออร์แกนิกที่น่าไว้วางใจเมื่อครั้งก่อน ขอชวนคุณมาเช็กกันก่อนว่าสิ่งที่เราหยิบจับเข้าร่างกายกันทุกวันนี้ มีความน่ากังวลอะไรบ้าง

สำรวจวัตถุดิบที่คุ้นเคย

วัตถุดิบที่มักเป็นส่วนประกอบของขนมหวาน เค้ก คุกกี้ ไอศกรีม และเบเกอรี่ต่างๆ ทั่วไป มีดังต่อไปนี้ ซึ่งขอเน้นย้ำว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยในการเกิดโรคต่างๆ เท่านั้น และขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของแต่ละบุคคล หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถบริโภคได้เช่นกัน

1. น้ำตาลทรายขัดขาวและน้ำตาลเทียมอื่นๆ : สารให้ความหวานประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย และทำให้เนื้อสัมผัสของขนมอย่างเค้กชุ่มฉ่ำ อ่อนนุ่ม และฟูขึ้น

แต่หากบริโภคน้ำตาลมากเกินไป (วัยรุ่นและวัยทำงานไม่ควรบริโภคเกิน 4 – 6 ช้อนชาต่อวัน) จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เกิดภาวะดื้ออินซูลินและเสี่ยงต่อเบาหวาน มีไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รู้สึกหิวง่ายขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามมา

2. เนยสดและเนยเทียม (มาการีน) : วัตถุดิบอุดมไขมัน ถ้าเป็นเนยสดจะพอมีวิตามินจากนมอยู่บ้าง แต่หากทานมากไปจะส่งผลให้มีปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีสูง เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ

3. สารกันบูด วัตถุกันเสีย : สารเคมีที่ใช้เพื่อถนอมอาหารให้มีอายุยืนนานขึ้นผ่านการยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย หากบริโภคสารนี้บางชนิดมากเกินไป อาจส่งผลให้คลื่นไส้ เกิดผื่นคัน และตับไตทำงานหนักขึ้น

4. สารแต่งสีหรือกลิ่นสังเคราะห์ : สารที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อเลียนแบบสีและกลิ่นจากวัตถุดิบธรรมชาติ แต่เช่นเดียวกันกับสารกันบูด หากทานติดต่อกันในปริมาณมากเกินพอดี จะสะสมและเป็นภัยต่อร่างกายในภายหลัง

5. วัตถุดิบอื่นๆ เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ นม แต่ไม่ได้เป็นแบบธรรมชาติหรือออร์แกนิก : วัตถุดิบเหล่านี้จะมีสารเคมีจากกระบวนการเพาะปลูกหรือเลี้ยงดู เป็นพิษได้อีกเช่นกัน

6. วัตถุดิบที่บางคนแพ้ เช่น กลูเตนในแป้งสาลี เป็นโปรตีนที่ทำให้ขนมอยู่ตัวเป็นรูปทรง เนื้อเหนียว แต่คนที่แพ้ก็จะกินไม่ได้เลย

ถึงตรงนี้ คุณอาจเริ่มลองสำรวจวัตถุดิบขนมที่คุณรัก หรือวางแผนปรับเปลี่ยนการกิน การออกกำลังกายให้เหมาะสม

ความหวังของหวาน

แต่อย่าเพิ่งวิตกเสียจนเกินไป ขนมหวานและเบเกอรี่ต่างๆ ไม่ได้เป็นผู้ร้ายเสมอ หากบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะพอควร

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Shebakes

และถ้าโลกไม่มีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ดีๆ เลย ชีวิตคงจืดชิด น่าเศร้าใจตาย

ด้วยเหตุนี้ จึงมีคนที่เห็นปัญหาจำนวนหนึ่งลุกขึ้นมาใช้ความสร้างสรรค์ในการพัฒนาสูตรเบเกอรี่ เพสทรี และไอศกรีมที่เป็นมิตรต่อร่างกายและโลก แถมยังทำให้อร่อยได้อีกต่างหาก ด้วยการใช้กระบวนการและวัตถุดิบแบบธรรมชาติและออร์แกนิก ไม่ใส่วัตถุสังเคราะห์ บางแห่งบางเมนูไม่ใส่เนยและนมด้วย

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Shebakes

แน่นอนว่าการทำเช่นนี้ยากกว่าวิถีทั่วไป เพราะต้องทำสิ่งเหล่านี้

1. สรรหาวัตถุดิบจากธรรมชาติ จากเกษตรกรและผู้ผลิตที่คำนึงถึงผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ต้นทุนอาจสูงกว่า แต่ได้เพิ่มคุณประโยชน์ให้ตัวขนม ไม่เสียคุณค่าจากกระบวนการแปรรูป

2. ปรับสูตร หาวัตถุดิบใหม่ๆ มาทดแทนวัตถุดิบเดิมที่เป็นทางลัด เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ แทนความนุ่มของเนื้อ กลิ่น และสี รวมถึงวัตถุดิบที่คนแพ้อย่างกลูเตน

3. ปรับกระบวนการ เพราะเมื่อไม่ใส่สารเคมี ผลิตภัณฑ์ก็มีอายุสั้นลงหรือไม่ได้รสชาติเป็นไปตามใจหวัง หลายอย่างต้องมาเคี่ยว คั้น หรือผสมเองแบบโฮมเมด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวัตถุดิบดีและลงตัวจริงๆ ซึ่งมักต้องทดลองอยู่หลายต่อหลายครั้ง

สรุปคือ ใช้เวลามากกว่าและเหนื่อยกว่า

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Jinta Ice Cream

แต่ความดีงามของวิถีนี้คือการพยายามทำร้ายสิ่งรอบตัวให้น้อยที่สุด และได้สนับสนุนคนที่คิดทำสิ่งดีๆ ทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และธรรมชาติ ทำให้ลิ้มรสได้อย่างสบายใจขึ้น (ทั้งนี้ ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะกับสุขภาพร่างกายตัวเอง และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะ)

เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรสนับสนุนผู้ประกอบการที่ใส่ใจ พยายามคิดค้นเมนูเบเกอรี่และไอศกรีมที่ตอบโจทย์ทุกฝ่าย ให้พวกเขาได้เติบโตไปด้วยกัน

เราจึงขอแนะนำ 8 ร้านคุณภาพให้คุณได้ปักหมุดสั่งซื้อเมื่อคิดอยากทานขนมครั้งต่อไป โดยรอบนี้ขอเริ่มจากเมืองหลวง เพื่อเป็นที่พักพิงให้บรรดาคนเมืองที่ชีวิตวุ่นวาย โดยทุกร้านล้วนมีผู้นำที่มีความตั้งใจอันดีในการส่งมอบขนมดีๆ ให้แก่ผู้บริโภค และเรายินดีมอบความไว้วางใจให้พวกเขา

01

Shebakes

เบเกอรี่ที่บรรจุรสชาติจากรอบโลก

ตำแหน่ง : (สั่งซื้อทางเดลิเวอรี่เท่านั้น)

วันเปิด : ดูรายละเอียดรอบการสั่งซื้อได้ในโซเชียลมีเดีย

วิธีการสั่งซื้อ : พรีออเดอร์เพื่อส่งแบบเดลิเวอรี่ได้ทาง LINE : @Shebakes

Facebook : Shebakes

Instagram : Shebakes

ติดต่อ : ทาง LINE @Shebakes

Shebakes

ออกเดินทางสัมผัสประสบการณ์รอบโลกผ่านคุกกี้ บราวนี่ พาย มัฟฟิน เค้ก และขนมปัง จากความสร้างสรรค์และฝีมือของนักเดินทางที่เก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจและวัตถุดิบพรีเมี่ยมจากพื้นที่ต่างๆ ทั้งในไทย ญี่ปุ่น ยุโรป และแอฟริกา นำมาทำเป็นกาแฟและเบเกอรี่ที่ปราศจากแป้ง นม เนย น้ำตาลขัดสี สารสังเคราะห์ อัดแน่นด้วยธัญพืชและ Superfoods มากสรรพคุณอย่างคาเคา เบาบับ อาซาอิ ผสมด้วยอัลมอนด์บด แฟล็กซีด และกระบก ทำเองทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนศิลปินที่บรรจงสร้างผลงานศิลปะให้งดงามที่สุด

เมนูมีหลากหลายรสชาติและสีสันให้เลือกสรร เราขอยกตัวอย่างขนมล่าสุดที่เปิดขายคือ Double Matcha Swirl Homemade Nutella Flourless Cake เค้กไร้แป้งตัวที่ 17 ของ Shebakes ภายในมีดาร์กช็อกโกแลตแท้และนูเทลล่าแบบโฮมเมด อบเฮเซลนัทและโรยด้วยมัทฉะ หอมเข้มเนื้อนุ่มแบบไม่ต้องกังวลใจ

ลองแวะเข้าไปดูรูปสวยๆ กับเมนูที่น่าลองไปหมดได้ที่โซเชียลมีเดียของ Shebakes หากใครอยากสั่งจองเมื่อมีรอบใหม่ อาจต้องนั่งเฝ้าและรีบเสียหน่อย เพราะบางเมนูขายหมดภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที

Shebakes
ภาพ : Shebakes

02

Farm to Table, Hideout

เจลาโต้รสแปลกใหม่เสิร์ฟคู่ขนมไทย

ตำแหน่ง : วังบูรพาภิรมย์ พระนคร (แถวปากคลองตลาด)

วันเปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 09.00 – 20.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Farm to Table, Hideout

ติดต่อ : 0 2004 8771

ชวนเดินเท้าเข้าร้านลับบรรยากาศร่มรื่นย่านปากคลองตลาด สาขาของร้าน Farm to Table ที่มีหนึ่งในทีมบริหารเป็นทายาทของธุรกิจผักสด เสิร์ฟทั้งอาหารไทยสไตล์ฟิวชันที่หยิบวัตถุดิบหลากหลายมามิกซ์แอนด์แมตช์ สลัดผักออร์แกนิก ชากาแฟ พร้อมไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมดหลากรสสุดพิเศษที่หาทานตามร้านทั่วไปได้ยากให้เราเลือกสรร เช่น อะโวคาโด้ มันหวานต้มขิง ถั่วแระ มะยงชิดซอร์เบต์ ฟักทอง น้ำเต้าหู้ โดยมีนม ผัก และผลไม้ออร์แกนิกจากฟาร์มภาคเหนือ ไม่มีการเติมสารและสีเสริมใด

Farm to Table, Hideout

การออกแบบไอศกรีมนี้ช่วยแปรรูปวัตถุดิบออร์แกนิกคุณภาพดี แต่หน้าตาภายนอกดูไม่สวยงามและเก็บได้ไม่นาน เป็นของหวานที่ทานร่วมกันได้ทั้งครอบครัวและช่วยส่งเสริมเกษตรกรให้มีรายได้ เมื่อเสิร์ฟคู่และทานร่วมกับขนมไทยอย่างข้าวตอกตั้งเนื้อหนุบ บัวลอยเผือกมะพร้าวน้ำหอมและขนมกลีบลำดวน ยิ่งเกิดเป็นรสชาติเฉพาะตัวของ Farm to Table, Hideout ที่น่าจดจำจนอยากแวะกลับมาอีกครั้ง

บางเมนูมีการสลับสับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมตามฤดูกาลด้วย แวะเวียนไปเมื่อไรอาจมีเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ ให้ลองลิ้มรสกัน

Farm to Table, Hideout
ภาพ : Farm to Table, Hideout

03

Bakery Therapy

คุกกี้และเค้กสไตล์ญี่ปุ่นที่พิถีพิถัน

ตำแหน่ง : เสนานิคม 1 ลาดพร้าว

วันเปิด : ทุกวัน เวลา 06.30-17.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/ตลาด เช่น ปันอยู่ปันกิน และ Kiss Me Indy/เดลิเวอรี่

Facebook : Bakery Therapy

ติดต่อ : 06 3404 2699

เบเกอรี่ที่ดีช่วยเยียวยาชีวิต ชิ-ลัดดาพร มานิตยกุล เข้าใจเรื่องนี้จากประสบการณ์จากการดูแลโภชนาการอาหารให้กับคุณแม่ที่เคยป่วยเป็นมะเร็ง จึงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าสู่การบริโภคผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และตัดสินใจเปิดร้าน Bakery Therapy เพื่อส่งมอบสุขภาพดีต่อให้ผู้คน

Bakery Therapy

ด้วยเทคนิคการตีไข่ไก่และผสมแป้งแบบญี่ปุ่นที่ค่อยๆ ตะล่อมไข่ขาวกับส่วนผสมให้เข้ากันด้วยความเบา ปราศจากการใช้ผงฟู เกิดกลายเป็นสูตรเฉพาะตัวของร้านที่นุ่มอร่อย ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมนี้ ขอชวนคุณมาเยียวยาร่างกายและจิตใจด้วยชีสเค้กสไตล์ญี่ป่น (Japanese Cheesecake) ทอฟฟี่เค้กรสกาแฟ (Coffee Toffee Cake) เค้กดาร์กช็อกโกแลต (Gateau Dark Chocolate Cake) และคุกกี้ออร์แกนิก 4 รสชาติ ส่งตรงจากเตาอบ บรจจุในขวดกระปุกขนาดกะทัดรัดให้พกพาไปไหนมาไหนแก้หิวได้สบายๆนอกจากแวะเวียนไปซื้อหรือสั่งจากที่ร้านแล้ว ยังไปพบ Bakery Therapy ได้ตามตลาดออร์แกนิกต่างๆ เช่น ตลาดปันอยู่ปันกิน ได้อีกด้วย ซื้อได้ครบทั้งอาหารและของทานเล่นเลย

Bakery Therapy
ภาพ : Bakery Therapy

04

เกาะดอกเหมย

ขนมสไตล์จีนสุดสร้างสรรค์จากวัตถุดิบโฮมเมด

ตำแหน่ง : อัจฉริยะประสิทธิ์ บางกรวย

วันเปิด : ทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสบดี เวลา 10.00 – 19.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : เกาะดอกเหมย

ติดต่อ : 09 4435 9000

เกาะดอกเหมย

หากใครอยากจิบชาพร้อมทานขนมหวานสไตล์จีน เราขอแนะนำให้แวะมาลิ้มรสชาติเช่นนั้นที่เกาะดอกเหมย ร้านเบเกอรี่ที่ประดับตกแต่งคล้ายโรงน้ำชา มีสวนต้นหลิวและริมบ่อน้ำให้นั่งเล่นภายนอก มาพร้อมเมนูที่ไม่เพียงสวยงามด้วยรูปลักษณ์ แต่ไม่ทำร้ายร่างกาย ทั้งกระต่ายชมจันทร์ที่เป็นดาร์กช็อกโกแลตมูสเค้กสุดเข้มข้น สอดไส้แยมพีชที่เคี่ยวเอง ไร้เนย ไร้นม โซ่ยซาน เค้กดาร์กช็อกโกแลตไร้แป้งอุ่นๆ ที่มาคู่ซอสนมวอลนัท วาฟเฟิลกะลอจี๊ที่ทำจากการคั่วงาขาวและงาดำผสมกัน เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมปลอดสาร และเค้กเก่าลักงาขาวคั่วหอมกรุ่นจากเกาลั่กแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้ไม่ใส่สารสังเคราะห์ และหลายเมนูไม่ใช้เนย นม ครีมเลย หากทานคู่กับการจิบชาดอกไม้ออร์แกนิกจากทางภาคเหนือ รับรองว่าไม่มีทางลืมรสชาติสไตล์เกาะดอกเหมยนี้แน่นอน

เกาะดอกเหมย
ภาพ : เกาะดอกเหมย

หากแวะเข้าไปดูในครัว จะพบว่าส่วนประกอบต่างๆ ผ่านการสร้างสรรค์และลงมือทำเองจากทางร้านเกือบทุกขั้นตอน เช่น แยมผลไม้ นมข้นที่เคี่ยวเอง เพื่อให้ควบคุมส่วนผสมได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ ทางร้านยังพยายามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่นแก้วและหลอดไบโอพลาสติก ซองถุงชาจากเยื้อไม้และดินแอทต้าพูไกท์จากธรรมชาติ ทานขนมได้อย่างผ่อนคลายสบายใจ

05

Patom Organic Living

ขนมไทยและเทศจากธรรมชาติ

ตำแหน่ง : ซอยทองหล่อ 23

วันเปิด : ทุกวัน เวลา 09.30 – 18.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Patom

ติดต่อ : 09 8259 7514

Patom Organic Living คือคาเฟ่ย่านทองหล่อที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกตามฤดูกาล ส่งตรงจากฟาร์มของเกษตรกรในโครงการสามพรานโมเดล ภายใต้มูลนิธิสังคมสุขใจ โดยสวนสามพรานนำมาปรุงรสเป็นอาหาร เครื่องดื่ม และขนมทั้งแบบไทยๆ และต่างประเทศ รวมกันแล้วมากกว่า 40 ชนิดให้ได้เลือกสรร ภายใต้การดูแลของทายาทรุ่นสามสวนสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่ตั้งใจสร้างกลุ่มเกษตรกรออร์แกนิกที่เข้มแข็ง

Patom Organic Living

ขนมไทยของ Patom มีทั้งคาวและหวาน เช่น หมูโสร่ง ข้าวเหนียวหมูคั่วกลิ้ง ขนมน้ำดอกไม้ ตะโก้ ขนมถ้วย ขนมต้ม ขนาดพอดีคำ คั้นกะทิสดใหม่มาทำทุกเช้า มีสีสันขึ้นมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น สีเหลืองจากดอกดาวเรือง สีชมพูจากดอกเฟื่องฟ้า บรรจุมาในภาชนะน่ารักๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ส่วนใครเป็นสายเค้ก บราวนี่ คุกกี้ Patom มีพร้อมบริการให้คุณที่เรือนแก้วบรรยากาศโปร่งโล่งสบายนี้เช่นกัน หรือสั่งซื้อไปทานสบายๆ ที่บ้านก็ย่อมได้

Patom Organic Living
ภาพ : Patom Organic Living

06

บ้านสุขภาพพุทธิญา

เค้กเนื้อผักที่คิดถึงกาย ใจ และจิตวิญญาณ

ตำแหน่ง : วังใหม่ ปทุมวัน

วันเปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 09.00 – 20.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : จองล่วงหน้าก่อน 2 – 3 วันก่อนทานที่ร้านหรือสั่งล่วงหน้า

Facebook : บ้านสุขภาพพุทธิญา

ติดต่อ : 06 3195 9782, 09 8594 6469, 06 3209 6415

หากคุณเริ่มรู้สึกร่างกายเหนื่อยล้า ตึงเครียด หรืออยากป้องกันสภาวะแบบนั้นไม่ให้เกิดขึ้น เราขอแนะนำให้ลองมาปรับสมดุลธาตุภายในที่บ้านสุขภาพพุทธิญา โดย เชฟฮ้ง-พุฒิพงศ์ เตชมานะชัย ที่ดัดแปลงบ้านตัวเองให้กลายเป็นแหล่งพักพิงทางอาหารที่ปลอดภัย จากความหลงใหลในการทำอาหารตั้งแต่เด็กและความรู้เรื่องการปรุงอาหารให้เปรียบเสมือนยา โดยคงความอร่อยไว้ ลบภาพจำเดิมๆ ว่าอาหารสุขภาพนั้นจืดชืด

ด้วยแนวคิดนี้ การทานอาหารที่บ้านสุขภาพพุทธิญาจึงต้องผ่านการจองล่วงหน้าราว 2 – 3 วัน โดยเชฟจะถามเพื่อทราบความชอบและสรรพคุณที่ต้องการ ก่อนสรรหาวัตถุดิบออร์แกนิกเพื่อสนับสนุนเกษตรกร และปรุงเสิร์ฟด้วยความละเมียดแบบ Chef’s Table ส่งผลดีต่อทั้งอารมณ์ ความคิด ชีวิต และจิตวิญญาณ ทานแล้วสบาย ได้พลังชีวิต

บ้านสุขภาพพุทธิญา

สำหรับสายขนม ในช่วงนี้ เราขอแนะนำเค้กแครอทเนื้อนุ่ม ปราศจากไข่ เนย นม กลูเตน น้ำมัน ราดด้วยเมล็ดมะมะม่วงหิมพานต์ออร์แกนิกและโยเกิร์ตมะพร้าวโฮมเมด และเค้กช็อกโกแลตผสมเนื้อผัก ทั้งกระเจี๊ยบ ฟักเขียว บวบงู ทำจากแป้งที่ไฟเบอร์สูง เติมรสหวานด้วยอินทผาลัมแทนที่น้ำตาล รสกลมกล่อมแบบไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเป็นพิษต่อร่างกายเหมือนขนมหวานทั่วไป

บ้านสุขภาพพุทธิญา
ภาพ : บ้านสุขภาพพุทธิญา

07

Sustaina

ขนมออร์แกนิกวิถีญี่ปุ่นจากฟาร์มที่ปลูกเอง

ตำแหน่ง : สุขุมวิท 37 (BTS พร้อมพงษ์)

วันเปิด : ทุกวัน 10.30 – 20.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Sustaina Organic Restaurant

ติดต่อ : 0 2258 7516

Sustaina คือซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นย่านพร้อมพงษ์ที่มีสินค้าออร์แกนิก ทั้งผักสด วัตถุดิบอาหาร และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ให้เลือกสรรหยิบจับกลับไปดูแลตัวเอง ดำเนินการโดย โช โอกะ ชายชาวญี่ปุ่นที่ตัดสินใจทำฟาร์มออร์แกนิกของตัวเองที่ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อ 21 ปีก่อน เพราะเชื่อว่าอาหารที่ปลอดภัยคือยาที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์และโลก และเปิดร้านนี้ในอีก 10 ปีถัดมา นำวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มมาเสิร์ฟให้เราทานถึงที่เมืองกรุง

Sustaina

ในส่วนขนมทานเล่นนั้น มีทั้งเค้ก เจลลี่ ไดฟุกุหลากรส เต้าฮวยที่เคี่ยวน้ำเชื่อมเองจากอ้อย มีส่วนผสมของดอกไม้อย่างอัญชัน เต้าหู้พุดดิ้งที่มีส่วนผสมของธัญพืชและผลไม้ตามฤดูกาล เช่น สับปะรด เสาวรส มะละกอ หวานน้อย เนื้อนุ่ม แม้ไม่ใส่สารสังเคราะห์ใดๆ ไม่ใช่เจลาตินหรือไขมันสัตว์ เหมาะสำหรับทั้งคนทั่วไปที่อยากดื่มด่ำของทานเล่นแบบรักสุขภาพและผู้ที่ทานวีแกน

นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมโฮมเมดเย็นๆ ขายด้วย ใครมาช่วงเที่ยงๆ เย็นๆ ก็แวะทานอาหารออร์แกนิกสไตล์ญี่ปุ่นได้ที่ชั้น 2 ของร้าน มาครั้งเดียวอิ่มอร่อยได้ทั้งวัน

Sustaina
Sustaina

08

Jinta Ice Cream

ไอศกรีมผักผลไม้ที่ผสมด้วยจินตะ (นาการ)


ตำแหน่ง : CJ MORE สีลม บางรัก

วันเปิด : จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00 – 18.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/ติดต่อทางโซเชียลมีเดีย

Facebook : Jinta Homemade Ice Cream

ติดต่อ : 08 7318 0057

Jinta Ice Cream

ร้านไอศกรีมที่ตั้งชื่อให้พ้องกับชื่อลูกสาวของ หนุ่ม-เมธวัจน์ เกียรติกีรติสกุล เกิดขึ้นเพื่อส่งต่อไอศกรีมรสชาติแปลกใหม่ที่อุดมด้วยคุณประโยชน์ให้ผู้คน ผักและผลไม้ที่เป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากเพื่อนพี่น้องชาวเกษตรอินทรีย์ที่รู้จักมักคุ้นกันดี มีความสดใหม่จากธรรมชาติ แม้จะทำให้ต้องคอยปรับสูตรตามวัตถุดิบที่ได้รับ แต่ไอศกรีมรูปแบบนี้มีสรรพคุณเหมือนสมุนไพร และเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าประทับใจและแวะเวียนกลับมาอยู่บ่อยครั้ง

ฟังชื่อรสชาติไอศกรีมครั้งแรกของจินตะแล้วคุณอาจแปลกใจ เพราะเคยมีทั้งรสโกลเด้นลาเต้ที่ทำจากขิงผสมขมิ้น มะระชีสเค้ก คะน้ากับสะระแหน่ แตงโมปลาแห้งซอร์เบต์ จากจินตนาการและการสร้างสรรค์ลูกเล่นของหนุ่ม ส่วนช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้จะมีรสพิเศษคือ มะยงชิดโยเกิร์ต ข้าวเหนียวเปียกลำไยซอร์เบต์ และคัสตาร์ดผสมไข่แดงเค็มโฮมเมด นอกจากจะน่าค้นหาแล้ว ไอศกรีมเหล่านี้ยังทานได้ทั้งครอบครัว ไม่ทำร้ายสุขภาพอีกด้วย

ไม่เพียงแค่นั้น จินตะยังเลือกใช้ถ้วยจากกาบหมากเป็นบรรจุภัณฑ์ เพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรียกได้ว่ามีความคิดดีๆ ในทุกองค์ประกอบสมชื่อแบรนด์เลย

Jinta Ice Cream
ภาพ : Jinta Ice Cream

ทั้ง 8 ร้านนี้คือตัวอย่างของผู้ประกอบการที่พิถีพิถัน ตั้งใจคิดค้นอาหารปลอดภัยคุณภาพดีให้ผู้บริโภคอย่างเรามีความสุข โดยไม่ต้องทำร้ายสิ่งแวดล้อม เราจึงขอเชิญชวนคุณว่า หากนึกอยากทานขนมหวาน เบเกอรี่ หรือไอศกรีมครั้งถัดไปในย่านกรุงเทพฯ ร้านเหล่านี้จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุณรู้สึกไว้วางใจ อยากไปสนับสนุนผลิตภัณฑ์ดีๆ บนโลกนี้

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

หลังจากเล่าเรื่องนมออร์แกนิกไปในบทความที่แล้ว เราอยากชวนคุณมารู้จักจักรวาลภาคต่อของผลิตภัณฑ์ที่มีนมเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่าง ‘เนย’ และ ‘ชีส’ 

แม้ความนิยมและขนาดของอุตสาหกรรมของสองผลิตภัณฑ์นี้ในไทยจะไม่ใหญ่โตมากมายเท่าชนชาติฝั่งตะวันตก แต่เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่โปรดปรานกลิ่นและรสเข้มข้น กำลังตามหาแหล่งผลิตและวางขายที่น่าอุดหนุน ไว้วางใจได้เรื่องความอร่อยและปลอดภัย

เราจึงขอพาคุณไปรู้จักบรรดาเหล่าคนรักเนยและชีสในไทยที่ผลิตด้วยกรรมวิธีที่ใส่ใจถึงผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม คัดสรรวัตถุดิบที่เป็นมิตรและประณีตในวิธีการ บ้างทำเป็นธุรกิจมาอย่างยาวนาน บ้างทำเป็นรูปแบบครัวเรือนขนาดย่อม มีทั้งคนไทยและต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานมาปักหลักอยู่ทั่วประเทศ

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบใด แหล่งผลิตและร้านเหล่านี้ล้วนมุ่งให้เราได้บริโภคอาหารอย่างอิ่มท้องสบายใจและบรรดาคนรักเนย-ชีส จะต้องตาเป็นประกายอย่างแน่นอน

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ชีสของ Heaven On Cheese
ภาพ : Sloane’s

กำเนิดเนยและชีส

ก่อนอื่น ขอชวนคุณทำความเข้าใจที่มาที่ไปของเนยและชีสอย่างย่อว่าเป็นมาอย่างไร 

ทั้งสองอย่างนี้ทำมาจากนมเป็นหลัก โดยเนยและชีสมีการผลิตจากส่วนประกอบที่แตกต่างกันของนม ผลผลิตที่ได้เป็นการเพิ่มมูลค่า ลดปริมาณน้ำนมดิบที่อาจล้นตลาด และจริงๆ เป็นกรรมวิธีถนอมอาหารเก็บไว้ทานได้นานขึ้น ซึ่งประวัติความยาวนานย้อนกลับไปได้ถึงหลายพันปีก่อน

เนยโดยทั่วไปแล้วทำมาจากไขมันของนมสัตว์ เช่น วัว แพะ ควาย ผ่านการกวนด้วยความเร็วสูงจนไขมันรวมตัวกันข้นและขึ้นฟูเป็นก้อน กลายเป็นไขมันเนย โดยอาจต้องใช้นม 10 – 40 ลิตร เพื่อให้ได้เนย 1 กิโลกรัม หลังจากนั้นมักนำไปปรุงรสเป็นเนยประเภทต่างๆ ต่อ เช่น เติมเกลือ ผสมกระเทียม สกัดจนเหลือแต่ไขมันกลายเป็นกี ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งประกอบอาหารและเบเกอรี่ ทำซอส นำไปทาคู่กับขนมปัง

เนยแท้มีไขมันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของน้ำหนัก ละลายง่ายในปาก แต่เมื่อนำไปทำเบเกอรี่ อาจได้เนื้อสัมผัสที่แข็งกว่าและไม่ฟูเท่าเนยเทียมหรือมาการีนที่ทำจากน้ำมันพืช รวมถึงต้นทุนสูงกว่า แต่มีปริมาณไขมันทรานส์ที่เป็นภัยต่อร่างกายน้อยกว่ามาก และมีกลิ่นหอมแบบเนยจริงๆ (ปัจจุบันมีกฎหมายควบคุมเรื่องไขมันทรานส์แล้ว)

นอกจากเนยตามปกติทั่วไปแล้ว ในบทความนี้ เราถือโอกาสขอแนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า ‘เนย’ ที่อยู่นอกเหนือกรรมวิธีปกติด้วยเลย เช่น เนยงาดำ เนยถั่ว เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการบริโภค

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : The Picnic Farm

ส่วนชีสเกิดจากแปรรูปโปรตีนในน้ำนมที่ตกตะกอนออกมาเป็นก้อนขาวเรียกว่าเคิร์ด (Curd) หลังจากนั้นกลั่นน้ำออก เมื่อนำไปหมักและบ่มด้วยเงื่อนไขต่างๆ เช่น ประเภทของนม ความชื้น อุณหภูมิ ระยะเวลาการผลิต จะทำให้เกิดชีสนานาประเภทที่มีรส เนื้อสัมผัส และชื่อเรียกต่างกัน โดยโลกนี้มีมากกว่า 3,000 ชนิด จัดเป็นหมวดหมู่ได้หลายรูปแบบ เช่น แบ่งตามรสสัมผัส ตามท้องถิ่นต้นกำเนิด 

เช่น มอสซาเรลลาชีส (Mozzarella Cheese) มีถิ่นกำเนิดจากอิตาลี นุ่ม ยืด กลิ่นไม่แรง นิยมใช้โรยหน้าอาหารอิตาลีอย่างพิซซ่า ลาซานญ่า

ชีสสวิส (Swiss Cheese) มีสีเหลืองเป็นโพรงทรงกลมเหมือนที่เรามักเห็นในการ์ตูน จากสวิตเซอร์แลนด์ นุ่ม กรอบ ผ่านการบ่มนาน 10 – 18 เดือน นิยมทานร่วมกับไวน์และแชมเปญ หรือจะทานเปล่าๆ ก็ย่อมได้

และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งเชดดา พาร์มีซาน เฟต้า เกาด้า บางแบบใช้เวลาทำไม่นาน แต่บางชนิดใช้เวลาถึงเป็นปีเลยทีเดียว แต่ละที่จะมีสูตรของตัวเอง ควบคุมสภาพแวดล้อมและสรรหาวัตถุดิบต่างๆ แตกต่างกันไป เลือกสรรกันได้ตามใจชอบ โดยเรารวมแหล่งที่หลากหลายมาให้จดเก็บในลิสต์เพื่อไว้ค้นหาและลิ้มลอง
ทั้งนี้ ควรบริโภคอาหารเหล่านี้ให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของตัวเอง และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

วิถีธรรมชาติ ใส่ใจรอบข้าง

การบริโภคเนยและชีสที่ผลิตโดยกรรมวิธีธรรมชาติหรือออร์แกนิกมีข้อดีหลายประการ เช่น คุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัย เพราะนมมาจากสัตว์ที่ผ่านการเลี้ยงดูอย่างดี ทานหญ้าสดที่ไม่ผ่านการพ่นสารเคมีเพิ่มเข้าไป ไม่ถูกเร่งการเติบโตเพื่อหวังผลผลิต มักเกิดขึ้นได้เพราะคนเลี้ยงดูมีแนวคิดห่วงใยสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค ทำงานด้วยความใส่ใจ ดูแลสัตว์อย่างเป็นมิตร และระหว่างกระบวนการผลิตจะไม่ใส่วัตถุสังเคราะห์ แต่งสีหรือกลิ่น การบริโภคผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถือเป็นการสนับสนุนให้คนที่คิดอย่างรอบด้านให้สามารถอยู่รอดทางธุรกิจ

แต่การผลิตตามวิถีออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน เพราะต้องพิถีพิถัน วางระบบและตามหาแหล่งวัตถุดิบที่ใช่ในราคาที่เหมาะสม เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ทั้งนี้ หลายแห่งพยายามดำเนินงานตามวิถีธรรมชาติให้ได้มากที่สุด อาจไม่ถึงขั้นออร์แกนิกทั้งกระบวนการ แต่ไว้ใจคุณภาพได้ คิดค้นสูตรแบบศิลปินที่บรรจงรังสรรค์ผลงานอย่างประณีตที่สุด เกิดเป็นสิ่งที่เรียกกันว่า ‘Artisan Cheese’ และเราอยากสนับสนุนพวกเขาให้มีกำลังใจทำต่อไป จึงนำมารวมในรายการข้างล่างนี้

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : Dofann

ปัจจุบัน เมืองไทยนำเข้าชีสจากต่างประเทศค่อนข้างมาก เพราะมีตัวเลือกคุณภาพดีที่หลากหลาย และหากสั่งปริมาณมาก ราคาอาจไม่แพงเท่าผลิตเอง เพราะต่างประเทศผลิตชีสปริมาณมากตามธรรมชาติอยู่แล้วและสภาพอากาศที่เป็นใจกว่า 

และใน พ.ศ. 2568 ตามความตกลงการค้าเสรี (FTA) ภาษีนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จะลดลงจนเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ คาดการณ์ได้ว่าจะมีนม เนย และชีส ไหลเข้าประเทศจำนวนมาก และกระทบความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย

การผลิตและบริโภคภายในประเทศจึงเป็นการช่วยสนับสนุนฟาร์มท้องถิ่นให้เติบโต ผลิตสินค้าที่มูลค่าสูงขึ้นสำหรับประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ สินค้าปรากฏตัวอยู่บนซูเปอร์มาร์เก็ตที่ปัจจุบันเต็มไปด้วยเนยและชีสจากต่างชาติ หากได้รับการสนับสนุนก็จะยิ่งทำให้เกิดสินค้าคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น แข่งขันได้ ผู้ผลิตมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น 

นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เราอาจมาลองบริโภคเนยและชีสที่ผลิตในประเทศกันดูบ้าง

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : Dofann

สำหรับในบทความนี้ เราจะแบ่งรายการตามประเภทของผลิตภัณฑ์เด่น ดังนี้

  1. เนยจากนมสัตว์
  2. ชีสจากนมวัว
  3. ชีสจากนมแพะ
  4. เนยอื่นๆ (ไม่ได้ทำจากนมสัตว์)
  5. ชีสแพลนต์เบส

โดยบางร้าน โรงงานหรือฟาร์ม ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว ส่งเนยและชีสให้ตัวแทนจำหน่ายหรือองค์กรต่างๆ ไปขายและใช้ประโยชน์ต่อ บางแห่งก็ทำทุกอย่างครบวงจรด้วยตัวเอง

ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ร้านเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จริงๆ ยังมีผู้ผลิตและจำหน่ายเนยและชีสที่เป็นมิตรต่อทุกฝ่ายอยู่อีกทั่วประเทศที่เราอยากให้คุณลองไปหาเจ้าที่ถูกใจและสนับสนุนพวกเขาต่อ

ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มชิมเนยและชีสกันเลย

เนยจากนมสัตว์

01

ฟาร์มบ้านภู (Baan Phu Ranch) 

เนยเค็มและเนยกระเทียมจากฟาร์มที่ต้องจองคิวล่วงหน้าเป็นเดือน

ช่องทางการสั่งซื้อ : เดลิเวอรี่ (ปัจจุบันปิดรับการสั่งซื้อเนยจากลูกค้าใหม่ชั่วคราว เพราะคิวยาวถึงเดือนตุลาคม) 

Facebook : Baan Phu Ranch

โทรศัพท์ : 08 8299 4222

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : Baan Phu Ranch

ชวนชิมรสเนยเค็ม เนยกระเทียมจากฟาร์มบ้านภู ฟาร์มวัวนมย่านลพบุรีที่เลี้ยงดูวัวสายพันธุ์ผสมผิวสีขาวสลับแดงอย่างพิถีพิถันเองมาตลอด 12 ปี เลี้ยงในพื้นที่เปิด ทานหญ้าสดที่ปลูกเอง ดูแลโดย ปู-สรรพศิรินทร์ ทรัพย์อนันต์ คุณแม่ผู้ประกอบการที่ร่ำเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหารมาโดยตรง และเป็นทายาทรุ่นสามของกิจการฟาร์มวัวนม มั่นใจได้เรื่องความเชี่ยวชาญและคุณภาพ

นอกจากผลิตภัณฑ์นมที่เราได้แนะนำไปในบทความก่อน ฟาร์มบ้านภูยังผลิตเนยและเนยกระเทียมที่รสเข้มข้น ทานแล้วละลายไม่ติดปาก ใช้นมจากวัวในฟาร์มที่เลี้ยงดูเองในการผลิต (ใช้นมประมาณ 30 – 40 ลิตรเพื่อเนย 1 กิโลกรัม) และนวดเองด้วยสองมือ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณการผลิต 

รับประกันคุณภาพด้วยคิวจองสั่งซื้อที่ยาวไปอีกหลายเดือน ใครอยากสั่งเนยคุณภาพดีส่งตรงจากฟาร์ม ต้องอดใจรอการประกาศสั่งจองครั้งใหม่กันเสียหน่อย แต่ลองชิมรสเบเกอรี่ที่มีส่วนผสมของเนยนี้ได้จากการสั่งขนมปังของ Salee Bakehouse ที่ตั้งใจคัดสรรวัตถุดิบต้นทางและไว้วางใจฟาร์มบ้านภู

02

DAIRY HOME 

เนยสดออร์แกนิกจากแบรนด์นมขวัญใจคนไทย

ช่องทางการซื้อ : ซูเปอร์มาร์เก็ต / แดรี่โฮมเอาท์เลต และ แดรี่โฮมชมสวน ปากช่อง / เดลิเวอรี่

Facebook : Dairyhome Organic

เว็บไซต์ : DAIRY HOME

โทรศัพท์ : 08 6340 6160 หรือ LINE ID @dairyhome

DAIRY HOME คือแบรนด์ที่คนไทยอาจจดจำและยกให้เป็นขวัญใจจากนมและโยเกิร์ตวิถีธรรมชาติที่อยู่คู่คนไทยมานาน 22 ปี แต่ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เราอยากแนะนำ คือเนยสดออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ รสเค็มและจืด ทำจากนมที่มาจากวัวสุขภาพดีในฟาร์มของแดรี่โฮม ไม่มีการใส่สี ใส่กลิ่น คงรสชาติของเนยแท้ๆ ที่ละลายในปากได้ทันที (มีจำหน่ายบางฤดูกาลเท่านั้น) 

และที่ร้านอาหารของแดรี่โฮมยังมีเมนูที่เรียกว่าเต้าหู้นมสดที่ทำจากนมด้วยกรรมวิธีการทำชีส และเทกเจอร์คล้ายเต้าหู้จริงๆ รสชาติหวาน หอมนม ไว้สำหรับเป็นอาหารทานเล่นอีกด้วย 

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : DAIRY HOME
03

Murrah Farm

เนยกระเทียมจากนมควายอินทรีย์

ช่องทางการซื้อ : ร้านมูร่าห์เฮ้าส์ (หมู่บ้านสัมมากร กทม.) / Mini Murrah Farm ฉะเชิงเทรา / เดลิเวอรี่

Facebook : Murrah Farm

เว็บไซต์ : Murrah Farm

โทรศัพท์ : 08 6665 8398 หรือ LINE ID @murrahmilk

นอกจากชีสจากนมวัวแล้ว อีกหนึ่งประเภทที่น่าลองไม่แพ้กันคือชีสจากนมควายที่ให้พลังงานสูงของ Murrah Farm ฟาร์มควายนมอินทรีย์แห่งแรกในไทย เลี้ยงควายแม่น้ำในพื้นที่กว้างขวางกว่า 400 ไร่ และปลูกพืชให้เป็นอาหารโดยปราศจากการฉีดสารเคมี 

ผลิตภัณฑ์นอกจากนมและโยเกิร์ตนั้นมีทั้งเนยกระเทียมจากครีมนมไว้ทานคู่กับขนมปัง หอม มัน อร่อย และมีสูตรที่ผสมเนื้อแซลมอนกับเนื้อเห็ดทรัฟเฟิลให้เลือกด้วย ขนมปังกรอบเนยมูร่าห์ และน้ำมันกีจากไขมันเนยที่เอาไว้ใช้แทนน้ำมันในการผัด ปรุงอาหารให้อร่อยด้วย หากแวะไปที่มินิมูร่าห์ฟาร์มที่ฉะเชิงเทรา จะมีมอสซาเรลลาชีสสดให้ได้ทานกันด้วย

หลายคนอาจไม่คุ้นชินกับผลิตภัณฑ์นมควาย แต่แนะนำว่าให้ลองสักครั้งจากของมูร่าห์ ฟาร์ม ภาพจำเดิมๆ ของคุณอาจเปลี่ยนไป

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
เนยกระเทียมและขั้นตอนระหว่างทำมอสซาเรลลา
ภาพ : Murrah Farm

ชีสจากนมวัว

04

Heaven On Cheese

ผู้ผลิตชีสมือฉมังจากนครสวรรค์

ช่องทางการสั่งซื้อ : Sloane’s กรุงเทพฯ

Facebook : Heaven On Cheese

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ชีสของ Heaven On Cheese
ภาพ : Sloane’s

Reinhard Matheis คือเชฟชาวออสเตรียที่เดินทางไปทำอาหารที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาอยู่นครสวรรค์ เมื่อเขาไม่สามารถหาชีสแบบที่ตัวเองต้องการ จึงลงมือซื้อนมจากฟาร์มวัวในท้องถิ่นมาหัดผลิตชีสเองแบบแฮนด์เมดใน พ.ศ. 2551 และต่อมาเป็นที่ถูกใจจนขายส่งตามโรงแรมและร้านอาหารต่างๆ ได้

ชีสที่ขึ้นชื่อของร้านคือกาม็องแบร์ (Camembert) บรี (Brie) ที่มีต้นกำเนิดจากฝรั่งเศส และเรอบรูชง (Rebruchon) ที่เนื้อสัมผัสเนียมนุ่ม เข้มข้น กลิ่นไม่แรง ทานแล้วอาจรู้สึกเหมือนอยู่บนสวรรค์ 

Heaven On Cheese ไม่ได้มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง บุคคลทั่วไปที่สนใจสั่งซื้อชีสของเขา ติดต่อซื้อได้ที่ร้าน Sloane’s ในกรุงเทพฯ เท่านั้น (Sloane’s เป็นร้านที่ทำงานร่วมกับฟาร์ม ผลิตไส้กรอก เนื้อสัตว์ต่างๆ พาย และซอส โดยตั้งใจสรรหาส่วนผสมที่มีคุณภาพและผ่านการเลี้ยงดูอย่างมีจริยธรรม ซึ่งทางร้านสนับสนุน Heaven On Cheese มาเป็นเวลานาน)

05

The Cheese Baron

ชีสจากฟาร์มสมัยใหม่ที่มีเชฟอิตาลีมาช่วยพัฒนาสูตร

ช่องทางการซื้อ : สำนักงาน ภายในห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ และราชบุรี (ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์) / เดลิเวอรี่

เว็บไซต์ : The Cheese Baron

Facebook : The Cheese Baron

โทรศัพท์ : 08 4700 9700

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย

ผู้ผลิตนม เนย และชีส ที่ก่อตั้งฟาร์มของตัวเองขึ้นในจังหวัดราชบุรีและบริหารด้วยเทคโนโลยีแบบ Smart Farming ผสมกับความใส่ใจในสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของวัว The Cheese Baron ผลิตทั้งเนยสด กี ครีมชีส รีคอตตา ฮาลูมี่ชีสที่เหมาะแก่การย่างและทอด ปานีร์ (Paneer) 

วัวของ The Cheese Baron ทานหญ้าเนเปียร์สดใหม่และข้าวโพดที่ปลูกเอง มีทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลคอยดูแลอยู่สม่ำเสมอ ส่วนในขั้นตอนกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้น มีการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านชีสและผลิตภัณฑ์นมที่มีประสบการณ์นานกว่า 20 ปีและทำงานด้านนี้มารุ่นสู่รุ่น เข้ามาพัฒนาสูตรให้ได้คุณภาพและอร่อยถูกปากผู้บริโภค

06

 Sansaicisco Department of Cheese

ฮาลูมี่เพื่อเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม

ช่องทางการซื้อ : Sansaicisco Department of Cheese

Facebook : Sansaicisco Department of Cheese

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : Sansaicisco Department of Cheese

ชีสนมวัวที่เริ่มต้นผลิตแบบเป็นงานพาร์ตไทม์เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเจ้าของร้านกาแฟและนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ขับเคลื่อนเรื่อง Slow Food และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสันทรายซิสโก ที่อยากหาทางช่วยเหลือเกษตรกรที่คิดดี ทำดี ให้มีรายได้ ลดการล้นตลาดของนมวัวในบางช่วง
ชีสที่นี่แปรรูปมาจากนมวัวในฟาร์มวิถีธรรมชาติในภาคเหนือ ไม่ไกลจากแหล่งผลิต เน้นไปที่การทำชีสสดอย่างฮาลูมี่ ด้วยกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาไม่นานมากนัก ผลิตสดใหม่และขายได้เลยแบบวันต่อวัน นำไปย่างให้หอมและลิ้มลองความอร่อยเองได้แบบง่ายๆ ถ้าอยากทานชีสสดๆ ใหม่ๆ ที่มีเจตนารมณ์อันดี ที่นี่ไม่แพ้ใครแน่นอน

ในบางฤดูกาล จะมีฮอวอหรือสมุนไพรของปกาเกอะญอ ซึ่งเป็นพืชที่ให้กลิ่นหอมฟุ้ง นำมาใช้ถนอมฮาลูมี่ได้ เป็นอีกหนึ่งความสุขของทีมงานที่ได้ใช้วัตถุดิบชุมชนให้เกิดประโยชน์และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพไว้

แม้เพิ่งเปิดไม่นาน แต่ไว้วางใจเรื่องความอร่อย เพราะเชฟหลายคนมาช่วยชิมและพัฒนาจนเกิดเป็นชีสคุณภาพดีที่เข้าถึงได้

07

Dacheeso

ชีสโฮมเมดที่อยู่คู่เชียงใหม่มานานกว่า 30 ปี

ช่องทางการซื้อ : ริมปิง ซูเปอร์มาร์เก็ต / โรงงาน Dacheeso / เดลิเวอรี่ (เชียงใหม่)

Facebook : Dacheeso Home style Cheese

โทรศัพท์ : 0 5327 4521 หรือ LINE ID : dacheesocheese 

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : Dacheeso

จากเกษตรกรที่เคยทำฟาร์มวัวนมและเห็นการตกต่ำของราคาผลผลิต กุหลาบ กาบคำ ผันตัวมาทำโรงงานชีสในเชียงใหม่ตั้งแต่ พ.ศ. 2530 เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ โดยยังคงกรรมวิถีแบบโฮมเมด ไม่ใช้เครื่องจักร และคัดเลือกนมจากฟาร์มที่คุ้นเคยกันมานาน เพื่อรักษามาตรฐานไว้ให้คงเดิมไม่มีตกหล่น ทั้งขายส่งและขายปลีก และเคยเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของร้านอาหารที่เธอทำ (ปัจจุบัน ร้านอาหารปิดไปแล้ว) 

ช่วงแรก กุหลาบผลิตมอสซาเรลลา เชดดา และรีคอตตาเป็นหลัก โดยไม่สารกันบูดหรือสารสังเคราะห์แต่งสีกลิ่นใดเพิ่ม มีแต่ใส่เกลือเข้าไปเท่านั้น และเน้นเรื่องการรักษาความสะอาดในโรงงานอย่างมากเพื่อให้ชีสได้คุณภาพ หลังจากมีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ ก็เกิดการต่อยอดเป็นชีสรูปแบบต่างๆ รวมถึงมีการผลิตโยเกิร์ต วิปปิ้งครีม และบัตเตอร์มิลค์ด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งอาหารน่าสนับสนุนที่อยู่คู่เชียงใหม่มาอย่างยาวนาน

ชีสจากนมแพะ

08

โดฟานชีส (Dofann Cheese)

ชีสจากนมแพะและนมวัวที่เชฟและโรงแรมเลือกใช้

ช่องทางการซื้อ : ริมปิง ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขานิ่มซิตี้และนวรัฐ และเดลิเวอรี่ (เชียงใหม่) และ VIVIN Grocery (กรุงเทพฯ)

Facebook : Dofann

ลิ้มรสชาติชีสจากชีสจากนมวัวและแพะที่นุ่มหอมสไตล์ฝรั่งเศส แต่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของไทยทั้งหมดและผลิตที่เชียงใหม่ภายใต้ชื่อโดฟานชีส โดย Brice Renaud ชาวฝรั่งเศสที่คัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันและตั้งใจสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น ส่งผลิตภัณฑ์ให้โรงแรมระดับ 5 ดาวและเชฟชื่อดังเลือกใช้ไปทำอาหาร

ปัจจุบันชีสของโดฟานมีทั้งหมด 14 รูปแบบด้วยกัน (ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของนมแพะ แต่มีชีสที่ทำจากนมวัวอย่างเดียวด้วย เช่น Molene และ Santhongdeng Tomme de vache) บางชนิดมีการผสมสมุนไพรออร์แกนิกลงไปเพิ่มรสชาติและเสน่ห์ และนำมาบรรจุใส่ในกล่องไม้ให้คนกลับมาเติมชีสได้เพื่อลดพลาสติก มีวางจำหน่ายที่ริมปิง ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขานิ่มซิตี้และนวรัฐที่เชียงใหม่ และ VIVIN Grocery ที่กรุงเทพฯ (VIVIN เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรท้องถิ่นและร้านอาหารที่เปิดโดยชาวฝรั่งเศสที่เชื่อมั่นในวัตถุดิบท้องถิ่นและกรรมวิธีธรรมชาติอย่างยิ่ง มีชีส 22 รูปแบบจาก 4 ผู้ผลิตวางจำหน่ายที่นี่) 

ตัวอย่างร้านอาหารที่นำชีสของโดฟานไปปรุงอาหารคือ เลเลฟอง เชียงใหม่ ทำเป็นส่วนประกอบของสลัดและซอสเห็ดป่าที่เสริมรสชาติและทำให้หน้าตาน่ารับประทานเหลือเกิน

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : Dofann
14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : เลเลฟอง
09

Little Goat Farm

ฟาร์มแพะของสัตวแพทย์ที่ตั้งใจผลิตชีสโดยเฉพาะ

เว็บไซต์ : Little Goat Farm 

Facebook : Liitle Goat Farm (@littlegoatfarmThailand)

ช่องทางการซื้อ : Little Goat Farm และ ร้าน Farmtastic Shop (เดลิเวอรี่)

โทรศัพท์ : 08 6493 5253

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : Little Goat Farm

Little Goat Farm คือฟาร์มนมแพะเพื่อการผลิตชีสโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ในจังหวัดนครปฐม ก่อตั้งโดยสัตวแพทย์ที่เห็นปัญหาเรื่องการล้นตลาดของนมแพะจากเกษตรกร คนไม่ค่อยบริโภคมากนักทั้งที่คุณภาพดี จึงตั้งใจศึกษาต่อถึงปริญญาเอก วิจัย ลองผิดลองถูก จนค้นพบว่าการนำมาแปรรูปเป็นชีสคือหนึ่งในทางออก และไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เธอผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการ เปิดฟาร์มเลี้ยงแพะด้วยความอิสระ นำนมที่ได้มาทำชีสส่งขายตามร้านและเชฟมิชลินเพื่อเป็นแนวทางการสร้างตลาดให้เติบโต ความรู้จากวิชาชีพสัตวแพทย์ทำให้สามารถบริหารจัดการฟาร์ม และดึงจุดเด่นของนมและชีสออกมาได้อย่างโดดเด่น

ชีสของ Little Goat มี 3 รูปแบบใหญ่ๆ คือ Hard Cheese ใช้เวลาบ่ม 1 ปี Soft Cheese ใช้เวลาบ่ม 2 สัปดาห์ เช่น บรี กามองแบร์ และชีสสด โดยมีแบ่งเป็นตามฤดูร้อนและฝนอีกด้วย 

ปัจจุบันฟาร์มแพะแห่งนี้ผลิตชีสอยู่หลายสิบชนิด เมนูแนะนำคือชีส Nourkai (ชีสสไตล์ฝรั่งเศส) White Jusmina (สำหรับคนชอบชีสสด) และ Chaisri (ผ่านการบ่ม 1 ปี สำหรับคนชอบ Hard Cheese) ตั้งชื่อให้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร และเข้าไปอยู่เป็นส่วนประกอบของอาหารในโรงแรมและร้านอาหารที่พิถีพิถันเรื่องวัตถุดิบเช่นกัน

ใครสนใจอุดหนุนชีสนมแพะนี้ เข้าไปสั่งซื้อออนไลน์ง่ายๆ ได้ที่เพจหรือเว็บไซต์ของ Little Goat Farm และ Farmtastic พร้อมกับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกอื่นๆ แล้วรอรับที่บ้านได้เลย

เนยอื่นๆ (ไม่ได้ทำจากนมสัตว์)

10

The Picnic Farm

เนยถั่วและเนยงาดำจากฟาร์มคนรุ่นใหม่จังหวัดแพร่

ช่องทางการซื้อ : The Picnic Farm / เดลิเวอรี่

Facebook : The Picnic Farm Cafe 

โทรศัพท์ : 06 4961 1836

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : The Picnic Farm

เนยถั่วและเนยงาดำจากวัตถุดิบที่ปลูกในชุมชน นำมาคั่วและแปรรูปที่อุณหภูมิต่ำ มีทั้งแบบหวานและไม่หวาน โดยไม่เติมน้ำตาลขัดสี ไม่ใส่น้ำมัน ไม่ใส่เกลือ จากพี่น้องที่เรียนทางด้านเกษตรและอาหารที่ผันตัวมาทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของตัวเองกับครอบครัวที่จังหวัดแพร่ นำไปทาขนมปังหรือทานร่วมกับโยเกิร์ตก็อร่อย วัตถุดิบที่มาทำนั้นล้วนรู้ที่มาที่ไป การันตีได้เรื่องความปลอดภัย

นอกจากนี้ The Picnic Farm ยังเปิดคาเฟ่และร้านขายสินค้าเกษตร ทั้งพืชผักผลไม้ และสินค้าแปรรูปต่างๆ เช่น แยม คุกกี้ ชา ไอศกรีม กราโนล่า เพื่อเพิ่มมูลค่า และมีบริเวณฟาร์มให้ผู้คนได้เข้ามาเยี่ยมชม เรียนรู้กลับไปทำต่อที่บ้าน และซื้อผลผลิต (หรือจะสั่งแบบเดลิเวอรี่ก็ย่อมได้) ถือเป็นฟาร์มของคนรุ่นใหม่ที่ครบครัน น่ามาแวะศึกษา

11

ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง (Hip Incy Farm)

เนยถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ออร์แกนิกโฮมเมด

ช่องทางการซื้อ : Hip Incy Farm / เดลิเวอรี่ (เปิดพรีออเดอร์เป็นรอบ)

Facebook : Hip Incy Farm หรือ LINE ID : @hipincy

อีกหนึ่งเนยทางเลือกสำหรับทานคู่กับขนมปังร้อนๆ คือเนยถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์อินทรีย์ของฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง ที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนตัวมาเป็นฟาร์มออร์แกนิกขนาดย่อม โดยเม็ดมะม่วงหิมพานต์นี้คัดสรรมาจากหลายพื้นที่ เช่น ปราจีนบุรี, ทางภาคใต้ นำมาผลิตต่อเนื่องกันนานราว 7 ปีแล้ว 

จุดเริ่มต้นการทำเนยประเภทนี้เกิดจากการทำซอสเพสโต้ก่อน แล้วเห็นประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่นำมาใช้ รวมถึงทางครอบครัวเจ้าของร้านชื่นชอบเนยถั่วอยู่แล้ว จึงพัฒนาต่อโดยการนำมาผสมกับน้ำมันรำข้าว ดอกเกลือ (Fleur de sel) และน้ำผึ้งออร์แกนิก เพื่อให้ความหวานทดแทนการใช้น้ำตาล กลายเป็นเนยถั่วที่ส่วนผสมลงตัว เข้มข้น นุ่มลิ้น คุณประโยชน์สูง

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง
12

ไร่ดินดีใจ

เนยงาสดที่เป็นมิตรกับสัตว์ป่าจากจังหวัดอุทัยธานี

ช่องทางการซื้อ : ดูรายละเอียดได้ที่หน้าร้านค้าของเว็บไซต์

เว็บไซต์ : ไร่ดินดีใจ

Facebook : ไร่ดินดีใจ

โทรศัพท์ : 08 6059 8939

ไร่ดินดีใจคือแบรนด์และพื้นที่เกษตรอินทรีย์ในจังหวัดอุทัยธานีของคู่สามีภรรยาที่โยกย้ายจากเมืองหลวงมาปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้มีชีวิต และยึดถือการปลูกแบบรักษาธรรมชาติอย่างจริงจัง เริ่มจากการปลูกงาและถั่วเขียวแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถัน ไม่ฉีดสารเคมี นำมาแปรรูปเป็นทั้งสีผึ้งทาปาก น้ำมันงา ผงพอกหน้า ก่อนปลูกสิ่งต่างๆ เพิ่มเติมและต่อยอดผลิตภัณฑ์จนมีทั้งแชมพูสระผมสมุนไพร สบู่ น้ำผลไม้ ชา แยมตามฤดูกาล

หนึ่งผลผลิตที่ควรลองสักครั้งคือเนยงาสด ทำจากเมล็ดงาสด ในช่วงฤดูกาลนี้ ไร่ดินดีใจนำงามาจากพื้นที่ที่ส่งเสริมการทำเกษตรอย่างเป็นมิตรกับสัตว์ป่าใกล้ๆ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง คั่ว บด ปั่น กลายเป็นเนยงา 2 สูตรที่วางจำหน่ายให้บุคคลทั่วไป สร้างรายได้ให้คนในชุมชน ใช้น้ำน้อย ระยะเวลาในการปลูกจนเก็บเกี่ยวสั้นกว่า และไม่เป็นภัยต่อสัตว์ป่า (ปิดรับพรีออเดอร์ในช่วงเวลานี้แล้ว ติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก) เหมาะสำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติด้วย เพราะมีโปรตีนที่พอชดเชยสารอาหารที่ร่างกายอาจขาดไป

กำไรส่วนหนึ่งที่ได้จากผลิตภัณฑ์นี้ ทางเจ้าของไร่ดินดีใจยังตั้งใจนำไปมอบให้กองทุนสารแหล่งอาหารให้สัตว์ป่าในฤดูแล้งเพื่อฟื้นฟูแปลงพืชอาหารของสัตว์ป่าที่ถูกน้ำท่วมไปด้วย

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : ไร่ดินดีใจ

ชีสแพลนต์เบส

13

SWEES

ชีสจากถั่วเหลืองออร์แกนิก ส่งตรงจากเชียงใหม่

ช่องทางการซื้อ : เชียงใหม่ กรุงเทพฯ หัวหิน สมุย เกาะพะงัน (ติดตามแหล่งจำหน่ายได้ที่ Facebook) / เดลิเวอรี่

เว็บไซต์ :SWEES Cheese

Facebook : SWEES Cheese

ชีสของ SWEES คืออีกหนึ่งทางเลือกการรับประทานชั้นยอด โดยเฉพาะสำหรับคนทานมังสวิรัติ เพราะชีสของพวกเขาเป็นแบบแพลนต์เบส ทำจากถั่วเหลืองท้องถิ่นออร์แกนิก มีโปรตีนสูง ปราศจากแลคโตส ไขมันต่ำกว่าชีสทั่วไปประมาณ 40 – 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว และใช้น้ำน้อยกว่าด้วย ส่งตรงจากเชียงใหม่ให้ได้ลิ้มลองกันทั่วประเทศ

ปัจจุบัน SWEES มีขายทั้ง มอสสาเรลลา เชดดา ชีสสวิส และเฟตา นำไปทำคู่กับอาหาร เช่นแฮมเบอร์เกอร์ สลัด พิซซ่า ให้อร่อยได้เลย เป็นทางเลือกที่ให้อิ่มอร่อยและรักษาโลกที่ดีอีกทางหนึ่ง

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
ภาพ : SWEES
14

Deli Devi 

วีแกนชีส 8 แบบที่รสสัมผัสใกล้เคียงกับชีสจากนมสัตว์

ช่องทางการซื้อ : ร้าน Deli Devi (เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี) / เดลิเวอรี่

Facebook : Deli Devi

โทรศัพท์ : 09 1819 8685

14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย
14 ร้านเนยและชีสวิถีธรรมชาติจากฟาร์มท้องถิ่นทั่วไทย ผลิตอย่างปลอดภัยพร้อมหอม มัน อร่อย

Deli Devi คือร้านวีแกนชีสโดยคู่รักชาวฝรั่งเศสและอิสราเอลที่ตัดสินใจลงหลักปักฐานชีวิตที่เกาะพะงัน คัดสรรเมล็ดหิมพานต์และอัลมอนด์ภายในประเทศมาเป็นส่วนผสมหลักในการทำชีส เพื่อให้เนื้อสัมผัสใกล้เคียงกับชีสที่ทำจากนมสัตว์มากที่สุด มีทั้งหมด 8 แบบ เช่น Camembert, Feta, Cumin Gouda ไม่เติมสี กลิ่นและรสชาติ ผ่านการหมักในตู้เย็นที่ปรับอุณหภูมิแสงและความชื้นให้ใกล้เคียงสภาวะในถ้ำตามแบบการหมักชีสโบราณ ซึ่งทำให้ชีสออกมามีคุณภาพดีจากอุณหภูมิและความชื้นที่พอเหมาะ 

หนึ่งในประเภทชีสที่แนะนำคือ Vegan Smoked Gouda ที่ผ่านการบ่มเป็นเวลาหนึ่งเดือนและรมควันให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัว นอกจากนี้ ยังมีเค้กวีแกนและช็อคโกแลตที่รับโกโก้ออร์แกนิกจากทางภาคเหนือมาผลิตให้เลือกทานกันอีกด้วย เหมาะสำหรับชาววีแกนเป็นอย่างยิ่ง

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load