มีเรื่องน่ารักจะมาเล่าให้ฟังค่ะ

เมตตาไปแข่งอ่านหนังสือกับเพื่อนมา ฟังดูไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ใช่มั้ยคะ แต่ในความเป็นจริง มันสนุกมากกกกกก

Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน

งานสนุกและน่ารักนี้มีชื่อเรียกว่า ‘Oregon Battle of the Books’ หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า OBOB (โอบ็อบ) ค่ะ

อธิบายง่าย ๆ ก็คือ เป็นงานที่ให้เด็กนักเรียนมาแข่งอ่านหนังสือกัน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม มีตั้งแต่ชั้นประถม 3 – 5, มัธยม 1 – 3 และไฮสคูล แต่ละกลุ่มจะมีหนังสือที่กรรมการเลือกมา 16 เล่มให้อ่าน เด็กคนไหนสนใจ ก็รวมกลุ่มกันกับเพื่อนอีก 3 – 4 คน ตั้งชื่อกลุ่มขึ้นมา แล้วแบ่งกันอ่านหนังสือ (ทุกคนจะอ่านให้ครบ 16 เล่มเลยก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ครบ) พอถึงวันที่กำหนด ก็จะไปแบทเทิลหรือดวลกันตอบคำถามที่มาจากในหนังสือ

Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน
โปสเตอร์รูปหนังสือของแต่ละกลุ่ม มี 3 กลุ่ม

อุ้มรู้สึกว่านี่เป็นวิธีการส่งเสริมให้เด็กอ่านหนังสืออย่างแยบยลมาก ๆ เลยค่ะ เพราะลำพังจะมาบอกว่า เอ้า! เด็ก ๆ มาอ่านหนังสือกันนะจ๊ะ มี 16 เล่มนี้นะ อ่านให้จบล่ะ เด็กที่ไหนมันจะอ่าน! แต่พอมีเป้าหมาย มีการแข่งขันกันให้พอสนุก ๆ เด็กก็รู้สึกตื่นเต้น ตั้งอกตั้งใจอ่านกันใหญ่ แล้วไม่ใช่แค่อ่านธรรมดา แต่ว่าอ่านแบบสนใจรายละเอียดด้วย เพราะรู้ว่าเดี๋ยวต้องไปตอบคำถาม

 เมตตากับอนีคานี่เป็นเด็กชอบอ่านหนังสือมากถึงมากที่สุด แล้วความสนใจก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ช่วงที่ผ่านมาเมตตาชอบ Graphic Novels หรือหนังสือการ์ตูน กับ Chapter Books หรือหนังสือที่แบ่งเป็นตอน ๆ (อย่างเรื่อง ราโมนา, บ้านเล็กในป่าใหญ่, ฯลฯ) ก็จะอ่านอยู่นั่น พอมี OBOB ขึ้นมา ก็ดีอีกอย่างตรงที่หนังสือ 16 เล่มที่เขาเลือกมาให้อ่าน หลายเล่มเป็นหนังสือที่เมตตาจะไม่มีวันเลือกมาอ่านเอง เท่ากับเป็นการขยายขอบเขตความสนใจในประเภทของหนังสือให้เด็ก ๆ ไปในตัว

Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน
หนังสือทั้ง 16 เล่ม

เมตตารวมทีมกับเพื่อนสนิทอีก 3 คน แล้วตั้งชื่อกลุ่มว่า Book Lizards (แผลงมาจากคำว่า Book Wizards) พ่อแม่รู้จักกันอยู่แล้ว ก็เลยแมสเซสกันใหญ่ สรุปว่าจะแบ่งกันซื้อหนังสือบ้านละ 4 เล่ม แล้วให้เด็ก ๆ สลับกันอ่าน อุ้มนี่ก็เป็นพวกบ้าทำตาราง เลยทำ Google Sheet ให้แม่ ๆ ดูกันว่าตอนนี้ใครอ่านอะไร แล้วเล่มไหนมีคนอ่านไปบ้างแล้ว จะได้เฉลี่ยความรับผิดชอบกันได้ถูก

Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน

เด็ก ๆ 4 คนน่าเอ็นดูเป็นที่สุด มีการนัดเจอกันวันหยุดเพื่อซ้อมตอบคำถาม เล่น Kahoot! ออนไลน์ลองซ้อม แล้วระหว่างพักกลางวันที่โรงเรียน ก็มีการท่องชื่อหนังสือกับชื่อนักเขียนแต่ละเล่มกันเอง เพื่อนในห้องหลายคนก็มีกลุ่ม OBOB เลยเป็นที่พูดถึงในโรงเรียนกันคึกคักทีเดียว

ย้อนไปนิดหนึ่งเรื่องว่าใครเป็นคนต้นคิด OBOB ขึ้นมา ก็ต้องเล่าว่าเป็นผู้ปกครองด้วยกันนี่แหละค่ะ ที่คงจะคุยกันไปมาว่าทำไงดีนะจะให้เด็ก ๆ สนใจอ่านหนังสือ สรุปคือต้องมีแข่งตอบคำถามกันเสียหน่อย ทางที่ดีคือให้แข่งกันเองในโรงเรียนก่อน แล้วให้ตัวแทนโรงเรียนมาแข่งกันอีกที งานนี้ต้องทำทีเดียวทั้งรัฐ จะได้สนใจกันกว้างขวาง แล้วก็ไปหาทุนหาสปอนเซอร์มาได้ด้วย

งานนี้มันคึกคักจริง ๆ นะคะ เพราะเวลาไปร้านหนังสือ ส่วนที่เป็นหนังสือเด็ก ก็จะมีชั้นหนึ่งหรือหน้าหนึ่งเลยบนเว็บไซต์ที่มอบให้หนังสือโอบ็อบ ที่ห้องสมุดก็มีหนังสือในลิสต์ทุกเล่มให้ยืมได้ ทั้งแบบที่เป็นเล่มกับเป็นหนังสือเสียง แล้วในเว็บไซต์ของโอบ็อบเองก็มีตัวอย่างคำถาม มีแบบฝึกหัด มีรายชื่อหนังสือของปีที่ผ่าน ๆ มาให้เข้าไปตามอ่านได้ด้วย

Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน
Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน
   OBOB ในเว็บไซต์ของร้านหนังสือ
Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน


ที่คั่นหนังสือ ร้าน Powell’s ทำที่คั่นหนังสือสำหรับเตือนความจำว่าอ่านเล่มไหนไปบ้างแล้ว ดาวน์โหลดไปใช้ได้เลย

มาเล่าถึงบรรยากาศการแบทเทิลกันหน่อยดีกว่าค่ะ

ปีที่ผ่าน ๆ มา เขาจะไปเช่าสถานที่แล้วให้เด็ก ๆ ไปแข่งกัน แต่ปีนี้ก็อย่างที่รู้กันดีว่ามีโควิด-19 (กุติดยังว้า) การประลองความจำก็เลยต้องย้ายมาใช้บริการ Zoom แทน

กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง
กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง
กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง

รอบแรกที่แข่งกับทีมในโรงเรียนเดียวกัน (นักเรียน ป.3-5 โรงเรียนเมตตามี 300 กว่าคน มีเด็กลงทะเบียนแข่งตั้ง 144 คน เท่ากับ 1 ใน 3 แน่ะค่ะ นับว่าเยอะมาก) ทีมของเมตตาต้องดวล 4 รอบ แล้วสุดท้าย เขาจะเอาผลคะแนนของทุกทีมมาจัดลำดับ 10 ทีมแรกที่คะแนนสูงสุด ก็จะผ่านเข้าไปรอบชิงชนะเลิศ

แต่ละรอบ ทุกทีมต้องตอบคำถาม 8 คำถาม ครึ่งหนึ่งเป็นคำถามว่ามาจากเล่มไหน อย่างเช่น

– หนังสือเล่มไหน มีตัวละครในครอบครัวเดียวกัน 2 คน ที่มีตาสีฟ้าเหมือนน้ำทะเลลึก (Deep Deep Blue Sea)

– หนังสือเล่มไหน มีรูปภาพของเด็กผู้หญิงนั่งเล่นเปียโน

– หนังสือเล่มไหน ตัวละครได้รับกล่องไม้สีแดงเข้มที่ทำจากไม้พะยูง (Rosewood)

ส่วนอีกครึ่งหนึ่งของคำถาม จะเกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือ เช่น

– ในหนังสือ Guts ตัวละครหลักชื่อเรน่า เป็นโรคอะไร (คำตอบ IBS หรือ Irritable Bowel Syndrome)

– ในหนังสือ Some Places More Than Others คุณยายเกรซโตที่เมืองอะไร (คำตอบคือ Alabama)

– ในหนังสือ Lety Out Loud อาสาสมัครใส่เสื้อผ้าอะไร 2 ชิ้น ตอนที่ตักอาหารหมาใส่ถุง (คำตอบคือ ผ้ากันเปื้อนสีขาวกับถุงมือสีเหลือง)

คือพ่อ ๆ แม่ ๆ นั่งฟังคำถามแล้วอ้าปากค้างไปเลยอะค่ะ ใครมันจะไปจำได้ฟระ แล้วเวลาตอบนี่ ต้องตอบให้ตรงเป๊ะ ๆ ด้วยนะคะ ไม่ใช่แค่ผ้ากันเปื้อนกับถุงมือ แต่ต้องบอกว่าสีอะไรด้วย แล้วทำไมรู้มั้ยคะ เด็ก ๆ ดั๊นจำได้อี๊กกก! พ่อแม่นี่กรี๊ดกันอย่างกับไปเชียร์บอลอะค่ะ ความรู้สึกก็คล้าย ๆ กันด้วยนะคะ คือได้แต่ลุ้น เพราะพ่อแม่ไม่มีใครได้อ่านหนังสือเลยสักคน ได้แต่กลั้นใจรอให้ทีมเรายิงลูกเข้าประตู เอ๊ย ตอบคำถามถูกอย่างเดียวเลย

ผลปรากฏว่า ทีมเมตตา ถึงแม้จะเด็กกว่าใครเพื่อน แล้วก็เพิ่งลองแข่งเป็นครั้งแรก ผ่านเข้ารอบค่ะ!

กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง

คือปริ่มจะตกรอบมิตกรอบแหล่ แต่แค่นี่พ่อ ๆ แม่ ๆ ก็ภูมิใจกันแทบแย่ แล้วก็เตรียมรอลุ้นรอบต่อไป ซึ่งจะจัดอีกทีใน 2 อาทิตย์ข้างหน้า

ระหว่างนี้อุ้มเองก็คอยถามเมตตาว่าได้ทบทวนเล่มที่อ่านไปแล้วบ้างหรือยัง แล้วมีเล่มไหนที่ยังไม่ได้อ่านแล้วอยากอ่านอีกบ้าง วันหนึ่งเมตตาคงเพลียแม่เต็มที เลยหันมาบอกว่า “แม่คะ จะชนะหรือไม่ชนะโอบ็อบมันก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะความสนุกจริง ๆ สำหรับหนู มันอยู่ตรงตอนตอบคำถาม ไม่ใช่ตอนอ่านหนังสือ” งือ แม่ก็เลยถอยมา 2 ก้าว ไม่ผลักดันแล้วก็ด้ะ (แต่แอบส่องอยู่นะว่าวันนี้อ่านอะไร)

แล้วพอปล่อยให้ลูกรับผิดชอบตัวเองนะคะ ปรากฏว่าเมตตาก็ไปจัดตารางของตัวเอง เล่มไหนที่มีเพื่อนในกลุ่มอ่านไปแค่คนเดียว เมตตาก็ไปเอามาอ่านเพื่อจะได้เป็นแบ็กอัป เดี๋ยว ๆ ก็มาบอกว่าวันนี้ซ้อมท่องชื่อหนังสือกันเองจนขึ้นใจ เวลาไปตอบใน Zoom จะได้ไม่ตื่นเต้นจนลืม ก่อนหน้าจะถึงวันแข่ง อุ้มลองถามว่าพร้อมไหม เมตตาก็ยิ้มมั่นใจ แล้วบอกว่า “พร้อมค่ะ นี่ถ้าทีมหนูชนะ ได้เป็นตัวแทนโรงเรียนก็คงดีนะคะ” อะ ไหนเมื่อวันก่อนบอกไม่เป็นไร ไอ้เจ้าตึ๋งหนืดเอ๊ย

พอวันแข่งรอบสุดท้ายมาถึง เนื่องจากทีมเมตตาเป็นหนึ่งในทีมบ๊วย ๆ ก็เลยต้องเริ่มแบทเทิลกันเองก่อน ทีแรกพ่อ ๆ แม่ ๆ ก็เตรียมแค่ของว่างกับอาหารกลางวันมา เพราะลึก ๆ ในใจต่างพากันคิดว่า ลูกเราเด็กกว่าเพื่อน แถมรอบแรกคะแนนก็ไม่ได้ดีมาก คงไม่ได้เข้ารอบไปลึก ๆ หรอก เดี๋ยวหลังเที่ยงก็แยกย้ายกันกลับบ้านแหละ

ปรากฏว่า Book Lizards ชนะไปเรื่อยเลยค่ะ! แข่งตั้งแต่ 10 โมงครึ่งไปจนถึง 6 โมงเย็นอะค่ะ ทีมเดียวที่ชนะทีมเมตตา ชื่อว่า Book Destroyers เป็นเด็ก ป.4 และเป็นทีมที่กลายเป็นตัวแทนโรงเรียน ทีมเมตตาเด็กที่สุด และชนะเป็นอันดับ 2 ของโรงเรียน เก่งมากเลยเจ้าหนูน้อย!

กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง

แต่ตกเย็นวันนั้น อุ้มนี่ถึงกับขาสั่น เพราะลุ้นมาทั้งวัน (ไม่ได้เวอร์นะคะ เข่าอ่อนจริง ๆ) เพื่อนเมตตาคนหนึ่งในทีมคือเครียดจัดจนลงไปนอนร้องไห้ แบบหนูไม่ไหวแล้ว หนูตอบต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ส่วนเมตตาขึ้นรถมา บอกแม่ว่า “เหมือนหนูดื่มกาแฟไป 10 แก้ว กับกิน Energy Bar อีก 10 แท่ง” โถ เอ็นดูด้วย สงสารด้วย อะดรีนาลีนคงหลั่งแทบหมดตัว

กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง

แต่สุดท้าย ทุกคนในทีม ทั้งเด็ก ๆ เอง ทั้งพ่อ ๆ แม่ ๆ เอง ทุกคนรู้สึกตรงกันหมดว่าเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก ๆ จริง ๆ ค่ะ ทุกคนรู้สึกสนิทกันมากขึ้น ในกลุ่มมีทั้งเด็กที่อ่านเร็วจำได้เยอะ กับเด็กที่อ่านช้าจำได้น้อยกว่า แต่ทุกคนกลับช่วยกัน ให้กำลังใจกัน พ่อแม่ทุกคนก็กลายเป็นเพื่อนกัน แล้วก็ตั้งใจว่าปีหน้า Book Lizards จะกลับมาแข่งอีก แต่ตอนนี้ขอกลับบ้านไปพักเหนื่อยก่อนนะจ๊ะ

“รายชื่อหนังสือโอบ็อบของปีหน้าออกมาแล้ว เรามาเริ่มอ่านกันเลยนะ” เมตตากับเพื่อน ๆ ตะโกนบอกกันก่อนแยกย้าย

แม่ยังไม่หายขาสั่นเลยลูกเอ๊ยยยย แต่อ้ะ สั่งหนังสือใหม่ให้ก็ด้ะ ปีนี้แม่จะอ่านด้วย (ให้จริงเฮ้อออ)

Writer & Photographer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

เมื่อวันก่อนเห็นคุณป้าอายุ 60 กว่า ๆ 4 คนตีกันอยู่ค่ะ

อุ้มไปยืนดูด้วยความตื่นเต้น เกิดมาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน!

แบบตีกันผัวะ ๆ เลยค่ะ ไม่มีใครยอมใคร

อุ้มดูสักพักแอบอาย เลยเดินหนีมาดูห่าง ๆ แต่สุดท้ายอดใจไม่ไหว พอป้าทำท่าจะเลิก เลยไปขอร่วมวงตีกับคุณป้าแกด้วย!

คุณป้าคนหนึ่งดูเป็นหัวหน้าสุด บอกเอา ๆ มาเล้ย เคยตีมาก่อนหรือเปล่า พออุ้มส่ายหน้า ป้าเลยยื่นไม้มา บอกไม่ต้องคิดมาก ลองเลย ไม่ยาก ว่าแล้วป้าก็ยกพวกอีก 2 คนมาตีด้วย

อุ้มยังกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ถามไปว่า “เอ่อ คุณป้าเล่นอะไรกันอยู่คะ” ป้าบอกเนี่ยเหรอ มันเรียก ‘Pickleball’ อุ้มเลยอ๋อ ได้ยินชื่อมาตั้งนานแล้ว ของจริงเป็นแบบนี้นี่เอง!

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : playnettie.com
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com

อ้าวตายจริง ตกใจกันหมดเลยสิเนี่ย (หัวเราะ) ไม่ได้ไปดูคนยกพวกตีกันหรอกค่า แค่พาลูกไปสนามเด็กเล่น แล้วเห็นคุณป้า 4 คนเล่นกีฬาอะไรกันอยู่สักอย่าง หน้าตาก้ำ ๆ กึ่ง ๆ ระหว่างเทนนิส แบดมินตัน และปิงปอง ก็เลยเกิดความสงสัย (ปนเผือก) ขึ้นมา ว่านี่มันคือกีฬาอะไรกันนะ ไม่เคยเห็นมาก่อนเล้ย

ทีนี้อารามคนอยู่ไม่สุข ก็เลยต้องไปขอเล่นสิคะ เพราะทั้งปิงปองและแบดมินตันนี่คือกีฬาโปรดของอุ้มอยู่แล้วตั้งแต่อยู่เมืองไทย ส่วนเทนนิสเล่นไม่ค่อยได้เพราะปวดข้อศอก แต่กีฬาคุณป้า ๆ นี่ดูช้าและไม่รุนแรงต่อข้อแขน แล้วก็ดูเล่นง่ายดีนะ ลูกบอลก็เป็นพลาสติกมีรู ๆ ตกลงคอร์ตแล้วดังแป้ก ๆ แอบเพี้ยนดีด้วยอะ ชอบ!

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com

ลองเล่นไปแป๊บหนึ่ง มันสนุกดีล่ะค่ะ! คือพอมีพื้นเล่นแบดฯ เล่นปิงปองอยู่บ้างก็ช่วยได้มากเหมือนกัน เพราะคอร์ตมันขนาดเท่าคอร์ตแบดฯ แต่เน็ตเตี้ยเหมือนเทนนิส แล้วพอลูกบอลเป็นพลาสติก มันก็เลยไม่พุ่งเร็วเท่าไหร่ ไม่ต้องวิ่งพรวดพราด เล่นแล้วสวยสมวัย (ทอง) แต่ได้เหงื่อนิด ๆ

กำลังเริ่มสนุกอยู่ดี ๆ ป้าเก็บเน็ตกลับบ้านกันหมดค้า (เขาจะกลับอยู่แล้ว เราน่ะไปขอเล่น จำได้ไหม) ทางนี้ก็เลยต้องรีบกลับบ้านมาหาข้อมูล เพราะอยากรู้ว่าอุปกรณ์หาซื้อที่ไหน แล้วมีคอร์ตอยู่ตำบลอะไร จะได้ไปเล่นอีก

ก็เลยพบว่า มันเป็นกีฬาใหม่มาแรงและกำลังฮอต เติบโตเร็วที่สุดในอเมริกาเชียวนะ เน็ต ลูกบอลอะไรก็สั่งได้ทาง Amazon หรือเว็บอุปกรณ์กีฬาทั่ว ๆ ไป แต่ที่เด็ดสุดคือ มีไม้ 2 ยี่ห้อสวยมากจะเป็นลม! ยี่ห้อแรกชื่อว่า Recess ส่วนยี่ห้อที่ 2 ชื่อว่า Nettie มีความเรโทรบวกเอาศิลปินมาออกแบบ ทำไมทำกันแบบนี้! วิปัสสนามานานก็ช่วยไม่ได้ อยากได้หนอ แต่แพงหนอ สมคิดจะซื้อให้ไหมหนอ คิดวน ๆ ไปก่อนนะโยม

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : playnettie.com

แต่ว่าจะวกวนคลิกดูแต่ไม้ก็ใช่ที่ เพราะเกิดสงสัยขึ้นมาว่ากีฬานี้มันคืออะไร ใครเป็นคนคิด ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเพิ่งฮิต ข่าวว่ามันมีต้นกำเนิดแถว ๆ Pacific Northwest บ้านเฮานี่เองจริงหรือเปล่า

สรุปว่าจริงค่ะ นี่คือกีฬาที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 1965 นี้เอง ที่เกาะ Bainbridge วอชิงตัน ห่างจากซีแอตเทิลแบบนั่งเรือเฟอร์รี่ไปสักครึ่งชั่วโมงนิด ๆ บ้านอุ้มยังเคยนั่งไปเลยค่ะ เป็นเกาะเงียบ ๆ น่ารักดี มีคนเก่าคนแก่และศิลปินนักเขียนจากซีแอตเทิลไปสร้างบ้านตากอากาศและบ้านอยู่อาศัยกันแยะ อารมณ์เหมือนหัวหินสมัยยังไม่พลุกพล่าน

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.facebook.com/livingonbainbridge

ทีนี้มีสองสามครอบครัวที่วงการกีฬาต้องจารึกไว้ค่ะ บ้านหนึ่งของ Joe Pritchard อีกบ้านของ Bill Bell และอีกบ้านของ Barney McCallum ทั้งสามเป็นเพื่อนบ้านกันและรวมตัวสังสรรค์กันอยู่เสมอในช่วงวันหยุด อยู่มาวันหนึ่ง ลูกชายของโจ ชื่อ Frank ที่ตอนนั้นอายุ 13 ปี เกิดเบื่อขึ้นมาเพราะว่าฝนตก ไม่มีอะไรจะทำ บ่นหมุ ๆ หมิ ๆ เป็นหมีกินผึ้ง จนโจรำคาญ ก็เลยไปค้นห้องเก็บของจะหาอะไรให้ทำ เจอไม้ปิงปองกับลูกเบสบอลพลาสติก (ที่เรียกว่า Wiffle Ball) ก็เลยเอาออกมาชวนลูกชายออกไปเล่นกัน เพราะมีคอร์ตแบดมินตันเก่าอยู่หลังบ้านพอดี

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
คอร์ต Pickleball แห่งแรกของโลก
ภาพ : usapickleball.org

ทีแรกมีแค่โจกับลูกชายและบิลจากอีกบ้านหนึ่ง ก็ไม่รู้จะเล่นกันยังไง เพราะอุปกรณ์ที่มีมันไม่เข้ากันสักอย่าง เลยต้องคิดกติกาขึ้นมาใหม่ เน็ตแบดฯ ตี ๆ ไปแล้วไม่ค่อยเวิร์กเพราะสูงไป ก็เลยต้องลดลงมาให้เตี้ยติดพื้น แล้วความสูงมาตรฐานที่ตอนนี้กำหนดอยู่ที่ 36 นิ้วก็ไม่ใช่เพราะอะไรที่ไหน แต่เป็นเพราะเน็ตมันหย่อนอยู่เรื่อย โจเลยใช้วิธีก่อนจะเล่น เอาตัวเองนี่แหละเดินไล่ไปให้เน็ตสูงเสมอเอว ซึ่งคือ 36 นิ้ว! (ขำเนอะ เหมือนไทยมีหน่วยวัดเป็นวา เป็นคืบ เป็นศอก แต่อันนี้เป็นเอว)

ทีนี้เล่น ๆ กันไปชักเริ่มสนุก กลายเป็นพวกพ่อ ๆ 3 บ้านนี่ล่ะเล่นกันใหญ่ แต่ไม้ปิงปองท่าจะเอาไม่อยู่เพราะเล็กไป ตีแล้วเดี๋ยวก็สึกพังหมด บาร์นีย์มีเวิร์กชอปทำงานไม้อยู่ เลยร่างแบบในกระดาษเป็นรูปไม้สำหรับตีพร้อมมือจับเป็นทรงง่าย ๆ แล้วก็ไปเลื่อยไม้อัดออกมาตามแบบเอาไปเล่นกัน หน้าตาบ้าน ๆ แต่เทียบกับไม้ปิงปองก็ถือว่าดีถม

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ไม้รุ่นแรก (ซ้ายสุด)
ภาพ : www.pickleballchannel.com

นัยว่ากติกากับอุปกรณ์ที่อิมโพรไวซ์กันขึ้นมาใช้ได้อยู่ไม่น้อย เกมหลังบ้านของโจเลยมีสมาชิกบ้านโน้นบ้านนี้มาเล่นกันอยู่ไม่ขาด จนถึงขนาดหมดฤดูร้อนต้องกลับมาอยู่ซีแอตเทิล สมาชิก Pickleball ก็ยังพากีฬาใหม่นี้ตามขึ้นฝั่งมาด้วย

เริ่มแรกเล่นกันที่ถนนหน้าบ้านของบาร์นีย์ เพราะความกว้างถนนราว 20 ฟุตเสมอด้วยคอร์ตแบดฯ (ภาพพี่ยิมกับน้องโด่งตีแบดอยู่หน้าบ้านลอยมาเลย) ทีนี้เพื่อนบ้านมาเห็นเข้าก็สนใจ จนถึงขนาดไปสร้างคอร์ตไว้หลังบ้านเพื่อตีกันจริงจัง

ความดังของ Pickleball มาขจรขจายเอาตอนที่โจไปลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ ของรัฐวอชิงตันนี่แหละค่ะ เพราะเวลาไปหาเสียงที่ไหน โจก็จะเอา Pickleball ไปชวนคนเล่นด้วย แล้วหนึ่งในคนที่ได้เล่น ดั๊นเป็นเจ้าของและบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ The New York Times เอาละพ่อ จะดังไปใหญ่ไปโตกันก็คราวนี้เอง

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
บทความเรื่อง Pickleball ในหนังสือพิมพ์ The New York Times
ภาพ : www.pickleballchannel.com

เขาส่งนักข่าวมาสัมภาษณ์บาร์นีย์ลงในหนังสือพิมพ์ คนอ่านแล้วก็อยากเล่น ถามกันเข้ามาว่าอุปกรณ์จะหาซื้อได้ที่ไหน บาร์นีย์ตอบไปว่าสั่งมาก็ได้ เดี๋ยวจัดเน็ต ไม้ 4 อัน กับลูกบอล 4 ลูก ส่งให้ในราคา 29.50 เหรียญฯ โอ้โห ยอดสั่งเข้ามาถล่มทลายเลยค่ะ จนบาร์นีย์ โจ และบิลต้องตั้งบริษัท Pickle-ball Inc. ขึ้นมาเพื่อสั่งวัตถุดิบและรับเงิน คือเล่นกันอยู่ดี ๆ หลังบ้าน กลายเป็นธุรกิจขึ้นมาซะงั้น พนักงานคนแรกของบริษัทก็ไม่ใช่ใครที่ไหน David ลูกชายของบาร์นีย์นั่นเอง ครัวเรือนมาก

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
กล่องอุปกรณ์ Pickleball รุ่นแรก
ภาพ : www.nwfdailynews.com

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ พวกเขาเลยออกแบบกล่องใส่ซะสวย แล้วก็เริ่มเดินสายโปรโมตการเล่น Pickleball ตามโรงเรียนในรัฐวอชิงตัน ออริกอน ไอดาโฮ เรื่อยไปจนถึงงานมหกรรมพละครั้งใหญ่ในมิสซูรี มีการปรับปรุงกติกาและเขียนเป็น Rule Book ออกมาจริงจัง คอร์ตก็กำหนดให้มีขนาดมาตรฐาน เริ่มมีการตั้งสมาคม USA Pickleball รวมทั้งมีการแข่งขันชิงแชมป์ใหญ่โตระดับประเทศหลายรายการ

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.ppatour.com

ไม้ตี Pickleball เอง (เรียกว่า Paddle นะคะ ไม่ใช่ Racket) ถึงแม้หน้าตาจะยังเหมือนกับที่บาร์นีย์วาดใส่กระดาษเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ไม้ที่เป็น Composite และมี Nomex Honeycomb Core แบบที่คนใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เพิ่งมาเกิดขึ้นเมื่อราว ๆ ปี 1984 นี่เองค่ะ เหตุเพราะคนเล่นคนหนึ่งที่ชื่อ Arlen Paranto บังเอิญเป็นวิศวกรของบริษัทเครื่องบินโบอิ้งด้วย (แหม คนเล่น Pickleball นี่จอมยุทธ์ทั้งนั้นเลยวุ้ย) เขาคิดว่าน่าจะมีไม้ที่เบากว่าเดิม ก็เลยไปซื้อวัสดุเหลือ ๆ จากทำภายในเครื่องบินโบอิ้งมาดัดแปลงทำเป็นไม้ขาย แล้วตั้งชื่อว่า PROLITE กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของไม้ตีรุ่นต่อ ๆ มาทั้งหมด

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ไม้รุ่น PROLITE
ภาพ : pickleballhalloffame.blogspot.com

ก็ถึงว่า ตอนหยิบไม้ขึ้นมาทีแรกยังคิดอยู่เลยว่ามันเหมือนอะไรน้า อ้อ เหมือนผนังเครื่องบินนี่เอง (หัวเราะ)

อยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าตกลงไอ้เจ้ากีฬาแตงกวาดองนี่มันเล่นยังไง อุ้มดูไปหลายคลิป คิดว่าดูจากคลิปนี้อธิบายได้เข้าใจง่ายสุดค่ะ

คืออาจจะยังงง ๆ นิดหน่อยนะคะ แต่พอเล่นไปแล้วก็เข้าใจเอง ข่าวดีก็คือในเมืองไทยมีสนาม Pickleball แล้วนะคะ ตั้งหลายที่แน่ะ กรุงเทพฯ ก็มี เชียงใหม่ก็มี ได้ยินว่ามีแข่งที่หัวหินกับภูเก็ตด้วย มีสมาคมไทยพิคเคิลบอลอีกต่างหาก เข้าไปดูในเพจจะได้รู้ว่ามีสนามเปิดใหม่ มีแข่งที่ไหนให้ตามไปดูได้บ้าง รับรองค่ะว่าจากนี้จะได้ยินเรื่อง Pickleball มากขึ้นเยอะแน่ ๆ เพราะที่อเมริกาเอง ตอนนี้มาแรงมากจริง ๆ ค่ะ มีแต่คนพูดถึง ยังแอบคิดเลยว่าที่ไหนมีคอร์ตแบดฯ อยู่แล้ว ก็แค่ลดเน็ตลงมาก็เป็นสนาม Pickleball ได้แล้วเนี่ย

อุ้มไปอ่านประวัติศาสตร์ของกีฬาอย่างเทนนิส แบดมินตันหรือปิงปองมา พบว่าต้นกำเนิดมันก็คล้าย ๆ กันแบบนี้แหละค่ะ คือหาอะไรเล่นกันเองก่อน ตีด้วยมือก็ยังมี ใช้ลูกเป็นไม้ เป็นไม้คอร์กที่ปิดขวดไวน์บ้างอะไรบ้าง แล้วถึงค่อย ๆ พัฒนามาเป็นลูกสักหลาด ลูกพลาสติก มีกฎกติกาที่พัฒนาตบแต่งกันมาเรื่อย ๆ

แต่เรื่องคือ กีฬาพวกนั้นมันเกิดขึ้นมานานมากแล้วเป็นร้อยเป็นพันปี แต่ Pickleball เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงอายุคนเดียวนี่เอง อุ้มเลยว่ามันน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นเกมหลังบ้านกลายเป็นกีฬาระดับโลก ได้ฟังบาร์นีย์เล่าถึงไม้ที่เขาตัดเองหน้าตาสุดจะบ้าน ผ่านไปไม่กี่ปี มีไม้ยี่ห้อดัง ๆ อย่าง Wilson หรือ HEAD ที่ทำออกมาขาย ใช้เทคโนโลยีสุดจะล้ำ ถึงตอนนี้ทั้งโจและบาร์นีย์จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทั้งสองคนก็ได้ทันเห็นความมาไกลของ Pickleball ที่พวกเขาคิดกันขึ้นมาเล่น ๆ น่าภูมิใจแทนจริง ๆ เลย

อ้อ เกือบลืมเล่าว่าทำไมกีฬานี้ถึงมีชื่อตลก ๆ ว่า Pickleball อันนี้ยืนยันจากปากคำของแฟรงก์ ลูกชายโจที่อยู่ในเหตุการณ์เลยค่ะ เขาบอกว่าแม่ของเขา (Joan Pritchard) เป็นแฟนเหนียวแน่นของกีฬาแข่งเรือพาย เพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่โอไฮโอบ้านเกิด มีทีมแข่งเรือที่เก่งอันดับต้น ๆ ของประเทศ พอแต่งงานกับโจแล้วย้ายมาอยู่ซีแอตเทิล ก็พบว่ามหาวิทยาลัยวอชิงตันมีทีมแข่งเรือที่เก่งเหมือนกัน และมีการแข่งเรือทุกปี

โจแอนชอบไปดูการแข่งเรือประจำปีนี้มาก แต่ปกติเขาก็จะเลือกฝีพายตัวท็อป ๆ มาแข่งกัน ฝีพายมือรอง ๆ ที่ว่างอยู่ ก็เลยไปพายแข่งกันเองในอีกการแข่งขันหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีรางวี่รางวัลอะไร แค่แข่งกันเล่น ๆ ในหมู่คนที่เหลือ ๆ การแข่งนี้มีชื่อว่า Pickle Boat ค่ะ

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.presstelegram.com

พอมีการถกเถียงกันระหว่างบ้าน Pritchard กับบ้าน Bell ว่าตกลงจะตั้งชื่อเกมที่เล่นกันอยู่นี้ว่าอะไรดี โจแอนเลยโพล่งออกมาว่า “Pickle Ball!” เพราะเอาอุปกรณ์และกติกาจากกีฬาโน้นนี้มารวม ๆ กัน มั่ว ๆ ขำ ๆ แต่สนุกดี อารมณ์มันเหมือน Pickle Boat เลย ชื่อนี้ถูกใจทุกคน ก็เลยเรียกกันมาแต่นั้น ภายหลังถึงมาเปลี่ยนเป็น Pickleball แบบเขียนติดกันไปเลย

ในอินเทอร์เน็ตมีอีกทฤษฎีเรื่องชื่อ ว่ามาจากหมาของครอบครัวชื่อ Pickles ที่ชอบมากระโดดไล่งับลูกบอล แต่ไล่ไปในความเป็นจริงแล้ว หมาพิคเคิลนี่เพิ่งมาถูกเก็บได้เมื่อปี 1968 ซึ่งเป็น 3 ปีหลังจากโจแอนตั้งชื่อเกมไว้แล้วเมื่อปี 1965 (คือจริง ๆ แล้วตั้งชื่อหมาตามกีฬาต่างหาก)

แต่เหตุที่ทุกวันนี้เสิร์ชเว็บไหนก็ยังเล่าว่าตั้งชื่อตามหมา เพราะโจเองนั่นแหละที่เป็นคนไปให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ทีแรกเขาเล่าเรื่องจริงว่าโจแอนได้ชื่อมาจากไหน แต่จู่ ๆ ก็พูดเล่น ๆ ว่า เอ๊ะ หรือจะบอกว่าตั้งชื่อตามหมาดี ปรากฏว่านักข่าวชอบทฤษฎีหลังมากกว่า เพราะตลกและจำง่ายดี โจและบาร์นีย์ก็เลยตัดสินใจเล่าแบบนี้มาตั้งแต่นั้น

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.thestar.com

เอาเป็นว่านี่คือกีฬาใหม่ล่าสุดที่โตเร็วที่สุดในอเมริกา อุ้มไปเล่นมาแล้วสนุกดี วันนี้เลยจะมาชวนให้คนหาไม้มาตีกัน เพราะตีแบบนี้มีประโยชน์กว่าไปตีกันในสภาฯ เนอะ (อ้าวทำไมจบงี้ล่ะตัว)

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.recesspickleball.com

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load