อันเกิดมาจากความอยู่ไม่สุข

เรื่องคือ ไปซื้อตุ้มหูมา 2 คู่ค่ะ ชอบมาก ใส่อยู่นั่น

แล้ววันหนึ่งก็มารู้ว่า มันทำจากวัสดุสังเคราะห์ชื่อ Polymer Clay หรือดินปั้นชนิดหนึ่ง ที่เอาไปอบแล้วจะแข็งแต่ยืดหยุ่น เหมือนปั๊ดติก (ชื่อเดิมพลาสติก เป็นญาติกับปีเนียม ที่ชื่อเดิมคืออะลูมิเนียม และเป็นญาติห่าง ๆ กับเลียวมะหลิด ที่ชื่อเดิมคือเรอัลมาดริด)

ความคันบังเกิด แล้วความงกก็ตามมา

จะไปเสียเงินอีกทีละ 40 เหรียญซื้อตุ้มหูคู่ใหม่ทำไม

ทำเองสิยู…

ก็เลยไปซื้อ Polymer Clay มา 10 กว่าสี ลองทำเองมั่ว ๆ

ตุ้มหูคู่แรกออกมาปุปะมาก แต่ก็เอาไปใส่นะ ง่อย ๆ อย่างนั้นแหละ

เสร็จแล้วก็มาดูยูทูบอย่างสาหัสสากรรจ์ คือดูเหมือนจะเอาไปสอบ ดูทุกอย่างที่ขวางหน้าเกี่ยวกับการทำตุ้มหูจากโพลีเมอร์เคลย์ เลยได้รู้ว่าเขาฮิตกันมาพักใหญ่แล้วนะ หล่อนน่ะเพิ่งออกมาจากภูเขาสิเลยเพิ่งตื่นเต้น

ลองใหม่ค่ะ คราวนี้อุปกรณ์ถูกต้อง วิธีการดีกว่าเดิม

สวยเลยอ้ะ!

เอาไปใส่อีก ทีนี้เริ่มมีคนชม ก็เลยคิดจะขายขึ้นมา!

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร แบรนด์ OomPDX

คือต้องเล่าย้อนไปนิดหนึ่งค่ะ ว่าเรื่องชอบขายของนี่ เป็นมาตั้งแต่อยู่มัธยมแล้ว คุณย่าทำมะขามแก้วให้เอาไปแจกเพื่อน ดิฉันก็เอาไปขาย 3 เม็ดบาท (ก็ตอนนั้นโรงเรียนไม่มีขนมขายนิ) แล้วก่อนมิสทีนจะมา จำแคตตาล็อกเอว่อนได้มะคะ นั่นล่ะดิฉันก็ขายมาแล้ว ขายเพื่อนในห้องนั่นละค่ะ ขายดีด้วย แต่ก็ถูกเพื่อนโกงไม่จ่ายเงินไปเป็นพันเลย จนสุดท้ายต้องเลิกไป คือจะล้มละลายตั้งแต่เด็กก็ดูไม่ดีนะ

แต่ความเป็นแม่ค้ามันคงอยู่ในสายเลือดน่ะค่ะ โตมาถึงได้เรียนนิเทศเอกโฆษณา แล้วก็ผ่าไปชอบวิชามาร์เก็ตติ้งของคณะบัญชีเขาอีก มาทำงานเล่นละครสบาย ๆ ก็ไม่เอา หาเรื่องจะทำบริษัทขึ้นมาอี๊ก เพราะชอบคิดงาน ชอบประชุม ชอบออกไปหาลูกค้า สนุก (แอนด์ปวดกบาล) ดีจังเลยทำธุรกิจเนี่ย

ก็เลยไม่แปลกที่อยู่ดี ๆ จะหาเรื่องขายตุ้มหู

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร

ทีนี้การจะเป็น Maker หรือคนทำงานฝีมือขายที่ประเทศอเมริกานี่ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ที่ว่าง่าย เพราะมันมีระบบต่าง ๆ รองรับเยอะ เช่น จะจดชื่อเว็บไซต์ก็เข้าไป GoDaddy จะเปิดร้านออนไลน์ขายของก็มีทั้ง Etsy มี Shopify ระบบจ่ายเงินที่ฮิต ๆ ก็มี PayPal, Venmo, Clover และ Square ทั้งหมดมีเท็มเพลตให้เข้าไปใช้ได้ง่าย ๆ โดยมีค่าธรรมเนียมให้ต้องจ่ายแค่นิด ๆ หน่อย ๆ คือไม่ต้องมีฝีมือทำเว็บระดับพระกาฬ ก็พอจะทำร้านออนไลน์หน้าตาไม่แย่ได้แล้ว

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร
ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร

หรือถ้าจะจดทะเบียนบริษัท ก็เข้าไปจดในเว็บไซต์ของรัฐ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ทำคนเดียวแบบนี้ เขาก็จะจดกันเป็น Sole Proprietor (อ่านว่าโซลโพรไพรอะเตอร์) หรือ LLC (Limited Liability Corporation) ซึ่งหลัก ๆ คือต่างกันตรงถ้าไปก่อหนี้ LLC จะป้องกันไม่ให้เจ้าหนี้มายึดทรัพย์สินส่วนตัวของเราได้

แต่เดี๊ยนจะขายตุ้มหูคู่ละ 30 – 40 เหรียญ คงไม่มีใครตามมายึดบ้านยึดรถหรอกนะ ก็เลยจดเป็น Sole Proprietor ค่ะ เพราะวุ่นวายน้อยที่สุด

เสร็จแล้วก็ต้องไปจด Assumed Business Name หรือชื่อกิจการ เพราะใช้ชื่อว่า OomPDX ไม่ได้มีชื่อนามสกุลจริงตามกฎหมายอยู่ในชื่อร้าน เช่น ถ้าขายลูกชิ้นแล้วชื่อว่า เขียวสุริยะลูกชิ้นดึ๋ง อันนี้ก็ไม่ต้องจด ABN แต่ถ้าขายชานมไข่มุกแล้วชื่อร้าน ศรีตึ๋ง (มีจริง ๆ ไม่ได้เม้า) อันนี้ถ้าอยู่ที่อเมริกาก็ต้องไปจด ABN

ได้ ABN มาแล้วก็เอาไปจดทะเบียนผู้เสียภาษีกับเทศบาลเมืองพอร์ตแลนด์ อันนี้ก็จดในเว็บไซต์ได้อีกเหมือนกัน

เชื่อไหมคะว่าอุ้มลงทะเบียนทุกอย่าง ตั้งบริษัท จดชื่อเว็บไซต์ และมีร้านออนไลน์ภายในไม่ถึง 2 ชั่วโมง! แล้วนับจากที่ซื้อ Polymer Clay ชุดแรกมาจนถึงวันที่จดทะเบียนบริษัท คือ 33 วัน มันเร็วม้าก!

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร

แต่จากนั้นก็มาถึงส่วนที่ยาก

คือจะทำยังไงให้ของที่ขายดูดีแตกต่าง ตั้งราคาเท่าไหร่ดีถึงจะมีกำไรและคนไม่คิดว่าแพงเว่อร์ อิ Shopify นี่จะทำยังไงให้มี 3 คอลัมน์และดูคลีน ๆ (ทุกวันนี้ยังงมอยู่) และสุดท้ายคือจะโปรโมตให้คนรู้จักและอยากซื้อของเราด้วยวิธีไหนดี

ปัญหาระดับโลกเลยนะนี่ (รีบไปคุ้ยตำรา 4P สมัยเรียนมาดูด่วน)

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน

เรื่องของนี่อุ้มไม่ค่อยห่วงมาก เพราะค่อนข้างมั่นใจในสิ่งที่ทำ เราเป็นคนชอบใส่ตุ้มหูอยู่แล้ว รู้ว่าแบบไหนใส่สบายและสวยมีคนชมแน่ ๆ ยิ่งไปขายของที่ร้าน ก็ยิ่งได้เห็นว่าคนที่นี่เขาชอบตุ้มหูประมาณไหนกัน

เรื่องตั้งราคาก็ต้องใจแข็ง ๆ เพราะอุ้มไปดู TED Talks อันหนึ่งมา เขาบอกว่าคนทำงาน (โดยเฉพาะผู้หญิง) มักจะตั้งราคาสินค้าหรือบริการของตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะกลัวถูกปฏิเสธ แต่ถ้าเราคำนวณค่าของค่าแรงบวกกำไรมาดีแล้ว (อย่าลืมต้นทุนบริหารจัดการอื่น ๆ อย่างค่าเว็บไซต์ ภาษีที่ต้องจ่ายปลายปี ฯลฯ) ตั้งไปเลยค่ะ คนที่เขาเห็นค่างานฝีมือและชอบของเราจริง ๆ ยังไงก็จะยอมจ่าย

ส่วนเรื่องโปรโมตให้คนรู้จักแบรนด์ อุ้มไปคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่นี่มาค่ะ เพราะอุ้มเห็นตั้งแต่เขาเริ่มทำแบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อ Silly Daisy เมื่อหลายปีก่อน จนตอนนี้มีคนรักทั่วบ้านทั่วเมือง และขยับขยายไปมีหน้าร้านขายของแต่งบ้านเพิ่มมาอีกด้วย (เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังตอนหน้า)

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน

ทีนี้กลับมาที่แบรนด์ตุ้มหูของตัวเองบ้าง

อุ้มรู้สึกว่า ข้อดีอย่างหนึ่งของการทำอะไรที่ไม่เน่าไม่เสียแบบนี้ ก็คือไม่มีความกดดันมาก ต้นทุนก็ไม่ได้สูงเกินไป วัตถุดิบหาได้เรื่อย ๆ สม่ำเสมอ (คือสั่งออนไลน์กับไปซื้อที่ร้านขายของแถวบ้านได้ตลอดเวลา) แล้วถ้าทำของให้ดูแพง ก็จะตั้งราคาได้สูงประมาณหนึ่ง เวลาส่งไปรษณีย์ก็เบา ๆ ส่งง่าย ไม่ต้องยักแย่ยักยันแบกลังไปขนส่งเอกมัยหมอชิตอะไรแบบนี้

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน
อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน

อุ้มจดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ผ่านไป 1 เดือน ใช้วิธีบอกปากต่อปาก กับเอาตัวเข้าแลกใส่ตุ้มหูเสนอหน้าตามที่ต่าง ๆ ไปก่อน ยังไม่ได้ทุ่มเทโปรโมต เพราะอยากฟังฟีดแบ็กจากคนที่รู้จักรอบ ๆ ตัว คือเรียกว่ายังอยู่ในช่วง Soft Launch อยู่เลย แต่เท่านี้ก็ขายไปได้ 30 กว่าคู่ มีรายได้ประมาณ 800 เหรียญแล้ว ลูกค้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เพื่อน ๆ และญาติโยมแถวนี้นี่เอง คือแค่ตอนนี้ก็ได้เงินทุนตั้งต้นคืนมาแล้วอะค่ะ แถมยังมีวัตถุดิบ และตุ้มหูที่ทำเก็บไว้ในสต็อกอีกเกือบร้อยคู่ เพราะปลายเดือนนี้จะไปออกบูทเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนของเมตตาอนีคา กะคร่าว ๆ ว่าน่าจะขายได้อีกสัก 25 – 30 คู่ นี่มีลิสต์ของเพื่อน ๆ และคนรู้จักที่จะแมสเสจไปบอก กับงานขายของที่จะไปตั้งบูทตอนซัมเมอร์กับปลายปีอยู่ในมือแล้ว คือถ้าบริหารจัดการดี ๆ น่าจะมีรายได้เข้ามาทุกเดือน แล้วถ้าคนรู้จักมากกว่านี้ ก็จะเอางานไปเสนอร้านเก๋ที่เล็งเอาไว้ จะได้มีออเดอร์ขายส่งเป็นเงินก้อนเข้ามาช่วยหมุนเวียนธุรกิจด้วย

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน
อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน
ภาพ : instagram.com/OomPDX

ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในเบื้องต้นเลยนะเนี่ย เป้าหมายต่อไป คืออยากมีรายได้เดือนละ 1,500 เหรียญ ซึ่งบางคนบอกว่าต่ำเตี้ยมาก แต่นั่นคือชั้นต้องขายตุ้มหูเกือบ 50 คู่เชียวนะ! ยิ่งถ้าขายส่งก็ได้เงินแค่ครึ่งเดียวอีก

มาลุ้นกันค่ะว่าจะทำได้ไหม เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ปีหน้าเดือนเมษาฯ จะมาเล่าเรื่องธุรกิจขายตุ้มหูนี่อีกครั้ง ไม่รู้ป่านนั้นจะเป็นคุณนายหรือกินแกลบแทนข้าวอยู่ แต่ก็สู้ต่อไปนะทาเคชิ! (จบงงแต่ไม่อายด้วย ฮ่า ๆ)

หมายเหตุ ตอนนี้กำลังศึกษาวิธีตั้งระบบให้ส่งขายต่างประเทศได้อยู่ แฟน ๆ ชาวไทยอดใจรออีกนิดนะคะ ถ้าใครสนใจก็ติดตามกันได้ที่ Instagram : OomPDX และเว็บไซต์ www.oompdx.com ค่า

Writer

Avatar

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

และแล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

จู่ๆ เราก็ได้อยู่บ้านโดยพร้อมเพรียงกันทั่วโลก

เหตุเพราะอะไรคงไม่ต้องบอกกันให้มากความ

เอาเป็นว่าที่อเมริกา รัฐออกมาประกาศให้ยกเลิกการชุมนุม ปิดโรงเรียน ปิดสถานประกอบการแทบทุกอย่างยกเว้นซูเปอร์มาร์เก็ตและโรงพยาบาล ตั้งแต่ราววันที่ 13 มีนาคม ทีแรกโรงเรียนประกาศหยุดไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาฯ แต่ไปๆ มาๆ ตอนนี้เลื่อนเป็นถึงสิ้นเดือนเมษาฯ และส่อเค้าว่าอาจจะปิดยาวไปจนถึงสิ้นปีการศึกษากลางเดือนมิถุนาฯ โน่นเลย เท่ากับว่าอยู่ดีๆ เด็กก็จะเรียนจบเลื่อนชั้นโดยไม่ได้เรียน เจอกันอีกทีเดือนกันยาฯ ปีการศึกษาใหม่ไปเลย

เกิดมาอุ้มก็ไม่เคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้ และเชื่อว่าคนจำนวนมากก็ไม่เคยเหมือนกัน ทีแรกก็เลยงงๆ แต่ก็รีบไปซื้อข้าวสารอาหารแห้งมาตุนไว้ แล้วยกเลิกการพบเจอผู้คน ตามนโยบาย Social Distancing หรืออยู่ห่างกันไว้ปลอดภัยที่สุด ซึ่งทั้งรัฐ สื่อ และผู้คนรอบตัวที่พอร์ตแลนด์ ดูจะพร้อมใจกันรับทราบปฏิบัติตั้งแต่กลางเดือนมีนาฯ

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

ตอนนี้จะมีก็แต่ออกไปเดินเล่นที่ถนนรอบๆ บ้าน แต่ถ้าเห็นใครเดินมาแต่ไกลต้องรีบข้ามถนนไปเดินอีกฝั่ง เพื่อนบ้านนานๆ จะคุยกันยังต้องยืนห่างอย่างน้อย 2 เมตร เป็นช่วงเวลาที่แปลกประหลาดจริงๆ ค่ะ ขับรถออกไปตามถนนหนทางนี่ร้านรวงปิดหมดอย่างกับเมืองร้าง

แถมตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อและยอดผู้เสียชีวิตในอเมริกาทะลุแซงหน้าประเทศไหนๆ ในโลกไปแล้วเรียบร้อย นี่ขนาดเมืองส่วนใหญ่ไม่มี Test Kit เพียงพอ (หรือไม่มีเลย) ด้วยซ้ำนะคะ หมายความว่า จริงๆ แล้ว จำนวนผู้ป่วยอาจจะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าตัวเลขที่ออกมาอีกก็ได้ ที่องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนว่า อเมริกาจะเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่ของโลกนี่ก็คงจะจริงแล้วล่ะค่ะ (ฮือๆ อยากจะร้องไห้)

ครอบครัวอุ้มเก็บตัวอยู่กัน 4 คนมา 2 อาทิตย์กว่าแล้ว โชคดีที่สมคิดเคยเป็นครูและเป็นคนชอบวางระเบียบ ก็เลยวางแผนตั้งแต่วันแรกๆ ที่โรงเรียนปิดว่าเราจะต้องโฮมสคูล ทำตารางการเรียนเป็นเรื่องเป็นราว ไม่อย่างนั้นลูกจะแย่แน่ ทั้งไม่ได้เรียน ไม่ได้เจอเพื่อน ไม่ได้ออกไปไหน ทั้งงงกับชีวิตที่กลับหัวกลับหาง พ่อแม่เองก็จะพลอยเป็นบ้าตามไปด้วย นี่อุ้มยังขอบคุณไม่หาย เพราะนอกจากจะทำให้ไม่ฆ่ากันตายเองก่อนถึงมือ COVID-19 แล้ว เราทุกคนยังรู้สึกสนุกและตื่นเต้นที่จะไป (หรืออยู่) โรงเรียนทุกวันด้วย

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

ไหนๆ นี่ก็คือ Our New Normal หรือความเป็นจริงใหม่ของชีวิตพวกเราตอนนี้ เราจะเศร้าหรือท้อแท้ไปทำไมใช่ไหมคะ ยอมรับมันเสีย แล้วสูดลมหายใจลึกๆ หน้าที่การงานมีก็ทำไป แต่อย่าลืมปรับกิจกรรมบางอย่างเสียใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ เพื่อดูแลตัวเองและคนที่รักให้แข็งแรงทั้งกายและใจ

คุณ-ภาพ-ชี-วิต ตอนนี้ อุ้มมีเรื่องดีๆ กับสิ่งที่ทำแล้วได้ผลมากๆ มาแนะนำค่ะ อุ้มพยายามให้มีหลายๆ แบบ และที่สำคัญคือไม่ต้องเสียเงิน! ชอบใจอันไหนเอาไปใช้ได้เลยนะคะ จะดีใจมาก

โฮมสคูล (สำหรับเด็กวัยประถม)

ตอนนี้เมืองไทยเป็นช่วงปิดเทอม คุณพ่อคุณแม่อาจจะรู้สึกว่าไม่อยากให้ลูกต้องมา ‘เรียนหนังสือ’ อีก ก็เลยปล่อยให้เล่นอะไรสนุกๆ สบายๆ ดีกว่า แต่อย่าลืมนะคะว่า ปกติปิดเทอมเด็กยังได้ไปเที่ยว ออกไปข้างนอก เจอเพื่อน นี่ลูกต้องอยู่แต่กับบ้าน ต่อให้ได้เล่นตามใจแค่ไหน สุดท้ายก็จะเบื่อและหงุดหงิดงอแง พี่น้องก็จะตีกันมากเป็นพิเศษ อุ้มสังเกตจากลูกตัวเองแล้วเป็นอย่างนี้จริงๆ ค่ะ

เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม วางระบบชีวิตให้ลูก (และพ่อแม่) เสียเลยดีกว่า เด็กเนี่ยนะคะ ยังไงเสียก็ชอบอะไรที่เป็นกิจวัตรและคาดเดาได้

บ้านอุ้มสร้างตารางอย่างนี้ค่ะ เวลาโรงเรียนคือ 9 โมงเช้าจนถึงบ่าย 2 (ฟังดูเหมือนยาวนะคะ แต่เอาเข้าจริงๆ แป๊บเดียวก็บ่าย 2 แล้วค่ะ เพราะมีอะไรให้ทำเป็นเรื่องเป็นราว จากนั้นลูกยังไปเล่นอะไรได้ตอนบ่ายอีกนานกว่าจะนอน ตรงกันข้ามกับปล่อยให้ลูกเล่นอะไรไปเรื่อยๆ จะรู้สึกว่าวันมันช่างยาวนานเหลือเกิน) แต่ละกิจกรรมความยาวครึ่งชั่วโมง

อุ้มวางแผนล่วงหน้าคร่าวๆ ว่า วันรุ่งขึ้นจะทำอะไร ใช้วิธี Thematic Learning ดูจากสิ่งที่ลูกสนใจช่วงนั้น แล้วให้ทั้งวันเป็นธีมเดียวกันหรือไม่ต้องก็ได้ แล้วสลับกันสอนกับสมคิด บ้านใครมีปู่ย่าตายายญาติโยมว่างอยู่จะมาช่วยกันก็ได้นะคะ จะได้มีอะไรทำด้วย

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

สำคัญที่สุดคือพ่อแม่ต้องมีความแน่วแน่แต่ไม่เครียด เคล็ดลับที่เราขยิบตารู้กันเองก็คือ ใช้คำพูดและกิจกรรมที่ฟังดูน่าสนุกแล้วทำให้มันดูเนียนๆ เช่น แทนที่จะบอกว่า “เราจะมาทำแบบฝึกหัดวิชาเลขกันนะคะ” แล้วยื่นกระดาษดินสอให้นั่งทำเอง วันนี้อุ้มให้เล่นขายถั่วเมล็ดแห้งค่ะ ให้ลูกหัดชั่งตวงวัด แล้วหัดจ่ายเงินทอนเงิน “อันนี้สิบเจ็ดบาท คุณแม่มีแบงก์ยี่สิบ ต้องทอนกี่บาทคะ” “ขอถั่วถุงละครึ่งถ้วยตวง สองถุงเป็นถั่วกี่ถ้วยคะ” ลูกก็จะได้รู้ว่าเลขเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเขา

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

หรือไม่ใช่พอบอกว่าวิทยาศาสตร์ก็จะต้องเป็นการทดลองยากๆ นะคะ เมื่อเช้านี้อุ้มให้ลูกทำโยกัง หรือขนมวุ้นถั่วแดงแบบญี่ปุ่น ลูกก็ได้เรียนรู้เรื่องทำไมน้ำจึงเดือด ผงวุ้นทำให้ของเหลวกลายเป็นของแข็งได้อย่างไร พิมพ์อันใหญ่หรือเล็กทำให้ขนมเซ็ตตัวได้เร็วกว่ากัน และสุดท้าย… ได้หม่ำด้วย! วิทยาศาสตร์นี่อร่อยและสนุกจริงๆ

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง กาวที่บ้านหมด อุ้มเลยสอนลูกทำกาวใช้เองจากนม น้ำส้มสายชู และเบกกิ้งโซดา ทั้งอนีคาและเมตตา (และอุ้มด้วย) สนุกและตื่นเต้นมาก จากนั้นก็เอากาวมาใช้ในชั่วโมงศิลปะ ทำหน้ากากเปเปอร์มาเช่ได้อีก

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ
มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

พูดถึงศิลปะ มีวิดีโอสอนวาดรูปของ โม วิลเลมส์ (Mo Willems) ที่เป็นคนวาดหนังสือเด็กชุด Elephant and Piggie ที่เขาทำออกมาช่วงนี้เอง ชื่อ Lunch Doodles with Mo Willems ที่บ้านอุ้มชอบมาก (แอบบอกว่าตรงที่เขาาเอางานเก่าๆ ให้ดูจะข้ามไปบ้างก็ได้นะคะ ที่น่าสนใจคือช่วงสอนวาดรูป) วันสองวันก็เอามาเปิดสลับให้ดูบ้าง ถ้าครูเกริก ยุ้นพันธุ์ หรือครูชีวัน วิสาสะ มาสอนวาดรูปนี่คงดีมากเลยนะคะ

ยังมีไอเดียอีกหลายอย่างมากเลยค่ะ ตอนนี้อุ้มเพิ่งเริ่มบล็อก Alternative Parenting จะพยายามอัปเดตตารางการเรียน ไอเดียกิจกรรม และสูตรต่างๆ ให้เอาไปใช้ได้เลยนะคะ

High Intensity Interval Training (HIIT)

มีคนบอกว่าอยู่บ้านควรจะใส่หน้ากาก ไม่ใช่ป้องกันไวรัส แต่เพื่อจะได้ไม่กิน (ฮ่าๆๆๆ) จริงนะคะ ยิ่งเครียดยิ่งกินไม่หยุด ไปออกกำลังกายที่ไหนก็ไม่ได้ แต่ทำไงดีน้ำหนักขึ้น! งั้นก็เล่นอยู่บ้านนี่แหละค่ะ ตอนนี้ที่นี่การออกกำลังกายแบบ HIIT มันฮิตมากสมชื่อจริงๆ ค่ะ คือเป็นการบริหารร่างกายด้วยท่าต่างๆ ให้หัวใจเต้นแรงจนหอบ แล้วหยุดพัก แล้วเล่นใหม่ เค้าบอกว่าจะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้อย่างมากในเวลาอันสั้น แล้วเมตาบอลิซึมก็จะยังทำงานสูงไปอีกหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน มันคุ้มเหนื่อยจริงๆ! 

ตอนนี้มีวิดีโอสอนฟรีเต็มเลยค่ะ ส่วนใหญ่จะแค่ 20 – 30 นาที ยาวกำลังดี (คือยาวกว่านี้อาจไม่รอด) ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ด้วย แค่ใส่รองเท้าผ้าใบกระโดดโลดเต้นอยู่ในบ้านก็เบิร์นเป็นร้อยแคลอรี่ ดีจริงๆ ฮึบ… ฮึบ

Yoga with Adriene

อุ้มเล่น HIIT สลับกับโยคะค่ะ ร่างกายจะได้พักและมีความยืดหยุ่น รวมทั้งได้ออกกำลังใจด้วย และ Yoga With Adriene นี่คือยูทูบแชนแนลสอนโยคะที่อุ้มชอบมากที่สุด เพราะคุณเอเดรียนนี่เธอใจดี๊ใจดี สวยด้วย แถมคลิปนอกจากจะมีให้เลือกตามเวลาที่เรามีแล้ว ยังแบ่งตามไลฟ์สไตล์ เช่น โยคะสำหรับนักเขียน โยคะตอนเช้า โยคะก่อนนอน โยคะสำหรับโรคซึมเศร้า โยคะเพิ่มพลังสมอง โยคะเพื่อปลุกความเป็นศิลปินในตัวคุณ อะไรอย่างนี้ น่ารักไหม

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

ปะกางเกง

เมื่อหลายเดือนก่อน อุ้มไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ Mending Matters ว่าด้วยการปะกางเกงยีนส์ด้วยเทคนิคซาชิโกะของญี่ปุ่น แต่คนเขียนเป็นศิลปินอเมริกัน ก็เลยได้กางเกงหน้าตาเฟี้ยวมากจนอุ้มต้องลองปะกางเกงยีนส์เข่าขาดของตัวเองดูบ้าง สนุกดีค่ะ ได้เอากางเกงกลับมาใส่ใหม่ตั้งหลายตัว จนไปพบบทความใน The New York Times เมื่อไม่นานมานี้ ว่าด้วยเรื่องการกลับมาของการปะซ่อมเสื้อผ้า ก็เลยเพิ่งรู้ว่าตอนนี้มันกำลังเป็นเทรนด์ ซึ่งดีนะคะ เพราะไม่ใช่แค่ทำสนุกๆ เก๋ๆ แต่เป็นเรื่องการต่อสู้กับแฟชั่นเสื้อผ้าราคาถูกมาไวไปไว ทำให้เราไม่ทิ้งของ 

ตอนนี้เรามีเวลาอยู่กับบ้านกันเยอะขึ้นมาก แต่จิตใจว้าวุ่น จะนั่งสมาธิก็สติสัมปชัญญะกระเซอะกระเซิงเอาไม่อยู่ ลองคว้าเข็มกับด้าย (ที่แถมมากับโรงแรมยังได้เลยค่ะ) มาซ่อมกางเกง ก็เป็นการทำสมาธิอีกทางหนึ่งนะคะ ไม่ต้องมีทักษะอะไรเลยด้วย แค่เย็บด้นไปเรื่อยๆ กลับไปกลับมา เสร็จเมื่อไหร่ก็เสร็จ ไม่ได้รีบอะไรใช่ไหมคะ ยิ่งเบี้ยวๆ บูดๆ ยิ่งมีเสน่ห์และเป็นฝีเข็มลายเซ็นของเราเองด้วย

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ
มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

Online Music Festival

ได้ไอเดียนี้มาจากสถานีวิทยุ OPB (Oregon Public Broadcasting) ที่จัดเทศกาลดนตรีอินดี้ออนไลน์ Virtual Musicl Festival เลยได้รู้จักวงใหม่ๆ ทีเดียวเป็นสิบวง กับสถานีวิทยุ NPR (National Public Radio) ที่อัปเดตรายชื่อศิลปินที่ไลฟ์ทุกวันว่ามีใครบ้าง เวลาไหน ช่องทางอะไร

งดดูคอนเสิร์ต แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องอดฟังงานดีๆ หรือรู้จักวงใหม่ๆ ใช่ไหมคะ นี่ถ้า The Cloud ทำบ้างจะกรี๊ดให้ดังไปถึงกรุงเทพฯ เลยเชียว (ว่าแล้วก็ขายของซะหน่อย – บ.ก.)

Book Club

ไม่รู้คุณผู้อ่านเป็นไหมคะ อ่านหนังสือจบแล้วมีอันต้องอยากคุยแลกเปลี่ยนกับคนอื่น ไม่งั้นเหมือนไม่จบ เลยไปเจอบุ๊กคลับเท่ๆ ของคนเหล่านี้มาค่ะ อย่างเช่น Our Shared Shelf ของเอ็มม่า วัตสัน Between Two Books ของฟลอเรนซ์ แห่งวง Florence and the Machine หรือ Hello Sunshine ของรีส วิเธอร์สปูน

บุ๊กคลับเหล่านี้จะมีหนังสือเล่มละเดือนที่นัดอ่านด้วยกัน แล้วพอถึงเวลา เจ้าของคลับก็จะเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ถ้าเมืองไทยเรามีกลุ่มดีๆ แบบนี้บ้างน่าจะดีนะคะ อุ้มอ่าน พุทธศักราชอัสดงฯ ของคุณวีรพร นิติประภา จบมาพักหนึ่งแล้ว อึดอัดกดดันขัดข้องและประทับใจมาก แต่ไม่รู้จะคุยกับใคร ถ้ามีบุ๊กคลับไหนเปิด จะขอไปปูเสื่อล้อมวงคุยด้วยคน

มีมาแนะนำเท่านี้ก่อนนะคะ หวังว่าจะทำให้ชีวิตเทาๆ ของเราตอนนี้มีสีสันขึ้นบ้าง คิดเสียว่าเราได้คุณภาพชีวิตกลับมาชั่วคราว จากการไม่ต้องออกไปผจญรถติดมลพิษนอกบ้าน ได้ใช้เวลาอยู่กับคนในครอบครัวมากขึ้น ได้มีเวลาออกกำลังกายโดยไม่ต้องเดินทางไปไหน ได้ทำความสะอาดบ้าน ได้ทำอาหารกินเองทุกวันแล้วนั่งกินกันพร้อมหน้า COVID-19 มาแล้วมันก็ต้องไป รักษาสุขภาพกายใจให้แข็งแรงจนกว่าเราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันนะคะทุกๆ คน

Writer & Photographer

Avatar

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load