อันเกิดมาจากความอยู่ไม่สุข

เรื่องคือ ไปซื้อตุ้มหูมา 2 คู่ค่ะ ชอบมาก ใส่อยู่นั่น

แล้ววันหนึ่งก็มารู้ว่า มันทำจากวัสดุสังเคราะห์ชื่อ Polymer Clay หรือดินปั้นชนิดหนึ่ง ที่เอาไปอบแล้วจะแข็งแต่ยืดหยุ่น เหมือนปั๊ดติก (ชื่อเดิมพลาสติก เป็นญาติกับปีเนียม ที่ชื่อเดิมคืออะลูมิเนียม และเป็นญาติห่าง ๆ กับเลียวมะหลิด ที่ชื่อเดิมคือเรอัลมาดริด)

ความคันบังเกิด แล้วความงกก็ตามมา

จะไปเสียเงินอีกทีละ 40 เหรียญซื้อตุ้มหูคู่ใหม่ทำไม

ทำเองสิยู…

ก็เลยไปซื้อ Polymer Clay มา 10 กว่าสี ลองทำเองมั่ว ๆ

ตุ้มหูคู่แรกออกมาปุปะมาก แต่ก็เอาไปใส่นะ ง่อย ๆ อย่างนั้นแหละ

เสร็จแล้วก็มาดูยูทูบอย่างสาหัสสากรรจ์ คือดูเหมือนจะเอาไปสอบ ดูทุกอย่างที่ขวางหน้าเกี่ยวกับการทำตุ้มหูจากโพลีเมอร์เคลย์ เลยได้รู้ว่าเขาฮิตกันมาพักใหญ่แล้วนะ หล่อนน่ะเพิ่งออกมาจากภูเขาสิเลยเพิ่งตื่นเต้น

ลองใหม่ค่ะ คราวนี้อุปกรณ์ถูกต้อง วิธีการดีกว่าเดิม

สวยเลยอ้ะ!

เอาไปใส่อีก ทีนี้เริ่มมีคนชม ก็เลยคิดจะขายขึ้นมา!

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร แบรนด์ OomPDX

คือต้องเล่าย้อนไปนิดหนึ่งค่ะ ว่าเรื่องชอบขายของนี่ เป็นมาตั้งแต่อยู่มัธยมแล้ว คุณย่าทำมะขามแก้วให้เอาไปแจกเพื่อน ดิฉันก็เอาไปขาย 3 เม็ดบาท (ก็ตอนนั้นโรงเรียนไม่มีขนมขายนิ) แล้วก่อนมิสทีนจะมา จำแคตตาล็อกเอว่อนได้มะคะ นั่นล่ะดิฉันก็ขายมาแล้ว ขายเพื่อนในห้องนั่นละค่ะ ขายดีด้วย แต่ก็ถูกเพื่อนโกงไม่จ่ายเงินไปเป็นพันเลย จนสุดท้ายต้องเลิกไป คือจะล้มละลายตั้งแต่เด็กก็ดูไม่ดีนะ

แต่ความเป็นแม่ค้ามันคงอยู่ในสายเลือดน่ะค่ะ โตมาถึงได้เรียนนิเทศเอกโฆษณา แล้วก็ผ่าไปชอบวิชามาร์เก็ตติ้งของคณะบัญชีเขาอีก มาทำงานเล่นละครสบาย ๆ ก็ไม่เอา หาเรื่องจะทำบริษัทขึ้นมาอี๊ก เพราะชอบคิดงาน ชอบประชุม ชอบออกไปหาลูกค้า สนุก (แอนด์ปวดกบาล) ดีจังเลยทำธุรกิจเนี่ย

ก็เลยไม่แปลกที่อยู่ดี ๆ จะหาเรื่องขายตุ้มหู

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร

ทีนี้การจะเป็น Maker หรือคนทำงานฝีมือขายที่ประเทศอเมริกานี่ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ที่ว่าง่าย เพราะมันมีระบบต่าง ๆ รองรับเยอะ เช่น จะจดชื่อเว็บไซต์ก็เข้าไป GoDaddy จะเปิดร้านออนไลน์ขายของก็มีทั้ง Etsy มี Shopify ระบบจ่ายเงินที่ฮิต ๆ ก็มี PayPal, Venmo, Clover และ Square ทั้งหมดมีเท็มเพลตให้เข้าไปใช้ได้ง่าย ๆ โดยมีค่าธรรมเนียมให้ต้องจ่ายแค่นิด ๆ หน่อย ๆ คือไม่ต้องมีฝีมือทำเว็บระดับพระกาฬ ก็พอจะทำร้านออนไลน์หน้าตาไม่แย่ได้แล้ว

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร
ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร

หรือถ้าจะจดทะเบียนบริษัท ก็เข้าไปจดในเว็บไซต์ของรัฐ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ทำคนเดียวแบบนี้ เขาก็จะจดกันเป็น Sole Proprietor (อ่านว่าโซลโพรไพรอะเตอร์) หรือ LLC (Limited Liability Corporation) ซึ่งหลัก ๆ คือต่างกันตรงถ้าไปก่อหนี้ LLC จะป้องกันไม่ให้เจ้าหนี้มายึดทรัพย์สินส่วนตัวของเราได้

แต่เดี๊ยนจะขายตุ้มหูคู่ละ 30 – 40 เหรียญ คงไม่มีใครตามมายึดบ้านยึดรถหรอกนะ ก็เลยจดเป็น Sole Proprietor ค่ะ เพราะวุ่นวายน้อยที่สุด

เสร็จแล้วก็ต้องไปจด Assumed Business Name หรือชื่อกิจการ เพราะใช้ชื่อว่า OomPDX ไม่ได้มีชื่อนามสกุลจริงตามกฎหมายอยู่ในชื่อร้าน เช่น ถ้าขายลูกชิ้นแล้วชื่อว่า เขียวสุริยะลูกชิ้นดึ๋ง อันนี้ก็ไม่ต้องจด ABN แต่ถ้าขายชานมไข่มุกแล้วชื่อร้าน ศรีตึ๋ง (มีจริง ๆ ไม่ได้เม้า) อันนี้ถ้าอยู่ที่อเมริกาก็ต้องไปจด ABN

ได้ ABN มาแล้วก็เอาไปจดทะเบียนผู้เสียภาษีกับเทศบาลเมืองพอร์ตแลนด์ อันนี้ก็จดในเว็บไซต์ได้อีกเหมือนกัน

เชื่อไหมคะว่าอุ้มลงทะเบียนทุกอย่าง ตั้งบริษัท จดชื่อเว็บไซต์ และมีร้านออนไลน์ภายในไม่ถึง 2 ชั่วโมง! แล้วนับจากที่ซื้อ Polymer Clay ชุดแรกมาจนถึงวันที่จดทะเบียนบริษัท คือ 33 วัน มันเร็วม้าก!

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร

แต่จากนั้นก็มาถึงส่วนที่ยาก

คือจะทำยังไงให้ของที่ขายดูดีแตกต่าง ตั้งราคาเท่าไหร่ดีถึงจะมีกำไรและคนไม่คิดว่าแพงเว่อร์ อิ Shopify นี่จะทำยังไงให้มี 3 คอลัมน์และดูคลีน ๆ (ทุกวันนี้ยังงมอยู่) และสุดท้ายคือจะโปรโมตให้คนรู้จักและอยากซื้อของเราด้วยวิธีไหนดี

ปัญหาระดับโลกเลยนะนี่ (รีบไปคุ้ยตำรา 4P สมัยเรียนมาดูด่วน)

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน

เรื่องของนี่อุ้มไม่ค่อยห่วงมาก เพราะค่อนข้างมั่นใจในสิ่งที่ทำ เราเป็นคนชอบใส่ตุ้มหูอยู่แล้ว รู้ว่าแบบไหนใส่สบายและสวยมีคนชมแน่ ๆ ยิ่งไปขายของที่ร้าน ก็ยิ่งได้เห็นว่าคนที่นี่เขาชอบตุ้มหูประมาณไหนกัน

เรื่องตั้งราคาก็ต้องใจแข็ง ๆ เพราะอุ้มไปดู TED Talks อันหนึ่งมา เขาบอกว่าคนทำงาน (โดยเฉพาะผู้หญิง) มักจะตั้งราคาสินค้าหรือบริการของตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะกลัวถูกปฏิเสธ แต่ถ้าเราคำนวณค่าของค่าแรงบวกกำไรมาดีแล้ว (อย่าลืมต้นทุนบริหารจัดการอื่น ๆ อย่างค่าเว็บไซต์ ภาษีที่ต้องจ่ายปลายปี ฯลฯ) ตั้งไปเลยค่ะ คนที่เขาเห็นค่างานฝีมือและชอบของเราจริง ๆ ยังไงก็จะยอมจ่าย

ส่วนเรื่องโปรโมตให้คนรู้จักแบรนด์ อุ้มไปคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่นี่มาค่ะ เพราะอุ้มเห็นตั้งแต่เขาเริ่มทำแบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อ Silly Daisy เมื่อหลายปีก่อน จนตอนนี้มีคนรักทั่วบ้านทั่วเมือง และขยับขยายไปมีหน้าร้านขายของแต่งบ้านเพิ่มมาอีกด้วย (เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังตอนหน้า)

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน

ทีนี้กลับมาที่แบรนด์ตุ้มหูของตัวเองบ้าง

อุ้มรู้สึกว่า ข้อดีอย่างหนึ่งของการทำอะไรที่ไม่เน่าไม่เสียแบบนี้ ก็คือไม่มีความกดดันมาก ต้นทุนก็ไม่ได้สูงเกินไป วัตถุดิบหาได้เรื่อย ๆ สม่ำเสมอ (คือสั่งออนไลน์กับไปซื้อที่ร้านขายของแถวบ้านได้ตลอดเวลา) แล้วถ้าทำของให้ดูแพง ก็จะตั้งราคาได้สูงประมาณหนึ่ง เวลาส่งไปรษณีย์ก็เบา ๆ ส่งง่าย ไม่ต้องยักแย่ยักยันแบกลังไปขนส่งเอกมัยหมอชิตอะไรแบบนี้

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน
อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน

อุ้มจดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ผ่านไป 1 เดือน ใช้วิธีบอกปากต่อปาก กับเอาตัวเข้าแลกใส่ตุ้มหูเสนอหน้าตามที่ต่าง ๆ ไปก่อน ยังไม่ได้ทุ่มเทโปรโมต เพราะอยากฟังฟีดแบ็กจากคนที่รู้จักรอบ ๆ ตัว คือเรียกว่ายังอยู่ในช่วง Soft Launch อยู่เลย แต่เท่านี้ก็ขายไปได้ 30 กว่าคู่ มีรายได้ประมาณ 800 เหรียญแล้ว ลูกค้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เพื่อน ๆ และญาติโยมแถวนี้นี่เอง คือแค่ตอนนี้ก็ได้เงินทุนตั้งต้นคืนมาแล้วอะค่ะ แถมยังมีวัตถุดิบ และตุ้มหูที่ทำเก็บไว้ในสต็อกอีกเกือบร้อยคู่ เพราะปลายเดือนนี้จะไปออกบูทเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนของเมตตาอนีคา กะคร่าว ๆ ว่าน่าจะขายได้อีกสัก 25 – 30 คู่ นี่มีลิสต์ของเพื่อน ๆ และคนรู้จักที่จะแมสเสจไปบอก กับงานขายของที่จะไปตั้งบูทตอนซัมเมอร์กับปลายปีอยู่ในมือแล้ว คือถ้าบริหารจัดการดี ๆ น่าจะมีรายได้เข้ามาทุกเดือน แล้วถ้าคนรู้จักมากกว่านี้ ก็จะเอางานไปเสนอร้านเก๋ที่เล็งเอาไว้ จะได้มีออเดอร์ขายส่งเป็นเงินก้อนเข้ามาช่วยหมุนเวียนธุรกิจด้วย

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน
อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน
ภาพ : instagram.com/OomPDX

ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในเบื้องต้นเลยนะเนี่ย เป้าหมายต่อไป คืออยากมีรายได้เดือนละ 1,500 เหรียญ ซึ่งบางคนบอกว่าต่ำเตี้ยมาก แต่นั่นคือชั้นต้องขายตุ้มหูเกือบ 50 คู่เชียวนะ! ยิ่งถ้าขายส่งก็ได้เงินแค่ครึ่งเดียวอีก

มาลุ้นกันค่ะว่าจะทำได้ไหม เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ปีหน้าเดือนเมษาฯ จะมาเล่าเรื่องธุรกิจขายตุ้มหูนี่อีกครั้ง ไม่รู้ป่านนั้นจะเป็นคุณนายหรือกินแกลบแทนข้าวอยู่ แต่ก็สู้ต่อไปนะทาเคชิ! (จบงงแต่ไม่อายด้วย ฮ่า ๆ)

หมายเหตุ ตอนนี้กำลังศึกษาวิธีตั้งระบบให้ส่งขายต่างประเทศได้อยู่ แฟน ๆ ชาวไทยอดใจรออีกนิดนะคะ ถ้าใครสนใจก็ติดตามกันได้ที่ Instagram : OomPDX และเว็บไซต์ www.oompdx.com ค่า

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

เมื่อวันก่อนเห็นคุณป้าอายุ 60 กว่า ๆ 4 คนตีกันอยู่ค่ะ

อุ้มไปยืนดูด้วยความตื่นเต้น เกิดมาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน!

แบบตีกันผัวะ ๆ เลยค่ะ ไม่มีใครยอมใคร

อุ้มดูสักพักแอบอาย เลยเดินหนีมาดูห่าง ๆ แต่สุดท้ายอดใจไม่ไหว พอป้าทำท่าจะเลิก เลยไปขอร่วมวงตีกับคุณป้าแกด้วย!

คุณป้าคนหนึ่งดูเป็นหัวหน้าสุด บอกเอา ๆ มาเล้ย เคยตีมาก่อนหรือเปล่า พออุ้มส่ายหน้า ป้าเลยยื่นไม้มา บอกไม่ต้องคิดมาก ลองเลย ไม่ยาก ว่าแล้วป้าก็ยกพวกอีก 2 คนมาตีด้วย

อุ้มยังกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ถามไปว่า “เอ่อ คุณป้าเล่นอะไรกันอยู่คะ” ป้าบอกเนี่ยเหรอ มันเรียก ‘Pickleball’ อุ้มเลยอ๋อ ได้ยินชื่อมาตั้งนานแล้ว ของจริงเป็นแบบนี้นี่เอง!

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : playnettie.com
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com

อ้าวตายจริง ตกใจกันหมดเลยสิเนี่ย (หัวเราะ) ไม่ได้ไปดูคนยกพวกตีกันหรอกค่า แค่พาลูกไปสนามเด็กเล่น แล้วเห็นคุณป้า 4 คนเล่นกีฬาอะไรกันอยู่สักอย่าง หน้าตาก้ำ ๆ กึ่ง ๆ ระหว่างเทนนิส แบดมินตัน และปิงปอง ก็เลยเกิดความสงสัย (ปนเผือก) ขึ้นมา ว่านี่มันคือกีฬาอะไรกันนะ ไม่เคยเห็นมาก่อนเล้ย

ทีนี้อารามคนอยู่ไม่สุข ก็เลยต้องไปขอเล่นสิคะ เพราะทั้งปิงปองและแบดมินตันนี่คือกีฬาโปรดของอุ้มอยู่แล้วตั้งแต่อยู่เมืองไทย ส่วนเทนนิสเล่นไม่ค่อยได้เพราะปวดข้อศอก แต่กีฬาคุณป้า ๆ นี่ดูช้าและไม่รุนแรงต่อข้อแขน แล้วก็ดูเล่นง่ายดีนะ ลูกบอลก็เป็นพลาสติกมีรู ๆ ตกลงคอร์ตแล้วดังแป้ก ๆ แอบเพี้ยนดีด้วยอะ ชอบ!

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com

ลองเล่นไปแป๊บหนึ่ง มันสนุกดีล่ะค่ะ! คือพอมีพื้นเล่นแบดฯ เล่นปิงปองอยู่บ้างก็ช่วยได้มากเหมือนกัน เพราะคอร์ตมันขนาดเท่าคอร์ตแบดฯ แต่เน็ตเตี้ยเหมือนเทนนิส แล้วพอลูกบอลเป็นพลาสติก มันก็เลยไม่พุ่งเร็วเท่าไหร่ ไม่ต้องวิ่งพรวดพราด เล่นแล้วสวยสมวัย (ทอง) แต่ได้เหงื่อนิด ๆ

กำลังเริ่มสนุกอยู่ดี ๆ ป้าเก็บเน็ตกลับบ้านกันหมดค้า (เขาจะกลับอยู่แล้ว เราน่ะไปขอเล่น จำได้ไหม) ทางนี้ก็เลยต้องรีบกลับบ้านมาหาข้อมูล เพราะอยากรู้ว่าอุปกรณ์หาซื้อที่ไหน แล้วมีคอร์ตอยู่ตำบลอะไร จะได้ไปเล่นอีก

ก็เลยพบว่า มันเป็นกีฬาใหม่มาแรงและกำลังฮอต เติบโตเร็วที่สุดในอเมริกาเชียวนะ เน็ต ลูกบอลอะไรก็สั่งได้ทาง Amazon หรือเว็บอุปกรณ์กีฬาทั่ว ๆ ไป แต่ที่เด็ดสุดคือ มีไม้ 2 ยี่ห้อสวยมากจะเป็นลม! ยี่ห้อแรกชื่อว่า Recess ส่วนยี่ห้อที่ 2 ชื่อว่า Nettie มีความเรโทรบวกเอาศิลปินมาออกแบบ ทำไมทำกันแบบนี้! วิปัสสนามานานก็ช่วยไม่ได้ อยากได้หนอ แต่แพงหนอ สมคิดจะซื้อให้ไหมหนอ คิดวน ๆ ไปก่อนนะโยม

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : playnettie.com

แต่ว่าจะวกวนคลิกดูแต่ไม้ก็ใช่ที่ เพราะเกิดสงสัยขึ้นมาว่ากีฬานี้มันคืออะไร ใครเป็นคนคิด ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเพิ่งฮิต ข่าวว่ามันมีต้นกำเนิดแถว ๆ Pacific Northwest บ้านเฮานี่เองจริงหรือเปล่า

สรุปว่าจริงค่ะ นี่คือกีฬาที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 1965 นี้เอง ที่เกาะ Bainbridge วอชิงตัน ห่างจากซีแอตเทิลแบบนั่งเรือเฟอร์รี่ไปสักครึ่งชั่วโมงนิด ๆ บ้านอุ้มยังเคยนั่งไปเลยค่ะ เป็นเกาะเงียบ ๆ น่ารักดี มีคนเก่าคนแก่และศิลปินนักเขียนจากซีแอตเทิลไปสร้างบ้านตากอากาศและบ้านอยู่อาศัยกันแยะ อารมณ์เหมือนหัวหินสมัยยังไม่พลุกพล่าน

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.facebook.com/livingonbainbridge

ทีนี้มีสองสามครอบครัวที่วงการกีฬาต้องจารึกไว้ค่ะ บ้านหนึ่งของ Joe Pritchard อีกบ้านของ Bill Bell และอีกบ้านของ Barney McCallum ทั้งสามเป็นเพื่อนบ้านกันและรวมตัวสังสรรค์กันอยู่เสมอในช่วงวันหยุด อยู่มาวันหนึ่ง ลูกชายของโจ ชื่อ Frank ที่ตอนนั้นอายุ 13 ปี เกิดเบื่อขึ้นมาเพราะว่าฝนตก ไม่มีอะไรจะทำ บ่นหมุ ๆ หมิ ๆ เป็นหมีกินผึ้ง จนโจรำคาญ ก็เลยไปค้นห้องเก็บของจะหาอะไรให้ทำ เจอไม้ปิงปองกับลูกเบสบอลพลาสติก (ที่เรียกว่า Wiffle Ball) ก็เลยเอาออกมาชวนลูกชายออกไปเล่นกัน เพราะมีคอร์ตแบดมินตันเก่าอยู่หลังบ้านพอดี

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
คอร์ต Pickleball แห่งแรกของโลก
ภาพ : usapickleball.org

ทีแรกมีแค่โจกับลูกชายและบิลจากอีกบ้านหนึ่ง ก็ไม่รู้จะเล่นกันยังไง เพราะอุปกรณ์ที่มีมันไม่เข้ากันสักอย่าง เลยต้องคิดกติกาขึ้นมาใหม่ เน็ตแบดฯ ตี ๆ ไปแล้วไม่ค่อยเวิร์กเพราะสูงไป ก็เลยต้องลดลงมาให้เตี้ยติดพื้น แล้วความสูงมาตรฐานที่ตอนนี้กำหนดอยู่ที่ 36 นิ้วก็ไม่ใช่เพราะอะไรที่ไหน แต่เป็นเพราะเน็ตมันหย่อนอยู่เรื่อย โจเลยใช้วิธีก่อนจะเล่น เอาตัวเองนี่แหละเดินไล่ไปให้เน็ตสูงเสมอเอว ซึ่งคือ 36 นิ้ว! (ขำเนอะ เหมือนไทยมีหน่วยวัดเป็นวา เป็นคืบ เป็นศอก แต่อันนี้เป็นเอว)

ทีนี้เล่น ๆ กันไปชักเริ่มสนุก กลายเป็นพวกพ่อ ๆ 3 บ้านนี่ล่ะเล่นกันใหญ่ แต่ไม้ปิงปองท่าจะเอาไม่อยู่เพราะเล็กไป ตีแล้วเดี๋ยวก็สึกพังหมด บาร์นีย์มีเวิร์กชอปทำงานไม้อยู่ เลยร่างแบบในกระดาษเป็นรูปไม้สำหรับตีพร้อมมือจับเป็นทรงง่าย ๆ แล้วก็ไปเลื่อยไม้อัดออกมาตามแบบเอาไปเล่นกัน หน้าตาบ้าน ๆ แต่เทียบกับไม้ปิงปองก็ถือว่าดีถม

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ไม้รุ่นแรก (ซ้ายสุด)
ภาพ : www.pickleballchannel.com

นัยว่ากติกากับอุปกรณ์ที่อิมโพรไวซ์กันขึ้นมาใช้ได้อยู่ไม่น้อย เกมหลังบ้านของโจเลยมีสมาชิกบ้านโน้นบ้านนี้มาเล่นกันอยู่ไม่ขาด จนถึงขนาดหมดฤดูร้อนต้องกลับมาอยู่ซีแอตเทิล สมาชิก Pickleball ก็ยังพากีฬาใหม่นี้ตามขึ้นฝั่งมาด้วย

เริ่มแรกเล่นกันที่ถนนหน้าบ้านของบาร์นีย์ เพราะความกว้างถนนราว 20 ฟุตเสมอด้วยคอร์ตแบดฯ (ภาพพี่ยิมกับน้องโด่งตีแบดอยู่หน้าบ้านลอยมาเลย) ทีนี้เพื่อนบ้านมาเห็นเข้าก็สนใจ จนถึงขนาดไปสร้างคอร์ตไว้หลังบ้านเพื่อตีกันจริงจัง

ความดังของ Pickleball มาขจรขจายเอาตอนที่โจไปลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ ของรัฐวอชิงตันนี่แหละค่ะ เพราะเวลาไปหาเสียงที่ไหน โจก็จะเอา Pickleball ไปชวนคนเล่นด้วย แล้วหนึ่งในคนที่ได้เล่น ดั๊นเป็นเจ้าของและบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ The New York Times เอาละพ่อ จะดังไปใหญ่ไปโตกันก็คราวนี้เอง

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
บทความเรื่อง Pickleball ในหนังสือพิมพ์ The New York Times
ภาพ : www.pickleballchannel.com

เขาส่งนักข่าวมาสัมภาษณ์บาร์นีย์ลงในหนังสือพิมพ์ คนอ่านแล้วก็อยากเล่น ถามกันเข้ามาว่าอุปกรณ์จะหาซื้อได้ที่ไหน บาร์นีย์ตอบไปว่าสั่งมาก็ได้ เดี๋ยวจัดเน็ต ไม้ 4 อัน กับลูกบอล 4 ลูก ส่งให้ในราคา 29.50 เหรียญฯ โอ้โห ยอดสั่งเข้ามาถล่มทลายเลยค่ะ จนบาร์นีย์ โจ และบิลต้องตั้งบริษัท Pickle-ball Inc. ขึ้นมาเพื่อสั่งวัตถุดิบและรับเงิน คือเล่นกันอยู่ดี ๆ หลังบ้าน กลายเป็นธุรกิจขึ้นมาซะงั้น พนักงานคนแรกของบริษัทก็ไม่ใช่ใครที่ไหน David ลูกชายของบาร์นีย์นั่นเอง ครัวเรือนมาก

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
กล่องอุปกรณ์ Pickleball รุ่นแรก
ภาพ : www.nwfdailynews.com

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ พวกเขาเลยออกแบบกล่องใส่ซะสวย แล้วก็เริ่มเดินสายโปรโมตการเล่น Pickleball ตามโรงเรียนในรัฐวอชิงตัน ออริกอน ไอดาโฮ เรื่อยไปจนถึงงานมหกรรมพละครั้งใหญ่ในมิสซูรี มีการปรับปรุงกติกาและเขียนเป็น Rule Book ออกมาจริงจัง คอร์ตก็กำหนดให้มีขนาดมาตรฐาน เริ่มมีการตั้งสมาคม USA Pickleball รวมทั้งมีการแข่งขันชิงแชมป์ใหญ่โตระดับประเทศหลายรายการ

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.ppatour.com

ไม้ตี Pickleball เอง (เรียกว่า Paddle นะคะ ไม่ใช่ Racket) ถึงแม้หน้าตาจะยังเหมือนกับที่บาร์นีย์วาดใส่กระดาษเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ไม้ที่เป็น Composite และมี Nomex Honeycomb Core แบบที่คนใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เพิ่งมาเกิดขึ้นเมื่อราว ๆ ปี 1984 นี่เองค่ะ เหตุเพราะคนเล่นคนหนึ่งที่ชื่อ Arlen Paranto บังเอิญเป็นวิศวกรของบริษัทเครื่องบินโบอิ้งด้วย (แหม คนเล่น Pickleball นี่จอมยุทธ์ทั้งนั้นเลยวุ้ย) เขาคิดว่าน่าจะมีไม้ที่เบากว่าเดิม ก็เลยไปซื้อวัสดุเหลือ ๆ จากทำภายในเครื่องบินโบอิ้งมาดัดแปลงทำเป็นไม้ขาย แล้วตั้งชื่อว่า PROLITE กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของไม้ตีรุ่นต่อ ๆ มาทั้งหมด

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ไม้รุ่น PROLITE
ภาพ : pickleballhalloffame.blogspot.com

ก็ถึงว่า ตอนหยิบไม้ขึ้นมาทีแรกยังคิดอยู่เลยว่ามันเหมือนอะไรน้า อ้อ เหมือนผนังเครื่องบินนี่เอง (หัวเราะ)

อยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าตกลงไอ้เจ้ากีฬาแตงกวาดองนี่มันเล่นยังไง อุ้มดูไปหลายคลิป คิดว่าดูจากคลิปนี้อธิบายได้เข้าใจง่ายสุดค่ะ

คืออาจจะยังงง ๆ นิดหน่อยนะคะ แต่พอเล่นไปแล้วก็เข้าใจเอง ข่าวดีก็คือในเมืองไทยมีสนาม Pickleball แล้วนะคะ ตั้งหลายที่แน่ะ กรุงเทพฯ ก็มี เชียงใหม่ก็มี ได้ยินว่ามีแข่งที่หัวหินกับภูเก็ตด้วย มีสมาคมไทยพิคเคิลบอลอีกต่างหาก เข้าไปดูในเพจจะได้รู้ว่ามีสนามเปิดใหม่ มีแข่งที่ไหนให้ตามไปดูได้บ้าง รับรองค่ะว่าจากนี้จะได้ยินเรื่อง Pickleball มากขึ้นเยอะแน่ ๆ เพราะที่อเมริกาเอง ตอนนี้มาแรงมากจริง ๆ ค่ะ มีแต่คนพูดถึง ยังแอบคิดเลยว่าที่ไหนมีคอร์ตแบดฯ อยู่แล้ว ก็แค่ลดเน็ตลงมาก็เป็นสนาม Pickleball ได้แล้วเนี่ย

อุ้มไปอ่านประวัติศาสตร์ของกีฬาอย่างเทนนิส แบดมินตันหรือปิงปองมา พบว่าต้นกำเนิดมันก็คล้าย ๆ กันแบบนี้แหละค่ะ คือหาอะไรเล่นกันเองก่อน ตีด้วยมือก็ยังมี ใช้ลูกเป็นไม้ เป็นไม้คอร์กที่ปิดขวดไวน์บ้างอะไรบ้าง แล้วถึงค่อย ๆ พัฒนามาเป็นลูกสักหลาด ลูกพลาสติก มีกฎกติกาที่พัฒนาตบแต่งกันมาเรื่อย ๆ

แต่เรื่องคือ กีฬาพวกนั้นมันเกิดขึ้นมานานมากแล้วเป็นร้อยเป็นพันปี แต่ Pickleball เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงอายุคนเดียวนี่เอง อุ้มเลยว่ามันน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นเกมหลังบ้านกลายเป็นกีฬาระดับโลก ได้ฟังบาร์นีย์เล่าถึงไม้ที่เขาตัดเองหน้าตาสุดจะบ้าน ผ่านไปไม่กี่ปี มีไม้ยี่ห้อดัง ๆ อย่าง Wilson หรือ HEAD ที่ทำออกมาขาย ใช้เทคโนโลยีสุดจะล้ำ ถึงตอนนี้ทั้งโจและบาร์นีย์จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทั้งสองคนก็ได้ทันเห็นความมาไกลของ Pickleball ที่พวกเขาคิดกันขึ้นมาเล่น ๆ น่าภูมิใจแทนจริง ๆ เลย

อ้อ เกือบลืมเล่าว่าทำไมกีฬานี้ถึงมีชื่อตลก ๆ ว่า Pickleball อันนี้ยืนยันจากปากคำของแฟรงก์ ลูกชายโจที่อยู่ในเหตุการณ์เลยค่ะ เขาบอกว่าแม่ของเขา (Joan Pritchard) เป็นแฟนเหนียวแน่นของกีฬาแข่งเรือพาย เพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่โอไฮโอบ้านเกิด มีทีมแข่งเรือที่เก่งอันดับต้น ๆ ของประเทศ พอแต่งงานกับโจแล้วย้ายมาอยู่ซีแอตเทิล ก็พบว่ามหาวิทยาลัยวอชิงตันมีทีมแข่งเรือที่เก่งเหมือนกัน และมีการแข่งเรือทุกปี

โจแอนชอบไปดูการแข่งเรือประจำปีนี้มาก แต่ปกติเขาก็จะเลือกฝีพายตัวท็อป ๆ มาแข่งกัน ฝีพายมือรอง ๆ ที่ว่างอยู่ ก็เลยไปพายแข่งกันเองในอีกการแข่งขันหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีรางวี่รางวัลอะไร แค่แข่งกันเล่น ๆ ในหมู่คนที่เหลือ ๆ การแข่งนี้มีชื่อว่า Pickle Boat ค่ะ

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.presstelegram.com

พอมีการถกเถียงกันระหว่างบ้าน Pritchard กับบ้าน Bell ว่าตกลงจะตั้งชื่อเกมที่เล่นกันอยู่นี้ว่าอะไรดี โจแอนเลยโพล่งออกมาว่า “Pickle Ball!” เพราะเอาอุปกรณ์และกติกาจากกีฬาโน้นนี้มารวม ๆ กัน มั่ว ๆ ขำ ๆ แต่สนุกดี อารมณ์มันเหมือน Pickle Boat เลย ชื่อนี้ถูกใจทุกคน ก็เลยเรียกกันมาแต่นั้น ภายหลังถึงมาเปลี่ยนเป็น Pickleball แบบเขียนติดกันไปเลย

ในอินเทอร์เน็ตมีอีกทฤษฎีเรื่องชื่อ ว่ามาจากหมาของครอบครัวชื่อ Pickles ที่ชอบมากระโดดไล่งับลูกบอล แต่ไล่ไปในความเป็นจริงแล้ว หมาพิคเคิลนี่เพิ่งมาถูกเก็บได้เมื่อปี 1968 ซึ่งเป็น 3 ปีหลังจากโจแอนตั้งชื่อเกมไว้แล้วเมื่อปี 1965 (คือจริง ๆ แล้วตั้งชื่อหมาตามกีฬาต่างหาก)

แต่เหตุที่ทุกวันนี้เสิร์ชเว็บไหนก็ยังเล่าว่าตั้งชื่อตามหมา เพราะโจเองนั่นแหละที่เป็นคนไปให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ทีแรกเขาเล่าเรื่องจริงว่าโจแอนได้ชื่อมาจากไหน แต่จู่ ๆ ก็พูดเล่น ๆ ว่า เอ๊ะ หรือจะบอกว่าตั้งชื่อตามหมาดี ปรากฏว่านักข่าวชอบทฤษฎีหลังมากกว่า เพราะตลกและจำง่ายดี โจและบาร์นีย์ก็เลยตัดสินใจเล่าแบบนี้มาตั้งแต่นั้น

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.thestar.com

เอาเป็นว่านี่คือกีฬาใหม่ล่าสุดที่โตเร็วที่สุดในอเมริกา อุ้มไปเล่นมาแล้วสนุกดี วันนี้เลยจะมาชวนให้คนหาไม้มาตีกัน เพราะตีแบบนี้มีประโยชน์กว่าไปตีกันในสภาฯ เนอะ (อ้าวทำไมจบงี้ล่ะตัว)

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.recesspickleball.com

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load