27 กุมภาพันธ์ 2563
6 PAGES
3 K

‘ONE MAN AND THE SEA หนึ่งคนว่ายหลายคนช่วย’ คือภารกิจแห่งชีวิตของ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์

อีก 3 สัปดาห์จากวันนี้ เขาจะว่ายน้ำตัวเปล่า ไม่มีเครื่องทุ่นแรงหรือพยุงตัวใดๆ จากฝั่งแผ่นดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้าม 12 เกาะในทะเลอ่าวไทย สู่จุดหมายปลายทางที่ฝั่งผืนทรายเกาะสมุย รวมระยะทางประมาณ 82 กิโลเมตร 

“บ้านเรามีทรัพยากรธรรมชาติทุกอย่าง แม่น้ำ ทะเล ผืนป่า แต่มันจะไม่หลงเหลือไปถึงรุ่นลูกหลาน ถ้าเราไม่ช่วยกันตั้งแต่วันนี้ รุ่นเราคือรุ่นสุดท้ายที่ยังแก้ไขมันได้ ก่อนจะสายเกินไป” เขาพูดขึ้นด้วยแววตามุ่งมั่น เมื่อเราถามถึงที่มาของภารกิจในครั้งนี้

หนึ่ง เขาว่ายน้ำเพื่อบอกคนไทยว่า สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเลของไทยกำลังอยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง ท้องทะเลปนเปื้อนไปด้วยมลพิษ สัตว์ทะเลกลืนกินขยะพลาสติก ล้มหายตายจาก หลายสายพันธุ์สูญพันธุ์ไปตลอดกาล

สอง เขาว่ายน้ำเพื่อชวนคนไทยร่วมสมทบทุนซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ มอบให้ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร จังหวัดภูเก็ต ส่วนงานช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก และศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันใน จังหวัดระยอง รวมถึงโรงพยาบาลริมชายฝั่ง มีเป้าหมายอยู่ที่ 50 ล้านบาท 

โดยเงินจำนวนนี้จะช่วยต่อชีวิตและลมหายใจของมหาสมุทรในระยะแรก เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เรากำลังเผชิญเกี่ยวข้องกับทุกคน ไม่สามารถทำให้สำเร็จจากมือของคนไม่กี่กลุ่ม ดังนั้นหนทางในการรักษาเยียวยาอย่างยั่งยืนระยะยาวยังคงต้องดำเนินต่อไปอีกยาวไกล

ระบบสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมนั้นเชื่อมโยงถึงกัน ขยะในมือเราวันนี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของลูกหลานไทยในอนาคต

ทำไมชายหนุ่มที่ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การสหประชาชาติเพื่อมหาสมุทร (UN Ocean Conference) ให้เป็นทูตแห่งมหาสมุทรเพื่อความยั่งยืนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้ก่อตั้งโครงการเก็บรักษ์ ที่ชวนคนมาร่วมกันเก็บขยะไปแล้วหลายร้อยตันทั่วประเทศไทย ต้องท้าทายขีดจำกัดของร่างกาย เสี่ยงภัยรอบด้านในท้องทะเลกว้างใหญ่ เพื่อทำภารกิจนี้ ที่นี่ ตอนนี้

คำตอบอยู่ในบทสนทนากับโตโน่ที่ริมบึงตะโก้ จังหวัดสมุทรปราการ สถานที่ฝึกซ้อมว่ายน้ำตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา บนหน้าจอต่อไปนี้

01

มหาสมุทร

ลูกอีสานอย่างคุณมีความผูกพันกับท้องทะเลในแง่ไหนบ้าง

ชีวิตวัยเด็กไม่ได้ผูกพันกับทะเลเลย มาทะเลครั้งแรกตอนห้าหกขวบ พ่อพาไปเที่ยวทะเล ในความทรงจำของผม ถ้าถามว่าสมัยนั้นสกปรกหรือยัง ผมว่าก็สกปรกแล้ว แต่เรื่องการใช้และการทิ้งขยะพลาสติกยังไม่โหดเท่าทุกวันนี้ ใช้คำว่าผูกพันกับปัญหาน่าจะเหมาะกว่ามากกว่า (ยิ้ม) เพราะเท่าที่จำได้นอกจากปัญหาขยะทะเล ยังมีปัญหาควันดำ ฝุ่น มลพิษ รถติด น้ำเน่า ในเมืองด้วย

ตอนเด็กๆ เชื่อว่าหลายคนคงจำได้ มีแคมเปญชื่อ ‘ตาวิเศษ เห็นนะ’ เวลาไปดูหนัง หรือในทีวี มันจะมีโฆษณาที่พูดประโยคติดหูว่า อ๊ะๆ อย่าทิ้งขยะ ซึ่งเป็นเป็นแคมเปญที่รณรงค์ให้คนทิ้งขยะให้ลงถัง และอีกอันติดหูคือแคมเปญ ‘เจ้าพระยาร้องไห้’ รณรงค์ให้คนไม่ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงแม่น้ำ

ทั้งหมดนี้คือตัวชี้ว่า เราเผชิญกับปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาตลอดเป็นสิบๆ ปี จนถึงทุกวันนี้

การเห็นปัญหาเหล่านั้นในวัยเด็ก  สร้างแรงขับเคลื่อนเรื่องทะเลและสิ่งแวดล้อมให้คุณตั้งแต่วันนั้นหรือเปล่า

ด้วยความที่ผมยังเด็กและความรู้ความเข้าใจมันไม่ได้หาได้ง่ายๆ จากอินเทอร์เน็ตหรือ YouTube อย่างสมัยนี้ ตอนนั้นเราไม่รู้เลยว่า ขยะ ควันดำ น้ำเน่าที่เห็นตรงหน้า มันส่งผลเสียต่อโลกเราแค่ไหน ตอนนั้นยังไม่มีใครพูดถึงภาวะโลกร้อนเลยด้วยซ้ำ

ผมแค่รู้สึกเสมอว่าทะเลเป็นสิ่งที่พิเศษมาก ทุกครั้งที่ได้ไปทะเล ผมจะลงเล่นน้ำแบบไม่กลัวแดด ไม่กลัวดำ เพราะอยากอยู่กับเขาให้นานที่สุด อาจจะเพราะบ้านผมไม่มีสิ่งนี้ด้วยหรือเปล่า (ยิ้ม) แต่คิดว่าทุกคนคงเป็นเหมือนกันไม่ว่าจะอยู่ภาคไหน เพราะเรารับรู้ได้ถึงความยิ่งใหญ่ของเขา มองด้วยตาก็ว่ายิ่งใหญ่ แต่มองลึกลงไป ทะเลเกี่ยวพันกับชีวิตคนอย่างลึกซึ้ง 

ลึกซึ้งยังไง

ไม่มีเขาเราอยู่ไม่ได้ ท้องทะเลให้อาชีพ ให้อาหาร ให้อากาศ รู้ไหมว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของอากาศบนโลกนี้มาจากทะเล อีกสามสิบเปอร์เซ็นต์มาจากผืนป่า 

มองลึกลงไปกว่านั้น ทะเลเป็นต้นกำเนิดของทุกชีวิตบนโลกใบนี้ แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นปลายทางของขยะทุกชนิด กลายเป็นผู้รับสิ่งที่แย่ๆ จากการกินใช้ของพวกเรา ตอนนี้ระบบนิเวศของทะเลกำลังพังทลาย สัตว์หลายชนิดสูญพันธุ์แล้ว อีกหลายชนิดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ 

ที่ผ่านมาเต่าทะเลของไทยลดจำนวนลงมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์จากจำนวนปกติ พะยูน วาฬ โลมา เหลืออยู่ในทะเลนับตัวได้ อัตราการหาปลาได้ของชาวประมงน้อยลงทุกทีๆ ในขณะเดียวกันสิ่งเจือปนในอาหารกลับมีมากขึ้นเรื่อยๆ 

ทุกวันนี้ ปัญหาระบบนิเวศทางทะเลทวีความรุนแรงมากขึ้นแค่ไหน 

ปีที่แล้วคนไทยทั้งประเทศเศร้าใจกับการตายของมาเรียม จริงๆ สัตว์ทะเลที่ได้รับผลกระทบจากขยะพลาสติกในทะเลไม่ได้มีแค่พะยูน ทุกชีวิตในท้องทะเลได้รับผลกระทบหมด บางตัวตาย บางตัวโชคดี ได้รับการรักษาจนรอด ถูกปล่อยกลับสู่ทะเล แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีว่ามันจะไม่ตายด้วยปัญหาเดิม

ถ้าให้พูดแทนสัตว์ ผมก็คงต้องพูดว่ามันน่าอนาถใจ เต่าทะเลมีอายุยืนยาวได้เป็นร้อยปี แต่เมื่อเขาเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากพฤติกรรมของพวกเรา เขาจะใช้ชีวิตอยู่ในธรรมชาติไม่ได้อีกต่อไป บางตัวไม่ตายก็จริง แต่สุดท้ายชีวิตเขาต้องมาจบอยู่ในกะละมัง 

คุณคิดดูว่ามันน่าเศร้าใจแค่ไหนกับภาพเต่าบาดเจ็บเป็นร้อยๆ ตัวในกะลังมังใบเล็กๆ ที่พวกเขาต้องอยู่ต่อไปตลอดชีวิตที่เหลือ

แล้วอะไรคือจุดเปลี่ยน ที่ทำให้คุณตัดสินใจลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง

ที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากและศูนย์เพาะพันธุ์เต่าทะเล ทีมแพทย์-พยาบาลอุทิศตัวเพื่อการรักษา หวังให้ทุกชีวิตที่เจ็บป่วยมารอด แต่พวกเขาไม่มีเครื่องมือแพทย์ที่จะช่วยให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ ผมไม่ใช่คนอ่อนไหว แต่ครั้งนี้ผมสะเทือนใจที่เห็นพวกเขาร้องไห้ เพราะช่วยเหลือสัตว์ได้เพียงเท่านั้น

ทั้งประเทศมีเครื่องเลเซอร์สมานแผลสัตว์ทะเลอยู่เครื่องเดียว ต้องวนกันใช้ ทั้งที่เรามีศูนย์ดูแลสัตว์อยู่แปดถึงเก้าศูนย์ แต่ละศูนย์มีสัตว์รอการรักษาอยู่ไม่ต่ำกว่าหกสิบถึงเจ็ดสิบตัว 

ผมจึงอยากใช้ประโยชน์ของการที่ผมพอจะมีคนรู้จักอยู่บ้างเป็นกระบอกเสียง กระจายเรื่องราวเหล่านี้ออกไป มันไม่ใช่แค่เรื่องของผม ทีมแพทย์ พยาบาล หรือนักอนุรักษ์ แต่นี่คือระบบนิเวศทั้งระบบที่เราต้องช่วยกันเยียวยา 

ผมต้องหาเงินมาช่วยสนับสนุนศูนย์ดูแลสัตว์ในการซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้ได้ ผมคิดแค่ว่าปัญหาอยู่ตรงหน้า ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมทำอะไรได้บ้าง ที่จะช่วยแก้หรือทำให้สภาพที่เป็นอยู่มันดีขึ้น นี่คือเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำทันที ความเป็นความตายของสัตว์ต่างๆ ความเสียหายตลอดกาลของระบบนิเวศเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ 

ผมเลยตัดสินใจจะว่ายน้ำ เพื่อระดมทุนและบอกเล่าเรื่องราวพวกนี้ออกไป

สิ่งแรกที่คุณทำหลังตัดสินใจจะว่ายน้ำข้ามเกาะคืออะไร

บอกผู้จัดการส่วนตัวครับ (หัวเราะ) 

พี่เมษ์ (นลินธรณ์ รัตนวรางกูร) เป็นคนรับรู้ทุกอย่างในชีวิตผมเป็นคนแรกๆ อยู่แล้ว ตอนทำโครงการเก็บรักษ์ เดือนหนึ่งผมมีวันพักสามถึงสี่วัน จากการถ่ายละคร เล่นคอนเสิร์ต ผมก็จะเอาวันว่างพวกนี้ไปตระเวนเก็บขยะกับอาสาสมัคร ซึ่งมันยังไม่กระทบงานเท่าไหร่ 

แต่สำหรับ ‘หนึ่งคนว่ายหลายคนช่วย’ เราต้องล็อกคิวไว้ประมาณเจ็ดเดือนเพื่อฝึกซ้อม มองให้รอบด้าน จริงๆ มันก็เป็นเรื่องของปากท้องนะครับ เพราะการงดรับงานก็เท่ากับขาดรายได้ ซึ่งผมก็บอกพี่เมษ์ไว้ตั้งแต่ต้นเลยว่า สองสามปีที่ผ่านมา งานเราเยอะ เราได้เงินมาประมาณหนึ่งแล้ว เราไม่ลำบากหรอก 

ถ้าเทียบกับสิ่งที่เรารู้ว่ากำลังแย่ กำลังวิกฤติ แล้วเราไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ผมเป็นคนประเภทไหนกัน

ผมรู้ว่าเดี๋ยวเด็กบ้านผมจะต้องป่วย ต้องใส่หน้ากากไปเรียน เห็นกับตาว่าบ้านเราค่า PM สูงขนาดไหน เห็นว่าบ้านเราติดหนึ่งในสิบประเทศที่ทิ้งขยะลงทะเลมากที่สุดในโลก เห็นทีมแพทย์ลำบากเพราะไม่มีอุปกรณ์การแพทย์ เห็นสัตว์ทรมานอยู่ต่อหน้าต่อตา รู้ทั้งรู้ แล้วผมจะมีหน้ามาบอกว่ารักชาติได้ยังไง ถ้าผมไม่ลงมือทำอะไรเลย

02 

ผืนน้ำ

จากหนึ่งคนว่าย มาเป็นหลายคนช่วยได้ยังไง

ตอนแรกผมจะซ้อมว่ายน้ำเอง เช่าเรือประมงเอง แล้วใช้อินสตาแกรมส่วนตัวไลฟ์สด ตอนนั้นคิดแค่ว่าจะต้องหาเงิน หาเครื่องมือแพทย์มาช่วยพวกเขาให้ได้ ไม่ได้คิดไปถึงเรื่องอันตรายถึงตายที่อาจเกิดขึ้น

จนเมื่อตัดสินใจจริงจัง ลงลึก ถึงเพิ่งจะมีทีมมาบอกว่าอะไรทำได้ อะไรห้ามทำ เมื่อเราต้องว่ายน้ำอยู่กลางทะเล มีหลายๆ ทีม หลายๆ หน่วยเข้ามาช่วย ทั้งพายคายัค ว่ายประกบ หรือเรือที่เอาไว้กู้ภัยในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินอะไรกับผม 

ระหว่างที่ว่ายน้ำ จะมีทีมเรือคายัคอยู่ข้างหน้าบ้าง หลังบ้าง ข้างบ้าง แล้วแต่จังหวะคลื่นลมในเวลานั้น ถ้าคลื่นใหญ่ ก็จำเป็นต้องใช้คายัคเป็นตัวกำหนดทิศทาง เนื่องจากผมมองไปที่เป้าหมายไม่ได้ ทีมคายัคจะช่วยแสกนพื้นน้ำด้วยว่ามีสัตว์พิษอย่างแมงกะพรุนอยู่ข้างใต้หรือเปล่า 

ทุกวันนี้ในทะเลมีแมงกะพรุนเยอะ ปกติเต่าทะเลกินแมงกะพรุนเป็นอาหาร เมื่อเต่าลดจำนวนลงเพราะกลืนกินขยะพลาสติกเข้าไป ทำให้ห่วงโซ่อาหารตรงนี้ผิดเพี้ยน แมงกะพรุนจึงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ นี่เป็นผลที่เกิดจากระบบนิเวศเสียหาย

คุณเคยเป็นนักมวยมาก่อน ทักษะมวยช่วยเรื่องว่ายน้ำบ้างไหม

ต่อยมวยให้กล้ามเนื้อแบบหนึ่ง ในขณะที่ว่ายน้ำใช้กล้ามเนื้ออีกแบบหนึ่งเลย ครูผึ้ง (สาลินี เขมจรัส) คงคิดว่าเหมือนสอนลิงว่ายน้ำ (ยิ้ม) พอฝึกไปเรื่อยๆ ว่ายน้ำไปเรื่อยๆ ไขมันผมหายหมด ร่างกายผอมกว่าเดิม ซึ่งไม่ดี เพราะไขมันเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเรื่องการลอยตัว ผมก็ต้องกินเพิ่ม เพื่อจัดการร่างกายให้พร้อมที่สุด

ที่ผ่านมาทั้งชีวิต ผมว่ายน้ำเป็นแต่ท่ากบ ถ้าว่ายน้ำระยะสักพันเมตรในสระที่ไม่มีคลื่น เวลาสักหนึ่งชั่วโมง ท่ากบจะเป็นอะไรที่ง่ายและเหนื่อยน้อยที่สุด เพราะมันช้า ไปได้เรื่อยๆ หายใจได้เต็มปอด แต่ถ้าต้องว่ายระยะทาง ห้าพันเมตรขึ้นไป วันละหกชั่วโมง ว่ายท่ากบอย่างเดียวมันไม่ได้ ต้องว่ายท่าฟรีสไตล์

ผมก็เพิ่งว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์เป็น เมื่อไม่กี่เดือนมานี่แหละครับ (ยิ้ม)

ความยากและท้าทายของการพิชิตภารกิจนี้คืออะไร

ว่ายน้ำในทะเล เราควบคุมคลื่นลมไม่ได้ เราควบคุมสัตว์มีพิษไม่ได้ แดดเผาผิวหนังเรา น้ำเค็มกัดเนื้อเยื่อเรา ดังนั้นการฝึกจึงไม่ใช่แค่ฝึกว่ายน้ำ แต่รวมไปถึงฝึกรับมือกับสัตว์มีพิษ และคลื่นลมที่พร้อมจะแปรปรวนได้ทุกเมื่อ ในวันที่กระแสน้ำ กระแสลมแรง การว่ายต้านน้ำ เท่ากับเพิ่มระยะทางมากขึ้นเป็นทวีคูณ 

ที่ผ่านมาผมซ้อมที่บึงตะโก้และไปลองลงทะเลจริงที่สัตหีบมาแล้ว ก็เป็นไปตามที่คิดครับ คลื่นในทะเลแรงกว่าบึงอยู่แล้ว แต่ก็โชคดีที่น้ำจืดหนืดกว่าน้ำเค็ม ทำให้ร่างกายชินกับการออกแรงว่ายน้ำ

ทีมตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะว่ายให้ได้ประมาณวันละห้าถึงสิบกิโลเมตร แบ่งการว่ายเป็นสองเซ็ต เช้าและเย็น พักช่วงกลางวันที่แสงแดดเป็นอันตรายต่อผิวหนังที่สุด ในระยะเวลาประมาณสิบแปดวัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับมรสุมและกระแสคลื่นลมเป็นสำคัญ

ทำไมภารกิจนี้ ต้องทำที่ 12 เกาะอ่าวไทย

ตอนแรกผมคิดจะว่ายข้ามอ่าวไทย ระยะทางมันใกล้เคียงกัน ประมาณร้อยกิโลเมตร แต่มันจะไปรบกวนเรือโดยสาร เรือขนส่งในยามกลางคืน รวมถึงไม่สามารถทอดสมอเรือในความลึกระดับนั้น จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของไทย ผมจะว่ายน้ำจากชายฝั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านหลายเกาะจนถึงเกาะสมุยซึ่งเป็นเกาะที่ทั่วโลกรู้จัก

นอกจากแต่ละเกาะจะเป็นจุดเช็กพอยต์แล้ว การว่ายด้วยเส้นทางนี้ยังเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างแผ่นดิน ผืนน้ำ และเกาะ เป็นเชิงสัญลักษณ์ให้เห็นความเชื่อมโยงของผลกระทบที่ต่อเนื่องถึงกัน ขยะในทะเลส่วนใหญ่มาจากคนบนแผ่นดินใหญ่ ไม่ใช่คนบนเกาะ ขยะถูกซัดขึ้นมาเกยตื้นบนหาด มันอาจมาจากมือใครสักคนในกรุงเทพฯ ก็ได้ 

03 

แผ่นดิน

ก่อน ‘หนึ่งคนว่ายหลายคนช่วย’ ปีที่แล้วคุณทำโครงการ ‘เก็บรักษ์’ มาก่อน อะไรทำให้คุณชวนคนออกมาช่วยกันเก็บขยะ

ตอนแรกผมก็เก็บของผมคนเดียว เก็บเพราะไม่มีเหตุผลที่จะไม่เก็บ เรามีสองมือ เราเห็นขยะ เราก็แค่หยิบมันขึ้นมา นำไปทิ้งไปจุดที่ควรทิ้ง ทีนี้พอไปเจอกับกองขยะที่ใหญ่ขึ้น สกปรกและเหม็น ด้วยความที่ไม่มีอุปกรณ์ ผมก็จ้างรถเก็บขยะมารับผมแล้วไปเก็บด้วยกัน 

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ คือเก็บอาทิตย์นี้ อาทิตย์หน้ามันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นผมต้องทำให้คนรู้สภาพปัญหานี้มากขึ้น ผมเก็บเงียบๆ ไปทั้งชาติ ปัญหามันก็ไม่มีวันถูกแก้ไข (ยิ้ม) ก็เลยประกาศรับสมัคร รับทีม มาช่วยกันกลายเป็น ‘เก็บรักษ์’ 

สิ่งที่คุณตระหนักและได้เรียนรู้จากการออกไปเก็บขยะตลอดทั้งปี

หนึ่งปีที่ผ่านมา เราทำกิจกรรมทั่วประเทศสิบสองครั้ง ยี่สิบสี่พื้นที่ 

สำหรับผม มีเรื่องใหม่ๆ ให้ได้เรียนรู้ในทุกครั้งที่ออกไปเก็บขยะเลย เพราะมันพีกทุกครั้ง (ยิ้ม) มีครั้งหนึ่งเก็บที่กรุงเทพฯ ตรงบึงพระรามเก้า คลองลาดพร้าว เราเก็บแค่สามชั่วโมง ได้ขยะสิบเจ็ดตัน ใช้รถบรรทุกขนประมาณ ห้าถึงหกรอบ ขนาดนี่แค่คลองๆ เดียว ลองคิดดูว่ามันไหลอย่างนี้ลงทะเลวันละกี่ตัน เราทิ้งขยะกันโหดขนาดไหนในแต่ละวัน สัตว์ทะเลมันจะอยู่ได้ยังไง ระบบนิเวศมันจะยังปกติอยู่ได้ยังไง

คนที่เป็นอาสาสมัครเก็บขยะมาก่อน คงเคยคิดบ้างแหละว่าไอ้ดาราคนนี้มันมาเก็บขยะสร้างภาพหรือเปล่า แต่พอเก็บไปเรื่อยๆ สุดท้ายเราก็กลายมาเป็นเพื่อนกัน

ตลอดทั้งปี ผมได้เจอเพื่อนใหม่มากมายในกลุ่มอาสาสมัครเก็บขยะ ทุกคนมาด้วยใจ มาด้วยเหตุผลเรียบง่าย ว่าคนคนหนึ่งจะทำประโยชน์อะไรให้ประเทศ ให้โลกนี้ได้บ้าง

บางคนเก็บขยะเงียบๆ มานานแล้ว เขาก็บอกว่าถ้าไม่ได้มาเจอกัน เขาคงเลิกสักวันใดวันหนึ่ง เพราะถ้าพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ยังไม่เห็นว่าสิ่งที่เราทุ่มเททำไปมันสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร ก็คงต้องหยุด

ทุกวันนี้เขายังทำมันอยู่ใช่ไหม เพราะเราเห็นความเปลี่ยนแปลงค่อยๆ เกิดขึ้นในสังคมไทย

ทำสิครับ (ยิ้ม) เราเห็นคนจำนวนมากเรื่อยๆ ตื่นตัวกับเรื่องขยะพลาสติก สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ รวมถึงอากาศบริสุทธิ์ 

จนถึงทุกวันนี้ จากที่ไทยติดอันดับประเทศที่ทิ้งขยะลงทะเลเป็นอันดับห้า ค่อยๆ ลงไปเป็นอันดับสิบ และกำลังจะหลุดอันดับสิบ ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เรามีกำลังใจ มีความหวัง อย่างภาครัฐที่ตอนแรกบอกต้องใช้เวลาถึงเจ็ดปีในการแบนถุงพลาสติก เมื่อภาคเอกชนขยับตัว เปิดปีใหม่มาแบนเลย ทุกอย่างมันก้าวไปข้างหน้าด้วยความร่วมมือกันของทุกส่วนในสังคม

ผมเคยพูดว่า อยากให้ประเทศเราหลุดจากหนึ่งในสิบประเทศที่ทิ้งขยะลงทะเลมากที่สุดให้ได้ ภายในเวลาสามปี หลายคนบอกว่าเป็นไปได้ยากมาก แต่กลายเป็นว่าเรามาได้ไกลขนาดนี้ภายในปีเดียว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพราะผมนะ มันเป็นเพราะเราทุกคนช่วยกัน เพราะเรามองเห็นว่ามันสำคัญพอ 

Change Maker อย่างคุณ มีมุมมองอย่างไรต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม

ผมว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น เมื่อคนเห็นว่าวิกฤติกำลังมา หายนะกำลังเกิด และทุกวันนี้คนเริ่มเห็นเค้าลางสิ่งเหล่านั้นกันแล้ว 

ข่าวไมโครพลาสติกในห้องปลาทู สัตว์บก สัตว์ทะเลล้มตายเพราะกินขยะพลาสติก อากาศมลพิษเพราะการเผาขยะ เผาป่า โลกร้อนจนน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ข้อมูลข่าวสารที่เห็นกันอยู่ทุกวัน คงทำให้ทุกคนได้เห็น และเริ่มตระหนักกันแล้ว 

สิ่งแวดล้อมคือหนึ่งในเรื่องสำคัญอันดับ 1 ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ บ้านเรามีทรัพยากรธรรมชาติทุกอย่าง แม่น้ำ ทะเล ผืนป่า แต่มันจะไม่หลงเหลือไปถึงรุ่นลูกหลาน ถ้าเราไม่ช่วยกันตั้งแต่วันนี้ รุ่นเราคือรุ่นสุดท้ายที่ยังแก้ไขมันได้ ก่อนจะสายเกินไป แล้วลูกหลานเราจะเป็นยังไง 

และมันต้องไม่ใช่แค่กระแสที่เดี๋ยวก็จางหายไป เรื่องแบบนี้มันต้องลงไปถึงขั้นจิตสำนึก เวลาไปจัดกิจกรรม เราจึงไม่ได้แค่เก็บขยะ แต่เราแลกเปลี่ยน ส่งต่อความรู้ เพื่อหาหนทางแก้ไขที่ยั่งยืน ทั้งกับผู้ใหญ่และเด็กๆ ที่จะเติบโตไปเป็นอนาคตของชาติ


คนธรรมดาๆ คนหนึ่งในสังคม ไม่มีเวลาไปเป็นอาสาสมัครเก็บขยะ ไม่มีเงินมากมายที่จะไปบริจาคเป็นร้อยเป็นพันบาท จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างในความคิดของคุณ

ถ้าทุกคนมีจิตสำนึก ต่อไปเวลาเห็นขยะ เราจะช่วยกันเก็บ สมมติถ้าเราช่วยกันเก็บขยะคนละสองชิ้น คูณจำนวนประชากรเจ็ดสิบล้านคนเข้าไป ก็จะเป็นร้อยสี่สิบล้านชิ้น แล้วถ้าช่วยกันลดการใช้อีกคนละสองชิ้นล่ะ จะกลายเป็นว่าเรากำจัดขยะไปได้ถึงสองร้อยแปดสิบล้านชิ้น โดยที่ไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวันของเราเลยแม้แต่น้อย 

เราปฏิเสธไม่ได้ว่าพลาสติกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มันทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น แต่คุณทำให้การใช้ประโยชน์พลาสติกแต่ละชิ้นยืดยาว คุ้มค่าออกไปมากขึ้นได้ไหมล่ะ จากปกติใช้ครั้งเดียวทิ้ง เปลี่ยนมาใช้สักแปดครั้งก่อนทิ้ง 

ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าปัญหาคืออะไร ความพังทลายของสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำหรือไม่ทำ 

ผมจุกกับคำพูดของ ดร.ธรณ์ (ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์) ที่เคยพูดไว้ว่า ‘เราทำมาหมดแล้ว ทุกทางที่จะช่วยเขา ทั้งให้ความรู้ ทั้งด่า ทั้งบอก แต่มันแก้ไม่ได้’ ดังนั้นการว่ายน้ำครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อชวนร่วมสมทบทุน แต่เพื่อสร้างความตระหนักให้เห็นถึงสิ่งที่จะพังทลายลง ถ้าเราไม่ให้ค่าความสำคัญ

มันจึงเป็นการถามคนอื่นมากกว่าว่าจะช่วยกันไหม ช่วยลดการใช้พลาสติกเท่าที่ลดได้ ช่วยกันเก็บขยะผ่านตาเท่าที่ทำได้ ช่วยกันบริจาคคนละบาทไม่เกินกำลัง เพื่อสัตว์และระบบนิเวศของเรา

ต่อให้ผมว่ายรอบโลก มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ ถ้าเราไม่ช่วยกัน มันถึงต้องเป็น ‘หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย’ ไง บ้านเราถึงจะดีขึ้นได้

Facebook : เก็บรักษ์

ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องแพทย์ เพื่อมอบให้กับศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร จังหวัดภูเก็ต, ส่วนงานช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก และศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันใน จังหวัดระยอง รวมไปถึง โรงพยาบาลริมชายฝั่ง ได้ที่

  1. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเพชรบุรีตัดใหม่
    ชื่อบัญชี: มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ เพื่อโครงการเทใจ (TRRM FOR TAEJAI)
    เลขบัญชี: 043-272833-9
  2. SMS เบอร์: 4545909
    ทุกเครือข่าย ค่าบริการครั้งละ 25 บาท (เริ่ม 1 มีนาคม 63)

ยอดบริจาคล่าสุด วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563: 1,048,262 บาท

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล IG : miwmaneenoot

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!