11 พฤศจิกายน 2562
4 PAGES

“เราจะรักษาสมดุลระหว่างการทำกำไรกับการทำธุรกิจที่ดีได้อย่างไร”

นี่เป็นคำถามที่ผู้ประกอบการหลายท่านถามดิฉัน เวลาที่เราคุยกันเรื่องการทำธุรกิจที่ดี หรือการสร้างริเน็น (ปรัชญาธุรกิจ)

ก่อนอื่น… ‘ธุรกิจที่ดี’ คืออะไร

ธุรกิจที่ดี ไม่ใช่ธุรกิจที่ปลูกป่า สร้างโบสถ์ บริจาคเงินให้หน่วยงานต่างๆ เป็นจำนวนมากเพียงอย่างเดียว

ธุรกิจที่ดี คือธุรกิจที่สร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นผ่านสินค้าและบริการตนเอง

มีธุรกิจหนึ่งที่เกิดขึ้นมา (แบบงงๆ) ได้ 5 ปี แล้วยังไม่มีบริษัทใดกล้าเลียนแบบ และยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ บริษัทนั้นคือ บริษัท Omatsuri Japan (อ่านว่า โอะ-มัต-สึ-ริ-เจแปน)

จากนักออกแบบบริษัทผักดองสู่เจ้าของบริษัทเทศกาล

ประเทศไทยมีงานเทศกาลสำคัญๆ เช่น ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟของจังหวัดสุโขทัย ประเพณีวิ่งควายของเมืองชล หรือเทศกาลบั้งไฟพญานาคของภาคอีสาน

ญี่ปุ่นก็มีงานเทศกาลเช่นกัน และมีจำนวนมากด้วย ตั้งแต่งานแห่ศาลเจ้า งานจุดพลุ หรืองานเทศกาลเล็กๆ ตามศาลเจ้า ว่ากันว่าใน 1 ปีมีงานเทศกาลทั่วเกาะญี่ปุ่นกว่า 300,000 งาน เทศกาลใหญ่ๆ เช่นเทศกาลแห่โคมเนบุตะที่อาโอโมริ มีคนมาประมาณ 2.6 แสนคน สร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 1 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว

งานเทศกาลหรือโอมัตสึรินี้เองที่ทำให้คนในหมู่บ้านร่วมมือร่วมใจกันจัด สนุกด้วยกัน และยิ่งสนิทสนมกันมากขึ้น

ยูโกะ คาโต้ เป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบงานเทศกาลเหล่านี้ หลังเรียนจบด้านศิลปะ คาโต้เลือกทำงานที่บริษัทผักดองแห่งหนึ่ง เพราะสนใจงานที่เกี่ยวกับภูมิปัญญาโบราณของญี่ปุ่น เธอรับหน้าที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก

วันหนึ่งพ่อของคาโต้ซึ่งเป็นกรรมการจัดงานเทศกาลประจำเมือง ขอให้เธอช่วยออกแบบโปสเตอร์ และอุปกรณ์ตกแต่ง คนในเมืองชื่นชอบผลงานออกแบบของคาโต้มาก นั่นทำให้เธอเริ่มเข้าไปช่วยออกแบบโปสเตอร์และอุปกรณ์ให้เทศกาลในเมืองใกล้เคียงมากขึ้นเรื่อยๆ

ในปี 2011 เกิดภัยพิบัติสึนามิ ภูมิภาคแถบโทโฮขุได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก แต่ 5 เดือนให้หลัง ชาวเมืองอาโอโมริก็ยังจัดงานเทศกาลโคมเนบุตะขึ้น ซึ่งคาโต้ก็มีโอกาสไปร่วมงานในปีนั้นเช่นกัน

ภาพที่เธอเห็นคือ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเยอะมาก แต่คนในเมืองก็ยังร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ผู้ประสบภัยที่พลัดพรากจากกันไปก็มาพบกัน กอดคอกันร้องเพลงและเต้นรำด้วยกันในงานนี้

“งานเทศกาลทำให้ผู้คนกลับมามีความสุข มีพลัง อีกครั้ง” นั่นคือสิ่งที่คาโต้สัมผัส

Omatsuri Japan บริษัทที่มีเป้าหมายเป็นการจัดเทศกาลประจำเมืองทั่วญี่ปุ่นให้ดีและคึกคักที่สุด
ภาพ : next.rikunabi.com

เมื่อคาโต้เข้าไปช่วยงานเทศกาลหลายแห่งเข้า เธอก็พบว่าแทบทุกงาน ไม่ว่าจะงานเล็กหรือใหญ่ ประสบปัญหาคล้ายๆ กัน คือขาดคนหนุ่มสาวเข้ามาร่วม ขาดเงินทุน หรือการจัดงานแบบเดิมทุกปีทำให้ขาดความแปลกใหม่

คาโต้เลยตั้งใจเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ ด้วยปณิธานว่า “จะทำให้ญี่ปุ่นคึกคักด้วยงานเทศกาลให้ได้!” เธอตั้งชื่อบริษัทว่า ‘โอมัตสึริเจแปน’ ในปี 2014

เป้าหมายของบริษัทคือ การทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นแขกที่เข้าร่วม คนในท้องถิ่น บริษัทสปอนเซอร์ มีความสุข

เธอฝันอยากเห็นคนสนุกกับการไปงานเทศกาล เหมือนกับการไปดูหนังหรือชวนกันไปสวนสาธารณะ

สร้างรายได้จากการจับคู่

พ่อของคาโต้เป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน สมาชิกครอบครัวไม่ได้มีเงินยื่นให้เธอไปทำธุรกิจมากนัก ในปีแรกคาโต้จึงเจียดเงินเก็บจำนวน 300,000 บาท มาเป็นทุนเริ่มต้น และมีพนักงานคือตนเองเพียงคนเดียว

คาโต้พบว่ามีบริษัทเอกชนหลายแห่งอยากเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนงานเทศกาล เพราะแต่ละงานมีคนมาเข้าร่วมหลักหมื่นหลักแสน เป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์บริษัทที่ดี แต่บริษัทเหล่านี้ไม่ทราบว่า งานเทศกาลแต่ละแห่งจะจัดที่ไหน เมื่อไหร่ และมีจุดเด่นอย่างไรบ้าง

ส่วนฝั่งผู้จัดงานในเมืองก็ขาดความคิดใหม่ๆ ขาดเงินทุน ขาดแรงงาน

คาโต้จึงพา 2 ฝ่ายนี้มาเจอกัน เธอทำหน้าที่เหมือนบริษัทที่ปรึกษาและรับทำอีเวนต์ มีเทศกาลฮาโลวีนที่เมืองหนึ่ง เดิมมีผู้เข้าร่วมงานเพียง 1,000 คน แต่คาโต้ช่วยคิดกิจกรรม เช่น การเดินพาเหรด การเล่นเกม และช่วยโฆษณางานเทศกาลนี้ ทำให้มีผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นถึง 16 เท่า

มีงานเทศกาลหนึ่ง ชื่อ ‘เทศกาลปลาซัมมะแห่งเมกุโระ’ จัดทุกเดือนกันยายนของทุกปีติดต่อกันมา 24 ปีแล้ว ผู้จัดเป็นกลุ่มร้านค้าในเขตเมกุโระ เมืองโตเกียว

Omatsuri Japan บริษัทที่มีเป้าหมายเป็นการจัดเทศกาลประจำเมืองทั่วญี่ปุ่นให้ดีและคึกคักที่สุด
ภาพ : www.enjoytokyo.jp

ลักษณะงานคือมีการย่างปลาซัมมะให้กินกันสดๆ มีการเชิญนักแสดงตลกมาเล่นตลกให้ชม และมีกิจกรรมบนเวทีต่างๆ ปีหนึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 30,000 คน

ในช่วงหลัง ผู้จัดงานประสบปัญหาประการหนึ่งคือ รัฐบาลญี่ปุ่นเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยยิ่งขึ้น จึงต้องจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยมาช่วยดูแล แต่ค่าแรงเหล่านี้สูงมาก จนเกรงว่าจะขาดทุน

โอมัตสึริเจแปนจึงเข้ามาช่วยกอบกู้งานเทศกาลแสนสนุกนี้

อันดับแรก ทางบริษัทไปหาสปอนเซอร์บริษัทเอกชน พวกเขาพบ 2 บริษัท ที่เหมาะสมกับงานเทศกาลนี้มาก

บริษัทแรกคือบริษัทนากาทานิเอน บริษัทผลิตผงโรยข้าวโอฉะซึเกะ (ข้าวราดน้ำชาร้อน คล้ายข้าวต้ม)

บริษัทที่มีเป้าหมายเป็นการจัดเทศกาลประจำเมืองทั่วญี่ปุ่นให้ดีและคึกคักที่สุด
ภาพ : www.nagatanien.co.jp

ทางบริษัทเพิ่งออกผงโรยข้าวตัวใหม่ที่กินกับข้าวแช่เย็นๆ ได้ และต้องการทราบเสียงตอบรับจากลูกค้า คาโต้และทีมจึงแนะนำให้บริษัทตกแต่ง Food Truck และมาเช่าพื้นที่เพื่อจำหน่ายข้าวแช่ชนิดใหม่ในงานเทศกาล

บริษัทที่มีเป้าหมายเป็นการจัดเทศกาลประจำเมืองทั่วญี่ปุ่นให้ดีและคึกคักที่สุด
ภาพ : omatsurijapan.com
บริษัทที่มีเป้าหมายเป็นการจัดเทศกาลประจำเมืองทั่วญี่ปุ่นให้ดีและคึกคักที่สุด
ข้าวแช่ เมนูพิเศษโรยหน้าปลาซัมมะ เพื่อให้เข้ากับธีมงานเทศกาล ภาพ : omatsurijapan.com

คาโต้ช่วยบริษัทเก็บแบบสอบถามด้วยการสอบถามความพึงพอใจของลูกค้าที่มาซื้อข้าวแช่นี้ ด้วยความที่งานเทศกาลนี้มีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทีมงานเก็บแบบสอบถามจำนวน 100 ฉบับ ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนข้าวแช่ก็ขายหมดเกลี้ยง เรียกได้ว่าบริษัทได้ทั้งรายได้จากการขายข้าวแช่ และได้ข้อมูลความพึงพอใจจากลูกค้าจำนวนมากในระยะเวลาสั้นๆ

อีกบริษัทที่เข้าร่วมคือบริษัทเครื่องดื่มที่ต้องการทดสอบตลาด บริษัทนี้มาเช่าพื้นที่ตั้งบูทให้ลูกค้ามาเข้าแถวชิมเครื่องดื่มผสมวุ้นผลไม้สีสดใสตัวใหม่ และสอบถามความชอบต่างๆ

Omatsuri Japan บริษัทที่มีเป้าหมายเป็นการจัดเทศกาลประจำเมืองทั่วญี่ปุ่นให้ดีและคึกคักที่สุด
ภาพ : omatsurijapan.com

พนักงานบริษัทเครื่องดื่มเองก็ได้ฟังเสียงจากลูกค้าสดๆ ทั้งลูกค้าเด็กและผู้ใหญ่ หากเป็นการเก็บแบบสอบถามทั่วไป พนักงานอาจไม่มีโอกาสยืนคุยกับลูกค้าเป็นระยะเวลานาน หรือในบรรยากาศที่สนุกสนานเป็นกันเองเช่นนี้

โอมัตสึริเจแปนนำเงินจากผู้สนับสนุนเหล่านี้ไปมอบให้ผู้จัดงานเทศกาล ทำให้ผู้จัดไม่ขาดทุนในที่สุด

เติบโตเพื่อช่วยเหลือ

รายได้ของบริษัทโอมัตสึริเจแปนนี้มาจากการช่วยจัดงาน การช่วยหาผู้สนับสนุน การจัดทัวร์เที่ยวงานเทศกาล หรือช่วยวางแผนจัดกิจกรรมโปรโมตบริษัทในงานเทศกาลต่างๆ

นอกจากนี้ คาโต้ยังหาเงินสนับสนุนเพิ่มเติมด้วยการเข้าประกวดแผนธุรกิจ และได้รับรางวัลเป็นเงินทุนจากบริษัทและองค์กรหลายแห่งอีกด้วย

ตอนนี้เธอเปิดแพลตฟอร์มใหม่ชื่อ Omatsuri Japan Leaders สำหรับผู้จัดงานเทศกาลทั่วประเทศ

ที่ผ่านมา เมืองต่างๆ ต้องวิ่งหาที่เช่าอุปกรณ์ต่างๆ เอง หรือพยายามหาคนมาทำโปสเตอร์เอง แต่ตอนนี้ทุกคนเข้ามาเช่าอุปกรณ์จัดงานเช่นเต็นท์ผ้าใบจากแพลตฟอร์มนี้ได้

เมืองที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์จัดงานแล้ว ก็ปล่อยให้เมืองอื่นเช่าต่อได้เช่นกัน

คาโต้ติดต่อบริษัทพนักงานรักษาความปลอดภัย ทำให้ได้ส่วนลดพิเศษหากติดต่อผ่านทางหน้าเว็บ

นอกจากนี้ คาโต้ยังทำเทมเพลตโปสเตอร์บนเว็บ เผื่อเมืองไหนต้องการออกแบบโปสเตอร์โปรโมตงานเทศกาลแต่ไม่มีนักออกแบบ เพียงแค่อัพโหลดรูปภาพ พิมพ์รายละเอียดงานเล็กน้อย ก็ทำโปสเตอร์สวยๆ เองได้เลย (แต่ถ้าอยากพิมพ์ใบปลิว บริษัทก็มีบริการเช่นกัน)

นอกจากจะเชื่อมผู้จัดงานเทศกาลกับบริษัทเอกชนที่เป็นผู้สนับสนุนแล้ว คาโต้ยังเชื่อมโยงผู้จัดงานเทศกาลเมืองต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้แต่ละเมืองแบ่งปันความรู้หรือประสบการณ์ให้กันและกันได้ง่ายขึ้น คาโต้เองก็ได้ข้อมูลเกี่ยวกับงานเทศกาลต่างๆ ไปเสนอบริษัทเอกชนได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ในอนาคต บริษัทโอมัตสึริเจแปนตั้งใจจะพัฒนาระบบการซื้อขายออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันที่จองทริป จองที่นั่ง จองบูทในงานเทศกาลต่างๆ ได้ เพื่อให้ผู้คนไปร่วมงานเทศกาลสะดวกขึ้น และสนุกยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขากำลังพลิกโฉมงานเทศกาลในญี่ปุ่นไปในทางที่ดีขึ้น และสืบทอดต่อไปในอนาคต

“ตอนที่ดิฉันทำบริษัทมาได้ปีครึ่ง ดิฉันยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะกลายมาเป็นธุรกิจหรือเปล่า แต่ดิฉันก็ลองทำดู และไม่ล้มเลิก ช่วงแรกก็ลำบากนะ แต่พอทำๆ ไปก็เริ่มได้รับความสนใจ และดิฉันก็ได้เจอเพื่อนเพิ่มขึ้น” คาโต้กล่าว

โอมัตสึริเจแปนค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และช่วยให้ญี่ปุ่นยังคงมีเทศกาลประจำเมืองดีๆ เช่นนี้ต่อไป ใครที่คิดอยากทำอะไรเกี่ยวกับงานเทศกาล ก็จะนึกถึงโอมัตสึริเจแปนเป็นที่แรก

สิ่งที่คาโต้และโอมัตสึริเจแปนทำ ล้วนเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ชาวเมืองก็ได้สนุกกับงานเทศกาลต่อไป

งานเทศกาลดีๆ ก็ไม่สูญหายไปจากประวัติศาสตร์​

ผู้จัดงานเทศกาลก็เอาชนะปัญหาขาดแคลนเงินทุน

บริษัทผู้สนับสนุนก็ได้ข้อมูลลูกค้าอย่างใกล้ชิด หรือได้โปรโมตบริษัท

ส่วนบริษัทโอมัตสึริเองก็มีรายได้มาหล่อเลี้ยงให้พวกเขาไปช่วยงานเทศกาลต่างๆ ต่อไป

เพราะฉะนั้น บริษัทที่ดี ไม่ได้แปลว่าบริษัทที่ทำ CSR หรือต้องบริจาคเงินเข้าสาธารณกุศลเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มได้จากการคิดสินค้าหรือบริการดีๆ มาแก้ไขปัญหาผู้คน

ดิฉันคิดว่า ธุรกิจที่ดี คือธุรกิจที่มีคน ‘ดีใจ’ กับสินค้าหรือบริการของเรา ยิ่งธุรกิจดีมาก ก็จะยิ่งช่วยผู้คนได้มาก (แบบมีกำไร) ค่ะ

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย