เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก ย่าลิน-มาลินดา เฮอร์แมน ในฐานะคุณย่าสายฮิปสเตอร์ หรือเน็ตไอดอลหญิงวัย 71 ปีที่ร้องเพลง เล่นกีตาร์ กับ ‘จิ๋วแจ่ม’ หมาน้อยคู่ใจ บนโลกโซเชียล เรียกรอยยิ้มและส่งความสุขให้กับคนนับล้าน

หญิงชรา กะ หมาน้อย : YouTuber วัย 71 ที่สนุกกับเสียงเพลงและสร้างรอยยิ้มให้ลูกหลาน

ในวันนี้ย่าลินสร้างพื้นที่เล็กๆ บอกเล่าเรื่องราวของเธอ สัตว์เลี้ยง และเสียงเพลง ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หญิงชรา กะ หมาน้อย ที่มีลูกหลานติดตามกว่า 4 แสนคน พ่วงแชนแนลยูทูบที่มีผู้ติดตาม 1.45 ล้านคนทั่วโลก ยังไม่นับรวม Instagram, TikTok และ Clubhouse คุณย่ากระซิบว่า เธอตบเท้าเข้าสังคมออนไลน์มาตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว

เราเลยชวน มาลินดา เฮอร์แมน มาพูดคุยในฐานะย่า-หลาน ถามไถ่ความเป็นมาและความเป็นไปบนเส้นทางสายดนตรีที่มีกีตาร์และเพื่อนสัตว์สี่ขาคอยข้างกาย ที่สำคัญ เธอยังสร้างคุณค่าให้ตนเองและสังคม แม้กาลเวลาจะพรากอายุเข้าสู่ช่วงโรยรา แถมหัวใจของเธอยังพองโตเมื่อรู้ว่าตนเอง ‘ยืนหยัดได้โดยไม่สร้างภาระให้ลูกหลาน’

เปิดลำโพงดังๆ แล้วมาฟังบทเพลงชีวิตของมาลินดาที่ใช้โซเชียลมีเดียสร้างสุขในบั้นปลาย

ดนตรีบำบัด

เด็กหญิงมาลินดาเติบโตมากับเสียงเพลง เธอฟังเพลงตามคุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่เล็กๆ ส่วนใหญ่เป็นแนวเพลงยุค 60 และ 70 ซึ่งวัยเด็กของเธอก็ไม่มีโอกาสไปร้องเพลงจริงจังที่ไหน ด้วยเหตุผลว่า คุณแม่สั่งห้ามเอาไว้ 

จนเธออายุราว 30 ปี นับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับมาทุ่มเทกับเสียงเพลงอีกครั้ง เพราะประสบอุบัติเหตุรถคว่ำระหว่างเดินทางกลับจากพัทยา ทำให้ใบหน้าด้านซ้ายสูญเสียความรู้สึก แต่ในโชคร้ายยังมีโชคดีซ่อนอยู่

เมื่อลูกชายนึกขึ้นมาได้ว่า เสียงเพลงเคยเป็นชีวิตของแม่ เขาจึงใช้มันบำบัดร่างกายและจิตใจ

“ตอนสองปีแรกไม่ให้ใครเห็นหน้าเลย เพราะคนเห็นหน้าเราทีไร เราน้ำตาไหลทุกที แต่ทุกวันนี้หน้าดีขึ้นมาก เพราะคุณย่าร้องเพลง ร้องทุกวัน คุณหมอเคยบอกว่า ตื่นเช้ามา ส่องกระจก แล้วก็พูด เอ-อี-ไอ-โอ-ยู เพื่อเป็นการบริหารกล้ามเนื้อ คุณย่าก็คิดว่าจะ เอ-อี-ไอ-โอ-ยู ทำไม เราร้องเพลงได้ มันได้มากกว่า เอ-อี-ไอ-โอ-ยู อีกนะ”

หญิงชรา กะ หมาน้อย : YouTuber วัย 71 ที่สนุกกับเสียงเพลงและสร้างรอยยิ้มให้ลูกหลาน
หญิงชรา กะ หมาน้อย : YouTuber วัย 71 ที่สนุกกับเสียงเพลงและสร้างรอยยิ้มให้ลูกหลาน

จากเดิมที่ย่าลินร้องเพลงโดยมีน้องชายกับลูกชาย (คีตะรัฐ บุณยรัตพันธุ์) ช่วยเล่นกีตาร์ให้ ก็ต้องกลับมาฝึกเล่นกีตาร์ด้วยตัวเอง (คุณย่าเคยจับกีตาร์มาตั้งแต่เด็ก) เพราะน้องชายเสียชีวิตและลูกชายมีภาระงานมากขึ้น

 “พอดีลูกชายซื้อกีตาร์ให้คุณย่า เราก็ โอ้ย เล่นไม่ได้หรอก เจ็บมือ แต่พอร้องเพลงแล้วไม่มีจังหวะ เราก็ร้องไม่ได้ มันไม่สนุก ก็เลยต้องเล่น แต่สาเหตุที่เล่น เพราะกีตาร์ที่ลูกชายซื้อราคาค่อนข้างสูง เรากลัวเขาจะตำหนิ ว่าซื้อของดีมาให้แล้วไม่เล่น พอเล่นแล้ว ลูกชายก็ให้คุณแม่เล่นเฟซบุ๊กด้วย จะได้ไม่เหงา เล่นมาเป็นสิบปีแล้วค่ะ”

เสียงดนตรีและบทเพลงขับกล่อมให้ย่าลินกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แถมท่องโลกโซเชียลจนได้เพื่อนใหม่ต่างวัยมากมายในวันที่อายุย่างเข้าเลข 6 และ ‘เสียงเพลง’ ก็ทำให้ย่าลินเป็นเน็ตไอดอลหญิงเพียงชั่วข้ามคืน

หญิงชรา กะ หมาน้อย : YouTuber วัย 71 ที่สนุกกับเสียงเพลงและสร้างรอยยิ้มให้ลูกหลาน

หญิงชรา กะ หมาน้อย

“คุณย่าฝึกเล่นโซเชียลอยู่สองวัน ตอนนั้นลูกชาย ลูกสาว เขาซื้อโทรศัพท์มาให้ คุณย่าก็แค่รับสายอย่างเดียว ตอนหลังเขาซื้อเครื่องใหม่มาอีก แล้วสมัครเฟซบุ๊กให้ บอกให้เราเล่นจะได้ไม่เหงา เขาเข้ามาเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเราก่อน จากยี่สิบคนเป็นร้อยคน จากร้อยคนเป็นพันคน ตอนนี้เอฟซีเรามากกว่าของเขาอีก แล้วเมื่อห้าปีแล้ว คุณย่าลงคลิปร้องเพลง Why Do I Love You So ในเฟซบุ๊ก คนก็แชร์กันทั่วโลก แค่วันเดียวนะ มีคนดูตั้งสี่ล้านกว่าวิว”

เมื่อถามย่าลินถึงเหตุผลในการสร้างเพจ ‘หญิงชรา กะ หมาน้อย’ เธอชี้นิ้วไปที่ตัวจิ๋วด้านข้าง, จิ๋วแจ่ม คือเพื่อนสี่ขาที่คลอเคลียและอยู่เคียงข้างหญิงวัย 71 เวลาจิ๋วแจ่มได้ยินเสียงเพลงของคุณย่า จะนิ่งเหมือนโดนมนตร์สะกด และหมาน้อยแสนก็จะนั่งฟังย่าลินดีดกีตาร์ทุกวัน อาจเรียกว่าโชคชะตานำพาทั้งสองมาเจอกันก็ว่าได้

จิ๋วแจ่มมาเจอกับย่าลินโดยบังเอิญ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่คุณย่ากำลังเสียใจหลังสูญเสีย ‘ช็อกโก’ น้องหมาตัวโปรด พอดีกันกับร้านทำผมละแวกบ้านเสนอลูกหมาตัวใหม่ให้มาอยู่เป็นเพื่อน เพราะเจ้าของร้านเลี้ยงไว้หลายตัว

“คุณย่าก็ไปเลือกดู ทีนี้จิ๋วแจ่มเขาโดดเด่นที่สุด เขาจะตามเราอยู่เรื่อย เราก็เลยเอามาเลี้ยงตั้งแต่อายุสองขวบ แล้วเขาชอบฟังเพลงด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราจับกีตาร์ เขาจะมาเกาะตรงกีตาร์ มาป้วนเปี้ยนๆ อยู่ตรงตัก”

กาลเวลาผ่านไป จิ๋วแจ่มได้รับความสนใจจากลูกๆ หลานๆ มีแฟนคลับไม่แพ้ย่าลิน กลายเป็นสัตว์เลี้ยงสี่ขาผู้โด่งดังบนโลกโซเชียล จนถึงขนาดเป็นที่มาของเพจ ‘หญิงชรา กะ หมาน้อย’ และคุณย่าก็แต่งเพลงประจำตัวให้ด้วย

ระหว่างบทสนทนา หมาน้อยนั่งฟังอย่างสงบบนตักของหญิงชรา สักพักเธอหยิบกีตาร์ออกมา นิ้วมือเริ่มเคลียคลอบริเวณสายสีเงินขึงตรึง ริมฝีปากหญิงชราขยับเป็นจังหวะ เธอเอ่ยประโยคแรกเป็นชื่อเดียวกับเพจเฟซบุ๊ก

“เพลงประจำเพจ หญิงชรา กะ หมาน้อย คุณย่าก็พูดถึงบทบาทของเขานะคะ เอ๊ะ คุณแกล้งชอบเพื่อเอาใจเราหรือคุณชอบจริง เพลงนี้ลูกชายเรียบเรียงให้ค่ะ เขาเป็นนักทำเพลงอยู่แล้ว คุณย่าเลยโชคดีกว่าคนอื่นหน่อย”

เพจหญิงชรา กะ หมาน้อย ที่มีผู้ติดตามมากถึง 2.7 แสนคน จึงกลายเป็นพื้นที่สร้างความสุขจากเสียงเพลง โดยมีคุณย่าสายฮิปสเตอร์และจิ๋วแจ่ม คอยแบ่งปันและกระจายความอิ่มเอมให้ลูกหลานเพื่อนพ้องที่เข้ามาติดตาม

  แถมยังสะท้อนความผูกพันของมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงแค่จิ๋วแจ่ม ย่าลินยังมีเพื่อนสี่ขาที่คอยสร้างพลังใจอีก 4 ตัว ได้แก่ ตาตี่ พริกไทย (อายุ 16 ปีเต็ม) พี่โยเกิร์ต (อายุย่าง 17 ปี) และ บาร์เบีย (แมว)

สนทนากับ ‘มาลินดา เฮอร์แมน’ วิดีโอครีเอเตอร์วัย 71 ที่ร้องเพลง-เล่นดนตรีกับหมาน้อย น่ารักจนคุณใจบางและเผลอยิ้มตามไม่รู้ตัว

ทำด้วยรัก

“คนเราไม่ได้มีความสุขอย่างเดียวนะลูก ความทุกข์มันอยู่คู่กับความสุขอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เราจะทำปริมาณน้ำหนักข้างไหนให้มันหนักกว่ากันแค่นั้นเอง” คุณย่าเปรียบ

เมื่อย่าลินให้น้ำหนักความสุขมากกว่า จึงทุ่มเทร้องเพลง เล่นกีตาร์ในทุกๆ วัน โดยมีจิ๋วแจ่มและพวกพ้องสี่ขาคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ปัจจุบัน สภาพร่างกายและจิตใจของคุณย่าเริ่มดีขึ้นตามลำดับ แม้ตอนต้นเธอจะสร้างความสุขให้กับตัวเอง แต่ตอนนี้ความสุขนั้นกระจายสู่คนรอบตัว รวมทั้งโลกออนไลน์ที่มีคนเข้าถึงมากกว่าล้านคน

ทุกวันนี้คุณย่าดูแลโซเชียลมีเดียทั้งหมดด้วยตัวเอง ทั้ง Facecook, Instagram, YouTube และ TikTok ใช้เวลาต่อวันกว่า 6 ชั่วโมงในการเล่นกีตาร์ ร้องเพลง และอัดคลิป รวมถึงไลฟ์สดยามค่ำคืนใน TikTok ด้วย

สนทนากับ ‘มาลินดา เฮอร์แมน’ วิดีโอครีเอเตอร์วัย 71 ที่ร้องเพลง-เล่นดนตรีกับหมาน้อย น่ารักจนคุณใจบางและเผลอยิ้มตามไม่รู้ตัว

“คุณย่าไลฟ์ทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมงตอนสี่ทุ่มทุกคืน เราบอกลูกๆ หลาน ๆ ว่า เราเป็นเหมือนตู้เพลงข้างเตียง คนขออะไรมามักจะได้หมด อย่างเขาขอเพลงมา ก็จะบอกว่า ขอเวลาทำการบ้านหน่อยนะ ถ้าทำเสร็จ ก็โชว์ให้เขาดู เนี่ยใส่คอร์ดแล้วนะเห็นมั้ย คุณย่าจะจดเองบนกระดาษทั้งหมด จดแล้วจำได้ ถ้าเปิดในไอแพดไม่มีทางจำได้หรอก

“เมื่อคืนนี้คุณย่านั่งจดเพลงไปสองเพลง พร้อมทำคอร์ดและซ้อมไปด้วย กว่าจะเสร็จก็ตีห้า ถ้าเพลงยากคุณย่าต้องหาคอร์ด ตัดคอร์ด เติมคอร์ด เราทำของเราคนเดียว บางทีจดเนื้อเสร็จ อ้าว คอร์ดตัวนี้ในกูเกิลเขาใส่มาผิด เมโลดี้ไม่ตามมาด้วย คุณย่าต้องมาแก้เอง แต่การทำงานแบบนี้ก็เพลินนะลูก เพลงอะไรก็ทำได้หมดเลย”

สนทนากับ ‘มาลินดา เฮอร์แมน’ วิดีโอครีเอเตอร์วัย 71 ที่ร้องเพลง-เล่นดนตรีกับหมาน้อย น่ารักจนคุณใจบางและเผลอยิ้มตามไม่รู้ตัว

เพราะเริ่มต้นจากการแบ่งปันความสุขให้ลูกหลาน ย่าลินจึงทำทุกอย่างด้วยความรัก และวิดีโอครีเอเตอร์วัย 71 คนนี้ก็ไม่เคยยึดติดกับตัวเลขคนกดไลก์ ยอดวิวที่เข้ามารับชม และไม่มองโลกออนไลน์เป็นการแข่งขัน

“ถ้าคุณย่าคิดว่าเป็นการแข่งขัน คงไม่กล้าเล่นโซเชียล เพราะคงแพ้เขาตั้งแต่แรก คุณย่าคิดอย่างเดียวว่านี่คือความสุขของฉัน ฉันแก่ขนาดนี้ยังจดคอร์ดได้ เล่นกีตาร์ได้ ส่วนการทำคอนเทนต์ คุณย่าก็ไม่ได้ทำออกมาเพื่อให้ได้ยอดวิวเยอะหรือให้เพื่อนมาชื่นชม แต่คุณย่าเล่นมันมาตั้งสิบเอ็ดปี จนตอนนี้กลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว”

ความสุขของหญิงชรากับหมาน้อย

“ฉันคือผู้หญิงแก่คนหนึ่งที่พกแต่ความสุขไว้รอบตัว” 

นี่คือประโยคที่ มาลินดา เฮอร์แมน เจ้าของเพจหญิงชรา กะ หมาน้อย นิยามตัวเธอในวัย 71 

ในวันนี้ ย่าลินบอกเราว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเธอคุ้มค่าที่สุดแล้ว ส่วนชีวิตที่เหลืออยู่คือกำไร มาลินดาในวัยที่หลักไมล์ชีวิตดำเนินเข้าสู่เลข 7 เธอยังสดใส มีความสุข มีรายได้หล่อเลี้ยงตัวเอง และเผื่อแผ่ถึงสัตว์เลี้ยงอีกหลายตัว

“คุณย่าอายุขนาดนี้ สิ่งที่คุณย่าภูมิใจในตัวเองที่สุด คือการไม่เอาตัวเองไปสร้างภาระให้ใคร” คุณย่าพูดพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น “คุณย่ายังแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา และทำทุกอย่างด้วยความสุข แค่ทำกับข้าวก็มีความสุข ทำแล้วลูกบอกว่าอร่อยก็มีความสุข คุณย่าฝากถึงลูกหลานนะคะ อยากให้ช่วยดูแลคนสูงวัย เราจะโทษที่เขาปลดเกษียณไม่ได้

“บางทีลูกหลานก็ต้องคิดเหมือนกันว่า ป้อนสภาพแวดล้อมแบบไหนให้เขา ที่สำคัญ อย่าปล่อยให้เขาว่าง ความว่างเป็นอันตรายกับคนสูงวัย ให้เขาได้ออกกำลังกาย ได้รดน้ำต้นไม้ หรือซื้อรองเท้าผ้าใบใหม่ๆ ให้สักคู่ ผูกเชือกให้แกหน่อย ชวนแกเดิน แค่นี้สูงวัยก็มีความสุขแล้ว และคุณย่าต้องใช้คำว่า ‘ตักตวง’ นะคะ ยิ่งวัยนี้ด้วย ต้องรีบตักตวงความสุขให้มากที่สุด ตอนที่คุณย่าจากโลกนี้ไปแล้ว จะได้นอนยิ้มไปเลย” ย่าลินพูดพร้อมสบตาจิ๋วแจ่มในอ้อมอก

อย่างค่ำคืนนี้ ย่าลินก็แบ่งปันความสุขและสร้างคุณค่าให้ตัวเอง ด้วยการจัดรายการ สถานีเพลงฝรั่ง by ย่าลินสายฝอ ในแอปพลิเคชัน TikTok (ทุกวัน เวลา 22.00 น.) ถ้าคุณกำลังสุข เศร้า เหงา รัก หรือต้องการกำลังใจ ‘หญิงชรา กะ หมาน้อย’ พร้อมทำหน้าที่เคียงข้าง จนกว่าคุณจะได้รับความอิ่มเอมและมีพลังกาย พลังใจ เกินร้อย

สนทนากับ ‘มาลินดา เฮอร์แมน’ วิดีโอครีเอเตอร์วัย 71 ที่ร้องเพลง-เล่นดนตรีกับหมาน้อย น่ารักจนคุณใจบางและเผลอยิ้มตามไม่รู้ตัว

ภาพ : หญิงชรา กะ หมาน้อย

ช่องทางการติดตาม หญิงชรา กะ หมาน้อย

Facebook : หญิงชรา กะ หมาน้อย

YouTube : Malinda Herman Official

TikTok : malinda_herman

Writer

Avatar

ศิรประภา แลนแคสเตอร์

นักเขียนฝึกหัดที่กำลังเรียนรู้โลกผ่านตัวอักษร เรื่องเล่า และการเดินทาง

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

14 กุมภาพันธ์ 2561
10 K

โจทย์จากกองบรรณาธิการ The Cloud สัปดาห์นี้เป็นเรื่องความรัก

แต่นอกจากความรักงานแล้ว เราก็นึกอะไรไม่ออกอีกเลย

“แยกย้ายไปทำงานกันครับ” ตัวแทนคนรักงาน จากเพจชมรมคนรักงาน ตอบรับและตอบกลับสั้นๆ ทันทีที่เราส่งข้อความนัดหมายในเวลาทำการ

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนทำงานในสายงานวงการไหนๆ ถ้าคุณเป็นคนที่มีงานอยู่เต็มทุกห้องหัวใจเหมือนกันกับเรา เชื่อว่าคุณต้องเป็นหนึ่งในกว่าแสนคนของชมรมที่มีคติประจำใจว่า ‘รักงานยิ่งชีพ’ หรือมีความเชื่อเหมือนกันอย่าง ‘จงทำงานให้งานมันท้อเราไปเอง’ หรือหากใครเป็นสมาชิกชมรมระดับมงกุฎเพชร ก็ย่อมต้องมีสติกเกอร์ไลน์คนรักงานไว้ส่งตอบหัวหน้าที่รักให้สมกับความรักที่มี

มะ มะ ไม่รัก ไม่รัก ไม่รักได้ไง ลีโอ พุฒ ไม่ได้กล่าว เรากล่าวเอง

ถ้างานที่ทำอยู่พูดได้ มันก็คงเอ่ยคำขอแต่งงาน “Will you marry me?” นี้ไปแล้ว

งานแต่งงานที่เจ้าสาวแต่งงานกับฟุตเทจเทปสัมภาษณ์กองโต เสิร์ฟอาหารแช่แข็งเลี้ยงแขกที่มาเป็นสักขีพยาน บนโต๊ะจีนที่จัดเรียงแถวเหมือนแผนผังที่นั่งในออฟฟิศ พรีเวดดิ้งว่าจะไปถ่ายรูปที่เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องสแกนนิ้วบันทึกเวลาเข้างาน มาถึงช่วงไฮไลต์ตัดเค้กสิบชั้นที่ทำจากแฟ้มงานกองรวมกัน ก่อนจะแจกของชำร่วยเป็นที่เย็บกระดาษและชุดอุปกรณ์สำนักงานสุดน่ารัก อาฟเตอร์ปาร์ตี้ด้วยเพลงเพื่อชีวิตและเสิร์ฟเครื่องดื่มชูกำลัง

ซึ่งพิธีการทั้งหมดนี้ต้องเสร็จก่อนเที่ยงคืน เพราะมีงานรออยู่

และใครที่วันนี้ติดงาน ไม่ได้ออกไปฉลองวาเลนไทน์ที่ไหน เราอยากชวนคุณมาสนทนากับแอดมินที่รักงานที่สุดในโลกนี้ด้วยกัน

ว่าแต่ว่า วันนี้แอดมินไม่ทำงานหรอคะ

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

ชีวิตจริงแอดมินชมรมคนรักงานได้ทำงานที่รักมั้ย

ได้ทำครับ เรียกว่าตรงกับวิชาชีพที่เรียนมามากกว่า ผมเลือกเรียนกราฟิก เพราะยุคนั้นบริษัท Propaganda ดังมาก เราก็อยากทำงานออกแบบ ซึ่งสมัยนั้นไม่สนุกเหมือนทุกวันนี้ เราอยากทำงานคิดก็เลยมาเป็นครีเอทีฟ

รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมั้ยที่ได้ทำงานที่เรารัก

ด้วยงานที่ทำมันเป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้เห็นชัดเจนว่าถ้าเราตั้งใจทำแล้วงานมันจะออกมาดี เราก็ยิ่งตั้งใจ เหมือนลงทุนเวลาลงไปแล้วไม่เหนื่อยฟรี แม้บางงานจะเป็นงานเหนื่อยฟรี

คิดยังไงเวลาที่คนบอกว่า ก็ใช่สิ ทำงานครีเอทีฟก็ได้สนุกมากกว่าคนที่จมอยู่กับกองเอกสาร

เราว่ามันเป็นเรื่องทัศนคตินะ ถ้าเราไม่เห็นความสำคัญของสิ่งที่เราทำ เราก็จะรู้สึกว่าฉันทำแค่งานเอกสาร ฉันทำงานแค่นี้ไม่ได้สำคัญอะไร เรามักไม่รู้ว่าส่วนงานของเรา ถ้าเราทำอย่างดี คนที่รับงานไปทำต่อเขาจะไม่เสียเวลา ซึ่งเป็นเรื่องดีกับทุกคน ถ้าทุกคนตั้งใจทำงานของตัวเอง ทุกอย่างก็จะออกมาดี ทุกอย่างมันเป็นลูกโซ่ที่ส่งผลถึงกัน

คือถ้าเรารู้สึกเห็นความสำคัญของงานที่เราทำ เราก็จะไม่รู้สึกทุกข์ทรมานที่ต้องออกแรงเยอะๆ

นอกจากทัศนคติ มีปัจจัยอะไรอีกที่หล่อเลี้ยงให้เราทำงานอย่างมีความสุข

ทุกคนต้องส่งเสริมกัน คือถ้าเพื่อนๆ รอบตัวเป็นเพื่อนที่ไม่ทำงาน เราก็อยู่ในสภาพทุกคนไม่ทำงาน แล้วทำไมเราต้องเหี่ยวอยู่คนเดียว ทำไมต้องทำงานหนักแทนทุกคน ในทางกลับกัน ถ้าเราอยู่ในที่ที่ทุกคนทำแต่งาน ตายแล้วเราไม่ทำงานได้เหรอ นึกออกมั้ย มันส่งผลต่อกัน

เชื่อในเรื่องการทำงานให้หนักมั้ย

เชื่อนะ เพราะว่าทุกวันนี้ก็ยังทำงานหนักอยู่ มันทำให้เห็นว่าใครทำงานและใครไม่ทำงาน พอเราทำงานอย่างเต็มที่ เราก็อยากร่วมงานกับคนที่เต็มที่เหมือนกันกับเรา

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

คิดยังไงกับคำที่บอกว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน

หากจะมีอะไรที่สามารถบอกวัดได้ว่าตัวตนเป็นยังไง เป็นคนตั้งใจหรือเปล่า ตั้งใจแค่ไหน มีทัศนคติต่อเรื่องบางเรื่องยังไง เราว่างานที่เขาทำสะท้อนสิ่งนี้ได้ทั้งหมดนะ

โอเค มันอาจจะวัดไม่ได้ว่าคนนี้มีค่ามากกว่าอีกคน แต่งานที่ออกมาวัดความตั้งใจของคนได้จริงๆ ซึ่งมันมีความหมายนะ ต่อให้เป็นคนไม่เก่งแต่เขาเป็นคนตั้งใจ เราจึงคิดว่าคนที่มีค่าก็คือคนที่ตั้งใจ

นิยามของความรักงานแบบคนรักงาน แบบไหนจึงเรียกว่ารัก

เป็นความรู้สึกกลัวว่ามันจะออกมาไม่ดี เหมือนมีแฟนแหละ จะชวนเขาไปดูหนังก็ต้องคิดเยอะว่าดูแล้วเขาจะชอบเหมือนเรามั้ย อยากจะซื้อเสื้อให้แล้วเขาจะชอบหรือเปล่า ถ้าชวนกินข้าวแล้วเขาจะชอบร้านนี้มั้ย นี่คือความรู้สึกกลัวไม่ดี กลัวทำออกมาแล้วเขาจะไม่ชอบ เหมือนกันกับงานที่ทำ เราก็กลัวว่าเราไม่ชอบงานที่ออกมา กลัวคนที่เห็นไม่ชอบ เราก็จะยิ่งพยายามที่จะทำ

แล้วมันมีเส้นบางๆ กั้นระหว่างรัก (งาน) จริงๆ กับหวังให้เธอมารักมั้ย

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แค่อยากทำงานให้ดี หรือทำเพื่อหวังให้ใครเห็นความตั้งใจ ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า แล้วเรามีความสุขที่จะทำมันมั้ย ถ้าเราไม่รัก ไม่อยากทำงานโรงแรม เราก็คงไม่อยากทำให้ลูกค้ามีความสุข ได้รับความสะดวกสบาย หรือพนักงานร้านรองเท้าวิ่งนี่ชัดเจนเลย ถ้าเขาเป็นคนวิ่งอยู่แล้ว ก็ยิ่งคุยกับลูกค้ารู้เรื่อง

เคยอ่านเจอ ที่เขาบอกว่าให้มองหาข้อดีของงานที่ตัวเองทำ ถ้าสมมติเราไม่ได้รักงานที่ทำ 100% ก็ต้องถามกลับมาที่ตัวเองว่าแล้วทำไมเราถึงมาทำมัน วันแรกที่เราทำสิ่งนี้ เราทำทำไม เงินดี หรือเพราะว่าฉันไม่มีอะไรทำ ซึ่งหากเป็นข้อหลังมันก็จะวกกลับมาที่ข้อแรกที่ว่าเพราะมันได้เงิน แล้วมีความสุขดีมั้ยที่ได้เงิน ถ้ามีความสุขก็แปลว่าทำได้นี่ แต่ถ้าไม่มีความสุข…เปลี่ยน แต่ถ้าไม่เปลี่ยนก็ให้มองหาว่าอะไรทำให้คุณไม่เปลี่ยน

แสดงว่าคนรักงานไม่ติดหรือมีปัญหากับการเปลี่ยนงานบ่อยๆ ใช่มั้ย

ไม่ติดเลย บังเอิญว่าโดยอาชีพของเราแล้ว ทุกคนย้ายงานไปมาเป็นปกติมาก แต่เราเชื่ออย่างหนึ่งว่าคงเหมือนตอนจีบกันมั้ง กว่าจะเจอใครสักคนที่แต่งงานอยู่ด้วยกันได้ เห็นหน้าคนนี้แล้วชอบ ลองเป็นแฟน ใช้เวลาด้วย ไม่ใช่ ก็ต้องเลิกนะ

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

คิดว่าอะไรทำให้บางคนเลือกที่จะอดทนทำงานแม้ว่าจะเจอปัญหา

แปลว่าเขาต้องเจออะไรสักอย่างหนึ่ง เปรียบเทียบง่ายๆ เรื่องแฟน ผู้ชายคนนี้นิสัยไม่ดี แต่เขาสามารถซื้อกระเป๋า Chanel ให้เธอได้ทุกเดือน ถ้าเธอมีความสุขกับกระเป๋า Chanel เธอก็จะทนความเลวมันได้ แต่ถึงจุดหนึ่งก็อาจจะทนไม่ได้

เราเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลของการทนทำงานบางอย่าง เจ้านายร้ายกับเรามาก แต่ออฟฟิศใกล้บ้านและมีลูกเล็กที่ต้องกลับไปดูแล เราไม่สามารถไปบอกเขาว่าเจ้านายแกร้าย ย้ายงานเถอะ แต่งานใหม่ต้องนั่งรถไปกลับ 5 ชั่วโมงไม่ได้เจอลูกเช้าเย็น ดังนั้น เราไม่สามารถตัดสินใครได้เลย ว่าทำไมใครถึงทนทำงานบางอย่าง

หากเหตุผลของการทำงานหนักเป็นเพราะการทำงานเสริมนอกจากงานประจำ นี่ถือเป็นการกระทำความนอกใจมั้ย

ถือเป็นการนอกใจ เป็นบาป แต่เราเห็นด้วยว่าทำได้นะ ถ้าหากบริหารจัดการได้ และสิ่งที่ทำช่วยเยียวยาชีวิต เยียวยาจิตใจ

ถ้างานที่ทำอยู่เงินเดือนดีแต่กัดกินจิตวิญญาณ แล้วอยากจะใช้เวลานอกทำงานที่อยากทำ ก็ทำสิ มันช่วยให้เรามีชีวิต ทำเลย หรือต่อให้งานที่ทำอยู่ปัจจุบันมีความสุขมาก แต่เงินไม่พอ ฉันก็ต้องทำอีกอย่างเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ ก็ต้องทำ แต่ก็ต้องไม่ลืมภาระความรับผิดชอบ

ความซวยคือ ฝิ่น (ชื่อเล่นของงานนอกที่เรียกกันในวงการ) มักจะเป็นงานที่เลว งานรีบ งานเร่ง งานยาก งานหินไม่มีใครทำ ซึ่งเป็นงานที่กัดกินเราอยู่แล้วในวันปกติ ดังนั้น ถ้าเราจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ไปวิ่ง ไปถ่ายรูป ไปทำอะไรที่อยากทำเลยน่าจะดีกว่า

แล้วในมุมเจ้านายที่เห็นว่าลูกน้องรักงานนอกมากกว่างานประจำ คิดว่าเขาควรจะทำยังไง

อันนี้ก็คงต้องคุยกันว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำแบบนั้น เพราะถ้าทำเงินไม่พอใช้ ก็ต้องคุยกันว่าเป็นเพราะอะไร performance ไม่ถึงเลยไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนไม่ขึ้น หรือจริงๆ งานที่ทำอยู่ระดับเพดานแล้ว มันไม่มีสูตรสำเร็จ มันสรุปไม่ได้ว่าแกทำงานนอกแกเลว

แต่สุดท้ายนะ ถ้ามันตั้งใจทำ มันก็จะไม่เสียอะไรสักอย่าง

จับปลาหลายมือเหรอ

จับไม่ได้หรอก มันจะตั้งใจทำได้อย่างเดียว และสุดท้ายพอตั้งใจทำมันจะถูกบีบให้เหลือเพียงอย่างเดียว

คนที่ทำงานมาสักพักแล้วก็คงจะใช่ แต่สำหรับเด็กจบใหม่ล่ะ คุณมีคำแนะนำยังไงบ้าง

ลงมือทำงานเข้าไป ลองทำทุกอย่าง เราพูดเรื่องนี้วันนี้ได้ เพราะเราผ่านการทดลองมาหลายแบบ เด็กๆ ก็จะยืนชี้หน้า แหงสิ ทำมาแล้วไง ไม่เดือนร้อนนี่

ช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมามันมีเทรนด์อายุน้อยร้อยล้าน รีบประสบความสำเร็จ เพื่อจะไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แล้วบ้านเราก็ไปตีความคำนี้ว่าหมายถึงการทำน้อยๆ ทำช้าๆ น่าเป็นห่วงนะ เพราะช่วงแรกของการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนยังไงก็ลำบาก เงินไม่พอ เงินไม่มีทางพอ

น้องๆ ทำงานเพิ่งเริ่มใหม่ๆ จะชอบถามว่า ‘ทำยังไงถึงจะทำงานแล้วมีเงินเดือนดีๆ’

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

แล้วเด็กสมัยก่อนไม่คิดแบบนี้เหรอคะ

คิดนะ ทุกคนคิดเรื่องเงิน ทำงานนะไม่ได้ทำบุญ

คำตอบก็คือ ก็ต้องทำงาน โอเค เราอาจจะสู้คนที่ฟ้าชะตาฟ้าลิขิตเกิดเป็นลูกใหญ่คนโตไม่ได้ สู้คนที่จบเมืองนอก ปริญญาเอก 3 ใบ เงินเดือนก็ต้องไม่เท่าเขาอยู่แล้ว แต่เชื่อเถอะว่าถ้าเราตั้งใจทำ มันมีคนเห็น หรือถ้าที่นี่ไม่มีคนเห็น ก็ต้องไปตั้งใจในที่ที่มีคนเห็น

เป็นเพราะเราโตมากับการเห็นความสำเร็จที่ปลายทาง มากกว่าจะเห็นข้อดีของความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานหรือเปล่า

ใช่ๆ เราเห็นภาพความสำเร็จแบบสำเร็จรูป ในละครไทย เราไม่เคยเห็นตัวละครทำงานหนัก ไม่เคยมีพระเอกที่จีบนางเอกไปด้วย ทำงานถึงตี 2 ไปด้วยได้ หรือไม่เคยทำอย่างอื่นเลยนอกจากการเป็นลูกท่านประธาน แล้วเราจะเอาแบบอย่างภาพการทำงานอย่างหนักมาจากไหน

ในละครญี่ปุ่น พระเอกคือคนที่ตั้งใจทำงาน นี่คือทัศนคติที่ละครกระตุ้นความเชื่อนี้ลงไปในสังคม ชายหนุ่มจะกลายเป็นคนที่หญิงสาวชอบ เขาต้องเป็นคนที่ตั้งใจ ต่อให้เป็นคนที่กระจอกที่สุดแต่ถ้าตั้งใจนางเอกก็จะชอบมากกว่าลูกชายท่านประธาน และเหล่านี้ไม่เคยมีให้เห็นในละครไทยเลย

การตั้งใจเลือกงานแรกในชีวิตส่งผลต่อชีวิตเรายังไงบ้าง

ถ้าวัดจากตัวเรานะ ตอนที่เริ่มงานครั้งแรกเราไม่ได้เลือกงาน แค่รู้สึกว่าเป็นงานตรงสาย ได้ทำกราฟิกเท่านี้โอเค เพราะเป็นสิ่งที่อยากทำแล้ว เราเชื่อว่าสุดท้ายที่เรามาอยู่ถึงจุดนี้ได้เพราะมันมีคนเห็นว่าเราตั้งใจ และใครๆ ก็อยากทำงานกับคนตั้งใจทั้งนั้น จึงนำมาซึ่งค่าตอบแทนที่น่าดึงดูด จะว่าไป นี่คงเป็นกลไกราคาความตั้งใจหนึ่ง

สำหรับเด็กที่ทำงานไม่ตรงสิ่งที่เรียนมา คุณมีคำแนะนำว่า…

มันอาจจะเหนื่อยกว่า แต่เพราะความรักที่มีมันทำให้ใช้ความพยายามมากกว่าคนที่เรียนมา เรามีเพื่อนที่เรียนเศรษฐศาสตร์แล้วมาทำงานโฆษณา สุดท้ายก็ไปไกลถึงต่างประเทศ กลับมาเป็นใหญ่เป็นโตนะ ดังนั้น ทำงานตรงหรือไม่ตรงสายไม่เกี่ยวหรอก คำแนะนำสำเร็จรูปสำหรับทุกคนคือ ตั้งใจทำงานนะครับ

จริงมั้ยที่เด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน

เราว่ามันเป็นช่องว่างระหว่างเจเนอเรชันเหมือนกันนะ เราเห็นน้องๆ ยุคนี้ต้องการความเร็ว ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงใช้เวลาสั้นๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จไม่ได้ อยากได้รางวัลเร็วๆ เลยไม่ได้เหรอ ทำไมต้องสเกตช์งานเยอะๆ และขายไม่ผ่านอีกแล้ว ทำไมงานอันนี้ถึงไม่โอเคเสียที โดยที่ลืมคิดไปว่า มันต้องใช้เวลาหุงข้าวให้มันอร่อย

เราพูดไม่ได้เต็มปากว่า ตั้งใจทำงานเถอะครับ ตั้งใจเข้าไปแล้วน้องจะได้คานส์ แต่พูดได้ว่าน้องจงตั้งใจทำงานแล้วต่อไปทุกอยางมันจะดี ต่อให้ไม่ได้คานส์ น้องก็จะเป็นพนักงานออฟฟิศที่ดีมาก ที่ทุกคนอยากทำงานกับน้อง

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

การตั้งใจทำงานมีโทษมั้ย ยังไงบ้าง

ที่แน่ๆ คือ สุขภาพ มันเป็นราคาที่ต้องจ่าย และถ้าเราดูแลบาลานซ์ของงานและชีวิตไม่ดี มันก็จะทำร้ายคนอื่น ทำร้ายครอบครัว ไม่ค่อยได้เจอกัน เพื่อนฝูง หรือว่าเราอาจจะเผลอไปมองว่าคนนี้คนนั้นตั้งใจน้อยกว่าเรา

บาลานซ์ก็คือ ความรู้สึกที่รู้ว่าทำประมาณนี้พอแล้วนะ แล้วแบ่งตัวเราไปโฟกัสกับสิ่งอื่น

ยกตัวอย่าง เราเป็นคนมีกิจกรรมเยอะ ทำงาน ทำเพจกับเพื่อน ถ่ายรูป และวิ่ง ทุกอย่างเราตั้งใจหมด กับเรื่องวิ่งเราให้ความสำคัญเป็นลำดับหลังๆ หน่อย แต่เราทิ้งไม่ได้ เพราะวิ่งทำให้เราสามารถทำทุกอย่างที่ว่ามาได้ แต่เราให้น้ำหนักต่อสิ่งต่างๆ ไม่เท่ากัน เราจะไม่วิ่งจนทำให้เราไปทำงานไม่ไหว หรือซ้อมวิ่งเยอะจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เราชอบถ่ายรูป เพราะรู้ว่าเราถ่ายรูปแล้วดี แต่เราจะไม่ถ่ายรูปจนไม่มีเวลาไปวิ่งหรือทำงานออฟฟิศไม่รอด และเราจะไม่ทำงานออฟฟิศจนไม่มีเวลาวิ่งหรือไม่มีเวลาไปถ่ายรูป

เหมือนหรือแตกต่างกับ work-life balance ที่คนชอบพูดกัน?

เวลาที่คนพูดคำนี้ แล้วบอกว่าจะทำงานถึงแค่ 5 โมงเย็นเพราะ work-life balance บ้าเหรอ งานมันไม่เสร็จไง พอพูดว่าบาลานซ์มันแปลว่า แกมี 2 ฝั่ง และแกต้องทำทั้งสองฝั่งให้เท่ากัน คำมันทำร้ายอะ มันแปลว่าถ้าฉันทำงาน 6 ชั่วโมง ฉันต้องพัก 6 ชั่วโมง เราก็ไม่แน่ใจนะ แต่ว่ามันมีหลายอย่างที่อยากทำ มันไม่ได้มีแค่ตราชั่ง 2 ฝั่งที่เราต้องหาสมดุล

แล้วถ้าให้ชมรมคนรักงานนิยามความบาลานซ์นี้จะเป็นคำว่า…

เราคิดว่า พอดี เพราะพอดีแต่ละคนไม่เท่ากัน และเราเห็นว่าพอดีของเราคือเท่านี้ ทำงานออฟฟิศเยอะหน่อย วิ่งประมาณหนึ่ง และมีเวลาถ่ายรูปเรื่อยๆ พยายามไม่ให้มันหลุดจากโมเมนตัมนี้ ไม่ใช้เวลากับงานมากเกินไป แต่ถ้างานไหนต้องตั้งใจเยอะๆ ต้องการความละเอียด เราก็ต้องทำ ไม่หนีมัน เพื่อที่จะทำให้เรียบร้อยในทีเดียว และมีเวลาไปทำอย่างอื่น ถ้าทำไม่เรียบร้อยก็จะเสียเวลาหนักกว่าเดิม

คิดยังไงกับความสัมพันธ์ที่พังเพราะว่ารักงานมากกว่า

ไม่ควรปล่อยให้เป็นอย่างนั้นนะ เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นทุกข์จนทำงานไม่ได้อยู่ดี

ทุกปีที่เพจชมรมคนรักงานจะมีคอนเทนต์วาเลนไทน์ และคนก็จะอิน อินมากด้วย ซึ่งได้แก่ หนึ่ง เป็นมนุษย์ที่อยู่กับกองงาน เดตกับงานวันนั้น สอง ไม่มีใคร ไม่รู้จะไปไหน และสาม มนุษย์ที่อกหักมา เพื่อนสมัยเรียนมหา’ลัยของเราเคยบอกว่า “ทำงานให้หนักเพื่อลืมรักที่ทรมาน” เราเอาคำนี้มาใช้ในเพจทุกปีเลย

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

แล้วลืมได้จริงมั้ย

จริง เวลาที่ตั้งใจ เราก็จะโฟกัสแต่เรื่องนี้จนไม่มีเวลาไปสนใจว่าเขาไปกดไลก์รูปผู้หญิงคนนั้นอีกหรือเปล่า

อกหักจากความรัก กับ อกหักงานงาน อย่างไหนเจ็บกว่ากัน

คล้ายๆ กันนะ อกหักจากงานจะเป็นความรู้สึกเคว้งๆ เหมือนถือดอกไม้ไปให้ นัดกันไว้แล้วเธอก็ไม่มา เฮิร์ตแหละเพราะตั้งใจน่ะ เอาจริงๆ คนที่ทำอาชีพเราทุกคนตั้งใจ เพราะงานมันเห็นเป็นชิ้น แรงที่เราทุ่มเทลงไปมันออกมาเป็นสิ่งนี้ ผลออกมาดี ผู้คนแฮปปี้ เราก็แฮปปี้ แต่ขณะที่กำลังตั้งใจและตั้งใจกับมันอยู่จู่ๆ เธอก็ยกเลิก ลอยกลางอวกาศ แต่ว่าเศร้าได้ไม่นานหรอก เพราะมีงานอื่นรออยู่

จริงมั้ยที่งานไม่เคยทรยศเรา

จริงครับ ปัญหาเวลาทำงาน ตัวงานเองไม่เคยมีปัญหาเลย คนน่ะมีปัญหา งานไม่เคยทรยศแปลว่าอะไร แปลว่ามีโจทย์เลข 10 ข้อ ตั้งใจบวกเลข 10 ข้อ บวกถูก 10 มันก็ถูก 10 ข้อ ง่ายๆ แบบนี้เลย ไม่มีการทรยศ แต่การใช้คนไปบวกเลข 10 ข้อ บางทีอาจจะทำไม่เสร็จ ไม่ได้แปลว่าโจทย์มีปัญหา คนที่ทำงานต่างหากที่มีปัญหา

ทุกข์ของคนรักงานวันนี้คืออะไร

แต่ละวันเรามีเรื่องที่อยากทำเต็มไปหมดเลย แต่เวลาไม่เคยพอ ปัญหาคือมนุษย์มันต้องนอนไง ไม่นอนก็ทำไม่ไหว

รักงานขนาดนี้ เคยคิดภาพตัวเองตอนเกษียณงานมั้ย

คงเหงานะ นึกภาพตัวเองไม่ออกเลย สังเกตพ่อแม่เราที่บ้านสิ เวลาที่เขายังทำงานอยู่เขาดูมีชีวิตชีวาอยู่เลย พอหยุดทำงานปุ๊บแก่ทันที เขาไม่รู้ว่าวันนี้ลุกขึ้นมาแล้วจะทำอะไร

เห็นมั้ยว่าความว่างมันทำร้ายเรา

เราเชื่อว่าลุงๆ ป้าๆ วัยเกษียณเขามีอย่างหนึ่งที่พวกเราไม่มี เขาเห็นโลกมา และเขาสอนเราได้ เหมือนลุงๆ ป้าๆ ผู้สูงอายุ ที่มูลนิธิพระดาบส ซึ่งดีนะ เราเคยเห็นแคมเปญโฆษณาของต่างประเทศชื่อว่า ‘Speaking Exchange’ ที่จับผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรากับเด็กๆ อีกฝั่งหนึ่งของโลกที่อยากเรียนภาษามาเจอกันผ่านวิดีโอคอล ผู้สูงอายุก็ไม่เหงา เด็กๆ ก็ได้ความรู้ ต่อให้เป็นแคมเปญส่งประกวดที่อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง แต่อย่างน้อยๆ ก็สร้างแรงบันดาลใจแก่โลก ทำให้คนที่เห็นงานนี้รับรู้ว่าสิ่งนี้ทำได้ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้

แอบใช้เวลางานมาทำเพจบ้างหรือเปล่า

ไม่ครับ โชคดีที่เรามีแอดมินหลายคน เวลาที่โพสต์จะเป็นเวลาว่างที่ไม่เท่ากันของแต่ละคนพอดี

ชมรมคนรักงานมีจุดเริ่มต้นมาจากเสียงบ่นระดับมืดหม่นเกี่ยวกับงานของคนทั่วไป งานมันยาก มันมีปัญหาและปัจจัยเยอะแยะ แล้วทุกคนก็บ่น ได้ระบาย และงานก็ไม่เสร็จ วนอยู่แบบนี้ และการนั่งฟังคนบ่นแบบนี้ก็ทำให้ท้อตามไปด้วย เราเชื่อว่ามันจะมีคนแบบเรา คนที่รู้สึกว่า พอแล้ว อย่าบ่นต่อไปเลยนะ ทำงานกันเถอะ พวกเราคิดแค่นี้เลย ก็เกิดเป็นเพจขึ้นมา

ซึ่งจะเห็นว่าเป็นเพจที่ฟรีฟอร์มมาก ถ้าสังเกตจะเห็นว่ามีคอนเทนต์ประมาณ 3 – 4 รูปแบบ รูปวาด ข้อความ และโปสเตอร์หนัง ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดก็แล้วแต่ว่าแอดมินคนไหนว่าง ไม่มีการนัดแนะ ทุกคนรู้ใจความหลักของเพจเหมือนกันนั่นคือ ‘รักงาน’ เท่านี้เลย จะทำอะไรก็ได้ แต่จะมีเสียงเดียวเหมือนมาจากแอดมินคนเดียว

คิดว่าอะไรทำให้คนรักงานเข้ามารวมตัวในชมรมคนรักงานมากมายขนาดนี้

คอนเทนต์คนบ้า (งาน) ด้วยแหละ

ลูกเพจ 80,000 คนแรกมาด้วยวิธีการออร์แกนิกทั้งหมดเลยนะ พอเราทำงานในวงการนี้เราจะรู้ว่าเฟซบุ๊กมันแกล้งเรา มันอั้นเราไว้ สมัยก่อนโพสต์ 100 ครั้ง เห็น 10 ครั้ง ปัจจุบันแทบไม่เห็นแล้วนะ ต้องจ่ายเงิน ขนาดกด see first ก็ไม่เห็นนะ ยุคแรกเราเอาชนะด้วยการทำเนื้อหาให้เยอะเข้าสู้ 100 โพสต์แล้วไม่เห็นใช่ไหม ได้!! เราทำ 200 โพสต์ โพสต์มันทุก 10 นาที และใช้วิธีทำเนื้อหาตามเทศกาล เช่น คลื่นเคานต์ดาวน์ ได้! มาทำเนื้อหาเคานต์ดาวน์ไปออฟฟิศกัน คนเห็นก็จะกรีดร้องเพราะมันอินไซด์ ทุกคนกรีดร้องเพราะไม่อยากกลับไปออฟฟิศที่มีงานรออยู่

คิดว่าทุกคนที่เข้ามารักงานจริงๆ หรือเป็นการประชดประชัน

เราเชื่อว่า ส่วนหนึ่งก็รักงานแหละ แต่แค่ยืมมือเราประชดหัวหน้า

อย่างน้อยๆ ชมรมคนรักงานไม่ได้เป็นเพจที่ชวนเขาบ่น แต่เพราะเราเป็นคนรักงานไง และทุกคนควรจะรู้ไว้ซะว่าเรารักงาน เรายังต้องทำงานอยู่ เป็นคนดีทันที ไม่ใช่การบ่นแล้วว่าทำงานหนักจังเลยเป็นทุกข์มาก ไม่มีประโยชน์จะมืดหม่น เพราะเราตั้งใจไง เราจึงยังทำงานอยู่ ต่อให้เป็นงานที่ยังไม่เสร็จ แต่ก็ยังนั่งทำงานอยู่ เพราะว่าฉันจะทำมันให้เสร็จ จะมากจะน้อยเราได้ตั้งใจแล้ว

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

ใจเย็นๆ ค่ะ โอเค เชื่อแล้วว่าเป็นคนรักทำงาน

มันก็จะมีคนจริงจังเข้ามาในเพจบ้าง บอกว่าทำงานเยอะๆ แบบนี้เดี๋ยวก็ตายหรอก เราก็จะเข้าไปตอบคอมเมนต์ทุกครั้งว่า ตายไม่ได้นะ ถ้าคุณตาย คุณจะไม่ได้ทำงาน คุณต้องทำงานแบบที่ไม่ทำให้ตัวเองตาย คุณต้องแข็งแรง ดูแลตัวเอง

หรือส่วนใหญ่จะข้อความเข้ามาว่า ‘สามทุ่มวันเสาร์ เรายังอยู่ออฟฟิศอยู่เลย มีใครอยู่บ้างไหม’ เราก็จะตอบไปว่า ‘เรายังอยู่ๆ นายไม่ต้องห่วง พวกเราอีก 1 แสนคนยังทำงานอยู่กับนาย’  ซึ่งก็คงทำให้เขารู้สึกดี

นอกจากในเพจแล้ว ชมรมคนรักงานมีการต่อยอดคอนเทนต์ยังไงบ้าง

นอกจากสติกเกอร์ไลน์ก็ไม่มีอะไรแล้ว เคยคิดว่าจะมีสติกเกอร์ก็ทำออกมา เสร็จแล้วเราก็แยกย้ายกันไปทำงานต่อ เรื่องโฆษณา มีเข้ามาบ้างแต่มันจะยากนิดหนึ่ง เช่น โฆษณาโรงแรมรีสอร์ต เราจะรีสอร์ตยังไงนะเราเป็นคนรักงาน

มีอะไรอยากจะบอกคนรักงานที่นั่งอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่ระหว่างพักผ่อนจากการทำงานบ้าง

มีหนึ่งสิ่งที่จะฝากถึงทุกคน โลกจะสงบสุข ถ้าทุกคนตั้งใจทำงานของตัวเองเต็มที่ จริงๆ นะ หมอตั้งใจทำงาน คนไข้รอด ครูตั้งใจสอน เด็กก็เก่ง พนักงานบริษัทตั้งใจทำงาน องค์กรก็เติบโต ตำรวจ ทหาร นักกฎหมาย ข้าราชการ นักการเมือง ตั้งใจทำงาน โลกมันไปไหนแล้วไม่รู้

โลกมันเป็นแบบนี้แหละ เราทำอะไรไม่ได้ เราบอกใครไม่ได้นอกจากตัวเอง

ออกไปหาคนที่เชื่อเหมือนกับเรา เลือกทำงานเหมือนคนที่ตั้งใจเหมือนกับเรา อย่างน้อยก็พาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง

FACEBOOK | ชมรมคนรักงาน

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load