เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก ย่าลิน-มาลินดา เฮอร์แมน ในฐานะคุณย่าสายฮิปสเตอร์ หรือเน็ตไอดอลหญิงวัย 71 ปีที่ร้องเพลง เล่นกีตาร์ กับ ‘จิ๋วแจ่ม’ หมาน้อยคู่ใจ บนโลกโซเชียล เรียกรอยยิ้มและส่งความสุขให้กับคนนับล้าน

หญิงชรา กะ หมาน้อย : YouTuber วัย 71 ที่สนุกกับเสียงเพลงและสร้างรอยยิ้มให้ลูกหลาน

ในวันนี้ย่าลินสร้างพื้นที่เล็กๆ บอกเล่าเรื่องราวของเธอ สัตว์เลี้ยง และเสียงเพลง ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หญิงชรา กะ หมาน้อย ที่มีลูกหลานติดตามกว่า 4 แสนคน พ่วงแชนแนลยูทูบที่มีผู้ติดตาม 1.45 ล้านคนทั่วโลก ยังไม่นับรวม Instagram, TikTok และ Clubhouse คุณย่ากระซิบว่า เธอตบเท้าเข้าสังคมออนไลน์มาตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว

เราเลยชวน มาลินดา เฮอร์แมน มาพูดคุยในฐานะย่า-หลาน ถามไถ่ความเป็นมาและความเป็นไปบนเส้นทางสายดนตรีที่มีกีตาร์และเพื่อนสัตว์สี่ขาคอยข้างกาย ที่สำคัญ เธอยังสร้างคุณค่าให้ตนเองและสังคม แม้กาลเวลาจะพรากอายุเข้าสู่ช่วงโรยรา แถมหัวใจของเธอยังพองโตเมื่อรู้ว่าตนเอง ‘ยืนหยัดได้โดยไม่สร้างภาระให้ลูกหลาน’

เปิดลำโพงดังๆ แล้วมาฟังบทเพลงชีวิตของมาลินดาที่ใช้โซเชียลมีเดียสร้างสุขในบั้นปลาย

ดนตรีบำบัด

เด็กหญิงมาลินดาเติบโตมากับเสียงเพลง เธอฟังเพลงตามคุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่เล็กๆ ส่วนใหญ่เป็นแนวเพลงยุค 60 และ 70 ซึ่งวัยเด็กของเธอก็ไม่มีโอกาสไปร้องเพลงจริงจังที่ไหน ด้วยเหตุผลว่า คุณแม่สั่งห้ามเอาไว้ 

จนเธออายุราว 30 ปี นับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับมาทุ่มเทกับเสียงเพลงอีกครั้ง เพราะประสบอุบัติเหตุรถคว่ำระหว่างเดินทางกลับจากพัทยา ทำให้ใบหน้าด้านซ้ายสูญเสียความรู้สึก แต่ในโชคร้ายยังมีโชคดีซ่อนอยู่

เมื่อลูกชายนึกขึ้นมาได้ว่า เสียงเพลงเคยเป็นชีวิตของแม่ เขาจึงใช้มันบำบัดร่างกายและจิตใจ

“ตอนสองปีแรกไม่ให้ใครเห็นหน้าเลย เพราะคนเห็นหน้าเราทีไร เราน้ำตาไหลทุกที แต่ทุกวันนี้หน้าดีขึ้นมาก เพราะคุณย่าร้องเพลง ร้องทุกวัน คุณหมอเคยบอกว่า ตื่นเช้ามา ส่องกระจก แล้วก็พูด เอ-อี-ไอ-โอ-ยู เพื่อเป็นการบริหารกล้ามเนื้อ คุณย่าก็คิดว่าจะ เอ-อี-ไอ-โอ-ยู ทำไม เราร้องเพลงได้ มันได้มากกว่า เอ-อี-ไอ-โอ-ยู อีกนะ”

หญิงชรา กะ หมาน้อย : YouTuber วัย 71 ที่สนุกกับเสียงเพลงและสร้างรอยยิ้มให้ลูกหลาน
หญิงชรา กะ หมาน้อย : YouTuber วัย 71 ที่สนุกกับเสียงเพลงและสร้างรอยยิ้มให้ลูกหลาน

จากเดิมที่ย่าลินร้องเพลงโดยมีน้องชายกับลูกชาย (คีตะรัฐ บุณยรัตพันธุ์) ช่วยเล่นกีตาร์ให้ ก็ต้องกลับมาฝึกเล่นกีตาร์ด้วยตัวเอง (คุณย่าเคยจับกีตาร์มาตั้งแต่เด็ก) เพราะน้องชายเสียชีวิตและลูกชายมีภาระงานมากขึ้น

 “พอดีลูกชายซื้อกีตาร์ให้คุณย่า เราก็ โอ้ย เล่นไม่ได้หรอก เจ็บมือ แต่พอร้องเพลงแล้วไม่มีจังหวะ เราก็ร้องไม่ได้ มันไม่สนุก ก็เลยต้องเล่น แต่สาเหตุที่เล่น เพราะกีตาร์ที่ลูกชายซื้อราคาค่อนข้างสูง เรากลัวเขาจะตำหนิ ว่าซื้อของดีมาให้แล้วไม่เล่น พอเล่นแล้ว ลูกชายก็ให้คุณแม่เล่นเฟซบุ๊กด้วย จะได้ไม่เหงา เล่นมาเป็นสิบปีแล้วค่ะ”

เสียงดนตรีและบทเพลงขับกล่อมให้ย่าลินกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แถมท่องโลกโซเชียลจนได้เพื่อนใหม่ต่างวัยมากมายในวันที่อายุย่างเข้าเลข 6 และ ‘เสียงเพลง’ ก็ทำให้ย่าลินเป็นเน็ตไอดอลหญิงเพียงชั่วข้ามคืน

หญิงชรา กะ หมาน้อย : YouTuber วัย 71 ที่สนุกกับเสียงเพลงและสร้างรอยยิ้มให้ลูกหลาน

หญิงชรา กะ หมาน้อย

“คุณย่าฝึกเล่นโซเชียลอยู่สองวัน ตอนนั้นลูกชาย ลูกสาว เขาซื้อโทรศัพท์มาให้ คุณย่าก็แค่รับสายอย่างเดียว ตอนหลังเขาซื้อเครื่องใหม่มาอีก แล้วสมัครเฟซบุ๊กให้ บอกให้เราเล่นจะได้ไม่เหงา เขาเข้ามาเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเราก่อน จากยี่สิบคนเป็นร้อยคน จากร้อยคนเป็นพันคน ตอนนี้เอฟซีเรามากกว่าของเขาอีก แล้วเมื่อห้าปีแล้ว คุณย่าลงคลิปร้องเพลง Why Do I Love You So ในเฟซบุ๊ก คนก็แชร์กันทั่วโลก แค่วันเดียวนะ มีคนดูตั้งสี่ล้านกว่าวิว”

เมื่อถามย่าลินถึงเหตุผลในการสร้างเพจ ‘หญิงชรา กะ หมาน้อย’ เธอชี้นิ้วไปที่ตัวจิ๋วด้านข้าง, จิ๋วแจ่ม คือเพื่อนสี่ขาที่คลอเคลียและอยู่เคียงข้างหญิงวัย 71 เวลาจิ๋วแจ่มได้ยินเสียงเพลงของคุณย่า จะนิ่งเหมือนโดนมนตร์สะกด และหมาน้อยแสนก็จะนั่งฟังย่าลินดีดกีตาร์ทุกวัน อาจเรียกว่าโชคชะตานำพาทั้งสองมาเจอกันก็ว่าได้

จิ๋วแจ่มมาเจอกับย่าลินโดยบังเอิญ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่คุณย่ากำลังเสียใจหลังสูญเสีย ‘ช็อกโก’ น้องหมาตัวโปรด พอดีกันกับร้านทำผมละแวกบ้านเสนอลูกหมาตัวใหม่ให้มาอยู่เป็นเพื่อน เพราะเจ้าของร้านเลี้ยงไว้หลายตัว

“คุณย่าก็ไปเลือกดู ทีนี้จิ๋วแจ่มเขาโดดเด่นที่สุด เขาจะตามเราอยู่เรื่อย เราก็เลยเอามาเลี้ยงตั้งแต่อายุสองขวบ แล้วเขาชอบฟังเพลงด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราจับกีตาร์ เขาจะมาเกาะตรงกีตาร์ มาป้วนเปี้ยนๆ อยู่ตรงตัก”

กาลเวลาผ่านไป จิ๋วแจ่มได้รับความสนใจจากลูกๆ หลานๆ มีแฟนคลับไม่แพ้ย่าลิน กลายเป็นสัตว์เลี้ยงสี่ขาผู้โด่งดังบนโลกโซเชียล จนถึงขนาดเป็นที่มาของเพจ ‘หญิงชรา กะ หมาน้อย’ และคุณย่าก็แต่งเพลงประจำตัวให้ด้วย

ระหว่างบทสนทนา หมาน้อยนั่งฟังอย่างสงบบนตักของหญิงชรา สักพักเธอหยิบกีตาร์ออกมา นิ้วมือเริ่มเคลียคลอบริเวณสายสีเงินขึงตรึง ริมฝีปากหญิงชราขยับเป็นจังหวะ เธอเอ่ยประโยคแรกเป็นชื่อเดียวกับเพจเฟซบุ๊ก

“เพลงประจำเพจ หญิงชรา กะ หมาน้อย คุณย่าก็พูดถึงบทบาทของเขานะคะ เอ๊ะ คุณแกล้งชอบเพื่อเอาใจเราหรือคุณชอบจริง เพลงนี้ลูกชายเรียบเรียงให้ค่ะ เขาเป็นนักทำเพลงอยู่แล้ว คุณย่าเลยโชคดีกว่าคนอื่นหน่อย”

เพจหญิงชรา กะ หมาน้อย ที่มีผู้ติดตามมากถึง 2.7 แสนคน จึงกลายเป็นพื้นที่สร้างความสุขจากเสียงเพลง โดยมีคุณย่าสายฮิปสเตอร์และจิ๋วแจ่ม คอยแบ่งปันและกระจายความอิ่มเอมให้ลูกหลานเพื่อนพ้องที่เข้ามาติดตาม

  แถมยังสะท้อนความผูกพันของมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงแค่จิ๋วแจ่ม ย่าลินยังมีเพื่อนสี่ขาที่คอยสร้างพลังใจอีก 4 ตัว ได้แก่ ตาตี่ พริกไทย (อายุ 16 ปีเต็ม) พี่โยเกิร์ต (อายุย่าง 17 ปี) และ บาร์เบีย (แมว)

สนทนากับ ‘มาลินดา เฮอร์แมน’ วิดีโอครีเอเตอร์วัย 71 ที่ร้องเพลง-เล่นดนตรีกับหมาน้อย น่ารักจนคุณใจบางและเผลอยิ้มตามไม่รู้ตัว

ทำด้วยรัก

“คนเราไม่ได้มีความสุขอย่างเดียวนะลูก ความทุกข์มันอยู่คู่กับความสุขอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เราจะทำปริมาณน้ำหนักข้างไหนให้มันหนักกว่ากันแค่นั้นเอง” คุณย่าเปรียบ

เมื่อย่าลินให้น้ำหนักความสุขมากกว่า จึงทุ่มเทร้องเพลง เล่นกีตาร์ในทุกๆ วัน โดยมีจิ๋วแจ่มและพวกพ้องสี่ขาคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ปัจจุบัน สภาพร่างกายและจิตใจของคุณย่าเริ่มดีขึ้นตามลำดับ แม้ตอนต้นเธอจะสร้างความสุขให้กับตัวเอง แต่ตอนนี้ความสุขนั้นกระจายสู่คนรอบตัว รวมทั้งโลกออนไลน์ที่มีคนเข้าถึงมากกว่าล้านคน

ทุกวันนี้คุณย่าดูแลโซเชียลมีเดียทั้งหมดด้วยตัวเอง ทั้ง Facecook, Instagram, YouTube และ TikTok ใช้เวลาต่อวันกว่า 6 ชั่วโมงในการเล่นกีตาร์ ร้องเพลง และอัดคลิป รวมถึงไลฟ์สดยามค่ำคืนใน TikTok ด้วย

สนทนากับ ‘มาลินดา เฮอร์แมน’ วิดีโอครีเอเตอร์วัย 71 ที่ร้องเพลง-เล่นดนตรีกับหมาน้อย น่ารักจนคุณใจบางและเผลอยิ้มตามไม่รู้ตัว

“คุณย่าไลฟ์ทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมงตอนสี่ทุ่มทุกคืน เราบอกลูกๆ หลาน ๆ ว่า เราเป็นเหมือนตู้เพลงข้างเตียง คนขออะไรมามักจะได้หมด อย่างเขาขอเพลงมา ก็จะบอกว่า ขอเวลาทำการบ้านหน่อยนะ ถ้าทำเสร็จ ก็โชว์ให้เขาดู เนี่ยใส่คอร์ดแล้วนะเห็นมั้ย คุณย่าจะจดเองบนกระดาษทั้งหมด จดแล้วจำได้ ถ้าเปิดในไอแพดไม่มีทางจำได้หรอก

“เมื่อคืนนี้คุณย่านั่งจดเพลงไปสองเพลง พร้อมทำคอร์ดและซ้อมไปด้วย กว่าจะเสร็จก็ตีห้า ถ้าเพลงยากคุณย่าต้องหาคอร์ด ตัดคอร์ด เติมคอร์ด เราทำของเราคนเดียว บางทีจดเนื้อเสร็จ อ้าว คอร์ดตัวนี้ในกูเกิลเขาใส่มาผิด เมโลดี้ไม่ตามมาด้วย คุณย่าต้องมาแก้เอง แต่การทำงานแบบนี้ก็เพลินนะลูก เพลงอะไรก็ทำได้หมดเลย”

สนทนากับ ‘มาลินดา เฮอร์แมน’ วิดีโอครีเอเตอร์วัย 71 ที่ร้องเพลง-เล่นดนตรีกับหมาน้อย น่ารักจนคุณใจบางและเผลอยิ้มตามไม่รู้ตัว

เพราะเริ่มต้นจากการแบ่งปันความสุขให้ลูกหลาน ย่าลินจึงทำทุกอย่างด้วยความรัก และวิดีโอครีเอเตอร์วัย 71 คนนี้ก็ไม่เคยยึดติดกับตัวเลขคนกดไลก์ ยอดวิวที่เข้ามารับชม และไม่มองโลกออนไลน์เป็นการแข่งขัน

“ถ้าคุณย่าคิดว่าเป็นการแข่งขัน คงไม่กล้าเล่นโซเชียล เพราะคงแพ้เขาตั้งแต่แรก คุณย่าคิดอย่างเดียวว่านี่คือความสุขของฉัน ฉันแก่ขนาดนี้ยังจดคอร์ดได้ เล่นกีตาร์ได้ ส่วนการทำคอนเทนต์ คุณย่าก็ไม่ได้ทำออกมาเพื่อให้ได้ยอดวิวเยอะหรือให้เพื่อนมาชื่นชม แต่คุณย่าเล่นมันมาตั้งสิบเอ็ดปี จนตอนนี้กลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว”

ความสุขของหญิงชรากับหมาน้อย

“ฉันคือผู้หญิงแก่คนหนึ่งที่พกแต่ความสุขไว้รอบตัว” 

นี่คือประโยคที่ มาลินดา เฮอร์แมน เจ้าของเพจหญิงชรา กะ หมาน้อย นิยามตัวเธอในวัย 71 

ในวันนี้ ย่าลินบอกเราว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเธอคุ้มค่าที่สุดแล้ว ส่วนชีวิตที่เหลืออยู่คือกำไร มาลินดาในวัยที่หลักไมล์ชีวิตดำเนินเข้าสู่เลข 7 เธอยังสดใส มีความสุข มีรายได้หล่อเลี้ยงตัวเอง และเผื่อแผ่ถึงสัตว์เลี้ยงอีกหลายตัว

“คุณย่าอายุขนาดนี้ สิ่งที่คุณย่าภูมิใจในตัวเองที่สุด คือการไม่เอาตัวเองไปสร้างภาระให้ใคร” คุณย่าพูดพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น “คุณย่ายังแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา และทำทุกอย่างด้วยความสุข แค่ทำกับข้าวก็มีความสุข ทำแล้วลูกบอกว่าอร่อยก็มีความสุข คุณย่าฝากถึงลูกหลานนะคะ อยากให้ช่วยดูแลคนสูงวัย เราจะโทษที่เขาปลดเกษียณไม่ได้

“บางทีลูกหลานก็ต้องคิดเหมือนกันว่า ป้อนสภาพแวดล้อมแบบไหนให้เขา ที่สำคัญ อย่าปล่อยให้เขาว่าง ความว่างเป็นอันตรายกับคนสูงวัย ให้เขาได้ออกกำลังกาย ได้รดน้ำต้นไม้ หรือซื้อรองเท้าผ้าใบใหม่ๆ ให้สักคู่ ผูกเชือกให้แกหน่อย ชวนแกเดิน แค่นี้สูงวัยก็มีความสุขแล้ว และคุณย่าต้องใช้คำว่า ‘ตักตวง’ นะคะ ยิ่งวัยนี้ด้วย ต้องรีบตักตวงความสุขให้มากที่สุด ตอนที่คุณย่าจากโลกนี้ไปแล้ว จะได้นอนยิ้มไปเลย” ย่าลินพูดพร้อมสบตาจิ๋วแจ่มในอ้อมอก

อย่างค่ำคืนนี้ ย่าลินก็แบ่งปันความสุขและสร้างคุณค่าให้ตัวเอง ด้วยการจัดรายการ สถานีเพลงฝรั่ง by ย่าลินสายฝอ ในแอปพลิเคชัน TikTok (ทุกวัน เวลา 22.00 น.) ถ้าคุณกำลังสุข เศร้า เหงา รัก หรือต้องการกำลังใจ ‘หญิงชรา กะ หมาน้อย’ พร้อมทำหน้าที่เคียงข้าง จนกว่าคุณจะได้รับความอิ่มเอมและมีพลังกาย พลังใจ เกินร้อย

สนทนากับ ‘มาลินดา เฮอร์แมน’ วิดีโอครีเอเตอร์วัย 71 ที่ร้องเพลง-เล่นดนตรีกับหมาน้อย น่ารักจนคุณใจบางและเผลอยิ้มตามไม่รู้ตัว

ภาพ : หญิงชรา กะ หมาน้อย

ช่องทางการติดตาม หญิงชรา กะ หมาน้อย

Facebook : หญิงชรา กะ หมาน้อย

YouTube : Malinda Herman Official

TikTok : malinda_herman

Writer

ศิรประภา แลนแคสเตอร์

นักเขียนฝึกหัดที่กำลังเรียนรู้โลกผ่านตัวอักษร เรื่องเล่า และการเดินทาง

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ติดตามเพจสะใภ้ต่างชาติมาก็ตั้งเยอะ ดูคอนเทนต์คนไทยในต่างแดนมาก็ตั้งมาก 

แต่ยังไม่เคยเจอใครที่เป็นเหมือน บรีม-ศิริพร มัจฉิม เจ้าของเพจ ‘สะใภ้ไชน่า’ สักที

ไม่จำเป็นต้องขายชีวิตสวยหรูหรือความสำเร็จอันยากจะเอื้อมถึง เธอกลับเลือกขายเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ผสมผสานความฮาแบบไร้สคริปต์ (ที่เจ้าตัวขอแย้งว่า ตัวเองเป็นคนจริงจังในชีวิต) พร้อมสอดแทรกสาระความรู้ที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับประเทศจีนมาก่อน ตั้งแต่เรื่องสังคม วัฒนธรรม ยันการเมืองในแบบฉบับย่อยง่าย

ฤกษ์ดี เรามีโอกาสได้พูดคุยกับบรีม จึงอยากอาสาพาเพื่อนนักอ่านไปส่องว่าซ้อจากแดนมังกรคนนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมา จนมีผู้ติดตามมากถึง 9 แสนกว่าคนใน TikTok 

นี่ยังไม่นับรวมแพลตฟอร์มอื่น ๆ

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

จับพลัดจับผลูเรียนจีน

ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน บรีมเป็นเพียงเด็กสาวชาวเหนือจากจังหวัดพิจิตรคนหนึ่ง เติบโตมาอย่างเรียบง่ายท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของพ่อ แม่ และน้องอีก 2 คน

เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม เธอนิยามตัวเองว่าเป็นเด็กหน้าห้อง งานแข่งขันเชิงวิชาการน้อยใหญ่จึงเป็นเหมือนของคู่กันกับตัวเธอในตอนนั้น

“เรารู้สึกว่าการเรียนคือการแข่งขันตลอดเวลา การเรียนก็เหมือนกับการเล่นเกม พอเราได้ที่หนึ่งตลอด พ่อแม่มีความสุข เราก็สนุกและมีความสุขด้วยเหมือนกัน”

ด้วยความที่บรีมเป็นเด็กเรียนดี เธอจึงได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนห้อง SMAT (ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม) ต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 

“ตอนนั้นโรงเรียนบังคับให้เลือกเรียนภาษาที่ 3 มีภาษาจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เพื่อนเราไปลงเรียนญี่ปุ่นกันหมด แล้วฝรั่งเศสคนก็ลงเต็มหมดเหมือนกัน เราเลยเรียนภาษาจีนก็ได้

“จำได้เลยว่าทั้งห้องเรามีอยู่ 3 คนที่ลงเรียนจีน คือเป็นภาษาที่ไม่ค่อยมีคนเลือก เพราะสมัยนั้นไม่ค่อยมีใครรู้อะไรเกี่ยวกับประเทศจีนหรือภาษาจีนเลย”

ทว่าเมื่อลองเรียนจริง เธอกลับพบความงดงามอย่างคาดไม่ถึง ด้วยตัวอักษรจีนเป็นตัวอักษรภาพ กอปรกับเธอชื่นชอบการวาดรูปอยู่เป็นทุนเดิม ทำให้ภาษาและวัฒนธรรมจีนแทรกซึมเข้าไปอยู่ในใจเธอได้ไม่ยากนัก

อย่างน้อย แดนมังกรก็ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลเกินตัวบรีมอีกต่อไป

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

จากร้ายกลายเป็นรัก

ก่อนชีวิตของบรีมจะพลิกผันในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการศึกษาต่อในชั้นอุดมศึกษา

“พ่อกับแม่เราแยกทางกัน หลังจากนั้นแม่ก็ว่างงาน จากที่เราเคยมีทุกอย่าง มีแม่บ้าน มีพี่เลี้ยง กลายเป็นว่าเราไม่มีอะไรเลย 

“จากที่ตั้งใจว่าจะเรียนเภสัช เรียนแพทย์ เราเลยไปเข้าร่วมโครงการขอทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แทน แล้วเลือกคณะรัฐศาสตร์ เอกการเมืองและการปกครอง เพราะตอนนั้นอินเรื่องการเมืองช่วงรัฐประหาร พ.ศ. 2549 ด้วย เป็นช่วงที่ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ๆ”

ใครจะรู้ว่าการตัดสินใจเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ในครั้งนั้น ทำให้เธอได้พบกับหนุ่มชาวจีนที่มาเรียนภาษาไทยอยู่ที่เดียวกัน ก่อนความสัมพันธ์แบบคนรู้จักจะพัฒนาเป็นคนรัก

“มีหลายเหตุการณ์ให้เราได้เจอกันบ่อย ๆ เรารับบทเป็นล่ามให้เขา อย่างเวลาเขาจะไปเที่ยวก็มาชวนว่า ไปด้วยกันไหม เราก็ติดสอยห้อยตามไปเที่ยวกับเพื่อนด้วย”

เมื่อความรักสุขงอม จึงได้เวลาของการแต่งงานและลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองจีน

ณ ดินแดนมังกรแห่งนี้เอง ที่เพจสะใภ้ไชน่าถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

สะใภ้ไชน่า

“ตอนนั้นเรามาบ้านสามีครั้งแรก แล้วอยู่ยาวเดือนหนึ่งโดยที่ไม่ได้ทำงาน เลยคิดว่าจะต้องเหงามากแน่ ๆ เพราะปกติเป็นคนพูดเก่ง เพื่อนก็เยอะ”

ซ้อจีนหน้าใหม่จึงเริ่มเปิดเพจ Facebook สะใภ้ไชน่าตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2560 – 2561 เป็นต้นมา

แล้วชื่อสะใภ้ไชน่าได้มายังไง – เราโยนคำถาม

“เราไลฟ์คุยกับลูกเพจแล้วช่วยกันตั้ง ตอนนั้นยังไม่มีสะใภ้อะไรเลย ไม่มีสะใภ้จีน สะใภ้เกาหลี เราเลยตั้งเป็นชื่อสะใภ้ แล้วต่อด้วยไชน่า ให้มันคล้องจองกันด้วย” 

คอนเทนต์ในช่วงแรกเริ่มของเพจเน้นไปที่การนำเสนอไลฟ์สไตล์ ให้ลูกเพจได้เห็นมุมมองการใช้ชีวิตของเธอในฐานะคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดน

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

สำหรับบรีมแล้ว ‘เพจ’ จึงเป็นเหมือน ‘บันทึกความทรงจำและเรื่องราวในชีวิตประจำวัน’ 

ถึงแม้ในตอนนั้นยอดผู้ติดตามจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 600 คน แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะถือคติว่า ถ้าทำอะไรแล้วเธอจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด

ก่อนที่ระยะหลังเธอเริ่มหันความสนใจมาที่การแชร์ รวมถึงนำข่าวคราวความเคลื่อนไหวในจีน ทั้งเรื่องสังคมและการเมือง มาแปลให้แฟน ๆ ได้ติดตามกัน

จนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเพจสะใภ้ไชน่ากลายเป็นสนามถกเถียงอันดุเดือดระหว่างลูกเพจด้วยกันเอง แทนที่จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างสร้างสรรค์อย่างที่เธอตั้งใจไว้

“เรื่องมันเกิดจากที่เราไปแปลข่าวซึ่งเป็นประเด็นร้อนแรงในจีน คือ ตอนนั้นจีนบริจาคหน้ากากอนามัยให้ไทย ช่วงที่เราขาดแคลนหน้ากาก แต่ในขณะเดียวกันไทยก็มีข่าวว่าส่งออกหน้ากากอนามัยให้อเมริกา 

“ทีนี้เลยเกิดความเข้าใจผิดขึ้น เพราะดันเป็นช่วงไทม์ไลน์ที่ต่อเนื่องกันพอดี เราก็แปลคอนเมนต์ชาวเน็ตจีนว่าเขาคิดยังไง มีคนมาคอมเมนต์ว่า อย่างนี้ไม่น่าช่วยแล้ว ครั้งหน้าฉันจะไม่ไปประเทศไทยแล้ว”

ซึ่งเจตนาที่แท้จริงของบรีม คือการเป็นสื่อกลางส่งต่อข่าวที่เป็นประโยชน์กับคนอื่นให้เข้าใจเกี่ยวกับประเทศจีนมากขึ้นเท่านั้นเอง

ทว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอตัดสินใจห่างหายจากการทำเพจไประยะหนึ่ง เพราะรู้สึกเหมือนตนส่งต่อพลังงานลบให้แก่ลูกเพจโดยไม่ได้ตั้งใจ

Nihao Naohi

1 ปีให้หลัง บรีมตัดสินใจกลับมาเดินหน้าทำเพจอีกครั้ง และขยับขยายพื้นที่คอนเทนต์ไปยัง YouTube เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเป็นช่องทางในการทำรายได้เสริม แต่ยังคงความเป็นบันทึกเรื่องราวชีวิตของเธอในประเทศจีนไว้ดังเดิม

ก่อนจะเปลี่ยนมาอัปเดตคอนเทนต์ถี่ขึ้นใน TikTok อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้แทน 

“พอเรามีลูก สมาธิมันสั้น โฟกัสอะไรนาน ๆ ไม่ได้ ตอนคลอดลูกก็หายไปอีก 2 – 3 เดือน เราเป็นซึมเศร้าหลังคลอดด้วย ทีนี้เลยลองมาเล่น TikTok แล้วลงคลิปไป 15 วินาที 1 นาทีบ้าง”

ด้วยข้อจำกัดของเวลาว่างที่ลดน้อยลง จากการที่เธอสวมหมวกเจ้าของธุรกิจบราปีกนกอีกใบหนึ่ง การตัดสินใจในครั้งนี้นับว่าถูกทีเดียว

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน
‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

การกลับมาครั้งนี้ของบรีม ยังมาพร้อมกับคอนเทนต์ย่อยง่ายแนวไลฟ์สไตล์คล้ายกับตอนเธอเริ่มทำเพจในช่วงแรก เพราะเธอตระหนักได้ถึงเรื่อง Hate Speech และคิดว่าอยากทำคอนเทนต์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

“เราอยากแชร์เรื่องราวในแบบเบาสมอง ให้คนเข้าใจวัฒนธรรม เข้าใจคนจีน โดยที่เราไม่ได้อ้างทฤษฎีเหมือนตอนทำเรื่องการเมือง เพราะพอเรารู้ มันมีคนรู้ลึกกว่านั้นอีก รีเสิร์ชหนักมาก แล้วเราก็ปวดหัวกับสิ่งพวกนี้ เลยไม่อยากเจาะลึกอะไรแล้ว 

“เพราะบางคนเขาเลิกงานมา เขาไม่ได้อยากรู้อะไรลึก ๆ เขาแค่ต้องการความสบายใจ ต้องการอะไรที่มันสนุกสนานบ้าง”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

เราอดสงสัยไม่ได้ว่า คอนเทนต์ไหนกันที่ทำให้คนหันมาสนใจสะใภ้ไชน่ามากขึ้น

“คลิปแรกที่ถ่ายแฟนเรา ตอนนั้นเขาเดินไปซื้อขนมปังให้ เราก็เลยถ่ายนางเดิน แล้วเป็นช่วงเพลง I JUST WANNA PEN FAN YOU DAI BOR ? กำลังแมส เราก็ใส่เพลงนั้นไป พร้อมกับข้อความว่า ‘ข้อดีของการมีแฟนคนจีนมีอะไรบ้าง’ ก็ไล่เป็นข้อ ๆ หนึ่ง มีความรับผิดชอบสูง สอง มีความเป็นผู้นำ สาม ขยันทำงาน วางแผนการเงินดี สี่ สายเปย์ ห้า ผิวดีมาก 

“คนก็เออใช่ จริงด้วย อยากมีแฟนเป็นคนจีน” บรีมหัวเราะ

“แล้วมีคนถามว่ามีข้อเสียไหม เราก็ทำอีกคลิปหนึ่งเป็นข้อเสียของการมีแฟนคนจีน”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

หลังจากลงคลิปนั้น คอนเทนต์น้อยใหญ่ต่างทยอยเกิดขึ้นมากมายในช่องของบรีม เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาสำรวจแดนมังกรไปด้วยกัน 

ในขณะเดียวกัน การอาศัยอยู่ในต่างประเทศและทำคอนเทนต์เปิดโลกของสะใภ้ไชน่าคนนี้ อย่างเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม ที่ทำให้เธอต้องปรับตัวไม่มากก็น้อยทีเดียว เช่น ภาษาท้องถิ่นที่เธอไม่คุ้นชินนัก ทำให้ต้องใช้ภาษาท่าเข้าช่วยในระยะแรก อาหารจีนที่รสชาติไม่ได้จัดจ้านเท่าไทย หรือแม้แต่การบริการของพนักงานจีนที่แทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากนัก เพราะมีเทคโนโลยีสะดวกครบครัน ตั้งแต่ QR Code สแกนเมนูยันหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร

ความธรรมดาแสนพิเศษ

หากถามว่าเสน่ห์ความเป็นสะใภ้ไชน่าคืออะไร บรีมตอบเราสั้น ๆ แค่ว่า – ไม่มี

“เราไม่คิดว่าเพจเรามีจุดเด่นอะไรเลย เราเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่คนเก่งหรือโดดเด่นอะไร นี่คือความธรรมดาที่ทุกคนก็เป็นบรีมได้เหมือนกัน อย่างน้อยเป้าหมายในการทำคลิปของเรามี 2 เรื่อง คือ ถ้าคุณไม่ได้ความบันเทิง คุณก็จะได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกลับไป

“คนที่ติดตามเรา เขาจะชอบพูดว่าคุณบรีมเก่งจัง ไม่เหมือนสะใภ้คนอื่นเลย แต่บางคนปลูกผักอย่างสวย ทำอาหารอย่างเก่ง ซึ่งเราไม่มีคุณสมบัติอะไรแบบนั้น”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน
สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

จุดขายของสะใภ้ไชน่าจึงไม่ใช่คอนเทนต์ที่โดดเด่นพิเศษกว่าใคร หรือโชว์เรื่องราวความสำเร็จในชีวิต แต่เป็นความตลกธรรมชาติของบรีม รวมถึงความอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนเพื่อนที่มาตั้งวงสนทนาพาทีกัน

ถ้ายังไม่เห็นภาพ เราขอเสิร์ฟตัวอย่างคอนเทนต์ที่เธอทำไว้เป็นน้ำจิ้มให้นักอ่านได้ลิ้มลอง

1. อาหาร ใครติดภาพจำว่าอาหารจีนต้องเผ็ดกินแล้วลิ้นชา เหมือนทานหม่าล่า คลิปนี้บรีมมาไขความลับให้ได้รู้กันว่า อาหารจีนไม่ได้เผ็ดไปทั้งหมด อย่างมณฑลเจ้อเจียงที่เธออาศัยอยู่นั้น อาหารเรียกได้ว่าจืดกว่าที่เธอคิดไว้มาก ขนาดปลานึ่งยังใส่เพียงขิงเท่านั้นเอง

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

อาหารท้องถิ่นเจ้อเจียง ประเทศจีน

2. สถานที่ท่องเที่ยว บรีมอาสาพาทัวร์พระราชวังต้องห้ามจำลอง สอดแทรกเกร็ดความรู้ที่ทำเอาเราถึงกับตกใจ เมื่อได้รู้ว่านางสนมสมัยก่อน หากไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ จะถูกพาไปทำแท้ง บางทีถึงขั้นใช้วิธีการขูดมดลูกเลยทีเดียว

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

พระราชวังจีนที่คนไม่ค่อยได้เห็น

3. มุมมองเรื่องความหลากหลายทางเพศ แม้ว่าประเด็น LGBTQ+ เริ่มเปิดกว้างมากขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ ของจีน เช่น เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะในสายตาคนรุ่นใหม่ แต่ในแถบชนบทยังปิดกั้นอยู่พอสมควร แม้แต่ในภาษายังมีการใช้คำว่า 人妖 (เหรินเยา) แปลว่า ปีศาจที่เป็นคน เพื่อเรียกคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ รวมถึงรัฐบาลก็ยังไม่สนับสนุนผู้ชายหน้าหวานแต่งกายแบบหญิง

อย่างไรก็ดี บรีมเข้าใจว่าสาเหตุอาจเกิดจากความที่จีนเป็นสังคมใหญ่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี แต่คิดว่าอีกไม่นานน่าจะผ่อนคลายเรื่องกฎพวกนี้ เพราะในปัจจุบันก็เริ่มมีการสร้างห้องน้ำ Unisex ตามปั๊มและจุดพักรถต่าง ๆ แล้ว

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

คนจีนคิดยังไงกับ LGBT

4. นโยบายลูก 3 คน บรีมชวนเราขบคิดถึงนโยบายลูกคนเดียวของจีน ที่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นนโยบายลูก 3 คน เนื่องจากสมัยนี้คนไม่นิยมการมีบุตร ทำให้อัตราการเกิดลดลงมาก ด้วยความที่จีนเป็นสังคมคอมมิวนิสต์ ทุกคนจึงมี Mindset ที่ว่าต้องทำเพื่อส่วนรวม ให้มีแรงงานมาพัฒนาประเทศชาติต่อไป

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

ประเทศจีนมีลูกได้สามคนแล้ว

จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน

จากการทำเพจสะใภ้ไชน่าในวันแรกจนถึงวันนี้ ความสุขของบรีมยังคงเป็นการได้ไล่อ่านคอมเมนต์ลูกเพจที่เธอเรียกว่า ‘เพื่อน’ ส่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

“พอทำเพจ มันไม่เหมือนกับว่าเรายืนอยู่บนสปอตไลต์แล้วมีคนมองมา ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ถ้าจะเป็นแบบนั้นคงต้องเป็นเพจที่มีความรักชู หรือมีชีวิตธรรมดาที่ไม่เหมือนคนอื่น 

“แต่เหมือนเรากำลังยืนอยู่ในพื้นที่ที่มีเพื่อน ๆ ยืนอยู่ด้วยกันเต็มไปหมด แล้วเม้ามอยเรื่องเดียวกันได้ ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร” บรีมย้ำ

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

ด้วยความที่อยากสร้างรอยยิ้มและมวลความสนุกในแต่ละวัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสะใภ้ไชน่าถึงมักอัปโหลดคลิปใหม่ ๆ ในช่วงเย็นวันธรรมดาหลังคนเลิกเรียนหรือเลิกงาน และช่วงสายของวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่เริ่มทยอยลุกจากเตียง

ไม่เพียงแต่ความสุขที่บรีมได้รับจากคอมมูนิตี้ที่เธอและลูกเพจร่วมกันสร้างขึ้น เธอยังได้รู้จักตัวตนของตัวเอง และเข้าใจคนอื่นมากขึ้นด้วย

“เราได้รู้ว่าเราไม่ได้ชอบที่จะเสพพลังงานลบตลอดเวลา ที่สำคัญคือ เรารู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองและสังคมมากขึ้น”

หากกล่าวถึงทิศทางในอนาคตของเพจ บรีมยังคงจะทำคอนเทนต์ในแนวที่ทำอยู่ให้ดีต่อไป เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเติมพลังชีวิตให้กับใครต่อใคร

“เราอยากให้เขารู้สึกว่าต้องไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรในชีวิต เราว่าต้องมีทางออก แล้วถ้าพื้นที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ของเรา เราก็แค่เดินไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอสิ่งที่ใช่

“แล้วตอนนี้เราเพิ่งกลับมาไทยในรอบ 3 ปี ในอนาคตก็อยากจะทำเป็น Vlog พาไปตระเวนชิมอาหารตามที่ต่าง ๆ เพราะเรามีแพลนไปตะลอนเที่ยวประเทศไทยด้วย”

สะใภ้ไชน่าทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม “ขอบคุณลูกเพจทุกคนที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอด”

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม
ภาพ : สะใภ้ไชน่า Sapai China

ช่องทางการติดตาม

Facebook : สะใภ้ไชน่า Sapai China

YouTube : สะใภ้ไชน่า Sapai China

TikTok : สะใภ้ไชน่า-ซ้อบรีม (@sapaichina)

Writer

กชพรรณ ก่อสุวรรณวงศ์

เด็กนิเทศแดนกิมจิ เอ็นดูแมวทุกตัวบนโลก ชื่นชอบการอ่านนิยายในวันฝนพรำ และหลงรักเทศกาลคริสต์มาสเป็นพิเศษ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load