วันนี้จะชวนออกไปทุ่งกว้างนอกเมือง แต่ต้องไปตอนดึกๆ นะ 

เราจะไปดูผีกัน

ผีที่ว่าคือ ผีพุ่งไต้ แบบที่คนโบราณเรียก ภาษาทั่วไปในปัจจุบันคือ ดาวตก นั่นเอง

ว่าแต่การชวนไปดูดาวตกเนี่ย ดูเป็นการชวนที่ลมๆ แล้งๆ มาก ดูเหมือนว่า รู้ได้ยังว่าดาวจะตกตอนไหน นอนตากน้ำค้างดูอย่างนั้น ดีไม่ดีเป็นหวัดก่อนเห็นดาวตก

เข้าเรื่องกันเสียที เรื่องของเรื่องคือ คนอิตาลีเชื่อว่า คืนวันที่ 10 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันที่มีดาวตกเยอะมากที่สุด หรือพูดง่ายๆ คำว่าปรากฏการณ์ฝนดาวตกเนี่ย อิตาลีคุ้นเคยมานานแล้ว สำหรับเขาคือ ถ้าไม่มีโอกาสไหนเป็นพิเศษ ก็คืนวันที่ 10 สิงหาคมนั่นล่ะที่เตรียมเสื่อสาดไปลาดปูนอนรอดูเถอะ มีอย่างแน่นอน

คนอิตาลีเรียกคืนวันนั้นว่า Notte di San Lorenzo (อ่านว่า นอต-เต-ดิ-ซาน-ลอ-เรน-โซ) หรือแปลว่า คืนแห่งนักบุญลอเรนซ์

คืนแห่งนักบุญลอเรนซ์วันที่ 10 สิงหาคม คืนที่คนอิตาลีเชื่อว่ามีดาวตกเยอะมากที่สุด, Notte di San Lorenzo
นักบุญลอเรนโซกับตะแกรงที่เชื่อกันว่าท่านถูกเผาทั้งเป็นบนนั้น
ภาพ : en.wikipedia.org

ทำไมถึงเป็นนักบุญลอเรนโซ (ขออนุญาตเรียกด้วยชื่ออิตาลีนะทุกคน)

ตอบง่ายๆ ก็คือ วันที่ 10 สิงหาคมของทุกปีนั้น ปฏิทินคาทอลิกกำหนดให้เป็นวันนักบุญลอเรนโซอยู่แล้ว ตั้งชื่อวันตามท่านเพราะในวันดังกล่าว ท่านได้อุทิศชีวิตและกลายเป็นมรณสักขี (ชาวคริสต์ที่ยอมตายเพื่อรักษาศรัทธาที่มีต่อพระเจ้าของตน) วิธีนี้เป็นหลักการที่ใช้โดยทั่วไปในการกำหนดชื่อวันของทางคาทอลิก เหมือนที่กำหนดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ให้เป็นวันของนักบุญวาเลนไทน์ฉันนั้น

จะมีคนสังเกตว่าคืนดังกล่าวมีดาวตกเยอะเป็นพิเศษตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้ แต่น่าจะนาน นานกว่าที่ทางวาติกันกำหนดให้วันนั้นเป็นวันของนักบุญลอเรนโซแน่นอน

แต่เมื่อฝนดาวตกกับนักบุญลอเรนโซมาผนวกเข้าไว้ด้วยกันแล้ว เป็นธรรมดาที่จะต้องมีการร้อยเรียงเรื่องราวอันงดงามไว้ ถ้าปนเศร้านิดๆ ด้วย ก็จะฟังดูตราตรึงใจอยู่ได้นาน

ตอนแรก ก็เล่ากันแค่ว่าบรรดาดาวตกเหล่านั้นคือน้ำตาของนักบุญลอเรนโซ จากนั้นก็มีเรื่องราวเพิ่มขึ้นมาว่า ท่านถูกปลิดชีวิตด้วยการเผาทั้งเป็นบนตะแกรงเหล็ก ดาวตกเหล่านั้นก็คือเปลวไฟที่ปะทุออกจากถ่านและกองฟืนที่เผาท่านนั่นเอง

นักวิชาการแนวล้มหลายคนก็จะบอกว่า จริงอยู่ เชื่อได้ว่าท่านถูกประหารใน ค.ศ. 258 ตามคำสั่งของจักรพรรดิวาเลเรียโน แต่ไม่ได้มีหลักฐานอะไรว่าท่านถูกเผาทั้งเป็นเลยนะ คนอื่นๆ ที่ถูกจับมาในช่วงเวลาเดียวกันก็ถูกตัดศีรษะทั้งสิ้น ท่านก็น่าจะจบชีวิตลงเช่นนั้นเช่นกัน แต่ไม่เอาล่ะ คนทั่วไปจะเชื่ออย่างนี้ ก็ไม่ว่ากัน

คืนแห่งนักบุญลอเรนซ์วันที่ 10 สิงหาคม คืนที่คนอิตาลีเชื่อว่ามีดาวตกเยอะมากที่สุด,  Notte di San Lorenzo, Martirio San Lorenzo Bernini analisi
รูปสลักซานลอเรนโซบนตะแกรง ฝีมือสลักของแบร์นีนี (Bernini)
ภาพ : www.arteworld.it

แล้วคนอิตาลีทำอะไรกันในวันฝนดาวตก

ก็ออกไปนอกเมือง ไปหาที่ที่ไม่มีแสงรบกวน ไปดูดาว แล้วก็อธิษฐาน 

เรื่องนี้คงไม่เป็นที่แปลกใจสำหรับใครมากนัก เพราะหลายๆ วัฒนธรรมเชื่อกันว่า ขอพรจากดาวตกแล้วจะสมหวัง เราเองก็แอบคิดใช่ไหมล่ะว่า ถ้ามีฝนดาวตกเมื่อไหร่ จะเขียนลิสต์รอไว้เลย ตกดวงหนึ่งก็ขอข้อหนึ่ง ไล่ไปจนครบ ถ้ายังตกอีก ก็จะกลับไปขอหนึ่งใหม่ วนไป

แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่อิตาลีเชื่อไม่เหมือนเราแน่ๆ นั่นก็คือ ความเชื่อที่ว่าถ้าออกชื่อเสียงคนรักดังๆ (แต่ต้องไม่ให้คนอื่นได้ยินนะ) ก็จะสมหวังในรัก

เพราะถ้าเป็นเมืองไทย ซึ่งเชื่อกันว่าดาวตกคือเทพที่จุติ (แปลว่าตาย) มาจากสวรรค์แล้วกำลังเดินทางมาเกิดบนโลกมนุษย์นั้น ถ้ามีใครทัก เทพนั้นก็จะไปเกิดในท้องหมาแทน

เป็นความเชื่อที่ใจร้ายมาก แต่ก็อีกนั่นล่ะ มันก็ทำให้เราได้คำอธิบายว่า ทำไมน้องหมาบางตัวถึงได้น่ารักและแสนรู้เสียเหลือเกิน น้อนนนนนน (เรียกด้วยเสียงสอง) 

ว่าแต่… ทำไมดาวตกไปเกี่ยวอะไรกับการอธิษฐานของเราล่ะ เออ… เคยสงสัยไหม ดาวตกก็ตกไปสิ จะร้ายก็สะเดาะเคราะห์ จะดีก็จัดสมโภช จะทำอะไรก็ทำไม แต่ทำไมต้องขอพร ต้องไปฝากความหวังไว้กับดาวตก

มีคำอธิบายเชิงภาษาว่า ในภาษาอิตาลีนั้น กลุ่มคำที่แปลว่า (ความ) ปรารถนา หรือ desiderare, desiderio นั้น ถ้าตัดส่วนท้ายอันแสดงถึงหน้าที่ของคำออกไป เหลือแต่ตัวความหมายแท้ๆ ก็จะเจอคำว่า desider แล้วคำว่า desider อันนี้เนี่ย มันมาจากภาษาละติน คือ de + sider- ซึ่ง sider- ก็มีความหมายว่า ดวงดาว รวมๆ กันอาจจะแปลว่า ใต้ดวงดาว หรือ จากดวงดาว ประมาณนั้น

คืนแห่งนักบุญลอเรนซ์วันที่ 10 สิงหาคม คืนที่คนอิตาลีเชื่อว่ามีดาวตกเยอะมากที่สุด,  Notte di San Lorenzo
ภาพ : medium.com

จริงๆ อธิบายเท่านี้แล้วจบเลยก็ได้ อ้ะ แต่เพื่อกันความอึดอัด ก็จะเล่าเพิ่มเติมว่า จึงอาจกล่าวได้ว่า ความปรารถนา ความหวัง หรือดวงชะตาของมนุษย์นั้น ผูกพันกับดวงดาวมาตั้งแต่ปางบรรพ์ ตัวอย่างเช่น นักเดินเรือฝากความหวังไว้กับดวงดาวเพื่อบอกทิศทางการเดินเรือเข้าหาฝั่งยามออกทะเลที่ ‘คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล’ ในสมัยโรมัน ถึงกับมีการทบทวนความเป็นกษัตริย์ทุกๆ 9 ปีจากดวงดาว กล่าวคือ ในปีที่ 9 ของการครองราชย์ หากมีดาวตก กษัตริย์ก็จะถูกปลดลงทันที

กล่าวคือ มีทั้งดีทั้งร้าย ตัว (ฝน) ดาวตกเองยังมีความหมายในเชิงลบมาโดยตลอด ประหนึ่งน้ำตาจากสวรรค์ที่มีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วหรือกำลังจะเกิดขึ้น

การมองดาวตกในแง่ดี อาจมาจากหลายแหล่งความเชื่อ แต่คุณูปการอย่างหนึ่งต้องยกให้แค่คริสต์ศาสนากับตำนานที่ว่า พญา 3 องค์ตามหาพระกุมารเยซูพบก็เพราะการนำทางของดาวตก อันทำให้ไปมอบทองคำ กำยาน และมดยอบได้ทัน จนถึงวันนี้ ดาวตกก็ยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการระลึกถึงคริสตสมภพ ไม่ใช่ต้นสนหรือซานตาคลอสอย่างที่ใครต่อใครคิดกัน 

กลับมาไขปริศนาว่า ดาวตกที่เห็นเยอะๆ ในคืนนั้นคืออะไร

นักดาราศาสตร์บอกไว้ว่า ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ ซึ่งเกิดขึ้นทุกปีราววันที่ 10 – 13 สิงหาคม เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้ว คืนที่มีดาวตกเยอะที่สุด อาจจะไม่ใช่คืนวันที่ 10 ก็ได้ แต่เป็นหนึ่งในคืนนั้น ถ้าอยากจะให้เป๊ะ ก็ต้องฟังประกาศจากทางการเอา

คืนแห่งนักบุญลอเรนซ์วันที่ 10 สิงหาคม คืนที่คนอิตาลีเชื่อว่ามีดาวตกเยอะมากที่สุด,  Notte di San Lorenzo
ภาพ : www.elle.com

เอาล่ะ พอหอมปากหอมคอ พร้อมจะออกไปดูฝนดาวตกกันหรือยัง

อะไรนะ จะไปด้วย? ไม่ได้หรอก

ก็เขาบอกให้พูดชื่อออกมาโดยไม่ให้คนอื่นได้ยินนี่นา… 

(จริงๆ ที่กลัวกว่า คือกลัวได้ยินการออกเสียงอันรวดเร็วปานคำเตือนในโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลัง)

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

ตอนเด็ก ๆ ฉันเป็นคนชอบชื่อ ชอบนามสกุล ฉันท่องนามสกุลเพื่อนได้ทุกคน ถึงวันนี้ ใครบอกชื่อเพื่อนสมัยประถมมา ฉันมักจะต่อด้วยนามสกุลโดยอัตโนมัติ จะไม่ให้ทำอย่างนี้ต้องหยิกตัวเองอย่างแรง

ชื่อของคนอิตาเลียน

ปกติชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงโอ จะเป็นผู้ชาย ชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงอา จะเป็นผู้หญิง เช่น Paolo-Paola, Mario-Maria เป็นต้น แต่ก็มีชื่อที่ไม่ได้ตามกฎนี้อยู่บ้างเหมือนกัน เช่น

ชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงอา แต่เป็นผู้ชาย ได้แก่ Andrea, Luca และ Nicola (ถ้าเป็นผู้หญิงจะเป็น Andreina, Nicoletta ส่วน Luca นั้นไม่มีเพศหญิง)

ชื่อที่เราอาจนึกว่าเป็นผู้หญิงได้แก่ Gabriele (กาบรีแยเล), Emanuele (เอมานูแยเล) (ชื่อผู้หญิงจะเป็น Gabriella, Emanuela)

ส่วนนามสกุลนั้น ส่วนใหญ่มักจะลงท้ายด้วยเสียงอี (-i) เช่น Rossi หรือ Bianchi แต่ก็ไม่เสมอไปอีกเช่นกัน

วางชื่ออย่างไร ชื่อก่อนหรือนามสกุลก่อน

คำตอบคือ ชื่อแล้วค่อยนามสกุล เว้นแต่จะเป็นรายชื่อเรียงรายแบบในตามประกาศราชการ ประกาศผลสอบ หรือแม้แต่ในสมุดโทรศัพท์ ทั้งนี้เพราะชื่ออิตาเลียนซ้ำกันเหลือเกิน นามสกุลก็อาจมีซ้ำบ้าง แต่ไม่ซ้ำเท่า อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ มักมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างนามสกุลกับชื่อ

ส่วนคนไทยอย่างเรานั้น หากจะต้องติดต่อกับคนอิตาเลียน จะทำอย่างไรให้อิตาเลียนรู้ว่าอันไหนชื่ออันไหนนามสกุล คนอื่นทำอย่างไรไม่ทราบ แต่ฉันนั้น นอกจากจะเรียงลำดับอย่างที่บอกไปแล้ว ฉันจะเขียนหรือพิมพ์นามสกุลด้วยตัวใหญ่ทั้งหมดเพื่อเป็นการเน้น ส่วนปัญหาเรื่องว่าเขาจะคิดว่าเราเป็นชายหรือหญิงนั้น แก้ไม่ได้ในชื่อ แต่ถ้าเรามีเนื้อความอะไรเขียนต่อไป เพศของเรามันจะแสดงให้เห็นในเนื้อความเอง เพราะภาษาอิตาเลียนเป็นภาษาที่มีเพศ

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ : whoisdenilo-unsplash

เขาตั้งชื่อกันอย่างไร

ไม่มีเกจิรับตั้งชื่อ ไม่มีชื่อไหนมงคลกว่าชื่อไหน ธรรมเนียมการตั้งชื่อของคนอิตาเลียน ‘แบบดั้งเดิม’ นั้น จะใช้ชื่อปู่-ย่าเสียก่อน จากนั้นก็ค่อยย้ายไปเป็นตา-ยาย จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่เราเห็นบุคคลสำคัญโดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ชื่อสลับกันไป แล้วใส่ที่หนึ่ง ที่สอง ฯลฯ ไว้ข้างหลัง ของอิตาลีก็เช่น

ปู่ – Vittorio

พ่อ – Umberto

ฉัน – Vittorio

ลูก – Umberto

หลาน – Vittorio

ธรรมเนียมนี้ ว่ากันว่า เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนอิตาเลียนโบราณมีลูกดก ทั้งนี้เพื่อให้ปู่ย่าตายายอิ่มอกอิ่มใจ การมีลูกแล้วไม่ตั้งชื่อตามท่านเหล่านั้น ถือเป็นการขาดความเคารพซึ่งเป็นคุณธรรมสำคัญของคนอิตาเลียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวใต้ อย่างเช่นชาวเกาะซิซีลี เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมนี้คลายลงไปมากแล้วตามยุคสมัย ส่วนหนึ่งก็พบว่า บ้างก็ว่าชื่อบรรพบุรุษเชยฉ่ำไปบ้าง ลูกสะใภ้เกลียดแม่ผัวบ้าง หรือถ้าเกิดคุณปู่มีลูกชาย 3 คน แล้วลูกทั้งสามตั้งชื่อลูกตามคุณปู่ จะต้องเกิดความโกลาหลเป็นแน่แท้

ปัจจุบันตั้งชื่อกันอย่างไร

สมัยนี้มีอิสระในการตั้งชื่อมากขึ้น ชื่ออิตาเลียนที่ฮิตที่สุด (ดังจะได้กล่าวต่อไป) ก็แทบไม่มีชื่อนักบุญแล้ว เรียกได้ว่า เจอชื่ออะไรเพราะ ๆ ก็สรรหากันไป บางคนก็ตั้งชื่อตามโอกาสสำคัญ คนที่คลอดลูกในวันอีสเตอร์ (ภาษาอิตาเลียนคือ Pasqua – ปัสกวา) ก็มีไม่น้อยที่ตั้งชื่อลูกว่า Pasqua หรือ Pasquale หรือเด็กที่เกิดวันคริสต์มาส อาจจะได้ชื่อ Natale – Natalia ไปก็ได้ (คริสต์มาส = Natale) เพื่อนคนหนึ่งเกิดตอนย่ำรุ่ง แม่ของเธอก็ตั้งชื่ออย่างเก๋ว่า โรซัลบา (Rosalba) อันแปลว่า กุหลาบยามรุ่งอรุณ ฉันแอบคิดในใจว่า ถ้าเพื่อนคนนี้เกิดที่เมืองไทย เธอจะต้องได้รับการตั้งชื่อลูกจากแม่ว่า ดาวพระศุกร์สุดแสนอำไพ อย่างแน่นอน

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ: danielfazio-unsplash

มีกฎมีเกณฑ์อะไรในการตั้งชื่อบ้างไหม เช่น เกิดวันจันทร์ต้องไม่มีสระ ฯลฯ

เท่าที่ทราบไม่มีอะไรอย่างนั้น คงมีแต่กฎหมายที่กำหนดไว้ (โดยสรุป) ว่า

  1. ห้ามใช้ชื่อของบิดามารดา พี่น้อง ที่ยังมีชีวิตอยู่
  2. ห้ามชื่อเหมือนกับนามสกุล
  3. ห้ามชื่อที่ขบขันน่าอาย
  4. ชื่อทางภูมิศาสตร์ ชื่อหรือนามสกุลจะต้องไม่บอกที่มาว่าเป็นลูกกำพร้า เช่น Esposito, Diotallevi, Innocenti เป็นต้น เนื่องจากนามสกุลที่ยกตัวอย่างมานี้ ในสมัยก่อนจะตั้งให้แก่เด็กกำพร้าเท่านั้น

ชื่อยอดนิยมในปัจจุบันของคนอิตาเลียน

ชื่อที่ฮิตที่สุด 5 อันดับแรก ในการสำรวจของสำนักสถิติแห่งชาติอิตาลีซึ่งสำรวจในปี 2019 คือ

ชื่อผู้ชาย

5. Andrea (อันแดรอา)
4. Alessandro (อเลสซานโดร)
3. Lorenzo (โลเรนโซ)
2. Francesco (ฟรันเชสโก)
1. Leonardo (เลโอนาร์โด)

ชื่อผู้หญิง

5. Alice (อะลีเช)
4. Ginevra (จิเนฟวรา)
3. Giulia (จูเลีย)
2. Aurora (เอารอรา)
1. Sofia (โซฟียา)

คนอิตาเลียนเปลี่ยนชื่อได้ไหม

ประมวลกฎหมายแพ่งใน ‘มาตรา 6 – สิทธิในชื่อ’ ระบุว่า: “บุคคลทุกคนมีสิทธิในชื่อที่ตนกำหนดตามกฎหมาย ชื่อประกอบด้วยชื่อจริงและนามสกุล ห้ามเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือแก้ไขชื่อ เว้นแต่ในกรณีและวิธีการที่ระบุโดยกฎหมาย.” แสดงว่า มีช่องทางเปลี่ยนได้ แต่ดูเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ : jeremypstewardson-unsplash

คนอิตาเลียนมีชื่อเล่นไหม

ชื่อเล่นของคนอิตาเลียนก็มาจากชื่อจริงนั่นเอง และพอคาดเดาได้ไม่ยาก เช่น
Salvatore – Totò

Daniele – Lele

Giuseppe – Pepe

Luigi – Gigi

Alberto – Berto

Andrea – Andrè

นอกจากนี้ก็ยังมีชื่อที่ไว้เรียกเด็กด้วยความเอ็นดู ก็จะใส่คำว่า -ino หรือ -ina ลงไปท้ายชื่อ เช่น คนชื่อเปาโลทุกคนเคยผ่านชื่อ เปาลีโน (Paolino) มาแล้ว แต่ชื่อเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเมื่อคุณเปาโลโตขึ้น

ชื่อบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุโรป

ชื่อบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ตะวันตกอันมีที่มาเป็นชื่อของนักบุญ มักเปลี่ยนเป็นชื่อในสำเนียงอิตาเลียน (เชื่อว่าชาติอื่นในตะวันตกก็ดัดแปลงให้เข้ากับสำเนียงตนเช่นกัน) เช่น

(สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ) อะลิซาเบ็ธ – Elisabetta (เอลิซาเบ็ตตา)

(พระเจ้า) ชาร์ลส์ – Carlo (คาร์โล)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) ฟรันซิส – Francesco (ฟรันเชสโก)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) เบเนดิกต์ – Benedetto (เบเนเด็ตโต)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) จอห์นพอล – Giovanni Paolo (โจวันนี เปาโล)

สารพันเรื่องราวชื่อคนอิตาเลียน วิธีตั้งชื่อแบบคลาสสิก แบบโมเดิร์น ชื่อที่ห้ามตั้ง และชื่อที่นายทะเบียนต้องปราม
ภาพ : en.wikipedia.org/wiki/Giovanni_Paolo_Panini

(พระเจ้า) หลุยส์ – Luigi (ลุยจิ)

(พระนาง) มารีอังตัวเนตต์ – Maria (มารียา) Antonietta (อันโตนีเย็ตตา)

สารพันเรื่องราวชื่อคนอิตาเลียน วิธีตั้งชื่อแบบคลาสสิก แบบโมเดิร์น ชื่อที่ห้ามตั้ง และชื่อที่นายทะเบียนต้องปราม
ภาพ : commons.wikimedia.org/wiki/File:Marie-Antoinette

ชื่อต้องห้าม

ชื่อที่ต้องถูกนายทะเบียนปรามไว้อย่างแน่นอน ได้แก่ เจสุ (Gesù = พระเยซู) ซาตานา (Satana = ซาตาน) ลูชิเฟโร (Lucifero = จอมมารลูซิเฟอร์) เบนีโต (Benito : ชื่อต้นของมุสโสลินี) เป็นอาทิ

ที่บอกว่า ‘ปราม’ เพราะตามกฎหมาย นายทะเบียนไม่มีสิทธิปฏิเสธการจดทะเบียนชื่อ แต่นายทะเบียนจะเตือน หากไม่ฟัง ก็ตามใจ แต่นายทะเบียนจะแจ้งให้อัยการทราบและดำเนินคดีกันไปเอง

ข้อมูลอ้างอิง

www.nomix.it/decreto-legge-396-2000.php

www.istat.it/it/dati-analisi-e-prodotti/contenuti-interattivi/contanomi

www.pianetamamma.it/nomi/la-scelta-del-nome-tradizione-o-volonta-dei-genitori.html

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load