9 กุมภาพันธ์ 2565
2 K

หากมีรายการเกมโชว์ จัดอันดับท็อปลิสต์ประเทศที่มักเป็นหมุดหมายยอดนิยมของเหล่านักเดินทาง ญี่ปุ่นคงเป็นหนึ่งในคำตอบของหลาย ๆ คนอย่างไม่ต้องลังเล แต่หมู่เกาะอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ไม่ได้มีดีเฉพาะโตเกียว ฮอกไกโด หรือโอซาก้า เพราะอีกหนึ่งภูมิภาคที่คละเคล้าไปด้วยเสน่ห์แห่งวัฒนธรรม ท้องถิ่นน่ารัก และสีสันความสนุกแห่งยุคสมัย อย่างภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ตอนเหนือของเกาะฮอนชู เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวฉบับอันซีนอีกสารพัน ที่ยินดีเปิดประตูให้เราเข้าไปสำรวจและทำความรู้จัก

คอลัมณ์ Take Me Out คราวนี้ อาสาพาเหล่านักเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล ไปเปิดประสบการณ์สัมผัสความงดงามของธรรมชาติ เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น กินอาหารญี่ปุ่นโฮมเมด และตกหลุมรักภูมิภาคแห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวจาก 3 จังหวัดทางตอนเหนือ ตั้งแต่จังหวัดอาโอโมริ จังหวัดอาวาเตะ จนถึงจังหวัดอาคิตะ พร้อมกิจกรรมแสนสนุกที่คัดสรรมาให้อย่างครบครัน 

ทั้งเดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์โคมไฟขนาดยักษ์ นั่งรถแท็กซี่ชิมพายแอปเปิ้ล ล่องเรือแอดแวนเจอร์กลางทะเลสาบ เข้าพักฟาร์มสเตย์แสนอบอุ่น พาน้องหมาเดินเล่นรอบหมู่บ้านซามูไร ประเดิมฝีมือทำโคมไฟตุ๊กตา ลูกพลับตากแห้ง และที่รองแก้วแบบช่างไม้คาบาไซคุ หรือจะลิ้มลองอาหารท้องถิ่นอย่างปลาฮิราเมะ เนื้อหมูโทจูฉะ และเส้นอุด้งที่ชิมแล้วจะต้องขอคารวะว่าสึโก้ย !

01

พิพิธภัณฑ์โคมไฟทะชิเนปุตะ (Tachineputa Museum) 

จังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น
ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

จะไปเยือนถิ่นโทโฮคุทั้งที ชาวญี่ปุ่นต่างรู้ดีว่าควรจองตั๋วไปช่วงเดือนสิงหาคมจึงจะคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด เพราะจะได้รับการต้อนรับด้วยเทศกาลใหญ่ประจำฤดูร้อนอย่างเทศกาลเนบุตะ (Aomori Nebuta Festival) เทศกาลแห่ตุ๊กตาโคมไฟสุดอลังการ จัดขึ้นในช่วงวันที่ 4 – 7 สิงหาคมของทุกปี พร้อมด้วยพาเหรดหุ่นโคมไฟขนาดมหึมา แถมยังระยิบระยับละลานตาจนนับนิ้วไม่หมด

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

แต่หากมาไม่ตรงช่วงเทศกาลก็ใช่ว่าจะเสียเที่ยว เพราะพิพิธภัณฑ์โคมไฟทะชิเนปุตะที่เปิดทำการมานานถึง 18 ปี ยินดีต้อนรับเหล่านักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสใกล้ชิดกับวัฒนธรรมและความศรัทธาของชาวอาโอโมริได้ตลอดปี โดยภายในเป็นที่ตั้งของโคมไฟเนบุตะใหญ่ยักษ์ขนาดตึก 5 ชั้น พร้อมด้วยนิทรรศการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัด คาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านของฝากน่ารัก แค่มองปราดก็อยากแวะไปจับจ่ายใช้สอย ส่วนไฮไลต์อยู่ที่สตูดิโอเอาใจสายคราฟต์ ที่เข้าร่วมเวิร์กชอปอวดฝีมือทำคิงเกียวเนปุตะ (Kingyo Neputa) หรือเนปุตะปลาทองในแบบฉบับของตัวเองได้ ส่วนใครไม่มั่นใจในฝีมือก็ไร้กังวล เพราะที่นี่เขามีคุณครูคอยประกบข้าง แนะนำดูแลให้ทุกกระบวนความ รับรองว่าได้เจ้าปลาทองรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ติดมือกลับบ้านอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : 506-10 Omachi, Goshogawara, Aomori (แผนที่)

เวลาเปิดทำการ : เมษายน-กันยายน เวลา 09.00 – 19.00 น. , ตุลาคม-มีนาคม เวลา 09.00 -17.00 น. และปิดทำการทุกวันที่ 1 มกราคมของทุกปี

เว็บไซต์ : tachineputa.jp 

02

แท็กซี่พายแอปเปิ้ล (Apple Pie Taxi)

จังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น
ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

เพราะเป็นฐานทัพใหญ่ที่มีกำลังการผลิตแอปเปิ้ลได้มากที่สุดในญี่ปุ่น จึงไม่แปลกที่ไม่ว่าจะหลบไปมุมไหน เมืองฮิโระซะกิ (Hirosaki) ก็มีร้านพายแอปเปิ้ลตั้งเรียงรายแทบทุกซอกทุกมุม แถมยังมีผลแอปเปิ้ลไซส์น้อยใหญ่ ประดับประดาไปทั่วอาณาบริเวณ แต่งแต้มให้เขตรามบ้านช่องละแวกนั้นดูมีชีวิตชีวาและน่าเอ็นดูกว่าใครเพื่อน ตั้งแต่ตึกอาคาร ถนนหนทาง จนถึงหลังคารถแท็กซี่ ! 

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

แต่แอปเปิ้ลบนหลังคารถแท็กซี่มีฟังก์ชันและดีกรีที่มากกว่าความน่ารัก เพราะมันคือสัญลักษณ์ของแท็กซี่ท้องถิ่น ‘Apple Pie Concierge’ เพียงแค่บอกว่าอยากลิ้มลองพายแอปเปิ้ลรสชาติแบบใด พี่โชเฟอร์ใจดีก็พร้อมสตาร์ทรถ พาไปร้านพายที่ถูกจริตและตรงใจเรามากที่สุดทันที แถมยังการันตีว่าคนขับทุกคนล้วนผ่านการทดสอบว่าเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านพายแอปเปิ้ลโดยเฉพาะ พร้อมแนะนำจุดเด่นของแต่ละร้านและที่เช็กอินน่าแวะภายในเมืองให้ตลอดเส้นทางอย่างผู้รู้จริง โดยนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ เรียกใช้บริการพายแอปเปิ้ลแท็กซี่ได้จากทุกจุดในเมือง ค่าบริการแตกต่างกันไปตามระยะเวลาและจำนวนร้านค้าที่อยากให้พี่โชเฟอร์พาไป

ที่ตั้ง : เรียกใช้บริการได้จากทุกจุดในเมืองฮิโระซะกิ (Hirosaki)

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 16.00 น.

เว็บไซต์ : peraichi.com/landing_pages/view/apc/

03

เทือกเขาชิราคามิซันจิ (Shirakami-sanchi Mountain Range)

จังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น
ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

ได้เวลาสะพายเป้ขึ้นบ่าและผูกเชือกรองเท้าผ้าใบให้แน่น เพราะเราจะพานักผจญภัยทั้งมือเก่าและมือใหม่ไปเดินป่าสำรวจธรรมชาติ พร้อมสูดอากาศแสนสะอาดจนฉ่ำปอดกันที่เทือกเขาชิราคามิซันจิ นอกจากเทือกเขาแห่งนี้จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกในญี่ปุ่นแล้ว ยังรายล้อมไปด้วยผืนป่าบีชโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีสถานที่ดีงามน่าค้นหาอีกหลายแห่ง ทั้งแกรนด์แคนยอนแห่งญี่ปุ่น ทะเลสาบแห่งจูนิโคะ (Juniko Twelve Lakes) และบึงน้อยใหญ่นับไม่ถ้วน

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

เสน่ห์และความหรรษาของเทือกเขาแห่งนี้ อยู่ที่วิวธรรมชาติขนาบข้างตลอดเส้นทาง เพราะหากแวะเวียนมาในช่วงเวลาที่ต่างกัน ก็จะได้ดื่มด่ำกับทิวแถวผืนป่าที่ผลิบานและผลัดใบไปตามฤดูกาลไม่ซ้ำ อีกทั้งยังมีทะเลสาบสีฟ้าใสอย่างทะเลสาบอะโออิเคะ (Blue Pond) ที่ไม่ว่าใครก็ต้องหยุดแชะภาพ หากมาในช่วงฤดูร้อน อาจได้ทักทายเจ้าลิงจ๋อที่มาลงเล่นน้ำในทะเลสาบด้วย

ส่วนคอร์สเดินป่าก็มีให้เลือกทั้งแบบระยะสั้นสำหรับนักเดินมือใหม่และระดับมืออาชีพ ส่วนใครที่อยากมีไกด์นำทางให้อุ่นใจ ก็ติดต่อกับไกด์ได้ที่ร้านของฝากเคียวโระโระ (Kyororo Forest Produce Center) กันก่อนได้นะ 

ที่ตั้ง : 1-56 Matsugami, Fukaura, Nishitsugaru District, Aomori (แผนที่)

เวลาทำการ : เมษายน-ตุลาคม เวลา 08.00 – 18.00 น., พฤศจิกายนเป็นต้นไป เวลา 08.30 – 17.00 น. และปิดทำการวันที่ 1 ธันวาคมถึงปลายเดือนมีนาคม

เว็บไซต์ : www.experience-shirakami.com/

04

ร้านโชคุจิ โดโคโระ ฮะมะยู (Shokuji Dokoro Hamayu)

จังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

มาเยือนแดนปลาดิบทั้งที การได้ลิ้มรสชาติปลาดิบดี ๆ สักถ้วย (หรือหลายถ้วย) ถือเป็นเรื่องสมควรอย่างยิ่ง ยิ่งเป็นจังหวัดอาโอโมริ ที่มีพื้นที่โอบล้อมด้วยท้องทะเลญี่ปุ่นด้วยแล้ว ไม่ควรพลาดร้านอาหารติดทะเลแห่งนี้ด้วยประการทั้งปวง เอ้า ลุยเลย !

ขอแนะนำร้านโปรด – ร้านโชคุจิ โดโคโระ ฮะมะยู ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบจากทะเลหลายชนิด แถมร้านยังตั้งอยู่ติดริมทะเลญี่ปุ่นด้วย บรรยากาศเป็นใจ ไม่รอช้า ขอสั่งเมนูอร่อยมาลิ้มลอง ได้แก่ ข้าวหน้าปลาฮิราเมะดอง (Hirame-zuke don) ทำจากปลาปลาฮิราเมะหรือปลาตาเดียวจากเมืองอะจิกะซาวะ (Ajigasawa) วัตถุดิบขึ้นชื่ออันลือเลื่องของจังหวัด การันตีรสชาติและเนื้อสัมผัสว่าอร่อยหนุบหนับ กระซิบว่าถ้ามาช่วงเดือนมกราคม เนื้อปลาจะอร่อยที่สุดในรอบปี เพิ่มเติมด้วยคอลลาเจนชั้นดี รับรองไม่ผิดหวัง

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น
ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

และละแวกเมืองอะจิกะซาวะ (Ajigasawa) ยังมีร้านรวงอีกนับไม่ถ้วนที่มีข้าวหน้าปลาฮิราเมะวางขาย ซึ่งสังเกตได้ง่าย ๆ จากธงสีฟ้าที่ปักอยู่หน้าร้าน มีข้อความเขียนว่า ‘鰺ヶ沢ヒラメのヅケ丼 (Ajigasawa Hirame-zuke don)’ 

หากยังไม่อิ่มจนเกินไป แวะไปลองลิ้มชิมรสสูตรลับเฉพาะของแต่ละร้านกันได้ตามสะดวก

ที่ตั้ง : Naruto-387-8 Maitomachi, Ajigasawa, Nishitsugaru District, Aomori (แผนที่)

เวลาทำการ : 11.00 – 20.30 น.

เว็บไซต์ : www.ajiiku.jp/category/detail02_30.html

05

ทะเลสาบโทวะดะ (Lake Towada)

จังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

เตรียมรัดเสื้อชูชีพและจับราวเก้าอี้ให้มั่น แล้วลืมภาพการล่องเรือชมทะเลสาบแบบเก่าไปได้เลย เพราะที่ทะเลสาบโทวะดะ (Lake Towada) มีกิจกรรมเอาใจสายแอดแวนเจอร์อย่างการนั่งเรือยางท้องแข็ง หรือ Rigid-Hulled Inflatable Boat (เรียกสั้น ๆ ว่า RHIB หรือ RIB) เห็นลำใหญ่บึกบึนอย่างนี้ แต่รับรองว่าแล่นฉิวพริ้วลมไม่เบา

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

แม้จะล่องไปบนผืนน้ำความเร็วสูง ให้ร่างกายได้หลั่งอะดรีนาลีนราวกับกำลังเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก แต่เรือยางลำนี้ก็ทนทานต่อแรงกระแทกของคลื่นได้ดีเยี่ยม มั่นใจได้ว่าปลอดภัยหายห่วง ก่อนล่องเรือจะมีเสื้อชูชีพและชุดกันฝนคอยบริการหากฟ้าฝนไม่เป็นใจ ถ้ามาท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จะมีวิวธรรมชาติสุดอันซีนให้ได้ชมพอคลายความตื่นเต้นอยู่ตลอดเส้นทาง 

ใครอยากเปิดประสบการณ์การล่องเรือสุดเร้าใจบนผืนทะเลสาบกว้างใหญ่ แนะนำให้โทรไปจองคิวกันล่วงหน้า โดยเรือ RIB มีรอบออกแล่นทุกชั่วโมง และยังมีบริการแบบเช่าเหมาลำที่ลูกค้าพาเหล่าน้อง ๆ สัตว์เลี้ยงขึ้นเรือไปด้วยกันได้

ที่ตั้ง : Towadakohanutarube-123-1 Okuse, Towada, Aomori (แผนที่)

รอบบริการ : 09.00 – 15.00 น. เรือออกทุก ๆ 1 ชั่วโมง (*รอบ 10.00 – 15.00 น. ต้องมีการจองล่วงหน้า)

เว็บไซต์ : guriland.jp

06

ฟาร์มโคอิวาอิ (Koiwai Farm Makibaen)

จังหวัดอิวาเตะ (Iwate)

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

เพียงปลายเท้าแตะผืนหญ้าขนาดกว้างกว่า 30 ตารางกิโลเมตร เสียงร้องมอ ๆ จากเจ้าวัวสี่ขาประจำบ้านก็แว่วมาทักทายเราจากระยะไกล เป็นสัญญาณบอกว่าฟาร์มแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ทั้งเป็นมิตรและเหมาะกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ
ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

เพราะฟาร์มโคอิวาอิมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 130 ปี มีสารพัดกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งนั่งรถชมฟาร์มสัตว์น้อยใหญ่ ตื่นตาตื่นใจกับโชว์จากเจ้าแกะและสุนัขแสนรู้ที่รับรองว่าต้องถูกใจเหล่าคุณหนู ๆ หรือจะเป็นกิจกรรมท้าทายทักษะเฉพาะตัวขึ้นมาหน่อยอย่างการขี่ม้า เวิร์กชอปทำชีสและของทำมือกระจุกกระจิก นอกจากนั้นยังมีเครื่องเล่นและจุดถ่ายภาพกลางทุ่งดอกไม้ ที่ทางฟาร์มจะหมุนเวียนนิทรรศการจากดอกไม้ตามฤดูกาล มาอวดความบานสะพรั่งให้กับเหล่านักท่องเที่ยวอยู่ตลอดปี 

มาเยือนฟาร์มโคนมแห่งนี้ต้องไม่พลาดจับจ่ายสินค้าติดมือกลับบ้าน มีสินค้าขึ้นชื่ออย่างนม เนย ชีส และโยเกิร์ต ส่วนเมนูที่ต้องลิ้มลอง คือ เมนูปิ้งย่างซิกเนเจอร์อย่างหมูโทจูฉะ (Tochucha Pork) ซึ่งที่มาของชื่อเกิดจากหมูเหล่านี้ทานอาหารที่ผสมผงชาโทจูฉะจากประเทศจีน ทั้งยังมีเพลงโมสาร์ทให้ฟังในทุก ๆ เช้า เป็นหมูที่ชีวิตดีสุด ๆ ทำให้เนื้อหมูนุ่มเด้ง คอลลาเจนสูง เหมาะกับสาว ๆ ที่มองหาตัวช่วยในการบำรุงผิวพรรณ และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย (ใครไม่ทานหมู ยังมีเนื้อวัว เนื้อแกะ ให้เลือกนะ)

ที่ตั้ง : 36-1 Maruyachi, Shizukuishi, Iwate District, Iwate (แผนที่)

เวลาทำการ : 09.00 – 16.00 น. (เวลาทำการของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านในฟาร์มอาจแตกต่างกัน)

เว็บไซต์ : www.koiwai.co.jp/makiba/en

07

ฟาร์มอินน์ มิโดริโนะคะเซะ (Farm inn midori no kaze)

จังหวัดอาคิตะ (Akita)

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

มองเผิน ๆ อาจเป็นเพียงบ้านพักหลังย่อมให้เหล่านักทักท่องเที่ยวได้เข้ามานอนค้างอ้างแรม แต่แท้จริงแล้วฟาร์มสเตย์แห่งนี้ยังอนุญาตให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ และเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นจากคนท้องถิ่นอย่างไม่ถือตัว

มาเยือนครั้งแรกก็รู้ได้ทันที ว่าบ้านพักสไตล์คอตเทจ 2 ชั้นอายุกว่า 20 ปีหลังนี้ ทั้งอบอุ่นและเป็นกันเองไม่แพ้คุณลุงคุณป้าเจ้าของบ้านที่อายุปาเข้าไป 70 ปี แต่อายุเป็นเพียงตัวเลข สิ่งที่มัดใจนักเดินทางคือความใส่ใจ ซึ่งความน่ารักมากของโฮสต์ทั้งสอง ถูกส่งผ่านมายังจานอาหารทุกมื้อที่จัดเสิร์ฟ เจ้าบ้านจะหยิบยกพืชผักในสวนและวัตถุดิบตามฤดูกาลในท้องถิ่นมาปรุงอย่างพิถีพิถัน 

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ
ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

อย่างหม้อไฟคิริทัมโปะ (Kiritanpo) ใส่ไก่บ้านฮิไน (Hinai Chicken) เมนูขึ้นชื่อของจังหวัดก็หาทานได้จากฟาร์มสเตย์แห่งนี้ คุณลุงคุณป้ายังขยันจัดกิจกรรมเวิร์กชอปให้เหล่าผู้เข้าพักได้เลือกทำตามอัธยาศัย ทั้งคอร์สทำอาหารท้องถิ่น ทำลูกพลับตากแห้ง และทำที่รองแก้วตามแบบฉบับช่างไม้คาบะไซคุ (Kaba Zaiku) ที่คุณลุงจะลงมือสอนด้วยตัวเอง เพราะคุณลุงเป็นช่างไม้ฝีมือดี

อ้อ คุณลุงทำเตาอบพิซซ่าขึ้นมาเองด้วย และแน่นอน คุณจะได้ชิมพิซซ่าโฮมเมดฝีมือคุณป้า ถ้าวันไหนอยากขยับร่างกาย ท่องเที่ยวสำรวจละแวกใกล้เคียง เราขอแนะนำหมู่บ้านซามูไรคะคุโนะดาเตะ (Kakunodate Samurai District) ทะเลสาบทะซะวะ (Lake Tazawa) และทามางาวะอนเซ็น (Tamagawa Onsen) ซึ่งการเข้าพักที่ฟาร์มอินน์ มิโดริโนะคะเซะ จะคิดราคาแตกต่างกันตามระยะเวลาและจำนวนมื้ออาหาร ส่วนใครที่สนใจอยากลงทะเบียนเรียนคอร์สเวิร์กชอป ก็แจ้งล่วงหน้ากับเจ้าบ้านก่อนจองที่พักนะ

ที่ตั้ง : Kawageta-368 Kakunodatemachi Nishinagano, Semboku, Akita (แผนที่)

เวลาทำการ : เวลาเช็กอิน 15.00 น. เวลาเช็กเอาต์ 11.00 น. (ติดต่อล่วงหน้า)

เว็บไซต์ : www.tuneyasu.com , semboku-gt.jp/en/stay/farm-inn-midorinokaze/

08

เกสต์เฮาส์สุนัขอาคิตะ (Guest House Enishi)

จังหวัดอาคิตะ (Akita)

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ
ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

รับรองว่าเหล่าทาสน้องหมาจะต้องติดอกติดใจเกสต์เฮาส์แห่งนี้จนไม่อยากกลับบ้าน นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศรอบ ๆ หมู่บ้านซามูไรคะคุโนะดาเตะ อันเป็นที่ตั้งของเกสต์เฮาส์แห่งนี้ เหล่าผู้เข้าพักยังพาเจ้าสุนัขอาคิตะที่ทั้งใจดีและเป็นมิตรสุด ๆ ไปเดินเล่นด้วยกันได้ ซึ่งที่มาของสุนัขพันธุ์อาคิตะก็มาจากชื่อจังหวัดอาคิตะ และมีบรรพบุรุษเป็นสุนัขสายพันธุ์อาคิตะ มาตางิ

เกสต์เฮาส์หลังนี้ดูแลโดยสองพี่น้องที่ร่วมกันรีโนเวตบ้านเก่าอายุกว่า 50 ปี ให้เป็นบ้านพักสไตล์โคซี่ที่ผสานเข้ากับร่องรอยวัฒนธรรมญี่ปุ่นขนานแท้ ส่วนพระเอกของเราที่ชี้ชวนให้เหล่านักเดินทางอยากแวะมาพักที่นี่ ต้องยกให้เจ้าสุนัขพันธุ์อาคิตะ เป็นสุนัขประจำชาติของชาวญี่ปุ่น พ่วงตำแหน่งทูตการท่องเที่ยวของจังหวัดอาคิตะ ส่วนใครไม่ได้เข้าพักกับที่นี่ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเจ้าบ้านยังใจดีมีคอร์สพาน้องหมาเดินเล่นรอบหมู่บ้านไว้คอยบริการ ระหว่างทางก็ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะสองพี่น้องจะอาสาพาเดินทัวร์รอบหมู่บ้าน พร้อมพาชมต้นลูกพลับ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และจุดเช็กอินถ่ายรูปตลอดเส้นทางให้อย่างเป็นกันเอง

ที่ตั้ง : 22 Uramachi, Kakunodatemachi, Semboku, Akita (แผนที่)

เวลาทำการ : เวลาเช็กอิน 16.00 – 20.00 น. เวลาเช็กเอาต์ 07.00 – 10.00 น. (ติดต่อล่วงหน้า)

เว็บไซต์ : enishimusubi.com

09

ตลาดชุมชนเมืองอาคิตะ (Akita Citizen’s Market)

จังหวัดอาคิตะ (Akita)

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ
ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดอาคิตะกันที่ไหน เพราะตลาดชุมชนเมืองอาคิตะ ได้รวบรวมสินค้านานาชนิดแบบซื้อครบจบทุกกระบวนความไว้ในที่เดียวให้แล้ว จะช้อปปิ้งโต้รุ่งแบบตลาดเช้า หรือเดินชิลล์จับจ่ายแบบตลาดเย็น ตลาดชุมชนแห่งนี้ก็เปิดบริการตั้งแต่ตี 5 จนถึง 6 โมงเย็น ให้ได้ถลุงธนบัตรในกระเป๋ากันจนหนำใจ 

ภายในแบ่งพื้นที่ไว้เป็นโซนใครโซนมันอย่างเป็นระเบียบ ทั้งโซนผักผลไม้ อาหารทะเล ดอกไม้ จนถึงร้านอาหารรสเลิศน่าลอง ส่วนสินค้าที่ทั้งคนพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวจากแดนไกลนิยมซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน หนีไม่พ้นแอปเปิ้ลพันธุ์ท้องถิ่นเนื้อหวานฉ่ำ พวงไข่ปลาแซลมอนชิ้นโต เซ็ตวัตถุดิบสำหรับทำเมนูขึ้นชื่อของจังหวัดอย่างหม้อไฟคิริทัมโปะ (Kiritanpo) นอกจากนี้ยังมีสินค้าอีกสารพันจากภูมิภาคใกล้เคียงมาวางขายให้ได้เลือกช้อปกลับไป อย่างปูขนและปลาหมึกทาโกะหมักน้ำส้มสายชูจากฮอกไกโด ก็ขึ้นแท่นติดอันดับเป็นสินค้าขายดีประจำตลาดชุมชนแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

ที่ตั้ง : 4-7-35 Nakadori, Akita (แผนที่)

เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ 05.00 – 18.00 น. (ขึ้นอยู่กับร้านค้า)

เว็บไซต์ : www.akitashiminichiba.com/

10

ร้านต้นตำรับอินานิวะ อุด้ง (Sato Yosuke Shoten)

จังหวัดอาคิตะ (Akita)

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ
ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

ปิดท้ายขบวนทริปด้วยมื้ออาหารเส้นยอดนิยมของจังหวัดอาคิตะ อย่างอินานิวะ อุด้ง (Inaniwa Udon) หากจะลองชิมทั้งที ต้องไปเยือนถึงร้านสูตรต้นตำรับอย่างร้านซาโตะ โยสุเคะ โชเท็น ถึงจะเรียกว่าไม่เสียเที่ยว โดยเจ้าของร้านรุ่นแรกยังเป็นผู้คิดค้นเทคนิคการทำเส้นอินานิวะ อุด้ง ด้วยตัวเองตั้งแต่ ค.ศ.1665 เอกลักษณ์และความพิถีพิถันที่ต้องขอก้มโค้งให้ คือกระบวนการทำเส้นที่ใช้เวลานานถึง 3 วัน ต้องใช้มือบรรจงนวดแป้ง ปราศจากเครื่องทุ่นแรงใด ๆ เส้นที่ได้มีขนาดเล็ก แบน และเหนียวนุ่มมากเป็นพิเศษ 

หากชิมแล้วจะไม่แปลกใจว่าเหตุใดจึงติดอันดับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น โดยเมนูต้นตำรับของทางร้านซาโตะ โยสุเคะ โชเท็น คือเซ็ตเมนูอินานิวะ อุด้ง มีเสิร์ฟทั้งแบบเย็นและแบบร้อน ส่วนความครีเอทีฟสุดเก๋ไก๋ของทางร้านต้องยกให้กับเมนูชุดที่เสิร์ฟคู่กับแกงเขียวหวานและต้มยำน้ำข้น แค่อ่านชื่อก็รู้ว่าต้องถูกปากและยั่วน้ำลายคนไทยอย่างเรา ๆ เป็นแน่

ที่ตั้ง : Seibu Akita Store 2-6-1 Nakadori, Akita (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 11.00 – 21.00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 20.00 น.)

เว็บไซต์ : www.sato-yoske.co.jp/en/shop/sato-yosuke-shoten-flagship-store

ภาพ : องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและตามไปอ่านทริปโทโฮคุเหนือและใต้ได้ที่ www.jnto.or.th/tohoku2022/

Writer

ณัฐชา เกิดพงษ์

นักฝึกเขียน ผู้มีกาแฟและหมาปั๊กเป็นปัจจัยที่ 5 และเพิ่งค้นพบว่าการอยู่เฉยๆ ยากพอๆ กับการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

“ต้องกินเยอะ ๆ จะได้มีแรงเรียน”

เพราะวัยเรียนเป็นวัยที่ใช้พลังงานจากความเป็นเด็กอย่างคุ้มค่า ทั้งเรียนและทำกิจกรรม เมื่อใช้พลัง ก็ต้องเติมพลัง อาหารจึงเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ เราไม่แปลกใจหากคุณเคยได้ยินประโยคข้างต้นผ่านหูกันมาบ้าง จากพ่อ แม่ ครู ญาติผู้ใหญ่ แม้แต่คุณลุง คุณป้า เจ้าของ ‘ร้านอาหารละแวกโรงเรียน’ 

Take Me Out ขอจัดทริปตะลอน 10 ร้านอาหารละแวกโรงเรียนให้ตามรอยสถานที่ที่เป็นทั้งแหล่งเติมพลังก่อนเข้าเรียน พบปะเพื่อนหลังเลิกเรียน พักผ่อนหย่อนใจระหว่างรอพ่อแม่มารับ เรียนจบไปนานก็ยังหวนกลับมากินได้เสมอ ที่สำคัญ แต่ละร้านมีรสชาติที่ครองใจลูกค้ามาหลายต่อหลายรุ่น

จะมีร้านไหนในความทรงจำของใครบ้าง เตรียมท้องให้ว่าง แล้วตามไปชิมกันเลย

01

JOHNNY Food & Drink

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘จอนนี่’ ร้านอาหารตามสั่งสีชมพูขนาด 96 ตารางเมตรแห่งรั้วสามย่านมีอายุหลายสิบปี เริ่มขายตั้งแต่รุ่นอาเจ็ก ในทำเลสามย่านย่านมิตรทาวน์ และย้ายมาปักหลักที่ซอยจุฬา 11 จนถึงปัจจุบัน 

นักเรียนสาธิตจุฬาฯ ผู้ปกครอง พนักงานบริษัท ต่างมาฝากท้องกับอาหารร้านจอนนี่ เพราะรสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ ปริมาณอิ่มท้อง แน่นอนว่าหาได้ไม่ง่ายนักในย่านใจกลางเมืองแบบนี้ 

ข้าวสวยนุ่ม ๆ เบคอน ต้นหอมชิ้นใหญ่ กระเทียมหัวโต ผัดคลุกเคล้าหอมกลิ่นกระทะ ก่อนเสิร์ฟเข้าปากด้วยรสชาติสุดรัญจวนใจ นี่คือข้าวผัดเจแปน เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่ พี่จอน เจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันอยากให้ทุกคนลิ้มลอง ไม่ได้ชิมเหมือนมาไม่ถึง ผู้ปกครองและน้อง ๆ สาธิตจุฬาฯ รับประกัน!

หากมาในช่วงเย็นอาจต้องรอนานสักนิด เนื่องจากเป็นเวลาที่เด็ก ๆ เลิกเรียน นอกจากข้าวผัดเจแปน เราขอแนะนำอีก 2 เมนูอร่อย ได้แก่ ข้าวผัดมันกุ้ง ข้าวไข่ระเบิดซอส เป็นอีกเมนูที่ต้องสั่งให้ได้สักครั้งหากแวะมาที่ร้านจอนนี่ รับรองว่าคุ้มค่า สมกับการรอคิวในยามเย็นแน่นอน

“ลูกค้าร้านเราเป็นเด็กเยอะ ความเป็นกันเองของเราทำให้เข้าถึงเด็ก ๆ ได้ง่าย และเราตั้งใจเสิร์ฟอาหารดี ๆ ให้กับเขาในทุก ๆ จาน ร้านจอนนี่เลยเป็นอีกหนึ่งความทรงจำในวัยเรียนของเด็กเหล่านี้ ทำให้ร้านเราเต็มไปด้วยนักเรียนรุ่นปัจจุบันและศิษย์เก่าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย” พี่จอนทิ้งท้าย

ที่ตั้ง : 223-225 ซอยจุฬา 11 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6512 2445

02

แพนเค้กพี่นุ

โรงเรียนราชินีบน

‘แพนเค้กพี่นุ’ ร้านแพนเค้กรถเข็นขนาดกะทัดรัดที่ครองตำแหน่งขวัญใจนักเรียน อาจารย์ ผู้ปกครอง โรงเรียนราชินีบนมาเกือบ 40 ปี การันตีความใส่ใจทั้งวัตถุดิบ รสชาติ และบริการ 

แค่เดินเฉียดร้านก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ 

หากถามถึงเมนูขึ้นชื่อที่ติดใจใครหลายคนก็คงหนีไม่พ้นแพนเค้ก ‘จุดจุด’ คือเจ้าแพนเค้กจิ๋ว ปาดเนยฉ่ำ ๆ ใส่ในถ้วยขนาดพอดี สนนราคาน่ารักที่ 3 ชิ้น 1 บาท เป็นเมนูยอดฮิตของลูกค้าทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าใครก็สะดุดกับกลิ่นหอมแป้งและเนยที่ลอยมาแต่ไกล ไม่ใช่แค่กลิ่นเท่านั้น แต่รสชาติของแป้งกับเนยหอม ๆ พอได้ชิมก็ทำให้ตาลุกวาวได้ไม่ยาก แถมเมนูอร่อยให้อีก จดนะ โตเกียวไส้หวานและคาว แป้งกรอบ และเมนูที่เกิดขึ้นจากความชอบของเด็ก ๆ อย่างไส้กรอกผัดไข่ ล้วนเด่นด้วยคุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติของแป้งที่คิดค้นสูตรมาอย่างดีตั้งแต่รุ่นแม่ และปรับปรุงสูตรโดยพี่นุจนมีรสหวานกำลังดี กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ แม้ทิ้งไว้นานก็ยังคงความนุ่มละมุนลิ้นชนิดที่ว่าใครกินก็ติดใจได้ไม่ยาก 

นอกเหนือจากรสชาติอร่อยของขนม ความสบายใจที่ได้รับจากรุ่นแม่จนถึงรุ่นพี่นุ ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่นักเรียนราชินีบนหลายต่อหลายรุ่นยังคงวนเวียนกลับมาอุดหนุนกันอยู่เสมอ 

“สำหรับน้อง ๆ ที่นี่ เหมือนพี่เป็นส่วนหนึ่งของเขา เป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่งที่พ่อแม่และครูฝากดูแล พี่ดูแลลูกหลานมาหลายรุ่นแล้ว พี่ดีใจที่น้อง ๆ ไม่ลืมขนมพี่ แม่พี่พูดเสมอว่าลูกค้าคือผู้มีพระคุณ สมัยแม่พี่ขาย เด็ก ๆ เรียกว่า ป้าแพนเค้ก พอพี่มาขาย เรียกพี่นุ แม้แต่คุณยายก็ยังเรียกพี่ว่า พี่นุ” 

พี่นุบอกกับเราด้วยรอยยิ้ม พร้อม ๆ กับมือที่ยังคงทำแพนเค้กอย่างคล่องแคล่ว 

ที่ตั้ง : 5 ซอยเขียวไข่กา แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการเวลา 06.00 – 08.00 และ เวลา 13.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 3896 3652 (แนะนำให้โทรหาพี่นุก่อนแวะไปอุดหนุน)

03

ร้านช้งเช้ง

โรงเรียนราชินี

ตึกแถว 1 คูหา 2 ทางเข้าออกแห่งซอยปานสุข ซ้ายมือมีครัวเปิด ขวามือมีโต๊ะชงกาแฟ เป็นสถานที่ตั้งของร้านอาหารหลากชื่อที่เปลี่ยนนามตาม ‘นักเรียนราชินี’ เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า ก่อนหน้าที่จะชื่อช้งเช้ง ร้านอาหารตามสั่งใกล้แม่น้ำเจ้าพระยานี้ไม่เคยมีชื่อมาก่อน ครั้นจนพิกุลแก้วรุ่นที่ 80 ตั้งให้ว่า ‘โนบรา’ เพราะคุณลุงสมชายเจ้าของร้านไม่เคยใส่เสื้อเวลาผัดข้าวเลย เปลี่ยนยุคมาสู่รุ่นที่ 100 กว่า ด้วยทำเลร้านที่อยู่ตรงกลางระหว่างคาเฟ่ VIVI และ Coconut จึงได้ชื่อ ‘วีโค่ (VICO)’ ไปโดยปริยาย

  นักเรียนราชินีรุ่น 115 เรียกร้านนี้ว่าช้งเช้ง ด้วยเหตุผลว่าคุณลุงกับคุณป้าเจ้าของร้านมักทะเลาะกันช้งเช้งวุ่นวายทุกครั้งที่ลูกค้าแน่นขนัด เมนูโปรดของชาวราชินีคือ ‘ข้าวผัดสามกษัตริย์’ เล่าง่าย ๆ เมนูนี้คือการรวมตัวกันของพริกเผา ไข่ และเนื้อสัตว์ ราดบนข้าวสวยร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลา

  คุณป้าเจ้าของร้านบอกว่า สามกษัตริย์ครองใจนักเรียนเพราะเป็นเมนูที่ไม่มีผัก ปรับได้ตามความต้องการของสาว ๆ ราชินี มีทั้งสามกษัตริย์ปกติที่ใส่ไก่ หมึก กุ้ง ส่วนสามกษัตริย์บก เหมาะสำหรับคนแพ้อาหารทะเล เปลี่ยนเป็นหมูยอ ไส้กรอก หรือไก่ก็ได้ บอกคุณลุงคุณป้าได้เลยตามต้องการ

  ตลอด 30 ปีที่ช้งเช้งอยู่คู่โรงเรียนราชินี ทุกความเปลี่ยนแปลง ทุกความทรงจำ ฝังลึกในร้านอาหารตามสั่งขนาด 1 คูหา มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นที่นี่ ทั้งอาจารย์ปกครองเดินผ่าน ทั้งนักเรียนวิ่งเอากระเป๋ามาจองโต๊ะหลังร้านเพราะกลัวไม่ได้ทาน คุณป้ากับคุณลุงก็ช่วยดูแลเด็ก ๆ จนศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันแค่เดินผ่านซอยปานสุขก็ต้องแวะมาทักทาย และซื้อข้าวกลับบ้านเพื่อหวนรำลึกถึงสมัยเรียน

ที่ตั้ง : 394/5 ซอยปานสุข แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (MRT สนามไชย)

เปิดบริการเวลา 05.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1509

04

กล่องดินสอ

โรงเรียนสตรีวิทยา

จากอดีตคุณครูประถมสู่การค้นพบว่าชอบทำของหวาน ทำให้ เปี๊ยบ-ชนัสถ์นันท์ จุลภาค ตัดสินใจเปิดร้าน ‘กล่องดินสอ’ ร้านขนมหวานที่มีเครื่องดื่มและอาหารครบจบในที่เดียว มาเสิร์ฟถึงที่ให้เด็กนักเรียนสตรีวิทยาตั้งแต่ พ.ศ. 2558 แม้เป็นร้านน้องใหม่ที่เปิดได้เพียง 7 ปี แต่ด้วยความเอาใจใส่และชอบคุยกับเด็ก ๆ ทำให้ร้านนี้เป็นรายชื่อร้านแรก ๆ ที่นักเรียนเจ้าถิ่นหลายคนแนะนำ เด็กคนไหนไม่กินผัก อยากเพิ่มชีสในเมนูอาหาร เพียงเปิดกล่องดินสอออกมาแล้วหยิบกระดาษกับปากกาติ๊กเลือกได้ตามใจ 

คุณเปี๊ยบเล่าว่าเค้กนูเทลลาและสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าคือเมนูคาวหวานคู่ใจเด็กสตรีวิทยา 

ตกเย็นเมื่อไหร่เป็นต้องเดินเข้ามาสั่งที่ร้าน และนั่งคุยเล่นบ่นความเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนให้เจ้าของร้านฟังเป็นประจำ ถ้าจะเรียกว่าร้านนี้เป็นพื้นที่ความสบายใจแห่งหนึ่งของเด็กสตรีวิทยาก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะแม้แต่ผู้ปกครองยังปล่อยให้ลูกนั่งในร้านและรอรับกลับบ้านได้อย่างหมดห่วง

หลังจากประสบปัญหาโควิด-19 ทำให้ทางร้านต้องปรับตัว งดนั่งทานภายในร้านไปสักพักจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยต่อเด็กทุกคน แต่ยังอุดหนุนทางร้านได้โดยการสั่งแบบกลับบ้านและสั่งเดลิเวอรี่ตามสไตล์ร้านขนมหวานยุค New Normal เพื่อลิ้มรสความรักพูน ๆ ที่ใส่ลงในจาน

กล่องดินสอ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เราอยากให้คุณไปลอง แต่สำหรับศิษย์เก่าหรือใครก็ตามที่เคยเป็นลูกค้าประจำ เราขอท้าให้คุณเดินไปสั่งเมนู ‘เอาเหมือนเดิม’ แล้วคุณเปี๊ยบจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

ที่ตั้ง : เลขที่ 80 ถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2298 9296

Facebook : กล่องดินสอ-Klongdinsor

05

ศรีสมรเลิศรส

โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ศรีสมรเลิศรส aka ร้านป้าหมอน จากร้านกาแฟและอาหารเช้าสู่ร้านอาหารเก่าแก่รสเลิศย่านบางรัก ป้าหมอนเชื่อว่าการทำอาหารดี ๆ ให้คนกินคือความสุข ร้านศรีสมรเลิศรสเสิร์ฟเมนูก๋วยเตี๋ยว ข้าวหมูอบ ไก่อบ เมนูชูโรงรสชาติเด็ดดวงที่อยู่คู่กับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์มากกว่า 50 ปี 

  รสชาติของเนื้อสัตว์เข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่มละลายลิ้น แสดงให้เห็นถึงการปรุงและตุ๋นอย่างพิถีพิถัน น้ำจิ้มรสแซ่บช่วยให้สดชื่นในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เราคงไม่ต้องสาธยายเพิ่มนักว่าทำไมร้านเก่าแก่แห่งนี้ถึงครองใจนักเรียนและคนย่านบางรัก แม้กระทั่งศิษย์เก่าหรือดาราอย่าง รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ และ ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ยังแวะเวียนกลับมาทานเมนูยอดนิยมที่ร้านแห่งนี้อยู่เสมอ

อย่าลืมขอน้ำจิ้มแจ่วป้าหมอนเยอะ ๆ นะ บอกเลยว่าเป็นที่เด็ด!

“ร้านของเราไม่ได้ทำเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องมีเมตตา กรุณา และทำเพื่อคนอื่นด้วย บางครั้งเด็กนักเรียนอยากได้อะไร เราก็ให้เขาฟรี ๆ” ป้าหมอนบอกความตั้งใจกับเราในฐานะเจ้าของร้านอาหารศรีสมรเลิศรส และคริสเตียนคนหนึ่งที่ผูกพันกับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ที่ตั้ง : 1, 2 ซอยพิพัฒน์ 2 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 

เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2238 1201

06

ข้าวต้มโอชารส

โรงเรียนอัสสัมชัญ

ร้านข้าวต้มแห่งนี้ขายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2527 มีเมนูเด็ดที่ทุกคนต้องสั่ง คือ แกงจืดบ๊วยหมูสับ กุ้งราดน้ำปูดอง ปูผัดผงกะหรี่ที่ใช้ปูก้อนสด ๆ คุณภาพดีจากทะเลไทย แต่เมนูที่เป็นที่สุด คือ ไส้พะโล้ทอด (เมนูลับสุด) หมักเครื่องพะโล้จนสีเข้ม ทอดจนกรอบ เหมาะแก่การกินคู่กับข้าวต้มยามเย็นเป็นที่สุด

ร้านเปิดทำการเมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามรั้วอัสสัมชัญบางรัก ทำให้ร้านข้าวต้มร้านนี้เป็นขวัญใจเหล่าน้อง ๆ แห่งรั้วขาวแดงมามากกว่า 38 ปี

เมนูที่เราแนะนำไปข้างต้นคือเมนูขึ้นชื่อลือชาจากปากนักเรียนกางเกงขาสั้นแห่งรั้วอัสสัมชัญ หนุ่ม ๆ บอกว่าต้องสั่งทุกครั้งเมื่อแวะไป แม้กาลเวลาเปลี่ยนไปเพียงใด เมนูเหล่านี้ยังคงเป็นที่นิยมจากลูกค้าทั่วไป ศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงศิษย์เก่าที่ออกโบยบินยังโลกกว้าง

“ร้านของเราพยายามรักษาคุณภาพให้เหมือน 38 ปีที่แล้ว ความเป็นกันเองของร้านและลูกค้า ทำให้ร้านเป็นที่นิยมเสมอมา ลูกค้าหรือนักเรียนบางคนที่เคยกินกับเรา ทุกวันนี้เขายังพาพ่อ แม่ ลูก หลาน มากินตลอด ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา” 

สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องรับประกันอย่างดีว่า เหตุใดร้านข้าวต้มแห่งนี้จึงเป็นขวัญใจชาวบางรักและน้อง ๆ รั้วขาวแดงจนถึงปัจจุบัน ถ้าอยากลองลิ้ม แนะนำให้รีบไป เพราะถ้าช้า ระวังของหมดนะ

ที่ตั้ง : 492/3 ซอยเจริญกรุง 49 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 17.30 – 3.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1625 7518

07

ลุงกับป้า

โรงเรียนเทพศิรินทร์

ลอดตัวเข้ามาในรั้วสีเขียวของเขตคอนโด คุณจะพบกับ ‘ร้านลุงกับป้า’ ของ ลุงหม่อม กรณ และ ป้าแป๊ว บุปผา จากวันแรกที่ทั้งคู่จับพลัดจับผลูเปิดร้านอาหาร เวลาล่วงมากว่า 20 ปีที่ร้านนี้กลายเป็นร้านอาหารในดวงใจของชาวเทพศิรินทร์ทุกรุ่น เพียงก้าวเท้าเข้าไปในร้านก็พบกับคุณลุงนั่งยิ้มรอรับออเดอร์ที่โต๊ะด้านขวาของร้าน ถัดเข้าไปเป็นตู้ไอศกรีมที่หยิบทานเป็นของหวานหลังมื้ออาหารได้

  ลุงหม่อมเล่าว่าช่วงแรกที่เปิดร้านอาหาร คุณป้ายังทำอาหารไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่ก็ลองผิดลองถูกจนเข้าที่ เมนูที่เด็กเทพศิรินทร์ไม่ว่ารุ่นไหน ๆ ก็แนะนำคือ ‘หมูกระเทียม’ และ ‘หมู/เนื้อผัดน้ำมันหอย’ ถึงขนาดยกให้เป็น ‘หมูกระเทียมที่อร่อยที่สุดในโลก’ เพราะกระเทียมร่วนกรอบ เนื้อหมูหมักรสอร่อย ผัดกำลังดี ไม่แข็งหรือแห้งเกินไป ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมฉุย เข้ากันลงตัวจนอยากเบิ้ล!

  ไม่ว่าจะจบไปกี่รุ่น กี่ปี ทุกครั้งที่ผ่านย่านนี้ ศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันต้องแวะเวียนมากิน ขณะที่กำลังสัมภาษณ์อยู่ก็มีศิษย์เก่าแวะเข้ามาทักลุงกับป้าด้วยรอยยิ้ม พร้อมสั่งเมนูโปรดสมัยเรียน โอกาสดีแบบนี้เราจึงขอถามลูกแม่รำเพยรุ่น 135 เสียหน่อยว่า เหตุผลที่ทำให้ร้านลุงกับป้าครองใจเด็กทั้งโรงเรียนคืออะไร

  “มันคือความผูกพัน ถ้าใครเรียนเทพศิรินทร์ต้องมากินร้านนี้ ลุงน่ารัก มีวันหนึ่งผมเดินมาบอกลุงว่า ลุง ๆ ผมสอบได้เกรดสี่ ลุงเลี้ยงข้าวผมได้ปะ แล้วลุงก็เลี้ยงจริง ๆ แค่นึกก็คิดถึงตอนนั้นแล้ว”

  ไม่เพียงเติมอาหารให้ท้อง แต่ยังเติมใจให้เป็นสีชมพูด้วย เพราะศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ยืนยันว่า ร้านนี้คือจุดพบรักของเด็กเทพศิรินทร์กับเด็กสายปัญญามาหลายคู่ ร้านลุงกับป้าเป็นมากกว่าร้านอาหาร และเป็นชิ้นส่วนความทรงจำที่หากขาดหายไป ชีวิต 6 ปีในรั้วเทพศิรินทร์คงไม่มีสนุกขนาดนี้

“เช้า ๆ ต้องไล่เข้าโรงเรียน 8 โมงแล้วนะ บางคนลุงไล่จนได้ดี” ลุงหม่อมเล่าด้วยรอยยิ้ม

ที่ตั้ง : 34/3 ถนนมิตรพันธ์ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6792 3397

08

 เสียวหลัง

โรงเรียนวัดราชบพิธ

ถ้านึกถึงร้านอาหารใกล้รั้วโรงเรียนวัดราชบพิธ ‘เสียวหลัง’ ต้องเป็นหนึ่งในคำตอบแน่นอน ด้วยปริมาณอาหารที่ให้เยอะจุใจ ทำเลอยู่ใกล้โรงเรียนชายล้วนและโรงเรียนหญิงล้วนมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานร้านอาหารที่ไม่เคยมีโต๊ะว่าง เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่ร้านนี้อยู่ในหัวใจเด็ก ๆ หลายยุค

คุณป้าเปรมจิต แตงสวัตดิ์ เจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังว่า เมื่อก่อนร้านไม่ได้ตั้งอยู่ในตึกแถว 1 คูหาอย่างในปัจจุบัน แต่ตั้งอยู่ในซอยที่จัดโต๊ะให้ลูกค้านั่งสองฝั่งผนัง โดยตรงกลางเป็นพื้นที่ให้คนสัญจร ด้วยพื้นที่ตรงนี้เป็นย่านการค้า จึงมีรถเข็นผักและรถเข็นสินค้าผ่านไปผ่านมาให้ลูกค้าได้ ‘เสียวหลัง’ 

  ก่อนหน้านี้ร้านเสียวหลังก็เหมือนร้านอาหารตามสั่งธรรมดาที่จะสั่งเมนูอะไรก็ได้ แต่เมื่อช่วงสิบปีก่อน ลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น ร้านจึงต้องปรับจนเหลือแค่ 2 เมนู คือ กะเพราไก่ กับ ไก่กระเทียม 

  เนื้อไก่ชิ้นสวยพูน ๆ จาน และข้าวที่ตักมาในปริมาณให้ทานพอ ๆ กัน เป็นทีเด็ดมัดใจเด็ก ร.บ. และใกล้เคียงได้อยู่หมัด คุณป้ายืนยันว่านักเรียนราชบพิธมาทานทุกวัน วันไหนร้านไม่เปิดหรือไม่เจอคุณป้าก็จะรีบถามหา แม้จบการศึกษาไปแล้วก็ยังแวะกลับมาทานกันอยู่เสมอ

  ความผูกพันระหว่างร้านอาหารกับนักเรียนชาย ไม่ได้มีเพียงแต่ปริมาณอาหารและรสชาติถูกปาก แต่แฝงไว้ด้วยความสัมพันธ์และการดูแลเด็ก ๆ ดุจลูกหลาน ครั้งที่เจอนักเรียนหิวโซ แต่มีเงินไม่พอจะทาน คุณป้าก็ยินดีทำอาหารให้ฟรี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมร้านนี้ถึงมีลูกค้าแน่นขนัดทุกวัน ทุกเวลา

ที่ตั้ง : 227 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 17.00 น. (แนะนำให้ไปก่อน 15.00 น.)

โทรศัพท์ : 0 2222 7212

09

หมี่เต๋อ

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

‘หมี่เต๋อ’ เป็นร้านบะหมี่เกี๊ยวที่ครองใจเด็กกรุงเทพคริสเตียนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ต้นตำรับบะหมี่น้ำข้นที่คิดค้นสูตรเองจนมีรสชาติโดดเด่นแบบที่กินแค่ชามเดียวไม่พอ

หากพูดถึงหมี่เต๋อ บางคนอาจนึกถึงชื่อเรียกของเส้นอะไรสักอย่าง แต่แท้จริงแล้วหมี่เต๋อมาจากชื่อของ ‘ลุงเต๋อ’ เจ้าของร้านที่เด็กนักเรียน อาจารย์ หรือผู้ปกครอง คุ้นหน้ากันดี 

ขึ้นชื่อว่าหมี่เต๋อ ศิษย์เก่า ก.ท บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเมนูที่ต้องสั่งคือ ‘สองกษัตริย์’ รวมหมี่หยกกับหมี่เหลืองไว้ในชามเดียว และ ‘สามกษัตริย์’ รวมหมี่หยก หมี่เหลือง และเส้นเล็ก ไว้ในชามเดียว

การผสมผสานของเส้นเหนียวนุ่ม เกี๊ยวลูกโต หมูแดงรสเข้มข้น และน้ำซุปหวานกระดูกหมู ทำให้ศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่ไม่พลาดที่จะแวะ ยิ่งไปกว่ารสชาติ คือการที่เมนูแนะนำนี้มีที่มาจากเด็ก ๆ 

“เมื่อก่อนนี้เป็นจตุรมิตร มีเด็กคนหนึ่งมาถามว่า ทำยังไงถึงจะชนะทั้งสามโรงเรียนได้ เขามีความคิดอยากจะกินทั้งสามโรงเรียน เราก็ทำตามที่เขาบอก น่ารักดี ความคิดของเด็ก ๆ สนุกนะ”

ความผูกพันของลุงเต๋อและเด็ก ๆ มีมายาวนาน หลายรุ่น และใกล้ชิดกันมากกว่าร้านอาหารกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นเมนูอร่อยจากเด็ก ๆ หรือการที่ผู้ปกครองไว้ใจฝากลูกไว้กับลุงเต๋อ เรียกได้ว่าเมื่อไหร่ที่พูดถึงเด็ก ก.ท ลุงเต๋อจะมีรอยยิ้มแต้มบนใบหน้าทันที 

“ทุกอย่างเราทำด้วยใจ ให้เด็กกินอิ่มและอร่อย เด็กนักเรียนทานจุกว่าผู้ใหญ่ บางคนเบิ้ล 2 พิเศษ แต่ก่อน 3 – 4 ชามก็มี เราก็ทำให้ตามใจเขา เขากินแล้วมีความสุข เราก็ดีใจ ภูมิใจที่เด็ก ๆ ชอบ

“มารับบริการจากลุงเต๋อได้เลยนะเด็ก ๆ ทุกคน” เจ้าของร้านใจดีทิ้งท้าย

แค่ได้ฟังก็รู้ถึงความอบอุ่นและความใส่ใจที่ลุงเต๋อใส่ลงไปในบะหมี่ทุกชาม

ที่ตั้ง : 10/2 ถนนศรีเวียง (ซอยตรงข้าม รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย) แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4452 7866

10

สวีท

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 

“เจ๊ใหญ่ แฮมเบอร์เกอร์ น้ำส้ม” เสียงเรียกของเด็กสวนกุหลาบที่ ป้าใหญ่ เจ้าของร้านสวีท คุ้นเคยเป็นอย่างดีในเวลาเช้าตรู่ก่อนเคารพธงชาติ เป็นเวลาที่บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยนักเรียนชายใส่เสื้อสีฟ้า-ชมพู และสีขาว กำลังนั่งรับประทานมื้อเช้าสไตล์อเมริกันอย่างเอร็ดอร่อยจนแทบไม่มีที่ว่าง

ร้านนี้เปิดคู่รั้วสวนกุหลาบวิทยาลัยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ด้วยความตั้งใจเป็นร้านอาหารเช้าสไตล์อเมริกันเพื่อให้แหวกแนวจากร้านอื่น ๆ ที่ทำข้าวราดแกงและก๋วยเตี๋ยว เมนูที่เราอยากแนะนำ คือ ข้าวเนื้อทอดไส้กรอกไข่ดาวใส่เบคอน ที่มีสารอาหารเพียบพร้อมสำหรับมื้อเช้าก่อนไปทำกิจกรรมตลอดทั้งวัน แต่ถ้าใครไม่ใช่สายฝอ(ฝรั่ง) ทางร้านก็มีเมนูตามสั่งแบบไทย ๆ ให้ลิ้มรสความอร่อยด้วยเช่นกัน

ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนตกลับฟ้าของทุก ๆ วัน คือช่วงเวลาที่ร้านสวีทเปิดให้บริการเป็นปกติในช่วงนี้ ไม่เหมือนกับสมัยที่ป้าใหญ่ยังเป็นสาว บางครั้งที่มีงานโรงเรียนจนเด็กต้องเลิกดึก ก็มีร้านป้าใหญ่ที่คอยเปิดร้านช่วยบรรเทาความหิวโหยให้เด็ก ๆ หรือบางทีก็โดนกดออดเรียกให้ลงมาชงกาแฟตั้งแต่ตี 4 

แม้มีร้านอาหารใหม่ ๆ เกิดขึ้นเต็มไปหมด แต่ความผูกพันกับเด็กสวนกุหลาบกว่า 40 ปี ก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงของร้านสวีทจางลงแม้แต่น้อย ศิษย์เก่ายังคงแวะมาทานกันอยู่เรื่อย ๆ บางคนมีลูกแล้วก็ยังมาสั่งเมนูที่คุ้นเคย แถมแซวป้าใหญ่อยู่เรื่อยว่าทำไมยังไม่เลิกขาย แต่เห็นทีคนถามจะรู้คำตอบนั้นอยู่แก่ใจ

ที่ตั้ง : 103 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2222 9611

Facebook : ร้านสวีท

เรื่อง : ภูรินทร์ บุระคร, จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา, ปณิตา พิชิตหฤทัย, วิมพ์วิภา ค้ำจุนวงศ์สกุล, สตางค์ พูลสวัสดิ์

ภาพ : ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ, ภูรินทร์ บุระคร

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load