9 กุมภาพันธ์ 2565
2 K

หากมีรายการเกมโชว์ จัดอันดับท็อปลิสต์ประเทศที่มักเป็นหมุดหมายยอดนิยมของเหล่านักเดินทาง ญี่ปุ่นคงเป็นหนึ่งในคำตอบของหลาย ๆ คนอย่างไม่ต้องลังเล แต่หมู่เกาะอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ไม่ได้มีดีเฉพาะโตเกียว ฮอกไกโด หรือโอซาก้า เพราะอีกหนึ่งภูมิภาคที่คละเคล้าไปด้วยเสน่ห์แห่งวัฒนธรรม ท้องถิ่นน่ารัก และสีสันความสนุกแห่งยุคสมัย อย่างภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ตอนเหนือของเกาะฮอนชู เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวฉบับอันซีนอีกสารพัน ที่ยินดีเปิดประตูให้เราเข้าไปสำรวจและทำความรู้จัก

คอลัมณ์ Take Me Out คราวนี้ อาสาพาเหล่านักเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล ไปเปิดประสบการณ์สัมผัสความงดงามของธรรมชาติ เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น กินอาหารญี่ปุ่นโฮมเมด และตกหลุมรักภูมิภาคแห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวจาก 3 จังหวัดทางตอนเหนือ ตั้งแต่จังหวัดอาโอโมริ จังหวัดอาวาเตะ จนถึงจังหวัดอาคิตะ พร้อมกิจกรรมแสนสนุกที่คัดสรรมาให้อย่างครบครัน 

ทั้งเดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์โคมไฟขนาดยักษ์ นั่งรถแท็กซี่ชิมพายแอปเปิ้ล ล่องเรือแอดแวนเจอร์กลางทะเลสาบ เข้าพักฟาร์มสเตย์แสนอบอุ่น พาน้องหมาเดินเล่นรอบหมู่บ้านซามูไร ประเดิมฝีมือทำโคมไฟตุ๊กตา ลูกพลับตากแห้ง และที่รองแก้วแบบช่างไม้คาบาไซคุ หรือจะลิ้มลองอาหารท้องถิ่นอย่างปลาฮิราเมะ เนื้อหมูโทจูฉะ และเส้นอุด้งที่ชิมแล้วจะต้องขอคารวะว่าสึโก้ย !

01

พิพิธภัณฑ์โคมไฟทะชิเนปุตะ (Tachineputa Museum) 

จังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น
ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

จะไปเยือนถิ่นโทโฮคุทั้งที ชาวญี่ปุ่นต่างรู้ดีว่าควรจองตั๋วไปช่วงเดือนสิงหาคมจึงจะคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด เพราะจะได้รับการต้อนรับด้วยเทศกาลใหญ่ประจำฤดูร้อนอย่างเทศกาลเนบุตะ (Aomori Nebuta Festival) เทศกาลแห่ตุ๊กตาโคมไฟสุดอลังการ จัดขึ้นในช่วงวันที่ 4 – 7 สิงหาคมของทุกปี พร้อมด้วยพาเหรดหุ่นโคมไฟขนาดมหึมา แถมยังระยิบระยับละลานตาจนนับนิ้วไม่หมด

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

แต่หากมาไม่ตรงช่วงเทศกาลก็ใช่ว่าจะเสียเที่ยว เพราะพิพิธภัณฑ์โคมไฟทะชิเนปุตะที่เปิดทำการมานานถึง 18 ปี ยินดีต้อนรับเหล่านักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสใกล้ชิดกับวัฒนธรรมและความศรัทธาของชาวอาโอโมริได้ตลอดปี โดยภายในเป็นที่ตั้งของโคมไฟเนบุตะใหญ่ยักษ์ขนาดตึก 5 ชั้น พร้อมด้วยนิทรรศการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัด คาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านของฝากน่ารัก แค่มองปราดก็อยากแวะไปจับจ่ายใช้สอย ส่วนไฮไลต์อยู่ที่สตูดิโอเอาใจสายคราฟต์ ที่เข้าร่วมเวิร์กชอปอวดฝีมือทำคิงเกียวเนปุตะ (Kingyo Neputa) หรือเนปุตะปลาทองในแบบฉบับของตัวเองได้ ส่วนใครไม่มั่นใจในฝีมือก็ไร้กังวล เพราะที่นี่เขามีคุณครูคอยประกบข้าง แนะนำดูแลให้ทุกกระบวนความ รับรองว่าได้เจ้าปลาทองรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ติดมือกลับบ้านอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : 506-10 Omachi, Goshogawara, Aomori (แผนที่)

เวลาเปิดทำการ : เมษายน-กันยายน เวลา 09.00 – 19.00 น. , ตุลาคม-มีนาคม เวลา 09.00 -17.00 น. และปิดทำการทุกวันที่ 1 มกราคมของทุกปี

เว็บไซต์ : tachineputa.jp 

02

แท็กซี่พายแอปเปิ้ล (Apple Pie Taxi)

จังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น
ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

เพราะเป็นฐานทัพใหญ่ที่มีกำลังการผลิตแอปเปิ้ลได้มากที่สุดในญี่ปุ่น จึงไม่แปลกที่ไม่ว่าจะหลบไปมุมไหน เมืองฮิโระซะกิ (Hirosaki) ก็มีร้านพายแอปเปิ้ลตั้งเรียงรายแทบทุกซอกทุกมุม แถมยังมีผลแอปเปิ้ลไซส์น้อยใหญ่ ประดับประดาไปทั่วอาณาบริเวณ แต่งแต้มให้เขตรามบ้านช่องละแวกนั้นดูมีชีวิตชีวาและน่าเอ็นดูกว่าใครเพื่อน ตั้งแต่ตึกอาคาร ถนนหนทาง จนถึงหลังคารถแท็กซี่ ! 

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

แต่แอปเปิ้ลบนหลังคารถแท็กซี่มีฟังก์ชันและดีกรีที่มากกว่าความน่ารัก เพราะมันคือสัญลักษณ์ของแท็กซี่ท้องถิ่น ‘Apple Pie Concierge’ เพียงแค่บอกว่าอยากลิ้มลองพายแอปเปิ้ลรสชาติแบบใด พี่โชเฟอร์ใจดีก็พร้อมสตาร์ทรถ พาไปร้านพายที่ถูกจริตและตรงใจเรามากที่สุดทันที แถมยังการันตีว่าคนขับทุกคนล้วนผ่านการทดสอบว่าเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านพายแอปเปิ้ลโดยเฉพาะ พร้อมแนะนำจุดเด่นของแต่ละร้านและที่เช็กอินน่าแวะภายในเมืองให้ตลอดเส้นทางอย่างผู้รู้จริง โดยนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ เรียกใช้บริการพายแอปเปิ้ลแท็กซี่ได้จากทุกจุดในเมือง ค่าบริการแตกต่างกันไปตามระยะเวลาและจำนวนร้านค้าที่อยากให้พี่โชเฟอร์พาไป

ที่ตั้ง : เรียกใช้บริการได้จากทุกจุดในเมืองฮิโระซะกิ (Hirosaki)

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 16.00 น.

เว็บไซต์ : peraichi.com/landing_pages/view/apc/

03

เทือกเขาชิราคามิซันจิ (Shirakami-sanchi Mountain Range)

จังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น
ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

ได้เวลาสะพายเป้ขึ้นบ่าและผูกเชือกรองเท้าผ้าใบให้แน่น เพราะเราจะพานักผจญภัยทั้งมือเก่าและมือใหม่ไปเดินป่าสำรวจธรรมชาติ พร้อมสูดอากาศแสนสะอาดจนฉ่ำปอดกันที่เทือกเขาชิราคามิซันจิ นอกจากเทือกเขาแห่งนี้จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกในญี่ปุ่นแล้ว ยังรายล้อมไปด้วยผืนป่าบีชโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีสถานที่ดีงามน่าค้นหาอีกหลายแห่ง ทั้งแกรนด์แคนยอนแห่งญี่ปุ่น ทะเลสาบแห่งจูนิโคะ (Juniko Twelve Lakes) และบึงน้อยใหญ่นับไม่ถ้วน

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

เสน่ห์และความหรรษาของเทือกเขาแห่งนี้ อยู่ที่วิวธรรมชาติขนาบข้างตลอดเส้นทาง เพราะหากแวะเวียนมาในช่วงเวลาที่ต่างกัน ก็จะได้ดื่มด่ำกับทิวแถวผืนป่าที่ผลิบานและผลัดใบไปตามฤดูกาลไม่ซ้ำ อีกทั้งยังมีทะเลสาบสีฟ้าใสอย่างทะเลสาบอะโออิเคะ (Blue Pond) ที่ไม่ว่าใครก็ต้องหยุดแชะภาพ หากมาในช่วงฤดูร้อน อาจได้ทักทายเจ้าลิงจ๋อที่มาลงเล่นน้ำในทะเลสาบด้วย

ส่วนคอร์สเดินป่าก็มีให้เลือกทั้งแบบระยะสั้นสำหรับนักเดินมือใหม่และระดับมืออาชีพ ส่วนใครที่อยากมีไกด์นำทางให้อุ่นใจ ก็ติดต่อกับไกด์ได้ที่ร้านของฝากเคียวโระโระ (Kyororo Forest Produce Center) กันก่อนได้นะ 

ที่ตั้ง : 1-56 Matsugami, Fukaura, Nishitsugaru District, Aomori (แผนที่)

เวลาทำการ : เมษายน-ตุลาคม เวลา 08.00 – 18.00 น., พฤศจิกายนเป็นต้นไป เวลา 08.30 – 17.00 น. และปิดทำการวันที่ 1 ธันวาคมถึงปลายเดือนมีนาคม

เว็บไซต์ : www.experience-shirakami.com/

04

ร้านโชคุจิ โดโคโระ ฮะมะยู (Shokuji Dokoro Hamayu)

จังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

มาเยือนแดนปลาดิบทั้งที การได้ลิ้มรสชาติปลาดิบดี ๆ สักถ้วย (หรือหลายถ้วย) ถือเป็นเรื่องสมควรอย่างยิ่ง ยิ่งเป็นจังหวัดอาโอโมริ ที่มีพื้นที่โอบล้อมด้วยท้องทะเลญี่ปุ่นด้วยแล้ว ไม่ควรพลาดร้านอาหารติดทะเลแห่งนี้ด้วยประการทั้งปวง เอ้า ลุยเลย !

ขอแนะนำร้านโปรด – ร้านโชคุจิ โดโคโระ ฮะมะยู ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบจากทะเลหลายชนิด แถมร้านยังตั้งอยู่ติดริมทะเลญี่ปุ่นด้วย บรรยากาศเป็นใจ ไม่รอช้า ขอสั่งเมนูอร่อยมาลิ้มลอง ได้แก่ ข้าวหน้าปลาฮิราเมะดอง (Hirame-zuke don) ทำจากปลาปลาฮิราเมะหรือปลาตาเดียวจากเมืองอะจิกะซาวะ (Ajigasawa) วัตถุดิบขึ้นชื่ออันลือเลื่องของจังหวัด การันตีรสชาติและเนื้อสัมผัสว่าอร่อยหนุบหนับ กระซิบว่าถ้ามาช่วงเดือนมกราคม เนื้อปลาจะอร่อยที่สุดในรอบปี เพิ่มเติมด้วยคอลลาเจนชั้นดี รับรองไม่ผิดหวัง

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น
ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

และละแวกเมืองอะจิกะซาวะ (Ajigasawa) ยังมีร้านรวงอีกนับไม่ถ้วนที่มีข้าวหน้าปลาฮิราเมะวางขาย ซึ่งสังเกตได้ง่าย ๆ จากธงสีฟ้าที่ปักอยู่หน้าร้าน มีข้อความเขียนว่า ‘鰺ヶ沢ヒラメのヅケ丼 (Ajigasawa Hirame-zuke don)’ 

หากยังไม่อิ่มจนเกินไป แวะไปลองลิ้มชิมรสสูตรลับเฉพาะของแต่ละร้านกันได้ตามสะดวก

ที่ตั้ง : Naruto-387-8 Maitomachi, Ajigasawa, Nishitsugaru District, Aomori (แผนที่)

เวลาทำการ : 11.00 – 20.30 น.

เว็บไซต์ : www.ajiiku.jp/category/detail02_30.html

05

ทะเลสาบโทวะดะ (Lake Towada)

จังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

เตรียมรัดเสื้อชูชีพและจับราวเก้าอี้ให้มั่น แล้วลืมภาพการล่องเรือชมทะเลสาบแบบเก่าไปได้เลย เพราะที่ทะเลสาบโทวะดะ (Lake Towada) มีกิจกรรมเอาใจสายแอดแวนเจอร์อย่างการนั่งเรือยางท้องแข็ง หรือ Rigid-Hulled Inflatable Boat (เรียกสั้น ๆ ว่า RHIB หรือ RIB) เห็นลำใหญ่บึกบึนอย่างนี้ แต่รับรองว่าแล่นฉิวพริ้วลมไม่เบา

ลายแทง 10 สถานที่กิน เที่ยว พัก North-Tohoku ฉบับท้องถิ่น ที่ทำให้รักญี่ปุ่นมากขึ้น

แม้จะล่องไปบนผืนน้ำความเร็วสูง ให้ร่างกายได้หลั่งอะดรีนาลีนราวกับกำลังเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก แต่เรือยางลำนี้ก็ทนทานต่อแรงกระแทกของคลื่นได้ดีเยี่ยม มั่นใจได้ว่าปลอดภัยหายห่วง ก่อนล่องเรือจะมีเสื้อชูชีพและชุดกันฝนคอยบริการหากฟ้าฝนไม่เป็นใจ ถ้ามาท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จะมีวิวธรรมชาติสุดอันซีนให้ได้ชมพอคลายความตื่นเต้นอยู่ตลอดเส้นทาง 

ใครอยากเปิดประสบการณ์การล่องเรือสุดเร้าใจบนผืนทะเลสาบกว้างใหญ่ แนะนำให้โทรไปจองคิวกันล่วงหน้า โดยเรือ RIB มีรอบออกแล่นทุกชั่วโมง และยังมีบริการแบบเช่าเหมาลำที่ลูกค้าพาเหล่าน้อง ๆ สัตว์เลี้ยงขึ้นเรือไปด้วยกันได้

ที่ตั้ง : Towadakohanutarube-123-1 Okuse, Towada, Aomori (แผนที่)

รอบบริการ : 09.00 – 15.00 น. เรือออกทุก ๆ 1 ชั่วโมง (*รอบ 10.00 – 15.00 น. ต้องมีการจองล่วงหน้า)

เว็บไซต์ : guriland.jp

06

ฟาร์มโคอิวาอิ (Koiwai Farm Makibaen)

จังหวัดอิวาเตะ (Iwate)

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

เพียงปลายเท้าแตะผืนหญ้าขนาดกว้างกว่า 30 ตารางกิโลเมตร เสียงร้องมอ ๆ จากเจ้าวัวสี่ขาประจำบ้านก็แว่วมาทักทายเราจากระยะไกล เป็นสัญญาณบอกว่าฟาร์มแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ทั้งเป็นมิตรและเหมาะกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ
ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

เพราะฟาร์มโคอิวาอิมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 130 ปี มีสารพัดกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งนั่งรถชมฟาร์มสัตว์น้อยใหญ่ ตื่นตาตื่นใจกับโชว์จากเจ้าแกะและสุนัขแสนรู้ที่รับรองว่าต้องถูกใจเหล่าคุณหนู ๆ หรือจะเป็นกิจกรรมท้าทายทักษะเฉพาะตัวขึ้นมาหน่อยอย่างการขี่ม้า เวิร์กชอปทำชีสและของทำมือกระจุกกระจิก นอกจากนั้นยังมีเครื่องเล่นและจุดถ่ายภาพกลางทุ่งดอกไม้ ที่ทางฟาร์มจะหมุนเวียนนิทรรศการจากดอกไม้ตามฤดูกาล มาอวดความบานสะพรั่งให้กับเหล่านักท่องเที่ยวอยู่ตลอดปี 

มาเยือนฟาร์มโคนมแห่งนี้ต้องไม่พลาดจับจ่ายสินค้าติดมือกลับบ้าน มีสินค้าขึ้นชื่ออย่างนม เนย ชีส และโยเกิร์ต ส่วนเมนูที่ต้องลิ้มลอง คือ เมนูปิ้งย่างซิกเนเจอร์อย่างหมูโทจูฉะ (Tochucha Pork) ซึ่งที่มาของชื่อเกิดจากหมูเหล่านี้ทานอาหารที่ผสมผงชาโทจูฉะจากประเทศจีน ทั้งยังมีเพลงโมสาร์ทให้ฟังในทุก ๆ เช้า เป็นหมูที่ชีวิตดีสุด ๆ ทำให้เนื้อหมูนุ่มเด้ง คอลลาเจนสูง เหมาะกับสาว ๆ ที่มองหาตัวช่วยในการบำรุงผิวพรรณ และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย (ใครไม่ทานหมู ยังมีเนื้อวัว เนื้อแกะ ให้เลือกนะ)

ที่ตั้ง : 36-1 Maruyachi, Shizukuishi, Iwate District, Iwate (แผนที่)

เวลาทำการ : 09.00 – 16.00 น. (เวลาทำการของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านในฟาร์มอาจแตกต่างกัน)

เว็บไซต์ : www.koiwai.co.jp/makiba/en

07

ฟาร์มอินน์ มิโดริโนะคะเซะ (Farm inn midori no kaze)

จังหวัดอาคิตะ (Akita)

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

มองเผิน ๆ อาจเป็นเพียงบ้านพักหลังย่อมให้เหล่านักทักท่องเที่ยวได้เข้ามานอนค้างอ้างแรม แต่แท้จริงแล้วฟาร์มสเตย์แห่งนี้ยังอนุญาตให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ และเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นจากคนท้องถิ่นอย่างไม่ถือตัว

มาเยือนครั้งแรกก็รู้ได้ทันที ว่าบ้านพักสไตล์คอตเทจ 2 ชั้นอายุกว่า 20 ปีหลังนี้ ทั้งอบอุ่นและเป็นกันเองไม่แพ้คุณลุงคุณป้าเจ้าของบ้านที่อายุปาเข้าไป 70 ปี แต่อายุเป็นเพียงตัวเลข สิ่งที่มัดใจนักเดินทางคือความใส่ใจ ซึ่งความน่ารักมากของโฮสต์ทั้งสอง ถูกส่งผ่านมายังจานอาหารทุกมื้อที่จัดเสิร์ฟ เจ้าบ้านจะหยิบยกพืชผักในสวนและวัตถุดิบตามฤดูกาลในท้องถิ่นมาปรุงอย่างพิถีพิถัน 

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ
ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

อย่างหม้อไฟคิริทัมโปะ (Kiritanpo) ใส่ไก่บ้านฮิไน (Hinai Chicken) เมนูขึ้นชื่อของจังหวัดก็หาทานได้จากฟาร์มสเตย์แห่งนี้ คุณลุงคุณป้ายังขยันจัดกิจกรรมเวิร์กชอปให้เหล่าผู้เข้าพักได้เลือกทำตามอัธยาศัย ทั้งคอร์สทำอาหารท้องถิ่น ทำลูกพลับตากแห้ง และทำที่รองแก้วตามแบบฉบับช่างไม้คาบะไซคุ (Kaba Zaiku) ที่คุณลุงจะลงมือสอนด้วยตัวเอง เพราะคุณลุงเป็นช่างไม้ฝีมือดี

อ้อ คุณลุงทำเตาอบพิซซ่าขึ้นมาเองด้วย และแน่นอน คุณจะได้ชิมพิซซ่าโฮมเมดฝีมือคุณป้า ถ้าวันไหนอยากขยับร่างกาย ท่องเที่ยวสำรวจละแวกใกล้เคียง เราขอแนะนำหมู่บ้านซามูไรคะคุโนะดาเตะ (Kakunodate Samurai District) ทะเลสาบทะซะวะ (Lake Tazawa) และทามางาวะอนเซ็น (Tamagawa Onsen) ซึ่งการเข้าพักที่ฟาร์มอินน์ มิโดริโนะคะเซะ จะคิดราคาแตกต่างกันตามระยะเวลาและจำนวนมื้ออาหาร ส่วนใครที่สนใจอยากลงทะเบียนเรียนคอร์สเวิร์กชอป ก็แจ้งล่วงหน้ากับเจ้าบ้านก่อนจองที่พักนะ

ที่ตั้ง : Kawageta-368 Kakunodatemachi Nishinagano, Semboku, Akita (แผนที่)

เวลาทำการ : เวลาเช็กอิน 15.00 น. เวลาเช็กเอาต์ 11.00 น. (ติดต่อล่วงหน้า)

เว็บไซต์ : www.tuneyasu.com , semboku-gt.jp/en/stay/farm-inn-midorinokaze/

08

เกสต์เฮาส์สุนัขอาคิตะ (Guest House Enishi)

จังหวัดอาคิตะ (Akita)

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ
ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

รับรองว่าเหล่าทาสน้องหมาจะต้องติดอกติดใจเกสต์เฮาส์แห่งนี้จนไม่อยากกลับบ้าน นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศรอบ ๆ หมู่บ้านซามูไรคะคุโนะดาเตะ อันเป็นที่ตั้งของเกสต์เฮาส์แห่งนี้ เหล่าผู้เข้าพักยังพาเจ้าสุนัขอาคิตะที่ทั้งใจดีและเป็นมิตรสุด ๆ ไปเดินเล่นด้วยกันได้ ซึ่งที่มาของสุนัขพันธุ์อาคิตะก็มาจากชื่อจังหวัดอาคิตะ และมีบรรพบุรุษเป็นสุนัขสายพันธุ์อาคิตะ มาตางิ

เกสต์เฮาส์หลังนี้ดูแลโดยสองพี่น้องที่ร่วมกันรีโนเวตบ้านเก่าอายุกว่า 50 ปี ให้เป็นบ้านพักสไตล์โคซี่ที่ผสานเข้ากับร่องรอยวัฒนธรรมญี่ปุ่นขนานแท้ ส่วนพระเอกของเราที่ชี้ชวนให้เหล่านักเดินทางอยากแวะมาพักที่นี่ ต้องยกให้เจ้าสุนัขพันธุ์อาคิตะ เป็นสุนัขประจำชาติของชาวญี่ปุ่น พ่วงตำแหน่งทูตการท่องเที่ยวของจังหวัดอาคิตะ ส่วนใครไม่ได้เข้าพักกับที่นี่ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเจ้าบ้านยังใจดีมีคอร์สพาน้องหมาเดินเล่นรอบหมู่บ้านไว้คอยบริการ ระหว่างทางก็ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะสองพี่น้องจะอาสาพาเดินทัวร์รอบหมู่บ้าน พร้อมพาชมต้นลูกพลับ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และจุดเช็กอินถ่ายรูปตลอดเส้นทางให้อย่างเป็นกันเอง

ที่ตั้ง : 22 Uramachi, Kakunodatemachi, Semboku, Akita (แผนที่)

เวลาทำการ : เวลาเช็กอิน 16.00 – 20.00 น. เวลาเช็กเอาต์ 07.00 – 10.00 น. (ติดต่อล่วงหน้า)

เว็บไซต์ : enishimusubi.com

09

ตลาดชุมชนเมืองอาคิตะ (Akita Citizen’s Market)

จังหวัดอาคิตะ (Akita)

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ
ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดอาคิตะกันที่ไหน เพราะตลาดชุมชนเมืองอาคิตะ ได้รวบรวมสินค้านานาชนิดแบบซื้อครบจบทุกกระบวนความไว้ในที่เดียวให้แล้ว จะช้อปปิ้งโต้รุ่งแบบตลาดเช้า หรือเดินชิลล์จับจ่ายแบบตลาดเย็น ตลาดชุมชนแห่งนี้ก็เปิดบริการตั้งแต่ตี 5 จนถึง 6 โมงเย็น ให้ได้ถลุงธนบัตรในกระเป๋ากันจนหนำใจ 

ภายในแบ่งพื้นที่ไว้เป็นโซนใครโซนมันอย่างเป็นระเบียบ ทั้งโซนผักผลไม้ อาหารทะเล ดอกไม้ จนถึงร้านอาหารรสเลิศน่าลอง ส่วนสินค้าที่ทั้งคนพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวจากแดนไกลนิยมซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน หนีไม่พ้นแอปเปิ้ลพันธุ์ท้องถิ่นเนื้อหวานฉ่ำ พวงไข่ปลาแซลมอนชิ้นโต เซ็ตวัตถุดิบสำหรับทำเมนูขึ้นชื่อของจังหวัดอย่างหม้อไฟคิริทัมโปะ (Kiritanpo) นอกจากนี้ยังมีสินค้าอีกสารพันจากภูมิภาคใกล้เคียงมาวางขายให้ได้เลือกช้อปกลับไป อย่างปูขนและปลาหมึกทาโกะหมักน้ำส้มสายชูจากฮอกไกโด ก็ขึ้นแท่นติดอันดับเป็นสินค้าขายดีประจำตลาดชุมชนแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

ที่ตั้ง : 4-7-35 Nakadori, Akita (แผนที่)

เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ 05.00 – 18.00 น. (ขึ้นอยู่กับร้านค้า)

เว็บไซต์ : www.akitashiminichiba.com/

10

ร้านต้นตำรับอินานิวะ อุด้ง (Sato Yosuke Shoten)

จังหวัดอาคิตะ (Akita)

ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ
ทำความรู้จักโทโฮคุ ภูมิภาคเล็ก ๆ แต่ความสนุกไซส์ใหญ่ ผ่านสถานที่กิน เที่ยว พัก จาก 3 จังหวัดตอนเหนือ

ปิดท้ายขบวนทริปด้วยมื้ออาหารเส้นยอดนิยมของจังหวัดอาคิตะ อย่างอินานิวะ อุด้ง (Inaniwa Udon) หากจะลองชิมทั้งที ต้องไปเยือนถึงร้านสูตรต้นตำรับอย่างร้านซาโตะ โยสุเคะ โชเท็น ถึงจะเรียกว่าไม่เสียเที่ยว โดยเจ้าของร้านรุ่นแรกยังเป็นผู้คิดค้นเทคนิคการทำเส้นอินานิวะ อุด้ง ด้วยตัวเองตั้งแต่ ค.ศ.1665 เอกลักษณ์และความพิถีพิถันที่ต้องขอก้มโค้งให้ คือกระบวนการทำเส้นที่ใช้เวลานานถึง 3 วัน ต้องใช้มือบรรจงนวดแป้ง ปราศจากเครื่องทุ่นแรงใด ๆ เส้นที่ได้มีขนาดเล็ก แบน และเหนียวนุ่มมากเป็นพิเศษ 

หากชิมแล้วจะไม่แปลกใจว่าเหตุใดจึงติดอันดับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น โดยเมนูต้นตำรับของทางร้านซาโตะ โยสุเคะ โชเท็น คือเซ็ตเมนูอินานิวะ อุด้ง มีเสิร์ฟทั้งแบบเย็นและแบบร้อน ส่วนความครีเอทีฟสุดเก๋ไก๋ของทางร้านต้องยกให้กับเมนูชุดที่เสิร์ฟคู่กับแกงเขียวหวานและต้มยำน้ำข้น แค่อ่านชื่อก็รู้ว่าต้องถูกปากและยั่วน้ำลายคนไทยอย่างเรา ๆ เป็นแน่

ที่ตั้ง : Seibu Akita Store 2-6-1 Nakadori, Akita (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 11.00 – 21.00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 20.00 น.)

เว็บไซต์ : www.sato-yoske.co.jp/en/shop/sato-yosuke-shoten-flagship-store

ภาพ : องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและตามไปอ่านทริปโทโฮคุเหนือและใต้ได้ที่ www.jnto.or.th/tohoku2022/

Writer

ณัฐชา เกิดพงษ์

นักฝึกเขียน ผู้มีกาแฟและหมาปั๊กเป็นปัจจัยที่ 5 และเพิ่งค้นพบว่าการอยู่เฉยๆ ยากพอๆ กับการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

29 พฤศจิกายน 2560
4 K
The Cloud X TETRA PAK

ถึงแม้ว่ากรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความวุ่นวายและมีอีกหลายด้านของเมืองที่เราอยากเบือนหน้าหนี แต่เมืองเทพสร้างดังที่กล่าวอ้างกันตามชื่อนั้น ยังมีด้านที่สวยงามอีกมากมายที่เราอยากชวนมอง

ถ้าเปรียบกรุงเทพฯ เป็นกล่องเราคงเห็นกันมาครบทั้งสี่ด้านแล้ว แต่วันนี้เราอยากชวนคุณออกนอกบ้านไปดูด้านใหม่ที่คุณไม่เคยเห็นของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะบนที่ราบหรือขึ้นไปอยู่บนที่สูงก็ทำให้เห็นมุมเมืองที่ต่างกัน บรรยากาศดีๆ แบบนี้ถ้าได้ชวนเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก ออกไปใช้วันเวลาด้วยกันตรงนั้นก็น่าจะเป็นวันพักผ่อนที่มีคุณภาพไม่ใช่น้อย ถ้าตามมาแล้วก็อย่าลืมเลือกด้านที่คุณชอบและบอกต่อคนอื่นๆ ด้วยล่ะ

1. ตื่นเช้ามาวิ่งชมเมืองบนทางลอยฟ้า

สะพานเชื่อมสวน ทางวิ่ง ทางวิ่งลอยฟ้า ทางวิ่งลอยฟ้า สะพานเชื่อมสวน

แม้ว่ากรุงเทพฯ จะไม่มีฤดูหนาวเป็นของตัวเองจริงๆ แต่ช่วงปลายปีแบบนี้ใครที่ตื่นเช้าจะสัมผัสได้ว่าอากาศเย็นเริ่มมาเยือนเราแล้ว กิจกรรมยามเช้าที่เราอยากแนะนำคือการออกไปวิ่งรับลมเย็นให้ชุ่มปอด และถ้าอยากได้บรรยากาศดีๆ ด้วยแล้ว ต้องมาวิ่งทางจักรยานลอยฟ้าที่สามารถทั้งวิ่งและปั่นเชื่อมสวนเบญจกิตติและสวนลุมพินีได้แบบไม่ต้องติดไฟแดง ทำให้ได้วิ่งชมเมืองกันและบ้านเรือนบนถนนวิทยุกันแบบนอนสต็อปเลยทีเดียว

ถ้ามาจากสวนเบญฯ และอยากจะข้ามไปสวนลุมฯ จุดสังเกตคือเมื่อวิ่งพ้นโค้งวงรีของสวนมาแล้วให้วิ่งลัดเลาะรั้วสีส้มออกไปทางโรงงานยาสูบ จะพบกับทางเชื่อมที่พาเราไปถึงสวนลุมพินีได้ แต่ถ้ามาจากสวนลุมพินีต้องออกประตูโรงเรียนลุมพินีแล้ววิ่งย้อนขึ้นไปทางสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยนะ บันไดทางเชื่อมอยู่ตรงหัวมุมถนนวิทยุเลย

เวลาทำการ
สวนลุมพินี เปิดทุกวัน 05.00-21.00 น.
สวนเบญจกิตติ เปิดทุกวัน 05.00-20.00 น.

2. ชมวิว 2 ฝั่งเจ้าพระยาจาก River Vibe ใจกลางตลาดน้อย

River Vibe Restaurant & Bar River Vibe Restaurant & Bar วิวแม่น้ำเจ้าพระยา River Vibe Restaurant & Bar River Vibe Restaurant & Bar

บนชั้นดาดฟ้าของ River View Guest House ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางร้านเซียงกงจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ในตลาดน้อยคือที่ตั้งของ River Vibe Restaurant & Bar ร้านอาหารไทยกึ่งเอาท์ดอร์ที่โดดเด่นทั้งรสชาติอาหารและทำเลที่ตั้งดีงามจนร้านอื่นต้องอิจฉา เพราะจากมุมนี้ทำให้ได้เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 2 ด้านแบบ 360 องศา แถมยังมีโซฟาหลากสีที่วางเรียงยาวให้กึ่งนอนกึ่งนั่งและเอกเขนกชมวิวได้แบบสบายๆ

วิวทางด้านขวาของร้านคือวัดสัมพันธวงศ์ วัดปทุมคงคา วัดอรุณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และสะพานพุทธฯ ส่วนด้านซ้ายจะเห็นเขตเจริญกรุงและเขตเจริญนครและ ล้ง1919 สถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ใกล้ๆ กันนี้ยังมีบ้านโซวเฮงไถ่และศาลเจ้าโจวซือกงให้แวะไปต่อในระยะเดินถึงด้วยนะ รับรองว่ามาถึงที่นี่ไม่ได้แค่วิวสวยๆ แต่ยังมีสถานที่ดีๆ ให้ไปต่ออีกเพียบ

ที่อยู่ : 768 ซอยภาณุรังษี ถนนทรงวาด ตลาดน้อย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
เวลาทำการ : 07.30 – 23.00 น.
ติดต่อ : 02-234-2078

3. เดินขึ้นบันไดเวียนมาชมวิวข้างบนโลหะปราสาท

โลหะปราสาท วิวกรุงเทพฯ ภูเขาทอง วิวกรุงเทพฯ วิวกรุงเทพฯ

อีกหนึ่งจุดชมวิวมุมสูงที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างกว้างไกล แถมยังได้ชมสถาปัตกรรมไทยคือโลหะปราสาทซึ่งตั้งอยู่ในวัดราชนัดดารามวรวิหาร ที่นี่คือเป็นโลหะปราสาทแห่งแรกของไทย และเป็นโลหะปราสาทองค์เดียวของโลกที่ยังอนุรักษ์ไว้ ซึ่งจุดชมวิวที่ดีที่สุดอยู่บนยอดปราสาทชั้น 7 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ กลางปราสาทจะเป็นช่องกลวงจะมีบันไดเวียน 67 ขั้นให้เราเดินขึ้นไปดูทิวทัศน์ข้างบนได้ บนยอดสูงสุดของโลหะปราสาทจะมองเห็นสะพานพระราม 8 ไกลๆ ยอดภูเขาทอง ศาลาวัดสระเกศ และศาลาว่าการกรุงเทพฯ

ก่อนขึ้นไปชมวิวอย่าลืมแวะชมนิทรรศการโลหะปราสาทที่ชั้นชั้น 1 ด้วยนะจะได้รู้สึกอินกับการชมวิวมากขึ้นเป็นพิเศษ

ที่อยู่ : 2 ถนนมหาไชย แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น.
ติดต่อ : 02-224-8807

4. เดินทอดน่องและหามุมพักผ่อนในอุทยานจุฬาฯ 100 ปี

อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี อุทยานจุฬาฯ 100 ปี

ถ้าอยากออกนอกบ้านมากลางเมืองแต่ไม่อยากเข้าห้างจะไปไหนดี ลองแวะมาเดินทอดน่องและหามุมพักผ่อนในอุทยานจุฬาฯ 100 ปีอาจจะมีคำตอบ ที่นี่คือสวนสาธารณะกลางเมืองที่เกิดขึ้นเพื่อฉลองวาระครบหนึ่งศตวรรษของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเดินเข้ามาในสวนจะได้พบกับต้นไม้น้อยใหญ่หลากหลายพันธุ์ จุดชมวิวสำคัญของที่นี่คืออาคารเอนกประสงค์หลังใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ส่วนเนินดินด้านบนสุดซึ่งเรียกว่า Green Roof หรือหลังคาดินที่เขียวชอุ่มด้วยวัชพืช ทำให้มองเห็นวิวบ้านเรือนและตึกสูงใหญ่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสวนนัก แนะนำว่าให้มาในช่วงเช้าและช่วงเย็นอากาศน่าจะเหมาะกับการเดินเล่นเป็นที่สุด

ที่อยู่ : 332/6 ซอยจุฬาฯ 7 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เวลาทำการ : 06.00 – 18.00 น.  

5. กินอาหารไทยและดูไฟวัดอรุณที่ Supanniga Eating Room x Roots Coffee

Supanniga Eating Room x Roots Coffee Supanniga Eating Room x Roots Coffee Supanniga Eating Room x Roots Coffee วัดอรุณ วิววัดอรุณ

อีกสถานที่ริมน้ำที่เราอยากพาไปทำความรู้จักคือ Supanniga Eating Room x Roots Coffee หรือห้องอาหารสุพรรณิการ์ สาขาท่าเตียน ร้านอาหารไทย 2 ชั้นที่มีฉากหลังเป็นแลนด์มาร์กของเจ้าพระยาอย่างวัดอรุณฯ ใครที่ชอบอาหารไทยแบบดั้งเดิมรับรองว่าจะต้องตกหลุมรักร้านนี้อย่างแน่นอน เพราะนอกจากอาหารหลายอย่างจะหาทานยากแล้วยังเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพและพิถีพิถันในกระบวนการเพื่อให้รสชาติถูกปากคนไทย

พนักงานที่ร้านบอกว่าหากอยากเห็นวิวที่ดีที่สุดของที่นี่ต้องมาก่อนเวลา 19.00 น. เพราะเป็นเวลาที่วัดอรุณฯ เปิดไฟบริเวณพระปรางค์ แต่ถ้าหากอยากเห็นวัดอรุณที่ระบายฉากหลังเป็น Vanilla sky ให้เผื่อเวลามาเร็วขึ้นสัก 1 ชั่วโมงเพราะช่วงฤดูหนาวพระอาทิตย์จะตกเร็วขึ้น ถ้ามาช้าเกรงว่าจะพลาดโอกาสมองท้องฟ้าสวยๆ ไปได้นะ

ที่อยู่ : 392/25-26 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เวลาทำการ : 11.30 – 22.30 น.
ติดต่อ : 02-015-4224

6. หนีรถติดบนถนนวิทยุมากินมื้อค่ำบนชั้น 25 ที่ Char Bangkok

Char Bangkok Char Bangkok Char Bangkok Char Bangkok Char Bangkok

ท่ามกลางความแอแอัดบนถนนวิทยุยามเย็น บนชั้น 25 ของ Indigo Hotel คือ Char Bangkok สเต็กเฮาส์แห่งแรกของไทยที่การันตีคุณภาพจากสาขาแรกที่เซี่ยงไฮ้ นอกจากบรรยากาศเรียบหรูที่ชวนให้หลีกหนีความวุ่นวาย และบรรดาเมนูเนื้อที่เชฟพิถีพิถัน ทั้งประยุกต์และคัดสรรวัตถุดิบไทยมาสร้างสรรค์กันแล้ว วิวของที่นี่ยังน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน เนื่องจากฝั่งตรงข้ามของโรงแรมคือบ้านพักของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาและมีพื้นที่กว้างมากจนทำให้ตึกน้อยใหญ่ในละแวกนี้ไม่บดบังทัศนียภาพที่มองออกมาจาก Char Bangkok ทำให้บรรยากาศของที่นี่ควรค่ากับมื้อค่ำสุดพิเศษและคนพิเศษอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ที่ทางร้านแอบบอกมาว่าต้องจองโต๊ะล่วงหน้ากันตั้งแต่ตอนนี้แล้วนะ เพระในวันนั้นวิวจากห้องอาหารของ Char Bangkok จะมองเห็นพลุสวยๆ จากเซ็นทรัลเวิร์ลได้อย่างจุใจเลยทีเดียว ส่วน Char Bar บนชั้น 26 ก็วิวเลอค่าน่าตามไปดูไม่แพ้กัน ถ้ามาตั้งแต่ช่วงเย็นเราจะได้เห็นท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเฉดสีไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปกับมุมตึก ดูจบแล้วค่อยลงไปดินเนอร์ชั้น 25 ได้ชมวิวอย่างคุ้มค่าแน่นอน

ที่อยู่ : Hotel Indigo Bangkok 81 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เวลาทำการ :   Char Restuarant ชั้น 25 18.00 – 00.00 น.
Char Bar ชั้น 26 17.00 – 02.00 น.
ติดต่อ : 02-207-4999

ทั้งหมดนี้คือ 6 ด้านใหม่ๆ ที่คุ้นหูคุ้นชื่อกันมานาน แต่อาจยังไม่เคยสัมผัสด้านดีงามของสถานที่เหล่านี้มาก่อน หากวันหยุดนี้ว่างก็ลองถอยห่างจากห้าง เดินห่างจากรถไฟฟ้า หรือแวะลงเรือที่ท่าน้ำอื่นๆ บ้าง เผื่อจะเจอมุมที่ชอบด้านที่ใช่ในแบบของเราเอง

อย่าลืมชวนคนรอบข้างออกมาค้นหาด้านที่ใช่และหาประสบการณ์ใหม่ในกรุงเทพฯ ด้วยกันนะ และถ้าเจอแล้วก็อย่าลืม Show your best side ที่คุณค้นพบให้ชาว The Cloud ไปตามรอยกันบ้างล่ะ 🙂

คุณอาจไม่เคยรู้ว่าในชีวิตประจำวันมี Tetra Pak อยู่รอบตัวมาตลอด ลองหันกล่องเครื่องดื่มที่อยู่ใกล้ตัวขึ้นมาดู แล้วคุณจะเห็นว่าโลโก้ของเราอยู่ตรงนั้น เพราะเราคือผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแบบครบวงจร ถ้าต้องการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ใหม่หรือให้คำปรึกษาธุรกิจก็คิดถึงเราได้นะ #ShowYourBestSide อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

Writer

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load