เอ่ยถึงราชบุรี เชื่อว่าหนึ่งในของดีที่หลายคนพูดถึงคงเป็นโอ่งมังกร จนลืมไปเลยว่าเมืองเล็ก ๆ ใกล้กรุงแห่งนี้มีแม่น้ำแม่กลองทรงเสน่ห์พาดผ่าน แถมยังมีวิถีอื่น ๆ ให้เราหลงใหล คล้ายว่าแวะราชบุรีทีไร แม้จะไม่ได้รับแสงสีซู่ซ่ากลับมา เราก็จะได้ความสบายใจเป็นของฝากที่มีคุณค่า

Normal Cafe and Stay คาเฟ่และที่พักริมแม่น้ำแม่กลองของคนที่รักการเดินทางอย่าง วิน–อิทธิพัทธ์ จิตติโชติพงศ์ และ ตู่–อภินันท์ ปัญญากร เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจนั้น ไม่ว่าจะอาหารเครื่องดื่มที่หาทานได้ยากจากที่อื่น เครื่องหอมกลิ่นเฉพาะที่ช่วยบรรเทาวันแย่ ๆ เพลย์ลิสต์เพลงที่สร้างบรรยากาศให้สมบูรณ์ และห้องพักที่อยากให้ทุกคนได้รับพลังจากแม่น้ำแม่กลองกลับไป

“ตอนเริ่มทำ คำถามแรกที่ผมถามตู่คือใครจะมา เขาจะมาทำอะไร เพราะมันไม่มีอะไรให้ทำ มันไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ไม่มีสวนสาธารณะ แต่เมื่อต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ ผมเลยสร้าง Normal Cafe and Stay ขึ้นมาด้วยความเชื่อว่า ถึงไม่มีอะไรให้ทำก็ไม่เป็นอะไร แต่ที่นี่ต้องเป็นอีกสถานที่ที่ทำให้คนอยากมา” วินบอกกับเราอย่างนั้น

ทั้งสถานที่ กลิ่น รส และมวลบรรยากาศที่เราจะได้รับจาก Normal Cafe and Stay จึงเป็นสิ่งที่มัณฑนากรอย่างวินตั้งใจออกแบบทั้งสิ้น พร้อมกับตู่ช่วยเสริมและสร้างไอเดียบางอย่างให้กลมสมบูรณ์เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้โอบอุ้มความธรรมดาที่อบอุ่นหัวใจไว้ได้

Normal Cafe and Stay คาเฟ่-ที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง อยากให้แขกพักผ่อนธรรมดา แต่แสนพิเศษ

Normality

“เดิมที พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นร้านหมูกระทะ” ตู่เริ่มบทสนทนาหลังจากเราผลักประตูเข้าไปด้านใน 

ก่อนขยายความให้ฟังว่าทั้งสองคนหลงรักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อว่างจากการงาน พวกเขาจะเสาะแสวงหาที่พักดี ๆ ไว้ผ่อนคลายและฝันอยากสร้างที่พักใกล้กรุงเป็นของตัวเองไว้เช่นกัน 

พื้นที่ขนาด 20 ตารางเมตรขนานริมแม่น้ำแม่กลองแห่งนี้จึงเหมาะเจาะนัก นอกจากจะใกล้กรุงก็ยังมอบวิวสวย ๆ ให้ด้วย แต่ครั้นจะสร้างเป็นบ้านพักส่วนตัวเพื่อพักผ่อนเพียง 2 วันต่อสัปดาห์ก็อาจไม่คุ้มเสีย ตู่ผู้เป็นนักธุรกิจมากประสบการณ์ จึงนำไอเดียการสร้างคาเฟ่และที่พักไปเสนอมัณฑนากรอย่างวิน

“พื้นที่ตรงนี้ลาดชันลงจากถนน ถ้าเราให้ห้องพักอยู่ด้านล่างติดกับสนามหญ้าและแม่น้ำ ลูกค้าที่เข้าพักก็จะได้ทั้งวิวดี ๆ และความเป็นส่วนตัว ซึ่งแยกทางเข้า–ออกจากโซนคาเฟ่ด้านบน แม้ลูกค้าจะไม่ได้ลงมาสัมผัสแม่น้ำจริง ๆ แต่วินก็ออกแบบให้เห็นโค้งน้ำแม่กลองได้” ตู่ระบุฟังก์ชันของพื้นที่แห่งนี้ให้วินไปพัฒนาต่อ

“เราสองคนสร้างที่นี่ขึ้นมาจากความชอบของตัวเองล้วน ๆ คอนเซ็ปต์ของที่แห่งนี้ คือความเข้าถึงง่าย ตรงไปตรงมา และไม่ต้องตีความเยอะ ที่สำคัญอาคารและบรรยากาศทั้งหมดยังคงความเป็นท้องถิ่นของพื้นที่ตรงนี้และจังหวัดราชบุรีผสมอยู่ด้วย” วินเสริม

แล้ว Normal Cafe and Stay หลังสีขาวติดริมแม่น้ำแม่กลอง ที่ตั้งใจเสิร์ฟความเรียบง่ายแต่น่าจดจำแห่งนี้ ก็ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่าง

Normal Cafe and Stay คาเฟ่-ที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง อยากให้แขกพักผ่อนธรรมดา แต่แสนพิเศษ
Normal Cafe and Stay คาเฟ่-ที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง อยากให้แขกพักผ่อนธรรมดา แต่แสนพิเศษ

Relax, Refresh, Recharge

เมื่อคอนเซ็ปต์คือความเรียบง่าย ผสมผสานกับวิถีท้องถิ่นและความชอบส่วนตัว การออกแบบอาคารและการตกแต่งภายในจึงตรงตัวที่สุด 

“เราชอบพื้นที่ตรงนี้ตรงที่มันเป็นชุมชนเล็ก ๆ ในถนนเล็ก ๆ แยกออกมาจากถนนใหญ่ ซึ่งให้ความรู้สึกเงียบสงบ เหมือนเราก็อยู่ของเราตรงนี้ง่าย ๆ” วินอธิบาย

หากดูจากภายนอก อาคารแห่งนี้คืออาคาร 1 ชั้นที่ดูมินิมอลเหมือนยกคาเฟ่ญี่ปุ่นสมัยใหม่มาตั้งไว้ แต่ถ้าพูดถึงความตั้งใจจริงของคนออกแบบอย่างวิน ทรงอาคารง่าย ๆ และหลังคาลอนคู่ธรรมดาที่ประกอบเข้าด้วยกันคือการเลียนแบบบ้านพักอาศัยของชาวบ้านบริเวณนี้ เพราะเขาอยากให้ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ ไม่ใช่ของแปลกใหม่ที่เข้ามารุกล้ำ 

สไตล์การออกแบบในโซนคาเฟ่และที่พักนั้นคล้ายกัน เน้นความเรียบง่ายของวัสดุและสีสัน จะว่ามินิมอลก็ไม่ใช่ จะดิบแบบลอฟต์ก็ไม่เชิง เป็นความกลาง ๆ แต่ไม่จืดชืด ทำให้อยากนั่งพักอ่านหนังสือไปพลาง ชมวิวแม่น้ำไปพลาง 

Normal Cafe and Stay คาเฟ่-ที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง อยากให้แขกพักผ่อนธรรมดา แต่แสนพิเศษ

“ปกติเวลาผมออกแบบงานให้ลูกค้า มักจะเต็มไปด้วยงานบิลต์อิน พอมาทำของตัวเองเลยอยากให้ผ่อนคลายมากที่สุดและไม่ประดิษฐ์เยอะ อยากให้เป็นห้องเปล่าโล่ง ๆ ที่เราเอาอันนั้นอันนี้มาแต้มก็พอ เฟอร์นิเจอร์กว่า 70 เปอร์เซ็นต์จึงเป็นเฟอร์นิเจอร์วินเทจที่คุณตู่สะสม” 

ส่วนห้องพักขนาด 49 ตารางเมตร 1 ห้อง และ 26 ตารางเมตร 2 ห้องด้านล่างก็เช่นเดียวกัน วินและตู่บอกว่ามันอาจไม่หรูหรา แต่รับรองว่าเมื่อเดินเข้าไปก็จะรู้สึกสงบจนอยากนอนพักหลาย ๆ วัน สิ่งสำคัญคือที่นี่ไม่ได้เป็นโรงแรมจ๋าที่มีพนักงานต้อนรับตลอดเวลา แต่เป็นที่พักสไตล์ Bed and Breakfast ที่ลูกค้าควบคุมเวลาเข้าออกได้เอง

“แขกบางคนมาพักหลายครั้งมาก เขาบอกว่ารู้สึกเหมือนได้หนีจากความวุ่นวายของกรุงเทพฯ จนบางครั้งก็เหมือนแว้บหายไปจากโลก บางคนก็มาพักแล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหน เขาอยู่แต่ในห้องเงียบ ๆ เพราะมันสงบมาก” ตู่บอก

Normal Cafe and Stay คาเฟ่-ที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง อยากให้แขกพักผ่อนธรรมดา แต่แสนพิเศษ
Normal Cafe and Stay คาเฟ่-ที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง อยากให้แขกพักผ่อนธรรมดา แต่แสนพิเศษ

Good Mood

นอกจากการออกแบบสถานที่ให้อบอวลด้วยความสบายอกสบายใจแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้พิเศษกว่าที่ไหน ๆ จนทำให้ลูกค้าหลายคนรวมถึงเราหัวใจเต้นแรง คือการใส่ใจสร้างมวลบรรยากาศ

“ผมอยากให้ลูกค้าและแขกที่เข้าพักรู้สึกถึงความผ่อนคลาย ผมจึงสร้างเพลย์ลิสต์เพลงเองสำหรับคาเฟ่และห้องพัก เพลย์ลิสต์ในคาเฟ่จะออกแนวชิลล์ ๆ ส่วนเพลย์ลิสต์สำหรับห้องพักจะค่อนข้างผ่อนคลายและสงบกว่า” วินอธิบายความแตกต่างให้เราฟังด้วยแววตาเป็นประกาย

อีกอย่างที่น่ารักสุด ๆ และช่างเข้ากับยุคสมัยที่คนให้ความสำคัญกับเรื่องผัสสะ คือการที่วินออกแบบกลิ่นเฉพาะสำหรับแชมพู ยาสระผม และเทียนหอม ที่แรกเริ่มมีแต่แขกที่เข้าพักเท่านั้นที่จะได้สูดดม แต่เมื่อมีเสียงเรียกร้องมากขึ้น วินและตู่ก็เปิดโซนหนึ่งไว้ให้คนเลือกซื้อกลับบ้าน

คาเฟ่และที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี ที่ไม่ได้ออกแบบแค่สถานที่ให้คนมาพักกาย แต่ออกแบบบรรยากาศดี ๆ ให้คนมาพักใจ
คาเฟ่และที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี ที่ไม่ได้ออกแบบแค่สถานที่ให้คนมาพักกาย แต่ออกแบบบรรยากาศดี ๆ ให้คนมาพักใจ

“แรกเริ่ม แชมพูกับครีมอาบน้ำที่ทำขึ้นเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่นคล้ายกลิ่นธรรมชาติ ต่อมาผมก็ออกกลิ่น So Normal ที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามหญ้าริมแม่น้ำกลองสำหรับใช้เป็นสเปรย์แอลกอฮอล์และสบู่ล้างมือ”

ฟังแค่นี้ก็ใจบาง จนอยากเป็นแขกของทั้งคู่บ้างแล้ว

“Normal Cafe and Stay เป็นที่พักและคาเฟ่แห่งแรกของเรา เราเลยอยากทำให้มันออกมาดีที่สุด อะไรที่เราคิดได้และอะไรที่เราควบคุมให้มันไปในทางเดียวกันได้ เราก็จะทำ” วินกระตุ้นให้อยากสมัครเป็นแขกของที่พักด้วยคำอธิบายนี้

คาเฟ่และที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี ที่ไม่ได้ออกแบบแค่สถานที่ให้คนมาพักกาย แต่ออกแบบบรรยากาศดี ๆ ให้คนมาพักใจ

Good Food

อารัมภบทถึงรายละเอียดส่วนอื่นมานาน ตู่จึงเอ่ยบอกว่าอาหารที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะนอกจากวินจะออกแบบมวลอารมณ์ทั้งหมดในฐานะศิลปินและมัณฑนากรแล้ว เขายังเป็นคนที่รักการทำอาหารเป็นที่สุด เมนูต่าง ๆ ในร้านจึงร่วมคิดและออกแบบขึ้นระหว่างวินและเชฟ

“ผมเน้นอาหารที่เตรียมง่าย ไม่ซับซ้อน แต่มีความผสมผสานและมีกิมมิกบางอย่าง เพราะผมเป็นคนชอบทำอาหารและชอบการหยิบนั่นผสมนี่อยู่เสมอ ลูกค้าเรามักเป็นผู้ใหญ่และแนวครอบครัว แทนที่จะมีแต่พาสต้าครีม ผมก็เอาครีมมาปั่นกับพริกแกง แล้วใส่ปลาทอดลงไป” วินอธิบายก่อนตู่จะพูดถึงเมนูเอกลักษณ์ที่เราไม่เคยได้ยินที่ไหน

“ร้านเราตั้งอยู่ตรงตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหัวไชโป๊ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก วินเลยเอาไชโป๊สับกับพริกแห้งผัดกระเทียมมาทำเป็นเมนูที่ชื่อราชบุรีอ็อมเล็ต” ส่วนเบเกอรี่หลากรสชาติในร้าน แม้วินจะไม่ได้อบเองแต่ความเป็นนักกินและนักทำของเขา วินก็ปรับสูตรเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้หาทานได้แค่ที่นี่เท่านั้น 

อีกสิ่งที่กิ๊บเก๋จนอยากบอกใคร ๆ คือเมนูเครื่องดื่มที่แต่ละเดือนที่ผันผ่านไป บาริสต้าจะรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ให้ทุกคนได้ชิม นาน ๆ ครั้งหากวินปิ๊งอะไรน่าสนใจได้ เขาก็จะร่วมแจมด้วย

คาเฟ่และที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี ที่ไม่ได้ออกแบบแค่สถานที่ให้คนมาพักกาย แต่ออกแบบบรรยากาศดี ๆ ให้คนมาพักใจ
คาเฟ่และที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี ที่ไม่ได้ออกแบบแค่สถานที่ให้คนมาพักกาย แต่ออกแบบบรรยากาศดี ๆ ให้คนมาพักใจ
คาเฟ่และที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี ที่ไม่ได้ออกแบบแค่สถานที่ให้คนมาพักกาย แต่ออกแบบบรรยากาศดี ๆ ให้คนมาพักใจ

“ผมชอบหาอะไรสนุก ๆ ทำ อย่างเมษายนที่เป็นช่วงสงกรานต์​ ผมก็เริ่มทำเทียนหอมกลิ่น Jasmine Splash ขึ้นมาก่อน เป็นกลิ่นมะลิผสมส้ม โรสแมรี่ และมะกรูด ออกซ่า ๆ เย็น ๆ จากนั้นก็ให้น้องบาริสต้าลองทำกาแฟที่ใช้ส่วนผสมเดียวกันขึ้นมา นั่นคือนำนมมาต้มกับส่วนผสมเหล่านั้น เพื่อทำเป็นกาแฟที่เข้าคู่กับเทียนหอมอีกที” วินว่า

“น้อง ๆ ที่มาทำงานกับเราเคยเป็นพนักงานสายบริการในโรงแรมมาก่อน พวกเขาจึงมีมุมมองของการบริการสูงมาก แล้วเขาก็มีความรู้เรื่องเครื่องดื่มมากกว่าเราสองคน เราจึงให้อิสระในการคิดเมนูต่าง ๆ 

“น้องบาริสต้าของเราคนหนึ่งเขาก็เป็น Mixologist ที่ทำค็อกเทลเก่ง เราไม่อยากให้คนเก่ง ๆ ต้องเสียของไป เลยเปิดเป็นไนต์บาร์ตอนคืนวันศุกร์ถึงอาทิตย์ให้เขาได้แสดงฝีมือ” ตู่เสริม 

“มันเป็นบาร์ที่ไม่ตื๊ดนะ” วินหัวเราะ “เป็นแนวผ่อนคลายมากกว่า เพราะเราก็มีอายุแล้ว เพลงที่เปิดก็จะช้า ๆ ไฟก็เปิดแบบสลัว ๆ”

Sense of Place

ถ้าให้เปรียบกับอะไรสักอย่าง สำหรับเรา Normal Cafe and Stay คงเป็นอาหารจานเก่งของแม่ที่อาจไม่ได้หวือหวาเหมือนอาหารของเชฟดัง แต่เป็นอาหารที่ทานกี่ครั้งก็อบอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัย แม้คอนเซปต์ของที่นี่คือความธรรมดาและเรียบง่าย สิ่งต่าง ๆ ที่ทั้งคู่ตั้งใจออกแบบก็กลับทำให้สถานที่พิเศษขึ้นมาสำหรับคนต้องการชาร์จแบต 

“เราอยากให้ลูกค้าอยู่กับเรานานที่สุด เราเคยไปนั่งร้านที่สวยมาก ๆ แต่เรากลับไม่อยากอยู่นาน ๆ  สำหรับโซนคาเฟ่ เราเลยตั้งใจสร้างสถานที่นี้ให้เป็นสถานที่ที่ลูกค้ามาอยู่ได้สบาย ๆ นั่งเพลิน ๆ ไม่ต้องรีบ ทุกจุดของโต๊ะจึงมีปลั๊กให้เขาเสียบชาร์จคอมพิวเตอร์หรืออะไรก็ตาม โดยที่ไม่มีใครไปวุ่นวายกับเขาเลย ส่วนที่พักก็เหมือนกัน เวลาเราไปเที่ยว เราจะไม่ค่อยอยู่โรงแรมใช่ไหม แต่เราอยากทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากอยู่ที่พักของเรานาน ๆ เหมือนกับว่า ถึงเขาไม่รู้จะออกไปไหน เขาก็พักอยู่ที่นี่ได้ แถมได้รับบรรยากาศที่ดีด้วยเหมือนกัน” ตู่บอกคอนเซ็ปต์สำคัญที่เขาให้วินไปตีโจทย์

ถึงแม้ทั้งคู่จะบอกว่าที่พักแห่งนี้น่าจะเหมาะกับคนอารมณ์ศิลปินที่ชอบการพักผ่อนในห้องเงียบ ๆ แต่พวกเขาก็ยังลิสต์รายการอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นรอบข้าง ที่ทั้งคู่ว่าดีและควรไปเพื่อทำความรู้จักราชบุรีที่ทั้งสองคนหลงใหลให้ดีขึ้นกว่าเก่า

“เราสองคนสร้างที่นี่ขึ้นมาด้วยความเชื่อว่าทุกจังหวัด ทุกสถานที่มีเสน่ห์ในตัวเอง เพียงแต่ว่าเราจะเจอไหมแค่นั้นเอง ประเด็นมันอยู่ตรงนั้น หน้าที่ของเราคือการขุดเสน่ห์ของพื้นที่แห่งนี้และพื้นที่รอบข้างให้ลูกค้าได้เห็น

“ตั้งแต่ที่เราเปิดมา เรามีความสุขที่ลูกค้ามาแล้วเขายิ้มได้ บางครอบครัวก็เหมาที่พัก 3 ห้อง สำหรับคน 3 รุ่น แต่บางคนก็มาเป็นคู่ บางคนก็มาเดี่ยว หลายคนมานั่งประชุม มันเป็นความรู้สึกว่าที่นี่ตอบโจทย์ความสบายของคนได้หลากหลายจริง ๆ” ตู่ทิ้งท้าย

คาเฟ่และที่พักริมแม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี ที่ไม่ได้ออกแบบแค่สถานที่ให้คนมาพักกาย แต่ออกแบบบรรยากาศดี ๆ ให้คนมาพักใจ

Normal Cafe and Stay

ที่ตั้ง : 1241 ตำบลบางโตนด อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

เปิดบริการนจันทร์-วันพฤหัสบดี, วันอาทิตย์ เวลา 07.30 – 18.00 น. และ วันศุกร์-วันเสาร์ เวลา 07.30-21.00 น.

โทรศัพท์ : 081 813 7400

Facebook : normal.cafe

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

23 พฤศจิกายน 2565
2 K

“การทำยางกับการทำกาแฟ มันมีบางอย่างคล้ายกัน”

เป็นหนึ่งในประโยคบทสนทนาของ เติ้ล-รังสิมันตุ์ ร่วมชาติ เจ้าของร้านกาแฟ The Rubberer หรือทายาทรุ่นสามธุรกิจทำยางในจังหวัดระยองที่สืบทอดต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

คาเฟ่ยางพาราแฝงตัวอยู่ในระยอง ไม่ได้ขายยางพาราและไม่ได้ขายกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่นำสองสิ่งนี้มารวมกันเป็นหนึ่ง ยางกับกาแฟเชื่อมโยงกันอย่างไร การทำสองสิ่งนี้คล้ายกันตรงไหน ที่สำคัญ ระยองมีสวนยางด้วยเหรอ เพราะจังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนและผลไม้นานาชนิด รวมไปถึงทะเลสวย ๆ แต่กลับแทบไม่มีภาพจำของสวนยางเลย

เช้าตรู่วันศุกร์ เรารีบออกเดินทางปักหมุดไปยังตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เพื่อไขข้อข้องใจ แต่ไม่นานความสงสัยก็หายไป เมื่อล้อรถหยุดหมุนจอดอยู่หน้าร้าน พร้อมเสียงของพี่คนขับตะโกนมาว่า “ถึงแล้ว” ความสงสัยได้แปรเปลี่ยนมาเป็นความประทับใจแรกต่อร้านกาแฟขนาดใหญ่ ลานกว้าง โล่ง โปร่ง สบาย 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ด้วยการออกแบบอิงจากโรงยาง ทั้งรูปทรงและวัสดุจากอิฐก้อนใหญ่ รวมทั้งหลังคายาวยื่นพิเศษซึ่งผสมความชอบญี่ปุ่นเล็กน้อยของเติ้ล จึงทำให้ The Rubberer มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์สมชื่อ

เพียงแค่ข้างนอกยังคล้ายโรงยาง แล้วภายในร้านกาแฟพร้อมเสิร์ฟความอร่อยนี้จะมีอะไรเกี่ยวกับยางอีก ไม่รีรอ รีบจ้ำอ้าวเข้าไปดูกัน

ต้นยาง

เติ้ลเป็นคนระยองตั้งแต่เกิด มีธุรกิจติดตัวตั้งแต่วัยเยาว์ ผูกพันกับยางตั้งแต่จำความได้ เพราะทำมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยคุณตาเป็นเกษตรกร มีทั้งสวนผลไม้และสวนยาง ขายส่งมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน จนถึงคราคุณตาได้ถ่ายทอดมอบประสบการณ์ต่อให้คุณพ่อรวมถึงตัวเติ้ลเอง จึงทำให้เขารู้จักกระบวนการและวิธีกรีดยางเป็นอย่างดี 

“ตอนเด็กคุณพ่อชอบพาไปดูว่าทำอะไรยังไง วิธีการกรีดยาง การดูหน้ายาง”

ความสนุก ความสุขของเขาไม่ใช่การทำสวนยาง ทว่าเป็นการได้เข้าไปวิ่งเล่น และใช้เวลาอยู่กับคุณพ่อในสวน เวลาผ่านไป เด็กน้อยซุกซนวิ่งเล่นในสวนคนนั้น ก็ได้รับบทมาช่วยคุณพ่อดูแลธุรกิจครอบครัวและดูแลลูกน้อง ให้ทุกอย่างเรียบร้อยมากขึ้นกว่าเดิม โดยธุรกิจของเขาทำตั้งแต่ปลูกยาง กรีดยาง มาทำเป็นยางแผ่น และนำจำหน่ายทั้งรูปแบบของยางแผ่นและน้ำยางสด แต่ไม่ได้นำไปแปรรูปเป็นหมอนหรืออะไร ส่วนถ้าถามถึงนักทำยางมือทองล่ะก็ คุณพ่อยังคงดำรงตำแหน่งเช่นเคย

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่สร้างใหม่จึงออกแบบทรงคล้ายโรงยาง และเลือกใช้วัสดุเป็นอิฐสีเทา ส่วนข้างบนหลังคามีช่องใสเล็ก ๆ ให้แสงส่องลงมา อิงจากโรงยางที่ต้องใช้ความร้อนอบยาง เดิมที่นี่เคยเป็นพื้นที่ของสวนมะพร้าว โรงโม่มัน และโรงยางจริง ๆ มาก่อน การออกแบบคาเฟ่จึงไม่เพียงเน้นความสวยงามหรือความเสมือนจริง แต่อบอวลด้วยเรื่องราวความผูกพันของเติ้ลกับยางร่วมกันไปทั้งร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

โรงยางเดิมซึ่งเอาไว้ใช้อบยาง ทำยางแผ่น อยู่บนพื้นที่โซนด้านหลังร้าน แต่ตอนนี้ได้ทุบทิ้งไปแล้ว โรงยางใหม่สร้างใกล้ ๆ บริเวณโรงยางเดิมแทน 

ส่วนสวนยางจะเขยิบออกไปไกลหน่อย อยู่คนละที่กับโรงยาง ซึ่งสวนของเขาก็ติดกับสวนเพื่อนบ้านละแวกนี้ที่ปลูกยางเหมือนกัน เป็นอีกการการันตีว่าระยองมีคนปลูกยางมากพอสมควร เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นยางมากมายเลยทีเดียว

“ส่วนใหญ่ถ้านึกถึงระยองก็นึกถึงผลไม้ บางคนจะไม่รู้ว่าเรามียางพาราเหมือนกัน แต่ที่ระยองเขาก็ปลูกกันมานานแล้วครับ ตั้งแต่เด็กผมก็จำได้ว่าเป็นสวนยางแบบนี้เลย”

ลูกพี่ลูกน้องหรือญาติ ๆ ของเติ้ลในวัยนั้น หลายคนก็ทำอาชีพขายส่งน้ำยางเช่นเดียวกัน เวลาเลิกเรียนตอนเย็นก็มักมีผู้คนแวะเวียนมาเล่นกับเติ้ลในสวนอยู่บ่อยครั้ง 

“แต่ถ้าเทียบสมัยก่อน ตอนนู้นสวนยางมันก็เยอะกว่านะ มีช่วงหนึ่งยางราคาขึ้นกิโลเป็นร้อย เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้อยู่แล้ว ก็เปลี่ยนมาทำสวนยางพาราเพราะราคาดีมาก” เขาพูดไปขำไป แต่ตอนนี้ด้วยพิษเศรษฐกิจทำให้ทุกอย่างกลับกัน เกษตรกรที่เคยทำสวนยาง ก็โค่นยางไปปลูกผลไม้ที่ราคาดีกว่า อย่างทุเรียน

แต่ในความโชคร้ายยังแอบมีสิ่งโชคดีเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ คือความพิเศษของยางที่ไม่อาจหาได้จากการปลูกผลไม้ชนิดไหน

“ยางเขามีอายุนาน 20 – 30 ปี”

นั่นแปลว่าการปลูกยางไม่จำเป็นต้องดูแลเยอะ “ถ้าไม่มีคนกรีดยางก็ไม่เป็นอะไร มันไม่เสียหาย แต่ถ้าเรามีคนกรีด เราก็ได้รายได้จากตรงนั้น” เติ้ลชี้ให้เห็นถึงข้อดีต้นยาง

แต่ก็ต้องเน้นความชำนาญด้วยเช่นกัน “ถ้าเรากรีดยางดี กรีดไม่เข้าแก่นต้น ก็จะทำให้ต้นยางให้น้ำยางเราไปได้นานเลย การกรีดยาง ดูแลหน้ายาง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ต้นยางผลิตน้ำยางออกมาได้นาน”

และความพิเศษอีกอย่าง ถ้าน้ำยางหมดต้นโดยเกิดจากการกรีดยางไม่ดี กรีดแล้วเข้าแก่นยาง ทำให้หน้ายางเสียหาย หรือต้นที่หมดอายุ ไปต่อไม่ไหว เขาสามารถตัดต้นยางนำไปขายได้ต่อแล้วก็ปลูกใหม่ มีความยืดหยุ่น แถมไม่ต้องฉีดยาเยอะแบบผลไม้ให้มากมาย นี่เป็นข้อดีเอกอุของการปลูกยาง

ต้นตอ

เห็นได้ชัดว่าเติ้ลเติบโตและผูกพันกับสวนยางมาตั้งแต่เล็ก จนถึงจุดหนึ่งเขาเริ่มสนใจอยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำเพิ่มเติมจากสิ่งเดิมที่มีอยู่ มีความสุขพร้อมสร้างรายได้ไปด้วยกัน

‘การกิน’ เป็นคำตอบของเติ้ล ผู้หลงใหลการได้ลิ้มรสอะไรอร่อย ๆ เอ็นจอยอาหารและเครื่องดื่ม ประจวบเหมาะเป็นช่วงที่ได้ชิมกาแฟรสชาติใหม่แบบที่เขาไม่เคยทานมาก่อน ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมกาแฟบางตัวถึงมีหลายรสชาติ มีรสต่างกัน ไม่ได้มีเพียงรสเข้ม ๆ ขม ๆ อย่างที่เขาคุ้นเคย

“เฮ้ย! เหมือนเรากินอะไรก็ไม่รู้ มันแปลกดี มีเปรี้ยว มีหอม” 

จากความแปลกกลายเป็นความสนใจ ทำให้หันมาศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง และเริ่มอยากเปิดคาเฟ่เพื่อส่งต่อกาแฟรสชาติในแบบที่ชอบ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

หลังจากได้ไปลองชิมกาแฟร้านต่าง ๆ อยู่พักใหญ่ เติ้ลก็ได้ไปเจอเมล็ดกาแฟไทยที่ชอบมาจากโรงคั่ว Cozy Factory ที่ทางโรงคั่วได้ไปพัฒนา และดูแลเกษตรกรสวนแม่บู่หย่า จังหวัดเชียงราย เขาเลยมีโอกาสได้ลองศึกษา เรียนรู้ และทำงานร่วมกับโรงคั่ว Cozy Factory ให้ช่วยออกแบบกาแฟเฉพาะของร้าน เป็นกาแฟไทย มีคาแรกเตอร์เอกลักษณ์ ไม่หวือหวามาก แต่มีอาฟเตอร์เทสดี หวาน ทานง่ายในทุกวัน

“กาแฟไทยอร่อยครับ สู้ต่างชาติได้เลย”

และหนึ่งในความสนุกของการทำกาแฟ คือการได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอด เพราะคาแรกเตอร์ของกาแฟแต่ละตัวไม่เหมือนกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น กาแฟบางตัวกลิ่นฟลอรัล บางตัวเป็นฟรุตตี้

แล้วระยองปลูกกาแฟได้ไหม – เราถาม

“ผมว่าน่าจะปลูกโรบัสต้าได้ แต่อาราบิก้า สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความสูงของระยอง ไม่เหมาะสมครับ” เขาตอบตามตรง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ต้นน้ำ-ปลายทาง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“แต่สุดท้ายเราก็ย้อนกลับมาอะไรที่เกี่ยวกับยางอยู่ดี” เขาพูดแซวตัวเอง

เติ้ลตั้งใจนำเรื่องราวยางมาเป็นคอนเซ็ปต์หลัก เพื่อแสดงให้เห็นตัวตนเขาและครอบครัว ให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสความทรงจำดี ๆ ที่มีร่วมกับยาง ผ่านบรรยากาศร้าน สิ่งของ หรือแม้แต่ผ่านกาแฟที่เขาทำ

“เราคิดว่าการทำยางกับการทำกาแฟมีบางอย่างคล้ายกัน ความตั้งใจในการทำ ความประณีต ความใส่ใจ

“เรากรีดยางก็ต้องเป็นคนมีฝีมือกรีด หน้ายางถึงจะสวย ไม่ลึกเข้าไปในเนื้อยาง กาแฟก็เหมือนกัน เราต้องหาสารกาแฟจากต้นน้ำ มันมีความใส่ใจในกระบวนการทำครับ”

หากจิบกาแฟเสร็จ เดินออกมาหลังร้านสักนิด จะเจอมุมให้นั่งพินิจกับความทรงจำก้อนใหญ่ของเติ้ล เพราะสิ่งนั้นคือเครื่องรีดยางสมัยโบราณที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยคุณตา ซึ่งยังคงระบบแมนนวล ต้องใช้มือหมุน มีให้เลือก 2 ลาย และยังใช้งานได้ในปัจจุบัน เครื่องนี้ยังหมุนได้จริง แต่ตอนนี้ล็อกเอาไว้ให้คงอยู่ในสถานะเก็บความทรงจำ

“ยังใช้ได้ แต่อย่าใช้เลย” เติ้ลหัวเราะ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“เหมือนเครื่องบดปลาหมึกยักษ์!” เสียงของพี่ที่มากับเราพูดขึ้นมา

 “มีคนบอกแบบนี้เสมอครับ” เขาตอบกลับอย่างชอบใจ

เจ้าเครื่องบดปลาหมึกยักษ์หรือเครื่องรีดยางนี้ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มมาก น้อยคนที่เคยเห็นและเคยได้ลองใช้ เพราะตอนเติ้ลเกิดมาก็เหลือเพียงเครื่องดั้งเดิมที่ถูกเก็บไว้ และมาใช้เครื่องรีดยางที่มีมอเตอร์แทนในการทำงานแล้ว

“กระบวนการทำยางแผ่น เรานำน้ำยางสดมากรองแล้วใส่ในแบบ ใส่น้ำกรด รอเขาเซ็ตตัว แล้วเอาออกมาจากแบบ นำมาอัดให้แบนยาว แล้วนำไปเข้าเครื่องรีดยางเรียบและลายต่อ ออกมาเป็นแผ่นยางพารา ตากแดดแล้วก็นำมาเก็บเข้าโรงอบยางต่อ”

หากนึกภาพไม่ออก ให้ลองแหงนมองข้างบน จะพบแผ่นยางพาราแขวนเรียงรายตากแดดอยู่บนราวเหล็ก รอการเก็บในตอนเย็น เพราะหากฝนตกอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ หน้าฝนจึงไม่ค่อยเห็นแผ่นยางพาราตากอยู่หลังร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คนส่วนใหญ่ที่แวะเวียนมาคาเฟ่แห่งนี้เป็นคนต่างที่ต่างถิ่นและไม่ค่อยคุ้นเคยกับยาง มุมนี้จึงกลายเป็นมุมโปรดของใครหลายคน กลายเป็นพื้นที่ของการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

“ลูกค้าบางคนที่พาคุณพ่อคุณแม่มา เขาก็ประหลาดใจกับโซนนี้ ได้มาเห็นของโบราณ และทำความรู้จักยางพารา”

เติ้ลรู้สึกอิ่มเอมกับภาพบรรยากาศของผู้คนที่ได้มาลองชิมกาแฟฝีมือตน และมีความสุขร่วมไปกับความทรงจำของเขาที่มีต่อยาง ซึ่งอนาคตเติ้ลเผยว่าอาจจะมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาได้เปิดร้านกาแฟทำตามฝัน แต่ไม่ทิ้งธุรกิจยางอย่างแน่นอน 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

อย่างอร่อย

สุดท้าย ถ้ามา The Rubberer อย่าลืมสั่งกาแฟเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านไปลองชิม เมนูที่เติ้ลตั้งใจทำและคัดสรรมาแล้วว่าดีแน่นอน

‘กาแฟดำ Black’ และ ‘กาแฟนม White’ คาแรกเตอร์เมล็ดกาแฟชัดเจน และผ่านการคิดค้นอัตราส่วน ปริมาณนม ปริมาณกาแฟด้วยความประณีต ใส่ใจอย่างเต็มเปี่ยมในทุกขั้นตอนว่าเหมาะสมกับเมล็ดกาแฟสวนแม่บู่หย่ามากที่สุด

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ขอแนะนำเมนู ‘BlackPink’ กาแฟลิ้นจี่สีชมพูสดใส ทานแล้วได้ความสดชื่นตามมาในทันที แถมด้วยเมนู ‘Larisa’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงลิซ่าอย่างใด แต่เป็นชื่อลูกของเติ้ล วัยกำลังซนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำส้มยูซุเป็นชีวิตจิตใจ คุณพ่อเติ้ลจึงนำความชอบของลูกมาเป็นแรงบันดาลใจ และกลายเป็นกาแฟส้มยูซุแก้วนี้

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

หรือถ้าใครอยากได้กาแฟในรูปแบบเมล็ด ที่นี่ก็มีขายโดยตัวยอดนิยม คือ House Blend มีแบบคั่วกลางและคั่วอ่อน

คั่วกลางเป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process, Honey Process และ Natural Process ให้รสชาติออกโทนดาร์กช็อกคาราเมล กลมกล่อม เปรี้ยวน้อย เป็นรสชาติที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เหมาะสำหรับนำไปทำเมนูกาแฟเย็น

  ส่วนคั่วอ่อน เป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process และ Natural Process รสชาติออกโทนฟรุตตี้ สดชื่น เปรี้ยว ผลไม้อบอวล และมีอาฟเตอร์เทสหอมหวาน เหมาะสำหรับทำเมนูกาแฟร้อน ใครชื่นชอบรสผลไม้ต้องไม่พลาด

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน
เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก ถึงเวลาต้องแยกย้ายกัน ระหว่างทางนั่งรถกลับกรุงเทพฯ เราเริ่มอยากทานกาแฟฝีมือบาริสต้าคนนี้ที่ The Rubberer อีกรอบแล้ว

The Rubberer

ที่ตั้ง : 41/1 ม.3 ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์, เวลา 07.00 – 16.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์, เวลา 08.30 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 09 4964 8008Facebook : The Rubberer

Writer

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load