ในโลกนี้มีชาติมหาอำนาจไม่กี่ชาติ ไทยเราก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย เป็นมหาอำนาจทางก๋วยเตี๋ยวครับ ผมเชื่อว่าก็ไม่มีใครมีก๋วยเตี๋ยวและร้านก๋วยเตี๋ยวมากเท่าเมืองไทย 

ผมลองไล่ดูก๋วยเตี๋ยวเท่าที่นึกได้ เอาตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อน้ำใส เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวเรือ บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยวแคะ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น ก๋วยเตี๋ยวเป็ดน้ำใส ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ก๋วยเตี๋ยวแกง ก๋วยเตี๋ยวกะทิ ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ข้าวซอย ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียง ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก ขนมจีนไหหลำ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ นี่แค่นึกได้เชื่อว่ายังมีอีก แล้วนี่แค่ก๋วยเตี๋ยวลวกเส้นอย่างเดียวยังไม่รวมก๋วยเตี๋ยวผัดด้วยกระทะอีก 

ก๋วยเตี๋ยวก็เหมือนคนนั่นแหละ มีบรรพบุรุษต้นตระกูลแล้วออกลูกออกหลาน แตกเป็นสายๆ ออกไป ไม่ต้องดูอะไร เอาแค่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ยังมีแบบวัดดงมูลเหล็ก แบบรสเด็ด รสดีเด็ด ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำตกกระจายไปทั่วกรุงเทพฯ

ย้อนรอยสารพัดก๋วยเตี๋ยวทั่วไทย ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวหาบ ยันก๋วยเตี๋ยวบ้านนอก

ผมเชื่อว่ากินก๋วยเตี๋ยวอะไรแล้วรู้จักก๋วยเตี๋ยวนั้นจะได้ทั้งรสทั้งเรื่อง มาดูก๋วยเตี๋ยวเนื้อก่อน ดั้งเดิมจริงๆ เป็นเครื่องในวัวต้ม เป็นอาหารจับกัง ตั้งหาบขายอยู่หน้าโรงยาฝิ่น กุลีแบกหามตามโรงสีข้าว โกดังโรงแป้ง โกดังถั่ว รับจ้างสารพัด ขนหินทำถนน หาบน้ำประปาส่งตามบ้านผู้มีอันจะกิน ลากรถเจ๊ก พอหาเงินได้ก็ไปกินเครื่องในวัวและเครื่องในหมูกินกับข้าวและข้าวเฉโป กินเสร็จหลายคนก็เข้าไปหลับนอนในโรงยาฝิ่นนั่นเอง 

พอต่อมาเครื่องในวัวเอามาใส่เส้นเข้าเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ส่วนใครจะกินเป็นเกาเหลาเครื่องในวัวกับข้าวก็สุดแล้วแต่ เมื่อผมเป็นเด็กพ่อพาไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อย ใส่เอ็นแก้ว ตับ ม้าม ไส้ ที่ตลาดปีระกา เวิ้งนาครเกษม ดงกุลีแต่ไฮโซต้องนั่งรถราง ชับรถมอริส ออสติน ไปกิน

คนจีนกลุ่มภาษาต่างๆ ที่ขายก๋วยเตี๋ยวเป็นเรื่องเป็นราวนั้นมีอยู่ 2 กลุ่ม เป็นบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงกับก๋วยเตี๋ยวแคะ หาบอย่างเดียว ตัวหาบข้างหน้าเป็นตู้ไม้ ทั้งหม้อก๋วยเตี๋ยว เส้น เกี๊ยว หมูแดง ผักเครื่องปรุง เบ็ดเสร็จอยู่หาบข้างหน้า หาบข้างหลังใส่อุปกรณ์ ชาม ช้อน ตะเกียบ ถ่าน ถังล้างชาม 

ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวแคะ หาบข้างหน้าเป็นตู้ทองเหลือง มีหม้อก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่ ลูกชิ้นสารพัด มีกระบอกตะเกียบ ช้อนที่เป็นทองเหลืองเสียบอยู่ข้างหาบด้วย หาบด้านหลังใส่อุปกรณ์ต่างๆ 

ก๋วยเตี๋ยวทั้งสองอย่างนั้น เตี๋ยวหาบ อาตี๋เป็นลูกมือที่จะเดินนำหน้าตีแท่งไม้ไผ่กับแผ่นไม้ไผ่ ส่งสัญญานว่ามาแล้วนะ ก๋วยเตี๋ยวหาบขายนั้นจะออกมาตอนเย็นๆ เป็นของกินเสริม ใครจะตั้งหน้าตั้งตาคอยกินไม่ได้ เพราะมาไม่เป็นเวลา เด็กๆ ขนาดกินข้าวแล้วได้ยินเสียงเคาะไม้จะหิวขึ้นมาทันควัน นั่นเป็นยุคเมื่อ 70 ปีที่แล้ว 

ก๋วยเตี๋ยวที่เก่าแก่ร่วมสมัยกับก๋วยเตี๋ยวหาบเดินขายหรืออาจจะเก่ากว่าด้วยซ้ำไปเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือครับ คนจีนขายทั้งสิ้น ถือว่าเป็นอาชีพหลักถนัดที่สุด แถมยังมีพวกเดียวกันร่วมเป็นขบวนการ คนเลี้ยงหมูก็จีน ทำเส้นก๋วยเตี๋ยวก็จีน เพาะถั่วงอก ปลูกผักชี ต้นหอม ตั้งฉ่าย ก็จีน เมื่อมีคลองที่ไหนก็ต้องมีเรือก๋วยเตี๋ยวที่นั่น เป็นของคู่กัน พายเรือขายไปทั่ว บางคลองมีตั้งหลายเจ้า เขามีระบบจัดสรรและพึ่งพา จะไม่ขายทับเส้นกัน แบ่งเขตจากหน้าวัดนี้ ถึงวัดโน้น

แล้วอีกอย่างมีการบีบแตรยาง แต่ละคนบีบจังหวะเสียงไม่เหมือนกัน คนชอบเจ้าไหนได้ยินเสียงแตรจะรู้ จะเลือกใครไม่ว่ากัน แต่ก็มีบางเจ้าไปจอดแช่หน้าท่าน้ำวัดเลย ส่วนก๋วยเตี๋ยวหมูกับก๋วยเตี๋ยวเนื้อนั้นไม่ต้องห่วง ทางใครทางมัน

ย้อนรอยสารพัดก๋วยเตี๋ยวทั่วไทย ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวหาบ ยันก๋วยเตี๋ยวบ้านนอก

ก๋วยเตี๋ยวหมูดั้งเดิมนั้นไม่มีอะไรมาก น้ำซุปใส่กระดูกหมูเคี่ยวไปขายไป ส่วนหมูที่เตรียมจากบ้านก็มีตับต้มกับหมูบดเท่านั้น หมูบดสมัยก่อนเขาใช้แท่งเหล็กตีสองมือ ตีจนเหนียวหนึบ เวลาขายเอาหมูเกลี่ยในกระบวยจุ่มในหม้อก๋วยเตี๋ยว ก็จะออกมาเป็นแผ่น การขายจะลวกเส้น ถั่วงอก ใส่ชามแล้วพักไว้ ปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยวอีกชาม ใส่หมู ใส่ตับหั่น ถั่ว พริก น้ำตาล น้ำปลา กระเทียมเจียว ตั้งฉ่าย ผักชี ต้นหอม แล้วเทพรวดใส่ชามเส้น เป็นอันเสร็จ

ส่วนก๋วยเตี๋ยวเนื้อ มีเนื้อสด เนื้อเปื่อยที่ไม่ค่อยเปื่อย น้ำก๋วยเตี๋ยวใช้กระดูกวัวเคี่ยว ใส่ซีอิ๊ว ใส่หัวไชเท้า เท่านั้น

ก๋วยเตี๋ยวเรือที่เป็นตำนาน ชื่อกระฉ่อนมาก คือก๋วยเตี๋ยวโกฮับ ขายในคลองรังสิต เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อ อร่อยแบบง่ายๆ เนื้อจะหั่นจากบ้าน วางบนก้อนน้ำแข็งที่วางบนกระชอนไม้ไผ่ ใต้กระชอนมีกาละมังรับน้ำเลือดของเนื้อ พอมีน้ำสักหน่อยก็เทใส่หม้อก๋วยเตี๋ยว เวลาขายไปลวกเนื้อไป ยิ่งขายยิ่งอร่อย เรียกว่ามีคนไปดักกินว่างั้นเถอะ

ย้อนรอยสารพัดก๋วยเตี๋ยวทั่วไทย ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวหาบ ยันก๋วยเตี๋ยวบ้านนอก

พอโกฮับตายก็มีคนเอาชื่อมาขายบนบก โดยตั้งเป็นเพิงขายริมถนนที่เป็นห้างเซียร์ รังสิต ทุกวันนี้ เมื่อก่อนถนนนี้แคบมาก แถมมีคลองน้ำคลำเรียบไปกับถนน ไม่ใช่เพิงโกฮับอย่างเดียว มีเพิงเจ้าอื่นๆ มาอีกเพียบ มีการเกทับกันแหลก เจ้านั้นบอกว่าโกฮับตายไปนานแล้ว นี่เป็นหลานโกฮับตัวจริง หรือนี่เป็นโกตุ้นขายก่อนโกฮับ หรือโกตุ๋ยเจ้าของสูตรดั้งเดิม เกทับยังไม่พอ ยังมีวิธีการบริการลูกค้า ล้างรถฟรีก็ไปตักน้ำคลำนั่นเองมาล้าง รถสะอาดๆ กินเสร็จได้รถสกปรกแถมกลับบ้าน นั่นเป็นตำนานก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตครับ 

พอยุคต่อมาเรียกก๋วยเตี๋ยวเรือแต่ดันทะลึ่งขายบนบก ก็ไปเอาเรือมาตั้งในร้าน แล้วเรียกว่าก๋วยเตี๋ยวเรือแถมพ่วงคำว่าอยุธยาเข้าไปด้วย เป็นก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ก็ใช่ ไม่ผิดครับ ก็ไปหาซื้อเรือไม้เก่าๆ ข้างผุ ท้องทะลุ จากอยุธยาแล้วมาตั้งหน้าร้าน กลายเป็นก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ไม่ใช่เคยขายที่อยุธยา คนขายบางทีมาจากกาฬสินธุ์ สกลนคร ด้วยซ้ำไป

ก๋วยเตี๋ยวเรืออีกอย่างที่อยากเล่าเพราะไปเกี่ยวกับวิถีสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือไก่ฉีกวัดเจ้าเจ็ด อำเภอเสนา อยุธยา เอาเรื่องตำแหน่งของวัดเจ้าเจ็ด อยู่ริมคลองบางยี่หน ซึ่งเป็นคลองเชื่อมมาจากแม่น้ำน้อย อยุธยา ไปยังสุพรรณบุรีได้ พอมาถึงวัดเจ้าเจ็ดก็มีคลองเจ้าเจ็ดตัดผ่าอีก ตรงบริเวณนั้นจึงเป็นชุมชนในน้ำหรือเป็นชุมชนเรือนแพ รูปแบบเป็นเรือนไทยในน้ำ ที่เราเคยเห็นรูปเรือนแพสมัยโบราณที่มีจั่วแหลมๆ นั่นแหละ แล้วกลุ่มเรือนแพนั้นกว้างขวางมาก อยู่ๆ กรมชลประทานมาสั่งให้เรือนแพรื้อหรือย้ายขึ้นบก ด้วยข้อหาขวางทางน้ำ มันจะไปขวางได้อย่างไรในเมื่อมันลอยอยู่บนน้ำ แต่ก็พอดีที่ตอนนั้นไม้ไผ่ที่เอามาทำเป็นแพลูกบวบเริ่มแพงขึ้น ชาวบ้านต้องทำเสาเรือนริมตลิ่งแล้วยกเรือนแพขึ้นตั้ง

ความเป็นเรือนแพโบราณก็หายไปจากเมืองไทยฝีมือราชการ เรือนแพซึ่งมีวิถีชีวิตที่งดงาม มีการค้าขาย เรือนแพขายของชำ ขายยา ก็มี เช้าๆ พระบิณฑบาตตามเรือนแพ ชาวบ้านไปมาหาสู่สะดวกสะบาย คนแก่ 80 กว่าแล้วยังพายเรือไปไหนๆ หาใครได้ แล้วชีวิตเรือนแพนั้นแสนสุขสบาย ไม่เคยร้อน เพราะมีไอลมเย็นจากน้ำ กลุ่มเรือนแพที่ว่าหายไปสามสิบกว่าปีแล้ว ซึ่งถ้าอยู่จนป่านนี้จะเป็นแลนด์มาร์กของไทย 

ย้อนรอยสารพัดก๋วยเตี๋ยวทั่วไทย ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวหาบ ยันก๋วยเตี๋ยวบ้านนอก

มาที่ที่มาของก๋วยเตี๋ยวเรือไก่ฉีก มีป้าปุ๊ ป้าแป๊ะ สองพี่น้องที่เคยพายเรือขายก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกตรงชุมชนเรือนแพและคลองเจ้าเจ็ด ก็ต้องยกเรือขึ้นมาขายบนบกด้วย ป้าปุ๊เลือกขายตรงหลังวัดเจ้าเจ็ด ใกล้เมรุเผาศพ มาย้ายเอาตอนหลังนี่เอง ส่วนป้าแป๊ะขายอยู่ที่บ้านที่ย้ายขึ้นจากน้ำมา

ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกของทั้งสองป้า อร่อยแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เอาไก่ทั้งตัวต้มจนเปื่อยดีแล้วเอาขึ้นมาฉีกเป็นเส้นๆ กระดูกก็ใส่หม้อ ใส่ไก่ตัวใหม่ต้มแล้วเอาขึ้นมาฉีก ทำอยู่อย่างนั้น น้ำก๋วยเตี๋ยวจึงอร่อย ถั่วลิสงก็คั่วตำเอง พริกแห้งคั่วตำเอง ตอนหลังก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกดังกระฉ่อน ขายไปทั่ว กลายเป็นสัญลักษณ์ก๋วยเตี๋ยวอยุธยาไป ก็มาจากฝีมือสองป้า ตอนนี้อายุ 80 แล้วยังนั่งขายอยู่ 

นี่แค่เรื่องก๋วยเตี๋ยวเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายเล่าไม่หมด เอาเป็นว่าที่ไหนมีก๋วยเตี๋ยวอะไรที่อร่อยๆ ดีกว่าครับ แต่ผมขอออกตัวก่อนว่า หลายร้านผมกินมานานแล้ว และเดี๋ยวนี้ไม่มีโอกาสที่จะไปอย่างนั้น หรืออาจจะดังขนาดเข้าไปแย่งกันกินไม่ไหวแล้ว อีกอย่างเป็นเรื่องรสนิยมการกิน ผมว่าอร่อยคนอื่นอาจจะว่า Dogs no eat ก็ได้ ต่างใจ ต่างลิ้น 

ย้อนรอยสารพัดก๋วยเตี๋ยวทั่วไทย ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวหาบ ยันก๋วยเตี๋ยวบ้านนอก

เอาก๋วยเตี๋ยวไทยหรือก๋วยเตี๋ยวบ้านนอกก่อนครับ ถ้านึกไม่ออกว่าก๋วยเตี๋ยวไทยเป็นอย่างไร ก็นึกถึงก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแล้วกัน มีเครื่องเยอะ ใส่หมูแดงเหลืองๆ หั่นบางๆ เท่ากระดาษเอสี่ ใส่ตับหมู กากหมู ถั่วงอก ถั่วฝักยาว ถั่วลิสงบด ต้นหอม ผักชีฝรั่ง ทำนองนั้น ก๋วยเตี๋ยวไทยจะออกหวาน จริงๆ สมัยดั้งเดิมนั้นใช้น้ำตาลปี๊บเคี่ยวใสๆ ด้วยซ้ำไป 

ที่ผมชอบมีร้านผัดไทยวัดท้องคุ้งที่มีผัดไทยอร่อย และมีเส้นเล็กน้ำต้มยำอร่อยด้วย ร้านนี้ผมไปกินตั้งแต่ยังไม่มีเขื่อนดินกันน้ำท่วม ป้าอ้วนๆ ยืนผัดหน้าเตาเหยงๆ เดี๋ยวนี้บางวันถึงจะออกมานั่งเป็นนางกวักประดับร้าน

อีกร้านชื่อก๋วยเตี๋ยวป้าฮวย อยู่บนเส้นทางจากโพธาราม ไปราชบุรี เมื่อข้ามสะพานแม่กลองจากโพธารามไปไม่มาก เจอวัดเฉลิมอาสน์ ไปอีกนิดเดียวก็ถึงอยู่ทางซ้ายมือ ทีเด็ดมีเส้นเล็กน้ำต้มยำ ใส่เต้าฮู้ หัวไชโป้ว กุ้งแห้ง ถั่วลิสง ออกหวานนิดๆ ยังมีเย็นตาโฟที่ใส่น้ำเต้าหู้ยี้ ร้านนี้ก็เหมือนกันเมื่อก่อนไม่มีชื่อร้าน ชาวบ้านจะเรียกว่าก๋วยเตี๋ยวข้างอู่ต่อเรือยาว (เรือแข่ง) ผมจะเรียกเองว่าก๋วยเตี๋ยวเหม็นขี้หมู เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นฟาร์มเลี้ยงหมูใหญ่ เดี๋ยวนี้กินไม่ไหว สื่อไปเขียนเชียร์วินาศสันตะโร รถจอดเต็มหน้าร้าน แหวกรถเข้าไปแล้วยังต้องคอยโต๊ะนั่งอีก ใครแข็งแรงดีก็น่าไปกินครับ

ถ้าผ่านไปทางจังหวัดตาก มีก๋วยเตี๋ยวยายบาง หัวเดียด ต้องเข้าตรงทางแยกที่เข้าศาลพระเจ้าตาก เลยไปนิดหนึ่งเลี้ยวขวา เรียบไปกับแม่น้ำปิง ถามชาวบ้านรู้จักกันดี รูปแบบเหมือนก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ที่อร่อยคือบะหมี่แห้ง บะหมี่น้ำต้มยำ

ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ผมเชื่อว่ามีร้านที่อร่อยมีชื่อเสียงมากมาย แต่ที่ผมชอบเป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดน้ำใส ร้านนี้อยู่ที่ถนนกรุงเกษม พอข้ามสะพานหัวลำโพงแล้วเลี้ยวซ้ายเลย แต่รถเข้าไปได้ครับเพราะเป็น One Way เดินเรียบห้องแถวไปสัก 50 เมตรมีซอยจิตรเกษม ข้างในเป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดน้ำใส ซึ่งปกติการต้มเป็ดนั้นจะต้มใส่เครื่องพะโล้ เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นสาบของเป็ด การต้มเป็ดน้ำใสๆ ต้องชำนาญ ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวต้มเป็ดเสียมากกว่า สำหรับร้านนี้ใส่หมูต้ม ใส่ปลาหมึกแช่มาด้วย น้ำใสๆ อย่างนั้นแหละอร่อย

ย้อนรอยสารพัดก๋วยเตี๋ยวทั่วไทย ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวหาบ ยันก๋วยเตี๋ยวบ้านนอก

อีกร้านไปถึงวังบรูพา หน้าโรงหนัง Queen เก่าเป็นร้านบะหมี่เป็ดตุ่นน้ำใส ชื่อร้าน จี้ จัง หว่อ เป็ดตุ๋นมีทั้งหน้าอกและน่อง เป็นร้านกวางตุ้ง มีโกยซีหมี่ ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าเนื้อด้วย

ไปละแวกเยาวราชบ้าง ก็ต้องกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใส ดั้งเดิมจริงๆ เป็นลูกชิ้นเนื้อน้ำใส อยู่ในซอยอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช เข้าซอยนี้ไปนิดเดียว เป็นสี่แยกที่แทบจะไม่รู้ว่าเป็นสี่แยก มีแผงขายของกินตั้งเป็นกระจุก มีตือฮวน ข้าวพระรามลงสรง มีก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใส ที่นั่งกินมีจำกัด วิธีที่จะได้ที่นั่งกินต้องดูว่าใครกำลังจะลุกก็เอาขาเสียบเก้าอี้ไว้ก่อน

ลูกชิ้นหมูน้ำใสเจ้านี้ผมกินตั้งแต่ผมยังเป็นอาตี๋ คนขายเป็นอาเฮีย จนกลายเป็นอาแปะ ร้านนี้ผมตั้งให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาลูกชิ้นน้ำใส เสียดายยังไม่ได้เอาประกาศเกียรติคุณไปให้ อาแปะไปขายบนสวรรค์แล้ว เหลือแต่อาซิ้มกับลูกจ้างเก่าแก่ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใสเจ้านี้ต้องใส่พริกน้ำส้มที่อร่อยหาที่ไหนไม่ได้ แต่ถ้าร้านนี้ไม่อยู่แล้ว ก็ขออภัย ถือว่าเป็นบันทึกจดหมายเหตุของก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสก็แล้วกันครับ

ยังมีก๋วยเตี๋ยวอีกหลายเรื่อง หลายร้าน ถ้าเขียนให้ครบทั้งหมด คงต้องเป็นหนังสือเล่มหนา เอาเท่านี้ก็พอครับ

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

รสเกษม

เรื่องอาหารยุคเก่า วัฒนธรรมการกินในวันวาน เปรียบเทียบกับสมัยใหม่โดยนักชิมรุ่นเก๋า

พอออกพรรษาแล้วก็ถึงเทศกาลทอดกฐิน ชาวพุทธจะรู้ว่าสำคัญอย่างไร จะต้องทำอะไร ผมเองเป็นชาวพุทธที่ไม่ได้เรื่อง เรื่องที่ควรรู้กลับไม่รู้ ที่ไหนทอดกฐินก็ไปกินกฐินอย่างเดียว กินตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร ก็เก็บเอามาเล่า

เอาตั้งแต่เด็กที่ยังไม่ประสีประสา ผู้ใหญ่หอบหิ้วไปงานทอดกฐินทางน้ำ สนุกตื่นเต้นเพราะได้นั่งเรือใหญ่ๆ ไปไกลๆ ถึงวัดริมน้ำที่ทอดกฐิน ซึ่งเป็นปกติของวัดภาคกลาง คนจัดจะเช่าเรือโดยสารเหมาลำขนาดใหญ่ที่ปกติวิ่งขึ้นล่องกรุงเทพฯ อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี จุคนได้เป็นร้อย ตอนจะลงเรือก็ตื่นเต้น จากที่เรือประดับไฟสว่างไสวทั่วลำ ทั้งสีเหลือง แดง เขียว ดูเหมือนกำลังนั่งศาลเจ้าลอยน้ำ เรือออกจากท่าเรือที่ท่าเตียน วิ่งไปทั้งคืน กว่าจะไปถึงวัดเช้า จำไม่ได้ว่าวัดไหน แต่รู้ว่าอยู่ในเขตอยุธยา 

พอขึ้นศาลาท่าน้ำวัด เห็นคนเยอะแยะ และครึกครื้นด้วยเสียงวงปี่พาทย์ดนตรีไทย มีของกินเพียบ ขนมไทยเยอะแยะ กล้วย ส้ม อ้อย มะพร้าวอ่อน มีเป็นกุรุส ข้าวปลาอาหารใส่กระทง ใช้ใบตาลตัดแทนช้อน แล้วกินกันไม่อั้น

พวกผู้ใหญ่ขึ้นบนศาลาการเปรียญไปทำพิธีทอดกฐิน เราเป็นเด็กก็เดินเล่นรอบๆ วัด ไปเจอผู้ใหญ่นั่งล้อมวงกินอะไรอยู่ก็แถไปดู ก็ได้เรื่อง เพราะวงผู้ใหญ่นั้นกำลังเล่นกระแช่กับเหล้าอุอยู่ เขาเห็นเป็นเด็กกรุงเทพฯ เลยแกล้งให้กินเหล้าอุที่อยู่ในไห ต้องใช้หลอดไม้ซางดูด ตอนกินก็อร่อยดี หวานๆ แต่พอลุกยืนเท่านั้น เป๋ซ้ายเป๋ขวา ทอดกฐินครั้งนั้นจำได้ว่าได้นั่งเรือโดยสาร ได้เที่ยวงานวัด และจำเหล้าอุได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ

พอโตเป็นหนุ่ม ไปงานทอดกฐินอยู่บ้าง ส่วนใหญ่มีคนบอกบุญแล้วชวนให้ไปร่วมงาน สนุกตอนแห่ผ้าพระกฐินรอบพระอุโบสถ มันสุดเหวี่ยงจากเสียงแตรวง คนที่จัดพิธีทอดผ้าพระกฐินก็ว่ากันไป แต่ผมมาสนใจเอาที่โรงครัว ซึ่งเหล่าแม่บ้านอาสาสมัครช่วยกันทำอาหารกันเป็นทีมเวิร์ก ทำเสร็จจัดใส่สำรับ เราเป็นแขกก็จัดให้นั่งกิน ที่นั่งกินเป็นโต๊ะและม้ายาวอยู่ใต้ถุนศาลาการเปรียญนั่นเอง สำหรับอาหารคาวหวาน ผลไม้มีครบ เรื่องอร่อยนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เพราะเหล่าแม่บ้านแต่ละคนฝีมือเฉียบขาด แล้วยังอิ่มบุญปากที่กินของวัด นี่เป็นการกินกฐินแบบหนึ่ง

เคยรู้จัก ผู้ใหญ่ทองหยิบ แก้วนิลกุล ผู้ใหญ่บ้านผู้หญิงที่บ้านหัวหาด อัมพวา สมุทรสงคราม ผู้ใหญ่ทองหยิบเป็นผู้ใหญ่ผู้หญิงแรกๆ ของเมืองไทย ชาวบ้านนับถือมาก เรื่องการดูแลท้องถิ่นได้ใจชาวบ้าน บุคลิกคล่องแคล่ว พูดจาฉะฉาน อัชฌาสัยเป็นเลิศ เป็นนักอนุรักษ์นิยมและหัวก้าวหน้าไปพร้อมๆ กัน ผู้ใหญ่จึงได้รางวัลแหนบทองคำฐานะผู้นำชุมชนยอดเยี่ยม แต่ที่เด็ดดวงที่สุดที่ผมรู้จัก เป็นแม่ครัวมีฝีมือหาใครเทียบยาก

ผมได้สูตรน้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขามสด ปลาทูสดย่างกาบมะพร้าวกับน้ำปลาพริกแบบมอญ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย จากผู้ใหญ่ทองหยิบนี่แหละ ผู้ใหญ่เป็นผู้บุกเบิกโฮมเสตย์ในแถบคลองอัมพวา ที่พ่วงสอนทำอาหารไทยให้อีกด้วย 

ญี่ปุ่น ฝรั่งหลายชาติ ชอบมาพักมาบ้านผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จับเดินเข้าสวนเก็บผลหมากรากไม้ในสวนเอามาทำกิน เรื่องภาษาไม่มีปัญหา พูดกันรู้เรื่องจนได้ ความฉลาดและจี้เส้นของผู้ใหญ่ชอบตั้งชื่อใหม่ให้แขก คนนั้นชื่อแตงกวา ลิ้นจี่ ส้มโอ กล้วย มะม่วง เพราะว่าชื่อติดตัวคนพวกนั้นเรียกยาก ตั้งใหม่จำง่ายว่าใครเป็นใคร

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ผมไปงานทอดกฐินวัดใกล้บ้านผู้ใหญ่ สนุกมาก ถามว่าทำไมกับข้าวเลี้ยงแขกมีแต่ขนมจีนน้ำยา กับขนมจีนแกงไก่เท่านั้น ผู้ใหญ่บอกว่าง่าย สะดวก และอิ่ม ดั้งเดิมตั้งแต่โบราณทำกันมาอย่างนั้น สมัยก่อนชาวบ้านมาช่วยกันตั้งโรงทำขนมจีน ตั้งแต่หมักข้าวเจ้า โม่เป็นแป้ง ปั้นก้อนแป้ง นวด และเอามาโรยในน้ำร้อนเป็นเส้นขนมจีน ส่วนน้ำยานั้น ปลากับมะพร้าวทำกะทินั้นอัมพวามีเหลือเฟือ พอมาสมัยนี้ขนมจีนก็ซื้อเอา ทำแกงเขียวหวานไก่เพิ่ม นี่ทำให้รู้ว่าขนมจีนน้ำยา เป็นอาหารของสังคมประเพณีใช้ได้ทุกงาน รวมทั้งงานทอดกฐิน

มาเป็นทอดกฐินแบบเหนือบ้าง สมัยก่อนผมขึ้นดอยอินทนนท์เป็นนิจ แล้วลงไปอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งดั้งเดิมอำเภอนี้เหมือนเป็นเมืองลับแลของเชียงใหม่ จะเข้า-ออก ต้องไปทางออบหลวง ชายขอบระหว่างอำเภอจอมทอง เชียงใหม่ กับแม่ฮ่องสอน พอมีถนนบนดอยอินทนนท์ก็ตัดลงไปอีกเส้นหนึ่ง สะดวกขึ้น แต่ค่อนข้างชันและคดเคี้ยว จำแม่นว่าพอโค้งสุดท้ายจะเห็นแม่แจ่มแบบพาโนรามาเต็มตา ตื่นตาตื่นใจกับความงามบริสุทธิ์เหมือนรักแรกพบ แล้วไม่ใช่เป็นแต่ผมคนเดียว เผ่าทอง ทองเจือ เพื่อนเก่าแก่ผมก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน จะหนักกว่าด้วยซ้ำไป ไปหลายๆ ครั้งสุดท้ายก็ซื้อบ้านเก่า ที่เคยเป็นคุ้มหมอเมืองเก่า ที่ปล่อยรกร้างอยู่นาน สวยตามแบบบ้านเรือนล้านนาแท้ๆ แต่เฮี้ยนน่าดู

แม่แจ่มมีวัดป่าแดดเก่าแก่ที่มาก อุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณย่อเก็จสามชั้น อาจารย์สน สีมาตรัง ผู้เชี่ยวชาญสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังล้านนา ยกย่องวัดป่าแดดเป็น 1 ใน 12 วัดที่จิตรกรรมฝาผนังยอดเยี่ยมของล้านนา แต่สมัยก่อนทรุดโทรมไปเยอะ เผ่าทองมีจิตกุศลไปทำโครงการบูรณะซ่อมแซมวัดป่าแดดจนเรียบร้อย 

เสร็จงานวัดป่าแดดแล้ว หาเรื่องมาทำงานจุลกฐินที่วัดยางหลวง เมื่อ พ.ศ. 2548 บอกบุญกับเหล่าไฮโซกระเป๋าหนักให้ไปทอดกฐิน งานเท่มาก จับเหล่าไฮโซพักตามบ้านชาวบ้าน ให้กินง่ายอยู่ง่าย ตอนค่ำมีมื้อสุดซึ้งกับกับบรรยากาศล้านนาหรือกาดมั่ว นั่งกินกับเสื่อ ข้าวปลา อาหารเป็นพื้นถิ่นตัวจริง เป็นกาดมั่วที่ไม่ดัดจริต ง่ายๆ ชาวบ้านมานั่งจัดสำรับให้กิน ยังมีสะล้อ ซอ ซึง ฟังเสนาะหู แถมมีชาวบ้านเอาผ้าทอมือ ผ้าผวยห่มนอน ผ้าคลุมไหล่กันหนาว ผ้าซิ่นตีนจก มาวางขายยั่วกิเลส อะไรๆ ลงตัวไปหมด โดยเฉพาะตอนนั้นแม่แจ่มเหมือนเปิดแอร์ทั้งอำเภอ

จุลกฐินเป็นประเพณีโบราณ มีขบวนการขั้นตอนการทำผ้าไตรจีวรสำหรับพระ เริ่มตั้งแต่เก็บดอกฝ้ายมาหีบ ปั่นเป็นเส้นด้าย ทอเป็นผืน ตัดเย็บ ย้อมสี รีดจนเป็นจีวร จะต้องเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าเสร็จหมาดๆ ก็ถวายเป็นผ้าพระกฐินได้เลย ที่สำคัญที่สุดการเก็บดอกฝ้าย มาหีบปั่นเป็นเส้นด้ายนั้น ต้องเป็นเด็กสาวพรหมจรรย์ แม่แจ่มเหมาะกับทำจุลกฐินเพราะเป็นเมืองปลูกฝ้าย สำหรับทอผ้าอยู่แล้ว 

ที่เผ่าทองทำจุลกฐินครั้งนั้น อยากให้ชาวเมืองกรุงให้เห็นจุลกฐิน ซึ่งที่อื่นๆ หายไปเกือบหมดแล้ว

เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ตอนทอดกฐินนั้นอลังการ แต่เป็นธรรมชาติสุดๆ ชาวบ้านตั้งแต่แม่อุ้ยถึงเด็กสาวเล็กๆ นุ่งผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มทุกคน ผ้าซิ่นตีนจกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเมืองไทยมีที่หาดเสี้ยว ศรีสัชนาลัย บ้านน้ำอ่าง อุตรดิตถ์ และแม่แจ่มเชียงใหม่ ถ้าอยากเห็นผ้าซิ่นตีนจกหาดเสี้ยวกับบ้านน้ำอ่าง ต้องไปงัดจากตู้ที่ร้านขายผ้า แต่สำหรับแม่แจ่มนั้นพอมีงานบุญทีไรจะใส่กันทั้งเมือง เห็นผ้าซิ่นสวยๆ ละลานตา นี่เป็นประเพณีที่งดงามหมดจด ใครเห็นก็ต้องหลงเสน่ห์เมืองแม่แจ่ม

การทอดกฐินปรับตัวมาเรื่อยๆ ตามสภาพสังคม บางทีก็งงๆ อยู่เหมือนกันว่าวัดเยอะแยะไปหมด บางวัดห่างกันแค่ 100 – 200 เมตร แล้วญาติโยมอุปัฏฐากวัดจะทอดกฐินวัดไหน เดี๋ยวนี้ถึงมีการหลีกทางกัน วัดนั้นทอดวันเสาร์ วัดนี้ทอดวันอาทิตย์ อีกอย่างเพื่อความสะดวกต่อคนทำงาน พนักงานต่างๆ ที่หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย

วัดเองก็ต้องมีศรัทธาวัดที่จะมาเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน คนนั้นต้องไประดมปัจจัยมาทำบุญ ให้ได้เงินเข้าวัดมากๆ ยิ่งดี นอกจากศรัทธาหาเงินแล้วต้องมีศรัทธาเอาอาหาร เครื่องดื่ม ขนม มาตั้งซุ้มให้คนมาร่วมงานกินกัน จะมีอยู่ 2 อย่าง มีทั้งร้านค้าขายอาหารอยู่แล้ว เอาของที่ขายมาร่วมทำบุญ อีกอย่างมีคนไปเหมาร้านอาหารที่ดังๆ มีฝีมือมาออกร้าน วัดไหนใหญ่โต ศรัทธาวัดเยอะ อาหารการกินก็สมบรูณ์ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง กวยจั๊บ กระเพาะปลา ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ส่วนใหญ่เน้นสะดวกทำมาเรียบร้อยแล้วมาตั้งเลย ประเภทมาทำหน้างานจานต่อจานจะยุ่งยาก ไม่ค่อยนิยม

ชาวบ้านรวมทั้งผมเองด้วยชอบ ไปทำบุญถวายปัจจัยให้วัดแล้วถือโอกาสกินกฐิน วันเสาร์ไปกินวัดนั้น วันอาทิตย์ไปกินวัดนั้น ร้านไหนถูกปากขึ้นทะเบียนไว้ ตามไปกินที่ร้านที่เขาขายอยู่ หรือบ้านไหนทำอะไรอร่อยก็ถามสูตรมา แต่การกินกฐินปีนี้อาจจะทำไม่ได้ เพราะคนเยอะเสี่ยงกับโควิด-19 ต้องยกยอดไปปีหน้า

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load