“ยังครับ (นิ่งคิด) ยัง”

นนกุล หรือ นน-ชานน สันตินธรกุล ตอบคำถามสุดท้ายเราแบบนั้น ขณะสนทนากันในร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง ท่าทางสบายและรอยยิ้มตาหยี ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมหลายคนรวมทั้งแฟนคลับจากแดนมังกรถึงตกหลุมรักเขา

ชายหนุ่มตรงหน้าเริ่มต้นบทบาทนักแสดงจากหนังสั้นเรื่อง Patcha is sexy และมีชื่อเสียงมากขึ้นจากบทบาท เน็ท ในซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น ซีซั่น 3 จนกระทั่ง พ.ศ. 2560 ภาพยนตร์ฉลาดเกมส์โกง ประสบความสำเร็จด้านคำวิจารณ์และรายได้ในประเทศไทย อีกทั้งดังไกลถึงต่างประเทศ บทบาท แบงค์ ทำให้นนกุลกวาดรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมหลายเวที และเขามีโอกาสไปเล่นซีรีส์ที่ประเทศจีนถึง 2 เรื่องคือ Blowing in the wind และ Dive

ท่ามกลางความโด่งดัง เขากลับคิดว่าตนเองยังไม่พร้อมรับมือกับความสำเร็จ ขณะเดียวกันก็ตั้งใจจะกระโจนเข้าไปเมื่อมันมาถึง ท่ามกลางรางวัลและโอกาสที่ได้รับ นักแสดงหนุ่มยังท่องบท 400 รอบ และมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองในหลายด้าน เขากำลังรับบทบาทเป็นนักร้องและทำเพลงเองทุกกระบวนการ เพื่อพาตัวเองไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้

นนกุลจึงไม่ใช่นักแสดงเด็กที่ดังจากซีรีส์วัยรุ่นที่เราเคยรู้จัก แต่เป็นนักแสดงที่ตั้งเป้าหมายไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพ ผู้มีความฝันอยากไปฮอลลีวูด ตั้งแต่ยังไม่เริ่มบทบาทนักแสดงอย่างจริงจังด้วยซ้ำ

ใช่ เขายังไม่คิดว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จเร็วๆ นี้

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด
นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ตอนเด็ก คุณเป็นเด็กแบบไหน

เป็นเด็กค่อนข้างธรรมดา ซนๆ ทั่วไป ไม่ได้รู้สึกว่ามีความฝันอะไรเป็นพิเศษ เรียนก็ไม่ได้ประเสริฐศรีอะไร เล่นกีฬาก็เฉยๆ ผมเคยฝันว่าอยากเป็นนักวาดการ์ตูนด้วยซ้ำ เพราะเป็นอย่างเดียวที่ทำได้ดี เคยลองส่งไปสำนักพิมพ์ด้วย

ส่งไปสำนักพิมพ์เลยเหรอ

ตอนนั้นเด็กมาก (ลากเสียง) ส่งไปวิบูลย์กิจ เขาไม่ตอบ มองย้อนไปเราไม่ได้เขียนดีขนาดนั้น ไม่ได้มีฟีดแบ็กกลับมา เราเลยล้มเลิกความตั้งใจ หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีความฝันอะไรมากมาย ไม่เที่ยวเล่นด้วยนะ เรียนเสร็จก็เรียนพิเศษ กลับบ้าน มันธรรมดามาก

แล้วเด็กมัธยมธรรมดาคนหนึ่ง เริ่มคิดถึงอนาคตเมื่อไหร่

ยังไม่คิดถึงอนาคตครับ ช่วงมอสี่ผมไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกาหนึ่งปี มีโอกาสได้เล่นอเมริกันฟุตบอล เลยอยากเรียนต่อ อยากเป็นนักอเมริกันฟุตบอล ตอนนั้นคิดแต่เอาสนุก สุดท้ายทะเลาะกับที่บ้าน เพราะที่บ้านไม่เห็นด้วย เขาเห็นว่ามันเป็นกีฬาที่ค่อนข้างมีความเสี่ยง พ่อแม่ผมเป็นคนหาข้อมูลเยอะ ไปเจอว่าบางคนแก่ตัวไปจะเป็นพาร์กินสัน อ้วกแตก กินข้าวไม่ได้ เพราะสมองช้ำใน เขากลัวมาก สุดท้ายผมไม่ได้เรียนต่อ ก็กลับมาเหมือนเดิม

พอกลับมามีความฝันเล็กๆ แล้วมันไม่ได้ไปต่อ เลยไม่ได้คิดเรื่องความฝันสักที จนกระทั่งจับพลัดจับผลูมาแคสงาน แต่ก็ไม่เรียกว่าจับพลัดจับผลูเท่าไหร่ เพราะผมเห็นเพื่อนไปแคสงานแล้วเท่ดี ผมอยากมีโอกาสแบบนั้นบ้าง เลยพยายามหาทาง แต่สุดท้ายมันมาด้วยโชคนิดหนึ่ง ผมไปเดินสยามแล้วมีคนมาขอให้ไปถ่ายคอลัมน์นิตยสาร เกี่ยวกับสไตล์การแต่งตัวของวัยรุ่น ผมก็เริ่มมีงานแคสมากขึ้นเรื่อยๆ

คุณมีความคิดอยากเป็นนักแสดงมาก่อนไหม

ไม่เคยคิดเลย เมื่อก่อนเวลาไปเจอเพื่อนของแม่ผม พี่สาวน้องสาวก็จะไปด้วย เพื่อนแม่ผมจะพูดว่า ลูกสาวน่ารักจังเลย ไม่พูดถึงผมเลย (หัวเราะ) ผมเลยไม่มีความมั่นใจเรื่องหน้าตา บุคลิก การแสดงนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย ผมเคยเล่นละครเวทีตอนประถมที่โรงเรียน เป็นแค่ตัวประกอบ ผมรู้สึกว่าการพูดไดอะล็อก การเป็นตัวนำ ช่างห่างไกลเหลือเกิน มันยาก

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

คุณเข้าวงการด้วยความสงสัยในความสามารถของตัวเอง แล้วจุดไหนที่รู้สึกมั่นใจและอยากมุ่งไปทางนี้จริงๆ

ตอนแรกเป็นการลองครับ ถามว่าเกร็งไหม ก็เกร็ง แต่พอเป็นเด็ก แล้วผมมีโอกาสทำงานหาเงินได้ด้วยตนเอง เลยรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษ ผมบอกตัวเองว่า ไม่เป็นไร เรายังใหม่อยู่ ผู้ใหญ่เขาคงเข้าใจ ก็เลยลองทำมาเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ผมเห็นตัวเองกำลังพัฒนา ผมเคยไปถ่ายโฆษณาอยู่งานหนึ่ง แล้วพี่ผู้กำกับเขาชมว่า ‘พี่ชอบแอคติ้งเรานะ’ พอเริ่มมีคนชม ผมเลยรู้สึกว่ามันกำลังไปได้ดี แล้วถ้าเราอยากไปให้ไกลที่สุดมันคือที่ไหน คำตอบเลยเป็น ฮอลลีวูด

พอเริ่มตั้งเป้าหมายในใจ แล้วผมได้พูดออกไป มันเลยทำให้ความฝันนั้นแข็งแรงขึ้น จนเหมือนกับไม่ไปไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นจะผิดคำพูดตัวเอง จริงๆ อีกเหตุผล เป็นเพราะว่าความฝันมันช่วยพัฒนาชีวิตผมในหลายๆ ด้านด้วยครับ

พัฒนาด้านไหนบ้าง

หนึ่งเรื่องบุคลิกภาพ ความมั่นใจในตนเอง แล้วก็รายได้ อาชีพนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้คุยกับครอบครัวมากขึ้น เขาจะช่วยผมในเรื่องงานและให้คำแนะนำ ผมเชื่อว่าทุกคนจะรักในอาชีพของตัวเอง เมื่อเขาเห็นว่ามันพัฒนาหรือมันทำให้เขาเป็นเขาในเวอร์ชันที่ดีขึ้นได้ 

ความฝันของคุณคือการไปฮอลลีวูด คิดอยู่นานไหมกว่าจะตัดสินใจบอกคนอื่น

ครั้งแรกนานมากครับ เพราะมันกลัวไปหมด คนจะมองว่าเพ้อเจ้อหรือเปล่าวะ บ้าเปล่าวะ อยู่แค่นี้เอง เป็นใครมาจากไหน ผลงาน ชื่อเสียงก็ยังไม่มี แน่นอนว่าครั้งแรกที่พูดออกไปมันโคตร Defense ตัวเองไว้ประมาณหนึ่ง มันอาจจะเป็นความฝันที่ดูเพ้อเจ้อนะครับ (หัวเราะ) แต่ผมอยากไปให้ถึงฮอลลีวูด พอผมกล้าพูดครั้งแรก ครั้งที่สองก็กล้าขึ้นเรื่อยๆ

ผมรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวที่เรากำลังทำได้ดี ผมมองไม่เห็นตัวเองในมุมมองอื่น ณ ตอนนั้น เลยรู้สึกว่าลองดูกับมันสักตั้งดีกว่า ผมอยากจะไปให้ไกล อยากจะรู้ว่าระดับโลกเป็นยังไง

เหมือนเป็นแรงผลักดันให้ตัวเอง ในขณะเดียวกันก็กดดันตัวเองด้วย

ใช่ มันจะได้กระตุ้นตัวเอง เวลาที่ผมเผลอขี้เกียจไปบ้าง เป้าหมายที่ผมพูดไว้กับคนอื่นหรือพูดไว้กับตัวเองมันจะกลับมาจิกหัวผม แล้วเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ เวลาผมท้อ ทำไม่ได้ สมมติเล่นบทดราม่าไม่ได้สักที เล่นไม่ได้จริงๆ แต่มันผ่านไปแล้วนะ ผมจะกลับมานอยด์ พอวันรุ่งขึ้นมันก็จะดีขึ้น เพราะเป้าหมายผมชัดเจน ช่างแม่ง ทำวันใหม่ให้ดี

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ความสำเร็จของ ฉลาดเกมส์โกง ในตอนนั้น มันทำให้คุณเติบโตในฐานะคนคนหนึ่งหรือนักแสดงยังไง

ผมเติบโตเยอะมากๆ ครับ ไม่ว่าในแง่ชื่อเสียงหรือการปฏิบัติตัวในวงการ พอเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น มันไม่เหมือนตอนเราเริ่มต้นแล้วนะ เพราะคนเริ่มมองเรามากขึ้น วันที่ผมได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม มันยิ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าผมเดินมาถูกทางแล้วนะ ผมกำลังไปได้ดีจริงๆ ในอาชีพนี้ เหมือนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ย้ำเตือนผมเสมอว่า ทุกๆ งานต่อจากนี้เป็นต้นไป ผมจะไม่ให้มาตรฐานดรอปลงเป็นอันขาด ถ้าไม่พัฒนาขึ้น อย่างน้อยต้องอยู่ที่เดิม

แต่ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มันค่อยๆ มากกว่า ดูจากอินสตาแกรม (หัวเราะ) มันค่อยๆ ขึ้น ไม่ได้พุ่งทีเดียวทะลุล้าน ผมรู้สึกว่ายังพอรับมือกับมันได้ 

มันพาโอกาสอะไรมาให้ชีวิตบ้าง

มีหนังและละครติดต่อเข้ามา มีซีรีส์ที่จีนติดต่อเข้ามา ซึ่งตอนที่ติดต่อมาก็ตกลงเลยครับ ไม่คิดเลย (หัวเราะ)  ภาษาไม่ได้ก็ช่างมันก่อน การที่เขาติดต่อมาเขาต้องรู้จักเราประมาณหนึ่ง แปลว่าเขาต้องเตรียมพร้อมอะไรบางอย่างไว้อยู่แล้วสำหรับคนที่พูดภาษาจีนไม่ได้ แต่ผมก็ทำการบ้านไปด้วยเหมือนกัน อย่างน้อยต้องไม่ให้เสียชื่อ เสียหน้า ผมอยากทำให้มันดี เพราะการที่ผมได้รับโอกาสนั้น มันยิ่งรู้สึกว่าเราค่อยๆ เป็นไปในทางที่ตั้งความฝันเอาไว้มากขึ้น

เขาไม่จำเป็นต้องเลือกคุณตั้งแต่แรก เพราะอุปสรรคเรื่องภาษา แล้วเขามีเหตุผลอะไรถึงเลือกคุณ

ถ้ายอมรับตรงๆ เพราะว่าการประสบความสำเร็จจากเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง ครับ มันทำให้ผมมีชื่อเสียงในประเทศจีน เขาเลยเลือกผมไป พอผมได้ไปทำงานที่นู่น ผมได้ไปโชว์สกิลให้เขาเห็น ก็มีโอกาสเข้ามามากขึ้น งานต่องานไปได้เรื่อยๆ

แต้มต่อที่ทำให้คุณได้รับงานแสดงที่จีนหลังจากนั้นคืออะไร

วินัยครับ มันทำให้ผมรู้ว่าผมตัวเล็กแค่ไหน วงการบันเทิงบ้านเราถือว่าไม่ใหญ่มาก แต่ประเทศจีน ผมจำไม่ได้ว่าหลักแสนหรือล้าน นักแสดงเขาเยอะมาก จังหวัดหนึ่งก็แทบจะเท่ากับประเทศเราแล้ว เรียกว่าดังแค่จังหวัดเดียวก็เหมือนดังทั่วประเทศไทย มันทำให้ผมรู้สึกว่าแค่นี้ไม่พอจริงๆ แค่แสดงดีอย่างเดียวไม่พอ ทำไมเขาต้องมาเลือกผม ภาษาเขาก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว เขาเป็นคนจีน เพราะฉะนั้น ผมต้องมีอะไรอย่างอื่นอีกที่ทำให้ไปต่อได้เรื่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ

บรรยากาศการทำงานที่จีนเป็นยังไงบ้าง

ผมว่าคล้ายประเทศไทยนะ ตำแหน่งเหมือนกันหมดเลย ต่างกันแค่ระบบการทำงาน เขาถ่ายทำทุกวัน การถ่ายต่อวันก็ค่อนข้างเป็นระบบ สิบสองชั่วโมง ถ่ายกันสามสิบตอน ตลอดสามถึงสี่เดือน จบเป็นโปรเจกต์หนึ่ง ในฐานะนักแสดงผมว่ามันดีนะ เพราะเราได้โฟกัสกับตัวละครตัวเดียวไปเลย

ผมว่าการท่องบทภาษาจีนก็เป็นการเรียนรู้มากๆ มันทำให้ผมได้พูด ได้ฟังมากขึ้น พอไปอยู่ที่นู่น สามถึงสี่เดือน อยู่ด้วยกันทุกวัน ต่อให้ไม่อยากสนิทก็ต้องสนิท (หัวเราะ) ทุกคนน่ารัก

แต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่ผมได้จากการไปแสดงที่จีน ผมเพิ่งรู้ว่าการท่องบท ไม่ว่าจะยาวสักแค่ไหน ถ้าท่องสี่ร้อยรอบ ยังไงก็จำได้ แบบไม่ต้องคิดนะครับ เข้าห้องน้ำก็ท่องได้ เล่นฟิตเนสอยู่ก็ท่องได้ นั่นเป็นจำนวนครั้งที่ผมทดลองดูแล้วรู้ ไม่ว่าจะภาษาอะไรก็พูดได้ แต่อาจจะผิวเผินนะครับ ต้องไปใส่ฟีลลิ่งอีกที เพราะผมไม่รู้ภาษาเขา การที่ทำแบบนั้นจะทำให้ไม่กังวลเวลาไปแสดง แอคชั่นปุ๊บ ไมค์จ่อ ผมจะโฟกัสแค่ Phasing ที่เหลือก็ใส่ฟีลลิ่ง แบ่งคำให้ถูก ให้ดูเป็นธรรมชาติ

การท่องบทสี่ร้อยรอบ ผมไม่ชอบนะ ใครจะไปชอบวะ อยู่กับตัวเองทั้งวัน แต่ถ้าไม่ทำ ผลลัพธ์มันจะออกมาไม่ดี

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ความรู้สึกของการค่อยๆ ขยับเข้าใกล้การทำงานในฝันมากขึ้น เป็นยังไง

เป็นความรู้สึกที่ดีอยู่แล้วครับ ขณะเดียวกันผมต้องย้ำกับตัวเองเสมอ ตอนนี้ผมยังไม่มั่นใจว่ามันกำลังไปได้ดีจริงๆ หรือเปล่า เพราะสุดท้ายมันอาจเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ทำให้ทำงานที่จีนไปต่อไม่ได้ คงต้องพักไปแป๊บหนึ่ง

ผมก็ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าอะไรจะเกิด วันหนึ่งผมอาจไม่มีงานที่จีนแล้ว ก็เป็นไปได้เหมือนกัน สิ่งที่ผม Make Sure กับตัวเองได้ ที่ผมควบคุมได้ คือฝีมือของผมเท่านั้น สำหรับผมมันเป็นความดีใจที่เราก็กลัวอยู่ตลอดเวลา

แปลว่าคุณระมัดระวัง ไม่ได้ประมาท

ใช่ครับ ต่อให้ผมไม่ได้ไปจีน ต่อให้อยู่ผมที่ไทยอย่างเดียว มันก็ดร็อปได้เหมือนกัน ข้อแรก เราต้องทำตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้ว ข้อสอง ถ้าสุดท้ายวันนั้นมาถึง ผมวางแผนว่าจะไปเรียนต่ออเมริกา ไปออดิชั่น ไปแคสงานที่นู่น

นักแสดงที่เก่งสำหรับคุณเป็นยังไง เมื่อไหร่ถึงจะพูดได้เต็มปากว่า ‘นนกุลเป็นนักแสดงที่เก่ง’

ผมมองว่าการแสดงที่ดีขึ้นอยู่กับการทำการบ้านเพื่อบทบทนั้นมากกว่า เพราะไม่มีทางที่คุณจะได้บทเหมือนกันตลอด ต่อให้บทเข้ามือขนาดไหนก็ต้องทำการบ้านอยู่ดี วันนี้ผมทำการบ้านสำหรับบทนี้ได้ดี แต่ว่าวันหน้าบทต่อไปที่ผมได้รับ แล้วผมทำการบ้านไม่ดี ก็เรียกว่าการแสดงไม่ดี มันไม่ใช่เล่นบทหนึ่งแล้วได้รับรางวัล จะกลายเป็นนักแสดงที่ดีเสมอไป

จากคนคนหนึ่งต้องกลายไปเป็นอีกบทบาทหนึ่ง ต้องทำการบ้านหนักขนาดไหน

สุดท้ายแล้วการจะเป็นตัวละครหนึ่งตัวได้ต้องรู้รายละเอียดชีวิตของเขา ผมจะเขียน Background Story ของตัวละครนั้น แล้วใช้สรรพนาม ‘ผมชื่อ’ ถ้าตัวละครหยาบกร้านหน่อยก็ ‘กูชื่อ’ เช่น ผมชื่อบี เป็นลูกคนเดียว ครอบครัวจีน ตอนเด็กๆ พ่อเคยเอากระบวยตีหัว ก็เลยไม่ค่อยชอบพ่อ มันเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่พอสร้างเรื่องขึ้นมา ผมจะเริ่มเชื่อมัน

ผมชอบนะ เวลาเขียน Background Story พอสร้างมันขึ้นมาแล้วเอาไปเชื่อมกับเนื้อเรื่อง อ๋อ เพราะอย่างนี้เขาเลยไม่ชอบ เขาเลยเกลียดพ่อ พอมีภาพในหัว แล้วตัวเราเชื่อ การแสดงก็จะสตรอง ถ้าเราทำเป็นแสดงว่าไม่ชอบ เพราะว่าตัวละครไม่ชอบ ผมว่ามันไม่ใช่ คนเราเวลาไม่ชอบอะไร มันมีเหตุผลบางอย่างเสมอ

แต่ถ้าเป็นตัวละครที่ต้องใช้ Physical อย่างคนตาบอด ผมก็ต้องทำให้ Body ผม Comfort กับสิ่งสิ่งนั้น เช่น ไปซื้อไม้ของผู้พิการทางสายตาแล้วลองหลับตาเดินดูว่าเขารู้สึกยังไง เขากลัวแค่ไหน เพราะบทใน พรจากฟ้า ผมเล่นเป็นคนที่เพิ่งเริ่มตาบอด ต้องมีความกลัวอยู่ด้วย เขาไม่ได้ตาบอดตั้งแต่เกิด เพื่อที่จะสัมผัสความรู้สึกนั้นผมเลยต้องทำอย่างนั้นจริงๆ 

บทบาทไหนทำการบ้านหนักที่สุด

คงเป็น ฉลาดเกมส์โกง ครับ เพราะแบงค์เป็นคนที่เนิร์ดมากๆ ตอนนั้นผมไม่ได้นึกถึง Background Story แต่พอมองย้อนกลับไปมันตรงพอดีเลย คือการที่เราท่องบททุกบทในเรื่องประมาณสามสิบรอบต่อวัน จริงๆ มันไม่ใช่สิ่งที่ดีนะสำหรับตัวละครอื่น สมมติรับบทเป็นคนที่ชิลล์ๆ ก็ควรจะไหลๆ ไป ไม่ต้องไปฟิกซ์กับบทมาก แต่พอเป็นตัวละครที่ค่อนข้างแข็ง การที่ผมไปท่องแบบนั้นมันก็เลยช่วยให้จูนอินกับตัวละครง่ายขึ้นด้วย

ผมติดมาจากแบงค์เยอะเหมือนกัน ต้องขอบคุณที่แบงค์มันเป็นคนที่มีวินัยมาก มันช่วยบวกความมีวินัยของผมมากขึ้น

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

บทบาทที่อยากเล่นต่อจากนี้

บทแอคชั่นครับ แอคชั่นที่ผมหมายถึงเป็นแบบซูเปอร์ฮีโร่ John Wick, ยิปมัน เพราะผมชอบดูหนังแอคชั่นอยู่แล้ว มันมีเสน่ห์มาก ยิ่ง ยิปมัน ผมว่าเขาอิมโพรไวซ์หน้างานได้ เขาระดับปรมาจารย์แล้ว (หัวเราะ)

อีกอย่างหนังแอคชั่นเหมือนกับตัวผม ผมเป็นคนชอบเตรียมการ ผมรู้ว่าการจะถ่ายแอคชั่นในแต่ละซีน ไม่ใช่แค่ไปหน้ากองแล้วถ่าย ต้องซ้อมหลายเดือนเพื่อมาถ่ายช็อตนั้น ต้องเตรียมการมาดีมากๆ John Wick เขาซ้อมกันหกเดือน มันเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่านี่คือ Craftsmanship ที่สวยงาม

แปลว่าคุณเป็นคนชอบการเตรียมตัว แล้วคุณเป็นคนขยันด้วยไหม

ขยันแค่กับสิ่งที่เราชอบ (หัวเราะ)

จากบทบาทนักแสดงเปลี่ยนมาเป็นคนทำเพลง เริ่มต้นยังไง

คิดมาสองปีแล้วครับ แต่ผมไม่ได้บอกใคร เพราะยังไม่เสร็จ ผมอยากเป็นคนมีความสามารถรอบด้าน แต่ผมมีความรู้เป็นศูนย์เกี่ยวกับเรื่องเพลง ก็เลยใช้เวลานานมากกว่าจะเสร็จ ส่วนเบื้องหลัง ผมอยากลองกำกับดู มันเป็นเพลงของผม แล้วผมก็รู้สึกว่าถ้าไม่ใช้โอกาสนี้ ก็ไม่มีโอกาสไหนแล้วที่จะได้ลองกำกับระดับสเกลมืออาชีพ

ผมอยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง เพราะผมเรียนภาพยนตร์มา อยากรู้ว่า Vision ในหัว พอมาทำงานระดับมืออาชีพจริงๆ เพื่อให้ Vision นั้นออกมาเป็นสิ่งที่จับต้องได้ มันต้องชัดเจนขนาดไหน ต้องประชุมงานกันแค่ไหน ต้องมีเรเฟอเรนซ์แค่ไหน กว่าจะเป็นสิ่งที่ผมอยากให้มันเป็น

เริ่มจากศูนย์แล้วมาทำเพลง ตลอดสองปีคุณเตรียมตัวยังไงบ้าง

หนึ่งปีกว่าๆ จะเป็นเรื่องเพลงมากกว่า การแต่งเพลง ถ้าเขาส่งเมโลดี้มา แล้วผมยังไม่ชอบ ก็ขอแก้ตรงนี้เพิ่มนะ ส่งกลับไปกลับมา แล้วการแต่งเนื้อเพลงจะใช้เวลาประมาณหนึ่ง เรื่องฝึกหัดร้องอีก กลายเป็นว่าผมใช้เวลากับมันนานมาก เพราะผมไม่ค่อยมั่นใจเรื่องร้องเพลงเท่าไหร่ แต่ผมเรียนเพิ่มเติมอยู่ตลอดครับ อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำเพลงออกมา เพราะก่อนหน้านี้ผมไปเรียนร้องเพลง มันไม่มีอะไรที่ผมจับต้องได้ เหมือนเรียนไปอย่างนั้น ผมไม่เห็น Improvement ที่ดี แต่การทำเพลง มันช่วยให้ผมมีวินัย ถ้าผมไปอัดเพลงแล้วทำไม่ได้ ก็จะเสียเวลาคนอื่น อย่างน้อยทำให้ได้มาตรฐานแล้วกัน

คุณต้องศึกษาการแต่งเพลงเพิ่มหรือเปล่า

เรื่องแต่งเนื้อเพลงผมไม่ได้ศึกษาเท่าไหร่ เผอิญเป็นคนชอบเขียนแคปชันอินสตาแกรมยาวๆ พอได้เมโลดี้มา ก็คิดง่ายๆ แบบคนมั่วๆ มันต้องมีคำเพื่อมาทับเมโลดี้ สมมติ ‘ลา ลา ลา ล้า’ ก็เป็น ‘ฉัน รัก คุณ นะ’ เพื่อให้มันตรงกับคอนเซปต์ ผมเขียนเป็นเป็นสิบดราฟต์เหมือนกันกว่าจะเสร็จ

การทำเพลงและการกำกับเบื้องหลัง แตกต่างกับงานแสดงของคุณที่ผ่านมายังไงบ้าง

ถ้าเทียบกันงานแสดงมันต่างมากอยู่แล้วครับ แต่เหมือนกันตรงทุกอย่างต้องฝึกซ้อม ต้องทำบ่อยจนชิน แล้วเราจะเริ่มคุ้นเคยกับมัน เรื่องงานแสดงผมแสดงมาหกถึงเจ็ดปี ผมรู้ขั้นตอนการเตรียมงานในฐานะนักแสดง เพื่อให้ผลงานออกมาตามที่ต้องการ แต่การร้องเพลงและการกำกับผมยังไม่เห็นตรงนั้น การร้องเพลงผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเสียงถึงจะดี ผมรู้แค่ต้องวอร์มเสียง แต่ผมยังไม่ค้นพบหนทางที่รู้สึกว่า เนี่ยแหละ! มันจะทำให้ผมร้องเพลงเพราะจริงๆ 

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด
นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

คุณพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เป็นเพราะคุณไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาอยู่ตรงนี้หรือเปล่า

ใช่ครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมเซ็ตความฝันไว้ใหญ่ ผมไม่อยากผิดคำพูดตัวเอง ถ้ามันไม่มีสงครามปะทุขึ้นมา ผมก็อยากจะไปให้ถึงตรงนั้น

คุณเป็นมาหลายบทบาท มองเห็นตัวเองในบทบาทไหนมากที่สุด

ถ้า ณ ตอนนี้ก็นักแสดงครับ แต่อนาคตก็อยากจะทำได้ทุกอย่างจริงๆ จะแสดงก็แสดงได้ สมมติมีงานร้องเพลงก็ร้องเพลงได้ ไม่ต้องฝึกซ้อมนานเป็นเดือน ถ้ากำกับก็อยากพูดด้วยความมั่นใจว่าผมต้องการแบบนี้ ต้องการแบบนั้น

มักมีคำพูดที่ว่า ‘ถ้าเป็นอะไร ก็เป็นสิ่งนั้นให้ดีที่สุดไปเลย’ ทำไมคุณถึงอยากเป็น ‘นนกุลที่เก่งรอบด้าน’

ผมอยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ทุกวันนี้แค่การแสดงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีอย่างอื่นด้วย แล้วอย่างอื่นนั้นก็ต้องดีพอๆ กับการแสดง ผมไม่ใช่นักแสดงจากอเมริกา ไม่ใช่นักแสดงจากประเทศจีน ผมเป็นคนจากประเทศอื่น การที่ผมจะไปให้ถึงระดับท็อปของโลก มันต้องมีอะไรมากกว่าการแสดงและภาษา เพราะนักแสดงฮอลลีวูด นักแสดงจีนเขาไม่ได้เป็นแค่นักแสดงอย่างเดียว เขาเป็นทั้ง Actor, Producer, Screenwriter, Singer, Director ผมเลยต้องเป็นมากกว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ 

คุณพร้อมจะเป็น ‘นนกุลที่เก่งรอบด้าน’ แล้วหรือยัง

ผมเลยต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ผมมองว่ามันต้องใช้เวลากว่าทุกอย่างจะแข็งแรง ถ้าตอนนี้การแสดงผมแข็งแรงที่สุด ผมต้องขยับให้ทุกอย่างมันค่อยๆ แข็งแรงขึ้นเหมือนกัน ขณะเดียวกันผมก็ต้องประคองการแสดงไว้ด้วย

คำถามคือเมื่อวันหนึ่งโอกาสที่จะทำให้ผมไปถึงจุดนั้นมาแล้ว ผมมีคุณสมบัติพร้อมจะรับและรักษามันไว้ได้หรือเปล่า พูดตามตรงวันที่ ฉลาดเกมส์โกง ประสบความสำเร็จ ผมยังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะแบกรับและรักษามันไว้ได้ ถ้าผมมีคุณสมบัติที่แข็งแรงกว่านี้ เช่นภาษาจีนผมแข็งแรง วันนี้ผมอาจจะมีงานจีนมากกว่านี้ ไปไกลกว่านี้แล้วก็ได้ แต่ถ้ามันมาถึงเร็ว ผมก็ไม่พร้อมอยู่ดีนะ (หัวเราะ)

คุณตั้งเป้าหมายไว้ไกลมาก เคยมีคนสบประมาท พูดบั่นทอนกำลังใจ คุณบ้างหรือเปล่า

เป็นคำที่ไม่ได้รุนแรงมากนะ ประมาณว่า ‘โอ้ย ทำไมต้องฝันไกลขนาดนั้น เอาประเทศไทยให้รอดก่อนมั้ย’

มันก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมาก เป็นแค่ความคิดต่าง ผมโชคดีที่กิดในยุคศิวิไลซ์ คนไม่ค่อยสบประมาทใครแล้ว แต่ความศิวิไลซ์ก็เป็นข้อเสียอีกอย่างหนึ่ง สิ่งเดียวที่จะหยุดผมได้คือความขี้เกียจของตัวเอง เพราะว่าโลกที่ศิวิไลซ์ มากๆ แปลว่าอย่างอื่นก็พัฒนาด้วย ทุกวันนี้คนเรามีความสุขง่ายมาก เปิดมือถือคลิกเดียวก็มีความสุขแล้ว โดพามีนหลั่งแล้ว

แต่สมัยก่อนไม่ใช่ อาจไม่ได้เจริญเท่านี้ คนไม่ได้มีความสุขง่ายเท่าเรา เขาต้องพยายามหนักมากกว่าจะมีความสุขได้ เขาเลยถูกสอนให้พยายามก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ แต่กับคนสมัยนี้ทำแบบนั้นยาก เพราะไม่มีสถานการณ์มากดดัน แค่ดูมือถือ กินมาม่า ก็มีความสุขแล้ว สิ่งนั้นแหละจะหยุดการพัฒนาของเรา

มันมีบางวันที่ผมขี้เกียจไปเลยนะครับ ไม่ทำอะไรเลย นอนดูแต่ยูทูบ พอวันรุ่งขึ้นก็จะด่าตัวเอง ‘เมื่อวานทำอะไรวะ ทำไมใช้เวลาแบบนั้น’ ผมว่าสุดท้ายมันก็ต้องมีเวลาให้ตัวเองพักบ้าง แต่ก็ต้องไม่ลืมเป้าหมายด้วยเหมือนกัน

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ถ้าเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่ระดับ 100 ตอนนี้คุณอยู่ระดับไหน

สิบ ยี่สิบ ครับ เพราะตอนนี้ผมอยู่ในจุดที่ผมรู้สึกว่ามันถอยกลับมาได้ง่ายมาก

ถ้าถอยก็เป็น 0

มันยังไม่แน่นอน สิ่งไหนที่ผมยังควบคุมไม่ได้ ผมจะไม่กล้าพูดว่าผมทำสำเร็จแล้ว ทุกวันนี้ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมันอาจจะกลับมาตรงสิบหรือห้าเลยก็ได้ บางทีโชคก็ช่วยให้ผมได้งาน แต่คุณสมบัติของผม ณ ตอนนี้ยังต้องประคองไว้ ยังเรียกว่าประสบสำเร็จไม่ได้

ถ้าความสำเร็จมาตอนนี้ คุณอาจจะรับมือกับมันได้ไม่ดีด้วยซ้ำ

ผมจะกระโจนเข้าไปนะ แต่ผมอาจจะรับมือได้ไม่ดีหรอก (ยิ้ม)

คุณเรียนรู้อะไรบ้างจากการเป็นนนกุลตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เรียนรู้ว่าคนเราจะประสบความสำเร็จได้ ความพยายามอย่างเดียวไม่พอจริงๆ ต้องมีโชคด้วย เราต้องพร้อมที่จะทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ผมรู้ว่าผมต้องการอะไร แต่ผมจะทำสิ่งที่ผมชอบหรือต้องการอย่างเดียวไม่ได้ บางทีผมก็ต้องทำสิ่งที่ไม่ชอบด้วย เพื่อให้ไปถึงตรงนั้นได้

วันที่ไปนั่งกินข้าวกับเพื่อนของคุณแม่ จากที่เคยชมว่าลูกสาวสวยมาก วันนี้เขาชมลูกชายหรือยัง

มีชมแล้ว (ยิ้ม)

คุณมองว่าชีวิตตัวเองในตอนนี้ประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง

ยังครับ (นิ่งคิด) ยัง

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ขอบคุณสถานที่ร้าน CHU Chinese Bangkok (สุขุมวิท 49)

Writers

อาทิตยา จันทร์เศรษฐี

นัก(หัด)เขียนและนัก(หัด)วาด สะสมสติ๊กเกอร์และโปสการ์ด ตกหลุมรักท้องฟ้าซ้ำไปซ้ำมา และสัญญากับตัวเองว่าจะอ่านหนังสือเดือนละเล่ม

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

ขบฟันกั้นกอดวันทองไว้ ขุนช้างร้องไปชิงไว้หวา

เพชฌฆาตดาบยาวก้าวย่างมา ขุนแผนโถมถาคร่อมเมียไว้

ฉุดคร่าคว้ากันอยู่ดันดึง ฟันผึงถูกขุนแผนหาเข้าไม่

ดาบยู่บู้พับยับเยินไป เข้ากลุ้มรุมฉุดได้ขุนแผนมา

ขุนแผนฮึดฮัดกัดฟันเกรี้ยว บิดตัวเป็นเกลียววางกูหวา

เพชฌฆาตแกว่งดาบวาบวาบมา ย่างเท้าก้าวง่าแล้วฟันลง

ต้องคอนางวันทองขาดสะบั้น ชีวิตวับดับพลันเป็นผุยผง

พอพระไวยถึงโผนโจนม้าลง ตรงเข้ากอดตีนแม่แน่นิ่งไป

หลังจากพระพันวษาทรงสั่งประหารนางวันทองด้วยข้อหาเป็นหญิงหลายใจ เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับขุนแผนหรือขุนช้าง พระไวย บุตรของขุนแผนกับนางวันทองจึงไปทูลขอชีวิต จนในที่สุดก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เมื่อเจ้ากรมยมราชเห็นคนควบม้ามาพร้อมธงขาวส่งสัญญาณยกเลิก เจ้ากรมกลับคิดว่าพระเจ้าแผ่นดินกริ้วที่ตนสั่งประหารช้า จึงรีบให้เพชฌฆาตตัดคอนางวันทองไปเสียก่อน!?

“อ้าว!!!”

รู้ตอนจบกี่ครั้งก็อดอุทานไม่ได้กับความตายอันน่าสลดของ นางวันทอง โฉมงามผู้เกิดในยุคสมัยที่ไม่อาจเลือกอะไรเพื่อชีวิตตัวเอง

ใครหลายคนคงจดจำตัวละครจากวรรณคดีรักสามเส้าเรื่อง ขุนช้างขุนแผน กันได้เป็นอย่างดี เพราะมีบรรจุอยู่ในวิชาภาษาไทยหลายระดับ แต่น่าเสียดายว่าเป็นการหยิบยกมาเพียงบางช่วงบางตอน นักเรียนจึงไปไม่ถึงจุดจบของเรื่องโดยสมบูรณ์เสียที 

แต่การไปไม่ถึงหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย กลับทำให้เกิดสำนวนที่พูดกันอย่างติดปากมาจนถึงปัจจุบันอย่าง ‘วันทองสองใจ’ ซึ่งมักมีความหมายสื่อถึงพฤติกรรมของผู้หญิงมากรัก เลือกไม่ได้ จิตใจโลเล

ในจุดนี้ ไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่อัดอั้นตันใจจนอยากหยิบปากกามาเปลี่ยนชีวิตของวันทองเสียใหม่ เพราะ มุ เจ้าของผลงานอันโด่งดังเรื่อง วันทองไร้ใจ ที่ขึ้นแท่นเป็นการ์ตูนยอดนิยมอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มการ์ตูนดิจิทัล WEBTOON ขณะนี้ ได้ลงมือเปลี่ยนพล็อตชีวิตของวันทองด้วยตัวเองจนมีผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน มีคนอ่านไปมากกว่า 18.5 ล้านครั้ง! แถมยังมีแฟนคลับนำไปคอสเพลย์กันอย่างจริงจังตั้งแต่ตัวเอกยันตัวประกอบ! ความปังครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในเครื่องการันตีว่า ชีวิตวันทองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

โดยวันทองในเวอร์ชันใหม่ แท้จริงแล้วเป็นสาวยุคปัจจุบันอีกคนที่ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวละครในวรรณคดี เธอต้องเผชิญหน้ากับตัวละครอีกมากมายที่เคยได้ยินชื่อ ไม่ว่าจะเป็น สายทอง หรือนางศรีประจัน รวมถึงโจทก์หัวใจอย่าง ขุนช้าง และ ขุนแผน

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

นอกจากนี้ ความน่าสนใจของเรื่องยังไม่ได้หยุดเพียงว่า สาวหลงยุคคนนี้จะทำอย่างไรกับชีวิตที่ถูกบังคับให้อยู่กับขนบธรรมเนียมและแนวคิดแบบเดิม ๆ แต่เธอจะทำอย่างไรไม่ให้จบชีวิตลงที่ลานประหารต่างหาก!

เราชวนคุณมุพูดคุยเกี่ยวกับมุมมองด้านวรรณคดีจากคนที่เรียนเอกภาษาไทย รวมถึงเจาะลึกเบื้องหลังการทำงาน และความอัดอั้นตันใจที่นำมาสู่การสร้างเนื้อเรื่องและตอนจบรูปแบบใหม่ของตัวเอง

ต่อจากนี้ วันทองไม่ต้องโดนหาว่าสองใจอีกต่อไป เพราะเธอจะไร้ใจไปเลย!

ว่าแต่ทำไมวันทองต้องไร้ใจด้วย

เป็นการตั้งล้อสำนวนวันทองสองใจค่ะ ในเรื่องคือเลือกไม่ได้ระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง เราเลยไม่เอาทั้งสองคน ก็ไร้ใจไป แต่ถ้าไม่เอาเลยสักคนจริง ๆ เรื่องนี้คงอยู่ WEBTOON หมวดโรแมนซ์ไม่ได้ (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

คุณไม่ชอบเนื้อเรื่อง ขุนช้างขุนแผน แบบเดิม เลยเขียนเวอร์ชันใหม่

ต้องเล่าก่อนว่า ตอนนั้นติดอ่านนิยายจีน ชอบอ่านแนวทะลุมิติเข้าไปในนิยาย หรือแนวทะลุมิติเข้าไปแก้ไขชีวิตตัวเอง ก็เลยคิดว่าของไทยน่าจะมีบ้าง เลยนึกถึงวันทองขึ้นมา เรื่องแรกเป็นแนวทะลุมิติเหมือนกันค่ะ แต่เป็นเรื่องจีน ก่อนหน้านี้เขียนให้ Comico Thailand ตอนนั้นอยากล้อว่ามีแนวทะลุมิติเยอะ ก็เลยเอาทุกคนมาทะลุมิติหมดเลย แนวเบาสมอง ชื่อ เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

ส่วนเรื่อง วันทองไร้ใจ คือเราคิดว่าพวกตัวเอกของเรื่องแนวนี้มักจะชีวิตรันทด ไม่ได้รับความยุติธรรม วันทองก็เข้าแก๊ปอยู่นะ จริง ๆ เคยมีคนเขียนนิยายเกี่ยวกับวันทอง หรือคนอื่นทะลุมิติที่เป็นตัวละครใน ขุนช้างขุนแผน อยู่แล้ว เราไม่ใช่คนแรกที่เขียน แต่ตอนที่เราอ่าน ขุนช้างขุนแผน เหมือนเราดูละครแล้วขัดใจ ทำไมนางเอกต้องตายด้วยล่ะ! ไม่ได้ผิดสักหน่อย! เราเลยอยากให้วันทองได้มีสิทธิ์มีเสียง ได้แก้ไขชีวิตตัวเอง เพราะเธอคือนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกคนหนึ่ง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
การ์ตูนเรื่อง เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

แสดงว่าจริง ๆ แล้วมีนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกหลายคน

ใช่ค่ะ

หลายคนมองว่า โมรา กากี ก็กลายเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายใจไปเหมือนกัน

ไม่คิดว่าทั้งสองเป็นตัวแทนผู้หญิงหลายใจ แต่เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่เลือกอะไรไม่ได้เลยมากกว่า อย่างโมรา สะท้อนชีวิตสมัยก่อนที่ผู้หญิงต้องขึ้นอยู่กับผู้ชาย ผู้ชายเก่ง ฉันก็รอด ถ้าผู้ชายไม่เก่ง ฉันก็ตายตาม โมราเลยดิ้นรนให้อยู่ในความครอบครองของผู้ชายที่เก่งกว่า แต่มันขัดกับศีลธรรมของสิ่งที่สมัยนั้นคิดว่าดีงาม เธอเลยกลายเป็นตัวร้าย เธอเจอผู้ชายคนนี้ก่อนก็ต้องอยู่กับเขาเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งเกิดจากผอบ ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ส่วนกากี อันนี้เป็นพล็อตนิยายอีโรติก (หัวเราะ) ถูกครุฑพาไปอยู่บนวิมานชั้นฟ้า ให้ทำยังไงล่ะ ไม่ยอมแล้วให้กระโดดเมฆตายหรอ แล้วมีคนธรรพ์ไปซ้ำอีก จะให้ทำยังไง เลือกอะไรไม่ได้เลย แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันทองสองใจถึงติดหูคนมากกว่า

อีกอย่างคือเรามีการเอาขนบของทางอินเดียมาด้วยว่า ผู้หญิงต้องผุดผ่อง รักเดียวใจเดียว ถ้าหากสามีตายต้องเผาตัวเองตายตาม เป็นการรับอิทธิพลมา และเมื่อก่อนมีความเชื่อว่าผู้หญิงคือสมบัติของพ่อแม่ แต่งงานไปก็เป็นสมบัติของสามี ผู้หญิงจึงไม่มีแนวคิดว่า เราเป็นคน เป็นตัวเอง ไม่ใช่ของใคร มันก็เลยไปในแนวนั้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้เห็นในเรื่อง วันทองไร้ใจ

(หัวเราะ) เพราะว่าเรื่องนี้นางเอกไม่ได้เป็นคนในยุคนั้น เธอเป็นคนยุคปัจจุบันทะลุมิติไป เธอเลยออกมือออกไม้ได้มากกว่า แต่เธอจะไปฉอดทุกคนที่ขวางหน้าก็ไม่ได้ ตรงนี้คือข้อจำกัด เธอต้องอยู่ให้ได้ ถึงไม่อยากประนีประนอมก็ต้องทำหน่อย ไม่งั้นจะถูกหาว่าบ้า

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ฟังแล้วรู้เลยว่าผู้หญิงถูกกดทับในวรรณคดีอยู่บ่อย ๆ

เพราะว่าวรรณคดีเป็นภาพสะท้อนสังคมในอดีต สมัยก่อนสถานะผู้หญิงเป็นอย่างไร ในวรรณคดีก็สะท้อนออกมาเป็นแบบนั้นเลย อย่างตอนนี้ถ้าเทียบกับวรรณคดี สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือผู้หญิงเป็นคนเขียนเองมากขึ้น จากแต่ก่อนที่ผู้ชายจะเป็นคนเขียนวรรณคดี มันก็ช่วยไม่ได้ที่เนื้อเรื่องจะเป็นไปในมุมมองของผู้ชาย แต่ก่อนมีหน้าที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้หญิงต้องอยู่ในบ้าน ผู้ชายอยู่นอกบ้าน ปัจจุบันยังมีบ้าง แต่ก็เปลี่ยนไป ซึ่งสะท้อนผ่านสื่อ ผ่านเรื่องราวของยุคสมัยอย่างที่เราเห็นกัน

ในวรรณคดี สิ่งที่คนเขียนยุคนั้นเขียนออกมาก็สะท้อนเรื่องของคนยุคนั้น พอเราเขียนก็เลยสะท้อนเรื่องของยุคนี้แบบไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน ต่อ ๆ ไปก็จะมีเรื่องอื่น ๆ เพิ่มมา เช่น พ่อค้า ชนชั้น เรื่องทาส แต่อันนี้เป็นทาสในสมัยก่อน หรือความคิดที่ว่าเวลาทำงานจะต้องทำถวายหัว มีบางกลุ่มที่คิดแบบนี้อยู่ในปัจจุบัน แต่อันนี้ต้องรอซีซั่นหน้า

แล้วพอจะมีวรรณคดีหรือนิทานเรื่องไหนบ้างไหมที่ผู้หญิงไม่ถูกกดทับ หรือค่อนข้างมีอิสระมากกว่าที่เรานึกออก

มีเรื่องเดียวเท่าที่คิดออกตอนนี้คือ แก้วหน้าม้า มีสิทธิ์มีเสียงหน่อย มีอำนาจ มีอิทธิฤทธิ์ กำหนดชีวิตตัวเองได้มากกว่า อย่างน้อยก็มากกว่าตัวละครหญิงคนอื่น ๆ 

ตอนที่เขียนเรื่อง วันทองไร้ใจ ขึ้นมา คุณมีเป้าหมายไหมว่าอยากให้ใครมาอ่าน

ตอนแรกคือแค่คนที่อัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ) เธอคิดเหมือนฉันใช่ไหม (หัวเราะ) แต่ตอนที่มีการประกวดวาดการ์ตูนของ WEBTOON ในปี 2020 เขาให้วาดเรื่องแนวไหนก็ได้ เราเลยลองส่งเรื่องนี้ไป แต่ไม่ผ่าน ตอนหลังเขาถึงค่อยมาติดต่อว่าสนใจจะวาดไหม เพราะเนื้อเรื่องน่าสนใจ ก็เลยได้วาด เรื่องนี้น่าจะได้รับการติดต่อประมาณปี 2021

หลังจากนั้นคุณก็ได้เขียนต่อยาว ๆ เลย แถมลายเส้นยังสวยมากด้วย เริ่มวาดภาพจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่

มาเริ่มฝึกตอนที่มีเว็บบอร์ด สมัยมหาวิทยาลัย และมีเพื่อนที่ชอบวาดด้วยกันก็ได้แลกเปลี่ยนผลงานกัน เหมือนเป็นการช่วยกระตุ้นเรา เราก็ได้เรียนรู้กับคนที่เรียนมาโดยตรงหรือกับคนที่วาดมาเยอะกว่า

แต่ตอนอนุบาลก็วาดเป็นงานอดิเรกค่ะ วาดเด็กผู้หญิง ดอกไม้ วาดแล้วมีเพื่อนชมก็ยิ่งวาด พอโตขึ้นมาหน่อยสักประถมก็เริ่มวาดเป็นเรื่อง เขียนเองอ่านเอง เป็นลายเส้นญี่ปุ่นหน่อย เพราะชอบการ์ตูนตาหวาน แรงบันดาลใจตอนวาดก็มาจากคุณพ่อด้วย คุณพ่อวาดให้ดู เราก็วาดตาม

แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คณะที่เรียนไม่ได้เกี่ยวกับวาดรูปนะคะ เรามาฝึกเอง เปลี่ยนลายเส้นด้วย เพราะตอนแรกก็ไม่ใช่คนวาดสวย ส่วนการเรียนเอกภาษาไทยอาจจะช่วยบ้าง เพราะเราเรียนวิเคราะห์วรรณกรรมมาเยอะ ก็พอมีพื้นฐานการลำดับเรื่อง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

การที่เรียนเอกภาษาไทยคงทำให้คุณต้องคลุกคลีอยุ่กับวรรณคดีเยอะเลย

เยอะค่ะ เพราะต้องเรียนวรรณคดีซ้ำไปซ้ำมาหลายตัวเหมือนกัน คนอื่นเรียน ขุนช้างขุนแผน ช่วงมัธยมครั้งหรือสองครั้ง แต่พอเราเรียนเอกวรรณคดีจึงเอ็กซ์ตร้าเข้าไปอีก ไม่ถึงกับเรียนจนจบหลายรอบ แต่ได้เรียนจนจบและได้เห็นเวอร์ชันที่หลากหลาย

เท่าที่ตกตะกอนมา คุณคิดว่าอะไรคือคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

ถ้าตามที่เรียนมา มันเป็นความจริงที่วรรณคดีเรื่องนี้บันทึกประวัติศาสตร์ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในสมัยนั้นได้ค่อนข้างจะครบถ้วน ถือว่าแตกต่างจากเรื่องอื่นที่เป็นจักร ๆ วงศ์ ๆ ในรั้วในวัง เรื่องนี้เป็นชีวิตชาวบ้านจริง ๆ 

โดยส่วนตัวคิดว่าเนื้อเรื่องสนุก ตื่นเต้น มีความลุ้น บางฉากมีความเป็นละคร ดราม่าเหมือนซีรีส์เกาหลีอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น ฉากที่วันทองจะถูกลากไปแต่งงานกับขุนช้าง แล้วขุนแผนจะมาช่วยไหม ฉากนั้นคือลุ้นมาก แต่พออ่าน ๆ ไปปรากฏว่า ขุนแผนมา ไม่สนใจ นางเอกโดนลากเข้าห้องหอ ม่ายยยย!!! มีความเมโลดราม่าหน่อย หรือจังหวะถูกประหาร พระพันวษาให้อภัยแล้ว คนอ่านก็เสียดายเล่น หรืออีกฉากคือ ขุนแผนผ่าท้องนางบัวคลี่เพื่อทำกุมารทอง อันนี้จะมีความสยอง เป็นตัวเอกสายดาร์ก

รู้สึกยังไงตอนที่ขุนแผนใช้ความรุนแรง

จริง ๆ แอบตั้งคำถามว่า ทำไมคนแบบนี้ถึงมาเป็นพระเอกได้เนี่ย (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ก็เลยเป็นที่มาของการอยากเปลี่ยนพระเอกของเรื่องหรือเปล่า

ส่วนหนึ่งค่ะ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะต้องมีพระเอกคนใหม่เลย ตอนแรกจะเอนไปทางให้ขุนช้างเป็นพระเอกด้วยซ้ำ แต่พอเขียน ๆ ไปแล้วรู้สึกว่า ให้มีคนใหม่ไปเลยน่าจะสนุกกว่าในเมื่อเราดัดแปลงใหม่

หรือจริง ๆ แล้ว ขุนแผนไม่มีคุณสมบัติจะเป็นพระเอกแล้ว

(หัวเราะ) ถ้าในความคิดของเราจะให้เขาเป็นพระเอกก็ได้ แต่เนื้อเรื่องจะเป็นอีกแบบไปเลย วันทองจะต้องเหนื่อยหนักมากในการจะเปลี่ยนผู้ชายสักคนหนึ่ง ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นคนใหม่มาเลยจะได้อีกรสชาติหนึ่ง เราอยากให้เรื่องนี้เป็นผลงานออริจินัลของเรา ไม่ใช่เอาขุนช้างขุนแผนมารีเมก

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ตอนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมา คิดว่าจะมีคนสนใจไหม

ก็แอบคิดว่าน่าจะมีคนสนใจ น่าจะมีคนคิดเหมือนกับเราเยอะนะ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนเขียนนิยายมาก่อน ผลตอบรับตอนประกวดถือว่าดีค่ะ มีคนอ่านเยอะกว่าที่คิด มีคนอัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ)

จากวันแรกจนถึงตอนนี้ คุณเดินไปไกลกว่าจุดประสงค์เดิมตอนที่เริ่มเขียนบ้างไหม

ตอนแรกเราคิดแค่เอานางเอกไปฟาดกับผู้ชายสองคนนี้ แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มใส่รายละเอียดเพิ่ม นางเอกไม่ได้จะไปต่อกรกับขุนแผนเหมือนตอนแรก ๆ เพราะคนที่เธอต้องต่อกรมากที่สุดคือ แม่ศรีประจัน เพราะสุดท้ายคนที่เป็นเจ้าของชีวิตวันทองในตอนนี้คือแม่ ไม่ใช่ขุนแผน เป็น Last Boss ของซีซั่นแรก ด้วยความเป็นแม่ เรายังทำอะไรมากไม่ได้ ต้องหาวิธีอื่นที่จะทำให้เรามีชีวิตอิสระจากเขาได้ โดยไม่ทำให้เขาเจ็บช้ำมากเกินไป 

ตอนที่วาดนางวันทอง มีการใส่ตัวตนของคนวาดลงไปในตัวละครบ้างไหม

นิสัยเราสองคนไม่เหมือนกันเท่าไหร่ (หัวเราะ) เราไม่ค่อยจะไปฉอดใคร แต่อะไรที่เราอยากทำ เราจะให้ตัวละครทำแทน ถ้าให้เหมือนกัน คือเรื่องทัศนคติว่าเราคิดอย่างไร ซึ่งจะคล้ายกัน มีความเหมือนแค่บางส่วน

ถ้าอย่างนั้นวันทองเวอร์ชันนี้มีต้นแบบมาจากไหน

เหล่าทวิตเตี้ยนทั้งหลายค่ะ ชาวทวิตเตอร์ เราคิดว่าถ้าเป็นคนในทวิตเตอร์จะคิดอย่างไร (หัวเราะ) เป็นเหมือนเฟมินิสต์ แค่บังเอิญเล่นทวิตเตอร์

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พูดถึงการทำงาน ได้ข่าวว่าตอนแรกคุณทำงานแบบโซโลคนเดียว

ตอนแรกทำคนเดียว แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่ไหว ตอนนี้เลยมี 3 คน เพิ่มมาทีละคน ๆ ให้เพื่อนมาช่วย ทำทุกอย่างเลยประมาณ 10 ตอนแรก มีแค่เรากับโปรแกรมช่วยบ้าง ใช้ 3D ช่วยทำฉาก หรือใช้หุ่นโมเดลสามมิติก็ร่างได้ไวขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องให้คนช่วยจริง ๆ 

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พวกโปรแกรมก็เรียนรู้การใช้งานเองทั้งหมดเลยไหม

ใช่ค่ะ ยากเอาเรื่อง เรื่อง วันทองไร้ใจ เป็นเรื่องแรกที่ใช้ 3D ประกอบ เพราะเรือนไทยหาโหลดฉากไม่ได้ แล้วเราต้องใช้หลายมุม ถ้าปั้นเป็น 3D จะคุ้มกว่า เพราะเราปรับได้หลายมุม ก็เลยลองปั้นเอง ตอนแรกใช้ SketchUp แต่เพราะเราไม่มีพื้นฐานเลยเริ่มต้นลำบาก บังเอิญมาเจอโปรแกรมที่มันง่ายขึ้นก็เลยใช้

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ตอนทำงานคนเดียว อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุด

ลงสี 50 กว่าช่องค่ะ มันเยอะ อดนอนอยู่พักหนึ่ง (หัวเราะ) เพราะต้องส่งงานวันศุกร์ เนื่องจากมีกำหนดออนแอร์ ตอนนี้ยังทำทัน เพราะเราทำตอนตุนไว้ก่อน เรารู้ตัวว่าต้องมีเลทแน่นอน เลยมีทำตุนเอาไว้ 1 ตอนใช้เวลา 6 – 7 วัน บางตอนที่รายละเอียดไม่เยอะ 5 วันครึ่งหรือ 6 วันก็เสร็จ

ต้องมีการทำการบ้านระหว่างตอนเยอะไหม

มีบ้าง อย่างการเปิดเสภา หรือเปิดพจนานุกรมเทียบ แต่หลัก ๆ คือเสภา ขุนช้างขุนแผน เรายึดของห้องสมุดวชิรญาณเป็นหลัก ถ้าหากมีฉากไหนที่เราสงสัยลำดับเนื้อเรื่อง ตลอดจนสีผ้าก็ไปเปิดดูได้ โชคดีที่มีออนไลน์ แต่อันนี้เป็นเรื่องของรายละเอียด

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ดูละเอียดจนถึงลายผ้าเลยทีเดียว

ใช่ค่ะ อย่างน้อยก็ตอนต้น ๆ แต่พอดำเนินเรื่องไป เราจะเริ่มปรับไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อิงตามเดิมเป๊ะแล้ว แต่บางตัวละครออกมาครั้งแรกเป็นฉากที่มีในเรื่อง เราก็อยากให้สีตรงกัน อย่างตอนแรกที่วันทองออกมาก็จะใส่สีแดง วาดไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูแทน ตรงนี้เราไม่ได้ใส่คำอธิบายอะไร เพราะเป็นความฟินส่วนตัวที่ได้ใส่ลงไป แต่ก็มีคนรู้นะคะ คนที่เรียนมา เราประมาทคนอ่านไม่ได้เลยค่ะ มีคนที่รู้มากกว่าเราอยู่เสมอ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

กว่าจะเป็นหนึ่งตอนนี่ทำอะไรหลายอย่างเลย หลังเสร็จงานค้นคว้าแล้วคุณต้องทำอะไร

การบ้านอันนี้จะไปอยู่ตรงเขียนสตอรี่บอร์ด เขียนเสร็จแล้วก็เริ่มร่าง ตัดเส้น ส่งให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งเทสี แล้วส่งให้ผู้ช่วยคนที่สองลงเงา ใส่เครื่องประดับ จากนั้นก็ส่งกลับมาให้เราแต่งสี ใส่ฉากหลัง พิมพ์คำพูด แล้วส่งกลับไปให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งจัดฟอนต์ให้อีกที จากนั้นส่งกลับมาให้เรา มันจะส่งไปส่งมาหน่อยนะคะ ส่งมาให้เราดูความเรียบร้อย แล้วส่งให้ผู้ดูแล WEBTOON เขาจะเช็กคำผิด บางทีก็มีแก้บางช่อง เช่น ตอนจบขอค้างกว่านี้หน่อย เรื่องตรงนี้ละเอียดอ่อน ช่วยเพิ่มอะไรหน่อย

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

การบ้านที่ต้องทำหนักที่สุดของเรื่องนี้คืออะไร

ความเป็นอยู่ในยุคนั้น เพราะตอนแรกไม่มีในหัวเลยว่าคนยุคนั้นอยู่กันอย่างไร เราจะนึกเนื้อเรื่องไม่ออก ต้องไปศึกษาตรงนั้นก่อนค่ะ

สำหรับสถาปัตยกรรม บ้านเรือน มีหนังสือเล่มไหนที่คุณใช้อ้างอิงบ้างไหม

อาจจะไม่ถึงกับเป็นหนังสือ แต่อย่างบ้านของนางวันทอง เราใช้พระตำหนักทับขวัญที่จังหวัดนครปฐมเป็นต้นแบบ มีเมืองโบราณด้วย ช่วยได้เยอะ บางอย่างที่มันหาไม่ได้ เช่น สภาพความเป็นอยู่ โชคดีที่มีละครทำมาก่อน เขาค้นคว้ามาแล้ว เราก็ขอมาใช้บ้าง บุพเพสันนิวาส นี่ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะพอ บุพเพฯ ออกมาก็มีหนังสือเกี่ยวกับอยุธยาตามมาเยอะมาก เราจึงได้เดินตามรอยเขา

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แบบนี้ถึงจะเป็นนักศึกษาเอกภาษาไทยที่ผันตัวมาเป็นนักวาดการ์ตูน แต่การอ่านหนังสือก็ขาดไม่ได้เลย

ใช่ค่ะ เป็นนิสัยส่วนตัวด้วยว่า เวลาเราคิดพล็อต จะชอบคิดจากข้อมูลมากกว่า

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แต่จินตนาการเองก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ บางตัวละครจึงไม่มีอยู่จริงในวรรณคดี

อย่างปรงทองกับเปลวคำก็ใส่เข้าไปเพื่อให้เรื่องมีความเป็นของเรามากขึ้น เป็นโอเอซิสของเรื่อง เป็นจุดดึงดูดความสนใจของคนอ่าน เพราะถ้ามีแค่ขุนช้างกับขุนแผน คนที่ไม่ชอบทั้งสองคนก็จะไม่มีเมน เราเลยใส่สองคนนี้เข้าไปให้ แล้วก็เหมือนชูใจคนวาดด้วย อย่างปรงนี่ คนวาดชอบ อยากวาดผู้หญิงน่ารักค่ะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

เท่าที่ฟังมาคุณทำงานกับประวัติศาสตร์และค่านิยมอยู่ตลอด มีเรื่องอะไรที่กังวลบ้างไหม

บางอย่างเป็นข้อมูลที่ไม่ใช่ปฐมภูมิ ไม่ได้เป็นข้อมูลแรกเริ่มดั้งเดิม ของบางคนอาจจะผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์มาแล้ว เราก็ไม่ทราบ ไม่แน่ใจว่าถูกไหม อย่างเรื่องช้างใช้เท้าหลังเดินก่อน เราก็ต้องไปเปิดคลิปช้างเดินดู แต่ข้อดีคือเราเซ็ตให้นางเอกทะลุเข้าไปในวรรณคดี ไม่ใช่ย้อนอดีต ในเสภาจะมีการปนกันของยุคสมัยอยู่ บางฉากก็เหมือนอยู่ในอยุธยา แต่บางเมนูอาหารหรือเสื้อผ้าบางอย่างกลับเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ มันจึงปนกันอยู่ในนั้น เราเลยไม่ได้ซีเรียสเรื่องยุคสมัยมาก เรายึดว่าเป็นเรื่องในวรรณคดี ถ้าแยกออกมาทีละยุคจะเป็นงานที่หนักไปหน่อย (หัวเราะ)

คุณมองเห็นความน่ากลัวของค่านิยมจากเรื่องนี้บ้างไหม

ส่วนมากพอเกิดเป็นค่านิยม เราก็ไหลไปตามนั้น ไม่ได้ตรวจสอบตัวเองจนไหลไปตามกระแส บางครั้งจึงเกิดการทำร้ายกันเองด้วยค่านิยม ความเชื่อ อย่างวันทองนี่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้คิดด้วยซ้ำว่าเธอคิดได้ เลือกได้ เขาไม่เอ๊ะเลย เราก็ไม่เอ๊ะ พอไปเรื่อย ๆ จึงเกิดเป็นค่านิยมมองผู้หญิงเป็นสิ่งของ วันทองเป็นคนยุคนั้น เขาก็อยู่อย่างนั้น แล้วคนที่กำหนดค่านิยมในยุคนั้นก็เป็นชนชั้นสูง ขุนนางด้วย

หลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานมาพอสมควร อะไรคือความท้าทายในการทำงานชิ้นนี้

เรื่องทำเป็นทีมนี่แหละค่ะ ก่อนหน้านี้ทำงานคนเดียวมาก่อน มันจึงเป็นเหมือนการเรียนรู้กันระหว่างผู้ช่วยและทีมงานว่า เราจะทำอย่างไรให้ตารางเวลาลงตัว เป็นครั้งแรกที่ได้จ้างคน เพราะเพิ่งมีเงินจ้างค่ะ (หัวเราะ) เป็นเรื่องแรกที่มีคนติดตามเยอะขนาดนี้ เลยมีความกดดันด้วย กลัวว่าเราจะมีอะไรบ้งโดยที่ไม่รู้ตัวแล้วเผลอปล่อยออกไป แต่โชคดีที่ทำงานเป็นทีมก็เลยมีคนช่วยดู

ตอนนี้ก็ทำงานการ์ตูนเป็นอาชีพหลักเลย เพราะถ้าไม่หลักคงจะไม่มีเวลาวาดใช่ไหม

ไม่สามารถทำงานอื่นได้เลย จากที่เคยรับมาก็ต้องวางกองไว้ก่อน เพื่อเรื่อง วันทองไร้ใจ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ถามเรื่องความต่างระหว่างเรื่องของคุณกับวรรณคดีไปเยอะแล้ว มีอะไรที่ไม่แตกต่างกันบ้างไหม

อันที่จริงก็มีบางอย่างที่พยายามคงไว้ เช่น ประเพณี ข้าวปลาอาหาร อันนี้คือเอามาจากเสภา และความปากจัดของแม่ศรีประจันก็ด้วย นอกนั้นก็มีเปลี่ยนไปเยอะเลย

กระแสตอบรับตอนที่เรื่องนี้ออกไปแล้วทำให้ใจฟูบ้างไหม

ดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ รู้สึกดีใจที่มีคอมเมนต์ให้อ่านทุกสัปดาห์ ชอบมากที่ได้อ่านความเห็นของทุกคน มีคนที่สังเกตเยอะ ๆ ก็ทำให้เราดีใจ เช่น รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่ได้บอก หรือแม้กระทั่งเกิดการถกเถียงกันว่า ขุนแผนก็ไม่ได้แย่นะ มันเป็นเพราะสภาพสังคมในสมัยนั้น เขาเลยเป็นแบบนี้

เหล่าผู้อ่านน่ารักมาก ต้องขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนมาก ๆ WEBTOON เราเขียนเป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ เราไม่รู้เลยว่าจะเขียนได้ยาวแค่ไหน จะถูกตัดจบไหม แต่เพราะได้รับการสนับสนุนจากทุกคนเลยได้เขียนต่อยาว ๆ ทุกคนช่วยเปย์อ่านล่วงหน้า ทำให้ได้เงินมาสนับสนุนผู้ช่วย อันนี้สำคัญมาก ช่วยได้เยอะจริง ๆ ค่ะ อ้อ! เห็นคอมเมนต์ของเพื่อนบ้านชาวลาวด้วย เขามาอ่านก็ดีใจจริง ๆ อนาคตอยากให้ไปต่างประเทศ มีการแปลด้วย อันนี้ก็ได้แต่ภาวนาค่ะ

แฟนคลับคุณแน่นหนามาก ชุมชนวันทองไร้ใจแข็งแกร่งจนมีคนนำไปคอสเพลย์ด้วย

อันนี้ดีใจมาก เป็นความใฝ่ฝันของนักวาดหลายคน แต่งกันสวยเหมือนหลุดออกมาจากในเรื่องเลย ขนาดเป็นตัวละครที่ไม่ใช่ตัวหลักอย่างแม่ศรีประจันก็มี แปลกใจมาก ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ

ก่อนจากกันขอถามย้ำอีกครั้งว่า จุดจบวันทองจะเหมือนเดิมไหม

(หัวเราะ) ต้องไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่วันทองแล้ว แต่เป็นนางเอกคนใหม่ เนื้อเรื่องก็ต้องต่าง ติดตามกันต่อไปนะคะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ภาพ : มุ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load