“ยังครับ (นิ่งคิด) ยัง”

นนกุล หรือ นน-ชานน สันตินธรกุล ตอบคำถามสุดท้ายเราแบบนั้น ขณะสนทนากันในร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง ท่าทางสบายและรอยยิ้มตาหยี ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมหลายคนรวมทั้งแฟนคลับจากแดนมังกรถึงตกหลุมรักเขา

ชายหนุ่มตรงหน้าเริ่มต้นบทบาทนักแสดงจากหนังสั้นเรื่อง Patcha is sexy และมีชื่อเสียงมากขึ้นจากบทบาท เน็ท ในซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น ซีซั่น 3 จนกระทั่ง พ.ศ. 2560 ภาพยนตร์ฉลาดเกมส์โกง ประสบความสำเร็จด้านคำวิจารณ์และรายได้ในประเทศไทย อีกทั้งดังไกลถึงต่างประเทศ บทบาท แบงค์ ทำให้นนกุลกวาดรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมหลายเวที และเขามีโอกาสไปเล่นซีรีส์ที่ประเทศจีนถึง 2 เรื่องคือ Blowing in the wind และ Dive

ท่ามกลางความโด่งดัง เขากลับคิดว่าตนเองยังไม่พร้อมรับมือกับความสำเร็จ ขณะเดียวกันก็ตั้งใจจะกระโจนเข้าไปเมื่อมันมาถึง ท่ามกลางรางวัลและโอกาสที่ได้รับ นักแสดงหนุ่มยังท่องบท 400 รอบ และมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองในหลายด้าน เขากำลังรับบทบาทเป็นนักร้องและทำเพลงเองทุกกระบวนการ เพื่อพาตัวเองไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้

นนกุลจึงไม่ใช่นักแสดงเด็กที่ดังจากซีรีส์วัยรุ่นที่เราเคยรู้จัก แต่เป็นนักแสดงที่ตั้งเป้าหมายไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพ ผู้มีความฝันอยากไปฮอลลีวูด ตั้งแต่ยังไม่เริ่มบทบาทนักแสดงอย่างจริงจังด้วยซ้ำ

ใช่ เขายังไม่คิดว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จเร็วๆ นี้

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด
นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ตอนเด็ก คุณเป็นเด็กแบบไหน

เป็นเด็กค่อนข้างธรรมดา ซนๆ ทั่วไป ไม่ได้รู้สึกว่ามีความฝันอะไรเป็นพิเศษ เรียนก็ไม่ได้ประเสริฐศรีอะไร เล่นกีฬาก็เฉยๆ ผมเคยฝันว่าอยากเป็นนักวาดการ์ตูนด้วยซ้ำ เพราะเป็นอย่างเดียวที่ทำได้ดี เคยลองส่งไปสำนักพิมพ์ด้วย

ส่งไปสำนักพิมพ์เลยเหรอ

ตอนนั้นเด็กมาก (ลากเสียง) ส่งไปวิบูลย์กิจ เขาไม่ตอบ มองย้อนไปเราไม่ได้เขียนดีขนาดนั้น ไม่ได้มีฟีดแบ็กกลับมา เราเลยล้มเลิกความตั้งใจ หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีความฝันอะไรมากมาย ไม่เที่ยวเล่นด้วยนะ เรียนเสร็จก็เรียนพิเศษ กลับบ้าน มันธรรมดามาก

แล้วเด็กมัธยมธรรมดาคนหนึ่ง เริ่มคิดถึงอนาคตเมื่อไหร่

ยังไม่คิดถึงอนาคตครับ ช่วงมอสี่ผมไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกาหนึ่งปี มีโอกาสได้เล่นอเมริกันฟุตบอล เลยอยากเรียนต่อ อยากเป็นนักอเมริกันฟุตบอล ตอนนั้นคิดแต่เอาสนุก สุดท้ายทะเลาะกับที่บ้าน เพราะที่บ้านไม่เห็นด้วย เขาเห็นว่ามันเป็นกีฬาที่ค่อนข้างมีความเสี่ยง พ่อแม่ผมเป็นคนหาข้อมูลเยอะ ไปเจอว่าบางคนแก่ตัวไปจะเป็นพาร์กินสัน อ้วกแตก กินข้าวไม่ได้ เพราะสมองช้ำใน เขากลัวมาก สุดท้ายผมไม่ได้เรียนต่อ ก็กลับมาเหมือนเดิม

พอกลับมามีความฝันเล็กๆ แล้วมันไม่ได้ไปต่อ เลยไม่ได้คิดเรื่องความฝันสักที จนกระทั่งจับพลัดจับผลูมาแคสงาน แต่ก็ไม่เรียกว่าจับพลัดจับผลูเท่าไหร่ เพราะผมเห็นเพื่อนไปแคสงานแล้วเท่ดี ผมอยากมีโอกาสแบบนั้นบ้าง เลยพยายามหาทาง แต่สุดท้ายมันมาด้วยโชคนิดหนึ่ง ผมไปเดินสยามแล้วมีคนมาขอให้ไปถ่ายคอลัมน์นิตยสาร เกี่ยวกับสไตล์การแต่งตัวของวัยรุ่น ผมก็เริ่มมีงานแคสมากขึ้นเรื่อยๆ

คุณมีความคิดอยากเป็นนักแสดงมาก่อนไหม

ไม่เคยคิดเลย เมื่อก่อนเวลาไปเจอเพื่อนของแม่ผม พี่สาวน้องสาวก็จะไปด้วย เพื่อนแม่ผมจะพูดว่า ลูกสาวน่ารักจังเลย ไม่พูดถึงผมเลย (หัวเราะ) ผมเลยไม่มีความมั่นใจเรื่องหน้าตา บุคลิก การแสดงนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย ผมเคยเล่นละครเวทีตอนประถมที่โรงเรียน เป็นแค่ตัวประกอบ ผมรู้สึกว่าการพูดไดอะล็อก การเป็นตัวนำ ช่างห่างไกลเหลือเกิน มันยาก

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

คุณเข้าวงการด้วยความสงสัยในความสามารถของตัวเอง แล้วจุดไหนที่รู้สึกมั่นใจและอยากมุ่งไปทางนี้จริงๆ

ตอนแรกเป็นการลองครับ ถามว่าเกร็งไหม ก็เกร็ง แต่พอเป็นเด็ก แล้วผมมีโอกาสทำงานหาเงินได้ด้วยตนเอง เลยรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษ ผมบอกตัวเองว่า ไม่เป็นไร เรายังใหม่อยู่ ผู้ใหญ่เขาคงเข้าใจ ก็เลยลองทำมาเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ผมเห็นตัวเองกำลังพัฒนา ผมเคยไปถ่ายโฆษณาอยู่งานหนึ่ง แล้วพี่ผู้กำกับเขาชมว่า ‘พี่ชอบแอคติ้งเรานะ’ พอเริ่มมีคนชม ผมเลยรู้สึกว่ามันกำลังไปได้ดี แล้วถ้าเราอยากไปให้ไกลที่สุดมันคือที่ไหน คำตอบเลยเป็น ฮอลลีวูด

พอเริ่มตั้งเป้าหมายในใจ แล้วผมได้พูดออกไป มันเลยทำให้ความฝันนั้นแข็งแรงขึ้น จนเหมือนกับไม่ไปไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นจะผิดคำพูดตัวเอง จริงๆ อีกเหตุผล เป็นเพราะว่าความฝันมันช่วยพัฒนาชีวิตผมในหลายๆ ด้านด้วยครับ

พัฒนาด้านไหนบ้าง

หนึ่งเรื่องบุคลิกภาพ ความมั่นใจในตนเอง แล้วก็รายได้ อาชีพนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้คุยกับครอบครัวมากขึ้น เขาจะช่วยผมในเรื่องงานและให้คำแนะนำ ผมเชื่อว่าทุกคนจะรักในอาชีพของตัวเอง เมื่อเขาเห็นว่ามันพัฒนาหรือมันทำให้เขาเป็นเขาในเวอร์ชันที่ดีขึ้นได้ 

ความฝันของคุณคือการไปฮอลลีวูด คิดอยู่นานไหมกว่าจะตัดสินใจบอกคนอื่น

ครั้งแรกนานมากครับ เพราะมันกลัวไปหมด คนจะมองว่าเพ้อเจ้อหรือเปล่าวะ บ้าเปล่าวะ อยู่แค่นี้เอง เป็นใครมาจากไหน ผลงาน ชื่อเสียงก็ยังไม่มี แน่นอนว่าครั้งแรกที่พูดออกไปมันโคตร Defense ตัวเองไว้ประมาณหนึ่ง มันอาจจะเป็นความฝันที่ดูเพ้อเจ้อนะครับ (หัวเราะ) แต่ผมอยากไปให้ถึงฮอลลีวูด พอผมกล้าพูดครั้งแรก ครั้งที่สองก็กล้าขึ้นเรื่อยๆ

ผมรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวที่เรากำลังทำได้ดี ผมมองไม่เห็นตัวเองในมุมมองอื่น ณ ตอนนั้น เลยรู้สึกว่าลองดูกับมันสักตั้งดีกว่า ผมอยากจะไปให้ไกล อยากจะรู้ว่าระดับโลกเป็นยังไง

เหมือนเป็นแรงผลักดันให้ตัวเอง ในขณะเดียวกันก็กดดันตัวเองด้วย

ใช่ มันจะได้กระตุ้นตัวเอง เวลาที่ผมเผลอขี้เกียจไปบ้าง เป้าหมายที่ผมพูดไว้กับคนอื่นหรือพูดไว้กับตัวเองมันจะกลับมาจิกหัวผม แล้วเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ เวลาผมท้อ ทำไม่ได้ สมมติเล่นบทดราม่าไม่ได้สักที เล่นไม่ได้จริงๆ แต่มันผ่านไปแล้วนะ ผมจะกลับมานอยด์ พอวันรุ่งขึ้นมันก็จะดีขึ้น เพราะเป้าหมายผมชัดเจน ช่างแม่ง ทำวันใหม่ให้ดี

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ความสำเร็จของ ฉลาดเกมส์โกง ในตอนนั้น มันทำให้คุณเติบโตในฐานะคนคนหนึ่งหรือนักแสดงยังไง

ผมเติบโตเยอะมากๆ ครับ ไม่ว่าในแง่ชื่อเสียงหรือการปฏิบัติตัวในวงการ พอเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น มันไม่เหมือนตอนเราเริ่มต้นแล้วนะ เพราะคนเริ่มมองเรามากขึ้น วันที่ผมได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม มันยิ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าผมเดินมาถูกทางแล้วนะ ผมกำลังไปได้ดีจริงๆ ในอาชีพนี้ เหมือนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ย้ำเตือนผมเสมอว่า ทุกๆ งานต่อจากนี้เป็นต้นไป ผมจะไม่ให้มาตรฐานดรอปลงเป็นอันขาด ถ้าไม่พัฒนาขึ้น อย่างน้อยต้องอยู่ที่เดิม

แต่ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มันค่อยๆ มากกว่า ดูจากอินสตาแกรม (หัวเราะ) มันค่อยๆ ขึ้น ไม่ได้พุ่งทีเดียวทะลุล้าน ผมรู้สึกว่ายังพอรับมือกับมันได้ 

มันพาโอกาสอะไรมาให้ชีวิตบ้าง

มีหนังและละครติดต่อเข้ามา มีซีรีส์ที่จีนติดต่อเข้ามา ซึ่งตอนที่ติดต่อมาก็ตกลงเลยครับ ไม่คิดเลย (หัวเราะ)  ภาษาไม่ได้ก็ช่างมันก่อน การที่เขาติดต่อมาเขาต้องรู้จักเราประมาณหนึ่ง แปลว่าเขาต้องเตรียมพร้อมอะไรบางอย่างไว้อยู่แล้วสำหรับคนที่พูดภาษาจีนไม่ได้ แต่ผมก็ทำการบ้านไปด้วยเหมือนกัน อย่างน้อยต้องไม่ให้เสียชื่อ เสียหน้า ผมอยากทำให้มันดี เพราะการที่ผมได้รับโอกาสนั้น มันยิ่งรู้สึกว่าเราค่อยๆ เป็นไปในทางที่ตั้งความฝันเอาไว้มากขึ้น

เขาไม่จำเป็นต้องเลือกคุณตั้งแต่แรก เพราะอุปสรรคเรื่องภาษา แล้วเขามีเหตุผลอะไรถึงเลือกคุณ

ถ้ายอมรับตรงๆ เพราะว่าการประสบความสำเร็จจากเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง ครับ มันทำให้ผมมีชื่อเสียงในประเทศจีน เขาเลยเลือกผมไป พอผมได้ไปทำงานที่นู่น ผมได้ไปโชว์สกิลให้เขาเห็น ก็มีโอกาสเข้ามามากขึ้น งานต่องานไปได้เรื่อยๆ

แต้มต่อที่ทำให้คุณได้รับงานแสดงที่จีนหลังจากนั้นคืออะไร

วินัยครับ มันทำให้ผมรู้ว่าผมตัวเล็กแค่ไหน วงการบันเทิงบ้านเราถือว่าไม่ใหญ่มาก แต่ประเทศจีน ผมจำไม่ได้ว่าหลักแสนหรือล้าน นักแสดงเขาเยอะมาก จังหวัดหนึ่งก็แทบจะเท่ากับประเทศเราแล้ว เรียกว่าดังแค่จังหวัดเดียวก็เหมือนดังทั่วประเทศไทย มันทำให้ผมรู้สึกว่าแค่นี้ไม่พอจริงๆ แค่แสดงดีอย่างเดียวไม่พอ ทำไมเขาต้องมาเลือกผม ภาษาเขาก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว เขาเป็นคนจีน เพราะฉะนั้น ผมต้องมีอะไรอย่างอื่นอีกที่ทำให้ไปต่อได้เรื่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ

บรรยากาศการทำงานที่จีนเป็นยังไงบ้าง

ผมว่าคล้ายประเทศไทยนะ ตำแหน่งเหมือนกันหมดเลย ต่างกันแค่ระบบการทำงาน เขาถ่ายทำทุกวัน การถ่ายต่อวันก็ค่อนข้างเป็นระบบ สิบสองชั่วโมง ถ่ายกันสามสิบตอน ตลอดสามถึงสี่เดือน จบเป็นโปรเจกต์หนึ่ง ในฐานะนักแสดงผมว่ามันดีนะ เพราะเราได้โฟกัสกับตัวละครตัวเดียวไปเลย

ผมว่าการท่องบทภาษาจีนก็เป็นการเรียนรู้มากๆ มันทำให้ผมได้พูด ได้ฟังมากขึ้น พอไปอยู่ที่นู่น สามถึงสี่เดือน อยู่ด้วยกันทุกวัน ต่อให้ไม่อยากสนิทก็ต้องสนิท (หัวเราะ) ทุกคนน่ารัก

แต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่ผมได้จากการไปแสดงที่จีน ผมเพิ่งรู้ว่าการท่องบท ไม่ว่าจะยาวสักแค่ไหน ถ้าท่องสี่ร้อยรอบ ยังไงก็จำได้ แบบไม่ต้องคิดนะครับ เข้าห้องน้ำก็ท่องได้ เล่นฟิตเนสอยู่ก็ท่องได้ นั่นเป็นจำนวนครั้งที่ผมทดลองดูแล้วรู้ ไม่ว่าจะภาษาอะไรก็พูดได้ แต่อาจจะผิวเผินนะครับ ต้องไปใส่ฟีลลิ่งอีกที เพราะผมไม่รู้ภาษาเขา การที่ทำแบบนั้นจะทำให้ไม่กังวลเวลาไปแสดง แอคชั่นปุ๊บ ไมค์จ่อ ผมจะโฟกัสแค่ Phasing ที่เหลือก็ใส่ฟีลลิ่ง แบ่งคำให้ถูก ให้ดูเป็นธรรมชาติ

การท่องบทสี่ร้อยรอบ ผมไม่ชอบนะ ใครจะไปชอบวะ อยู่กับตัวเองทั้งวัน แต่ถ้าไม่ทำ ผลลัพธ์มันจะออกมาไม่ดี

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ความรู้สึกของการค่อยๆ ขยับเข้าใกล้การทำงานในฝันมากขึ้น เป็นยังไง

เป็นความรู้สึกที่ดีอยู่แล้วครับ ขณะเดียวกันผมต้องย้ำกับตัวเองเสมอ ตอนนี้ผมยังไม่มั่นใจว่ามันกำลังไปได้ดีจริงๆ หรือเปล่า เพราะสุดท้ายมันอาจเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ทำให้ทำงานที่จีนไปต่อไม่ได้ คงต้องพักไปแป๊บหนึ่ง

ผมก็ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าอะไรจะเกิด วันหนึ่งผมอาจไม่มีงานที่จีนแล้ว ก็เป็นไปได้เหมือนกัน สิ่งที่ผม Make Sure กับตัวเองได้ ที่ผมควบคุมได้ คือฝีมือของผมเท่านั้น สำหรับผมมันเป็นความดีใจที่เราก็กลัวอยู่ตลอดเวลา

แปลว่าคุณระมัดระวัง ไม่ได้ประมาท

ใช่ครับ ต่อให้ผมไม่ได้ไปจีน ต่อให้อยู่ผมที่ไทยอย่างเดียว มันก็ดร็อปได้เหมือนกัน ข้อแรก เราต้องทำตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้ว ข้อสอง ถ้าสุดท้ายวันนั้นมาถึง ผมวางแผนว่าจะไปเรียนต่ออเมริกา ไปออดิชั่น ไปแคสงานที่นู่น

นักแสดงที่เก่งสำหรับคุณเป็นยังไง เมื่อไหร่ถึงจะพูดได้เต็มปากว่า ‘นนกุลเป็นนักแสดงที่เก่ง’

ผมมองว่าการแสดงที่ดีขึ้นอยู่กับการทำการบ้านเพื่อบทบทนั้นมากกว่า เพราะไม่มีทางที่คุณจะได้บทเหมือนกันตลอด ต่อให้บทเข้ามือขนาดไหนก็ต้องทำการบ้านอยู่ดี วันนี้ผมทำการบ้านสำหรับบทนี้ได้ดี แต่ว่าวันหน้าบทต่อไปที่ผมได้รับ แล้วผมทำการบ้านไม่ดี ก็เรียกว่าการแสดงไม่ดี มันไม่ใช่เล่นบทหนึ่งแล้วได้รับรางวัล จะกลายเป็นนักแสดงที่ดีเสมอไป

จากคนคนหนึ่งต้องกลายไปเป็นอีกบทบาทหนึ่ง ต้องทำการบ้านหนักขนาดไหน

สุดท้ายแล้วการจะเป็นตัวละครหนึ่งตัวได้ต้องรู้รายละเอียดชีวิตของเขา ผมจะเขียน Background Story ของตัวละครนั้น แล้วใช้สรรพนาม ‘ผมชื่อ’ ถ้าตัวละครหยาบกร้านหน่อยก็ ‘กูชื่อ’ เช่น ผมชื่อบี เป็นลูกคนเดียว ครอบครัวจีน ตอนเด็กๆ พ่อเคยเอากระบวยตีหัว ก็เลยไม่ค่อยชอบพ่อ มันเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่พอสร้างเรื่องขึ้นมา ผมจะเริ่มเชื่อมัน

ผมชอบนะ เวลาเขียน Background Story พอสร้างมันขึ้นมาแล้วเอาไปเชื่อมกับเนื้อเรื่อง อ๋อ เพราะอย่างนี้เขาเลยไม่ชอบ เขาเลยเกลียดพ่อ พอมีภาพในหัว แล้วตัวเราเชื่อ การแสดงก็จะสตรอง ถ้าเราทำเป็นแสดงว่าไม่ชอบ เพราะว่าตัวละครไม่ชอบ ผมว่ามันไม่ใช่ คนเราเวลาไม่ชอบอะไร มันมีเหตุผลบางอย่างเสมอ

แต่ถ้าเป็นตัวละครที่ต้องใช้ Physical อย่างคนตาบอด ผมก็ต้องทำให้ Body ผม Comfort กับสิ่งสิ่งนั้น เช่น ไปซื้อไม้ของผู้พิการทางสายตาแล้วลองหลับตาเดินดูว่าเขารู้สึกยังไง เขากลัวแค่ไหน เพราะบทใน พรจากฟ้า ผมเล่นเป็นคนที่เพิ่งเริ่มตาบอด ต้องมีความกลัวอยู่ด้วย เขาไม่ได้ตาบอดตั้งแต่เกิด เพื่อที่จะสัมผัสความรู้สึกนั้นผมเลยต้องทำอย่างนั้นจริงๆ 

บทบาทไหนทำการบ้านหนักที่สุด

คงเป็น ฉลาดเกมส์โกง ครับ เพราะแบงค์เป็นคนที่เนิร์ดมากๆ ตอนนั้นผมไม่ได้นึกถึง Background Story แต่พอมองย้อนกลับไปมันตรงพอดีเลย คือการที่เราท่องบททุกบทในเรื่องประมาณสามสิบรอบต่อวัน จริงๆ มันไม่ใช่สิ่งที่ดีนะสำหรับตัวละครอื่น สมมติรับบทเป็นคนที่ชิลล์ๆ ก็ควรจะไหลๆ ไป ไม่ต้องไปฟิกซ์กับบทมาก แต่พอเป็นตัวละครที่ค่อนข้างแข็ง การที่ผมไปท่องแบบนั้นมันก็เลยช่วยให้จูนอินกับตัวละครง่ายขึ้นด้วย

ผมติดมาจากแบงค์เยอะเหมือนกัน ต้องขอบคุณที่แบงค์มันเป็นคนที่มีวินัยมาก มันช่วยบวกความมีวินัยของผมมากขึ้น

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

บทบาทที่อยากเล่นต่อจากนี้

บทแอคชั่นครับ แอคชั่นที่ผมหมายถึงเป็นแบบซูเปอร์ฮีโร่ John Wick, ยิปมัน เพราะผมชอบดูหนังแอคชั่นอยู่แล้ว มันมีเสน่ห์มาก ยิ่ง ยิปมัน ผมว่าเขาอิมโพรไวซ์หน้างานได้ เขาระดับปรมาจารย์แล้ว (หัวเราะ)

อีกอย่างหนังแอคชั่นเหมือนกับตัวผม ผมเป็นคนชอบเตรียมการ ผมรู้ว่าการจะถ่ายแอคชั่นในแต่ละซีน ไม่ใช่แค่ไปหน้ากองแล้วถ่าย ต้องซ้อมหลายเดือนเพื่อมาถ่ายช็อตนั้น ต้องเตรียมการมาดีมากๆ John Wick เขาซ้อมกันหกเดือน มันเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่านี่คือ Craftsmanship ที่สวยงาม

แปลว่าคุณเป็นคนชอบการเตรียมตัว แล้วคุณเป็นคนขยันด้วยไหม

ขยันแค่กับสิ่งที่เราชอบ (หัวเราะ)

จากบทบาทนักแสดงเปลี่ยนมาเป็นคนทำเพลง เริ่มต้นยังไง

คิดมาสองปีแล้วครับ แต่ผมไม่ได้บอกใคร เพราะยังไม่เสร็จ ผมอยากเป็นคนมีความสามารถรอบด้าน แต่ผมมีความรู้เป็นศูนย์เกี่ยวกับเรื่องเพลง ก็เลยใช้เวลานานมากกว่าจะเสร็จ ส่วนเบื้องหลัง ผมอยากลองกำกับดู มันเป็นเพลงของผม แล้วผมก็รู้สึกว่าถ้าไม่ใช้โอกาสนี้ ก็ไม่มีโอกาสไหนแล้วที่จะได้ลองกำกับระดับสเกลมืออาชีพ

ผมอยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง เพราะผมเรียนภาพยนตร์มา อยากรู้ว่า Vision ในหัว พอมาทำงานระดับมืออาชีพจริงๆ เพื่อให้ Vision นั้นออกมาเป็นสิ่งที่จับต้องได้ มันต้องชัดเจนขนาดไหน ต้องประชุมงานกันแค่ไหน ต้องมีเรเฟอเรนซ์แค่ไหน กว่าจะเป็นสิ่งที่ผมอยากให้มันเป็น

เริ่มจากศูนย์แล้วมาทำเพลง ตลอดสองปีคุณเตรียมตัวยังไงบ้าง

หนึ่งปีกว่าๆ จะเป็นเรื่องเพลงมากกว่า การแต่งเพลง ถ้าเขาส่งเมโลดี้มา แล้วผมยังไม่ชอบ ก็ขอแก้ตรงนี้เพิ่มนะ ส่งกลับไปกลับมา แล้วการแต่งเนื้อเพลงจะใช้เวลาประมาณหนึ่ง เรื่องฝึกหัดร้องอีก กลายเป็นว่าผมใช้เวลากับมันนานมาก เพราะผมไม่ค่อยมั่นใจเรื่องร้องเพลงเท่าไหร่ แต่ผมเรียนเพิ่มเติมอยู่ตลอดครับ อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำเพลงออกมา เพราะก่อนหน้านี้ผมไปเรียนร้องเพลง มันไม่มีอะไรที่ผมจับต้องได้ เหมือนเรียนไปอย่างนั้น ผมไม่เห็น Improvement ที่ดี แต่การทำเพลง มันช่วยให้ผมมีวินัย ถ้าผมไปอัดเพลงแล้วทำไม่ได้ ก็จะเสียเวลาคนอื่น อย่างน้อยทำให้ได้มาตรฐานแล้วกัน

คุณต้องศึกษาการแต่งเพลงเพิ่มหรือเปล่า

เรื่องแต่งเนื้อเพลงผมไม่ได้ศึกษาเท่าไหร่ เผอิญเป็นคนชอบเขียนแคปชันอินสตาแกรมยาวๆ พอได้เมโลดี้มา ก็คิดง่ายๆ แบบคนมั่วๆ มันต้องมีคำเพื่อมาทับเมโลดี้ สมมติ ‘ลา ลา ลา ล้า’ ก็เป็น ‘ฉัน รัก คุณ นะ’ เพื่อให้มันตรงกับคอนเซปต์ ผมเขียนเป็นเป็นสิบดราฟต์เหมือนกันกว่าจะเสร็จ

การทำเพลงและการกำกับเบื้องหลัง แตกต่างกับงานแสดงของคุณที่ผ่านมายังไงบ้าง

ถ้าเทียบกันงานแสดงมันต่างมากอยู่แล้วครับ แต่เหมือนกันตรงทุกอย่างต้องฝึกซ้อม ต้องทำบ่อยจนชิน แล้วเราจะเริ่มคุ้นเคยกับมัน เรื่องงานแสดงผมแสดงมาหกถึงเจ็ดปี ผมรู้ขั้นตอนการเตรียมงานในฐานะนักแสดง เพื่อให้ผลงานออกมาตามที่ต้องการ แต่การร้องเพลงและการกำกับผมยังไม่เห็นตรงนั้น การร้องเพลงผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเสียงถึงจะดี ผมรู้แค่ต้องวอร์มเสียง แต่ผมยังไม่ค้นพบหนทางที่รู้สึกว่า เนี่ยแหละ! มันจะทำให้ผมร้องเพลงเพราะจริงๆ 

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด
นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

คุณพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เป็นเพราะคุณไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาอยู่ตรงนี้หรือเปล่า

ใช่ครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมเซ็ตความฝันไว้ใหญ่ ผมไม่อยากผิดคำพูดตัวเอง ถ้ามันไม่มีสงครามปะทุขึ้นมา ผมก็อยากจะไปให้ถึงตรงนั้น

คุณเป็นมาหลายบทบาท มองเห็นตัวเองในบทบาทไหนมากที่สุด

ถ้า ณ ตอนนี้ก็นักแสดงครับ แต่อนาคตก็อยากจะทำได้ทุกอย่างจริงๆ จะแสดงก็แสดงได้ สมมติมีงานร้องเพลงก็ร้องเพลงได้ ไม่ต้องฝึกซ้อมนานเป็นเดือน ถ้ากำกับก็อยากพูดด้วยความมั่นใจว่าผมต้องการแบบนี้ ต้องการแบบนั้น

มักมีคำพูดที่ว่า ‘ถ้าเป็นอะไร ก็เป็นสิ่งนั้นให้ดีที่สุดไปเลย’ ทำไมคุณถึงอยากเป็น ‘นนกุลที่เก่งรอบด้าน’

ผมอยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ทุกวันนี้แค่การแสดงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีอย่างอื่นด้วย แล้วอย่างอื่นนั้นก็ต้องดีพอๆ กับการแสดง ผมไม่ใช่นักแสดงจากอเมริกา ไม่ใช่นักแสดงจากประเทศจีน ผมเป็นคนจากประเทศอื่น การที่ผมจะไปให้ถึงระดับท็อปของโลก มันต้องมีอะไรมากกว่าการแสดงและภาษา เพราะนักแสดงฮอลลีวูด นักแสดงจีนเขาไม่ได้เป็นแค่นักแสดงอย่างเดียว เขาเป็นทั้ง Actor, Producer, Screenwriter, Singer, Director ผมเลยต้องเป็นมากกว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ 

คุณพร้อมจะเป็น ‘นนกุลที่เก่งรอบด้าน’ แล้วหรือยัง

ผมเลยต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ผมมองว่ามันต้องใช้เวลากว่าทุกอย่างจะแข็งแรง ถ้าตอนนี้การแสดงผมแข็งแรงที่สุด ผมต้องขยับให้ทุกอย่างมันค่อยๆ แข็งแรงขึ้นเหมือนกัน ขณะเดียวกันผมก็ต้องประคองการแสดงไว้ด้วย

คำถามคือเมื่อวันหนึ่งโอกาสที่จะทำให้ผมไปถึงจุดนั้นมาแล้ว ผมมีคุณสมบัติพร้อมจะรับและรักษามันไว้ได้หรือเปล่า พูดตามตรงวันที่ ฉลาดเกมส์โกง ประสบความสำเร็จ ผมยังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะแบกรับและรักษามันไว้ได้ ถ้าผมมีคุณสมบัติที่แข็งแรงกว่านี้ เช่นภาษาจีนผมแข็งแรง วันนี้ผมอาจจะมีงานจีนมากกว่านี้ ไปไกลกว่านี้แล้วก็ได้ แต่ถ้ามันมาถึงเร็ว ผมก็ไม่พร้อมอยู่ดีนะ (หัวเราะ)

คุณตั้งเป้าหมายไว้ไกลมาก เคยมีคนสบประมาท พูดบั่นทอนกำลังใจ คุณบ้างหรือเปล่า

เป็นคำที่ไม่ได้รุนแรงมากนะ ประมาณว่า ‘โอ้ย ทำไมต้องฝันไกลขนาดนั้น เอาประเทศไทยให้รอดก่อนมั้ย’

มันก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมาก เป็นแค่ความคิดต่าง ผมโชคดีที่กิดในยุคศิวิไลซ์ คนไม่ค่อยสบประมาทใครแล้ว แต่ความศิวิไลซ์ก็เป็นข้อเสียอีกอย่างหนึ่ง สิ่งเดียวที่จะหยุดผมได้คือความขี้เกียจของตัวเอง เพราะว่าโลกที่ศิวิไลซ์ มากๆ แปลว่าอย่างอื่นก็พัฒนาด้วย ทุกวันนี้คนเรามีความสุขง่ายมาก เปิดมือถือคลิกเดียวก็มีความสุขแล้ว โดพามีนหลั่งแล้ว

แต่สมัยก่อนไม่ใช่ อาจไม่ได้เจริญเท่านี้ คนไม่ได้มีความสุขง่ายเท่าเรา เขาต้องพยายามหนักมากกว่าจะมีความสุขได้ เขาเลยถูกสอนให้พยายามก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ แต่กับคนสมัยนี้ทำแบบนั้นยาก เพราะไม่มีสถานการณ์มากดดัน แค่ดูมือถือ กินมาม่า ก็มีความสุขแล้ว สิ่งนั้นแหละจะหยุดการพัฒนาของเรา

มันมีบางวันที่ผมขี้เกียจไปเลยนะครับ ไม่ทำอะไรเลย นอนดูแต่ยูทูบ พอวันรุ่งขึ้นก็จะด่าตัวเอง ‘เมื่อวานทำอะไรวะ ทำไมใช้เวลาแบบนั้น’ ผมว่าสุดท้ายมันก็ต้องมีเวลาให้ตัวเองพักบ้าง แต่ก็ต้องไม่ลืมเป้าหมายด้วยเหมือนกัน

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ถ้าเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่ระดับ 100 ตอนนี้คุณอยู่ระดับไหน

สิบ ยี่สิบ ครับ เพราะตอนนี้ผมอยู่ในจุดที่ผมรู้สึกว่ามันถอยกลับมาได้ง่ายมาก

ถ้าถอยก็เป็น 0

มันยังไม่แน่นอน สิ่งไหนที่ผมยังควบคุมไม่ได้ ผมจะไม่กล้าพูดว่าผมทำสำเร็จแล้ว ทุกวันนี้ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมันอาจจะกลับมาตรงสิบหรือห้าเลยก็ได้ บางทีโชคก็ช่วยให้ผมได้งาน แต่คุณสมบัติของผม ณ ตอนนี้ยังต้องประคองไว้ ยังเรียกว่าประสบสำเร็จไม่ได้

ถ้าความสำเร็จมาตอนนี้ คุณอาจจะรับมือกับมันได้ไม่ดีด้วยซ้ำ

ผมจะกระโจนเข้าไปนะ แต่ผมอาจจะรับมือได้ไม่ดีหรอก (ยิ้ม)

คุณเรียนรู้อะไรบ้างจากการเป็นนนกุลตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เรียนรู้ว่าคนเราจะประสบความสำเร็จได้ ความพยายามอย่างเดียวไม่พอจริงๆ ต้องมีโชคด้วย เราต้องพร้อมที่จะทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ผมรู้ว่าผมต้องการอะไร แต่ผมจะทำสิ่งที่ผมชอบหรือต้องการอย่างเดียวไม่ได้ บางทีผมก็ต้องทำสิ่งที่ไม่ชอบด้วย เพื่อให้ไปถึงตรงนั้นได้

วันที่ไปนั่งกินข้าวกับเพื่อนของคุณแม่ จากที่เคยชมว่าลูกสาวสวยมาก วันนี้เขาชมลูกชายหรือยัง

มีชมแล้ว (ยิ้ม)

คุณมองว่าชีวิตตัวเองในตอนนี้ประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง

ยังครับ (นิ่งคิด) ยัง

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ขอบคุณสถานที่ร้าน CHU Chinese Bangkok (สุขุมวิท 49)

Writers

อาทิตยา จันทร์เศรษฐี

นัก(หัด)เขียนและนัก(หัด)วาด สะสมสติ๊กเกอร์และโปสการ์ด ตกหลุมรักท้องฟ้าซ้ำไปซ้ำมา และสัญญากับตัวเองว่าจะอ่านหนังสือเดือนละเล่ม

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

นอนไม่หลับ ปวดหัว จิตใจไม่สงบ ขอเพียงได้ยินเสียงอันกังวานของขันอันคุ้นเคยในช่อง TikTok ของ ‘ลุงหงอกกิ๊กก๊อก – Loong Ngork Gig Gog’ ทั้งผู้ฟังที่ตั้งใจเข้ามาและบังเอิญกดเข้ามาเจอ ต่างก็ติดใจในความสงบไปตาม ๆ กัน เพราะนี่คือศาสตร์การบำบัดร่างกายและจิตใจด้วยพลังงานบริสุทธิ์ของชายที่ชื่อว่า ไกรสร พรหมพิทักษ์

‘ลุงหงอกกิ๊กก๊อก’ เป็นลูกชาวนาผู้หลงรักเครื่องยนต์ จนนำตัวเองเข้าสู่วงการนิตยสาร ตามด้วยวงการวิทยุ และล่าสุดคือวงการ TikTok ที่มีแฟนคลับหลากหลายช่วงวัยมาติดตามกว่า 8 แสนคน

ลุงหงอกกิ๊กก๊อก - Loong Ngork Gig Gog  ไกรสร พรหมพิทักษ์ ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์

ใครหลายคนคงเคยได้ยินเสียงของลุงหงอกอธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับพลังงานบริสุทธิ์ รวมถึงจิตศาสตร์ พุทธศาสตร์ ฟิสิกส์ และธรรมะอยู่แล้ว แต่น้อยคนนักที่รู้จักตัวตนและเรื่องราวเบื้องหลังดาวโซเชียลคนนี้อย่างแท้จริง คอลัมน์ Talk of The Cloud เลยพาทุกท่านไปรู้จักกับชีวิตลุงหงอก ชนิดที่เก็บตกทุกช่วงเวลาของการเติบโต โดยมีลุงหงอกเป็นผู้เขียนเล่าอัตชีวประวัติของตนเอง! พิเศษสุด ๆ เฉพาะสัปดาห์ The Cloud Golden Week เท่านั้น

ก่อนหัวจะหงอกและยังไม่มีคำนำหน้าว่าลุง

ไกรสร พรหมพิทักษ์ คือลูกชาวนาเต็มขั้นผู้มีกำปั้นเป็นหัวใจ เกิดไหนไม่เกิดดันเกิดกลางทุ่งนา ขณะที่ นางคำมี กำลังดำนา จู่ ๆ ก็หลุดพรวดโดยไม่มีเสียงโอดโอย นอกจากลูกชาวนาแล้ว ไกรสรยังอุปโลกน์โดยไม่มีเปเปอร์และใบเซอร์ฯ ติดข้างฝามารองรับและรับรอง ว่าเป็นศิษย์พระตถาคตผู้อยู่หางแถว รู้แล้วจึงมาเล่าและเขียนให้อ่าน มีติดตัวแล้วจึงนำมาทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ชนิดจับต้องได้ เช่น ใช้ 2 มือเปล่า 1 ความเข้าใจ กับความบริสุทธิ์ผ่านเสียง เพื่อรักษามนุษย์ โดยไม่ต้องกิน ทา ฉีด หรืออาบด้วยเคมีกับรังสีนานาชนิด

ไกรสรทำงานผ่านโลกโซเชียลหลายแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะ TikTok ในนาม ลุงหงอกกิ๊กก๊อก – Loong Ngork Gig Gog ชื่อนี้มีแต่นางสาวรจนาตาถึงเท่านั้น ที่จะรู้ว่าภายในตัวไอ้เงาะป่ามีดีเรื่องอะไร

ลุงหงอกกิ๊กก๊อก - Loong Ngork Gig Gog  ไกรสร พรหมพิทักษ์ ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์

แต่ก่อนจะหงอก ช่วงอายุ 7 ปี โดยประมาณ มีรถยนต์โดยสารหน้าตัดเชฟโรเลต หลังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาจอดรับส่งผู้โดยสารทุกวันศุกร์ จากตำบลดอนจิก ถึงอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เห็นผู้ใหญ่เขาทำให้เครื่องยนต์ติดโดยการหมุน เราก็อยากทำบ้าง สมัยนั้นเขาเรียกว่า ‘เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง’ ส่วนสมัยนี้เขาเรียกว่า ‘ซน ไฮเปอร์ สมาธิสั้นสุด ๆ’ ผลที่ได้คือ ถูกเครื่องมือที่ใช้หมุนตีกลับ เจาะเข้าระหว่างคิ้ว เลือดสาดมีแผลเป็นจนถึงทุกวันนี้

ไม่ต้องถามว่าเสียเลือดกี่ลิตร เย็บไปกี่เข็ม ทั้งหมดจบลงด้วยสองมือเปล่ากับลมปากเป่าของ นายจูม (ผู้ทำให้เกิด) มาปิดปากแผลให้โดยไม่รู้จักเชื้อโรค เชื้อรา หรือบาดทะยัก ที่แน่ ๆ แพสชันด้านเครื่องยนต์มีต้นทุนมาจากหัวคิ้ว นึกในใจไม่มีใครรู้ ถ้าไม่บอกกล่าวเล่าขาน ต่อมาก็หายใจเข้า หายใจออก กิน นอนเป็นเครื่องยนต์

จากจับประแจซ่อม สู่จับปากกาเขียน

  ต่อมาทำงานบุกตะลุยอู่ซ่อมสารพัดช่าง ทะลุถึงแคมป์ทหารอเมริกัน ถูกคัดเลือกจาก 1 ใน 11 คน เป็นโอเปอเรเตอร์ควบคุมทั้งเครื่องยนต์และไฟฟ้า ถลำลึกจากบุกอุบลฯ ถึงกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟ ไปเป็นคนสอนวิชาเครื่องยนต์ใน โรงเรียนนางเลิ้งยานยนต์ หน้าสนามม้านางเลิ้ง ปัจจุบันเหลือแต่อาคาร ป้ายชื่อโรงเรียนหายไปไหนไม่ทราบ!

รู้และจำแต่เพียงว่า ณ วันนั้นเกิดวิวาทะเรื่องค่าเหนื่อยระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างไม่ลงตัว นึกได้แต่เพียงว่า

“ฉันทำงานให้กับเธอ คือความสามารถของฉัน ถ้าฉันทำงานให้กับฉันล่ะ คือความสามารถของใคร”

ลุงหงอกกิ๊กก๊อก - Loong Ngork Gig Gog  ไกรสร พรหมพิทักษ์ ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์

คำตอบสุดท้ายก็ออกมาด้วยวาจา ความว่า “ความสามารถของการกระทำสิ่งใด ๆ = ความรู้ + ความเข้าใจ และการเข้าถึงของสิ่งนั้น ๆ + การกระทำ” ประจำกายใจถึงทุกวันนี้แล พร้อม ๆ กับเป็นที่มาของภาษากระแทกกลุ่มอนุรักษ์นิยมว่า การกระทำและการปฏิบัติเกิดก่อนทฤษฎีเป็นจริงฉันใด บุคคลที่ได้รับปริญญาทุก ๆ ใบในปัจจุบัน จะมาจากบุคคลที่ไม่เคยมีใบปริญญามาก่อนเป็นจริงฉันนั้น

ต่อมาก็เกิดความเชื่อมั่นในตัวเองทั้งภายในและภายนอกเรื่องยานยนต์ นึกเสียดายประสบการณ์ตรง ครั้นจะเปลี่ยนเส้นทางไปศึกษาถึงขั้นนั่งบัลลังก์สั่งเป็นสั่งตายแก่มนุษย์ ใจก็ไม่โดนเป้า เพราะไม่ชอบคำว่า ‘ถูกกับผิด’ ที่มนุษย์รุ่นก่อน ๆ สั่งสมกันมาเป็นตำราร่ำเรียน ว่าแล้วก็สูดลมหายใจเข้าปอดจนเต็มพร้อม กลั้นจนกว่านิวเคลียร์ของออกซิเจนจะแตก กลายเป็นพลังงานแผ่ซ่านไปทั้งตัว นำเอาประสบการณ์ทั้งทำ ทั้งสอน มาร้อยเรียงเป็นภาษาพ่อขุนฯ ซึ่งเป็นภาษาของพระอรหันต์ เสนอต่อเจ้าของนิตยสารเกี่ยวกับยานยนต์ กรังด์ปรีซ์ หวังจะให้ระเบิดเถิดเทิง

ปรากฏว่าต่ำกว่ามาตรฐานหลายลี้ จึงถูกขยี้ทิ้งตะกร้าถึง 2 ครั้ง 2 ครา

ผลการพิจารณาได้ 1 ใน 10 ฐานะลูกเขยกำนันยอมไม่ได้ เสนอครั้งที่ 3 ถามตรง ๆ ตั้งชื่อเรื่องมาเลย แม้ไม่เคยก็อยากลองครับ เป็นผู้นำความคิดและการกระทำไม่ได้ ก็ขอเป็นผู้ตาม อย่างน้อยก็กันหมากัด

วลีจากเจ้าของนิตยสาร คุณปราจิน เอี่ยมลำเนา เปรยทีเล่นทีจริง อยากจะได้เรื่องราวชาวยูสเซอร์ซื้อรถมือสองป้องกันผู้ขายย้อมแมวท่าจะดี เพราะอย่างน้อยถือเป็นการทำบุญ เท่านั้นแหละ เลือดบอร์นทูบีฉีดกลางแสกหน้าระหว่างคิ้วได้ชื่อเรื่องทันที เคล็ดลับ 16 ข้อของการเลือกซื้อรถเก่า เปิดตัวหน้าปกนิตยสารเกี่ยวกับยานยนต์นาม ‘กรังด์ปรีซ์’ พ.ศ. 2517 เป็นนิตยสารด้านยานยนต์และไลฟ์สไตล์ อีกทั้งยังมีนิตยสารในเครือ ได้แก่ นิตยสาร มอเตอร์ไซค์ นิตยสาร ออฟโรด นิตยสาร เอ็กซ์โอออโต้สปอร์ต นิตยสาร การาจไลฟ์ และหนังสือพิมพ์ ยวดยาน

ลุงหงอกกิ๊กก๊อก - Loong Ngork Gig Gog  ไกรสร พรหมพิทักษ์ ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์
ลุงหงอกกิ๊กก๊อก - Loong Ngork Gig Gog  ไกรสร พรหมพิทักษ์ ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์

จากนั้นก็ถูกตีพิมพ์ติดลมบนมาจนลืมลมล่าง กลายเป็นคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ ประจำในนิตยสาร กรังด์ปรีซ์ FC ก็เริ่มก่อตัว เป้าหมายคือขยายยอดจำหน่ายครองใจผู้อ่าน บริการผู้สนับสนุน ทั้งการจัดแข่งรถ ช่างเทคนิค การตลาดโฆษณา งานมอเตอร์โชว์ ฯลฯ จากบันไดขั้นแรกถึงบันไดขั้นสุดท้ายใน พ.ศ. 2528

ก่อนเกิดเป็นมอเตอร์โชว์ระดับอินเตอร์

ปลดสร้อยทองคล้องคอหนัก 5 บาท ขึ้นเครื่องเจแปนแอร์ไลน์มุ่งสู่กรุงโตเกียว มอเตอร์โชว์ครั้งแรกของชีวิต ไปปล่อยไก่สัตว์สองเท้าบนเครื่อง ขณะเครื่องกำลังรักษาระดับการบินคงที่ ทุกคนปลดเข็มขัดรัดเอว เราก็ทำบ้าง สักพักแอร์โฮสเตสเดินมากระซิบผู้โดยสาร พอมาถึงเรา เขาก็กล่าวสั้น ๆ ว่า “ดู ยู วอน ไวฟ์?” เราก็สวนทันทีว่า “เยส” ตามด้วย “อิส ชี บิวตี้ฟูล?” แอร์โฮสเตสกลับมาอีกทีพร้อมกับส่งแก้วไวน์ตามสไตล์สาวกิโมโน ปัดโธ่เอ้ย! นึกในใจว่าจะได้สละโสดรับลูกสาวแม่ยาย สายเลือดลูกพระอาทิตย์มาฝากแม่ตัวเองที่กรุงเทพฯ เสียแล้ว จ๋อยไปเลยเพ่!

2 วันเต็ม เดินวนขาลากดูงานมอเตอร์โชว์ให้เต็มตา เก็บตกให้หมดเท่าที่จะทำได้ เพื่อนำมาขยายผลในนิตยสาร กรังด์ปรีซ์ กลับมาจับปากการ่ายยาวขึ้นปกหน้าเรียกแขก ‘บักเสี่ยวเที่ยวงานมอเตอร์โชว์ที่โตเกียว’ ฮากันตลอดปี แถมเพิ่ม FC ขึ้นเรื่อย ๆ จนได้รับความไว้วางใจให้รับตำแหน่งบรรณาธิการเทคนิค และบรรณาธิการขั้นท็อปบางกอกมอเตอร์โชว์ระดับอินเตอร์ จากนั้นก็ติดลมบนมาจนถึงทุก ๆ วันนี้แล

เรื่องยิบย่อยระหว่างทาง

วันหนึ่งมีวิวาททางวาทะกับบรรณาธิการชื่อ อุดร เขามาตัดช่วงหนึ่งของบทความทางเทคนิคของเครื่องยนต์จนขาดใจความสำคัญ เพราะเขาไม่รู้ว่าเราคิดและเขียนตั้งแต่เป็นเศษเหล็ก ไปจนถึงดัดแปลงแก้ไขเพิ่มแรงม้าให้เป็นรถแข่ง

ถึงขั้นตบโต๊ะใส่กัน แต่สุดท้ายเขาก็จากไปด้วยอุบัติเหตุ

ยังมีเรื่องเล่าชาวหลังพวงมาลัยอีกเรื่อง ครั้งแรก วันหนึ่งเวลานั้นมีการทดสอบสมรรถนะรถยนต์ใหม่เอี่ยมก่อนออกสู่ตลาด มีนักเขียนหัวนอกเข้ามาทำงานในกองบรรณาธิการ พูดจาคุยโตโอ้อวดยกตนข่มเขา ซึ่งเราไม่ชอบ

‘ลุงหงอกกิ๊กก๊อก’ จากช่างยนต์ นักเขียน สู่ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์

“มา ๆ ขอพี่ขับเองร้องเพลงไปด้วย ช่วยรัดเข็มขัดให้เรียบร้อยนะ” บนถนนลูกรังกว้างประมาณ 10 เมตรเศษ ริมคลองประปา ด้วยความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทรีอินวันบวกความรู้สึกตัวที่ยอดเยี่ยม แตะเบรก ดึงเบรกมือ และกระชากพวงมาลัยทันทีครึ่งรอบ รถหมุนกลับพร้อมฝุ่นตลบจบลงทันที (ทำได้ครั้งเดียว) นี่แหละคือวิชาปราบองคุลีมาล

นึกในใจทีหลังอย่าซ่า รู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ ไอ้น้อง!

ครั้งที่ 2 ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์เท้าเบาที่สุดในรอบปี ครั้งนั้นจัดแข่งขับรถประหยัดน้ำมันยี่ห้อฟอร์ดเลเซอร์ จากกรุงเทพฯ ถึงสวนสามพราน บริษัทเขาเชิญบรรดานิตยสารเกี่ยวกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกฉบับในตลาดสดและตลาดแห้ง นับรวมแล้วได้ 10 คัน 10 คนขับ เราเป็นหนึ่งในนาม กรังด์ปรีซ์ และในฐานะบรรณาธิการเทคนิคต้องใช้ทักษะขั้นเทพ ปรากฏได้ระยะทาง 22.3 กิโลเมตรต่อลิตร พิชิตเดอะวินเนอร์ ตีพิมพ์ขึ้นปกเรียกแขกเพิ่ม FC ช่างวันหยุดอีก ทำให้เขาขายแบบเทกระจาดหมดสต็อกด่วน สุดท้ายได้พิมพ์ ‘หนังสือคู่มือซ่อมเครื่องยนต์ช่างวันหยุด’ วางตลาดขายใช้หนี้ที่อยู่อาศัย ปลดปล่อยทาสทางใจได้อย่างสิ้นเชิง สมใจนึกบางลำพู

นักการช่างยนต์ช่วยราชการ

เดินเล่นเพลิน ๆ ก็ถูกเชิญไปนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานอนุกรรมการกำหนดมาตรฐานช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม โดยมีหน้าที่ทำมาตรฐานขั้น 1 2 3 ให้แจ๋วเหมือนแก้วเจียระไน ออกข้อทดสอบ และจัดการแข่งขัน ฯลฯ

ทุกอย่างเริ่มต้นจาก ก เอ๋ย ก ไก่ กว่าจะรวบรวมเป็นคณะอนุกรรมการผู้เชี่ยวชาญช่างเทคนิค จากตัวแทนบริษัทขายรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ซูซูกิ คาวาซากิ ฮอนด้า และยามาฮ่า ได้สำเร็จก็หมดเหงื่อหลายซีซี และกว่าจะมองตาถึงขั้นรู้ใจก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกฝ่ายต่างรักษาผลประโยชน์ของบริษัทตน คนกลางนั่งหัวโต๊ะรักพี่เสียดายน้อง ต้องละเมียดที่สุดแบบไร้รอยต่อ จึงจะเกิดรอยยิ้มทุกครั้งที่มีการประชุม

เสียอย่างเดียวในฐานะประธาน เสนองานให้กรมฯ ออก พ.ร.บ. กำหนดอัตราค่าจ้างฝีมือแรงงานที่สอบผ่านมาตรฐาน 1 2 3 ป้องกันนายจ้างผู้ประกอบการเอาเปรียบลูกจ้างยังไม่สำเร็จ ก็จำต้องจบข่าวครับเจ้านาย

ยัง ๆ ยังถูกเชิญไปช่วยกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยจัดการแข่งขันช่างยนต์ประจำปีติดต่อกันหลายปี จนกระทั่งอธิบดีกรมอาชีวศึกษามอบเสื้อสามารถ (Victory Jacket) สีเลือดหมู อ.ช.ท. (องค์การช่างเทคนิคในอนาคตแห่งประเทศไทย) ให้เป็นรางวัล

เดินถนนสายวิทยุกระจายเสียง

หอบประสบการณ์ การเมืองยังไม่ยุ่ง กางมุ้งยังไม่เกี่ยว จะเด็ดเดี่ยวเผยไต๋เฉพาะสิ่งที่มีอยู่ในตัวตน แอบฟังรายการ ‘หมอรถหมอเรือ’ อยู่นาน ผลงานตอบปัญหาเครื่องยนต์ออกทะเลแดงทะเลดำไปหมด (คิดในใจ ถ้าเป็นเรานะ)

วันนั้นก็มาถึง พ.ศ. 2525 ได้เวลาชื่อรายการ ‘พิทักษ์ยานยนต์’ ออกอากาศทาง FM 90.0 เมกะเฮิรตซ์ สถานีวิทยุกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เวลา 30 นาที หลังข่าวเที่ยงวัน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตอบปัญหาเครื่องยนต์จนน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งยอดโต ติดลมบนตามสไตล์ไกรสร พรหมพิทักษ์

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

พ.ศ. 2528 สถานีปรับผังรายการ ขอเสนอเพิ่มเวลาและเพิ่มรายการ ดันไปผิดนโยบายสถานี เพราะความโลภ จึงถูกตัดออกจากผัง แต่ไม่เป็นไรเพราะความสามารถอยู่ที่เรา ไปโผล่อีกทีที่สถานีวิทยุ ขส.ทบ. (กรมการขนส่งทหารบก) ระบบ AM ในปีเดียวกัน ได้ 2 ช่วงเวลาในการออกอากาศ รายการพิทักษ์ยานยนต์สไตล์เดิม กับรายการ ‘เที่ยงคืนกับสิบล้อบ้านเรา’

เพลงไตเติ้ล เย้ยฟ้าท้าดิน วิพากษ์ วิจารณ์ วิจวกทุกระดับยกเว้นยอดพีระมิด เพราะกลัวเจ็บและกลัวตายก่อนวัยอันควร เป็นขวัญใจคนหลังพวงมาลัย มีฉายา ‘ลูกสาวแม่ยายด่ากลางดึก’ เพราะกินนอนที่สถานีประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 11 ปี

งานใหญ่ของสังคม ‘กลุ่มแท็กซี่บ้านเรา’

วันหนึ่งมีคนขับแท็กซี่มืออาชีพ นายจำนงค์ มนัส เก็บปืนพร้อมทะเบียนที่ผู้โดยสารทำหล่นไว้ในรถ เขานำมาให้เจ้าของรายการ เที่ยงคืนกับสิบล้อบ้านเรา ประกาศหาเจ้าของ 7 วันผ่านไป เจ้าของเป็นทนายใจดีมารับพร้อมกล่าวขอบคุณ

จากนั้นต่อมความคิดระเบิดเกิดสำนึก ถ้าคนดีออกมาปรากฏตัว คนชั่วก็จะหายไปจากแผ่นดิน จึงประกาศจัดตั้ง ‘กลุ่มแท็กซี่บ้านเรา’ มีสมาชิก 1,458 ชีวิต ทุกคนมีป้ายโลโก้ ชื่อ-นามสกุล หมายเลขสมาชิก ติดหน้าอกเสื้อสีฟ้า ชายเสื้อสวมในกางเกง รองเท้าหุ้มส้น สวมถุงเท้าพร้อมซักทุกวัน ทุกคนมีเป้าหมายคือ ทำประโยชน์ให้กับสังคม จัดสวัสดิการช่วยเหลือกันและกัน เช่น สมาชิกเกิดอุบัติเหตุขณะอยู่หลังพวงมาลัย บาดเจ็บ แขนขาหัก ตลอดจนเสียชีวิต รับสวัสดิการ 5 หมื่น 3 หมื่น ลดหลั่นกันไป แถมลงขันช่วยกันอีกต่างหาก ตลอดจนคนในครอบครัวด้วย

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

ทั้งหมดพร้อมใจกันเป็นหูเป็นตา เป็นสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม ช่วยตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล สมัย พล.ต.ท.มนัส ครุฑไชยันต์ เป็นผู้บัญชาการ ทั้งนี้เพื่อลดอคติกับตำรวจจราจรสองข้างทางด้วย

ประกาศคืนทรัพย์สินของผู้โดยสารที่หลงลืมในรถ ซึ่งมีมูลค่าเกิน 5 ล้านบาท

ลงขันในวันที่จะเปิดสะพานพระราม 9 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แก่โรงพยาบาลศิริราช 45,000 บาท กลางดึกตั้งแถวเรียง 4 ยาวประมาณ 5 กิโลเมตร โดยมีหางแถวอยู่ที่สถานีวิทยุ ขส.ทบ. ท่าน้ำเกียกกาย ไม่มีสะกิดกันแม้แต่น้อย ปัจจุบันเป็นอาคารรัฐสภาแล้ว

พบปะสัมผัสได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์

1 มกราคม พ.ศ. 2537 เวลาบ่าย 3 โมง ตั้งใจขับรถคนเดียวเดินทางไปเคารพ คารวะ สักการะพระนเรศวรมหาราชที่ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ขับขี่อย่างละเมียดทั้งไปและกลับ 3 ชั่วโมง ล้มตัวลงนอนแบบรู้ตัวทั่วพร้อม ไม่เกิน 20 นาที โลกใบนี้หมุนรอบตัวเองอย่างเร็ว ประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที รู้สึกตัวเองหลุดออกนอกโลก แล้วหวนกลับมาที่เดิมอย่างช้า ๆ เซ็ตอัปเป็นหนึ่งเดียวจึงรู้ว่า ‘เราคือโลก โลกคือเรา’ และมั่นใจว่าเป็นสมาธิขั้นสูงสุดจนสุดที่สูง มองเห็นสภาวะด้านที่ 3 ของเหรียญ หรือขั้วที่ 3 ของแม่เหล็ก จึงถามหาตัวเองอยู่ 3 ปี จึงพออนุมานได้ว่า นี่คืออภิมหาปรัชญาเกิดขึ้นในตัวเองแล้วซิ

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

พลังงานบริสุทธิ์ คือ พลังงานที่มีค่าคงที่ ไม่เพิ่มขึ้น ไม่ลดลง ทำลายไม่ได้ และมีมากมายมหาศาลเต็มทั่วทั้งกาแล็กซี่ แม้แต่แสงซึ่งเป็นค่าไม่คงที่ ก็ต้องอาศัยเป็นยานพาหนะในการเคลื่อนที่เร็วแบบไร้ขีดจำกัด ต่อให้นำระเบิดนิวเคลียร์ในโลก มาทำให้ระเบิดพร้อมกันก็ทำลายไม่ได้ สิ่งนี้แหละที่เรียกว่า รู้ได้เป็นการเฉพาะตัวเท่านั้น (ปัจจัตตัง) 7 – 8 พันล้านคนน่าจะรู้ไม่เกิน 5 คน (ขอให้ท่านที่กำลังอ่านเป็นหนึ่งในนั้น)

แต่ศูนย์วิจัยพลังงานบริสุทธิ์รักษามนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยนายไกรสร พรหมพิทักษ์ เป็นผู้ค้นพบ ซึ่งอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนทุกท่าน ลุงหงอกเรียกว่าเป็นองค์ความรู้ใหม่ในศตวรรษที่ 21 เพราะฉะนั้นจึงมีพลานุภาพ ทำให้มนุษย์หลับยาก หลับง่ายได้อย่างง่ายดาย อนึ่ง คำว่าพลังงานบริสุทธิ์ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสารเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ตุรกีฉบับ ISSN: 2651 – 4451 JUNE 2021

เปิดประเดิมรายการปรัชญาชีวิต

“รายการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการศึกษา พัฒนาสุขภาพกายและจิตเพื่อพิชิตอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ให้หายไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติร่วมกัน ๆ ๆ ๆ ๆ (เอคโค่)”

ณ สถานีวิทยุยานเกราะ AM 540 เวลาตี 1 – 2 ไตเติ้ลตามองตา สายตาก็จ้องมองกัน รู้สึกเสียวซ่านอันเดอร์แอร์! ได้ปล่อยของอยู่ 4 ศาสตร์ คือ หนึ่ง จิตศาสตร์ สอง พุทธศาสตร์ สาม ฟิสิกส์ศาสตร์ (6 พลังงาน) และ สี่ ธรรมะศาสตร์ (ไม่ใช่ท่าพระจันทร์และรังสิต) หากแต่เป็นศาสตร์ของธรรมชาตินะจ๊ะ

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

21 ปีเต็ม สดตลอดเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นขวัญใจของคนนอนดึกหรือหลับไม่ลงของกลุ่มวัยรุ่นตอนปลายสายฮา ว่าด้วยการจำกัดอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ตั้งแต่ศีรษะถึงปลายเล็บ ด้วยลมปากจากโทรศัพท์สายตรง ตกกลางวันบริการด้วยสองมือเปล่ากับ 1 ความเข้าใจถึงบ้าน ที่ทำงาน ชุมชน และวัดวาอาราม ไม่กิน ทา หรือฉีดเคมี ใช้องค์ความรู้ 4 ศาสตร์เป็นสำคัญ โดยมีตู้ขอทาน ค่าน้ำ ค่าไฟ และปากท้องของผู้กำจัดอาการทั้งหมด ผ่านความรู้สึกล้วน ๆ ปฏิเสธโรคต่าง ๆ ที่เขาว่าทุกกรณี

เข้าสู่โลกโซเชียลเต็มรูปแบบ

มีคนสงสัย ทำไมคนวัยเกิน 77 ปี จึงมาโดดเด่นในโลกโซเชียลแทบทุกแฟลตฟอร์ม โดยเฉพาะ ‘TikTok’

สำหรับลุงหงอก เชื่อว่ามีของดีและมีสาระล้นแก้ว ในการใช้มือถือเป็นพาหนะนำพลังงานบริสุทธิ์ส่งถึงผู้บริโภคทั้งหญิงและชาย ทั้งต่างวัยและต่างเพศ ให้หลับสนิทและสลายอาการเจ็บปวดทุกชนิดได้อย่างดีมีประสิทธิผล จนเป็นที่ประจักษ์ในเวลาน้อยที่สุด ประหยัด คุ้มค่า และปลอดภัย โดยไม่ต้องกิน ทา หรือฉีดยาเคมี ดีไหมล่ะ เช่น เมา ๆ หรือลูกหลานเล่นเกมจนมึนโก่งโก้ง เดินเซตาลาย เห็นช้างตัวเท่าหนู เห็นหมูตัวเท่ามด เห็นบิดามารดาเป็นคนรับใช้ เพียงเก๊งเดียวหายวับไปกับลมหายใจ ฟังดี ๆ มีทักษะระดับเสียงต่ำกว่า 5 เดซิเบลแล้วกัน ใช้เวลา 1 ปี มีผู้ติดตามเกินล้านจ้า

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

เราคือโลก โลกคือเรา เราเป็นส่วนหนึ่งและเป็นส่วนย่อยของโลก สมองคือส่วนย่อยของตัวเราเอง และสมองเป็นส่วนย่อยของจักรวาล นี่แหละคือทฤษฎีความเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่ต้องใช้สูตรสมการผ่านตัวเลขที่ซับซ้อนจนปวดเฮด!

หากคนอื่นสงสัยว่าเรียนรู้ได้อย่างไรในอายุปูนนี้ ขอบอกว่ามนุษย์เราตราบใดที่อายตนะทั้ง 5 (หู ตา จมูก ลิ้น และกายสัมผัส) ยังตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกได้ดีมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าอายุเท่าใดย่อมปรับตัวเข้ากับยุคสมัย และเรียนรู้จากอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีได้เสมอ

สำหรับคุณสมบัติของลุงหงอก สิ่งที่ต้องรู้จริงถึงขั้นคิดได้ พูดได้ เขียนได้ และทำให้เกิดผลลัพธ์ได้ โดยเฉพาะทำงานผ่านสื่อตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ผ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์รายวัน วิทยุ และรายการโทรทัศน์ เป็นวันแมนโชว์มาทั้งหมด โลกโซเชียลจะต้องเข้าใจอัลกอริทึมและเอไอ แต่ปัญญาประดิษฐ์จะมาสู้ศีล สมาธิ ปัญญา หรือ สติ สมาธิ ปัญญา หรือปัญญาบริสุทธิ์ที่พระพุทธเจ้าให้ไว้แก่ประชาชนชาวโลกได้อย่างไร สิ่งนั้นลุงจะเรียกว่าพระธรรมและค่าคงที่เป็นสิ่งเดียวกัน อยู่ที่ว่าเข้าถึงหรือไม่ และเข้าถึงในระดับใด

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

ในการทำงานโซเชียลมีเดีย ลุงทำงานร่วมกับคณะที่เรียกกันว่าแอดมิน ทีมแอดมินต้องตีทัศนะของมนุษย์ให้แตก สำคัญที่สุดทีมต้องวินิจฉัยมนุษย์ทั้งแผ่นดินออกมาเป็น 4 กลุ่มให้ได้ เช่น 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นกลุ่มปัญญาหรือยอดพีระมิด กลุ่มนี้จะส่งเสริมกันและกันเพื่อความเจริญก้าวหน้า แลกเปลี่ยนความรู้ ส่งเสริมความสามารถ มีลักษณะเสนอแนะ และเป็นผู้นำ อีก 90 เปอร์เซ็นต์ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 30 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มที่ 1 จะเห็นด้วยในเรื่องที่เรานำเสนอผ่านจอ กลุ่มที่ 2 จะไม่เห็นด้วย เขาจะแสดงกิริยาผ่านภาษาพิมพ์ที่แย่ เราต้องเมิน ห้ามโต้ตอบทุกกรณี กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มเฉย ๆ พร้อมจะรับรู้ในสิ่งที่เรานำเสนอ เราต้องช้อนกลุ่มเฉย ๆ ขึ้นมาหากลุ่มเห็นด้วยให้ได้ สำหรับกลุ่มไม่เห็นด้วย 30 เปอร์เซ็นต์ ก็ปล่อยไป

สิ่งที่พวกเราต่อสู้ทั้งที่รู้ว่าสู้เขาไม่ได้คือคณิตศาสตร์และอัลกอริทึม เพราะเรามองเห็นว่า เขาไม่ได้ส่งเสริมความสามารถพิเศษของมนุษย์จริง ๆ เช่น การปิดตาของผู้ติดตามเรา (ถ้าเขาประกาศรับที่ปรึกษาก็อยากเสนอตัวเข้าไปพัฒนาอัลกอริทึมกับเอไอ เพื่อส่งเสริมให้มนุษย์เก่งและดีมายืนอย่างสง่างามระดับท็อปของประเทศ)

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

ร่ายยาวเรื่องชีวิตตั้งแต่บนผืนนาเข้าสู่เมืองกรุงมาตั้งนาน ถือเป็นการสรุปเรื่องราว 77 ปีได้อย่างครบถ้วน

หลังจากนี้ หากใครยังอยากรู้จักลุงหงอกมากขึ้น หรืออยากฟังเสียงขันก่อนนอน ที่จะพาทุกท่านไปพบกับความสงบก็ไปติดตามกันได้ที่ TikTok ช่อง LoongNgork GigGog TikTok Family

ตอนนี้ลุงหงอกขอลาไปก่อน

“สาธุ อามีน อาเมน โอม อามิตาพุทธ แทงคิว เวรี่บิ้ก!” ปิดท้ายตามสไตล์ลุงหงอกจ้า

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

ไกรสร พรหมพิทักษ์

ลูกชาวนาเต็มขั้น ผู้มีแต่กำปั้นกับหัวใจ เกิดที่ไหนไม่เกิด เกิดกลางทุ่งนาในขณะแม่ดำนา ศิษย์พระตถาคต ผู้อยู่หางแถว รู้แล้วมาบอก มีแล้วจึงนำมาให้

Photographer

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา

“หยุดเวลาไว้ในภาพใบนั้น โอบกอดวันวานไว้ในกล้องตัวเก่า โลกสุขสว่างหรือซึมเศร้า งามหรือเหงา ล้วนมีค่าเท่าๆ กัน” เกิดมาเป็นผู้บันทึก มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวมากมาย ขอบคุณทุกฉากชีวิตที่ผ่านมา แม้เพียงครั้งหนึ่งยังคิดถึงเสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load