ไม่แน่ใจว่าควรนับ ‘ห้องน้ำสาธารณะ’ เป็นพื้นที่สาธารณะไหม แต่โดยคำนิยาม มันคือ สาธารณูปการ (Public Facilities) ซึ่งเมืองทุกเมืองจำเป็นต้องมีการบริการสาธารณะที่สะดวกและเพียงพอต่อการใช้งาน เพราะนี่ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการสร้างเมืองให้น่าอยู่ไม่แพ้การสร้าง Public Space อื่นๆ เลย

ทุกคนคงเคยปวดท้องเข้าห้องน้ำระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะเดินๆ อยู่ตามท้องถนน ตอนนั่งรถสาธารณะ หรือกำลังขับรถ แวบแรกที่เราจะนึกถึง คงไม่พ้นห้องน้ำตามห้างสรรพสินค้าหรือปั๊มน้ำมัน

และถ้าเราจัดว่าห้องน้ำหรือการปลดทุกข์ เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่สุดในการใช้ชีวิต การที่ห้องน้ำส่วนใหญ่อยู่ในที่เหล่านี้นั้น ก็อาจชี้ให้เห็นว่าในบริบทของสังคมไทย ให้ความสำคัญกับพื้นที่ Commercial Space และการสัญจรโดยรถยนต์มากกว่า ทำให้พื้นที่ในเมืองยังขาดแคลนสิ่งจำเป็นพื้นฐานอย่างห้องน้ำ คอลัมน์ Public Space ครั้งนี้ เลยอยากยกตัวอย่างห้องน้ำสาธาณะที่ไม่ได้เจ๋งแค่ดีไซน์ แต่ยังคิดเพื่อเมืองอย่างรอบด้านมาเล่าให้ฟัง 

NO-BOUNDARY Toilet เมืองจีนสร้างห้องน้ำสาธารณะในสวน โดยไม่ตัดต้นไม้สักต้น

ห้องน้ำนั้น สำคัญไฉน

จริงๆ แล้ว ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวันส้วมโลกของ World Toilet Organization (WTO) เมื่อ พ.ศ. 2549 และกรมอนามัยก็มีแผนพัฒนาห้องน้ำสาธารณะโดยเน้น 3 เรื่อง คือ ความสะอาด มีจำนวนเพียงพอ และปลอดภัย ซึ่งขณะนี้อยู่ในแผนแม่บทพัฒนาห้องน้ำสาธารณะไทยระยะที่ 4 (พ.ศ. 2560 – 2564) นั่นคือ ส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมการใช้ห้องน้ำที่ถูกต้องเพิ่มมากขึ้น และพัฒนาการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืน โดยนำสิ่งปฏิกูลมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร และผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลอย่างถูกหลักสุขาภิบาล 

และตั้งแต่ พ.ศ. 2552 ก็มีการพัฒนาสุขลักษณะห้องน้ำสาธารณะมาอย่างต่อเนื่องใน 12 ที่ ได้แก่ ศาสนสถาน สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ตลาดสด ร้านอาหาร โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า สถานที่ราชการ แหล่งท่องเที่ยว สวนสาธารณะ สถานศึกษา สถานีขนส่ง และห้องน้ำริมทาง นั่นแปลว่าเราให้ความสำคัญกับส้วมมาแต่ไหนแต่ไร

แต่ใน พ.ศ. 2561 ประเมินว่ามีห้องน้ำสาธารณะในพื้นที่รับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร พร้อมใช้งานเพียงร้อยละ 60 ซึ่งถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ ในต่างประเทศนั้น ยังถือว่ายังไม่มากพอ และการมีห้องน้ำสาธารณะเดี่ยวๆ โดยไม่ไปผูกติดกับสถานที่ที่ว่ามานั้นน้อยมากจนเราแทบนึกไม่ออก 

ส้วมโลก ไปถึงไหนแล้ว

เพื่อต่อสู้กับปัญหาห้องน้ำไม่พอใช้ ในเมืองใหญ่ของหลายประเทศมีการพัฒนาห้องน้ำสาธารณะด้วยคอนเซปต์ใหม่ๆ อย่างเช่นที่นอร์เวย์ มาริต จัสติน เฮาเจน (Marit Justine Haugen) และ แดน โซฮาร์ (Dan Zohar) สร้างห้องสุขาในเมือง Uredd ระหว่างเส้นทางชมธรรมชาติ Helgelandskysten ที่สวยสลบจนกลายเป็นจุดชมวิวไปด้วย

NO-BOUNDARY Toilet เมืองจีนสร้างห้องน้ำสาธารณะในสวน โดยไม่ตัดต้นไม้สักต้น
ภาพ : Lars Grimsby/Statensvegvesen

โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น หาห้องน้ำสาธารณะได้ง่ายมาก แทบจะมีทุกมุมถนน อย่างล่าสุด ชิเงรุ บัน (Shigeru Ban) ใช้กระจกสีที่ปรับใส-ทึบได้เอง มาแก้ปัญหาส้วมที่มืดทึบ อันตราย ซึ่งเหล่านี้คือวิธีใช้การออกแบบเป็นกลยุทธ์เรียกร้องให้คนหันมาสนใจความสำคัญของห้องน้ำสาธารณะและรักษาความสะอาดไปในตัว

NO-BOUNDARY Toilet เมืองจีนสร้างห้องน้ำสาธารณะในสวน โดยไม่ตัดต้นไม้สักต้น
ภาพ : The Nippon Foundation

นอกจากนี้ การสำรวจโดย University College London ยังชี้ให้เห็นว่า จำนวนและการเข้าถึงห้องน้ำสาธารณะเป็นตัวชี้วัดจำนวนคนใช้ขนส่งสาธารณะได้ โดยถ้าพูดกันตามหลักของการออกแบบผังเมืองแบบ New Urbanism ที่นำมาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายตั้งแต่ ค.ศ. 1990 ในหลายประเทศตะวันตก การวางผังเมืองให้มีห้องน้ำสาธารณะที่น่าใช้และเข้าถึงได้ง่ายนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประชากรใช้เวลาในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น และนำไปสู่การสร้างเมืองที่รองรับกิจกรรมอันหลากหลายและเกิดพื้นที่สาธารณะเพิ่ม

Yes!, NO-BOUNDARY Toilet

หนึ่งในโปรเจกต์ห้องน้ำสาธารณะที่เล่าอยากเล่าถึงยาวๆ อยู่ในประเทศทวีปเอเชีย แถมยังอยู่ในประเทศจีน ที่ที่ใครๆ ก็เคยยี้เรื่องส้วม

ตั้งแต่ ค.ศ. 2017 จีนได้มีโครงการปฏิวัติห้องน้ำให้มีมาตรฐานอย่างขะมักเขม้น คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นราว 64,000 แห่งให้เพียงพอต่อการใช้งาน โดยหลักๆ นอกจากเรื่องความสะอาดแล้ว ยังพยายามเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

NO-BOUNDARY Toilet ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมทางทิศเหนือของเมืองเซินเจิ้น ในเขตรอยต่อระหว่างพื้นที่อุตสาหกรรมกับพื้นที่อยู่อาศัยบนถนน Beihuan และ Yiyuan

ส้วมสาธารณะแห่งนี้เป็นโปรเจกต์ของส่วนพัฒนาเมืองเขต Nanshan ออกแบบโดยบริษัท ZHUBO-AAO ดังนั้น แนวทางการออกแบบจึงพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะอย่างไร้ขอบเขตไปด้วย

การออกแบบอย่างไร้ขอบเขตแรก เป็นเรื่องการดีไซน์ที่ตั้งใจให้อยู่ร่วมกับต้นไม้เดิมในพื้นที่ประมาน 30 ตารางเมตร และจะไม่มีการรื้อถอดหรือตัดต้นไม้เลยสักต้น จึงใช้ต้นไม้เหล่านั้นมาแบ่งฟังก์ชันพื้นที่การใช้งาน หากมองจากมุมสูงจะเห็นความคดโค้ง หลบต้นไม้แต่ละต้นได้อย่างเจ๋ง และไม่มีการสร้างกำแพงสูงกั้น ลดปัญหาเรื่องความปลอดภัย ใช้แนวต้นไม้เดิมและผนังเตี้ยกั้นสัดส่วน

NO-BOUNDARY Toilet เมืองจีนสร้างห้องน้ำสาธารณะในสวน โดยไม่ตัดต้นไม้สักต้น

การไร้ขอบเขตอย่างที่ 2 คือเปิดรับธรรมชาติอย่างไร้ขอบเขต โดยเน้นไปยังการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้กับการมองเห็นธรรมชาติ การวางแปลนจึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ด้านในซึ่งเป็นห้องน้ำแบบปิด หากแหงนหน้าขึ้นไปมองจะเป็นกระจกใส ข้อดีแรกช่วยเรื่องการเปิดรับแสง ลดใช้พลังงาน ส่วนอีกอย่างคือได้ใกล้ชิดธรรมชาติขณะปลดทุกข์ ส่วนด้านนอกเป็นโถฉี่กลางแจ้ง

NO-BOUNDARY Toilet เมืองจีนสร้างห้องน้ำสาธารณะในสวน โดยไม่ตัดต้นไม้สักต้น
NO-BOUNDARY Toilet เมืองจีนสร้างห้องน้ำสาธารณะในสวน โดยไม่ตัดต้นไม้สักต้น

และการไร้ขอบเขตอย่างที่ 3 เป็นเรื่องของวัสดุที่ใช้กระจกแทนผนัง (8K Mirror Stainless Steel) เพื่อสะท้อนต้นไม้โดยรอบ และซ่อนตัวสถาปัตยกรรมไว้อย่างแนบเนียน มองเผินๆ ราวกับห้องน้ำนี้เป็นส่วนหนึ่งของสวน กลมกลืน ไม่เป็นมลพิษทางสายตา

NO-BOUNDARY Toilet เมืองจีนสร้างห้องน้ำสาธารณะในสวน โดยไม่ตัดต้นไม้สักต้น

ออกแบบให้มีความเท่าเทียม

นอกจากการออกแบบให้ร่วมกับธรรมชาติเดิมแล้ว เขายังคำนึงถึงการอยู่ร่วมกันของคนด้วย
NO-BOUNDARY Toilet ออกแบบโดยหลัก Universal Design เป็นห้องน้ำแบบไม่แบ่งเพศ ใช้งานได้ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้พิการ ที่น่ารักคือการดีไซน์ห้องผนังเตี้ยแยกสำหรับเด็กชาย ซึ่งเป็นการช่วยลดการกดน้ำที่มากเกินไป และช่วยให้เด็กเข้าห้องน้ำเองได้ ไม่ต้องทนเขินอายหากต้องเข้าไปพร้อมกับผู้ปกครอง และผู้ปกครองก็ยังมองเห็นลูกอยู่ในสายตาระหว่างรออยู่ในสวน เช่นเดียวกับห้องน้ำสำหรับเด็กหญิงที่อยู่ในโซนส้วม

NO-BOUNDARY Toilet เมืองจีนสร้างห้องน้ำสาธารณะในสวน โดยไม่ตัดต้นไม้สักต้น
NO-BOUNDARY Toilet เมืองจีนสร้างห้องน้ำสาธารณะในสวน โดยไม่ตัดต้นไม้สักต้น

สุขาแห่งนี้ยังเป็น Smart Toilet มีการติดตั้ง Sensor IOT ต่างๆ สำหรับตรวจจับและแจ้งเตือนการเกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำ มีหน้าจอรายงานค่าคุณภาพอากาศและสภาพอากาศ และผู้มาใช้สแกน QR Code ไปแสดงความพึงพอใจในการใช้ห้องน้ำและพื้นที่สวนโดยรอบได้ด้วย

NO-BOUNDARY Toilet เมืองจีนสร้างห้องน้ำสาธารณะในสวน โดยไม่ตัดต้นไม้สักต้น

หลังสร้างเสร็จใน ค.ศ. 2018 NO-BOUNDARY Toilet ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้มาตลอด และมีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 500 คนต่อวัน

การสร้างห้องน้ำสาธารณะ นอกจากเติมเต็มบริการสาธารณะที่สะดวก (Convenient Public Service) สำหรับการอยู่อาศัยในเมืองแล้ว ยังช่วยให้เมืองน่าอยู่จากการการสร้าง Public Space แบบใหม่ เกิดเป็นสวนหย่อมสาธารณะ (Pocket Park) ควบคู่กันไป 

ที่สำคัญ เป็น Soft Power ที่ช่วยปลูกฝังเรื่องมารยาทการใช้ห้องน้ำในพื้นที่สาธารณะและการรักษาความสะอาดทั้งสถานที่ไปจนถึงจิตใจ สมกับเป็นที่ปลดทุกข์และสุขาดังชื่อ

NO-BOUNDARY Toilet เมืองจีนสร้างห้องน้ำสาธารณะในสวน โดยไม่ตัดต้นไม้สักต้น
ภาพ : Chao Zhang, John Siu, Junda Li, Yaomin Hu

ข้อมูลอ้างอิง

www.mooool.com/

www.archdaily.com/

www.bangkokbiznews.com/news/detail/916983

Greed, Clara. (2006). The role of the public toilet: Pathogen transmitter or health facilitator?. Building Services Engineering Research & Technology – BUILD SERV ENG RES TECHNOL. 27. 127-139. 10.1191/0143624406bt151oa. 

Washington, Kate. (2014). Go Before You Go: How Public Toilets Impact Public Transit Usage. McNair Scholars Online Journal. 8. 46-72. 10.15760/mcnair.2014.46. 

Bichard, J.-A., Hanson, J., & Greed, C. (2013). Access to the built environment/barriers, chains and missing links. University College London, London, England.

Writers

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

ปัณณ์ เสริมชัยวงศ์

โตมาในเมืองใหญ่ รักในการเดิน คอยมองหาเรื่องราวใหม่ๆ ให้เรียนรู้ในทุกวัน

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

‘หัวหิน’ เป็นทะเลโปรดของคนไทยมานาน เริ่มตั้งแต่มีการสร้างทางรถไฟสายใต้มาถึงหัวหินเมื่อ พ.ศ. 2454 จากนั้นก็มีการสร้างบ้านพักของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ สร้าง ‘โรงแรมรถไฟ’ โรงแรมชายทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งพาให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศชายทะเลแห่งแรกของประเทศไทยไปด้วย

วันเวลาผ่านไป บ้านเราก็ผุดแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาอีกนับไม่ถ้วน แต่ถึงอย่างนั้น หากอยากไปพักผ่อนกายใจกับญาติมิตรในช่วงวันหยุดสั้น ๆ หัวหินก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนนึกถึง ด้วยความน่ารักเรียบง่ายของเมือง ความสวยที่จับต้องได้ของชายหาด และที่สำคัญคือเดินทางง่าย ถ้าเทียบกับการนั่งรถจากภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศลงไปเที่ยวทะเลใต้

แต่ในความคลาสสิกนั้น ก็ยังมีสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่

“หัวหินเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวมาก แต่ไม่ค่อยมีพื้นที่สาธารณะติดทะเลที่ให้คนเข้าไปได้โดยไม่ต้องเสียเงิน ถ้าลองนึกดู เวลาไปหัวหิน เราก็ต้องไปพักโรงแรม เดินเข้าร้านอาหาร เราถึงจะไปทะเลได้” ปุ๊ก สถาปนิกชุมชนว่า

และมากไปกว่าพื้นที่ติดทะเลที่นักท่องเที่ยวต้องการ ‘พื้นที่สาธารณะดี ๆ’ สำหรับให้เจ้าบ้านใช้พบปะพูดคุยกัน ออกกำลังกาย เข้าไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็เรียกว่ายังขาดแคลนการพัฒนายิ่งกว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวเสียอีก

ด้วยเหตุนี้ พื้นที่สุดท้ายจาก 8 พื้นที่ ใน ‘โครงการลานกีฬาวัฒนธรรมชุมชน’ โครงการที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือร่วมกับท้องถิ่น 4 จังหวัดภาคกลางตอนล่าง จึงมาอยู่ที่หัวหิน

ปุ๊ก-นฤมล พลดงนอก สถาปนิกชุมชน และ เป้-รัฐพงศ์ ปิ่นแก้ว ภูมิสถาปนิกจากสถาบันอาศรมศิลป์ จะมาแชร์เรื่องราวของโปรเจกต์เนรมิตสวนหลวงราชินีที่ทรุดโทรม 19 ไร่ และพื้นที่ข้างเคียงอีก 6 ไร่ ให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่เดียวในหัวหิน ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของคนท้องถิ่นและผู้มาเยือน ทั้งการออกกำลังกาย เล่นกีฬา การจัดงานแฟร์ การทำกิจกรรมทางวัฒนธรรม การค้าขาย การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และการพักผ่อนริมทะเลโดยไม่ต้องเสียเงินเข้า

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

ตามหาพื้นที่ที่ใช่

อาศรมศิลป์ได้เข้าหาเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เพื่อคุยในขั้นแรก

“พอเราอธิบายโครงการและเป้าหมายที่อยากจะพัฒนาพื้นที่สาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ทางเทศบาลเขาก็เห็นด้วยและชอบมาก เพราะว่ามันไปตรงกับโครงการที่เขาทำอยู่แล้ว คือ หัวหินสร้างสุข” ปุ๊กเริ่มเล่าที่การพูดคุยกับท้องถิ่น

จากนั้นเทศบาลก็เตรียมหลากหลายพื้นที่ในความดูแลมาเสนอทีมออกแบบ แล้วทีมออกแบบก็ทำ Site Analysis วิเคราะห์ไซต์กลับไปให้เทศบาล

เทศบาลเสนอมาทั้งหมด 4 พื้นที่ด้วยกัน ได้แก่ พื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่า พื้นที่ริมคลองใกล้โรงเรียนเขาตะเกียบ พื้นที่เลียบคลองบริเวณชุมชนบ่อฝ้าย และสวนหลวงราชินี 19 ไร่

“จากการวิเคราะห์ทุกพื้นที่ เราคิดว่าสวนหลวงราชินีนี่แหละที่ทำแล้วเกิดประโยชน์มากที่สุด ตอบโจทย์คนในชุมชน แล้วก็เป็นพื้นที่ของเทศบาล การจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่น่าจะทำได้ง่าย” ปุ๊กสรุปการตัดสินใจให้เราฟัง ซึ่งหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่เลือกพื้นที่นี้มาดำเนินโครงการ คือการที่มีส่วนหนึ่งติดทะเล

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

“จริง ๆ ตรงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะอยู่แล้วนะคะ แต่เริ่มเก่า และยังต้องพัฒนาให้ใช้งานได้ดีขึ้น”

สวนหลวงราชินี 19 ไร่ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกที่มีบริเวณใหญ่ที่สุดเป็นศูนย์รวมราชการ มีอาคารตำรวจท่องเที่ยว ศูนย์ดับเพลิง มีการสร้างเป็นศูนย์โอท็อปไว้ แต่ไม่มีการจัดการที่ดีจึงเริ่มรกร้าง มีส่วนออกกำลังกายอย่างคอร์ทแบดมินตัน สนามฟุตซอล และมีพื้นที่ลานคอนกรีตขนาดใหญ่ที่คนหัวหินใช้จัดมหกรรมงานแฟร์ต่าง ๆ ปีละ 1 – 2 ครั้ง ส่วนที่สองเป็นพื้นที่ติดทะเลที่รอการพัฒนา

นอกจากนี้ ยังมีบริเวณที่เชื่อมต่อกับสวนหลวงราชินีอีก 6 ไร่ ซึ่งเทศบาลให้เพิ่มเติมมา เดิมทีเป็นพื้นที่รกร้าง และมีคลองสำหรับระบายน้ำจากตัวเมืองลงทะเล เมื่อรวมสวนหลวงราชินีและพื้นที่ที่เพิ่มมาแล้ว ก็จะมีพื้นที่โครงการทั้งหมด 25 ไร่

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

รู้จักคนหัวหิน

“หลังจากคุยกับเทศบาล เราก็ลงชุมชนเพื่อสำรวจ ทำความรู้จัก ถามความเห็นชาวบ้านเบื้องต้น” โฟกัสกรุ๊ป เป็นงานพาร์ตสำคัญที่ทีมสถาปนิกชุมชนจะได้ไปเห็นบริบทเดิม มองภาพกิจกรรม หรือภาพคนในพื้นที่ออก งานนี้กินเวลา 2 วันในการคุยกับกลุ่มชาวบ้านต่าง ๆ

“เราลงไปที่ชุมชนของเขา ก็เลยได้รู้ว่าป้า ๆ เขาอยู่กันแบบนี้นะ ที่เขาเป็นกลุ่มลีลาศ เขาเต้นกันอยู่ตรงนี้นะ สมาชิกเขามีเท่าไหร่” ปุ๊กบอกว่าหัวหินมีกลุ่มกิจกรรมที่แน่นแฟ้น สถาปนิกจึงต้องทำการบ้านเรื่องนี้ให้มาก

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

เมื่อรู้จักชุมชนเบื้องต้นแล้ว อาศรมศิลป์ก็จัดเวทีใหญ่ที่เทศบาล เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากคนในพื้นที่

“เวทีที่นี่คนมาเยอะมาก อยากได้กี่คนก็บอกได้เลย ถ้าขอ 80 ก็ได้ 100 ขอ 100 ก็ได้ 150” ปุ๊กเล่าอย่างอารมณ์ดี หัวหินเป็นอีกที่ที่เธอประทับใจเรื่องการมีส่วนร่วมมาก “ทุกคนอยากมาแสดงความคิดเห็น เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สำคัญ พอเขารู้ว่าเทศบาลจะพัฒนา ทุกคนก็ตื่นเต้น อยากมาร่วมรับฟัง”

“พื้นที่สาธารณะที่หัวหินมีอยู่มันไม่ตอบโจทย์ ไม่เอื้อให้คนมาใช้งาน ทุกคนมองแต่เรื่องท่องเที่ยว เรื่องทะเล แต่เรื่องพื้นที่สุขภาวะที่มาจากความต้องการของคนในพื้นที่ยังไม่ค่อยได้รับการพัฒนาเท่าไหร่”

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย
ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

คนนับร้อยในวันนั้นคือกลุ่มคนที่เทศบาลเชิญมา มีทั้งกลุ่มผู้ใช้งานเดิม หน่วยงานราชการที่อยู่ในพื้นที่ กลุ่มชุมชนที่อยู่ในละแวกนั้น กลุ่มกิจกรรมที่คิดว่าจะมาใช้งาน อย่างกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มลีลาศ กลุ่มกีฬา แบดมินตัน ฟุตซอล และโรงเรียนต่าง ๆ

“นอกจากจะมีคนในชุมชนโดยทั่วไปแล้ว พ่อค้าแม่ค้าก็เข้ามา ส่วนใหญ่เขาจะกลัวการถูกไล่ที่ เวลาเราไปเดินลงไซต์ แล้วดูเหมือนเป็นคนมาพัฒนาพื้นที่ เขาถามเราว่าจะไล่ที่เขาไหม” เป้พูด ปกติแล้วในสวนหลวงราชินีจะมีร้านค้า บ้างเป็นรถเข็นหาบเร่แผงลอย บ้างก็เป็นซุ้มที่ได้สัมปทานขาย

สถาปนิกชุมชนได้นำความต้องการที่สำรวจจากชาวบ้านในวันนั้น มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากการลงชุมชนตอนแรก แล้วนำมาสรุปผลร่วมกัน จากนั้นก็ส่งไม้ต่อให้ทีมออกแบบแลนด์สเคปไปเก็บข้อมูลด้านกายภาพของสวนหลวงราชินี

“เราพาน้อง ๆ ในทีม 7 – 8 คน ไปเดินสำรวจ พูดคุยกับคนในสวนว่าเขามาทำอะไร ต้องการอะไรบ้าง พอตกเย็นเราก็มาเริ่ม Sketch Design กันว่าผังจะเป็นยังไง” ภูมิสถาปนิกอธิบายวิธีการทำงาน

ในที่สุดก็แบ่งพื้นที่ 25 ไร่ ออกมาเป็น 4 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ สวนเพื่อการออกกำลังกาย สวนศิลปะและวัฒนธรรม สวนแห่งการพักผ่อน และสวนแห่งการเรียนรู้

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

สร้างสวน-สร้างสุข

“คอนเซ็ปต์เราคือสวนสร้างสุข” เป้เล่าถึงแบบ Final ที่ได้

สร้างสุข หมายถึงทั้งสุขกายและสุขใจ ที่ชุมชนได้มีส่วนร่วมออกแบบตามความต้องการ มีการแบ่งโซนที่เหมาะสม แต่ก็เชื่อมต่อพื้นที่เพื่อการปฏิสัมพันธ์ ปลอดภัยสำหรับคนและรถ ทั้งยังมีการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ปรับปรุงระบบนิเวศด้วยแนวคิดของ ร.9 เป็นที่ระลึกที่สวนอยู่ใกล้วังไกลกังวล

“เราคงหลายฟังก์ชันไว้ที่ตำแหน่งเดิม เช่น สนามฟุตซอล สนามแบดมินตัน หรือเวที แล้วเราก็ปรับปรุงพื้นที่และแทรกกิจกรรมต่าง ๆ เข้าไป” เป้เริ่มอธิบายที่ส่วนแรก ‘สวนเพื่อการออกกำลังกาย’ “อย่างสนามฟุตซอลเดิม เราปรับปรุงพื้นผิวใหม่ให้มีความเป็นทะเล แล้วก็เพิ่มลู่วิ่งลูปเล็กที่จะเชื่อมต่อกับลูปใหญ่ข้างนอก”

“ตรงนี้เมื่อก่อนจะเป็นเวทีเดิม มีลานโล่งไว้จัดงานเทศกาลต่าง ๆ ปีละ 1 – 2 ครั้ง จริง ๆ เราอยากทำลานให้เป็นสวนเลยนะครับ แต่ชุมชนกังวลว่าจะจัดกิจกรรมไม่ได้ ก็เลยดีไซน์เป็นต้นไม้แทรกเข้าไป ลดความร้อนของพื้นที่ดาดแข็ง เพื่อให้คนมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ในทุก ๆ วัน และเมื่อถึงเวลาที่เขาจะใช้งานใหญ่ก็จัดได้ รถยนต์ก็ยังเข้าไปจอดได้เหมือนเดิม ส่วนเวทีเราก็ปรับปรุงให้ดีขึ้น”

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย
ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

พื้นที่สตรีทอาร์ตที่เคยมี นักออกแบบก็คงไว้ที่มุมเดิม เพิ่มเติมคือขยายพื้นที่ให้นักสร้างสรรค์ชาวหัวหินมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และจัดความเรียบร้อยให้ดี

สำหรับการแยกขยะเพื่อนำไปรียูส-รีไซเคิล ซึ่งเมืองนี้มีกลุ่มคนและนักเรียนที่จัดการเรื่องนี้อยู่แล้ว อาศรมศิลป์ก็ได้จัดทำ Station สำหรับแยกขยะให้เป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น รวมถึงศึกษาความต้องการของกลุ่มแยกขยะในการดีไซน์ Station ด้วย

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

“ส่วนต่อมาเป็นพื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรมครับ” เขาเล่าต่อเนื่องมาถึงส่วนที่ 2 “ตรงนี้มีอาคารเดิมเป็นศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์ขายของโอท็อป แล้วก็มีตำรวจท่องเที่ยว เราเลยยึดโยงกับเรื่องราวเดิม โดยเพิ่มพื้นที่ชาน ทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกอาคารให้คนเข้ามาใช้งานได้ มีคอร์ทสำหรับการแสดงศิลปวัฒนธรรม มีพื้นที่ให้ผู้สนใจในกิจกรรมนั่งดู”
แล้วกลุ่มกิจกรรมของหัวหิน อย่างป้า ๆ กลุ่มลีลาศที่เหล่าสถาปนิกชุมชนได้ไปเยี่ยมเยียนมาในตอนแรก ก็จะได้ใช้พื้นที่ศิลปวัฒนธรรมนี้ในการฝึกซ้อม

มาถึงส่วนพื้นที่ติดทะเล ซึ่งเรียกว่าเป็น ‘สวนแห่งการพักผ่อน’ สำหรับทำกิจกรรมสบาย ๆ

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

สถาปนิกพยายามรักษาลักษณะเดิมไว้ สนามเด็กเล่นที่มีก็ยังคงอยู่ แต่ปรับปรุงให้กลายเป็นธีมทะเล เพื่อให้เด็ก ๆ เรียนรู้เกี่ยวกับทะเลเมื่อได้มาเล่น มีการปรับปรุงศาลาให้ผู้สูงอายุมาพบปะพูดคุย นั่งเล่นหมากฮอร์สกัน

“แสดงดนตรีในสวนได้ด้วยนะครับ” เป้เปิดภาพ Amphitheatre ที่ทีมออกแบบให้เราดู “วันไปดูไซต์ เราเห็นกลุ่มดนตรีของหัวหินมาเล่นกัน ก็เลยเตรียมพื้นที่รองรับให้เขา”

ส่วนพื้นที่หน้าหาด ก็ปรับปรุงลดความดาดแข็งของโครงสร้างให้สวยงามน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ต่อไปคนหัวหินและนักท่องเที่ยว ก็จะเข้ามาทำกิจกรรมพร้อมดื่มด่ำวิวทะเลกับครอบครัวได้ที่นี่

ถนนด้านหน้าของสวนแห่งการพักผ่อนที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างแต่ละโซน ได้เปลี่ยนวัสดุปูพื้นให้มีความรู้สึกว่าเป็นถนนที่คนเดินถึงกันได้มากขึ้น ทำกิจกรรมได้มากขึ้น และรองรับร้านค้าต่าง ๆ ที่มาตั้งได้ พร้อมทั้งมีการทำที่จอดรถรองรับใกล้ ๆ เพื่อให้ผู้คนใช้วิธีจอดด้านนอกแล้วเดินเข้าไป แทนการขับต่อมาจอดถึงด้านใน และผ่านบริเวณที่เป็นจุดเชื่อมของแต่ละโซนนี้

“เราอยากเชื่อมแต่ละพื้นที่ให้คนแต่ละกลุ่มมีการปฏิสัมพันธ์กัน” เป้พูดถึงหนึ่งในแนวคิดของสวนสร้างสุข “อย่างคนที่มาเพื่อออกกำลังกาย เขาก็เชื่อมไปที่การเรียนรู้วัฒนธรรมได้ คนที่มาพักผ่อน ดูทะเล เขาก็จะศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมจากสวนแห่งการเรียนรู้ได้”

‘สวนแห่งการเรียนรู้’ ส่วนสุดท้ายที่เป้อธิบาย เป็น Station เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและการบำบัดน้ำ 

จากเดิมที่เป็นจุดรับน้ำเสียจากตัวเมืองหัวหินอยู่แล้ว ทางภูมิสถาปนิกก็ได้ศึกษาจากกรณีโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย แล้วปรับปรุงระบบที่นี่ให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จากตอนแรกที่เป็นคอนกรีต ก็ปรับปรุงใหม่ มีการปลูกต้นไม้น้ำเพื่อลดความเป็นดาดแข็งลงไป โดยเลือกพืชพรรณที่ทนความเค็มและเน้นต้นไม้ท้องถิ่น ซึ่งผู้ที่ได้มาเยือนสวนแห่งการเรียนรู้นี้ จะได้เรียนรู้กระบวนการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่ทะเลในบรรยากาศที่น่าเดินเล่น

“เราเพิ่มแลนด์มาร์กตรงส่วนนี้เป็นหอชมวิว ขึ้นไปชมเมืองหัวหินและวิวทะเลได้” เป้บอกกับเราว่านี่เป็นการเพิ่มจุดสนใจให้คนเดินมาเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ ซึ่งนอกจากคนที่มาใช้สวนจะเข้ามาชมได้แล้ว เมื่อปรับปรุงใหม่จะเปิดทางเข้าบริเวณหลังวัดไกลกังวล เพื่อให้คนจากวัดเข้ามาใช้ได้ด้วย

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

หัวหินหลากมิติ

“บางทีคนจะมองแค่เรื่องเศรษฐกิจ พัฒนาพื้นที่แค่แหล่งท่องเที่ยว แต่ลืมเรื่องคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วคนที่ขับเคลื่อนเรื่องพวกนี้ ก็คือคนหัวหินที่ทำอาชีพบริการ ทำอาชีพค้าขาย เราต้องให้ทำเขาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี” ปุ๊กพูดในฐานะคนนอกที่เข้าไปคลุกคลีกับคนท้องถิ่นจนผูกพัน

“ถ้ากายดี ใจดี สังคมดี มันจะส่งผลไปเรื่องเศรษฐกิจเอง”

จากที่มองเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไป ตอนนี้หากนึกถึงหัวหิน ปุ๊กเห็น ‘คน’ มากขึ้น เวลาไปเธอก็จะชอบเข้าไปคุยกับคน ดูว่าเขากำลังทำกิจกรรมอะไรกัน เธอได้รู้แล้วว่าที่นี่มีผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนเมืองไปในทุกวัน จนเป็นที่ที่คนไทยยังนึกถึง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่

“พื้นที่ 25 ไร่ ตรงนี้ ถ้ามัน Success คนก็จะรู้จักหัวหินในหลายมิติ” 

ทีมออกแบบวาดหวังว่า เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ พื้นที่เรียนรู้สวนหลวงราชินีนี้จะเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวแวะมาใช้เวลา มาดูสวนบำบัดน้ำ เดินช้อปของกินจากรถเข็น พาลูกชมคนหัวหินเล่นดนตรี มานั่งเล่นดูคลื่นอย่างสบายอารมณ์ร่วมกับคนในพื้นที่

แล้วทะเลหัวหินก็จะไม่เป็นเพียงของคนที่มาทานอาหารในร้านริมหาด หรือคนที่จ่ายเงินนอนโรงแรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นทะเลของทุกคนอย่างแท้จริง

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

ภาพ : สถาบันอาศรมศิลป์

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load