สำหรับหนุ่มสาวหรือคนทำงาน วันเวลาของเราล้วนเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและความสนุกสนาน แม้แต่วันเสาร์อาทิตย์ก็ยังมีกิจกรรมน่าตื่นเต้นหรือการพักผ่อนแสนสบายรออยู่

แต่สำหรับผู้สูงวัยหลายคน วันเวลาของพวกเขาทอดยาวและโดดเดี่ยว แม้แต่วันหยุดที่ใครหลายคนโหยหาก็กลับดูเงียบเหงาเกินรับไหว 

“บางครั้งวันหยุดก็ดูยาวนานเกินไป” คุณยาย Betti ชาวสก็อตแลนด์เคยอธิบายเอาไว้แบบนั้น 

และหากดูข้อมูล เราจะพบว่าความเหงาและโดดเดี่ยวของคนสูงวัยนั้นกลายเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก (โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิดที่ทำให้การพบเจอมนุษย์คนอื่นยิ่งยากเย็น)

ในรายงาน Social isolation and loneliness among older people ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุไว้ว่า ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมและความเหงาในกลุ่มผู้สูงอายุนั้นเป็นสิ่งที่แพร่หลาย 20 – 34 เปอร์เซ็นต์ของคนชราในจีน ยุโรป ละตินอเมริกัน และประเทศอเมริกาต้องเผชิญกับความเหงา ซึ่งทั้งความโดดเดี่ยวและความเหงานี้ส่งผลให้ผู้สูงวัยอายุสั้นลง รวมถึงทำร้ายสุขภาพกายใจและคุณภาพชีวิตด้วย 

อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มคนที่พยายามจะแก้ปัญหานี้ และนั่นทำให้คุณยาย Betti ได้เจอกับ Zoe อาสาสมัครซึ่งช่วยให้วันเวลาของคุณยายกลับมารื่นรมย์

“Zoe โทรมาหาฉันเมื่อวานตอนที่ฉันรู้สึกแย่ ๆ นิดหน่อย และช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้น”

Zoe คือหนึ่งในอาสาสามัครจาก No.1 Be-friending Agency องค์กรที่ช่วยดูแลสุขภาพใจผู้สูงวัยของสก็อตแลนด์ ผ่านการไปพูดคุยสานสัมพันธ์แบบเพื่อนถึงเพื่อนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ด้านล่างนี้คือเรื่องราวกิจการเพื่อสังคมที่ตั้งใจออกแบบทางแก้ปัญหา เพื่อช่วยให้หัวใจคุณตาคุณยายซึ่งหนาวเย็นจากความเหงาอบอุ่นอีกครั้ง

No.1 Be-friending Agency บริการอาสาเป็นเพื่อนผู้สูงวัย ให้คุณตาคุณยายไม่จมกับความเหง

เพราะแค่ดูแลสุขภาพกายไม่เพียงพอ 

No.1 Be-friending Agency เป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ก่อตั้งโดย Audrey Mutongi หญิงสาวซึ่งทำงานเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ

ประสบการณ์จากงานที่ทำบอก Audrey ว่า คุณตาคุณยายที่เธอดูแลนั้นไม่ได้ต้องการแค่การรักษาโรค แต่พวกเขาโหยหาสายสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกัน พูดอีกอย่างคือ จริง ๆ แล้ว คุณตาคุณยายยังอยากมีเพื่อนให้อุ่นใจด้วย

ในปี 2016 Audrey จึงตัดสินใจตั้งองค์กรที่ชื่อ No.1 Be-friending Agency เพื่อตอบโจทย์ปัญหาของผู้สูงวัย

เมื่อคุณตาคุณยายต้องการเพื่อน เธอและทีมก็จะเป็นเพื่อนให้พวกเขาเอง

No.1 Be-friending Agency บริการอาสาเป็นเพื่อนผู้สูงวัย ให้คุณตาคุณยายไม่จมกับความเหง
No.1 Be-friending Agency บริการอาสาเป็นเพื่อนผู้สูงวัย ให้คุณตาคุณยายไม่จมกับความเหง

ความสัมพันธ์ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมความหมาย 

No.1 Be-friending Agency ทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่ดีของคุณตาคุณยาย ผ่านการส่งอาสาสมัครที่ได้รับการอบรมแล้วไปพบปะพูดคุยกับพวกเขา

อาสาสมัครเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทักทายสอบถามข้อมูลทั่วไป แต่ตั้งใจถักทอความสัมพันธ์ที่ช่วยดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

ไม่ว่าจะเป็นการบริการเพื่อรักษาสุขภาพใจ ซึ่งมีทั้งแบบ Face to Face Be-friending ที่อาสาสมัครจะไปพบปะผู้สูงอายุสม่ำเสมอ เพื่อใช้เวลาทำกิจกรรมที่ชอบด้วยกัน เช่น จิบกาแฟ ช้อปปิ้ง รวมถึงทัวร์แกลเลอรี่ และแบบ Distance Be-friending ซึ่งทีมงานจะคอยโทรศัพท์ เขียนจดหมาย หรือเขียนอีเมลหาคุณตาคุณยายเป็นประจำ 

นอกจากนี้ No.1 Be-friending Agency ยังมีบริการสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม ซึ่งแบ่งเป็น Telephone Be-friending ที่เป็นการโทรหาคุณตาคุณยายสม่ำเสมอ เพื่อให้พวกเขายังเชื่อมต่อกับสังคมและรู้สึกมีคุณค่า และ Carer Be-friending หรือการที่อาสาสมัครและผู้ดูแลติดต่อกันเป็นประจำผ่านโทรศัพท์ จดหมาย หรืออีเมล เพื่อให้ผู้ที่ต้องดูแลคุณตาคุณยายได้พูดคุยถึงเรื่องของตัวเอง ไม่ต้องคุยแค่เรื่องผู้สูงวัยในความรับผิดชอบ

ยังไม่หมดเท่านั้น สำหรับคุณตาคุณยายในกลุ่มเปราะบาง องค์กรยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมพวกเขาไปสู่เครือข่ายที่ช่วยซัพพอร์ตได้ด้วย 

จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ No.1 Be-friending Agency ทำไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อน แต่มีความสัมพันธ์เรียบง่ายแต่อบอุ่นซึ่งดีต่อใจผู้สูงวัยเป็นตัวตั้ง 

และอีกเรื่องที่สำคัญคือ ทั้งหมดนี้คุณตาคุณยายไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงิน เนื่องจากองค์กรมีการขอรับทุนและหารายได้ด้วยตัวเองผ่านการก่อตั้ง No.1 Care Agency ธุรกิจเพื่อสังคมแบบ Not-for-profit ซึ่งให้บริการดูแลผู้สูงอายุแบบถึงที่บ้าน เพื่อให้พวกเขามีชีวิตคุณภาพในที่ที่คุ้นเคย โดยธุรกิจนี้เป็นที่นิยมขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่คุณตาคุณยายที่อยากได้บริการดูแลแบบ Person-centred 

No.1 Be-friending Agency จึงเป็นองค์กรที่มีทั้งการออกแบบทางแก้ปัญหาสำคัญของคุณตาคุณยาย ขณะเดียวกันก็มีการออกแบบโมเดลหารายได้ ซึ่งช่วยสนับสนุนให้บริการดีและฟรีนี้อยู่รอดต่อมา

แล้วนับจากปี 2016 No.1 Be-friending Agency ก็ช่วยดูแลหัวใจผู้สูงวัยในสก็อตแลนด์มาถึงปี 2021 แล้ว

ธุรกิจเพื่อสังคมสก็อตแลนด์ที่ช่วยแก้ปัญหาความเหงาโดดเดี่ยวให้ผู้สูงวัย ผ่านการสร้างสายสัมพันธ์ที่มีความหมาย
ธุรกิจเพื่อสังคมสก็อตแลนด์ที่ช่วยแก้ปัญหาความเหงาโดดเดี่ยวให้ผู้สูงวัย ผ่านการสร้างสายสัมพันธ์ที่มีความหมาย

องค์กรที่เติบโตไปเคียงข้างคุณตาคุณยาย

แม้ว่าโควิด-19 จะทำให้การเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนยากเย็นขึ้น แต่ No.1 Be-friending Agency ก็ยังมุ่งมั่นช่วยให้ผู้สูงอายุคลายเหงา 

นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020 ถึงเดือนตุลาคม 2021 องค์กรมีอาสาสมัครมาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยกันถึง 72 คน และมีชั่วโมงที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับคุณตาคุณยายทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่มรวมแล้วถึง 5,379 ชั่วโมง 

ขณะที่ในส่วนผลลัพธ์ 50 เปอร์เซ็นต์ของคุณตาคุณยายรู้สึกเหงาน้อยลง (วัดบนพื้นฐาน UCLA Loneliness Scale) ซึ่งอาจแปลความหมายได้ว่าความโดดเดี่ยวนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ยังมีงานให้องค์กรทำอีกมาก อย่างไรก็ตาม 83 เปอร์เซ็นต์ของผู้สูงวัยรู้สึกว่าได้เชื่อมโยงและปฏิสัมพันธ์กับสังคมมากขึ้น และ 100 เปอร์เซ็นต์ของคุณตาคุณยายซึ่งองค์กรไปถามความเห็นยืนยันว่า สนุกและรอคอยการโทรมาคุยกันรายสัปดาห์ของ No.1 Be-friending Agency 

“การมีเพื่อนแบบนี้ช่วยให้ฉันรับมือกับชีวิต และแน่นอนว่ารวมถึงการล็อกดาวน์ด้วย มันทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันยังมีชีวิต ว่าฉันเป็นบุคคล ว่าฉันมีความสำคัญ” Karen หนึ่งในคุณตาคุณยายที่ได้มีเพื่อนจากองค์กรนี้กล่าวไว้

แน่นอนว่าหลังจากนี้ No.1 Be-friending Agency ก็จะยังคงเดินหน้าเยียวยาหัวใจผู้สูงอายุต่อไป ด้วยบริการเรียบง่าย ซึ่งเราอาจอธิบายแก่นของมันได้ด้วย 2 คำสั้นสามัญ 

‘เห็นใจ’ และ ‘ใส่ใจ’ 

2 คำง่าย ๆ ที่ยังคงช่วยเปลี่ยนให้โลกดีขึ้นกว่าเดิมได้ทุกวัน 

ธุรกิจเพื่อสังคมสก็อตแลนด์ที่ช่วยแก้ปัญหาความเหงาโดดเดี่ยวให้ผู้สูงวัย ผ่านการสร้างสายสัมพันธ์ที่มีความหมาย

ข้อมูลอ้างอิง : 

รายงาน Social isolation and loneliness among older people

www.befriend.org.uk/

www.glasgowtimes.co.uk

www.pointsoflight.gov.uk

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

มีคำกล่าวกันว่า ‘ประวัติศาสตร์นั้นเขียนขึ้นโดยผู้ชนะ’ เราพบความจริงนี้ได้ในหลากหลายที่ ตั้งแต่ตำราเรียนของเด็ก ๆ จนถึงบันทึกประวัติศาสตร์เก่าแก่

เมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าของอำนาจ บางชื่อจึงอาจถูกลบ บางเหตุการณ์จึงอาจไม่ถูกพูดถึง ‘ความจริง’ ที่เราเห็นจึงอาจเป็นเพียงด้านเดียวของอดีต

แล้วทำอย่างไร เราถึงจะได้รู้ เพื่อเรียนรู้ว่าในวันวานมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ บ้าง

วันนี้ฉันจะมาเล่าให้คุณฟังถึงเคสหนึ่งที่ออกแบบให้ประวัติศาสตร์ได้ถูกบันทึกไว้ตามที่มันเป็น

ชื่อของเคสนี้คือ ‘Fortepan’ คลังภาพประวัติศาสตร์ออนไลน์ที่โด่งดังของประเทศฮังการีค่ะ

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Reményi József

คลังภาพถ่ายธรรมดา จากคนธรรมดา

ในช่วงกลางยุค 80 Miklós Tamási ผู้ก่อตั้ง Fortepan คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สนใจอยากคืนชีวิตให้ประวัติศาสตร์จากสายตาประชาชนฮังการี ซึ่งเขาเคยเห็นในหนังและภาพถ่าย

เพราะมีความฝันเช่นนี้ Tamási จึงมักแวะเวียนไปที่ถังขยะเพื่อเก็บภาพถ่ายเก่า ๆ ที่ผู้คนโละทิ้งมาสะสมไว้ และเข้าทำงานที่แกลเลอรี่ของมหาวิทยาลัย Central European ในขอบเขตงานที่เน้นเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์

ฟังดูเหมือนงานในฝัน แต่ที่นั่น Tamási พบความจริงว่า ภาพที่นำมาจัดแสดงล้วนมาจากมุมมองที่ถูกออกแบบไว้แล้ว ส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายเพื่อลงในสื่อต่าง ๆ ในที่สุดว่าที่ผู้ก่อตั้ง Fortepan ก็ทนไม่ไหว เขาตัดสินใจเปิดคลังภาพออนไลน์ของตัวเองในปี 2010 เพื่อบอกเล่าความจริงจากอีกฝั่งหนึ่งแทนที่ภาพถ่ายซึ่งคัดเลือกมาอย่างดีของนิทรรศการ คลังภาพนี้รวมภาพธรรมดาสามัญจากกล้องที่ถ่ายกันในครอบครัว

และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Fortepan คลังภาพออนไลน์ซึ่งได้ชื่อมาจากโรงงานผลิตฟิล์มถ่ายภาพ Forte ของประเทศฮังการี

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Dán Zsuzsanna
Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Magyar Rendőr

คลังภาพถ่ายที่ชวนประชาชนร่วมสร้างประวัติศาสตร์

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ Tamási ตั้งใจออกแบบให้คลังภาพของเขาเริ่มต้นในปี 1900 และสิ้นสุดในปี 1990

“ช่างภาพเริ่มออกไปเดินถ่ายภาพตามท้องถนนตั้งแต่ช่วงปี 1890 แต่เราหาภาพในช่วงนั้นไม่ค่อยได้ นั่นทำให้เราเลือกช่วงปี 1990 เป็นจุดเริ่มต้น” Tamási อธิบาย “จุดสิ้นสุดของคอลเลกชันภาพ Fortepan คือ ปี 1990 ซึ่งเป็นช่วงที่ฮังการีเปลี่ยนจากยุคสังคมนิยมสู่ระบอบประชาธิปไตย”

ถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกหยุดที่ตรงนี้ คำตอบของผู้ก่อตั้ง Fortepan คือระบอบประชาธิปไตยมาพร้อมกับทุนนิยม ซึ่งส่งผลให้ภาพถ่ายไม่คลาสสิกเหมือนก่อน

แน่นอนว่าภาพถ่ายยุคศตวรรษที่ 20 ยังมีอะไรอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของชนชั้น เมื่อมีเพียงครอบครัวร่ำรวยเท่านั้นที่ได้ครอบครองกล้องถ่ายรูป ทำให้แม้จะไม่ใช่ภาพออกสื่อ แต่ภาพ Home Photography ใน Fortepan ก็มักจะดูสวยงามอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ช่วงเวลานั้นยังมีเหตุการณ์สำคัญอย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ซึ่งมีภาพหลงเหลือมาน้อยนิด เพราะชาวยิวถูกห้ามไม่ให้มีกล้องถ่ายรูป

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Aradi Péter
Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Ambrus Tibor

เพราะอย่างนี้ Tamási จึงออกแบบให้คลังภาพออนไลน์ของเขาเปิดรับภาพถ่ายจากคนทั่วไป เพื่อให้ประวัติศาสตร์ไม่เว้าแหว่งขาดหาย ซึ่งหมายรวมถึงชาวฮังการีที่ต้องอพยพออกนอกประเทศ มากกว่านั้น นโยบายของคลังภาพยังเขียนขึ้นแบบเน้นความเท่าเทียม โดยเปิดให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ภาพเหล่านี้ได้ฟรี รวมถึงให้ผู้ใช้มาร่วมใส่แท็กใน Index ของคลังภาพได้

ด้วยความพยายามเช่นนี้ Fortepan จึงไม่ใช่เพียงคลังภาพเก่าทั่วไป แต่เป็นที่ซึ่งคนในฮังการีได้มาร่วมเติมเต็มประวัติศาสตร์ของประเทศ

เพราะความพยายามนี้ ในคลังภาพของ Tamási จึงมีภาพหลากหลายอย่างแท้จริง อาทิ ภาพหายากจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างภาพโรงงานผลิตแก้วในกรุงบูดาเปสต์ของ Carl Lutz ชาวสวิส ซึ่งเปิดให้ชาวยิวเชื้อสายฮังกาเรียนเข้ามาหลบซ่อนตัว โดยทางคลังภาพใช้เวลาครึ่งปีติดต่อกับลูกสาวของ Lutz และ Swiss Federal Institute of Technology in Zürich เพื่อให้ได้ภาพเหล่านี้มา

เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Reményi József
เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Agnes Hirschi

เมื่อเปิดกว้างและบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่เคยเห็นที่ไหน Fortepan ที่มีจุดเริ่มต้นจากชุดภาพถ่ายที่ Tamási สะสมไว้ จึงกลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ฮังการีที่ทรงพลังในที่สุด

คลังภาพที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2010 ด้วยไฟล์ภาพถ่ายประมาณ 5,000 ภาพ ในตอนนี้ Fortepan มีภาพมากกว่า 100,000 ภาพ และถูกใช้งานแพร่หลาย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งที่ร่วมบริจาคภาพถ่ายหรือไม่ ถ้าอยู่ในฮังการี เป็นไปได้สูงที่คุณมีสิทธิ์จะได้เห็นภาพจากคลังภาพออนไลน์นี้ผ่านตา

แม้ Tamási จะตั้งใจทำโปรเจกต์นี้แบบไม่แสวงหารายได้ ประชาชนฮังการีก็มักเลือกบริจาคเงินให้ Fortepan แทนห้องสมุดแห่งชาติหรือพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนชัดว่าพวกเขาเห็นคุณค่าคลังภาพนี้มากแค่ไหน

มีคำกล่าวกันว่า เราเรียนรู้จากอดีต และ Fortepan ก็คือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกคนได้รู้จักและเข้าใจอดีตตามที่มันเป็น

ที่สำคัญ เครื่องมือนี้ไม่ใช่สิ่งสลับซับซ้อนเข้าใจยาก หากตั้งใจมากพอ เราสามารถเห็น Fortepan เกิดขึ้นได้ทุกหนแห่ง ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในฮังการีเท่านั้น

แน่นอนว่ารวมถึงเมืองไทย ประเทศที่เราต่างรู้ดีว่ายังมีประวัติศาสตร์อีกหลายส่วนที่ขาดหาย ลบเลือน และไม่ถูกพูดถึง

เราพบเศษเสี้ยวของมันได้ในภาพถ่ายเก่าที่แชร์กันตามกลุ่มเฟซบุ๊กหรือพิพิธภัณฑ์ออนไลน์อย่างพิพิธภัณฑ์สามัญชน แต่ฉันเชื่อว่าแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากพลังประชาชนยังงอกงามต่อไปได้ยิ่งกว่านี้

เพราะต่อเมื่อเราได้เห็นประวัติศาสตร์ตามจริงเท่านั้น ประวัติศาสตร์จึงจะไม่ซ้ำรอย

เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Reményi József

ข้อมูลอ้างอิง 

fortepan.hu

hungarytoday.hu

hyperallergic.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load