13 Feb 2019
6 PAGES
10 K

นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ เข้าสู่วงการครั้งแรกในฐานะนายแบบโฆษณา ถึงขนาดมีคนตั้งกระทู้พันทิปตามหาว่าเขาคือใคร

คุณสมบัติที่เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตา บุคลิกภาพและการวางตัวที่ดี ส่งให้เขาเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่แบรนด์สินค้า สถานีโทรทัศน์ ค่ายภาพยนตร์ อยากร่วมงานด้วย

The Cloud ก็ด้วย

หลังจากค่ายหนังอารมณ์ดีปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ Friend Zone ระวัง…สิ้นสุดทางเพื่อน เราก็เห็นโอกาส จึงรับนัดหมายโดยเร็ว

หลังจากรับบทนักเรียนทุนเจ้าเสน่ห์ ในภาพยนตร์ พรจากฟ้า ที่ทำให้สาวๆ ทั้งเมืองซ้อมเต้นท่ามือตบแปะ ระวัง…สิ้นสุดทางเพื่อน คือผลงานพระเอกเต็มตัวครั้งแรกของเขา

ตามธรรมเนียมแล้ว เราจะชวนเขาคุยเรื่องการทำงาน ในบทบาทของ ‘ปาล์ม’ สจวร์ตหนุ่มเจ้าเสน่ห์ เจ้าของความสัมพันธ์ที่ไม่อาจข้ามเส้น แต่เมื่อแอบไปดูหนังรอบสื่อมวลชนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็เปลี่ยนใจ ขอเขียนต้นฉบับชิ้นนี้ใหม่

ภายใต้รอยยิ้มและนัยย์ตาเหยี่ยวนั้น นาย ณภัทร คือ ชายหนุ่มอายุ 22 ปี ที่ตั้งใจทำงานมากๆ คนหนึ่ง ยิ่งเมื่อรวมกับความสนใจส่วนตัว มุมมองลึกๆ ที่มีต่อผู้คน ราวกับผ่านขวบปีชีวิตมานาน ไม่ผิดสักนิดหากจะยกตำแหน่งดาวรุ่งแก่เขา

มากไปกว่านั้น คือ ความครุ่นคิดเกินวัยที่เราสนใจ

เราขอให้เขาอธิบายอยู่พักใหญ่ ตอนที่เขาบอกว่าตัวเองเป็น Loser ก่อนจะแอบมองตาอันเป็นประกายของเขายามพูดถึง เพลงอินดี้ที่ชอบ บรรยากาศความสนุกจากคอนเสิร์ต Blackpink และคอนเสิร์ตของ John Mayer ที่รอคอย

คุยกันถูกคอขนาดนี้

ระวัง…

นาย ณภัทร นาย ณภัทร

ในชีวิตจริง คุณมีวิธีเข้าหาคนที่คุณแอบชอบยังไง

เดินเข้าไปคุยเลย

 

บอกไปเลยว่าชอบ?

ไม่ได้ๆ มันต้องมีชั้นมีเชิงกันหน่อย เวลาเจอใครที่ทำให้รู้สึกประทับใจอยากคุย ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะเข้าไปแนะนำตัวทำความรู้จักนะ ถ้าไม่คุยก็คงไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่า

ผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อเรื่องความเป็นธรรมชาติ ซึ่งก็คือการเข้ากันได้ดีโดยไม่ต้องมีใครพยายามอะไรมากเกินไป ยิ่งถ้าชอบอะไรคล้ายๆ กัน รู้ใจกัน ก็คงจะดี

 

บทบาทของชายหนุ่มผู้อยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่อาจข้ามเส้นดึงดูดคุณยังไง

หลังจากอ่านบทไปเพียง 3 ตอน ผมพูดกับตัวเองในหัวเลยว่าบทนี้ต้องเป็นของเรา

 

อะไรทำให้ทีมงานเลือกคุณมารับบทนี้

ผมคิดว่าพี่หมูต้องเห็นคาแรกเตอร์ความ Loser ที่มีในตัวผมแน่ๆ ซึ่งตัวละครเอกของพี่หมูส่วนใหญ่จะมีความ Loser อยู่

 

นาย ณภัทร เนี่ยนะ Loser

ชีวิตจริงๆ ผม Loser นะ ตั้งแต่เรื่องจีบผู้หญิง การใช้ชีวิตเป็นเด็กเนิร์ดตั้งใจเรียนมากมาก่อน หรือแม้แต่เรื่องไม่ทันมุกหรือตลกไม่เท่าเพื่อนในกองถ่าย พวกเขาตลกกันมาก ขนาดผมขี้แกล้งยังไม่เท่าทันคนรอบตัว

 

วิธีการออกแบบให้ ‘ปาล์ม’ เป็นตัวละครแตกต่างจากตัวเอกในหนังแอบรักเพื่อนทั่วไป

มีคนเคยบอกว่า ถ้าอยากรู้จักใครให้ดูเพลย์ลิสต์ของเขา การทำงานกับตัวละครปาล์มก็เช่นกัน ผมสร้างเพลย์ลิสต์ขึ้นมา เพราะจำเป็นจะต้องรู้สึกอย่างที่ตัวละครรู้สึก ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะเพลงที่มีความหมาย แต่เป็นเมโลดี้ที่สร้าง Mood & Tone ให้กับตัวละคร เช่น เพลง San Francisco Street ของ Sun Rai

ผมมักจะฟังเมื่อต้องเข้าฉากกับนางเอก โดยตามบทผมต้องคอยทำให้เขาอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา ผมจะคอยคัดกรองเพลงให้เข้ากับสถานการณ์อยู่ตลอด

 

ในเมื่อความสัมพันธ์รักที่ไม่อาจข้ามเส้นนั้นช่างน่าอึดอัดเหลือเกิน ถ้าให้อำนาจคุณเขียนเรื่องราวของตัวเองขึ้นมาใหม่ เรื่องราวจะลงเอยยังไง

ผมจะเขียนว่า (นิ่งคิด) จริงๆ ผมเป็นคนใจร้อน ผมคงข้ามขั้นตอนไปเลย ไม่รอถึง 10 ปีแบบปาล์ม ก็บอกไปเลยว่าชอบ แต่ก็ต้องผ่านการคิดอย่างถี่ถ้วนดีแล้วก่อน ถ้าบอกแล้วจะดีขึ้นมั้ย และถ้าไม่บอกจะเป็นยังไง เป็นอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้วจริงเหรอ ก็ลองวัดความรู้สึกและจริงใจกับความรู้สึกตัวเอง นี่คงเป็นวิธีของผม

ในชีวิตจริง สำหรับผมความรู้สึกเป็นเรื่องที่โกหกยากมาก

 

ถ้าวันนี้ไม่ได้เป็นนักแสดง ตอนนี้นาย ณภัทร จะกำลังทำอะไรอยู่

คงทำอะไรหลายอย่างเลย ผมสนใจงานออกแบบ ดนตรี กีฬา กอล์ฟ ฟุตบอล ไปจนถึงการถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม ยังไงผมก็ไม่ทิ้งงานออกแบบ ผมตั้งใจจะใช้ความรู้จากงานออกแบบมาทำประโยชน์แก่สังคมให้ได้ปีละครั้ง ปีที่ผ่านมาผมใช้เวลา 8 เดือนในการออกแบบปฏิทินการกุศลนำรายได้ไปสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาเด็กที่ขาดแคลน ซึ่งน้อยคนจะรู้ว่าที่ผ่านมาผมเป็นนักเรียนทุนที่ได้รับโอกาสในเรื่องการเรียนหรือกีฬาจากผู้ใหญ่ใจดีมาตลอด ในวันที่ผมมีงานทำ มีรายได้จากการทำงานหนัก ผมก็อยากเป็นผู้ให้บ้าง เกิดเป็นโปรเจกต์สนับสนุนน้องๆ นักกีฬา 12 คน คัดเลือกจากจดหมายแนะนำตัว จึงได้รู้ว่ามีเด็กอย่างผมอยู่มากมาย

นาย ณภัทร นาย ณภัทร

ทำไมเลือกเรียนออกแบบนิเทศศิลป์

ผมชอบต่อเลโก้ตั้งแต่เด็ก โตมาหน่อยก็ชอบเล่นต่อวงจรไฟฟ้า เลื่อนไม้ ต่อไม้ สร้างกล่องประดิษฐ์สิ่งต่างๆ เริ่มรู้ตัวว่าชอบงานออกแบบ โครงสร้าง แสงและเงา จึงอยากเป็นสถาปนิก จนกระทั้งช่วงเลือกมหาวิทยาลัย ผมรู้สึกชอบบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในมหาวิทยาลัยมหิดลมาก อยู่ๆ ก็เดินเข้าไปคณะประยุกต์ศิลป์บอกว่า “ผมอยากเรียนที่นี่ อาจารย์ช่วยแนะนำอะไรหน่อยได้ไหมครับ” ผมรู้สึกอยากเรียนมันตอนนั้นเลย จนวันนี้ก็ยังรู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกมาก

 

ถ้าให้ออกแบบภาพภาพหนึ่งที่แทนความรู้สึกตัวคุณช่วงนี้ ภาพจะออกมาหน้าตายังไง

คงจะเป็นงานบนกระดาษขนาด A5 ที่มีรูปครึ่งวงกลมอยู่กลางกระดาษ ด้านในครึ่งวงกลมเป็นสีส้มที่ไล่ระดับสีลงมาเป็นสีขาว (Gradient) ผมรู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้ของผมคือการรอคอยเพื่อดูผลตอบรับในสิ่งที่เราทุ่มเทพลังลงไปทั้งหมด ผมไม่ได้คาดหวังเรื่องตัวเลขนะ แค่อยากเห็นรอยยิ้มของผู้ชมซึ่งผมตั้งใจจะเข้าไปดู Reaction ของคนในโรงภาพยนตร์ให้ได้มากที่สุด

 

ยังไง

ผมบอกตัวเองเสมอว่าผมมีความสุขมากแค่ไหนที่ได้รับบทบาทนี้ และไม่เคยเสียใจแม้แต่วินาทีเดียว ทุกครั้งที่ออกจากบ้านไปทำงานหนังเรื่องนี้ เราทุ่มเทให้เหมือนเป็นวันสุดท้ายจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เล่นหนังดีๆ แบบนี้อีกทีเมื่อไหร่ ทั้งหมดที่ทำก็เพื่ออยากเห็นคนดูส่งเสียงหัวเราะดังที่สุดในโรง พอๆ กับที่อยากให้เขาเสียน้ำตา ให้อารมณ์เหมือนไบโพลาร์

นาย ณภัทร นาย ณภัทร

กับกีฬาและดนตรี จริงจังถึงขั้นไหน

ผมเคยจริงจังกับกอล์ฟถึงขนาดที่เคยเกือบจะลาออกจากโรงเรียนเพื่อไปคัดตัวเป็นทีมชาติ แต่ตอนนี้เล่นเป็นงานอดิเรก ส่วนดนตรีหลังจากมีโอกาสเป็นแขกรับเชิญให้กับ วี-วิโอเลต วอเทียร์ ที่เทศกาลนั่งเล่นก็จุดประกายให้เราอยากทำดนตรีที่ส่งต่อพลังงานบวกให้ทุกคนบ้าง ซึ่งผมชอบฟังเพลงหลายๆ แนว ชอบไปคอนเสิร์ตมากๆ

 

เห็นนะว่าไปดู Blackpink มา

ใช่ๆ คอนเสิร์ตสนุกมาก จริงๆ ถ้าเป็นดนตรีผมจะอินง่ายมาก ฟังทุกแนวแต่ก็จะมีแนวเพลงที่ชอบ อย่าง Oh Wonder, Honne, Bruno Major, Kodaline หรือ John Mayer ก็รักมาก

 

กีฬาและดนตรีให้บทเรียนอะไรกับชีวิตบ้าง

ผมคิดว่าเป็นภูมิคุ้มกันชั้นดีของชีวิตเลยนะ เราพบว่ากีฬาช่วยทำให้ชุดความคิดเรื่องการเข้าสังคมแข็งแรงกว่าทั่วไป ทำให้รู้จักแพ้ ชนะ อภัย ขณะที่ดนตรีไม่ว่าจะสุขหรือซึ้งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะชีวิตที่ทำให้ชีวิตสนุกขึ้น

 

ใครๆ ก็ชื่นชมคุณ เพราะคุณคือ ‘นาย ณภัทร’ ผู้สมบูรณ์แบบ

เชื่อเถอะ ผมการันตีได้เลย มันไม่ได้สมบูรณ์แบบขนาดนั้น

ผมมีข้อเสีย เพราะผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ผมน่ะเด็กดื้อจะตาย ถ้าแม่บอกซ้าย ผมจะไปขวาตลอด ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ ผมไม่ได้เป็นคนเชื่อฟัง แต่เพราะแม่มีเหตุผลกับทุกเรื่องเสมอ ผมจึงรับฟัง เราจะคุยกันด้วยเหตุผลมากกว่า

 

อะไรคือเรื่องขบถที่สุดที่เคยทำ

ผมก็เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป แต่ไม่ขอเล่าดีกว่า เพราะไม่อยากให้แม่รู้

นาย ณภัทร

ตอนเด็กๆ ดูผลงานที่แม่แสดงบ้างไหม

ดูครับ ไปดูที่กองถ่ายเลย

 

รู้สึกยังไง

ตอนเด็กๆ ผมไม่ค่อยชอบเวลาได้ยินใครเรียกเราว่าเป็นลูกดารา และสำหรับผม อาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่ทุ่มเทมาก ตั้งแต่เด็กๆ ผมเห็นแม่อดมื้อกินมื้อเพื่อรักษาหุ่นของเขา ออกกำลังกายตลอดเวลา ต้องตื่นเช้าและนอนตรงเวลา ทุกอย่างคือวินัย และผมเห็นแม่ผมทำสิ่งนี้มาตลอด 30 ปีของเขา

วันที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้ก็รู้เลยว่าเรายิ่งต้องทุ่มเทให้มาก มีความเครียดเพราะต้องเล่นกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง ไม่เหมือนอาชีพอื่นๆ ที่ใช้ทักษะการวิเคราะห์

 

อะไรคือความเก่งกาจของแม่ที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้และคุณอยากอวดมากที่สุด

แม่ผมละเอียดรอบคอบมาก (รีบตอบทันที) เขาเป็นคนคิดสิ่งต่างๆ เป็นขั้นตอนและวางแผนล่วงหน้าไปไกลมาก ตอนนี้แม่เป็นทั้งผู้จัดการ บัญชี ทนาย และนักธุรกิจ

 

จริงไหม ที่คุณเคยให้สัมภาษณ์สื่อว่าชอบผู้หญิงที่เก่งเหมือนแม่

ชอบผู้หญิงชอบทำงาน ลงมือทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง มีเหตุมีผล

 

ผู้หญิงเก่งมีเสน่ห์ยังไง

บอกไม่ถูกเหมือนกัน

 

เรามักจะเจอคุณพร้อมรอยยิ้มเสมอ คุณมีเรื่องที่ยิ้มไม่ออกมั้ย

กระจายเลย

 

แล้วคุณบอกตัวเองหรือรับมือกับปัญหาที่เจออย่างไร

บอกตัวเองว่าเป็นเรื่องธรรมดา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หลังๆ ผมมองทุกอย่างในแง่บวกเยอะขึ้นมาก

นาย ณภัทร นาย ณภัทร

อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้หันมามองโลกในแง่บวกเยอะขึ้น

งานธีสิสจบผมชื่อ แกร่ง แกว่ง อยู่ที่จะเลือกมอง เป็นหนังสือที่ผมเขียน ถ่ายภาพ จัดวางรูปเล่มเองทั้งหมด เนื้อหาเป็นการเล่าเรื่องกฎไตรลักษณ์ผ่านหนังสือ 3 เล่ม นอกจากจะได้ตกผลึกและนำไปปรับใช้กับชีวิตแล้ว ธีสิสชิ้นนี้ยังทำให้ผมเรียนรู้วิธีการทำสื่อสิ่งพิมพ์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกชนิดกระดาษ เลือกเทคนิคการพิมพ์ ไปจนถึงขั้นตอนเย็บเล่ม เป็นงานที่รักและภูมิใจมากๆ ก่อนจะนำเนื้อหาในหนังสือไปต่อยอดเป็นปฏิทินปีใหม่ และนิทรรศการปฏิทินที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

 

คุณในวัย 22 มองความทุกข์เป็นเรื่องอะไร

มองเป็นเรื่องสนุก มองเป็นเรื่องดี

เวลาที่ทำงานหนัก รู้สึกเครียด หรือแม้แต่มีน้ำตา รู้สึกว่าเหนื่อยและล้าจนท้อ โคตรชอบเลย เพราะสิ่งเหล่านี้บอกว่าเรากำลังจะได้พัฒนาตัวเอง และสุดท้ายเรื่องนั้นก็มักจะผ่านไปด้วยดีเสมอ กลับกันงานไหนที่รู้สึกสบาย เราจะแอบคิดนิดนึงว่าเราทำถูกหรือมาถูกทางหรือเปล่า

 

นาย ณภัทร ทำงานหนักแค่ไหน

ในการทำงานภาพยนตร์ ไม่ได้มีแค่อ่านบทเพื่อไปออกกองถ่ายหนังแล้วจบไป ทุกอย่างคือการเตรียมตัว และการเตรียมตัวของผมคือทุกวัน ทุกวินาที ที่มันหนักเพราะเป็นงานที่เล่นความคิด อารมณ์ และความรู้สึก มีอะไรให้คิดอยู่ตลอดเวลา

 

แล้วกับความสุข คุณมองความสุขเป็นเรื่องอะไร

ถ้าเรื่องที่ทำให้สุขเร็วที่สุดคือ ของกิน

ผมมีความสามารถพิเศษ มองของกินแล้วรู้เลยว่าจะอร่อยหรือไม่อร่อย เช่น หมูปิ้งร้านอร่อยจะต้องมันเยิ้มๆ ควันฟุ้ง มีสีที่ออกฉ่ำๆ ผมชอบสรรหาของกินของอร่อย อาหารแปลกๆ เลบานอนบ้าง อินเดียบ้าง ตอนถ่าย Friend Zone ก็ชวนพี่หมู ครูบิว ใบเฟิร์น ตระเวนกิน สนุกมาก

แต่ถ้าเป็นเรื่องความสุขที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผม การอยู่กิจกรรมที่ชอบ อยู่กับเพื่อน อยู่กับของที่ชอบ

นาย ณภัทร

ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

 

ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน
14 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

CONTRIBUTORS

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของมูจิ ยูนิโคโละ และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

มณีนุช บุญเรือง

สาวชาวเชียงใหม่ อดีตช่างภาพ a day BULLETIN LIFE หลงใหลในแสงแดด พอๆ กับอเมริกาโนฮ้อนๆ เจ้า