13 กุมภาพันธ์ 2562
19 K

นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ เข้าสู่วงการครั้งแรกในฐานะนายแบบโฆษณา ถึงขนาดมีคนตั้งกระทู้พันทิปตามหาว่าเขาคือใคร

คุณสมบัติที่เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตา บุคลิกภาพและการวางตัวที่ดี ส่งให้เขาเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่แบรนด์สินค้า สถานีโทรทัศน์ ค่ายภาพยนตร์ อยากร่วมงานด้วย

The Cloud ก็ด้วย

หลังจากค่ายหนังอารมณ์ดีปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ Friend Zone ระวัง…สิ้นสุดทางเพื่อน เราก็เห็นโอกาส จึงรับนัดหมายโดยเร็ว

หลังจากรับบทนักเรียนทุนเจ้าเสน่ห์ ในภาพยนตร์ พรจากฟ้า ที่ทำให้สาวๆ ทั้งเมืองซ้อมเต้นท่ามือตบแปะ ระวัง…สิ้นสุดทางเพื่อน คือผลงานพระเอกเต็มตัวครั้งแรกของเขา

ตามธรรมเนียมแล้ว เราจะชวนเขาคุยเรื่องการทำงาน ในบทบาทของ ‘ปาล์ม’ สจวร์ตหนุ่มเจ้าเสน่ห์ เจ้าของความสัมพันธ์ที่ไม่อาจข้ามเส้น แต่เมื่อแอบไปดูหนังรอบสื่อมวลชนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็เปลี่ยนใจ ขอเขียนต้นฉบับชิ้นนี้ใหม่

ภายใต้รอยยิ้มและนัยย์ตาเหยี่ยวนั้น นาย ณภัทร คือ ชายหนุ่มอายุ 22 ปี ที่ตั้งใจทำงานมากๆ คนหนึ่ง ยิ่งเมื่อรวมกับความสนใจส่วนตัว มุมมองลึกๆ ที่มีต่อผู้คน ราวกับผ่านขวบปีชีวิตมานาน ไม่ผิดสักนิดหากจะยกตำแหน่งดาวรุ่งแก่เขา

มากไปกว่านั้น คือ ความครุ่นคิดเกินวัยที่เราสนใจ

เราขอให้เขาอธิบายอยู่พักใหญ่ ตอนที่เขาบอกว่าตัวเองเป็น Loser ก่อนจะแอบมองตาอันเป็นประกายของเขายามพูดถึง เพลงอินดี้ที่ชอบ บรรยากาศความสนุกจากคอนเสิร์ต Blackpink และคอนเสิร์ตของ John Mayer ที่รอคอย

คุยกันถูกคอขนาดนี้

ระวัง…

นาย ณภัทร
นาย ณภัทร

ในชีวิตจริง คุณมีวิธีเข้าหาคนที่คุณแอบชอบยังไง

เดินเข้าไปคุยเลย

บอกไปเลยว่าชอบ?

ไม่ได้ๆ มันต้องมีชั้นมีเชิงกันหน่อย เวลาเจอใครที่ทำให้รู้สึกประทับใจอยากคุย ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะเข้าไปแนะนำตัวทำความรู้จักนะ ถ้าไม่คุยก็คงไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่า

ผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อเรื่องความเป็นธรรมชาติ ซึ่งก็คือการเข้ากันได้ดีโดยไม่ต้องมีใครพยายามอะไรมากเกินไป ยิ่งถ้าชอบอะไรคล้ายๆ กัน รู้ใจกัน ก็คงจะดี

บทบาทของชายหนุ่มผู้อยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่อาจข้ามเส้นดึงดูดคุณยังไง

หลังจากอ่านบทไปเพียง 3 ตอน ผมพูดกับตัวเองในหัวเลยว่าบทนี้ต้องเป็นของเรา

อะไรทำให้ทีมงานเลือกคุณมารับบทนี้

ผมคิดว่าพี่หมูต้องเห็นคาแรกเตอร์ความ Loser ที่มีในตัวผมแน่ๆ ซึ่งตัวละครเอกของพี่หมูส่วนใหญ่จะมีความ Loser อยู่

นาย ณภัทร เนี่ยนะ Loser

ชีวิตจริงๆ ผม Loser นะ ตั้งแต่เรื่องจีบผู้หญิง การใช้ชีวิตเป็นเด็กเนิร์ดตั้งใจเรียนมากมาก่อน หรือแม้แต่เรื่องไม่ทันมุกหรือตลกไม่เท่าเพื่อนในกองถ่าย พวกเขาตลกกันมาก ขนาดผมขี้แกล้งยังไม่เท่าทันคนรอบตัว

วิธีการออกแบบให้ ‘ปาล์ม’ เป็นตัวละครแตกต่างจากตัวเอกในหนังแอบรักเพื่อนทั่วไป

มีคนเคยบอกว่า ถ้าอยากรู้จักใครให้ดูเพลย์ลิสต์ของเขา การทำงานกับตัวละครปาล์มก็เช่นกัน ผมสร้างเพลย์ลิสต์ขึ้นมา เพราะจำเป็นจะต้องรู้สึกอย่างที่ตัวละครรู้สึก ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะเพลงที่มีความหมาย แต่เป็นเมโลดี้ที่สร้าง Mood & Tone ให้กับตัวละคร เช่น เพลง San Francisco Street ของ Sun Rai

ผมมักจะฟังเมื่อต้องเข้าฉากกับนางเอก โดยตามบทผมต้องคอยทำให้เขาอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา ผมจะคอยคัดกรองเพลงให้เข้ากับสถานการณ์อยู่ตลอด

ในเมื่อความสัมพันธ์รักที่ไม่อาจข้ามเส้นนั้นช่างน่าอึดอัดเหลือเกิน ถ้าให้อำนาจคุณเขียนเรื่องราวของตัวเองขึ้นมาใหม่ เรื่องราวจะลงเอยยังไง

ผมจะเขียนว่า (นิ่งคิด) จริงๆ ผมเป็นคนใจร้อน ผมคงข้ามขั้นตอนไปเลย ไม่รอถึง 10 ปีแบบปาล์ม ก็บอกไปเลยว่าชอบ แต่ก็ต้องผ่านการคิดอย่างถี่ถ้วนดีแล้วก่อน ถ้าบอกแล้วจะดีขึ้นมั้ย และถ้าไม่บอกจะเป็นยังไง เป็นอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้วจริงเหรอ ก็ลองวัดความรู้สึกและจริงใจกับความรู้สึกตัวเอง นี่คงเป็นวิธีของผม

ในชีวิตจริง สำหรับผมความรู้สึกเป็นเรื่องที่โกหกยากมาก

ถ้าวันนี้ไม่ได้เป็นนักแสดง ตอนนี้นาย ณภัทร จะกำลังทำอะไรอยู่

คงทำอะไรหลายอย่างเลย ผมสนใจงานออกแบบ ดนตรี กีฬา กอล์ฟ ฟุตบอล ไปจนถึงการถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม ยังไงผมก็ไม่ทิ้งงานออกแบบ ผมตั้งใจจะใช้ความรู้จากงานออกแบบมาทำประโยชน์แก่สังคมให้ได้ปีละครั้ง ปีที่ผ่านมาผมใช้เวลา 8 เดือนในการออกแบบปฏิทินการกุศลนำรายได้ไปสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาเด็กที่ขาดแคลน ซึ่งน้อยคนจะรู้ว่าที่ผ่านมาผมเป็นนักเรียนทุนที่ได้รับโอกาสในเรื่องการเรียนหรือกีฬาจากผู้ใหญ่ใจดีมาตลอด ในวันที่ผมมีงานทำ มีรายได้จากการทำงานหนัก ผมก็อยากเป็นผู้ให้บ้าง เกิดเป็นโปรเจกต์สนับสนุนน้องๆ นักกีฬา 12 คน คัดเลือกจากจดหมายแนะนำตัว จึงได้รู้ว่ามีเด็กอย่างผมอยู่มากมาย

นาย ณภัทร
นาย ณภัทร

ทำไมเลือกเรียนออกแบบนิเทศศิลป์

ผมชอบต่อเลโก้ตั้งแต่เด็ก โตมาหน่อยก็ชอบเล่นต่อวงจรไฟฟ้า เลื่อนไม้ ต่อไม้ สร้างกล่องประดิษฐ์สิ่งต่างๆ เริ่มรู้ตัวว่าชอบงานออกแบบ โครงสร้าง แสงและเงา จึงอยากเป็นสถาปนิก จนกระทั้งช่วงเลือกมหาวิทยาลัย ผมรู้สึกชอบบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในมหาวิทยาลัยมหิดลมาก อยู่ๆ ก็เดินเข้าไปคณะประยุกต์ศิลป์บอกว่า “ผมอยากเรียนที่นี่ อาจารย์ช่วยแนะนำอะไรหน่อยได้ไหมครับ” ผมรู้สึกอยากเรียนมันตอนนั้นเลย จนวันนี้ก็ยังรู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกมาก

ถ้าให้ออกแบบภาพภาพหนึ่งที่แทนความรู้สึกตัวคุณช่วงนี้ ภาพจะออกมาหน้าตายังไง

คงจะเป็นงานบนกระดาษขนาด A5 ที่มีรูปครึ่งวงกลมอยู่กลางกระดาษ ด้านในครึ่งวงกลมเป็นสีส้มที่ไล่ระดับสีลงมาเป็นสีขาว (Gradient) ผมรู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้ของผมคือการรอคอยเพื่อดูผลตอบรับในสิ่งที่เราทุ่มเทพลังลงไปทั้งหมด ผมไม่ได้คาดหวังเรื่องตัวเลขนะ แค่อยากเห็นรอยยิ้มของผู้ชมซึ่งผมตั้งใจจะเข้าไปดู Reaction ของคนในโรงภาพยนตร์ให้ได้มากที่สุด

ยังไง

ผมบอกตัวเองเสมอว่าผมมีความสุขมากแค่ไหนที่ได้รับบทบาทนี้ และไม่เคยเสียใจแม้แต่วินาทีเดียว ทุกครั้งที่ออกจากบ้านไปทำงานหนังเรื่องนี้ เราทุ่มเทให้เหมือนเป็นวันสุดท้ายจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เล่นหนังดีๆ แบบนี้อีกทีเมื่อไหร่ ทั้งหมดที่ทำก็เพื่ออยากเห็นคนดูส่งเสียงหัวเราะดังที่สุดในโรง พอๆ กับที่อยากให้เขาเสียน้ำตา ให้อารมณ์เหมือนไบโพลาร์

นาย ณภัทร
นาย ณภัทร

กับกีฬาและดนตรี จริงจังถึงขั้นไหน

ผมเคยจริงจังกับกอล์ฟถึงขนาดที่เคยเกือบจะลาออกจากโรงเรียนเพื่อไปคัดตัวเป็นทีมชาติ แต่ตอนนี้เล่นเป็นงานอดิเรก ส่วนดนตรีหลังจากมีโอกาสเป็นแขกรับเชิญให้กับ วี-วิโอเลต วอเทียร์ ที่เทศกาลนั่งเล่นก็จุดประกายให้เราอยากทำดนตรีที่ส่งต่อพลังงานบวกให้ทุกคนบ้าง ซึ่งผมชอบฟังเพลงหลายๆ แนว ชอบไปคอนเสิร์ตมากๆ

เห็นนะว่าไปดู Blackpink มา

ใช่ๆ คอนเสิร์ตสนุกมาก จริงๆ ถ้าเป็นดนตรีผมจะอินง่ายมาก ฟังทุกแนวแต่ก็จะมีแนวเพลงที่ชอบ อย่าง Oh Wonder, Honne, Bruno Major, Kodaline หรือ John Mayer ก็รักมาก

กีฬาและดนตรีให้บทเรียนอะไรกับชีวิตบ้าง

ผมคิดว่าเป็นภูมิคุ้มกันชั้นดีของชีวิตเลยนะ เราพบว่ากีฬาช่วยทำให้ชุดความคิดเรื่องการเข้าสังคมแข็งแรงกว่าทั่วไป ทำให้รู้จักแพ้ ชนะ อภัย ขณะที่ดนตรีไม่ว่าจะสุขหรือซึ้งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะชีวิตที่ทำให้ชีวิตสนุกขึ้น

ใครๆ ก็ชื่นชมคุณ เพราะคุณคือ ‘นาย ณภัทร’ ผู้สมบูรณ์แบบ

เชื่อเถอะ ผมการันตีได้เลย มันไม่ได้สมบูรณ์แบบขนาดนั้น

ผมมีข้อเสีย เพราะผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ผมน่ะเด็กดื้อจะตาย ถ้าแม่บอกซ้าย ผมจะไปขวาตลอด ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ ผมไม่ได้เป็นคนเชื่อฟัง แต่เพราะแม่มีเหตุผลกับทุกเรื่องเสมอ ผมจึงรับฟัง เราจะคุยกันด้วยเหตุผลมากกว่า

อะไรคือเรื่องขบถที่สุดที่เคยทำ

ผมก็เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป แต่ไม่ขอเล่าดีกว่า เพราะไม่อยากให้แม่รู้

นาย ณภัทร

ตอนเด็กๆ ดูผลงานที่แม่แสดงบ้างไหม

ดูครับ ไปดูที่กองถ่ายเลย

รู้สึกยังไง

ตอนเด็กๆ ผมไม่ค่อยชอบเวลาได้ยินใครเรียกเราว่าเป็นลูกดารา และสำหรับผม อาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่ทุ่มเทมาก ตั้งแต่เด็กๆ ผมเห็นแม่อดมื้อกินมื้อเพื่อรักษาหุ่นของเขา ออกกำลังกายตลอดเวลา ต้องตื่นเช้าและนอนตรงเวลา ทุกอย่างคือวินัย และผมเห็นแม่ผมทำสิ่งนี้มาตลอด 30 ปีของเขา

วันที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้ก็รู้เลยว่าเรายิ่งต้องทุ่มเทให้มาก มีความเครียดเพราะต้องเล่นกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง ไม่เหมือนอาชีพอื่นๆ ที่ใช้ทักษะการวิเคราะห์

อะไรคือความเก่งกาจของแม่ที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้และคุณอยากอวดมากที่สุด

แม่ผมละเอียดรอบคอบมาก (รีบตอบทันที) เขาเป็นคนคิดสิ่งต่างๆ เป็นขั้นตอนและวางแผนล่วงหน้าไปไกลมาก ตอนนี้แม่เป็นทั้งผู้จัดการ บัญชี ทนาย และนักธุรกิจ

จริงไหม ที่คุณเคยให้สัมภาษณ์สื่อว่าชอบผู้หญิงที่เก่งเหมือนแม่

ชอบผู้หญิงชอบทำงาน ลงมือทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง มีเหตุมีผล

ผู้หญิงเก่งมีเสน่ห์ยังไง

บอกไม่ถูกเหมือนกัน

เรามักจะเจอคุณพร้อมรอยยิ้มเสมอ คุณมีเรื่องที่ยิ้มไม่ออกมั้ย

กระจายเลย

แล้วคุณบอกตัวเองหรือรับมือกับปัญหาที่เจออย่างไร

บอกตัวเองว่าเป็นเรื่องธรรมดา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หลังๆ ผมมองทุกอย่างในแง่บวกเยอะขึ้นมาก

นาย ณภัทร
นาย ณภัทร

อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้หันมามองโลกในแง่บวกเยอะขึ้น

งานธีสิสจบผมชื่อ แกร่ง แกว่ง อยู่ที่จะเลือกมอง เป็นหนังสือที่ผมเขียน ถ่ายภาพ จัดวางรูปเล่มเองทั้งหมด เนื้อหาเป็นการเล่าเรื่องกฎไตรลักษณ์ผ่านหนังสือ 3 เล่ม นอกจากจะได้ตกผลึกและนำไปปรับใช้กับชีวิตแล้ว ธีสิสชิ้นนี้ยังทำให้ผมเรียนรู้วิธีการทำสื่อสิ่งพิมพ์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกชนิดกระดาษ เลือกเทคนิคการพิมพ์ ไปจนถึงขั้นตอนเย็บเล่ม เป็นงานที่รักและภูมิใจมากๆ ก่อนจะนำเนื้อหาในหนังสือไปต่อยอดเป็นปฏิทินปีใหม่ และนิทรรศการปฏิทินที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

คุณในวัย 22 มองความทุกข์เป็นเรื่องอะไร

มองเป็นเรื่องสนุก มองเป็นเรื่องดี

เวลาที่ทำงานหนัก รู้สึกเครียด หรือแม้แต่มีน้ำตา รู้สึกว่าเหนื่อยและล้าจนท้อ โคตรชอบเลย เพราะสิ่งเหล่านี้บอกว่าเรากำลังจะได้พัฒนาตัวเอง และสุดท้ายเรื่องนั้นก็มักจะผ่านไปด้วยดีเสมอ กลับกันงานไหนที่รู้สึกสบาย เราจะแอบคิดนิดนึงว่าเราทำถูกหรือมาถูกทางหรือเปล่า

นาย ณภัทร ทำงานหนักแค่ไหน

ในการทำงานภาพยนตร์ ไม่ได้มีแค่อ่านบทเพื่อไปออกกองถ่ายหนังแล้วจบไป ทุกอย่างคือการเตรียมตัว และการเตรียมตัวของผมคือทุกวัน ทุกวินาที ที่มันหนักเพราะเป็นงานที่เล่นความคิด อารมณ์ และความรู้สึก มีอะไรให้คิดอยู่ตลอดเวลา

แล้วกับความสุข คุณมองความสุขเป็นเรื่องอะไร

ถ้าเรื่องที่ทำให้สุขเร็วที่สุดคือ ของกิน

ผมมีความสามารถพิเศษ มองของกินแล้วรู้เลยว่าจะอร่อยหรือไม่อร่อย เช่น หมูปิ้งร้านอร่อยจะต้องมันเยิ้มๆ ควันฟุ้ง มีสีที่ออกฉ่ำๆ ผมชอบสรรหาของกินของอร่อย อาหารแปลกๆ เลบานอนบ้าง อินเดียบ้าง ตอนถ่าย Friend Zone ก็ชวนพี่หมู ครูบิว ใบเฟิร์น ตระเวนกิน สนุกมาก

แต่ถ้าเป็นเรื่องความสุขที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผม การอยู่กิจกรรมที่ชอบ อยู่กับเพื่อน อยู่กับของที่ชอบ

นาย ณภัทร
ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน
14 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

2 กุมภาพันธ์ 2566
2 K

สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์ 

หากใครกำลังมีความรักที่ผลิบานก็ยินดีด้วย แต่หากใครรักไปแล้วหัวใจต้องแตกทุกครั้งก็ขอชวนมาเข้าแก๊ง 

วันนี้เรานัดกันที่ร้านดังย่านเมืองเอก เพื่อพูดคุยกับ ‘เรนิษรา เจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด ท่ามกลางตารางทัวร์คอนเสิร์ตที่แน่นยาวไปจนถึงมีนาคม 

ไม่ต้องรอให้สิ้นหน้าหนาว จากคนสองคนที่เชื่อว่าตนถูกเลือกให้ผิดหวัง พวกเขากลับมามีหวังอีกครั้ง เพราะเพลงที่ปล่อยออกมาอย่างไม่ตั้งใจนั้นเปลี่ยนชีวิตทั้งคู่ไปตลอดกาล

เบื้องหลังเสียงร้องชวนฝัน คือ ตั้ม-ชยพล ล้วนเส้ง และ สบาย-เรนิษรา ลี​ประโคน ดูโอ้คู่รักวัย 20 ต้น ๆ ที่จะมาเปิดอกคุยถึงความหลังอันเจ็บช้ำกับ The Cloud เป็นที่แรก ตั้งแต่วันที่เกลียดตัวเองสุดขีด การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องรักของพวกเขาที่ทำให้วันนี้เป็นมากกว่าฝัน และก้าวใหม่ของเรนิษราในวันที่รับบทเป็นผู้เลือก

บทสนทนาขาดห้วงจากการเดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อเก็บภาพ John Lennon กับ Yoko Ono ได้รับรู้อีกนิดหน่อยว่าพวกเขามีครอบครัวมาดูแลข้างเวที แถมยังขับรถตู้คันโตไปส่งเล่นดนตรีไม่ว่าที่ไหน

ตกดึกแล้วอากาศเย็นชะมัด แต่คนตรงหน้าเราทำให้รู้สึกอบอุ่น

ขอให้ทุกคนโชคดีและไม่ผิดหวังอีกเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

ลุควันนี้แสบสันมาก ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร

ตั้ม : (หัวเราะ)

สบาย : วันนี้ที่ร้านเป็นธีม Y2K จริง ๆ จะใส่เสื้อหนังไบเกอร์ค่ะ แต่ว่าเก็บไว้ก่อนเป็นเซอร์ไพรส์ ส่วนของตั้มเป็นเสื้อทรง 80s แบบดิสโก้ ใส่ออกกำลังกาย ได้ตอนไปเล่นงานที่บุรีรัมย์จากร้านฮิปปี้แนวย้อนยุค

ทั้งคู่เป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้วไหม

(ตอบพร้อมกันว่าใช่)

ตั้ม : แต่ก็ไม่ได้เป็นแฟชั่นจ๋าขนาดนั้นนะ ผมอยากแต่งแค่ตอนไปเล่นงานครับ ถ้าไม่เล่นงานก็ใส่เสื้อยืด

สบาย : ใส่เสื้อขาด ๆ (หัวเราะ)

แต่ในโซเชียลจะเห็นตั้มแต่งตัว Feminine มากเลย ส่วนสบายก็แต่งตัวสีฉูดฉาด 

ตั้ม : อ๋อ เพราะว่าอยู่ในกล้องด้วย มีใส่ไปเรียนบ้าง แต่น้อยมากครับ เพราะผมมองว่าการแต่งตัวคือการแสดงออก ต้องแคร์คนอื่นอยู่แล้ว 

สบาย : ใช่ ๆ บายเคยอ่านอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสัตว์ชนิดหนึ่ง น่าจะเป็นปลา เลือกสวยแค่ตอนจะสืบพันธุ์ ตอนหากินปกติมันก็ทำสีให้จืด ๆ ธรรมดา ถ้าเข้าใจว่าเราเป็นสัตว์เหมือนกันก็เป็นเรื่องปกติ

ตั้ม : บางทีการแต่งตัวออกไปข้างนอกแล้วพยายามใส่อะไรที่แตกต่างมาก ผมว่ามันเหนื่อยตัวเองนะ การแสดงออกต้องได้อะไรกลับมาบ้าง 

ตอนนี้นอกจากทัวร์ร้องเพลงทุกวัน ทำอะไรกันอยู่

ตั้ม : ยังเรียนอยู่ครับ ปี 4 ที่ศิลปากร 

คณะอะไร

ตั้ม : ผมเรียนดุริยางค์ครับ

สบาย : บายเรียนโบราณคดี เอกอังกฤษ ไม่เข้ากันเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

นั่นสิ ทำไมถึงมาลงเอยกัน

ตั้ม : เรามาเจอกันตอนปี 1 ครับ เป็นวิชาเรียนรวมที่ต้องไปเรียนคณะดุริยางคฯ

สบาย : วิชาศิลปะ วิชาออกแบบ

เล่าได้ไหมว่าเส้นทางรักของพวกคุณเป็นยังไง

สบาย : เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนค่ะ เริ่มจากชวนคุย แล้วก็มียืมปากกาวาดรูปเรียนวิชาศิลปะ

ตั้ม : เราชวนกันคุยเรื่องชีวิต เพลง ทัศนคติ ผมดูเหมือนจะพูดเก่งนะ แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยคุยกับใครเท่าไหร่

สบาย : เจอกันครั้งแรกคุยกันเรื่องการเมืองแล้วก็ตีกันไปช่วงหนึ่งค่ะ เพราะตั้มเป็นคนชัดเจน บายเป็นคนไม่ค่อยออกความเห็น ตั้มก็จะบังคับให้บายออกความเห็นบ้าง

ตั้ม : แค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าคิดยังไง เราจะได้คุยกันและปรับตัวเข้าหากันได้ถูก อาจจะเป็นเรื่องเล็กนะ เรื่องทัศนคติการเมือง แต่อนาคตก็มีผลต่อครอบครัว ต่อลูก 

จุดไหนที่ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนา

สบาย : เราก็คุยเล่นกันไป 4 – 5 เดือนค่ะ แล้วก็เจอกันทุกวัน มีเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์บ้าง

ตั้มเป็นคนไปส่ง?

ตั้ม : เขาเดินมาส่งผม ไม่ใช่ครับ! ต่างคนต่างเดินไปส่งกันครับ (หัวเราะ)

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

สบายชอบอะไรในตัวตั้ม

สบาย : ตอนแรกเข้าไปหาตั้มเพราะเขาดูไม่สนใจคนอื่นค่ะ หนูชอบคนที่อยู่กับตัวเอง เพราะจะทำให้เขาเป็นตัวของตัวเองด้วย ส่วนหนึ่งเพราะหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วมันก็เป็นสิ่งที่หนูอยากเป็น แรก ๆ หนูเอาใจคนอื่นมากเลย พยายามทำให้คนอื่นชอบ แต่งตัวไปเรียนแบบจัดเต็ม อยากเป็นจุดสนใจ 

ตั้ม : เพราะเมื่อก่อนไม่ได้รับไง เป็นปกติของคนแหละ

สบาย : ใช่ เพราะเมื่อก่อนหนูไม่ได้หน้าแบบนี้ หนูโดนบูลลี่เยอะมาก จนบอกแม่ว่า ขึ้นมหาลัยขอทำจมูกได้ไหม พอเราเปลี่ยนไปเยอะก็ปรับตัวรับแสงไม่ทันค่ะ อึดอัดตัวเอง 

คือบางทีไม่อยากใส่สั้น ไม่อยากแต่งอะไร แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า ถ้าเราแต่งตัวน่าเกลียดคนจะว่าเราไหม เพราะตอนแรกคนชมว่าเราสวย มาหลัง ๆ เราก็คิดว่าคนชมเขาให้อะไรเราบ้าง เราได้แค่คำชม ไปเรียนหนังสือ แล้วก็เดินตากแดดกลับบ้านเหมือนเดิม เลยใส่มอมแมม ๆ ไปเรียนแล้วค่ะ สบายใจมากกว่า ตอนเจอตั้มคือเขาใส่เสื้อขาด ๆ กับกางเกงชาวเล (หัวเราะ)

แล้วตั้มชอบอะไรในตัวสบาย

ตั้ม : สบายเป็นคนเอาใจครับ ด้วยความที่ผมไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่ ตอนแรกบายก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองนะ แต่งตัวเวอร์มาก เหมือนใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์ คนละขั้วกันเลย แต่ถึงเราไม่เหมือนกัน เราก็จะไม่บังคับกัน ใครอยากทำอะไรก็ทำ มีความสุขกับตัวเอง 

ผมเคยคบกับแฟนเก่าที่รู้สึกเหมือนถูกบังคับตลอดเลย ไม่ชอบคนไว้ผมยาว ไม่ชอบให้ไว้หนวด เขาเหมือนจะตีกรอบว่า เฮ้ย ผู้ชายที่ไว้ผมยาวสกปรกเลอะ ๆ บางทีก็ดูเป็นเพศที่สาม พอเขาบังคับเรามาก ๆ มันเป็นเหมือนปมที่มีผลกระทบต่อชีวิตผมในเรื่องของตัวตน 

อีกเรื่องคือผมทำเพลงมานานแล้วครับ ผมเคยประกวด Hot Wave ปี 2018 ได้เข้ารอบชิง แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจหลายอย่าง ทำให้เราไม่ได้เข้าไปทำงานในค่ายต่อ ซึ่งก็เฟลมากครับ แล้วแฟนเก่าผมก็ให้คำแนะนำอะไรแปลก ๆ 

นั่นคือ

ตั้ม : เขาจะออกแนวว่าเรามากกว่าว่า ทำไมทำเพลงอย่างนี้ ผมก็แบบ เชี่ย ก็กูเป็นแบบนี้ ซึ่งผมไม่ได้แคร์นะ การที่เข้ารอบไปแล้วค่ายเขาจะไม่เอาเรา ผมก็ช่างแม่ง จนมาเจอบายก็ได้ทำเพลงด้วยกัน ประเด็นหลักคือบายไม่ได้บังคับอะไรผม มันเลยออกมาเป็นเรนิษราทุกวันนี้ เพราะผมทำเพลงตามใจ ไม่ได้มีกรอบว่าต้องทำอะไร

สบาย : สมัยที่ตั้มทำวงแรกกับเพื่อน เขาเป็นวงร็อกเลยค่ะ หนัก ๆ แต่หนูไม่ได้ว่า เพราะหนูฟังเพลงทุกแนว มันก็เพราะในแบบของมัน 

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

แล้วพวกคุณมาทำวงเรนิษราร่วมกันได้ยังไง

สบาย : หลังจากนั้นตั้มก็แยกวงมาทำเพลงกับบายแนวดิสโก้หน่อย แล้วก็ไม่ดังค่ะ เราคิดว่าชื่อวงมันไม่มีเอกลักษณ์ ตอนนั้นชื่อ Winterberry หนูเลยคิดจะตั้งใหม่ แล้วช่วงปี 1 หนูเกลียดตัวเองตอนมัธยมมาก เพราะว่าหนูโดนบูลลี่เยอะ ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็นเรนิษรา ดัดแปลงมาจาก เรนิตา เป็นภาษาละติน แปลว่า เกิดใหม่ 

ช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สบาย : เรื่องแรกที่ทำให้หนูติดเรื่องค่านิยมขึ้นมา คือการที่เพื่อนผู้ชายในห้องบอกว่า ทำไมหนูขนขาเยอะจัง (หัวเราะ) 

พอขึ้นมัธยมหนูก็เริ่มมีความรัก เริ่มรู้ว่าในประเทศนี้ใครคือสวย ใครคือไม่สวย พอมองกระจกแล้วเราคือฝั่งที่ไม่สวย เราตรงข้ามหมดเลยทั้งสีผิวทั้งหน้าตา ม.ปลาย น่าจะโดนเยอะสุดว่าหน้าเหมือนกะเทย นักมวย เหมือนไดโนเสาร์ ทุกวันนี้ก็ยังโดนนะคะ เพราะเราเป็นคนแต่งหน้าจัด แล้วผู้หญิงปกติจะแต่งหน้าใส ๆ แต่จริง ๆ เราแค่ชอบยุค 60 ที่เขานิยมแต่งหน้าเหมือนตุ๊กตามากกว่า 

คิดว่าการเปลี่ยนชื่อทำให้ลืมเรื่องเก่า ๆ ได้จริงรึเปล่า

สบาย : ไม่ลืมค่ะ (หัวเราะ) หนูเหมือนหลอกตัวเองว่าหนูลืมได้มากกว่า

ตอนนี้ปัญหาในอดีตยังมารบกวนจิตใจอยู่เหรอ

ตั้ม : ทุกวันนี้ยังมีอยู่เลย

สบาย : ก็มีคนที่โรงเรียนเก่ามาส่องบ้าง แต่หนูก็ไม่ได้สนใจค่ะ เพราะหนูตอนนี้กับตอนนั้นเหมือนคนละคนกันแล้ว คือถ้าไม่มีใครรู้ว่าหนูชื่อบายก็คงจำหนูไม่ได้ (หัวเราะ) หน้าหนูไม่เหมือนเดิม ชื่อไม่เหมือนเดิม เหลือแค่นามสกุลแล้วตอนนี้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยน

ตอนที่บายบอกว่าอยากตั้งชื่อวงด้วยชื่อตัวเอง ตั้มโอเคไหม

ตั้ม : โอเคเลยครับ

สบาย : ตอนแรกก็มีคิดเหมือนกันค่ะว่า ตั้มชื่อชยพล หรือจะเปลี่ยนเป็น เชนิษรา แต่ไม่เอาดีกว่า (หัวเราะ) 

พวกคุณเคยมีทัศนคติหลาย ๆ อย่างขัดแย้งกัน ความชอบเรื่องการทำเพลงของคุณสวนทางกันด้วยรึเปล่า 

สบาย : เราชอบเหมือนกันค่ะ

ตั้ม : ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าครับ The Beatles เป็นวงดนตรีที่ผมชอบที่สุด ถ้าไม่มี The Beatles ก็คงไม่มีผมในตอนนี้ครับ ผมสักรูป John Lennon ไว้ สักโน้ตเพลง All You Need is Love ไว้ด้วย เป็นขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ทำไมต้องเพลงนี้

ตั้ม : เพราะมันแปลไทยประมาณว่า ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้ถ้าคุณอยากทำ ไม่มีภาษาไหนที่คุณจะพูดไม่ได้ถ้าคุณอยากพูด ไม่มีเพลงไหนที่คุณร้องไม่เป็นถ้าคุณอยากร้อง ไม่ว่าทุกสิ่งจะเป็นยังไง จะเศร้าจะเหงา คุณแค่ต้องการความรัก ผมก็มองแค่นั้นแหละ 

ผมมองรอยสักเพื่อเข้าใจตัวเองว่าเราแค่ต้องการความรักนี่หว่า บางทีเราอ่านคอมเมนต์ก็รู้สึกแย่นะ บางคนก็ด่าเละเลย เสียงแบบนี้ใครจะไปร้องตามได้ ดนตรีก็ฟังไม่รู้เรื่อง คือกูไปทำอะไรให้มึง คนไม่แคร์มันก็ต้องมีสักนิดในความรู้สึกที่ยังแคร์คนอื่นอยู่ เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลก

อะไรทำให้ The Beatles มีอิทธิพลกับคุณ

ตั้ม : ผมเป็นเด็กชุมพรที่ขึ้นมาเรียนกรุงเทพฯ แล้วก็มีอาการ Homesick ไม่ได้กลับบ้าน เหมือนคนอื่นเรียนเสร็จเขามีบ้าน ได้กลับไปนอน ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีบ้าน อยู่ชุมพรเรามีมอเตอร์ไซค์ขับรถได้ แต่พอมาอยู่ที่นี่เราไม่มีอะไรเลย เดินอย่างเดียว ครอบครัวผมก็ไม่ได้เรียกว่าอบอุ่น พ่อก็ทำงานหนัก แม่ก็ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้เจอกัน พอมาฟัง The Beatles ก็รู้ว่า John Lennon เขาขาดพ่อขาดแม่แต่ก็็ยังทำเพลงได้ ซึ่งผมต่างจากบายที่ชอบเพลงป๊อปทันสมัย

สบาย : ใช่ค่ะ ตั้มก็จะไม่รู้จักเพลงใหม่ บายก็จะไม่รู้จักเพลงเก่า บายฟังพวก Cardi B, Nicki Minaj, Doja Cat แต่ที่เข้ากันได้ เพราะว่าทุกคนที่หนูฟัง เขามีอดีตลากไปถึงสิ่งที่ตั้มฟัง ป๊อป R&B ก็มาจาก Marvin Gaye ค่ะ 

แต่บายเรียนโบราณคดีไม่ใช่เหรอ ความรู้สึกอยากทำเพลง เริ่มขึ้นมาได้ยังไง

สบาย : จริง ๆ อยากร้องเพลงทำเพลงตั้งแต่ช่วง ม.ปลายแล้วค่ะ แต่เรากดความรู้สึกไว้เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หน้าตาเราไม่ดี คงเป็นสินค้าให้คนอื่นขายไม่ได้ คงไม่มีใครซื้อเรา

ตั้ม : วงการนี้ของไทยมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นะ ถ้าหน้าตาแย่แล้วอยากประสบความสำเร็จก็ต้องตลก

นึกถึงเพลงหนึ่งของคุณที่ร้องว่า “ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกเศรษฐี” แล้วจริง ๆ คุณเป็นลูกใคร

ตั้ม : (หัวเราะ) เอาแล้วไงทีนี้

ผมไม่ได้เรียกว่าลำบากนะครับ แค่ต้องเล่นดนตรีและเรียนไปด้วย ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะจะนอนโรงเรียนมากกว่า ที่บ้านผมถ้าพอมีตังค์ก็จะไม่ค่อยถึงผมเท่าไหร่ ต้องหาใช้เอาเองบ้าง ดิ้นร้นบ้าง เราไม่ได้มีต้นทุนชีวิตอะไร แค่ต้องเชื่อในตัวเอง 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ตัดภาพมาที่ตอนนี้ดังเป็นพลุแตก เป็นยังไงบ้าง

ตั้ม : งงครับ (หัวเราะ) เพราะเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะโปรโมตอะไรเลย แค่ลงไปเฉย ๆ ดูจาก MV ก็น่าจะรู้ 

สบาย : จริง ๆ MV ถ่ายเหมือนคนมักง่าย (หัวเราะ)

ตั้ม : ก็เพราะว่าเราไม่มีตังค์จริง ๆ ครับ ไม่มีเงินจริง ๆ ก็เลยได้ MV เป็นฟีลธรรมชาติ 

ช่วยเล่าที่มาที่ไปของเพลงนี้ให้ฟังหน่อย

ตั้ม : จริง ๆ ตอนแรกมันไม่เกี่ยวกับตัวผมและไม่เกี่ยวกับตัวบาย 

คืออย่างนี้ครับ เราเป็นนักแต่งเพลง ผมก็จะดูทวิตเตอร์ดูอะไรไปเรื่อย ๆ ผมไปเจอคำว่า ความผิดหวังมักเลือกฉันเสมอ ผมก็คิดว่า เออ งั้นมีคำว่า ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แล้วกัน ซึ่งไม่รู้มันมาจากไหน มั่วมากเลย แม่บายก็มาบอกมันแปลกดี เพราะปกติคำว่าผู้ถูกเลือกมักจะเป็นแง่บวก 

พอทำไปเรื่อย ๆ ฟังไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าเออจริง ๆ มันเข้ากับเรานี่หว่า เพราะเราเป็นคนทำอะไรไม่เคยสมหวัง ประกวด Hot Wave ได้เข้ารอบชิงมาก็ไม่ได้เซ็นสัญญา แต่เพื่อนที่อยู่รอบข้างเราได้เซ็นสัญญา ได้เห็นเขาออกไปเป็นศิลปินค่ายใหญ่

เคยพยายามหาคำตอบไหมว่าทำไม

ตั้ม : จริง ๆ ผมโทษตัวเองมากกว่าครับ เมื่อก่อนตอนเด็กเราโทษเขา ตอนนี้ผมโทษตัวเองว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ เราขายไม่ได้ เราไม่พร้อมที่จะปั้นเป็นสินค้า ผมไม่อยากไปว่าใคร ผมแก้ที่ตัวเองก็ได้ เพราะว่าเราแก้ที่เขาไม่ได้ มันก็แค่นั้นเอง

เรื่องนี้เป็นปมในใจตั้มไหม

ตั้ม : เป็นครับ เป็นเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นครับ ทุกวันนี้เลยรู้สึกสะใจนิดหนึ่งที่วงประสบความสำเร็จ เพราะคำว่าผมขายไม่ได้นี่แหละครับ

ผมเคยโดนบอกว่า หน้าแบบผมไม่มีใครเลือกหรอก จะไปอยู่ในค่ายเพลงที่ไหนได้ ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครดูหรอก ตอนนั้นเพลง ผู้ถูกเลือกฯ ยังไม่ออก เขาเปิดเพลงเราฟังแล้วก็นั่งชี้เลยว่าไม่แมสหรอก ทำไปก็ไม่มีคนฟัง เขามองว่าวงเราขายไม่ได้ เขาไม่ชอบแนวนี้ เราก็เถียง เพราะเป็นเพลงเรา ผมบอกว่า เห้ย มันเป็นความคิดเห็นของพี่คนเดียวหรือเปล่าที่ไม่แมส เพราะว่าเพลงมันต้องเอาไปเจอคนนะ ซึ่งตอนนั้นเพลงผมก็ไม่แมสจริงแหละครับ ยอดวิวหลักหมื่น 

กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกโกรธหรือเสียใจ

ตั้ม : แค้นครับ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

มันไม่ได้เสียใจนะครับ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมก็ทำเพลงของผม แต่ว่าคุณเรียกเราไปด่าทำไม ไม่มีเหตุผล ผมไม่เคยไปขอเขาอยู่ค่าย ไม่เคยไปขอเขากินข้าว ไม่เคยไปขออะไรสักอย่าง เขาเป็นคนชวนเราไปคุยเรื่องฝึกงาน แต่พอไปนั่งปุ๊บเขาก็เปิดเพลงเลยและก็นั่งวิจารณ์เพลงผม

จากนั้นมาน่าจะไม่ถึงเดือน ผมก็ปล่อยเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง พอเริ่มประสบความสำเร็จก็เลยเหมือนได้ตบหน้า และค่ายเพลงหลาย ๆ ค่าย แม้กระทั่งค่ายที่ปฏิเสธเรา เขาก็ติดต่อมาแสดงความยินดี ผมก็ไม่ค่อยได้ตอบ

สบาย : เขาทักมาจะจ้างงานเรา

ไปรึเปล่า

ตั้ม : ไม่ไปครับ

กระแสตอบรับจากเพลงนี้มากมายท่วมท้นขนาดไหน รับมือไหวไหม

ตั้ม : ช่วงแรกรับมือไม่ไหวครับ โทรศัพท์ผมเมื่อก่อนไม่มีอะไรเลย ใช้เรียน ดูหนัง ทำเพลง ชีวิตมีแค่นั้น ว่าง ๆ โล่ง ๆ ครับ แต่พอลงเพลงไปสัก 1 – 2 อาทิตย์ได้ โทรศัพท์มันเด้ง ๆๆ เปิด TikTok ก็มีเพลงเรา มีคนโทรมาทั้งวัน ถามแบบจะจ้างงาน แล้วก็เพื่อนที่ไม่ได้คุยกันเลยเป็น 10 ปีก็ทักมาคุยด้วย เพิ่งรู้ว่าเราร้องเพลง วุ่นวายไปหมดมีแต่คนเข้ามาหา

สบาย : หนูก็จะล้อ ๆ ตั้ม สวัสดีพี่ชื่อติ๋วน้อง ๆ แม่ต่ายอะไรแบบนี้แบบไปเรื่อยค่ะ (หัวเราะ)

ตั้ม : คือมึงเป็นใครวะ ไม่เคยคุยกันเลย เจอกันแบบในโรงเรียนแค่รอบเดียว (หัวเราะ) ไม่ได้อะไรกับเขาหรอกครับ เราก็ขอบคุณมาก แต่มันแค่แปลกสำหรับเราไง เพราะเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจเรา 

เห็นชอบมีคนมาเถียงกันว่าใครเป็นคนร้องเพลงกันแน่

ตั้ม : เราร้องคู่แต่เสียงเราคล้ายกัน ผมเป็นคนเสียงเป็ด ๆ เสียงสูง บายเป็นผู้หญิงเสียงใหญ่ แล้วพอร้องมันก็เลยเข้ากันพอดีจนแยกไม่ออก

จากชื่อเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แต่หลังเพลงดังกลับกลายเป็นผู้ถูกเลือกให้สมหวัง กลัวไหมถ้าเกิดว่าดังเพลงเดียว 

ตั้ม : ผมไม่คิดว่าจะดังเพลงเดียว มั่นใจ แต่คิดว่าเพลงอื่นไม่น่าจะดังเท่าเพลงนี้แล้วแหละ แค่ประครองให้วงเราอยู่ได้ ซึ่งก็พยายามหาทางอยู่ครับ 

ผมก็มีไปคุยกับค่ายหลาย ๆ ค่าย แต่ก็มานั่งคิดอยู่ว่าเราจะเอายังไงดี เรียกว่าทุกวงก็มีระยะเวลาเป็นของตัวเอง หมายถึง ไม่ใช่ทุกวงที่จะอยู่ไปตลอด ยิ่งพวกวงอินดี้ เดี๋ยวแป๊บ ๆ มันก็เปลี่ยนแล้ว

สบาย : มีหน้าใหม่ขึ้นมาเยอะมาก ใครก็ใช้คำว่าอินดี้ได้

กดดันไหมกับเพลงต่อไป

ตั้ม : ไม่ได้กดดันเลย เรียกว่าไม่ได้สนใจมากกว่าครับ

สบาย : เราฟังแล้วชอบก็โอเคแล้ว

ตั้ม : เอาจริง มันดูแย่นะ ผมแคร์แฟนคลับเหมือนกันแต่ก็เหมือนไม่ได้แคร์เท่าไหร่

หมายความว่า

สบาย : เราว่าแฟนคลับชอบสิ่งที่เราชอบ

ตั้ม : อืม เราไม่ได้แคร์ความคิดเห็นใคร บางทีมีคนมาเมนต์แม้กระทั่งรายละเอียดเบส เบสเบาไป เสียงร้องทำไมสูงจัง ผมแคร์แค่คนที่ชอบ ก็เลยไม่ได้สนใจครับว่ามันจะเป็นยังไง เพราะเมื่อก่อนวิวหลักหมื่นเราก็อยู่ได้ เราก็ยังทำมันต่อ ผมทำวงมาแค่ปีเดียวแต่ว่าปล่อยมา 10 เพลง ซึ่งผมทำคนเดียวหมดเลยเพราะไม่มีตังค์จ้างใคร

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ระยะเวลา 1 ปี 10 เพลง กับยอดวิวหลักหมื่น มีท้อบ้างไหม

ตั้ม : มีท้อแค่แวบเดียวก็กลับมา เป็นโชคดีของเราที่ยังเรียนไม่จบ ผมเรียนไปด้วย รับงานนอกไปด้วย รับงานลูกค้า แต่งเพลง ทำเพลงโฆษณา แต่ถ้าเรียนจบคงท้อกว่านี้เพราะต้องไปทำงานประจำ อาจจะหมดเวลา หมดไฟ

แสดงว่า 10 เพลงที่ผ่านมา ทำด้วยแพสชันล้วน ๆ

ตั้ม : ใช่

ถามจริง อยากดังไหม

ตั้ม : ไม่เลยครับ คือวิวน้อยไม่ได้แปลว่าเพลงไม่ดีนะ แต่คนคงไม่เจอแค่นั้นเอง ถ้าเมื่อไหร่คนเจอเดี๋ยวมันก็มาเอง เราก็สู้ทำไปเรื่อย ๆ ผมดูจากศิลปินต่างประเทศ อย่าง Katy Perry ทำเพลง 3 อัลบั้มกว่าจะดัง ซึ่งผมก็คิดว่า ไอ้เชี่ยเราทำแค่ 10 เพลง แค่อัลบั้มเดียวเอง เขายังสู้เลย เราทำเยอะก็มีเพลงเล่นสดเยอะ ผมคิดแค่นั้น มันดันมาดังเพลงที่ 10 แต่ถ้าไม่ดังก็ยังทำต่อครับ

แต่เพลงแรก ๆ อย่าง คุณจะไปแคร์เหี้ยอะไร ดูแตกต่างจาก ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง มาก 

ตั้ม : ผมไม่ได้มองว่าต้องทำอะไรเหมือนเดิม มนุษย์ทุกคนมีเส้นทางการเดินที่แตกต่างกันจริง ๆ เราแต่งเพลงป๊อปมานานแล้ว แต่ผมแค่อยากเปิดด้วยเพลงที่แสดงความเป็นตัวเองก่อน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีคนฟัง แต่มันมีความพิเศษ คนจะฟังเยอะฟังน้อยเราไม่ได้สนใจ 

แล้วทั้งสองคนเป็นคนไม่ค่อยแคร์เหี้ยอะไรรึเปล่า

สบาย : เมื่อก่อนหนูยังฝืนที่จะไม่แคร์ค่ะ เพราะว่าหนูอยากดัดนิสัยตัวเอง แต่ตอนนี้คือไม่แคร์จริง ๆ ค่ะ (หัวเราะ) ถ้าแฟนคลับมาเจอเราไปตลาด จะเห็นใส่กางเกงลายสก็อตหรือกางเกงลายชบาออกมาซื้อส้มตำเป็นปกติ 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรนิษราจินตนาการไว้คือ

ตั้ม : หาเงินครับ จริง ๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีเงิน เราก็แค่ทำเพื่อหาเงิน มีหลาย ๆ คนถามว่ามีเฟสติวัลในฝันไหมที่อยากขึ้น ผมตอบว่าไม่มีนะครับ แต่ผมขึ้นได้ทุกเวที ถ้าเขาเชิญไปเล่นเราก็ไปสนุกได้ แต่ผมไม่ได้มีความฝันว่าเราต้องการไปตรงนั้น ผมอาจจะชอบ The Beatles ด้วยแหละ เขาเป็นวงที่ไม่ค่อยได้ทัวร์และเขาปล่อยเพลงถี่มาก 

แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน ก็อาจจะแค่มีเพลงอมตะที่ฟังได้ตลอด อีก 10 ปีก็ยังฟังเพลงนี้อยู่ อยากเป็น Radio Star ไม่ได้อยากเป็น Video Star เหมือนที่ ไมเคิล แจ็คสัน เคยมีดราม่า 

แล้วบายล่ะ 

สบาย : ถ้าเป็นตอน ม.ปลาย จะอยากไปโคเชลล่า แต่บายเป็นเด็กอ้วนด้วยค่ะ (หัวเราะ) พอมาทำเพลงจริง ๆ ก็เลยมีความฝันว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวพิเศษโดยที่ไม่ต้องคิดว่าถ้าเพิ่มเงินมา 5 บาท แล้วจะเสียดายเงิน

ตั้ม : สรุปเราคือพวกงกนั่นเอง

แล้วในมุมของศิลปิน คิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้า กลับมาฟังเพลงตัวเองจะรู้สึกยังไง

ตั้ม : ถ้าคิดล่วงหน้าในตอนนี้ ผมก็มองว่าเป็นวัยครับ มันดีที่สุดแล้วในตอนนั้น ผมเป็นคนไม่ค่อยเสียดายกับสิ่งที่ตัวเองทำในอดีตเท่าไหร่ รู้สึกว่าถ้าไม่มีเราในอดีตก็ไม่มีเราในวันนี้ เราแก้มันไม่ได้ 

ฟังเพลงเรนิษราตอนไหนถึงจะเพราะที่สุด

สบาย : ส่วนใหญ่เป็นเพลงเศร้าอะ อาจจะต้องช่วงที่เศร้า ๆ หน่อย

ตั้ม :  ผมมองว่าเป็นเพลงฟังสบาย จังหวะไม่ได้เร็วไม่ได้ช้า ฟังตอนขับรถคงจะเพลิน 

ในฐานะที่พวกคุณคุยกับ The Cloud เป็นที่แรก ขอ 1 เรื่องเข้าใจผิดที่อยากแก้ข่าว

สบาย : แรก ๆ เวลาคนบอกว่าหนูเป็นกะเทย หนูก็หงุดหงิด แต่หลัง ๆ นี้เขามาถามว่าเป็นผู้หญิงหรือกะเทย หนูก็ตอบไปเลยว่าเป็นชายแท้ที่ไว้ผมยาว แล้วก็ชอบแต่งหน้าเหมือนแดร็กควีน หนูรำคาญ (หัวเราะ)

ตั้ม : แต่เป็นกะเทยก็ได้ น่ารักดีนะ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load