‘Nimnim Noodle’ คือแบรนด์เส้นไข่ขาวที่เป็นนวัตกรรมครั้งแรกของโลก ซึ่งคิดค้นโดยคนไทย

ทั้งหมดเริ่มมาจากงานวิจัยสมัยเรียนปริญญาเอกด้านโภชนาการของ เกรท-อุมาพร บูรณสุขสมบัติ ที่อยากทำอาหารสำหรับผู้ป่วยชนิดนี้ด้วยเหตุผล 3 ข้อ

หนึ่ง เธอเห็นปัญหาของผู้ป่วยที่ต้องกินไข่จำนวนมาก แต่โดนจำกัดอยู่ที่รูปแบบเดิมๆ หากไม่กินก็ไม่มีโปรตีนจากไข่เข้าไปฟื้นฟูร่างกาย ทำให้ร่างกายคนป่วยแย่ลงเรื่อยๆ

สอง เธอมาตีโจทย์ต่อว่า ไข่ขาวสามารถปรับเป็นรูปแบบใดได้บ้าง ถ้าดูตามโครงสร้างวิทยาศาสตร์ โปรตีนของไข่ขาวมีลักษณะลื่น น่าจะนำมาทำเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวได้ 

สาม ก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารที่ทั้งคนไทย คนเอเชีย และทั่วโลก รู้จักดีอยู่แล้ว ถ้าทำขึ้นมาน่าจะเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยเริ่มจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ป่วยก่อน แล้วค่อยขยายไปยังกลุ่มคนรักสุขภาพ

Nimnim Noodle นวัตกรรมเส้นไข่ขาวครั้งแรกของโลกคิดโดยคนไทย ที่อยากให้คนป่วยได้กินของอร่อย

ธุรกิจเติบโตจากงานวิจัยบนหน้ากระดาษ เป็นแบรนด์ที่ปัจจุบันส่งออกไปยังหลายประเทศ ทำให้ทั้งผู้ป่วย ครอบครัวผู้ป่วย และคนรักสุขภาพ มีความสุขกับการกินอาหารมากขึ้น แต่เธอคงทำไม่สำเร็จ หากไม่มีอีกสองแรงสำคัญอย่าง ฟิ้ง-ปณัสสา กาญจนวิเศษ นักธุรกิจหลายอุตสาหกรรมผู้เข้ามาดูแลเรื่องการขายและการตลาด และ ตื๋อ-วรวีร์ เชาวน์พิชญ์ชยา ผู้มีประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมอาหารหลากหลาย

“เราต้องทำให้ผู้ป่วยได้กินของมีประโยชน์ ไม่เป็นโทษ และที่สำคัญ มันต้องอร่อย เพราะถ้าไม่อร่อย เขาจะลองครั้งเดียวแล้วก็เลิก” นั่นคือความตั้งใจของ Nimnim Noodle ทั้งในวันนั้นและวันนี้

Nimnim Noodle นวัตกรรมเส้นไข่ขาวครั้งแรกของโลกคิดโดยคนไทย ที่อยากให้คนป่วยได้กินของอร่อย

ฉีกซอง

เกรทและฟิ้งรู้จักกันสมัยเป็นดีเจรุ่นแรกของ Center Point ส่วนเกรทกับตื๋อเจอกันตอนทำงานที่บริษัทนำเข้าวัตถุดิบอาหาร จนมาเป็นพาร์ตเนอร์ทำธุรกิจขายสินค้าอาหารสุขภาพ เพราะอยากขายของดีๆ ที่ตัวเองเลือก ที่ตัวเองกิน ที่ตัวเองอยากได้ 

7 ปีให้หลัง เธอตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาเอกด้านโภชนาการที่มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ นิ่มนิ่ม เส้นไข่ขาว ในวันนี้

การเรียนครั้งนั้นแตกต่างจากงานที่เกรทเคยทำก่อนหน้า พื้นฐานที่เธอมีคือการประดิษฐ์อาหารขึ้นใหม่จากวัตถุดิบต่างๆ โดยไม่เอาเงื่อนไขธรรมชาติมาจำกัดไอเดียตัวเอง ขณะที่นักโภชนาการที่ทำงานกับโรงพยาบาลจะเลือกอาหารที่มีอยู่แล้วในท้องตลาดมาให้ผู้ป่วยบริโภค

เธอเปรียบเทียบให้ฟังว่า “ยกตัวอย่างเช่น อาหารที่ผู้ป่วยต้องกินประจำอย่างไข่ต้ม ถ้าเป็นนักโภชนาการ เขาจะเอาไข่ต้มไปเสิร์ฟผู้ป่วยเลย แต่เราเป็นนักวิทย์ด้วยเลยคิดต่อว่าทำอย่างไรให้มันกินง่ายขึ้น และทุกคนกินได้ ก็ออกมาเป็นเส้นไข่ขาว”

โจทย์แรกคือการแก้ปัญหาให้ผู้ป่วย เรื่องอาหารเป็นโจทย์สำคัญของทั้งครอบครัวที่ต้องหาทางออกร่วมกัน ฟิ้งเป็นอีกคนที่เจอปัญหานี้ คุณพ่อของเธอเป็นมะเร็งนานถึง 10 ปี ตลอดเวลานั้นเห็นพ่อกินไข่ขาวทุกวันจนกินไม่ไหว ร่างกายแย่ลง

“มันเป็นวงจร ถ้าผู้ป่วยต้องกินไข่ขาว พอไม่กิน โปรตีนไม่เข้าสู่ร่างกาย ร่างกายก็สร้างเม็ดเลือดหรือภูมิคุ้มกันไม่ได้ พอไม่มีภูมิคุ้มกันก็ไม่ฟื้นฟู พอไม่ฟื้นฟูก็ต้องนอนโรงพยาบาล วนไปแบบนี้”

Nimnim Noodle นวัตกรรมเส้นไข่ขาวครั้งแรกของโลกคิดโดยคนไทย ที่อยากให้คนป่วยได้กินของอร่อย

ก่อนจะลงเอยที่ไข่ขาว เธอทดลองโปรตีนใกล้ตัวหลายชนิด เช่น โปรตีนถั่วลันเตา โปรตีนข้าวกล้อง และโปรตีนถั่วเหลือง แต่พบว่าไข่ขาวมักเป็นสิ่งที่คุณหมอพูดถึงเสมอ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคไตหรือมะเร็ง ที่สำคัญ ให้เนื้อสัมผัสดีที่สุด การทดลองจึงต้องคำนึงถึง 3 องค์ประกอบ

หนึ่ง กายภาพ เส้นลื่นไป เส้นแข็งไป เส้นสากไป แบบนี้เป็นเรื่องทางกายภาพทั้งหมด

สอง ประสาทสัมผัส โดยทดลองกับผู้บริโภคหลายกลุ่ม ทั้งผู้ป่วย คนสุขภาพดี ผู้สูงอายุ ว่ากินแล้วรู้สึกยังไง จนได้สูตรที่อร่อยและเป็นที่ยอมรับ

สุดท้ายสำคัญที่สุด โภชนาการ เพราะตั้งธงว่ากลุ่มเป้าหมายคือผู้ป่วย 

“อาหารจำพวกเส้นปกติจะมีแป้ง ถ้าเส้นของเรามีแป้งอีก ผู้ป่วยก็จะได้รับส่วนเกินที่เขาไม่ต้องการ เราจึงตั้งใจทำเส้นที่มีโปรตีนสูง ไม่มีแป้ง และไม่ใส่ไขมันลงไป เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานทานได้ด้วย ข้อจำกัดเหล่านี้คือความยาก แต่ต้องทำเพื่อให้ผู้ป่วยได้กินของมีประโยชน์ ไม่เป็นโทษ และที่สำคัญ มันต้องอร่อย เพราะถ้าไม่อร่อย เขาจะลองครั้งเดียวแล้วก็เลิก”

Nimnim Noodle นวัตกรรมเส้นไข่ขาวครั้งแรกของโลกคิดโดยคนไทย ที่อยากให้คนป่วยได้กินของอร่อย

เทเส้น

จริงอยู่ที่ไอเดียของนิ่มนิ่มตั้งต้นมาจากงานวิจัยปริญญาเอก แต่เพราะถูกคิดมาอย่างถี่ถ้วน โดยคนที่เคยทำงานในแวดวงอาหารจริงๆ เลยทำให้ไอเดียนี้มีศักยภาพมากกว่าผลวิจัยบนหน้ากระดาษ จนได้รับความสนใจจากนักลงทุน

เกรทเล่าว่า “ตอนทำวิจัยนี้ขึ้นมา อาจารย์ท่านหนึ่งบอกเราว่า ถ้าไม่มีนายทุน เธอทำต่อไม่ได้หรอก ซึ่งตอนนั้นเราแค่อยากเรียนจบ ไม่คิดว่าจะต้องทำเป็นธุรกิจด้วยซ้ำ แต่พออาจารย์พูดแบบนี้ เราก็เลยวิ่งหานักลงทุน นำเสนอให้เขาลงทุนกับโปรเจกต์นี้ของเรา จะได้เรียนให้ผ่านไป

“จุดเปลี่ยนคือตอนที่มีนักลงทุนสนใจเราจริงๆ เลยทำให้อาจารย์ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สนใจอยากได้มันมากขึ้น ก็เลยมาชวนเราไปทำด้วยกัน ในตอนนั้นเราจึงอยากจะช่วยและพาไปรู้จักกับคอนเนกชั่นธุรกิจที่เรามี เพราะเคารพและไว้ใจว่าเราจะโตไปด้วยกัน แต่พอเกิดล็อกดาวน์ เราไม่ได้ไปมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นถึงได้รู้ว่า เขาไปจดทะเบียนตั้งบริษัทของเขา และเพิ่มหุ้นส่วนซึ่งเป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้เรียบร้อยแล้ว และบอกว่าตัวเองเป็นคนคิดค้น โดยไม่มีชื่อเราอยู่ในนั้นเลย”

ที่ลุกขึ้นมาเล่าเรื่องนี้ให้เราฟัง เธอไม่ได้ต้องการทำร้ายอีกฝ่ายหรือมองว่าเป็นคู่แข่ง แต่เพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นๆ ที่อาจกำลังเจอสถานการณ์คล้ายๆ กัน ให้ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเอง และปกป้องสินค้าที่ทำมาด้วยอุดมการณ์

“เราอาจจะเคยได้ยินบ่อยๆ ไหม เช่น อาจารย์เคลมผลงานลูกศิษย์ หัวหน้าเคลมผลงานลูกน้อง หรือเมนูของเชฟใหญ่อาจจะมาจากไอเดียของเด็กในครัวก็ได้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจนชิน แต่มันถูกต้องหรือเปล่า 

“หลังจากเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนในสายงานต่างๆ ฟัง หลายคนตอบเหมือนกันว่า ‘เราก็เคยเจอ’ ตัวเราเองไม่อยากมีเรื่องอะไร เพียงแต่อยากเรียกความชอบธรรมของเราคืนมา ฟิ้งไม่ยอม ตื๋อไม่ยอม ครอบครัวเราทุกคนสนับสนุน”

ฟิ้ง ผู้มีคอนเนคชันมากมายในวงการธุรกิจและกฎหมายเป็นแรงสำคัญ เริ่มจากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ตามกฎหมายตั้งแต่วันแรกที่ตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา

ปรุงเส้น

สินค้าของนิ่มนิ่ม เส้นไข่ขาว มี 3 แบบ

เส้นออริจินัล เรียกว่า เส้นไข่ขาว ลักษณะคล้ายๆ ขนมจีน แต่มีความเด้งกว่า

เส้นหมี่ไข่ขาว เหมือนเส้นหมี่จริงจนลูกค้าไม่เชื่อว่าไม่ใส่แป้ง

สปาเกตตี้ไร้แป้ง มีเนื้อสัมผัสคล้ายๆ เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้ม

พวกเขาทดลองกันมามากกว่า 30 สูตร ด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ช่วยจำลองการเคี้ยวของคนโดยได้ความช่วยเหลือจาก Food Innopolis และศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร ในด้านห้องแลปและเครื่องมือทดลอง ก่อนจะให้คนลองทานจริงๆ แล้วค่อยๆ พัฒนาต่อ

เส้นไข่ขาวของนิ่มนิ่มในช่วงแรกต้องเก็บในตู้เย็น และมีอายุแค่ 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของผู้บริโภคในประเทศอากาศร้อนอย่างบ้านเรา การขนส่งต้องใช้แบบเย็นซึ่งราคาแพงมาก แถมยังการันตีไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมอุณหภูมิไว้คงที่เสมอ หรือบางทีตำแหน่งวางอยู่ใกล้ช่องแอร์ ก็ทำให้เส้นแข็งโดยไม่ตั้งใจ 

“หรือต่อให้เราส่งไปในอุณหภูมิที่เหมาะสม พอไปถึงบ้านลูกค้า ถ้าเขาไม่อยู่บ้าน ไม่ได้เอาเข้าตู้เย็นทันที สินค้าก็ไม่ปลอดภัยแล้ว เราจึงพัฒนาต่อให้เก็บได้ถึงหนึ่งปี โดยยังยึดธงหลักธงเดิม คือไม่ใส่สารกันเสีย เพื่อให้ผู้บริโภคยังทานเส้นของเราในราคาที่จับต้องได้และปลอดภัย”

ในวันที่งานวิจัยบนกระดาษกลายเป็นธุรกิจ นักวิจัยเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้พัฒนาสินค้า นอกจากผู้ป่วยและครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม ยังมีกลุ่มคนรักสุขภาพ หรือคนที่ต้องการลดน้ำหนักแบบ Ketogenic Diet ให้ความสนใจมากเช่นกัน

“สิ่งหนึ่งที่เราได้รู้คือ วิธีคิดของนักวิจัยกับตำแหน่ง Research & Development ในบริษัทมันไม่เหมือนกัน งานวิจัยต้องการเปเปอร์ ไม่ว่าจะเพื่อเรียนจบหรือเลื่อนขั้น เราต้องมีเอกสารที่พิสูจน์ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด เพราะนักวิจัยอยู่ในสายงานวิชาการ สิ่งที่วัดความสำเร็จของเขาคือสิ่งที่จับต้องได้ เขาต้องการตัวเลข เขาต้องการแนวคิดเป็นระบบ ทุกเลขบนเปเปอร์ต้องมีที่มาที่ไป และอาจจะไม่ต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ว่าจะกินได้ไหม ต้นทุนเท่าไหร่ มันจะกระจายไปถึงใครบ้าง 

“พอมามองมุมธุรกิจ มันต่างไปเลย เราจะคิดถึงผู้บริโภคเป็นหลัก เขาต้องการอะไร อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องมองความเป็นไปได้ในเรื่องต้นทุนด้วย ถ้าเราทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เลิศเลอเพอร์เฟกต์มาก ราคาสูง ลูกค้าซื้อไม่ได้ ก็จบอยู่แค่นั้น”

เสิร์ฟ

สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากเกี่ยวกับนิ่มนิ่ม และไม่ใช่ทุกแบรนด์จะทำแบบเดียวกัน คือการใส่รีวิวพร้อมรูปถ่ายของลูกค้าและตั้งให้เป็นหน้าหลัก เพราะสินค้าบางชนิดต้องอาศัยรีวิวที่จริงใจในการขาย ขณะเดียวกัน ฟีดแบ็กดีๆ ก็ช่วยเรื่องจิตใจคนทำงานด้วยเช่นกัน

‘คุณพ่อคุณแม่กินแล้วชอบนะ’

‘ลูกที่ปกติอมข้าว ร้องอยากจะกินเส้นไข่อีก’

‘เสียดายเนอะที่ตอนนั้นไม่มีสินค้าแบบนี้’

‘โห ถ้าตอนนั้นได้กินเส้นนี้ หายเร็วกว่านี้อีก’

‘ขอบคุณที่ทำสินค้าดีๆ แบบนี้ออกมานะ’

นี่เป็นเพียงคอมเมนต์บางส่วนที่ส่งเข้ามาพร้อมรูปถ่ายจานอาหารที่ลูกค้าตั้งใจทำอย่างพิถีพิถัน 

“ล่าสุดเพิ่งมีคนแซวว่า CI แบรนด์ไม่ได้เลย” ตื๋อหัวเราะ

“จริงๆ เราไม่ได้มีความรู้ด้านการตลาด แค่รู้สึกว่าการที่ลูกค้าอุตส่าห์จัดจานอย่างสวยงาม บางคนตั้งใจทำคลิปมาให้ แปลว่าเขาให้เกียรติเรา เราต้องให้เกียรติเขากลับ โดยการลงรูปและเรื่องราวของเขา หน้ารีวิวเลยกลายเป็นที่ที่รวมกำลังใจของเรา ถึงแม้ว่า CI มันจะไม่ได้ก็ตาม” เกรทเสริม

หน้ารีวิวเต็มไปด้วยเมนูอาหารหลากหลายที่ปรุงด้วยเส้นไข่ขาวของนิ่มนิ่ม ฉากหลังมาจากคนละบ้าน แสงในภาพก็มาจากคนละที่ แต่ดูแล้วจริงใจอย่างบอกไม่ถูก นอกจากเป็นหน้าที่รวมกำลังใจของคนขาย ยังเป็นแรงบันดาลใจของคนซื้อให้เข้าครัวทำอาหารเอง

นิ่มนิ่ม เส้นไข่ขาว ไม่ได้ถูกคิดค้นมาเพื่อให้ขายของได้ สั่งซื้อ สรุปยอด ส่งของ แล้วจบไป แต่ผ่านการวิเคราะห์มารอบด้านแล้วว่า สินค้าทุกชิ้นต้องปลอดภัย มีการสื่อสารว่าเหมาะกับผู้ป่วยโรคอะไร กินคู่กับอะไรได้ กินคู่กับอะไรไม่ได้ และที่สำคัญคือ วางตัวเป็นที่ปรึกษา คอยให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ

“คนซื้อสินค้าเราไม่ได้ต้องการแค่อาหารที่ปลอดภัยและอร่อย แต่เขาต้องการใครสักคนที่จะให้ข้อมูลเขาได้ ทำให้เขาเชื่อมั่น เหมือนเราเป็นลูกหลานในบ้านเขาที่คอยดูแลเขา

“เวลามีคนป่วยในบ้าน ครอบครัวคือคนที่เครียด ต้องหาอาหารให้ผู้ป่วย คนป่วยคนเดียว ทั้งบ้านคือป่วยหมดนะ ป่วยใจที่เป็นห่วง ไม่รู้จะหาอะไรให้ทาน และไม่รู้ว่าสิ่งที่เอาให้กินมันถูกต้องหรือเปล่า ถ้าเราพอจะให้ข้อมูลเขาได้ เราก็อยากเล่าให้เขาฟัง”

แข็งแรง

ความตั้งใจของนิ่มนิ่มในวันนี้ไม่เปลี่ยนไปจากวันแรก ยังตั้งใจคิดค้นอาหารที่ปลอดภัยและอร่อยให้ผู้ป่วย คนลดน้ำหนัก และคนรักษาสุขภาพ แต่เป้าหมายจะใหญ่ขึ้นไปอีก พวกเขาอยากนำนวัตกรรมอาหารไทยไปสู่ตลาดโลก ขยายไลน์โปรดักต์ให้หลากหลายมากขึ้น โดยจะเริ่มจากแกงไทยโซเดียมต่ำและไม่มีน้ำตาล มาพร้อมผักให้ฉีกซองแล้วกินได้เลย

“วิธีคิดเหมือนกัน เราต้องสร้างความเชื่อมั่น และที่สำคัญต้องทำให้สะดวกสบาย ฉีกถุงเส้นไข่ ฉีกถุงแกง ก็พร้อมกินเลย ใครอยากเพิ่มเนื้อสัตว์ก็นำไปต้ม ส่วนผักมีอยู่ในถุงอยู่แล้ว เพราะผ่านการคิดมาแล้วว่าผู้ป่วยทานได้ ผักชนิดไหนทานไม่ได้จะไม่ใส่ลงไป ซึ่งเป็นอีก Pain Point ของเครื่องปรุง Low Sodium ทั่วไป ผู้ป่วยโรคไตซื้อไปเอาไปผัดกับผักที่บ้าน ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าต้องใช้ผักชนิดไหน เราเลยทำให้ครบถ้วน”

ฟิ้ง มีคอนเนกชันในแวดวงธุรกิจ ดูแลเรื่องฝ่ายขายและการตลาดเป็นหลัก

เกรท รับผิดชอบเกี่ยวกับการคิดค้นสินค้า พัฒนา และการผลิตทั้งหมด

ตื๋อ มีความรู้ด้านกราฟิก คอยดูแลเรื่องแพ็กเกจจิ้ง และพัฒนาให้เป็นของขวัญแทนใจให้ผู้ป่วยและคนที่เราห่วงใย

ทั้งสามมองว่านิ่มนิ่มยังเล็ก ไม่มีเงินทุนมากมายและมีทรัพยากรจำกัด จึงใช้สกิลล์ที่แต่ละคนมีให้เกิดประโยชน์สูงสุด การลงมือเองเลยทำให้บทเรียนธุรกิจเข้มข้นขึ้นไปอีก 

ตื๋อบอกว่า ระหว่างทางมีปัญหาเข้ามาทำให้ปวดหัว แต่ทุกปัญหามีทางแก้ ถ้าเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำนั้นดี ก็ไม่ต้องสงสัยในตัวเอง แต่มุ่งพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ลูกค้าได้สิ่งที่ดีที่สุด

สำหรับฟิ้ง เคยสงสัยว่าสินค้า Made in Thailand จะไปได้ไกลแค่ไหน ต่างประเทศจะยอมรับไหม แต่พอได้ไปยืนตรงนั้น ทำที่ไหนไม่ใช่ปัญหา ถ้าของดีและมีประโยชน์ต่อผู้บริโภคจริงๆ ยังไงก็โตได้แน่นอน

ส่วนเกรท ผู้อยู่ในห้องแล็บ และไม่เคยมั่นใจว่าสินค้าที่ทำจะมีคนชอบหรือไม่ ฟีดแบ็กลูกค้าทำให้รู้ว่า ถ้าตัวเองเชื่อว่าของดี ลองใช้แล้วดี ลูกค้าก็จะรู้สึกแบบเดียวกัน

“นิ่มนิ่มทำให้พวกเราได้รู้ว่า บนโลกนี้ยังมีผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานกับการกินอาหารอีกมากมาย แปลว่านวัตกรรมด้านอาหารสำหรับผู้ป่วยยังขาดอีกเยอะ แล้วก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากขึ้นทุกวัน เพราะบ้านเราเป็นสังคมผู้สูงอายุ อีกหน่อยคนสุขภาพดีก็จะอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งอายุที่มากขึ้นก็มาพร้อมโรคภัยไข้เจ็บ นั่นเลยเป็นกำลังใจให้เราทำต่อ เราต้องทำให้ชีวิตของเขาสุขภาพดี ให้เขามีความสุขในการได้กินอาหารที่ดี”

‘นิ่มนิ่ม’ มาจากสัมผัสของเส้น และเป็นคำพูดที่เกรทพูดบ่อยตอนทดลองในห้องแล็บ

ส่วนชื่อ ‘บริษัท แข็งแรงทุกวัน จำกัด’ เกิดจากความต้องการให้มีรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากของคนที่เห็นชื่อบนกล่องหรือเวลาโอนเงิน ถือเป็นการอวยพรลูกค้าให้แข็งแรงทุกวันไปด้วยเลย

Lessons Learned

  • ทำสินค้าดีที่ตัวเองเลือก ตัวเองกิน ตัวเองใช้ และอยากแนะนำให้คนอื่นต่อ ยึดมั่นกับสิ่งนี้ในทุกก้าว และการตัดสินใจในการทำธุรกิจโดยไม่ลืมความตั้งใจแรก ไม่อะลุ่มอล่วย ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ต่อลูกค้า ต่อคนทำงานด้วยกัน เช่น นิ่มนิ่มตั้งใจจะทำเส้นไข่ขาวที่ปลอดภัย ไม่มีแป้ง และต้องอร่อย ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งถือว่ายังทำไม่สำเร็จ
  • ให้ความสำคัญกับฟีดแบ็ก ฟีดแบ็กดีๆ จะเป็นกำลังใจให้ไปต่อ ฟีดแบ็กไม่ดีก็นำมาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
  • สินค้าดีแล้วยังดีได้อีก และเรายังสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เสมอ หมั่นพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ทั้งในเรื่องคุณภาพและการใช้งาน 
  • คิดใหญ่ไว้ก่อนไม่เสียหาย ใครจะคิดว่าจะมีคนทำเส้นจากไข่ขาวแบบไม่มีแป้งได้ มองเป้าหมายให้ไกลและวางแผนให้รัดกุม ค่อยๆ ก้าวไปในสเกลที่ควบคุมไหว แบ่งหน้าที่หุ้นส่วนตามความถนัด และใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

28 มิถุนายน 2565
2.27 K

15 ปีที่แล้ว ก่อนเป็น ‘Peaberry Thai’ ที่จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟ ในยุคสมัยที่กาแฟ Specialty ยังมีคนรู้จักไม่มากนัก Peaberry เป็นบริษัทแรก ๆ ในไทยที่มองเห็นความพิเศษของกาแฟ จึงเริ่มเปิดร้านกาแฟขนาดเล็กที่คอกาแฟหลายคนรู้จักในชื่อ ‘Pacamara Coffee Roasters’ ก่อนจะเห็นโอกาสของตลาดกาแฟที่พร้อมโตได้อีกมาก

จากร้านกาแฟ 1 ร้าน เติบโตเป็นธุรกิจครบวงจรที่นำเข้าอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟสารพัดอย่างจากทั่วโลก ทั้งเยอรมนี อิตาลี ไอร์แลนด์ อเมริกา และญี่ปุ่น นำเสนอหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง Giesen, Slayer, Mahlkönig, Compak, Marco, Astoria, Kalita, Urnex และอีกมากมาย

ด้วยความตั้งใจคัดสรรคุณภาพทุกขั้นตอนให้พิเศษที่สุดสมกับความเชื่อ ‘Selected Toward Specialty’ พระเอกในวันนี้จึงไม่ใช่แค่กาแฟในแก้ว แต่เป็นเรื่องราวความไม่ธรรมดาของกระบวนการและอุปกรณ์ที่อยู่เบื้องหลังกาแฟทุกแก้ว

The Cloud ชวนฟังเรื่องราวสุดพิเศษเหล่านี้กับ คุณเด็บ-วิภา บุญปาลิต Managing Director และ คุณป่าน-ธงธรรม เวชยชัย Deputy Managing Director, Commercial บริษัท พีเบอร์รี่ ไทย จํากัด ที่นำประสบการณ์การทำธุรกิจมานาน ผสานกับความหลงใหลในกาแฟ สกัดออกมาเป็นความใส่ใจที่อยากเล่าให้ Coffee Lovers ฟัง

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Specialty in Coffee Consult

ก่อนฟังเรื่องราวการทำธุรกิจสุดสเปเชียล ขอเสิร์ฟกาแฟของ Peaberry Thai ให้ชิมก่อนอ่านสักแก้ว

คุณเด็บบอกว่า “กาแฟที่เราทำเป็นกาแฟหวาน เวลาชิมกาแฟ จะชิมว่ารสหวานไหม ไม่ใช่ขมไหม มีความหวานอยู่ในปาก” เป็นความหวานจากรสผลไม้ที่ไม่เหมือนหวานจากน้ำตาล มี After Taste แตะที่ลิ้น ซึ่งต้องใช้ความละเมียดละไมในการลิ้มรสชาติ

เมื่อเป็นกาแฟแก้วละเมียด อุปกรณ์ที่ใช้จึงต้องใส่ใจในรายละเอียด ทั้งการคั่ว บด ชง โดยหลักการคัดเลือกสินค้านั้นแสนง่าย คือ ทุกชิ้นและทุกกระบวนการต้องส่งเสริมให้ผลลัพธ์สุดท้าย ออกมาเป็นกาแฟ Specialty แก้วพิเศษสำหรับคนทานตามคอนเซ็ปต์ Selected Toward Specialty นั่นเอง

แบรนด์เครื่องคั่วกาแฟชื่อดังที่ Peaberry Thai เลือกใช้ และเป็นตัวแทนจำหน่ายหลักเจ้าเดียวในไทย คือ Giesen เครื่องคั่วหน้าตาหล่อเหลาจากยุโรปที่ใช้ในการแข่งขันคั่วกาแฟระดับโลก World Coffee Roasting Championship

คุณป่านเล่าความเป็นมาว่า “เดิม Giesen ทำธุรกิจเกี่ยวกับเหล็ก จึงใช้วัสดุจากเหล็กหล่ออย่างดี ที่ส่งเสริมให้เกิดปัจจัยการทำความร้อนได้ดี ทำให้การคั่วมีคุณภาพ

“จุดเด่นของเครื่อง คือ ปรับแต่งสูตรได้ ปรับความร้อนได้ และสามารถเล่นกับคาแรกเตอร์ของกาแฟได้หลากหลายโปรไฟล์ ทำซ้ำได้ ถ้าชอบโปรไฟล์สูตรนี้ ครั้งต่อไปบันทึกไว้แล้วกลับมาที่โปรไฟล์เดิมได้ แบรนด์พัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้ควบคุมได้ตามที่ต้องการ”

การใช้เครื่องคั่วกาแฟที่ดี ช่วยดึงคาแรกเตอร์ของกาแฟให้เฉิดฉายออกมาได้เต็มที่ เหมือนมีเพื่อนดีที่สนับสนุนให้คาแรกเตอร์เราเด่นชัดขึ้นมา

สำหรับเครื่องบด Peaberry Thai มีทั้งเครื่องขนาดใหญ่อย่าง Mahlkönig ที่บดกาแฟได้ทั่วถึงและแม่นยำสม่ำเสมอ เน้นความละเอียดของกาแฟที่สเกลไมครอน ในขณะที่แบรนด์ Compak มีลักษณะของเฟืองแตกต่างออกไป ทำให้รสชาติกาแฟออกมาอีกแบบหนึ่ง เพียงทรงเฟืองของเครื่องบดที่ต่างกัน ก็ทำให้รสชาติกาแฟออกมาไม่เหมือนกันแล้ว การขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟจึงไม่ใช่แค่รู้สเปกเครื่อง แต่ต้องรู้ศาสตร์การทำกาแฟอย่างลึกซึ้งด้วย

คุณป่านบอกว่า “ทุกเครื่องมีความพิเศษในตัวเอง เรานำเข้าของมาหลายแบบ ทั้งรุ่นแพงและถูกต่างมีเอกลักษณ์”

เครื่องชงตัวท็อปของร้านคือ Slayer ที่มีเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ในการสกัดกาแฟด้วยการพรมน้ำ ค่อย ๆ ดึงความหวานและรสชาติที่ถูกบดออกมาอย่างครบถ้วนละมุนละไม ส่วนแบรนด์ Astoria มีจุดเด่นที่แตกต่างออกไปคือ ความทนทาน ความนิ่ง และความแม่นยำ เหมาะสำหรับร้านกาแฟอย่าง Café Amazon ที่แต่ละสาขาขาย 300 – 500 แก้วต่อวัน

นอกจากนี้ Peaberry Thai ยังมี Coffee Supply หลากหลาย ทั้งแก้วทรงกรวย ดริปเปอร์ แอโรเพรส และอุปกรณ์สกัดกาแฟหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำเชื่อมและส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมการทำกาแฟหลากหลายวิธีที่สุด

ด้วยเหตุนี้ คุณป่านจึงบอกว่า เราเป็นที่ปรึกษาธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่ขายเครื่อง”

หากอยากทำร้านกาแฟ นอกจากอุปกรณ์ที่ใช้แล้ว ยังให้คำปรึกษาได้ทั้งด้านคุณภาพเครื่องดื่มและการทำร้านกาแฟให้ได้กำไร เพียงรู้ราคาที่อยากขายต่อแก้ว ก็คำนวณได้ว่าผู้ประกอบการเหมาะกับอุปกรณ์รุ่นไหน

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

เลือกแบรนด์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

กาแฟเป็นศิลปะที่พิเศษ ผสมผสานระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ แถมยังต้องใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก การใช้เครื่องชง Slayer ที่มีแรงดันต่างกันแค่บาร์เดียว หรืออุณหภูมิน้ำต่างกันแค่ 1 – 2 องศาเซลเซียส ก็ทำให้ได้กาแฟรสชาติไม่เหมือนกันแล้ว

หากไม่รู้จริงเรื่องกาแฟ อาจมองว่าเครื่องกรองน้ำ หม้อต้มน้ำ ตาชั่ง และถุง เป็นอุปกรณ์ธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ Peaberry Thai ตั้งใจเลือกแบรนด์เหล่านี้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางทั้งหมด เพราะทุกอย่างล้วนส่งผลต่อรสชาติกาแฟ

เครื่องกรองน้ำสำหรับกาแฟแบรนด์ BWT มีเทคโนโลยีพิเศษ นอกจากกรองความสกปรกในน้ำออกแล้ว ยังใส่แมกนีเซียมลงไปในน้ำ ทำให้แร่ธาตุจับกับอโรม่าของกาแฟ จนออกมาเป็นกาแฟรสชาติดี

นอกจากนี้ คอกาแฟจะรู้ว่าอุณหภูมิและสเกลต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่ต้องเป๊ะ หม้อต้มน้ำ Marco สำหรับกาแฟ Specialty มีหัวก๊อกที่ตั้งอุณหภูมิน้ำได้เสถียร ไม่คลาดเคลื่อน ได้น้ำร้อนไวตามที่ต้องการ มีทั้งหัวก๊อกน้ำร้อน น้ำเย็น โซดา สะดวกต่อคนใช้งาน ทำให้ขายได้เร็วขึ้นและมีรูปลักษณ์สวยงาม เหมาะกับตั้งประดับที่บาร์กาแฟ

ส่วนตาชั่งสำหรับกาแฟโดยเฉพาะ จะมีสเกลไวและนิ่ง ต่างจากตาชั่งทั่วไปที่คลาดเคลื่อนในหน่วยทศนิยม เหมาะกับการชั่งกาแฟที่ต้องละเอียดในหน่วยกรัม ใส่สูตรการชงเข้าไป แล้วแชร์สูตรกับกลุ่มคนรักกาแฟผ่านแอปพลิเคชัน หรือเข้าไปดูสูตรของแชมป์บาริสต้าได้

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีน้ำยาทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟโดยเฉพาะ เพราะกาแฟเก่ามักมีกลิ่นคล้ายกระดาษโรเนียวเก่า หากไม่ใช้น้ำยาพิเศษจะทำให้รสชาติในแก้วเปลี่ยน ส่วนถุงที่เก็บเมล็ดกาแฟก็ต้องสั่งทำพิเศษหนา 4 ชั้น ใช้เวลาทดสอบถุงเป็นปีด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่ารักษาคุณภาพกาแฟให้อยู่ได้นาน

ด้วยศาสตร์ของกาแฟที่ละเมียด ทำให้คนทำธุรกิจต้องละเอียดตามไปด้วย ใส่ใจในสิ่งธรรมดาที่ทำให้ผลลัพธ์ของสินค้าออกมาไม่ธรรมดา

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Coffee Wisdom จากการลงลึกหน้างาน

เมื่อถามว่าทำอย่างไร ถึงสะสมความรู้ด้านกาแฟจนรู้จริงและเชี่ยวชาญในการเลือกอุปกรณ์กาแฟต่าง ๆ ได้ดีขนาดนี้

คำตอบของคุณป่านคือ “ต้องลงลึก ลงพื้นที่จริง ไปขึ้นดอย คุยกับคนที่ทำจริง ทำงานกับเกษตรกร ไปดูสายพันธุ์ เก็บหน้าดินมาทดสอบ” ผนวกด้วยหลงใหลในศาสตร์กาแฟ ทำให้พัฒนาร่วมกับเกษตรกรต่อไปได้เรื่อย ๆ จากกาแฟเชอร์รี่เม็ดแดงสุกก่ำ คัดด้วยมือทีละเม็ดผ่านโรงสีและโรงคั่วของแบรนด์ ออกมาเป็นสารกาแฟตั้งต้นที่คุมคุณภาพในทุกกระบวนการ

Peaberry Thai Estate ยังคิดค้นกาแฟ Thai Single Origin ที่บ่มและหมักด้วยเมล็ดกาแฟไทย มีทั้งไอยรารัญจวนจากดอยช้าง เสน่ห์นางนอนจากดอยผาฮี้ และผกาชมพูจากแม่จันหลวงที่มีต้นผกาชมพูปลูกอยู่ มีกาแฟเบลนด์จากทั้งไทยและต่างประเทศ

คุณเด็บบอกว่า “การที่เรามีอุปกรณ์และเครื่องของตัวเอง มีผู้เชี่ยวชาญดูในแต่ละขั้นตอนทั้งหมด ทำให้คุมคุณภาพได้ครบวงจร มั่นใจคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำว่ามีของดีทุกขั้นตอน”

สิ่งสำคัญคือ Peaberry Thaiไม่ได้ขายแค่กาแฟแล้วบอกว่าอร่อยหรือไม่อร่อย แต่บอกได้ว่าทำไมและทำอย่างไรกาแฟถึงมีคุณภาพดี ลงมือทำเองหน้างานจริงแล้ว จึงแนะนำลูกค้าต่อได้ว่าควรใช้อุปกรณ์แบบใด ใช้ดริปเปอร์แบบไหน แล้วส่งผลให้กาแฟเป็นอย่างไร แนะนำสูตรเครื่องดื่มให้ผู้ประกอบการได้ เซลล์ขายเครื่องมีประสบการณ์และความรู้ด้านกาแฟ ก็แนะนำการใช้เครื่องได้ ส่วนบริการหลังการขายนั้นยังรับซ่อมและแนะนำลูกค้าถึงที่ได้อีกด้วย โดยมีศูนย์บริการถึง 16 สาขาทั่วประเทศ

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

รู้ใจลูกค้า ไม่แพ้เข้าใจกาแฟ

ทุกวันนี้ Peaberry Thai มีโชว์รูม 2 สาขา คือ กรุงเทพฯ และภูเก็ต สำหรับขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟครบวงจร เน้นกลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ ส่วน Pacamara Coffee Roaster คือ ร้านกาแฟที่เป็นธุรกิจค้าปลีกของบริษัทภายใต้สโลแกน Everyday Specialty กาแฟคุณภาพดีที่ราคาไม่แพง อยากเข้าถึงคนดื่มกาแฟอย่างแพร่หลายและหลากหลายกลุ่มมากขึ้น

ด้วยความเชี่ยวชาญในธุรกิจครบวงจรของ Peaberry Thai ทำให้ส่งผลดีต่อร้านกาแฟอีกทอด บาริสต้ารู้เรื่องราวกาแฟตั้งแต่ปลูก สามารถถ่ายทอดเรื่องราวก่อนมาเป็นเครื่องดื่มในแก้วให้ลูกค้าฟังได้ เติมเสน่ห์ที่คุณเด็บบอกว่าเป็นหัวใจของธุรกิจคือการเข้าใจลูกค้า “เรารู้ใจลูกค้า เข้าใจว่าคนดื่มกาแฟกำลังมองหาอะไร เข้าร้านมาแล้วถูกใจไหม เราอธิบายข้อมูล เล่าเรื่อง Behind the Cup ให้คนเข้าใจเรื่องราว ใส่ใจในทุกขั้นตอนที่เสิร์ฟให้ลูกค้า นี่คือสิ่งที่เราทำ”

สำหรับคอกาแฟพิเศษ Pacamara เข้าใจว่าคนกลุ่มนี้ชอบลองกาแฟรสชาติหลากหลาย จึงเสาะหา Cup of Excellence (กาแฟดีจากทั่วโลก ที่ผ่านการให้คะแนนโดยนักชิมรสชาติกาแฟมืออาชีพ) ใน Rank 1 – 22 มากระจายขายใน 20 กว่าสาขาของ Pacamara ทำเป็น Coffee Hunt ให้คอกาแฟไปเสาะหาลองชิม

คุณป่านอธิบายว่า “Coffee Lovers ในไทยแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ทั้งคนดื่มกาแฟวันละหลายแก้วทุกวันที่ต้องการความเข้มและสตรอง หรือคนดื่มกาแฟคั่วอ่อนที่ชอบลิ้มรสชาติกาแฟ” ดังนั้น แม้สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ Specialty เป็นประจำ ก็ต้องการดื่มกาแฟที่ปรับรสชาติได้ในแบบที่แต่ละคนชอบ กาแฟพิเศษจึงตอบโจทย์คนกลุ่มนี้เช่นกัน เพราะสามารถปรับรสชาติได้อย่างละเอียด เช่น ผสมรส Nutty ของกาแฟบราซิลกับรส Floral จากเอธิโอเปียด้วยกันได้

ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์กาแฟของ Peaberry Thai และร้านกาแฟ Pacamara นั้นส่งผลดีต่อกัน เมื่อเกิดเทรนด์ Coffee Culture ที่คนนิยมตามหาคาแรกเตอร์ของกาแฟมากขึ้น ก็ยิ่งส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์กาแฟโตตามไปด้วย ช่วงที่ผ่านมาตลาดกาแฟยังโตขึ้นจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้หลายคนลงทุนซื้อแอโรเพรส Espresso Machine เครื่องชงกาแฟแบบออโต้ หรืออุปกรณ์ดริปต่าง ๆ ตามความถนัดของแต่ละคนมาไว้ที่บ้าน

ทั้งคู่บอกว่า นี่คือโอกาสทางธุรกิจในการส่งต่อความรู้เกี่ยวกับกาแฟแก่ลูกค้า และตอบโจทย์ให้คนรู้จักกาแฟ Specialty มากขึ้น หากคนเข้าใจสุนทรีย์ของกาแฟ ว่าคือการดื่มด่ำความสุขกับกาแฟไม่ใช่คาเฟอีน ก็จะเข้าใจว่าทำไมต้องเลือกอุปกรณ์ทำกาแฟอย่างละเมียดละไม

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Seasonal Problems

“Pacamara ทำให้เข้าใจว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟกำลังเผชิญกับอะไร พอมีร้านกาแฟของเราเอง เรายิ่งเข้าใจปัญหาหน้าบ้านและความซับซ้อนของร้านกาแฟ เพราะเจอสถานการณ์เดียวกัน” คุณป่านเล่า

ความท้าทายของธุรกิจกาแฟ คือ ปัจจัยที่ไม่แน่นอนและควบคุมยากอย่างดินฟ้าอากาศที่ล้วนส่งผลต่อการปลูกกาแฟ เช่น ปีที่ผ่านมาบราซิลหิมะตกหนักมากจึงขาดแคลนกาแฟทั่วโลก เมื่อสภาพแวดล้อมของแต่ละปีไม่เหมือนกัน กาแฟที่ปลูกแต่ละปีจึงไม่เหมือนกันตามไปด้วย ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการบริหารจัดการกาแฟทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อทำธุรกิจกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ความท้าทายจากปัจจัยที่ไม่แน่นอนจึงยิ่งทวีคูณมากขึ้นจากหลายทิศทางรอบตัว

2 ปีที่ผ่านมาในช่วงโรคระบาดโควิด-19 มีบริษัทล้มไปเยอะมาก หน้าร้านหลายสาขาของ Pacamara ต้องปิดตัวลงเช่นกัน

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

เมล็ดกาแฟแพงขึ้น ทำให้ต้องปรับตัวในการบริหารจัดการหาวิธีคั่วกาแฟอย่างไร ไม่ให้สูญเสียต้นทุนกาแฟที่มีค่าดั่งเพชร ปรับสัดส่วนการขายสินค้า ออกสินค้าใหม่ในช่วงโควิดอย่างกาแฟกระป๋อง Unicorn ภายใน 1 สัปดาห์ 

ในการทำธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่เบลนด์กาแฟให้อร่อย แต่ต้องรู้จักเบลนด์ไอเดียของหลายคนเข้าด้วยกันให้เกิดทีมเวิร์ก ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไปทุกวัน เหมือนรสชาติกาแฟที่ผันเปลี่ยนตามฤดูกาล

เข้าใจฤดูกาลก่อน แล้วจึงหาวิธีรับมือ เข้าใจปัญหาให้ได้ก่อน แล้วจึงหาวิธีแก้ พร้อมปรับเปลี่ยนตลอดเวลา

ทั้งคู่สรุปว่า ทุกธุรกิจมีความท้าทาย ขึ้นอยู่กับว่ามีวิธีรับมืออย่างไร เคล็ดลับของคุณเด็บที่คร่ำหวอดในธุรกิจอาหารมา 30 ปี คือ “ความรู้ในสินค้าของแต่ละธุรกิจเป็นคนละแบบ แต่หลักการการดูแลธุรกิจใกล้เคียงกัน”

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า “หลักการยังไม่เท่ากับความตั้งใจ หลักการเกิดขึ้นในถุงกาแฟใบนี้ที่ตั้งใจให้ลูกค้าได้รับกาแฟที่ดี อยู่ในช่วงเหมาะสมในการทานมากที่สุด ดังนั้น ทุกครั้งที่เดินเข้าคลัง จะนับวันว่าสต็อกมีกาแฟคั่ววันที่เท่าไหร่บ้าง”

ในขณะที่คุณป่านผู้ทำธุรกิจควบรวมกิจการมาก่อน ได้ประยุกต์ใช้หลักการวางแผนหาช่องทางการทำรายได้ใหม่ และวางโครงสร้างธุรกิจมาใช้กับธุรกิจกาแฟ

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

คอเดียวกัน

คุณเด็บและคุณป่านบอกว่า อยากชวนทุกคนมาร่วมสร้างวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ Specialty ด้วยกัน อยากเป็นบริษัทที่จริงจังกับการเป็นคนรักกาแฟ และคนรักกาแฟอยากทำงานด้วย โดยตั้งใจเชื่อมต่อองค์ความรู้ของคนรักกาแฟ จากทั้งเจ้าของแบรนด์ต่างประเทศ เกษตรกร จนถึงลูกค้า สร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการร้านกาแฟที่ช่วยเหลือกัน เป็นเพื่อนทำกาแฟด้วยกัน ไม่ใช่แข่งขันกัน

คุณเด็บบอกว่า “เราคือคนรักกาแฟ ลูกค้าก็เป็นคนรักกาแฟ เราคือผู้ขาย เขาคือผู้ซื้อ แค่มีสถานะที่ต่างกันแต่จริง ๆ เรามีรสนิยมที่เหมือนกัน ทั้งเราและลูกค้าต่างชอบดื่มกาแฟ อยากได้กาแฟที่แปลกใหม่”

เพราะเป็นแบรนด์ไทยที่เปิดร้านกาแฟ ทำให้มีเป้าหมายเหมือนกันกับผู้ประกอบการกาแฟ คือทำอย่างไรให้ส่งต่อคุณค่าของกาแฟได้มากขึ้น ขายได้มากขึ้น และขยายธุรกิจให้เติบโตได้มากขึ้น

ในต่างประเทศตลาดกาแฟ Specialty เริ่มต้นมาก่อนไทย วันนี้ Peaberry Thai อยากทำกาแฟไทยเทียบเท่าต่างประเทศให้ได้ อยากสร้าง Coffee Culture ในไทยที่คนดื่มกาแฟบนรสชาติกาแฟ โดยเชื่อว่าเมื่อกาแฟดี อุปกรณ์ดี มีบุคลากรที่เข้าใจกาแฟอย่างถ่องแท้ ทั้งหมดนี้จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ และเมื่อตลาดกาแฟ Specialty เติบโตขึ้น แปลว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟทุกคน รวมทั้ง Peaberry Thai ก็ยิ่งโตไปได้อีกแน่นอน

เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Lessons Learned

  1. หลงใหลและลงลึกจนเชี่ยวชาญ รู้ดีที่สุดในสิ่งที่ทำจากความชอบและลงมือทำจริงหน้างาน ทำให้คัดเลือกสินค้าและแนะนำลูกค้าได้อย่างช่ำชอง
  2. ไม่ปล่อยผ่านในทุกรายละเอียด ใส่ใจทุกปัจจัยที่ควบคุมได้และไม่ได้ของธุรกิจ ทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพอย่างมั่นคง
  3. นำเสนอความพิเศษให้ลูกค้า สินค้าที่พิเศษมาจากทุกกระบวนการที่พิเศษ  พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังให้ลูกค้ารับรู้ถึงความไม่ธรรมดานั้น

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load