ทายาทรุ่นสองของ The Cloud ตอนนี้ เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของโรงงานผลิตเตาเผาศพแบบไร้มลพิษรายใหญ่ของประเทศ

อดีตนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ทิ้งโอกาสการเป็นสถาปนิกของบริษัทออกแบบที่สิงคโปร์ เพื่อมารับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว ออกแบบเตาเผาไร้มลพิษทุกประเภทให้มีหน้าตาทันสมัย ได้มาตรฐานสากล

ก่อนจะต่อยอดธุรกิจด้วยการบุกเบิกบริการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงครบวงจร ในชื่อ Pet Master ให้บริการตั้งแต่เตาเผาไร้มลพิษสำหรับสัตว์เลี้ยง พิธีศาสนา พวงหรีดดอกไม้ สวดบังสุกุล ลอยอังคาร บริการถ่ายรูป และทุกความต้องการของคนรักสัตว์เลี้ยง ไปพร้อมๆ กับศึกษาเพื่อเพิ่มช่องทางธุรกิจของครอบครัว

จากโรงงานผลิตเตาเผาที่คิดถึงสิ่งแวดล้อม ต่อยอดเป็นธุรกิจที่บริการคนรักสัตว์อย่างเข้าใจ สู่การเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่นำงานวิทยาศาสตร์และงานออกแบบมาบรรจบกัน เปลี่ยนของที่มีคุณค่าทางใจให้มีมูลค่าทางใจ

ฟังดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อ และไม่เกี่ยวข้องกันเป็นที่สุด แต่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริง

Gemories

มาฟังเรื่องราวและแนวคิดการต่อยอดธุรกิจสนุกๆ ของ พลอย – ภัสสร ภัสสรศิริ เจ้าของแบรนด์ Gemories (เจมโมรีส์) เครื่องประดับที่ใช้นวัตกรรมเปลี่ยนอัฐิหรืออินทรีสารของบุคคลหรือสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักให้กลายเป็นอัญมณีมีค่า

มีคนเคยบอกว่า ไม่ว่าจะร้ายหรือดี ความทรงจำก็เป็นสิ่งที่มีค่าต่อชีวิตของใครคนหนึ่ง

ในวันที่เรายังเห็น สัมผัส จดจำกันได้อยู่

โปรดใช้มันสร้างความทรงจำที่มีค่ามากที่สุด

Gemories
ธุรกิจ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัทรพันธ์อุตสาหการ (พ.ศ. 2530), บริษัท สยาม อินซีนเนอร์เรเตอร์ จำกัด (พ.ศ. 2552)
ประเภทธุรกิจ : ผลิตและจำหน่ายเตาเผาไร้มลพิษทุกประเภท
อายุ : 31 ปี
ผู้ก่อตั้ง : ปรีชา ภัสสรศิริ, ดร. อรวรรณ ภัสสรศิริ
ทายาทรุ่นที่สอง : พลอย – ภัสสร ภัสสรศิริ ก่อตั้ง บริษัท เพ็ท มาสเตอร์ จำกัด (พ.ศ. 2553), บริษัท เจมโมรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด (พ.ศ. 2559), บริษัท เจมโมรีส์ (สิงคโปร์) จำกัด (พ.ศ. 2561)

ลูกไม้ใต้ต้น

ถ้าคุณโตมาในครอบครัวที่มีพ่อเป็นวิศวกรทำธุรกิจผลิตเตาเผา มีแม่เป็นอาจารย์และนักวิจัยที่ทำวิจัยเรื่องมลพิษ บทสนทนาบนโต๊ะอาหารจึงหนีไม่พ้นเรื่องมลพิษ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี วนและเวียนอยู่อย่างนั้น

พลอยเล่าถึงความทรงจำต่อธุรกิจของครอบครัวว่า แม้เธอจะไม่ได้สนใจเป็นพิเศษ จนเลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์เหมือนพ่อ หรือวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเหมือนแม่ แต่เธอก็พอจะเห็นความสำคัญจากสิ่งที่ซึมซับอยู่เรื่อยมา

Gemories

“ช่วงที่ต้องเลือกทำงาน thesis จบ เป็นช่วงเดียวกับที่คุณแม่เพิ่งจบงานวิจัยเรื่องการศพและและพิธีกรรมทางศาสนาของศาสนาต่างๆ เราสนใจจึงต่อยอดร่วมกับเทคโนโลยีการผลิตเตาเผาของคุณพ่อ ออกมาเป็นงานออกแบบสถานที่สำหรับใช้เผาศพในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพราะคิดว่าถ้าเกิดขึ้นจริงในสังคมได้คงจะดี” พลอยเล่า

ผลจากการทำ thesis ในครั้งนั้น ทำให้พลอยเริ่มมีความมั่นใจ ในความรู้เชิงลึกเรื่องการจัดการศพ การฌาปนกิจ เทคโนโลยี ความต้องการของตลาด ความเชื่อและพิธีกรรมของแต่ละศาสนา สร้างแรงบันดาลใจให้เธออยากต่อยอดความรู้ที่มี สร้างสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่เร็วๆ

มันจะหัวก้อยต้องเสี่ยงกัน

ต่อมาบริษัทสถาปนิกที่สิงคโปร์ที่พลอยเคยไปฝึกงาน ติดต่อชวนให้เธอไปเริ่มงานที่นั่นหลังเรียนจบ เสนอเงินเดือนที่สูงพร้อมให้ทุนเรียนต่อปริญญาโทระหว่างทำงานทันที

“เป็นโอกาสที่ดีมากนะ แต่เราก็มาคิดอีกทีว่า เราอยากทำอะไรที่มีประโยชน์กับสังคมบ้านเรา อยากต่อยอดโครงการ thesis ที่เริ่มไว้ และอยากอยู่ใกล้คุณพ่อคุณแม่เพราะท่านก็อายุมากขึ้นแล้ว จึงตัดสินใจออกจากเมืองกลับไปอยู่บ้านที่ปทุมธานี ตั้งใจศึกษาเรื่องเทคโนโลยีเตาเผาจากคุณพ่อ ช่วยงานส่วนที่ออกแบบเตาเผาใหม่ และอื่นๆ” พลอยเล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ

Gemories

จากคนที่อยู่กับงานออกแบบเท่ๆ สวยงาม พอมาเจองานเครื่องจักร พลอยบอกว่าเป็นใครก็คงแอบเซง ดังนั้นแทนที่จะทำเตาหน้าตาเหมือนเตา เธอจึงออกแบบไฟเบอร์หุ้มส่วนเหล็กทั้งหมดเหมือนรถยนต์ จากที่คนเห็นเตาแล้วกลัวมลพิษ กลัวสิ่งที่อยู่ในเตา ก็จะรู้สึกเปลี่ยนไป แต่ก็ได้ไม่ทำได้อย่างอิสระอย่างที่เธอคิด เพราะทั้งช่างที่ช่วยทำและผู้ซื้อไม่เห็นถึงความสำคัญของการมีเตาที่หน้าตาสวยงามเท่าไหร่

และเพื่อสร้างโอกาสให้โรงงานรับงานที่ใหญ่ขึ้น สร้างรายได้ให้โรงงานมากขึ้น พลอยยืนยันว่าจะนำระบบ ISO ข้อระเบียบมาตรฐานการผลิตมาใช้ในโรงงาน นอกจากข้อร้องขอที่มากขึ้นแล้ว  ยังมีเรื่องต้องอ่านหนังสือให้ออก และทำรายการตรวจสอบเป็น ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้พนักงานลาออกไป 30 คนจากที่มี 60 คน

“เรารู้ว่ามันยาก แต่เราก็ไม่ยอมผ่อนยอมอ่อน เพราะเราคิดว่ามีประโยชน์ต่อบริษัทในอนาคตจริงๆ ซึ่งถ้าเราไม่กล้า ใจอ่อน ตัดสินใจเลิกทำและไปร้องขอให้พนักงานที่ลาออกกลับมา วินาทีนี้นั้นเราก็ไม่น่าเชื่อถือแล้ว ที่สำคัญบริษัทเราก็จะอยู่เท่าเดิม รายได้เท่าเดิม สินค้าไม่พัฒนาขึ้น เป็นงานใหญ่งานแรกที่คิดจะทำ เลยทำให้เสียความมั่นใจไปเยอะมากเลยเพราะเราต้องการเป็นผู้นำ เราพร้อมแล้วที่จะทำเรื่องพัฒนาระบบ แต่ผลคือมีพนักงานครึ่งหนึ่งไม่เชื่อเรา ทำให้ต้องสร้างทีมใหม่ มั่นใจในการสร้างทีมใหม่ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรา”

Pet Master

หลังจากเรียนรู้งานในโรงงานเตาเผาได้สักระยะหนึ่ง สุนัขพันธุ์ชิสุเพื่อนรักวัยเด็กที่ตอนนั้นอายุ 18 ปี ซึ่งถือว่าแก่มากแล้วไม่สบาย และหมอวินิจฉัยว่าจะอยู่ได้อีกเพียง 6 เดือน

ด้วยความรักและผูกพันเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ ป.4 พลอยจึงคิดจะทำพิธีให้เหมือนคนเพราะเขาเป็นเหมือนเพื่อนเหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง พลอยเริ่มจากพยายามจะนำเตาที่ออกแบบไปตั้งตามวัด โดยรอคอยว่าอีก 6 เดือนจะไว้ใช้เผาชิสุของตัวเอง

ระหว่างที่นั้นเธอก็เริ่มสนใจจะต่อยอดเป็นธุรกิจให้บริการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจัง เพราะเห็นช่องว่างทางการตลาด ในสมัยนั้นมีบริการเผาสัตว์เลี้ยงแค่ที่วัด เช่น วัดคลองเตยใน ซึ่งเป็นชุมชนที่คนชอบนำสัตว์เลี้ยงมาเผา เจ้าอาวาสจึงต้องแยกเตาเผา และยังไม่มีเอกชนเจ้าไหนเปิดให้บริการทั้งที่เป็นตลาดที่มีความต้องการอยู่เยอะมาก คนรักสัตว์อยากได้โลงศพที่ออกแบบเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ อยากให้มีดอกไม้ อยากให้มีพิธีกรรม

Gemories

“อีกเหตุผลมาจากการที่เห็นคุณพ่อทำธุรกิจกับภาครัฐ ซึ่งบางทีต้องรองบประมาณทำให้รายได้ที่เกิดขึ้นไม่มีความแน่นอน” จึงเป็นที่มาของ Pet Master ธุรกิจฌาปณกิจสัตว์เลี้ยงแสนรักครบวงจร ที่มีจุดเด่นคือเตาเผาไร้มลพิษสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เป็นนวัตกรรมเตาเผาไฟฟ้ารักษ์โลกที่ต่อยอดมาจากธุรกิจครอบครัว

พลอยเริ่ม Pet Master จากการพูดคุยกับเจ้าอาวาส แล้วออกแบบแผนธุรกิจเสนอขายทางวัด เพื่อให้เห็นว่าการลงทุนซื้อเตาเผาจาก Pet Master จะสร้างรายได้แก่วัดผ่านทางใดบ้าง บางวัดตัดสินใจซื้อไปทำ และบางวัดก็ขอให้ Pet Masterเป็นพาร์ทเนอร์หรือการให้เช่าพื้นที่ดำเนินธุรกิจแทน เพราะไม่อยากให้รบกวนกับกิจของสงฆ์ 

Save as…

เมื่อ Pet Master ดำเนินการไปได้ 6 ปี โรงงานก็เริ่มมีปัญหาเรื่องรายได้เพราะมีคู่แข่งสำคัญอย่างจีนและเกาหลีแย่งส่วนแบ่งในตลาดไปถึง 60 % เพราะมีเทคโนโลยีและต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า

“เรามีความคิดว่าในอนาคตเราอาจจะต้องปิดโรงงานอยู่ตลอดเวลา เพราะเราสังเกตเห็นตั้งแต่เราเริ่มทำ Pet Master ค่าแรงในโรงงานนั้นสูงขึ้นทุกวัน ค่า R&D ที่เราลงทุนกับเทคโนโลยีเตาเผาเยอะมาก เราจึงวางแผนไว้ว่าเพื่อที่จะทำให้โรงงานเราอยู่รอด เราจะต้องออกจากโครงสร้างธุรกิจแบบเดิมที่ผลิตและจำหน่ายเตาเผาไร้มลพิษเพื่อขายเพียงอย่างเดียว ในอีก 3 – 5 ปีข้างหน้า โดยเป็นแผนการที่เตรียมไว้เงียบๆ เพราะกลัวจะกระทบกระเทือนจิตใจคุณพ่อซึ่งท่านสร้างสิ่งนี้มากับมือและดูแลมาตลอด 30 ปี”

Gemories

ระหว่างที่พลอยทำ Pet Master เธอเล่าว่ามีลูกค้าหลายคนขอเก็บกระดูกหรือส่วนอื่นๆ ไว้ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม บางคนขอเก็บขนแล้วเย็บเป็นตุ๊กตาหมี บางคนเก็บกระดูกอัดเป็นล็อกเกต บางคนนำไปผสมเซรามิก จุดประกายให้พลอยคิดถึงการเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นของมีค่า

โจทย์ของพลอยมีอยู่ว่า จากกระดูกสุนัขที่ประเมินค่าไม่ได้ หากทำเป็นเครื่องประดับซึ่งมีค่ามีราคาก็คงจะดี เช่นเคยเธอเริ่มจากศึกษาเรื่องทุกอย่างที่เธอไม่รู้พร้อมๆ กับปรึกษาคุณพ่อคิดหาเทคโนโลยีที่จะทำให้คอนเซปต์นี้เกิดขึ้นจริง

“ตอนนั้นพ่อก็ยังไม่เชื่อ เพราะถ้าหากจะทำต้องใช้ความรู้ด้านเทคนิคที่สูงมาก กว่าจะใช้กระบวนการเปลี่ยนให้เป็นพลอยสักเม็ด แม้ท่านจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ยังแอบไปศึกษาหาวิธีการมาให้ ว่าจะมีทางที่เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน” หลังจากนั้นไม่นานคุณพ่อก็แนะนำให้พลอยคุยกับเพื่อนที่มีความรู้ด้านนี้ดีให้รู้จัก ไปพร้อมๆ กับศึกษาวิธีการของต่างประเทศที่เปลี่ยนกระดูกให้กลายเป็นเพชร แต่ในไทยยังไม่มีใครทำได้เพราะนอกจากองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีขึ้นสูงแล้ว ต้นทุนในการคิดค้นและผลิตค่อนข้างสูงตาม ทำให้ราคาสูงเกินกว่าจะเข้าถึง

กำเนิดพลอย

Gemories

หลังจากมีแผนในใจว่าจะทำอัญมณีเครื่องประดับจากอัฐิและอินทรีสารแห่งความทรงจำของบุคคลหรือสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รัก เลือดนักวิจัยจากแม่ส่งให้พลอยรักการศึกษาและเก็บข้อมูลเชิงลึกก่อนเริ่มลงมือทำสิ่งใดจริงจัง

“ด้วยเพราะเราเรียนสถาปัตย์ เราก็คิดว่าการเก็บอัฐิอยู่บนกำแพงวัดอาจจะทำให้ทัศนวิสัยโดยรวมไม่น่ามองเท่าไหร่” พลอยตั้งคำถามสไตล์นักออกแบบที่สนใจการแก้ไขปัญหาจากสิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับที่ผ่านมา เธอใช้เวลาเก็บข้อมูลเรื่องการเก็บอัฐิและกระบวนการอื่นๆ ผ่านการพูดคุยกับเจ้าอาวาสไม่ต่ำกว่า 100 วัด

ก่อนจะคุยกับวิศวกรและช่างในโรงงานถึงเทคนิคหรือตัวช่วย ไม่ว่าจะความร้อน หรือเรื่องแรงอัดที่เหมาะสม ไปพร้อมๆ กับศึกษาวิธีการที่ต่างประเทศใช้เปลี่ยนกระดูกให้กลายเป็นเพชร แต่ในไทยยังไม่มีใครทำได้เพราะนอกจากองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีขึ้นสูงแล้ว ต้นทุนในการคิดค้นและผลิตค่อนข้างสูงตาม จนทำให้ราคาสูงเกินกว่าจะเข้าถึง ซึ่งพลอยแอบนำรายได้ที่สะสมจากการทำ Pet Master ทั้งหมด ไปลงทุนกับโปรเจกต์ Gemories โดยเวลา 5 ปีที่ผ่านมานั้น พลอยลงทุนเรื่องเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายในงานวิจัยทั้งสิ้น 30 – 40 ล้านบาท

Gemories
Gemories

“อะไรทำให้คุณต้องลงแรงและลงเงินทุนมากมายขนาดนี้” เราถาม

“เหตุผลเบื้องหลังจริงๆ ของการทำสิ่งนี้คือ เราเคยเจอเหตุการณ์กับตัวเองที่เกือบจะสูญเสียคุณแม่เพราะท่านตกเขาสูง 70 เมตรที่ภูฏาน แต่ก็โชคดีที่ท่านไม่เป็นอะไรมาก ส่วนตัวเราเป็นคนติดคุณพ่อคุณแม่ เราก็คิดตลอดเวลาว่าถ้าวันหนึ่งเขาไม่อยู่แล้ว เราจะทำยังไงดี เราไม่อยากเก็บเขาไว้ไกลตัว เรากลัวลืมเขา กลัวลืมคำพูดเขา สมมติมีพี่น้อง 3 คนอยู่คนละที่กัน การเก็บกระดูกพ่อแม่ท่านไว้ที่วัดแล้วทำบุญปีละครั้งถึงสองครั้ง คงไม่ดี” พลอยตอบ

พลอยเสริมอีกเหตุผลที่เราเห็นตามด้วยอย่างจริงจัง นั่นคือ คนยุคใหม่อาจจะไม่สันทัดเรื่องประเพณี พิธีกรรมระลึกถึงบรรพบุรุษอย่างคนสมัยก่อน เธอจึงคิดว่าคงจะดีถ้าเปลี่ยนสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ

“ตั้งใจจะทำเพราะเราอยากได้เอง” พลอยสารภาพ

Gemories

แบรนด์ Gemories เกิดขึ้นจากการสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์ในโครงการ ITAP โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ ผ่านการคิดค้นวิจัยร่วมกันกว่า 3 ปี จนเกิดนวัตกรรมใหม่ที่เลียนแบบการเกิดพลอยตามธรรมชาติ ทำให้เก็บความทรงจำอันล้ำค่าไว้ในรูปแบบที่สวยงามและสามารถสัมผัสได้

โดยขั้นตอนของการเปลี่ยนมวลสารเป็นพลอยเม็ดสวยนั้นประกอบด้วย การรับมวลสาร จากนั้นวัดค่าธาตุมวลสาร สกัดมวลสารคาร์บอนจากแคลเซียมบริสุทธิ์เตรียมผลิต ผสมสารประกอบการเกิดพลอย นำมวลสารที่เตรียมไว้ไปหลอมแล้วเทใส่แม่พิมพ์จะได้ก้อนพลอยดิบ นำก้อนพลอยไปอบ ตรวจสอบคุณภาพพลอยดิบ เจียระไนอย่างพิถีพิถัน จนได้พลอยสกัดจากสารประกอบจากความทรงจำเตรียมพร้อมขึ้นเรือนเป็นเครื่องประดับ

เป็นความทรงจำส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

“จริงๆ แล้วพื้นฐานชีวิตคนเราต้องการของยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เมื่อก่อนอาจจะมีพระเครื่อง หรือความเชื่ออะไรบางอย่าง แต่สิ่งที่เราทำเป็นเรื่องของความทรงจำส่วนบุคคลที่ไม่มีมูลค่าใดเทียบเท่า ยกตัวอย่างเช่น มีลูกค้าที่เล่าว่าคุณพ่อชอบใช้ปากกาด้ามนี้ จึงอยากดังพลอยที่ปลายปากกาเดิมออกและเปลี่ยนอัฐิของท่านให้เป็นพลอยใส่ที่ปลายปากกาพกติดตัว”

ในขณะที่ต่างประเทศ เขาเปลี่ยนอัฐิให้กลายเป็นเครื่องประดับติดตัวเพื่อแก้ปัญหาการจัดเก็บอัฐิ เนื่องจากค่าใช้จ่ายของการฝั่งศพ 1 แห่งไม่ว่าจะวิธีการใดนั้นมีมูลค่าที่สูงมาก เขาจึงมีเทคโนโลยีขึ้นมาแก้ปัญหา ขณะที่สำหรับคนไทยนั้น เรื่องจิตใจต้องมาก่อน จะเห็นว่าบางคนทุ่มเต็มที่กับค่าใช้จ่ายในการทำศพเป็นเรื่องของจิตใจและหน้าตาครอบครัว

“พลอยจึงคิดว่าสิ่งนี้น่าจะตอบโจทย์ บางครอบครัวอาจจะไม่รับ เพราะชอบประเพณีเดิม แต่สำหรับใครที่ต้องการความเรียบง่าย คิดถึงจิตใจก่อนศาสนาหรือความเชื่อต่างๆ ก็จะตอบโจทย์”

แม้จะเปิดทำการได้เพียง 2 ปี แต่ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่สนใจทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่สนใจอยากให้ Gemories ช่วยต่อยอดธุรกิจของตัวเอง เช่น โรงพยาบาลสัตว์ โรงพยาบาลเรื่องฟัน อนาคตอาจจะมีร้านดอกไม้ ซึ่งสามารถขายแพกเกจนำดอกไม้ที่แห้งแล้วมาทำเป็นแหวนได้ ให้เศษเสี้ยงของความทรงจำนั้นยังอยู่ไม่หายไปตามกาลเวลา

Gemories

“ตอนนี้ที่เราทำมี สายสิญจน์ที่ใช้ของแต่งงาน รางวัลของที่ได้รับที่อาจจะแห้งเหี่ยวตามกาลเวลา ก็เอามาทำเป็นเครื่องประดับไว้ส่งต่อสืบทอดกันไป”

ในอนาคต พลอยตั้งใจขยายตลาดไปยังประเทศที่เป็นเกาะก่อน

เพราะพื้นที่การฝังศพที่นั่นมีจำกัด เช่น ฮ่องกง ซึ่งประเทศนี้ก็มีความสนใจเรื่องแฟชั่นเครื่องประดับ มีกำลังซื้อ รวมถึงสิงคโปร์ ไต้หวัน เพราะสินค้าเราจึงค่อนข้างตอบโจทย์เขา โดยเฉพาะคนเชื้อชาติจีนยุคใหม่ ชอบเครื่องประดับและเชื่อมั่นในงานฝีมือของคนไทยมาก โดยให้การยอมรับงานของเราในระดับพรีเมียม

Gemories
 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัทรพันธ์อุตสาหการ (พ.ศ. 2530)

โรงงานภัทรพันธ์อุตสาหการ เริ่มจากการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเตาเผาไร้มลพิษทุกประเภท ได้แก่เตาเผาขยะของรัฐบาล เตาเผาศพไร้มลพิษที่อยู่ตามวัด และเตาเผาขยะติดเชื้อตามโรงพยาบาล มีตั้งแต่ขนาดที่ อบต. ใช้ โรงพยาบาลใช้ ไปจนถึงระดับภูมิภาค นั่นคือตั้งแต่ 1 – 300 ตัน มีผลิตทุกขนาดตามความต้องการใช้งาน

เมื่อองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีและวิศวกรรมเตาเผาจากคุณพ่อ ความรู้เรื่องมลพิษและสิ่งแวดล้อมจากคุณแม่ ผสมกับความรู้เรื่องการออกแบบของพลอย เตาเผาในยุคที่มีทายาทรุ่นสอง เป็นมากกว่าเตาเผาไร้มลพิษ เพราะรู้จักต่อยอดธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ชวนให้คิดว่าคนที่จะลบคำสบประมาทและความเป็นไปไม่ได้ต่างๆ ออกไปได้นั้น มีแค่เราลองตั้งคำถามจากที่เป็นอยู่ แล้วเปลี่ยนความเป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นความเป็นไปได้ยาก จนในที่สุดกลายเป็นความเป็นไปได้

เช่นเดียวกับคำแนะนำสำหรับทายาทรุ่นสองของพลอยที่เธอทิ้งท้ายไว้

“ถ้ามองให้ดีเราจะเห็นว่าในธุรกิจหนึ่งประกอบด้วยหน้าที่มากมายซึ้งล้วนสำคัญนะ เราเชื่อว่าคนหนึ่งคนเรียนรู้อะไรก็ได้นะ ต่อให้คุณจะเรียนจบแฟชั่นดีไซน์มา แต่ที่บ้านทำรับเหมาก่อสร้าง

และมองตัวเองให้ออกมาว่าสนใจส่วนไหนในธุรกิจของครอบครัว

“อย่างเราเอง ช่วง 6 แรกที่ทำงานกับที่บ้าน เราเลือกที่จะสังเกตการณ์ทุกอย่างและพูดให้น้อยที่สุด มองดูว่ากิจกรรมของแต่ละคนคืออะไร เพื่อหาส่วนที่ตรงกับความสนใจของเรา แล้วเข้าไปช่วยแก้ปัญหา”

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

“ต้องไม่เบียดเบียนสังคมและสิ่งแวดล้อม”

คือปณิธานข้อเดียวของสถาปนิกและนักออกแบบผู้ก่อตั้ง Plan Architects หนึ่งในบริษัทออกแบบเก่าแก่ของประเทศ เจ้าของดีไซน์อาคารอย่าง Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok, Kensington Learning Space และหอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

วิฑูรย์ วิระพรสวรรค์ คือหนึ่งในผู้ริเริ่มทั้งเจ็ด ตึกแรกที่พวกเขาออกแบบคือตึกออฟฟิศของตัวเองริมถนนสาทร โดยแบ่งพื้นที่ใช้สอยครึ่งหนึ่งทำ Green Space ซึ่งขัดจากอาคารอื่น ๆ ที่สร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน

PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี

พวกเขาตั้งใจให้ตึกนี้เป็นแบบอย่าง 

หลังจากทำบริษัทได้ 2 ปีก็กลับมานั่งคุยกันว่า ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น ต้องเริ่มต้นที่เด็ก

พื้นที่ด้านข้างจึงปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงเรียนอนุบาล ซึ่งต่อยอดมาเป็นโรงเรียนรุ่งอรุณในปัจจุบัน

เมื่อทำโรงเรียนแล้วก็เห็นว่าต้องมีสื่อการสอนที่เหมาะสม เหล่านักออกแบบไฟแรงเลยลุกขึ้นลงมือทำเองด้วยการขยายธุรกิจสิ่งพิมพ์รักลูกกรุ๊ป ต่อเนื่องมาเป็น ‘PlanToys’ แบรนด์ที่เป็นมากกว่าของเล่น แต่ตั้งใจออกแบบประสบการณ์ ‘การเล่น’ เพื่อตอบโจทย์การเรียนการสอนแบบ Play-based 

และนี่คือเรื่องราวแบรนด์ของเล่นที่ทำเรื่องความยั่งยืน ตั้งแต่วันที่ผู้คนยังไม่รู้จักนิยามของคำว่า Sustainability ด้วยซ้ำ

PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี

ของเล่นไม้ที่ปลอดภัยกับเด็ก

ย้อนกลับไปที่ปณิธานแรก ของเล่นพวกเขาต้องไม่เบียดเบียนสังคมและสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับบริษัทออกแบบ

ของเล่นไม้ตอบโจทย์ที่สุด เพราะเป็นวัสดุจากธรรมชาติ หาได้ง่ายในประเทศ และปลอดภัยกับเด็ก

ไม้ชนิดแรกที่เลือกคือไม้ลัง เนื่องจากในสมัยนั้นมีการนำเข้าเครื่องจักรหีบห่อในกล่องไม้พาเลตจำนวนมาก แต่ทำไปทำมาอุปทานในตลาดไม่เท่าทันอุปสงค์ เหล่านักออกแบบจึงต้องหาทางเลือกใหม่

พื้นเพของผู้ก่อตั้งเป็นคนตรัง เลยเห็นศักยภาพของไม้ยางพาราที่มีมากในภาคใต้ ซึ่งมักนำไปแปรรูปทำเฟอร์นิเจอร์ ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมที่พวกเขายึดมั่นด้วยใจจริง

Made in Trang แต่ส่งออกทั่วโลก

จากบริษัทออกแบบ โรงเรียนอนุบาล โรงพิมพ์ สู่แบรนด์ของเล่น ชาวแปลนขยายธุรกิจเหล่านี้ภายใน 2 – 3 ปี ถ้าอยู่ในยุคนี้คงเปรียบได้กับสตาร์ทอัพ

ธุรกิจของเราจำเป็นต้องสเกลอัป จึงตั้งใจแต่แรกว่าของเล่นที่ทำจะเน้นตลาดส่งออก” ออฟ-โกสินทร์ วิระพรสวรรค์ หลานชายคุณวิฑูรย์และทายาทรุ่นสองเล่าย้อนไปถึงตอนนั้น

ยอดขาย 98% ของ PlanToys คือส่งออกต่างประเทศ ไม่ว่าจะอเมริกา ยุโรป หรือประเทศในเอเชียอย่างญี่ปุ่น ส่วนอีกราว ๆ 2% เป็นยอดขายในประเทศ ซึ่งส่วนแบ่งทรงตัวเท่านี้มาตลอดเพราะตั้งใจมุ่งตลาดพรีเมียม

“ราคาของเล่นเราไม่ถูก ลูกค้าที่ซื้อคือคนที่เข้าใจความปลอดภัยของของเล่น วัสดุที่ใช้ปลอดภัยหรือเปล่า สีที่ใช้มีโลหะหนักหรือเปล่า”

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า PlanToys เป็นแบรนด์ต่างชาติ แม้แต่เพื่อนของออฟยังเคยซื้อกลับมาจากเมืองนอก ถึงเห็นว่ากล่องตีตรา Made in Thailand

PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี
PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี

บุกเบิกเรื่องความยั่งยืน

40 ปีก่อน คำว่า ยั่งยืน แทบจะไม่เคยปรากฏในหน้าสื่อ ไม่ต้องพูดถึงการสื่อสารแบรนดิ้งของสินค้าต่าง ๆ นี่ไม่ใช่จุดขายเหมือนวันนี้

จุดเด่นของเล่นที่แบรนด์แปลนเล่าขานออกไป ณ วันนั้นจึงเป็นเรื่องความเรียบง่าย (Simplicity) อย่างรูปทรงเรขาคณิต สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม วงกลม ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ช่วยเรื่องพัฒนาการเด็กได้จริง

ความปลอดภัย (Safety) การผลิตที่ไม่ใช่สารเคมี ไม่ใช้วัสดุหรือสีอันตราย และดีไซน์ที่เหมาะสมกับช่วงวัยและการใช้งานของเด็ก

สรุปง่าย ๆ คือเน้นการสื่อสารประโยชน์ที่ส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภค โดยมีสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่เป็นความตั้งใจเป็นเรื่องรอง 

ออกสู่ตลาดโลกครั้งแรก

1983 คือปีที่ของเล่นจากเมืองตรังไปออกงานแฟร์ครั้งแรก

ครั้งนั้นเป็นงานแฟร์หน้าหนาวในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี แม้จะทำงานมาหลายปี แต่นี่เป็นการมาต่างประเทศครั้งแรกของคุณวิฑูรย์ 

“หนาวแบบต้องใส่หนังสือพิมพ์ไว้ในเสื้อผ้าอีกชั้น” ออฟว่าตามคำบอกเล่าของคุณลุง “ใส่รองเท้าไปเหยียบหิมะ เปียก กลับมาเอามาผึ่งตากบนฮีตเตอร์ ปรากฏรองเท้างอ” 

ไม่ได้เป็นมือใหม่แค่การใช้ชีวิตในต่างแดน แต่ในฐานะผู้ประกอบการก็ใหม่เอี่ยมไม่แพ้กัน

พวกเขาร่วมมือกับกรมการค้าระหว่างประเทศ เดินทางไปออกงานแฟร์โดยไม่มีเอาสินค้าติดตัวไปสักชิ้น มีแค่กล่องพร้อมเรื่องราวและแพสชันเต็มกระเป๋า

PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี
PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี

ลุงวิฑูรย์ยังใช้วิธีนำเสนอผลงานตามโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ บางร้านชื่นชอบคอนเซ็ปต์ บางร้านก็ไม่ ยิ่งในตลาดยุโรปต้องใช้เวลาเพื่อสร้างความเข้าใจ ส่วนมากเขาทำของเล่นจากไม้สน ไม้ยางคืออะไรเขาไม่รู้จัก ผ่านไปหลายปีจนแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ประกอบการของเล่นน้อยใหญ่ ตลอดจนบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีภารกิจหาของเล่นให้ลูก ๆ

ทำธุรกิจด้วยกันต้องมีแนวคิดเดียวกัน

ถ้าให้นึกชื่อแบรนด์ของเล่นไทยเร็ว ๆ เราอาจรู้จักไม่กี่ชื่อ แต่ครั้งหนึ่งอุตสาหกรรมของเล่นในบ้านเราเคยรุ่งเรือง เพราะเป็นฐานการผลิต OEM ให้แบรนด์ต่างชาติ

เช่นเดียวกับโรงงาน OEM ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ค่อย ๆ ล้มหายตายจากในวันที่จีนเปิดประเทศ โรงงานของเล่นส่วนใหญ่ต้องปิดตัวเพราะลูกค้าย้ายฐานการผลิต และแบรนดิ้งตัวเองก็ไม่แข็งแรงพอให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้

PlanToys โชคดีที่ผู้บริหารรุ่นบุกเบิกให้ความสำคัญเรื่องนี้ ทันทีที่จีนเปิดรับชาวต่างชาติก็หันมาวางกลยุทธ์การทำธุรกิจเสียใหม่ โดยแบ่งสัดส่วนผลิตแบรนด์ตัวเองกับ OEM และเลือกผลิตให้เฉพาะลูกค้าที่เข้าใจแนวคิดและกระบวนการของธุรกิจจริง ๆ

แม้แต่ Distributor ที่อยากทำธุรกิจด้วยกันก็ต้องรู้จักแบรนด์อย่างถ่องแท้ โดยมีกฎเหล็กหนึ่งข้อ คือ ‘ต้องเดินทางมาดูโรงงานก่อน ถึงจะยอมขายของให้’

“เราพยายามสร้างความเข้าใจให้ลูกค้า” ทายาทรุ่นสองกล่าวเสียงหนักแน่น “ไม่อย่างนั้นคนจะไม่เข้าใจว่าทำไมของเราถึงราคาสูง เราไม่อยากให้เขาทำธุรกิจกับเราปีสองปีก็จากกันไป เขาเลยต้องมาเห็นว่าวิธีการทำงานเราเป็นยังไง ที่ราคาสูงหน่อยเพราะหนึ่ง สอง สาม สี่ พอเขาเข้าใจ การทำธุรกิจด้วยกันก็ยั่งยืน”

PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี
PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี

ข้อจำกัดที่กลายเป็นจุดขาย

แบรนด์ของเล่นในตลาดโลกมีทั้งจากฝั่งอเมริกาและยุโรป ของเล่นแบบหนึ่งที่ฮอตฮิตสุด ๆ เมื่อ 30 ปีก่อนคือ บ้านตุ๊กตา (Doll House) 

บ้านตุ๊กตาก็มีหลายแบบ แต่แบบหนึ่งที่เป็นความใฝ่ฝันของเด็กผู้หญิงคือ แบบวิกตอเรียน

บ้านวิกตอเรียนสไตล์ยุโรปหลังใหญ่ มีห้องหับนับสิบ แต่ละห้องมีเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ อีกหลายชิ้น เวลาขายก็ขายทั้งหลังบรรจุในกล่องใหญ่ ๆ ซึ่งก็ไม่ติดขัดอะไรเพราะทำในยุโรป ส่งในยุโรป แต่พอแบรนด์จากจังหวัดตรังจะทำบ้าง มันเป็นข้อจำกัด

PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี

ข้อจำกัดที่ชัดที่สุดคือการขนส่ง หากใช้วิธีแบบเดียวกับแบรนด์ต่างชาติ ตัวเลขต้นทุนค่าขนส่งคงสูงทะลุ ส่งผลกับราคาขายที่อาจแพงกว่าราคาตลาด ชาวแปลนทอยส์จึงต้องกลับมาคิดหาทางออกใหม่

“เรากลับมาคุยกันว่า ทำไมต้องทำบ้านหลังใหญ่ เพราะส่งไปไม่ได้แน่ ๆ วิธีแก้คือทำบ้านแบบที่อยากทำนี่แหละ แต่ทำให้เป็น Knock-down”

บ้าน Knock-down คือทางรอดของพวกเขา ตอบโจทย์โลจิสติกส์แน่นอนเพราะกล่องเล็กลง แต่กลายเป็นว่าไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในวันนั้น

“ผู้บริโภคเขายังรู้สึกว่าได้กล่องใหญ่คุ้มกว่า ไม่เหมือนวันนี้ที่การขนส่งเอาใจใส่สิ่งแวดล้อมมากขึ้น อย่างขนส่งในเกาหลีใต้ เขาบอกเลยว่าปริมาณของสินค้าต้องมีสัดส่วนเหมาะสมเมื่อเทียบกับขนาดกล่อง ให้พอดีกัน จะได้ไม่เปลืองแพ็กเกจจิ้ง”

ใช้น็อตแค่ 10 ตัว ข้างหน้า 5 ตัว ข้างหลัง 5 ตัว ไขควงขันให้แน่นก็ได้บ้านในฝัน แต่ลูกค้ายังไม่เข้าใจ

‘ทำไมต้องมาต่ออีก’

‘ทำไมต้องต่อเอง ทั้ง ๆ ที่ในตลาดมีบ้านสำเร็จรูปขาย’

PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี

Distributor ก็ไม่เข้าใจจึงไม่มีใครยอมสั่ง แต่นักธุรกิจไทยไม่ยอมแพ้ ยืนยันให้ลองสั่งไปขายดู กลายเป็นว่าปีนั้น บ้านตุ๊กตาคือสินค้าที่ขายดีที่สุด

“มาปีที่ 2 เรานำของเล่นชิ้นนี้ไปงานแฟร์แล้วขึ้นราคาทุกวันเพื่อลองตลาด”

เช้าราคาหนึ่ง บ่ายราคาหนึ่ง ราคาเปิดอยู่ที่ประมาณ 10 ยูโร ราคาสุดท้ายอยู่ที่ราว ๆ 20 และปัจจุบันราคาขายของบ้านตุ๊กตาหลังนี้คือ 100 กว่าเหรียญฯ

ทำความรู้จักลูกค้าโดยไม่ผ่านคนกลาง

 20 ปีของ PlanToys คือบทบาทของนักออกแบบ ผู้ผลิต และผู้ส่งออก พวกเขาไม่เคยติดต่อกับร้านของเล่นหรือแม้กระทั่งลูกค้า 

ออฟบอกว่าเขาพึ่งลมหายใจของ Distributor มาตลอด ถ้าให้หันขวาก็หันขวา หันซ้ายก็หันซ้าย โดยแทบไม่รู้เลยว่านั่นคือสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการหรือเปล่า

PlanToys จึงลงทุนในการออกแบบสินค้า ส่งนักออกแบบไปงานแฟร์ต่างประเทศ บางครั้งก็ให้ลองไปใช้ชีวิตต่างแดนเป็นเดือนเพื่อหาแรงบันดาลใจ ดูบรรยากาศบ้านเมือง เที่ยวร้านค้า แล้วกลับมาดีไซน์ของเล่นให้ตอบโจทย์ตลาดจริง ๆ

พวกเขาเริ่มจากลงทุนในบริษัท Distributor ที่ญี่ปุ่น เมื่อมีประสบการณ์มากพอจึงตั้งบริษัทลูกที่อเมริกาในปี 2006 เช่าบ้านเป็นออฟฟิศใกล้มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ส่งของให้อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ทั้งหมด ลบข้อจำกัดที่แต่ก่อนต้องสั่งทั้งตู้คอนเทนเนอร์ พอมีศูนย์กลางอยู่ตรงนี้ ประเทศเล็ก ๆ ก็สั่งในจำนวนน้อยลงได้ 

“Globalization ทำให้คนเข้าถึงสินค้าเรามากขึ้น เราในฐานะผู้ผลิตก็ได้รู้จักร้านค้ามากขึ้น รู้จักผู้บริโภคมากขึ้น ได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อกลับมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ใช่แค่ออกแบบอย่างเดียว”

เมื่อก่อนจะผลิตของเล่นสักชิ้นก็เน้นสีเขียว เหลือง แดง เพราะมีผลต่อพัฒนาการของเด็ก แต่พอศึกษาตลาดก็เห็นว่าแต่ละปีจะมีเทรนด์สี ปีนี้เน้นสีพาสเทล ปีนี้เป็นสีเข้มก่ำ PlanToys จึงมีคอลเลกชันเฉดสีอื่น ๆ ซึ่งขายดีมาก แล้วก็ไม่ได้ไปแย่งกลุ่มที่ซื้อรุ่นปกติอยู่แล้ว กลับไปช่วยสร้างตลาดใหม่ ๆ ขึ้น

“พ่อแม่ยุคใหม่เขามีรสนิยมแตกต่าง สมมติเขาออกแบบห้องลูกเป็นสีพาสเทล ก็อยากได้ของเล่นโทนสีเดียวกัน Pain Point แบบนี้เราไม่ได้รู้ผ่าน Distributor ที่เป็นคนกลาง แต่ต้องไปคุยกับลูกค้าจริง ๆ”

PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี
PlanToys ของเล่นไม้ Made in ตรัง ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และอยู่คู่เด็กทั่วโลกมา 40 ปี

ร้านแรกของ PlanToys

หลังเปิดออฟฟิศที่อเมริกาได้ไม่นานก็เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศขึ้นสูง กิจการเล็ก ๆ อยู่ไม่ไหวก็ปล่อยเซ้งร้าน

ธุรกิจของเล่นไทยจับพลัดจับผลูได้เซ้งร้านลูกค้าในปาโลอัลโต เปิดเป็น PlanToys Shop ใจกลางเมือง โดยไม่เคยมีประสบการณ์ขายปลีก ออฟบอกว่าไม่คาดหวังด้านยอดขาย แต่มองมันเป็น Learning Center เป็นพื้นที่ที่ชาวแปลนจะได้ทำความรู้จักลูกค้าของตัวเอง

เขาเล่าต่อไปถึงของเล่น 2 ชิ้นที่ทำให้เกิดนโยบายใหม่ของบริษัท 

“เรามีรถบัส 2 คัน หน้าตาคล้าย ๆ กัน คันหนึ่งเป็น School Bus สีเหลือง อีกคันเป็นบัสธรรมดาสีขาว ปกติรถบัสโรงเรียนขายดีกว่า แต่มีอยู่ 2 เดือนที่ยอดขายตกฮวบ อยู่ ๆ บัสสีขาวก็กลับมาขายดี เลยไปย้อนหาเหตุผล 

“พบว่าเดือนนั้นลูกค้าเอาบัสสีขาวที่ซื้อไปมาคืน พนักงานก็เลยเอาตัวรับคืนมาตั้งโชว์เป็นเดโม่ เด็กเข้ามาร้านได้เห็นก็อยากได้ ร้องขอให้พ่อแม่ซื้อ เราเลยลองเก็บเดโม่เข้าหลังร้าน ยอดขายบัสสีขาวก็ตกลง รถโรงเรียนก็กลับมาขายดีเหมือนเดิม”

PlanToys Shop จึงปฏิรูปใหม่เป็น Experience Shop มีสินค้าจริงให้เด็ก ๆ เข้ามาลองจับ ลองเล่นว่าชอบหรือไม่ชอบแล้วค่อยตัดสินใจซื้อ 

เบื้องหลัง แปลนทอยส์ ประเทศไทย แบรนด์ของเล่นไม้อายุ 40 ปีที่ปลอดภัย ยั่งยืน และส่งออกจากเมืองตรังสู่มือเด็กทั่วโลก

และตั้งใจให้เป็นแบบเดียวกันในทุกร้านที่มีจำหน่าย จึงมีนโยบาย Free Sample เอื้อประโยชน์ให้กิจการคู่ค้าและลูกค้า โดยทุก ๆ 5% ของยอดซื้อ บริษัทจะให้เขาเลือกเดโม่ไปวางให้ลูกค้าลองเล่น เพราะของเล่นนอกกล่อง ยังไงก็ดีกว่าในกล่อง

ร้านค้าขายดี ธุรกิจก็อยู่ได้ เป็นการทำธุรกิจแบบเข้าใจเขา เข้าใจเรา พึ่งพาอาศัยและโตไปด้วยกัน

หมดยุคร้านค้าแบบเก่า เข้าสู่โลกออนไลน์

กิจการค้าปลีกสมัยนั้นมีเอกลักษณ์มาก ๆ ส่วนใหญ่มักขายของชนิดเดียว เช่น ร้านขายเตียงก็ขายแค่เตียง ร้านขายรถเข็นเด็กก็ขายแค่รถเข็นเด็ก ร้านขายของเล่นก็ขายแค่ของเล่น

หลังจากวิกฤตครั้งนั้น PlanToys Shop ก็สู้ค่าเช่าไม่ไหวจึงต้องปิดตัวลง เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ตลาดออนไลน์เริ่มเข้ามาในช่วงปี 2020 ร้านค้าปลีกจำนวนมากต้องปรับตัว 

จากลูกค้าในสหรัฐอเมริกาที่มีเกือบ 5,000 เจ้า ลดเหลือแค่ 2,000 กว่า ๆ 

จากรูปแบบร้านที่ขายของอย่างเดียวจากหลาย ๆ แบรนด์ ก็เปลี่ยนเป็น One-stop Service ที่มีขายทุกอย่าง โดยผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน เป็นเหมือน Selected Store ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

“ร้านของเล่นมักจะมีของเยอะไปหมด แต่ร้านรูปแบบใหม่นี้เน้นไลฟ์สไตล์มากขึ้น ซึ่งเราไม่ได้เล่นตลาดแมสอยู่แล้ว ถ้าไปร้านอย่าง Toys“R”Us, Walmart หรือ Target จะไม่เจอของเล่นเรา”

ออฟว่าถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่แบรนด์เขาอยู่ในทั้งตลาด Mass และ Specialty ผู้บริโภคจะเลิกสนับสนุนไปโดยอัตโนมัติ ด้วยสเกลที่เล็กกว่าทำให้ไม่สามารถต่อรองราคา ลด แลก แจก แถม สู้กับแบรนด์ใหญ่ ๆ ในตลาดแมส ถึงสู้ได้ สุดท้ายตลาด Specialty ก็จะไม่สนใจ เพราะขาดกลิ่นอายความพิเศษและความเฉพาะตัวไปแล้ว

เบื้องหลัง แปลนทอยส์ ประเทศไทย แบรนด์ของเล่นไม้อายุ 40 ปีที่ปลอดภัย ยั่งยืน และส่งออกจากเมืองตรังสู่มือเด็กทั่วโลก
เบื้องหลัง แปลนทอยส์ ประเทศไทย แบรนด์ของเล่นไม้อายุ 40 ปีที่ปลอดภัย ยั่งยืน และส่งออกจากเมืองตรังสู่มือเด็กทั่วโลก

จุดเปลี่ยน 2 ครั้งใหญ่ที่พลิกแนวคิดธุรกิจไปตลอดกาล

“วงจรของธุรกิจจะมีการเปลี่ยนแปลงทุก ๆ 10 ปี” PlanToys เองมีจุดเปลี่ยนใหญ่ ๆ 2 ครั้ง 

ครั้งแรกในปี 2000 ตอนที่ผู้บริหารยุคบุกเบิกค่อย ๆ วางมือ แล้วจ้าง Professional คนนอกเข้ามาบริหาร เป้าหมายของทีมบริหารใหม่นี้คือการเติบโต 2 เท่าภายใน 3 ปี

“เราสร้างความแตกต่าง (Differentiation) มาเยอะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์หรือนวัตกรรมต่าง ๆ สิ่งที่เราอยากลองตอนนั้นคือการลดต้นทุน”

แนวทางคือขายให้เยอะขึ้น ในราคาที่ถูกลง แต่กลายเป็นว่ายอดขายไม่โตอย่างที่คิด กำไรที่ได้ก็น้อยลง กระทบถึงดีไซน์ที่ต่างไปจากความตั้งใจแรก ชาวแปลนจึงตกลงกันว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กลับมาปัดฝุ่นดูแลธุรกิจอายุนับสิบปี 

“เราจัดระเบียบใหม่ทั้งเรื่องคน การดำเนินงาน เช่น มีพนักงานร้องเรียนเรื่องฝุ่นในโรงงานที่เกิดจากการเลื่อยไม้ เราก็ทำระบบดูดฝุ่น ถ้าไปโรงงานจะเห็นเลยว่าเครื่องจักรแต่ละตัวมีท่อดูดฝุ่น แม้จะกินค่าไฟกว่า 40% ของโรงงาน แต่สุขภาพพนักงานสำคัญมาก เราอยากให้พนักงานแฮปปี้ ฝุ่นที่ดูดมาก็ต่อยอดไปทำธูปได้

“เราอาจไม่ใช่ Innovator แต่เราคือนักแก้ปัญหา ขี้เลื่อยที่เหลือจากการผลิตก็เอามาอัดเป็นไม้แผ่นแล้วผลิตของเล่นต่อได้”

ขี้เลื่อยที่ว่านำมาซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งที่ 2 ในปี 2012 ที่ออฟให้นิยาม ณ วันนั้นว่าจะเป็น New S-curve ของธุรกิจ

หลังเจอทางออกในการจัดการขี้เลื่อยในโรงงาน อัดเป็นไม้เพื่อใช้เป็นวัสดุในการผลิต พวกเขาใช้ความกล้าบ้าบิ่นตัดสินใจเลิกผลิตสินค้าไม้ยางพาราปกติ แล้วทำคอลเลกชันใหม่จากขี้เลื่อยเท่านั้น

สตอรี่ดี รักสิ่งแวดล้อม ต้นทุนต่ำ ราคาขายถูกลง ทำไมจะไม่เวิร์ก 

เบื้องหลัง แปลนทอยส์ ประเทศไทย แบรนด์ของเล่นไม้อายุ 40 ปีที่ปลอดภัย ยั่งยืน และส่งออกจากเมืองตรังสู่มือเด็กทั่วโลก

“เราภูมิใจมากกับคอลเลกชันนั้น มั่นใจว่าสำเร็จ จากแคตตาล็อกเล่มหนา ปีนั้นเหลือบางนิดเดียว ตอนแรกจะไม่พิมพ์ด้วยนะ แต่ลูกค้าขอ ราคาที่ลูกค้าเคยบอกว่าแพง พอเปลี่ยนมาใช้ขี้เลื่อยราคาก็ลดลงได้

“ปรากฏยอดขายตกฮวบ ตอนนั้นผมอยู่อเมริกาก็ตะหงิด ๆ ใจ เราอยู่หน้าตลาด ไม่มั่นใจเลย เลยขอเมืองไทยขาย 2 แบบควบคู่กันไปเพราะยังมีสต็อกเหลืออยู่ มีสต็อกแยก 2 เล่ม สุดท้ายพบว่าเราตายตรงคนกลางที่สั่งของเราไปขาย เจ้าของร้านของเล่นตอนนั้นมักเป็นเจนเนอเรชันเก่า ๆ ที่ไม่คุ้นเคยคอนเซ็ปต์ Zero Waste พอลองหยิบจับของเล่นจากขี้เลื่อย พื้นผิวมันต่างไปจากเดิม ความรู้สึกไม่ใช่ของเล่นที่เขาคุ้นเคยก็เลยไม่สั่งซื้อ

“จนผมได้คุยกับลูกค้ารายหนึ่งในนิวยอร์ก เขามีอายุแล้วนะ ผมบอกให้เขาลองไปขายดูได้ไหม คุณไม่รู้หรอกว่าลูกค้าจะชอบหรือเปล่า ลองดูก่อน แล้วส่งไปให้ 24 ตัว ตั้งคู่กับของเล่นไม้ยางรุ่นปกติ ดีไซน์เดียวกัน แต่ราคาถูกกว่า 5 เหรียญฯ”

ไม่ถึง 2 สัปดาห์ เจ้าของร้านคนนั้นโทรศัพท์กลับมาว่าขายของเล่นจากขี้เลื่อยหมดแล้ว คนซื้อเป็นพ่อแม่ยุคใหม่ที่สนใจงานดีไซน์และเข้าใจคอนเซ็ปต์ Zero Waste พร้อมยอมรับว่าเขาไม่เชื่อว่ามันจะขายได้ เพราะตัวเองโตมากับของเล่นไม้ เลยไม่ได้มองว่าการเอาขี้เลื่อยมาอัดเป็นแผ่นก็เป็นไม้เหมือนกัน

PlanToys กลับมาวางกลยุทธ์ใหม่ ไม่ชูโรงคอลเลกชันจากขี้เลื่อย แต่ใช้ลักษณะเฉพาะของมันเป็นจุดขาย โดยนำไปผลิตเป็นชิ้นส่วนประกอบของเล่นต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เช่น ลูกบอลอาจจะใช้ไม้ทั้งอัน แต่ถ้าเป็นอีกชนิดควรเป็นลูกผสม ใช้วัสดุหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกัน

เบื้องหลัง แปลนทอยส์ ประเทศไทย แบรนด์ของเล่นไม้อายุ 40 ปีที่ปลอดภัย ยั่งยืน และส่งออกจากเมืองตรังสู่มือเด็กทั่วโลก

Play Space ของทายาทรุ่นสอง

ออฟกลับเมืองไทยพร้อมครอบครัวในปี 2015 ครั้งหนึ่งมีนักข่าวสัมภาษณ์เขา ชื่นชมแนวคิดการออกแบบของเล่นและการเล่น แล้วทิ้งคำถามว่า ทำไมเด็กไทยไม่ได้เล่นของเล่นคนไทย

คำพูดนั้นติดอยู่ในใจออฟ 

ในด้านการขาย ตลาดในประเทศเล็กกว่าต่างประเทศด้วยเหตุผลใหญ่ ๆ 2 ข้อ คือ หนึ่ง ค่านิยมด้านการศึกษาของเด็กยังมุ่งเน้นที่วิชาการมากกว่าพัฒนาการและประสบการณ์ สอง ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังไม่เห็นคุณค่าของการเล่น 

เมื่อยอดขายไม่สามารถขยับได้รวดเร็ว ตึกหนึ่งของออฟฟิศจึงปรับเปลี่ยนเป็น Play Space พื้นที่ให้เด็กได้มาสนุก ใช้เวลาคุณภาพ ทำหน้าที่มากกว่าแบรนด์ของเล่น แต่เป็นประสบการณ์การเล่นที่จะส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก กลายเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ของบริษัท

“ความรู้สึกของการซื้อสินค้ากับซื้อบริการของคนไทยไม่เหมือนกัน เราให้คุณค่ากับบริการมากกว่า เช่น ส่งลูกไปกวดวิชา เรียนบัลเล่ต์ ปั้นดินน้ำมัน คิดค่าบริการเป็นชั่วโมง เรายอมจ่าย ไม่รู้สึกว่าแพง แต่ถ้าต้องซื้อของเล่น 1 ชิ้น กลับรู้สึกไม่คุ้มค่า

“เราเลยรื้อคอนเซ็ปต์ของการเล่นใหม่ ให้มันเป็นประสบการณ์มากขึ้น ในมุมของธุรกิจถ้าเป็นธุรกิจทำของเล่น อยากโตก็ต้องขยายโรงงาน ลงทุนเพิ่ม ใช้เงินมหาศาล แต่เราโฟกัสที่ ‘การเล่น’ ซึ่งต่อยอดไปได้หลายทาง”

Play Space เป็นเหมือนสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์จาก PlanToys ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก รวมถึงมีกิจกรรม Play Group ตามวาระ มีค่ายเยาวชน พาเด็ก ๆ ไปศึกษาป่าดิบชื้นที่จังหวัดตรัง ขึ้นเขา แล้วจบที่การเยี่ยมชมโรงงาน

เปิดได้เพียง 2 – 3 เดือนก็เจอกับวิกฤตโควิด-19 พวกเขาเริ่มจากแจกของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ฟรี ให้เด็กกลับไปเล่นที่บ้าน แต่ถ้าแจกอย่างเดียวคงไม่ยั่งยืน จึงพัฒนาต่อเป็นให้เช่า คิดค่าเช่า 10 – 15% ของราคาขาย ระยะเวลาเช่า 1 เดือน ซึ่งคนที่มาเช่าก็ไม่ใช่ลูกค้าประจำ แต่เป็นผู้ปกครองกลุ่มใหม่ ๆ โดยอนาคตจะมีแอปพลิเคชันเพื่อการบริหารจัดการที่ดีขึ้น

มากไปกว่านั้น ที่จังหวัดตรังยังมี Forest of Play สนามเด็กเล่นที่เปิดสาธารณะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็กในจังหวัด พร้อมสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติผ่านการเล่น กลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนตัวจิ๋ว รวมถึงสถานที่ทัศนศึกษายอดนิยมของโรงเรียนด้วย

เบื้องหลัง แปลนทอยส์ ประเทศไทย แบรนด์ของเล่นไม้อายุ 40 ปีที่ปลอดภัย ยั่งยืน และส่งออกจากเมืองตรังสู่มือเด็กทั่วโลก
เบื้องหลัง PlanToys แบรนด์ของเล่นไม้อายุ 40 ปีที่ปลอดภัย ยั่งยืน และส่งออกจากเมืองตรังสู่มือเด็กทั่วโลก

เล่นให้ได้เรื่อง

PlanToys ตั้งใจเป็นโรงงานที่มี Carbon Neutrality (การที่ปริมาณการปล่อยคาร์บอน (CO2) สู่ชั้นบรรยากาศเท่ากับปริมาณคาร์บอนที่ดูดซับกลับคืน) รวมถึงนำไร่ยางพาราของบริษัทและพนักงานเข้าโครงการคาร์บอนเครดิต 

เป้าหมายต่อไปคือการออกแบบ End-of-life Cycle ของโปรดักต์ให้เหมาะสมและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ส่วนผลิตภัณฑ์ แม้กระแสค่านิยมการมีบุตรจะลดลงทุกปี แต่คนทำของเล่นไม่มองว่าเป็นอุปสรรค เพราะผู้คนหันมาตัดสินใจมีลูกเมื่อพร้อม ในทางกลับกัน PlanToys ก็หาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ อย่างการทำของเล่นคนสูงวัยเพื่อต้อนรับ Aging Society 

“เราออกแบบของเล่นสำหรับผู้ใหญ่มา 6 ชิ้น กำลังจะเริ่มขายปีหน้า โดยเริ่มจาก Nursing Home”

นิยาม ‘การเล่น’ ของ PlanToys ต่อยอดเป็นประสบการณ์การเล่นใหม่ จากของเล่นเพื่อพัฒนาการเด็ก เป็นเครื่องมือลับสมองผู้สูงวัยให้ตื่นตัว และกิจกรรมที่ให้คนทุกเจนเนอเรชันในครอบครัวมีส่วนร่วม ขณะเดียวกันก็ยังไม่ละทิ้งปณิธานที่มีมาตั้งแต่วันที่หนึ่ง

“ต้องไม่เบียดเบียนสังคมและสิ่งแวดล้อม”

ความตั้งใจของผู้ก่อตั้งทั้งเจ็ดยังเด่นชัดในของเล่นทุกชิ้น

เบื้องหลัง PlanToys แบรนด์ของเล่นไม้อายุ 40 ปีที่ปลอดภัย ยั่งยืน และส่งออกจากเมืองตรังสู่มือเด็กทั่วโลก

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographers

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load