12 มิถุนายน 2563
44 K

ห้างนิวเวิลด์จะกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งหนึ่งในช่วงอาทิตย์หน้านี้!

เป็นสิ่งที่ทำให้ผมตกใจพอสมควรเมื่อได้ยินว่าห้างร้างแห่งนี้จะกลับมาใหม่ แม้จะเป็นเพียงการเปิดเพื่อจัดนิทรรศการเล็กๆ ที่น่าสนใจอย่างมากร่วมกับทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในชื่อ ARCH SU FEST: 2020 | New World x Old Town ระหว่างวันที่ 13 – 21 มิถุนายน 2563 ก็ตาม เพราะเป็นห้างที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาโดยตลอด และนอกจากการจัดนิทรรศการแล้ว นี่เหมือนเป็นการทดลองเปิดชิมลางอีกครั้ง เพราะทางเจ้าของที่ (ซึ่งเป็นคนละคนกับเจ้าของห้างในอดีต) นั้น อยากจะรีโนเวตห้างแห่งนี้ให้กลับมาเปิดต้อนรับผู้คนได้อีกครั้งหนึ่ง

หลายคนอาจจะไม่รู้จักห้างนิวเวิลด์ ห้างแห่งนี้เคยเป็นห้างที่ตั้งอยู่ใจกลางเขตเมืองเก่า และเคยเป็นห้างที่แสนหรูหราโก้เก๋ของชาวเมือง ในยุคที่ย่านบางลำพูยังเป็นย่านการค้าสำคัญของกรุงเทพฯ ด้วยความสูง 11 ชั้น และมีลิฟต์แก้วเป็นแห่งแรกๆ ในประเทศไทย แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงด้านผังเมืองและอุบัติเหตุของการรื้อถอนอาคาร ทำให้ห้างแห่งนี้ก็ต้องปิดตัวลง ก่อนจะเปลี่ยนภาพจำของคนจากห้างสรรพสินค้ากลายมาเป็นวังมัจฉาหรือบ่อปลาขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบลับๆ ของบรรดานักท่องเที่ยวอยู่นาน ก่อนที่จะมีการสั่งปิดตึกถาวรและย้ายปลาออกไป ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของคนที่เข้าไปในอาคารนั่นเอง 

นิวเวิลด์ โอลทาวน์ เมื่อห้างร้างกลับมาเปิดอีกครั้ง เพื่อจัดนิทรรศการของชาวบางลำพู, ห้างนิวเวิลด์, New world, บางลำพู
นิวเวิลด์ โอลทาวน์ เมื่อห้างร้างกลับมาเปิดอีกครั้ง เพื่อจัดนิทรรศการของชาวบางลำพู, ห้างนิวเวิลด์, New world, บางลำภู

เมื่อห้างนี้จะได้กลับมาเปิดอีกครั้ง นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก และวันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูเบื้องหลังที่มาที่ไปของการกลับมาเปิดนิทรรศการแห่งนี้กัน 

บางลำพู 200 ปีก่อน

ในสมัยรัชกาลที่ 1 หลังจากย้ายเมืองหลวงกลับมาที่ฝั่งพระนครแล้วก็มีการสร้างบ้านแปงเมือง ด้วยการขุดคลองรอบกรุง สร้างป้อมและแนวกำแพงพระนครตามแนวลำคลองขุดใหม่ บริเวณช่วงคลองตั้งแต่วัดบางลำพูไปจนถึงวัดสระเกศฯ เรียกกันว่า ‘คลองบางลำพู’ มีการย้ายมาตั้งถิ่นฐานของทั้งเจ้านายและขุนนางในบริเวณนี้ ทำให้ต่อมาเริ่มมีชาวบ้านหลากหลายเชื้อชาติเข้ามาตั้งรกรากตามๆ กัน ทั้งชาวไทย ชาวมอญ ชาวมลายู และชาวจีน พอมีคนเริ่มมาอาศัยจึงเกิดการค้าขายกันในลักษณะของตลาดน้ำในคลองบางลำพู ที่มีทั้งเรือขนผักผลไม้จากฝั่งธนฯ และนนทบุรีเข้ามาขาย มีการนำข้าวสารมาขายที่บริเวณตรอกข้าวสาร (อันเป็นชื่อของถนนข้าวสารในยุคถัดไป) 

ต่อมาเริ่มมีการขยับขยายการค้าขายขึ้นมาเป็นตลาดบนบก จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีการตัดถนนสายใหม่ นั่นคือถนนราชดำเนิน พร้อมกับตัดถนนตะนาว ยาวลงมาถึงวัดบวรนิเวศฯ รวมไปถึงถนนจักรพงษ์ ถนนสามเสน ถนนพระสุเมรุ ถนนพระอาทิตย์ ถนนข้าวสาร ถนนรามบุตรี และถนนสิบสามห้าง ส่งผลให้พื้นที่บางลำพูเป็นจุดผ่านและจุดเชื่อมของเส้นทางคมนาคมสายใหม่ และรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตลาดแบบทันสมัยในพื้นที่บางลำพู โดยให้ชื่อว่า ‘ตลาดยอดพิมาน’ เรียกกันสั้นๆ ว่า ‘ตลาดยอด’ ส่งผลให้บางลำพูกลายมาเป็นย่านการค้าที่สำคัญมากของไทย มีทั้งห้างร้านขายสินค้าชั้นนำและมีชื่อเสียงหลายร้าน โดยร้านชื่อดังประจำย่าน เช่น ห้างเสื้อนพรัตน์ ร้านสมใจนึกบางลำพู ห้าง ต.เง็กชวน และแหล่งรวมมหรสพหลากหลาย ทั้งลิเก ละครร้อง และสื่อบันเทิงสมัยใหม่อย่างโรงภาพยนตร์ ซึ่งได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง แต่ช่วงหลังด้วยการที่เป็นเขตอนุรักษ์การขยับขยายทางด้านธุรกิจนั้นทำได้ยาก ผสมกับการย้ายถิ่นฐานของคนในเมือง จึงมีการลงทุนในย่านการค้าแห่งใหม่ ทั้งบริเวณประตูน้ำ ราชประสงค์ สีลม สาทร สุขุมวิท แทน ทำให้บางลำพูในยุคปัจจุบันนั้นลดความสำคัญในด้านการเป็นย่านการค้าสำคัญลงไป

บางลำพู พ.ศ. 2526

เมื่อ 30 กว่าปีก่อน บางลำพูก็ยังคงเป็นแหล่งการค้าที่สำคัญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน พ.ศ. 2526 มีการเปิดห้างใหม่บริเวณแยกบางลำพู นั่นคือห้างนิวเวิลด์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงจากคนกรุงเทพฯ เพราะมีร้านค้าและสินค้าใหม่ๆ วางขาย และมีลิฟต์แก้วแสนโก้เก๋ให้บริการอยู่ด้านหน้าห้างด้วย ด้วยเสียงตอบรับที่ดีทำให้ทางเจ้าของห้างได้ขออนุญาตต่อเติมอาคารจากทางเขตให้มีความสูงจากเดิม 4 ชั้น เพิ่มขึ้นไปเป็น 11 ชั้น แม้ทางเขตไม่อนุญาต แต่ทางเจ้าของห้างก็ทำการต่อเติมห้างไปโดยพลการ จนทำให้เกิดการฟ้องร้องต่อศาลโดยทางกรุงเทพมหานคร ก่อนจะผ่านกระบวนการทางชั้นศาลทั้งอุทธรณ์และฎีกา จนศาลตัดสินให้ทางห้างรื้อถอนส่วนต่อเติมชั้น 5 – 11 ออกไป ซึ่งทางห้างก็ได้ดำเนินการรื้อถอน โดยที่ยังคงเปิดให้บริการชั้น 1 – 4 ควบคู่กันไปด้วย 

นิวเวิลด์ โอลทาวน์ เมื่อห้างร้างกลับมาเปิดอีกครั้ง เพื่อจัดนิทรรศการของชาวบางลำพู, ห้างนิวเวิลด์, New world, บางลำภู
นิวเวิลด์ โอลทาวน์ เมื่อห้างร้างกลับมาเปิดอีกครั้ง เพื่อจัดนิทรรศการของชาวบางลำพู, ห้างนิวเวิลด์, New world, บางลำภู

บางลำพู พ.ศ. 2547

ในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2547 การรื้อถอนชั้น 5 – 11 ยังคงดำเนินไป แต่ทางช่างที่ทำงานนั้นได้วางเศษวัสดุที่รื้อถอนจากชั้นบนๆ ไว้ในจุดที่รับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้พื้นแตกและถล่มลงไปยังชั้นล่าง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและร้านค้าชั้นล่างได้รับความเสียหาย ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ห้างนิวเวิลด์จึงปิดตัวลง ก่อนกลายมาเป็นบทบาทใหม่หลังจากปิดห้าง นั่นคือบ่อปลากลางกรุงนั่นเอง 

ด้วยความที่ห้างกำลังรื้อถอนชั้นด้านบนออกและต้องปิดให้ดำเนินการ ด้านบนของห้างจึงไม่มีการปิดช่องหลังคา และด้วยการออกแบบห้างสมัยนั้นที่มีโถงกลางเปิดโล่ง ทำให้เมื่อเข้าสู่หน้าฝน น้ำฝนจะตกและขังอยู่ที่ชั้นล่างสุดของห้าง เมื่อน้ำฝนตกลงมาขังมากขึ้นก็มียุงมากขึ้นด้วย แม่ค้าและชาวบ้านแถวนั้นเลยนำปลามาปล่อยเพื่อกำจัดลูกน้ำไม่ให้กลายเป็นยุง หลายคนบอกว่าเริ่มแรกมีแค่ปลาหางนกยูง ก่อนที่จะมีปลาแปลกๆ และขนาดใหญ่ขึ้นเพิ่มมาเรื่อยๆ ทั้งปลาคาร์ฟ ปลานิล ปลาทับทิม และอีกหลากหลายสายพันธุ์ จนกลายมาเป็นวังมัจฉากลางกรุงเก่า ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเหล่านักท่องเที่ยวในประเทศและต่างชาติ

แต่ด้วยความปลอดภัยของผู้ที่มาเยี่ยมชมอาคารนี้อยู่ตลอด ทำให้สำนักงานเขตประกาศสั่งปิดตึกร้างดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 30 มิถุยายน พ.ศ. 2557 และขนย้ายปลา รวมถึงสูบน้ำออกทั้งหมด เป็นการปิดตำนานบ่อปลากลางกรุงเก่าไป

นิวเวิลด์ โอลทาวน์ เมื่อห้างร้างกลับมาเปิดอีกครั้ง เพื่อจัดนิทรรศการของชาวบางลำพู, ห้างนิวเวิลด์, New world, บางลำภู

บางลำพู พ.ศ. 2563 

ตัดกลับมาในปัจจุบันนี้ที่ห้างนิวเวิลด์จะกลับมาเปิดใหม่เพื่อจัดนิทรรศการ ARCH SU FEST: 2020 | New World x Old Town เราจึงมีโอกาสได้คุยกับ อาจารย์หน่อง-ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญการออกแบบและพัฒนาชุมชนด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมและการพัฒนาเมือง ซึ่งเป็นที่ปรึกษาในการรีโนเวตห้างนิวเวิลด์แห่งนี้ และยังเป็นคนดูแลการจัดนิทรรศการ ARCH SU FEST: 2020 | New World x Old Town ในครั้งนี้อีกด้วย เราเลยถามอาจารย์ถึงที่มาในการจัดนิทรรศการแห่งนี้ว่ามันคืออะไร

“เริ่มจากที่ตัวอาจารย์ชอบทำงานในส่วนของการฟื้นฟูย่านเก่าอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เคยทำงานโปรเจกต์ที่ช่วยจุดประกายย่านเก่าต่างๆ มาบ้าง และก่อนหน้านี้ในช่วงที่กรุงเทพฯ มีแผนการจัดระเบียบทางเท้าย่านบางลำพูอาจารย์ที่สอนวิชาเกี่ยวกับการอนุรักษ์และสถาปัตยกรรมชุมชนก็เลยชวนนักศึกษามาลงพื้นที่ เพื่อสำรวจและทำแผนที่ของบรรดาอาหารข้างทางในย่านนี้ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจที่ได้พบก็คือเรื่องของวัฒนธรรมที่สะท้อนออกมาทางอาหาร ซึ่งที่นี่ค่อนข้างเด่นเรื่องอาหารข้างทางที่มีที่มาจากวัฒนธรรมต่างๆ ที่หลากหลายออกมาเป็นอาหารอย่างไส้กรอกปลาแนม ขนมเบื้อง ข้าวแช่ มีอาหารที่ใช้ส่วนผสมที่หายากอย่างส้มซ่าในอาหาร คือมันมีประวัติศาสตร์ก้อนใหญ่อยู่ภายในย่านที่หาที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว

“หลังจากนั้นมาอาจารย์เห็นว่าเพื่อนสมัยเรียนประถมคนหนึ่งโพสต์ภาพด้านในห้างนิวเวิลด์ขึ้นมา ก็เลยถามเจ้าของภาพว่าเข้าไปได้ยังไง เพราะว่าเราชอบที่นี่มานานแล้วแต่ไม่เคยได้เข้ามา เพราะตั้งแต่ที่อาจารย์เรียนที่ศิลปากรก็เห็นห้างนี้มาโดยตลอด เลยได้คุยกันว่าที่นี่เป็นโลเคชันที่มีศักยภาพสูงมากในย่านเมืองเก่า มันเหมือนเป็นโลเคชันในฝันของคนทำงานสถาปัตยกรรมน่ะ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในเมืองเก่า ใกล้รถไฟฟ้าในอนาคต และเป็นอาคารร้างที่มีพื้นที่ใหญ่มากเกือบจะที่สุดในย่านเมืองเก่าแล้ว จึงมีศักยภาพในการพัฒนาย่านเมืองเก่าเป็นอย่างมาก 

“เจ้าของภาพเลยค่อยมาบอกว่าเป็นที่ดินมรดกของที่บ้าน และคิดอยากรีโนเวตห้างนี้อีกครั้ง พอได้เจอเจ้าของเราเลยขออาสามาช่วยดูเรื่องของการรีโนเวตและคิดโปรแแกรมการใช้งาน ก็เลยชวนให้เขามาคุยกับอาจารย์ด้านผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคารต่างๆ ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรเพื่อให้เห็นแนวทางและเงื่อนไขของการพัฒนาอาคารต่างๆ หลังจากนั่งคุยปรึกษากันอยู่สักพักก็เหมือนมองเห็นภาพค่อนข้างตรงกันทั้งเจ้าของที่และตัวอาจารย์เองว่า อยากให้ห้างนี้ไม่แปลกแยกออกจากชุมชน อยากพัฒนาให้เป็นสถานที่ที่เป็นมิตรกับคนในย่าน ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนบางลำพู เช่น อาจจะมีการจ้างงานคนในย่าน มีพื้นที่นิทรรศการของย่าน และในขณะเดียวกันก็หารายได้และเลี้ยงดูพื้นที่ห้างทั้งหมดได้” อาจารย์หน่องเล่าให้ฟังถึงความสนใจแรกต่อทั้งบางลำพูและห้างนิวเวิลด์

ผมถามอาจารย์หน่องต่อว่า ทำไมต้องพัฒนาย่านเมืองเก่า การเป็นชุมชนที่ตั้งมาตั้งแต่สมัยเก่ามีปัญหาอะไรบ้าง

“ปัญหาหนึ่งของย่านเมืองเก่า คือทุกคนโดนย้ายหรือย้ายออกโดยสมัครใจออกจากเมืองเก่ากันไปหมด เมืองเก่าเหมือนเป็นตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิต คือถูกฟรีซบ้านเมืองไว้ให้ดูสวยงามเรียบร้อย แต่ว่าไม่มีชีวิตจริงๆ อยู่ในเมืองเก่าแล้ว แล้วด้วยความที่มีพื้นที่ส่วนอื่นของเมืองที่รองรับกิจกรรมทางการค้าได้อย่างเข้มข้นกว่าหรือการอยู่อาศัยที่หนาแน่นกว่า ย่านเก่าเลยเป็นพื้นที่ที่รอวันเสื่อมลง โดยเฉพาะในย่านบางลำพู มันยังเป็นย่านที่ยังมีชีวิตอยู่ คือยังมีผู้คนที่อยู่อาศัยในพื้นที่มานานและยังใช้ชีวิตอยู่ในย่านจริงๆ” ที่ปรึกษาโครงการอธิบายถึงปัญหาของย่านเมืองเก่า

แล้วไอเดียการทำนิทรรศการครั้งนี้เกิดขึ้นมาจากอะไร ผมถามต่อ

“คือตัวห้างมันถูกปิดมานาน เราอยากค่อยๆ แง้มเปิดอาคารนี้ออกสู่ผู้คนและชุมชนโดยรอบ และอย่างที่เราได้รู้เรื่องราวปัญหาต่างๆ ในอดีตของห้าง เอาจริงๆ ตอนแรกอาจารย์ก็ไม่แน่ใจว่าคนในชุมชนจะมีความรู้สึกบวกหรือลบกับอาคารนี้นะคะ ด้วยอดีตของห้างต่างๆ ก็พอดีได้เจอกับชมรมเกสรลำพู ซึ่งนำโดย ต้า-ปานทิพย์ ลิกขะไชย ที่เป็นคนกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในชุมชน โดยใช้ไกด์เด็กในย่านพานักท่องเที่ยวไปเชื่อมกับผู้ใหญ่ในชุมชน ต้าจึงเป็นคนที่ใกล้ชิดผู้ใหญ่ในย่านนี้มาก และแทบทุกคนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่ห้างนิวเวิลด์แห่งนี้ อยากให้ห้างนี้มีชีวิตอีกครั้ง อยากได้มีโอกาสเดินกลับเข้ามาในห้างนี้ใหม่อีกครั้ง เพราะการที่มีห้างร้างปิดไว้ มันทำให้บรรยากาศแถวนี้มันดูไม่ค่อยเจริญหูเจริญตา 

“อาจารย์กับเพื่อนที่เป็นเจ้าของที่ก็เลยอยากจะหากิจกรรมอะไรสักอย่างมาจัด เพื่อเปิดช่องให้อาคารนี้ได้ค่อยๆ เปิดต้อนรับคนในย่านบางลำพูนี้อีกครั้ง เพื่อให้คนที่เคยมาเดินห้างได้กลับมาเห็นมาเจอหน้ากันอีกครั้ง เกิดเป็นไอเดียว่าจะลองจัดนิทรรศการดูก่อน ก็เลยเกิดเป็นนิทรรศการ ARCH SU FEST: 2020 | New World x Old Town ขึ้นมา” 

อาจารย์หน่องอธิบายถึงแนวคิดในการทำนิทรรศการ และอธิบายถึงกิจกรรมทั้งหมดที่มีในงานนี้ และทำให้เราตื่นเต้นจนอยากจะเห็นเลยว่าต่อไปห้างแห่งนี้จะเปลี่ยนแปลงออกมาเป็นอย่างไรบ้าง 

ซึ่งรายละเอียดของนิทรรศการทั้งหมดมีดังต่อไปนี้

1. ผลงานการออกแบบเสนอแนวคิดปรับปรุงอาคารนิวเวิลด์ โดยนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

“ทีแรกสุดเราในฐานะอาจารย์ก็คิดว่ามันเป็นโจทย์ที่สนุกดี เลยหยิบเอาอาคารนี้ไปเป็นโจทย์ผลงานการออกแบบเสนอแนวคิดปรับปรุงอาคารนิวเวิลด์ โดยนักศึกษาชั้นปีที่สามและสี่ คณะสถาปัตย์ฯ ศิลปากร ให้ได้ลองออกแบบและคิดฟังก์ชันการใช้งานลงไป ซึ่งหลังจากที่ทำส่งมาแล้ว เราก็คิดว่ามันคงจะดีถ้าจะเอามาจัดแสดงให้คนแถวนี้ รวมถึงเจ้าของได้เห็นว่าห้างนี้มันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอะไรได้บ้างจากไอเดียของนักศึกษาซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่” 

2. นิทรรศการ 20×20

“ผลงานนักศึกษานั้นก็สนุกดี แต่เรามาคิดกันว่ามันค่อนข้างจำกัดคนมาดูมากเลย งานแสดงผลงานนักศึกษาสถาปัตย์ฯ ก็คงมีแต่นักศึกษาสถาปัตย์ฯ ด้วยกันมาดู เราเลยมาคิดว่าน่าจะต้องหาอะไรอย่างอื่นที่น่าสนใจมากกว่ามาจัดแสดง แล้วงานอะไรที่คนทั่วไปน่าจะอยากมาดู เลยมาคิดว่าน่าจะเป็นการลองเล่าเรื่องราวของบางลำพูในสายตาของคนภายนอกอย่างเรา ด้วยการใช้สิ่งของยี่สิบสิ่ง เล่าเรื่องราวของกลุ่มคนยี่สิบ คน ที่สะท้อนความเป็นย่านแห่งนี้ โดยเราเริ่มคิดจากคีย์เวิร์ดที่คนภายนอกจะนึกถึงเกี่ยวกับบางลำพู ว่าเกี่ยวข้องกับ ‘คน’ กลุ่มใดบ้าง จากนั้นจึงไปหาสิ่งของที่สามารถ Represent กลุ่มคนต่างๆ ได้ อย่างธง ชุดนักเรียน เสื้อกล้ามข้าวสาร ขนมหวาน อุปกรณ์ถักไหมพรม เป็นต้น 

“โดยในการหาข้อมูลเพื่อจัดนิทรรศการส่วนนี้ ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่จะเกิดขึ้น และเป็นการชวนคนในชุมชนต่างๆ พูดคุยเกี่ยวกับย่านบางลำพูและห้างนิวเวิลด์ด้วย คือเราตั้งใจให้กระบวนการทำนิทรรศการเป็นการสร้างปฎิสัมพันธ์กับชุมชนไปด้วย

3. นิทรรศการ 40 คนสำคัญแห่งย่านบางลำพู โดยทีมชมรมเกสรลำพู

“ตอนที่เริ่มคิดทำตัวนิทรรศการเพิ่มเติมก็พอดีเจอต้ามาเล่าว่า เขาทำงานวิจัยเกี่ยวกับ Key Person สี่สิบคนในย่านบางลำพูอยู่ ก็เลยคิดว่าในสายตาของคนที่อยู่ย่านนี้มานาน น่าจะรู้จักบางลำพูในอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างจากสิ่งที่คนนอกอย่างเรามองเข้าไป งานวิจัยของต้าเป็นการการสัมภาษณ์คนสำคัญแห่งย่านบางลำพูสี่สิบคน เราเลยคิดกันขึ้นมาว่ามันคงจะน่าสนใจดีที่จะเอาเนื้อหาของนิทรรศการมาจัดแสดงร่วมกัน จะได้เห็นมุมมองของความเป็นบางลำพูทั้งจากคนภายนอกชุมชนและคนในชุมชน

4. Lighting Installation ตีความความเป็นย่านบางลำพูจากอดีตสู่อนาคต โดยทีมศิษย์เก่าสถาปัตย์ศิลปากร

“ด้วยความที่ห้างมันมืดมากและมีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ เราเลยอยากให้บรรยากาศมีชีวิตชีวาขึ้น ก็เลยคิดถึงการใช้แสงมาสร้างบรรยากาศในพื้นที่ เลยชักชวนศิษย์เก่าให้มาร่วมด้วยสองกลุ่ม โดยให้โจทย์เป็นการใช้แสงเล่าเรื่องของบางลำพูออกมา ซึ่งกลุ่มแรกจะฉายโปรเจกเตอร์ลงบนพื้นผิวย้อนให้เห็นสมัยยังเป็นวังมัจฉา เพราะคนรุ่นใหม่ๆ ส่วนมากจะจดจำนิวเวิลด์จากการเป็นวังมัจฉามากกว่าห้างสรรพสินค้า ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งทำเป็นลักษณะใช้แสงสร้างรูปทรงบันไดผสมกับการใช้ผ้า ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อในย่านบางลำพู มาสร้างให้เห็นชีวิตของผู้คนที่อาศัยในย่านนี้ เหมือนชี้ให้เห็นถึงอนาคตการเปลี่ยนแปลงต่อไปของบางลำพู” 

5. วงสนทนาเกี่ยวกับย่านบางลำพูในรูปแบบ Facebook Live

วันที่ 14 มิถุนายน 2563 เวลา 14.00 น. หัวข้อ “บางลำพูของฉัน และวันนั้นที่นิวเวิลด์” จะชวนคนในชุมชนมาคุยเรื่องความทรงจำสนุกๆ ที่มีกับห้างแห่งนี้กัน 

ส่วนวันที่ 20 มิถุนายน 2563 เวลา16.00 น. หัวข้อ “Newเวิลด์ โอลด์Town” ชวนนักวิชาการ สถาปนิก (Hypothesis) และตัวแทนคนรุ่นใหม่จากำชมรมเกสรลำพู ในชุมชนมาคุยเรื่องอนาคตและห้างและย่านแห่งนี้

6. การทดลองจัดนิทรรศการรูปแบบใหม่

อาจารย์หน่องยังอธิบายถึงรูปแบบการจัดนิทรรศการที่จะแตกต่างออกไป เพราะได้ทดลองจัดนิทรรศการรูปแบบใหม่ขึ้นมาภายใต้สถานการณ์โรคระบาดอย่าง COVID-19 ที่ทำให้การเข้าชมนิทรรศการมีข้อจำกัด จึงเกิดการทดลองปรับเปลี่ยนรูปแบบการเข้าชมโดยไม่เปิดเป็นนิทรรศการสาธารณะ แต่เป็นการเชิญแขกรับเชิญ โดยเน้นที่คนในชุมชนและคนที่อาจจะมีมุมมองที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เข้าไปดูนิทรรศการในแต่ละวัน แล้วให้คนเหล่านั้นเล่าเรื่องราวในนิทรรศการออกมาตามมุมมองของตัวเอง ผ่านทางเพจ Facebook : บางลำพู everyday

นิวเวิลด์ โอลทาวน์ เมื่อห้างร้างกลับมาเปิดอีกครั้ง เพื่อจัดนิทรรศการของชาวบางลำพู, ห้างนิวเวิลด์, New world, บางลำภู

ห้างสรรพสินค้านิวเวิลด์ บางลำพู ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ประชาคมบางลำพู และชมรมเกสรลำพู จัดนิทรรศการ ARCH SU FEST: 2020 | New World x Old Town ในวันที่ 13 – 21 มิถุนายน 2563 ที่ห้างสรรพสินค้านิวเวิลด์ บางลำพู ติดตามช่องทางการเผยแพร่นิทรรศการได้ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ ที่ Facebok : บางลำพู everyday 

อาคารนิวเวิลด์ได้รับการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างจากทางวิศวกร และได้รับการยืนยันแล้วว่าปลอดภัยต่อการใช้งาน พร้อมทั้งมีการติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยไว้ตลอดในระหว่างที่ติดตั้งและจัดงานนิทรรศการแห่งนี้

Writer & Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

โชคดีจัง ที่วันนี้ฝนไม่ตก

หลังจากพยายามเดาทิศเดาทางเมฆฝนบนฟ้าในระยะนี้ มองบนไปไกล ดูฟ้าว่าเมฆฝนจะสื่อสารบอกอะไรเราก่อนออกจากบ้าน

มองบนไปไกล ถึงใครที่อยู่ห่างออกไปจากตรงนี้ว่าเขามีวันที่ดีหรือเปล่า

และมองบนไปไกลถึงใครบนนั้นว่า ไม่ต้องเป็นห่วง

เช่นเดียวกับที่เราอยากจะชวนคุณมองบน บนอีก บนอีก บนไปถึงยอดตึกของอาคารห้างร้านต่างๆ

ใครหลายคนคงเคยเห็นตราครุฑที่อยู่บนยอดตึกสูงบนชื่ออาคารห้างร้านดัง ดูไม่เข้ากันสักเท่าไหร่กับรูปแบบอาคารทันสมัย สืบค้นจึงพบว่าเป็นเครื่องหมายที่บอกถึงการเป็นกิจการที่ดีแบบโบราณ ซึ่งริเริ่มมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่อยมาจนปัจจุบัน

ที่น่าสนใจคือ นอกจากเรื่องการส่งเสริมให้เกิดการจัดตั้งกิจการที่มีคุณประโยชน์ต่อประเทศแล้ว ตราตั้งห้างยังทำให้เรานึกถึงหลักการของธรรมภิบาล (Good Governance) หรือหลักการบริหารกิจการที่ดีระดับสากล ในแบบที่มาก่อนกาลร่วมร้อยปี

จากตัวอย่างห้างร้านที่ได้รับตราตั้งห้างอันรุ่งเรืองทั้งในอดีตและปัจจุบันจำนวนมาก ทำให้เราเห็นว่าภายใต้เครื่องหมายทางการอันน่าเกรงขามนั้นเต็มไปด้วยเกียรติยศและความตั้งใจของคนที่ประกอบกิจการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งต่อให้กิจการห้างร้านนั้นๆ อาจและไม่อาจฝืนทนต่อสายธารของยุคสมัยที่เชี่ยวกราก เราก็จะจดจำได้อยู่ดี

 

ตั้งตา

ตราครุฑที่เราเห็นประดับอยู่บนอาคารหรือสถานที่ที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ในตำแหน่งเหนือป้ายชื่ออาคาร บริษัท หรือห้างร้านเหล่านี้คือเป็นเครื่องหมายของการพระราชทาน ‘ตราตั้งห้าง’ มีความหมายว่า กิจการห้างร้านแห่งนั้นได้รับพระราชทานเกียรติยกย่องให้เป็นบริษัทห้างร้านที่ประกอบการค้ากับพระราชสำนักมาเป็นเวลานาน มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและไว้วางใจของประชาชน

เป็นธรรมเนียมที่เริ่มใช้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเจ้าเกล้าอยู่หัว และยังคงถือปฏิบัติมาตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ โดยได้รับอิทธิพลมาจากตราตั้งห้างของชาวตะวันตกที่เรียกว่า Royal Warrant of Appointment โดยเฉพาะประเทศในแถบทวีปยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก สวีเดน เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น ซึ่งพระมหากษัตริย์จะพระราชทานตราพระจำพระองค์หรือตราราชวงศ์สำหรับพ่อค้าและกิจการที่จัดหาสินค้าหรือบริการแก่ราชสำนักด้วยความเรียบร้อยและมีความสัมพันธ์อันมั่นคงมายาวนาน

ก่อตั้ง

สำหรับการพระราชทานตราตั้งห้างในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราแผ่นดินแบบอาร์ม (Coat of Arms) ซึ่งมีใช้เฉพาะในรัชกาลที่ 5 มีลักษณะการผูกตราแบบยุโรป เบื้องล่างระบุข้อความ “ตั้งโดยพระบรมราชานุญาต” พระราชทานแก่ผู้ประกอบกิจการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาใช้สอยให้ปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณ เช่น ช่างทองหลวง ช่างถ่ายรูปหลวง เพื่อเป็นเกียรติยศและพระราชทานไว้เพื่อเป็นตราเพื่อการค้า

นอกจากนี้ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ยังมีการแบ่งแยกตราตั้งพระราชทานที่เป็นของพระมหากษัตริย์ ของสมเด็จพระราชินี และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ตามราชสำนักของอังกฤษ

เช่น หากห้างร้านติดต่อกิจการค้าโดยเฉพาะกับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ห้างนั้นจะได้รับพระราชทานเครื่องหมายตราพระราชเสาวนีย​์ หรือหากเป็นห้างร้านที่ติดต่อดำเนินกิจการการค้าโดยเฉพาะกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ห้างนั้นจะได้รับพระราชทานพระราชลัญจกรประจำพระองค์

ตั้งชื่อ

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนตราแผ่นดินใหม่เป็นรูปพระครุฑพ่าห์ ตราตั้งห้างที่พระราชทานจากพระมหากษัตริย์ไทยจึงเปลี่ยนมาเป็นรูปครุฑพ่าห์ หน้าอัดทรงเชิดตามแบบตัวอย่างของกระทรวงวัง มีข้อความประกอบเบื้องล่างว่า “โดยได้รับพระบรมราชานุญาต” หรือเป็นอักษรภาษาต่างประเทศว่า “By Appointment to His Majesty the King of Siam” แทนภาษาไทย

ตั้งตัว

ในรัชสมัยต่อๆ มา ได้ขยายขอบเขตการพระราชทานตราตั้งห้างแก่บริษัทห้างร้านและผู้ประกอบกิจการที่กว้างขวางมากขึ้น โดยจะพระราชทานตราตั้งห้างตามพระราชอัธยาศัยเป็นสำคัญ เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ประกอบการในรูปแบบต่างๆ และส่งเสริมให้เกิดการประกอบกิจการภายในประเทศ ประหนึ่งเป็นการรับรองห้างร้านที่ประกอบกิจการดี เป็นที่ยอมรับนับถือและฐานะมั่นคง

ทำให้คิดถึงหลักของการทำธรรมภิบาล (Good Governance) หลักการและแนวคิดที่ได้รับการยอมรับระดับสากล ระบบที่สะท้อนประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารจัดการองค์กรยุคใหม่ คำนึงถึงหน้าที่และความร่วมมือของผู้ส่วนร่วม เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญ คือความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นวิถีสำคัญที่จะสร้างความยั่งยืนในองค์กรห้างร้านใดๆ

 

ตั้งใจ

การดำเนินการขอพระราชทานตราตั้งห้างนั้น ตามระเบียบซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2482 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ. 2534 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 กำหนดคุณสมบัติของบุคคลหรือห้างร้านบริษัทที่จะขอพระราชทานตราตั้งห้างกล่าวโดยสรุป ดังนี้

เป็นผู้มีฐานะเป็นนิติบุคคลหรือจดทะเบียนแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย ได้ทำการติดต่อกับกรมกองต่างๆ ในพระราชสำนักมาก่อน มีฐานะการเงินดี เป็นที่เชื่อถือของประชาชนมานาน ประกอบการค้าโดยสุจริต ตั้งอยู่ในศีลธรรมและไม่เคยมีความผิดฐานทุจริตเป็นปฏิปักษ์ต่อความรู้สึกของมหาชน และไม่มีหนี้สินรุงรัง เว้นแต่หนี้อันเป็นปกติวิสัยธรรมดาเฉพาะกิจการค้าตามประเภท

การยื่นหนังสือขอพระราชทานต่อสำนักพระราชวัง ผู้ขอต้องแสดงชื่อ นามสกุล ที่อยู่อันเป็นหลักแหล่ง รวมถึงมีหน้าที่ใดในห้างร้านแห่งนี้ ระบุประเภทของประเภทการค้า ยื่นใบสำคัญแสดงหลักฐานการเงินและค้าขายของห้างร้านประกอบการวินิจฉัย และลงลายมือชื่อรับรองว่าจะปฏิบัติตามข้อบังคับของตราตั้งห้าง

 

ตั้งค่า

เมื่อสำนักพระราชวังตรวจสอบและพิจารณาแล้วเห็นว่า บุคคลหรือห้างร้านบริษัทมีคุณสมบัติสมควรได้รับพระราชทานตราตั้ง จะทำความขึ้นกราบบังคมทูลของพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากนั้นให้นายกรัฐมนตรีในฐานะบังคับบัญชาสำนักพระราชวังออกตราตั้งให้และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

จากนั้นบริษัทห้างร้านจะทำเครื่องหมายตราตั้งขึ้นเอง โดยจัดทำให้ถูกต้องตามแบบกระทรวงวัง และจะใช้เครื่องหมายตราตั้งประดับ ณ ที่ทำการค้าขาย พิมพ์รูปจำลองเครื่องตราตั้งลงในกระดาษ ซอง ใบเก็บเงิน ใบเสร็จ ฉลากของ พาณิชยบัตร แผงยานพาหนะส่งของได้ ที่สำคัญ บริษัทห้างร้านนั้นๆ ต้องบำเพ็ญตนให้อยู่ในฐานะอันดีหรือดีขึ้นไป

ตั้ง…แต่

สำหรับข้อบังคับใช้ตราตั้งห้างนั้น สำนักพระราชวังระบุไว้ตามระเบียบดังนี้

ห้ามไม่ให้ใช้เครื่องหมายตราตั้งเป็นยี่ห้อสินค้าของห้าง ห้ามไม่ให้ใช้ธงอันมีรูปเครื่องหมายตราตั้ง ห้ามไม่ให้ใช้คำว่า ‘หลวง’ เช่น ช่างทองหลวง เป็นต้น ห้ามไม่ให้ใช้ตราตั้งหรือรูปจำลองเครื่องหมายตราตั้งในการอันไม่เกี่ยวกับการค้าขาย ห้ามประกาศหรือแจ้งความโฆษณาว่าตนเป็นผู้ทำการติดต่อกับราชการในพระราชสำนัก และห้ามไม่ให้ทำรูปจำลองหรือสำเนาตราตั้งแม้ส่วนใดส่วนหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ตัวตั้ง

บริษัท โอสถสภา (เต๊กเฮงหยู) จากร้านขายของเบ็ดเตล็ดเล็กๆ ย่านสำเพ็ง ก่อตั้งใน พ.ศ. 2434 โดยนายแป๊ะ โอสถานุเคราะห์ ที่ได้นำสูตรยาจีนโบราณที่ชื่อว่า ยากฤษณากลั่น มีสรรพคุณบรรเทาโรคปวดท้องเป็นอย่างดี ก่อนจะทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้ในการซ้อมรบของกิจการเสือป่าที่นครปฐม ด้วยประสิทธิผลของยาต้นตำรับ รัชกาลที่ 6 จึงทรงพระราชทานเข็มเสือป่าและประทานนามสกุลแก่นายแป๊ะ ใน พ.ศ. 2456 นำความภาคภูมิใจสู่ร้านเต๊กเฮงหยู ก่อนจะย้ายไปยังถนนเจริญกรุงและเปลี่ยนชื่อร้านเป็นโอสถสถานเต๊กเฮงหยู ผลิตและจำหน่ายยาสามัญประจำบ้าน รุ่งเรืองตามลำดับมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 126 ปี และได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2502 

ที่มา: osotspa.com

ห้องทองตั้งโต๊ะกัง ร้านทองเก่าแก่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อตั้งโดยนายโต๊ะกัง แซ่ตั้ง ต่อมาดำเนินการสืบทอดโดยทายาทรุ่นที่สองก่อนจะจดทะเบียนการค้าใน พ.ศ. 2457 และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2464 หรือในสมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบัน อาคารห้างร้านทองตั้งโต๊ะกังที่สูงกว่า 7 ชั้นได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร โดยทายาทครอบครัวตันติกาญจน์เห็นชอบให้จัดทำพื้นที่ชั้น 3 และ 6 เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติห้างและให้ความรู้เรื่องการทำทอง

สยามกลการ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2495 ดำเนินธุรกิจค้ารถยนต์ใหม่และเก่า และเป็นผู้แทนจำหน่ายในต่างประเทศเจ้าแรกของนิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาใน พ.ศ. 2505 ก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกในประเทศไทยด้วยกำลังผลิตเพียงวันละ 4 คัน และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2515 ปัจจุบันยังคงดำเนินธุรกิจหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์และเป็นสินค้าชั้นนำในตลาดโลก

ที่มา: www.siammotors.com

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล มีจุดเริ่มต้นจากความสำเร็จของกิจการขายหนังสือของคุณสัมฤทธิ์ คุณเตียงผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจร่วมทุนกับลูกชาย เปิดร้านค้านามบริษัทเซ็นทรัลเทรดดิ้งใน พ.ศ. 2490 จำหน่ายหนังสือนานาชนิดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุกเบิกการนำเข้าสินค้าหลากหลายจากต่างประเทศ เป็นแหล่งรวมนักเรียนนอกในสังคมไทย ก่อกำเนิดห้างสรรพสินค้าสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งยุค ก่อนจะเรียนรู้ผ่านเส้นทางทั้งขรุขระและราบรื่น เป็นธุรกิจห้างร้านที่ผูกพันมาตลอด 70 ปี โดยได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2549 

ร้านยูไลย เทเลอร์ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2484 โดยนุ้ย แซ่หลุ่ย ยูไลย มาจากภาษาจีนแปลว่า ความประณีตและพิถีพิถัน ด้วยชื่อเสียงของร้านที่เป็นไปตามชื่อ จึงเป็นที่รู้จักในวงการว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการตัดเย็บเสื้อสูท  เสื้อราชประแตน ที่ทั้งประณีต พิถีพิถัน และตรงต่อเวลา ทั้งเป็นที่ได้รับความไว้วางใจจากพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการชั้นสูง นักการเมือง นักธุรกิจ และลูกค้าจากต่างประเทศ และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2550

วิวิธภูษาคาร ร้านตัดเย็บเครื่องแบบเสือป่าและลูกเสือในสมัยรัชกาลที่ 6 ก่อนจะขยายกิจการเป็นร้านเครื่องแบบข้าราชการและเครื่องแบบนักเรียนใน พ.ศ. 2455 เป็นห้างร้านเดียวในประเทศที่ได้รับตราตั้งห้างแบบพิเศษ เป็นตราที่รัชกาลที่ 6 พระราชทานเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมข้อความเบื้องล่างตราสัญลักษณ์ว่า “ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตพิเศษ” (ไม่ทราบปีที่ได้รับตราตั้งห้าง) ปัจจุบันร้านวิวิธภูษาคารเปลี่ยนเป็นโรงแรมชื่อ Vivit Hostel โดยที่มุมเล็กๆ มุมหนึ่งของโรงแรมยังรับตัดเสื้อด้วยช่างฝีมือรุ่นสุดท้าย และจัดโชว์ข้าวของเครื่องแบบสมัยก่อน

ที่มา: www.vivithostel.com

โรงงานวิเศษนิยม โรงงานผลิตและจำหน่ายยาสีฟันตำรับโบราณรายแรกของประเทศไทย จากตำรับวิชายาสีฟันที่นางผิน แจ่มวิชาสอน ผู้ก่อตั้งได้รับมาจากท่านจมื่นสิทธิแสนยารักษ์ แพทย์แผนโบราณประจำโรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก่อนทำยาสีฟันแจกลูกเสือในงามชุมนุมลูกเสื้อทั่วประเทศสมัยรัชกาลที่ 7 จนมีผู้คนเรียกร้องให้ผลิตออกจำหน่าย กลายเป็นยาสีฟันที่แพร่หลายเรื่อยมาจนถึงในปัจจุบัน ก่อนจะได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2509

ที่มา: visetniyom.com

ห้าง ต.เง๊กชวน ก่อตั้งโดย นายชวน ธันวารชน อดีตผู้จัดการโรงภาพยนตร์บางลำพู ผู้บุกเบิกหนังสือและสื่อเกี่ยวกับภาพยนตร์ ก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นเสียงตรากระต่าย แผ่นเสียงบันทึกเพลงยุคแรกๆ และสินค้าทุกชนิดที่เกี่ยวกับแผ่นเสียงใน พ.ศ.2468 เป็นห้างร้านที่มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะดนตรีนาฏศิลป์ไทยและเพลงพื้นบ้านไทย ได้รับพระราชทานตราตั้งห้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปัจจุบัน ห้าง ต.เง๊กชวน ยังคงเปิดกิจการอยู่เพียงแต่เปลี่ยนจากแผ่นเสียงมาเป็นขนมเบื้องแม่ประภาเจ้าอร่อยแห่งย่านบางลำพู ด้วยความเชื่อของตระกูลว่าให้ดำเนินกิจการใดๆ ก็ตามที่มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมแล้วจะเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเมื่อเห็นจำนวนลูกค้าที่รอคอยขนมเบื้องหอมๆ ที่หน้าร้านเราก็ไม่ขอปฏิเสธความเชื่อนี้แต่อย่างไร

ที่มา: อะหนึ่ง OKnation

ที่มา

ชนาภา ดิษฐปัญญา. (2559). ห้างทองตั้งโต๊ะกัง. สืบค้นจาก http://asaconservationaward.com/index.php/2016-06-13-15-23-31/commercial2543/347-governor-tangtohkanggoldshop-bkk-province (23 ตุลาคม 2560)

ชัชพล ไชยพร. (ไม่ทราบปี). ตราตั้งห้าง. สืบค้นจาก http://digi.library.tu.ac.th/index/0167/28-1-Jan-2552/12PAGE96-PAGE100.pdf (24 ตุลาคม 2560)

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการพระราชทานตราตั้งห้าง. (6 พฤษภาคม 2482). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 56 หน้า 422 วันที่ 15พฤษภาคม 2482. สืบค้นจาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2482/D/418.PDF (24 ตุลาคม 2560)

Writer & Photographer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load