ก่อนอื่น ขอความร่วมมือปิดเครื่องมือสื่อสารและงดใช้เสียงระหว่างรับชม

เดิมทีเราตั้งใจจะเล่นใหญ่ เปิดบทความด้วยการแห่กลองยาวให้สมความดีใจที่ Netflix ชวน The Cloud ไปเยี่ยมชมกองถ่ายละครชุดเรื่องล่าสุด ซึ่งเป็น Original Netflix เรื่องแรกของเกาหลี

พล็อตเรื่องซอมบี้ของเกาหลีอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ซอมบี้เกาหลีในยุคโชซอนใส่ฮันบกนี่สิน่าสนใจ

นอกจากเยี่ยมชมกองถ่าย ปะทะไหล่กินข้าวกองกับผู้กำกับ นักเขียน และทีมงานแล้ว ยังถือโอกาสนี้พูดคุยกับทีมงานและนักแสดง ถึงวิธีคิดและทำงานเบื้องหลังละครฟอร์มยักษ์แห่งปี

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

จากบางส่วนของบันทึกแห่งราชวงศ์โชซอน ในรัชสมัยของพระเจ้าซุนโจ (พ.ศ. 2343 – 2377) เมื่อ 500 ปีก่อน ความว่า

In the fall, a mysterious disease began to spread from the west, and 10 days, tens of thousands of people died in Hanyang” 

ในฤดูใบไม้ร่วง, โรคระบาดที่ไม่อาจทราบสาเหตุ ซึ่งแพร่มาจากภาคตะวันตกของเมือง คร่าชีวิตผู้คนในเมืองฮันยาง (ชื่อเดิมของเกาหลี) ร่วมหมื่นคนในเวลา 10 วัน 

จุดประกายให้ คิมอึนฮี นักเขียนบทคนดังของเกาหลีจากเรื่อง Signal (2016) และ Three Days (2014) ต่อยอดเป็นเว็บตูนเรื่อง Land of the Gods (2011) ก่อนดัดแปลงเป็นบทละครชุดฟอร์มยักษ์แห่งปีเรื่อง Kingdom ซึ่งเป็น Original Netflix เรื่องแรกของเกาหลี ใช้ทุนในการสร้างตอนละ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ละครและภาพยนตร์ ผลงานการกำกับของ คิมซองฮุน ผู้กำกับภาพยนตร์สายภาพสวยโหดจากเรื่อง The Tunnel (2016) และ A Hard Day (2014)

โดยละครชุดจำนวน 6 ตอนจบนี้ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มกราคมพร้อมกันทั่วโลก เรื่องราวเล่าถึงซอมบี้ในยุคโชซอน (ค.ศ. 1319 – 1910) และการสืบหาความจริงเกี่ยวกับโรคระบาดและเชื้อร้ายที่กัดกินร่างคนตาย ขององค์ชายรัชทายาทผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏจากปริศนาการสิ้นพระชนม์ของพระราชา เพื่อช่วยเหลือประชาชนและอาณาจักรจากเหตุการณ์ประหลาดนี้ เรื่องราวทั้งหมดจึงเกิดขึ้น

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

สิ่งที่น่าสนใจภายใต้เรื่องย่อขนาด 3 บรรทัดนี้คือ เรื่องของซอมบี้ที่ร่วมสมัยกับละครย้อนยุคเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร

“ในอดีตเรามักจะได้ยินเรื่องโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนมากมายโดยไม่ทราบสาเหตุ เราก็คิดต่อ เชื่อมโยงกับจินตนาการและหาเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้ เช่น หากซอมบี้คือสาเหตุของการตายโดยไม่ทราบสาเหตุนั้นเรื่องราวจะเป็นอย่างไร” คุณคิมอึนฮีเล่าถึงที่มาของพล็อตเรื่องซึ่งเธอตั้งใจสื่อสารความเศร้าของบ้านเมืองที่เกิดจากระบบอันไม่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความลำบากและยากแค้น ความหิวโหยและอดสู โดยใช้แรงบันดาลใจจากหนังสือ ภาพยนตร์ ละคร ที่ดูมาทั้งชีวิต

ในฐานะผู้กำกับศิลป์ที่รับหน้าที่สร้างสรรค์องค์ประกอบฉากและสิ่งแวดล้อมให้ออกมาเหมือนจริงมากที่สุด ลีกุกฮยอน เล่าวิธีการทำงานให้ฟังว่า เขาเริ่มจากศึกษาบทพร้อมคิดหาเหตุและผลของตัวละครและเรื่องราว ตั้งสมมติฐานจากจินตนาการผสมสารคดีเรื่องประวัติศาสตร์เพื่อศึกษาลักษณะทางกายภาพของคนในอดีต ซึ่งนอกจากการย้อนดูละครย้อนยุคของเกาหลีกว่าร้อยเรื่อง ลีกุกฮยอนเล่าว่า เขาใช้ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือในห้องสมุดและเลือกที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่เดินชมพิพิธภัณฑ์เพื่อทำงานนี้ให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับการยืนยันว่าจะใช้สถานที่จริงในการถ่ายทำเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต่างจากละครทั่วไปที่ถ่ายทำในโรงถ่าย

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

สำหรับการทำงานของฝ่ายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ควอนเฮจิน หัวหน้าทีมออกแบบ เล่าให้ฟังว่า เธอไม่ได้สนใจหรือยึดติดรูปลักษณ์ภายนอกของซอมบี้มากไปกว่าการศึกษาและทำความเข้าใจตัวละคร ก่อนที่เขาหรือเธอผู้ที่ครั้งหนึ่งเป็นมนุษย์มีจิตใจ มีชีวิตชีวา และร่างกายแข็งแรง จะค่อยๆ กลายร่าง เพราะซอมบี้จะไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนตาย ใส่ชุดไหนก็จะใส่ชุดนั้นทั้งเรื่อง

นอกจากนี้ เรามักจะเห็นสีชุดฮันบกองค์ชายรัชทายาทเมื่อออกมาเที่ยวเล่นเยี่ยงสามัญชนแตกต่างจากตอนเข้าเฝ้าพระมเหสี ทีมออกแบบเล่าเหตุและผลของการใช้สีบนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้ฟังว่าเป็นผลมาจากชนชั้นที่แตกต่างกันในสังคม นั่นคือสามัญชนคนทั่วไปจะใช้เพียงสีน้ำตาลหรือสีขาว ขณะที่พระราชาเมื่ออยู่ในพระราชวังจะใช้เครื่องแต่งกายสีแดงและทอง รวมถึงวัสดุที่แตกต่างกันอย่างผ้าไหมและผ้าฝ้าย

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

จากนั้น มาฟังการทำงานของทีมนักแสดง ซึ่งนำทีมโดยองค์ชายรัชทายาท รับบทโดย จูจีฮุน จาก Along with the Gods, Dark Figure of Crime และ Princess Hours แบดูนา นักแสดงสาวชาวเกาหลีที่ร่วมงานกับฮอลลีวูดมามากมาย เช่น Sense8 และ Cloud Atlas ในบทโซบี รยูซึงรยอน จาก Miracle at Cell No. 7  คิมซางโฮ จาก The Beauty Inside และ The Happy Life ฮโยจุนโฮ จาก Jumong และ จยอนซอกโอ จาก The Good Wife ซึ่งทุกคนตัดสินใจเข้าร่วมโปรเจกต์นี้เพราะชอบพล็อตเรื่องและต่างเป็นแฟนคลับของนักเขียนและผู้กำกับ

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

เมื่อถามถึงสิ่งที่ยากและการเตรียมตัวสำหรับละครเรื่องนี้ แบดูนาเป็นตัวแทนเล่าว่า นอกจากทำความเข้าใจตัวละคร เธอและทีมนักแสดงต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะอากาศที่หนาวเย็นจากการถ่ายทำนอกสถานที่ รวมถึงการใช้สำเนียงโบราณในเรื่อง ซึ่งต่างจากการทำงานในละครเรื่องก่อนหน้าที่เธอต้องเรียนศิลปะการต่อสู้กว่า 7 เดือน

Cut! ระหว่างรอผู้กำกับและนักแสดงเช็กความเรียบร้อยผ่านจอมอนิเตอร์ และพักเตรียมพร้อมรอเข้าฉากต่อไป พวกเราใช้เวลาสั้นๆ นี้หลบกล้องแฝงตัวในสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งเป็นบ้านหลังจริงของเสนาบดีในยุคนั้น

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

“ก่อนเดินเข้ามา เราเห็นกล้องเลนส์ยาวๆ ตั้งอยู่บนภูเขาเพื่อเก็บภาพกว้างด้วย” แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ ชี้ชวนพวกเราให้หันมองตาม เช่นเดียวกับ หน่อง-ธนา และ ภัทร ฉัตรบริรักษ์ สองนักแสดงหนุ่มผู้ร่วมทริปที่หันมาบอกเราด้วยสีน้ำเสียงตื่นเต้นว่าคิวนักแสดงประกอบเขาเยอะมากแค่ไหน

จากนั้น ไปดูจอมอนิเตอร์แบบเรียลทามที่จัดแยกออกมาอยู่ด้านนอกกองถ่าย ซึ่งไม่เพียงมุมมองจากกล้องถ่ายภาพยนตร์ที่แสดงผลผ่านจอจะชวนเราให้ตื่นเต้นตาม การแบ่งปันประสบการณ์จากมุมมองโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ และนักเขียนบทละครชุด ของ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร ยังช่วยให้เรามองการทำงานเบื้องหลังกองถ่ายละครเปลี่ยนไป

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

“วิธีคิดในการทำงานของ Kingdom มีความคราฟต์ไม่ต่างจากงานภาพยนตร์ นั่นคือ ขณะที่ละครไทยถ่ายทำวันละยี่สิบซีน การถ่ายทำภาพยนตร์จะใช้เวลาถ่ายเพียงสองถึงสี่ซีนต่อวันเท่านั้น” ปิงเล่าเปรียบเทียบการทำงานของ 2 ประเทศ

ระหว่างที่เห็น Break Down ของกองถ่าย ปิงและนักแสดงผู้ร่วมทริปของเราก็ยิงคำถามถึงสตอรี่บอร์ดและขั้นตอนการทำงานที่ละเอียดยิบแบบนี้ โดยเบรกดาวน์สุดแสนจะละเอียดนี้เหมือนกันกับที่ใช้ในงานภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งไม่ใช่วิธีทำงานปกติของละครเกาหลี หรือแม้แต่เป็นเพราะชื่อเสียงเรื่องคุณภาพของ Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเจ้าใหญ่ของโลก แต่เป็นเพราะทีมงานส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการทำงานภาพยนตร์ และทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในละครเกาหลี รวมถึงการลงทุนมหาศาลของ Netflix ในขั้นกระบวนการผลิต

แม้ Kingdom จะเป็นละครย้อนยุคที่พล็อตเรื่องแปลกไปจากที่คุ้นเคย แต่เชื่อว่าคนไทยอย่างเราก็อินตามไปด้วยได้ เพราะเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่คนไทยน่าจะชอบ ทั้งเรื่องสืบสวนสอบสวน ปมชิงบัลลังก์กันในราชสำนัก ความหรูหราสวยงามของพระราชวัง ความเป็นมนุษย์ ความเหลื่อมล้ำในสังคม ยิ่งรวมกับเรื่องซอมบี้ที่ร่วมสมัยสุดๆ ก็ทำให้อดใจรอไม่ไหว

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

16 สิงหาคม 2560
20 K

ถึงนิสิต นักศึกษา ไม่ว่าคุณจะรักหรือเกลียดสถานะของคุณในตอนนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงเวลาอุดมศึกษาเป็นช่วงเวลาพิเศษในชีวิต เป็นระยะหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะส่งผลกับคุณก่อนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นพื้นที่ให้คุณได้ลองผิดลองถูกเพื่อค้นหาตัวเอง และจะกลายเป็นความทรงจำของวัยเยาว์ที่มีความหมายกับกับคุณ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

The Cloud รวบรวมคำแนะนำหลากหลายของบรรดาบัณฑิตมาไว้ที่นี่ บางคนอาจเพิ่งเรียนจบมาไม่นาน บางคนก็พ้นเครื่องแบบนักศึกษามานานแล้ว นิยามของ ‘การใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยให้คุ้มค่า’ ของแต่ละคนก็แตกต่างกัน เราเชื่อว่าทุกสิ่งควรมีทางเลือก และอยากจะฝากตัวเลือกที่คุณอาจนำไปปรับใช้ก่อนก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยไว้ที่นี่

1. ลงเรียนวิชาที่อยากเรียนจริงๆ โดยไม่สนใจเรื่องอื่น

เกรด อาจารย์ เพื่อน และตัวแปรอีกหลายประการ อาจทำให้คุณตัดสินใจเลือกเรียนหรือไม่เรียนวิชาใดวิชาหนึ่ง ขอแนะนำให้ลงทะเบียนหรือเข้าไป sit in วิชาที่อยากรู้จริงๆ โดยไม่สนว่าวิชานั้นจะง่ายหรือยาก หรือมีข้อแม้ว่าต้องมีเพื่อนเรียนด้วย ลองให้คลาสนั้นเป็นช่วงเวลาที่ตัวคุณจะได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ และตอบคำถามตัวเองว่าชอบหรือไม่ชอบศาสตร์ที่ศึกษาอยู่ ดีกว่ามาสมัครคอร์สเรียนภายหลัง เพราะค่าเรียนสำหรับผู้ใหญ่อาจแพงกว่ามาก

2. ทำความรู้จักมหาวิทยาลัยในแบบของตัวเอง

นอกจากทำความรู้จักตัวเอง การทำความรู้จักสิ่งแวดล้อมรอบตัวก็สำคัญ ลองเปิดใจเรียนรู้เรื่องราวของคณะและมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะอ่านประวัติ ตำนาน หรือออกสำรวจพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและรอบมหาวิทยาลัย คุณอาจค้นพบความสนุกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เช่น ชมรมน่าสนใจ ห้องสมุดน่านั่งทำงาน ร้านอาหารอร่อยนอกคณะ และมุมในสวนแสนสงบ อย่าปล่อยให้สถานที่เรียนที่ต้องไปแทบทุกวันเป็นแค่ความเคยชิน แต่ทำให้มหาวิทยาลัยมีความหมายมากกว่าเดิม

3. ทำกิจกรรมทั้งในและนอกคณะ

ใครๆ คงบอกคุณแล้วแหละว่าควรทำกิจกรรม ก็ความทรงจำที่เราไม่อาจลืมหรือเพื่อนที่คบหาตอนนี้ก็ได้มาจากการเข้าชมรม เข้าค่าย เล่นกีฬา เล่นละครเวที และกิจกรรมนานาในรั้วมหาวิทยาลัยทั้งนั้น การทุ่มใจ กาย และเวลา ให้กลุ่มคนที่มีเป้าหมายร่วมกัน เป็นประสบการณ์พิเศษที่คัดสรรคนบางคนให้เข้ามาในชีวิต แถมยังได้เรียนรู้ทักษะการทำงาน การเข้าสังคม และความเชี่ยวชาญบางอย่างที่ส่งผลต่อการทำงาน

4. มีเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องและเพื่อนต่างคณะ

เพื่อนสนิทคอเดียวกันกับคุณอาจไม่ได้อยู่แค่ในคณะหรือชั้นเรียนเดียวกัน ลองทำความรู้จักรุ่นพี่รุ่นน้อง และเพื่อนๆ ที่มีตรรกะและความเชี่ยวชาญต่างออกไป บทสนทนาของพวกคุณจะมีอรรถรสแปลกใหม่ เพราะการแลกเปลี่ยนความคิดช่วยขยายมุมมอง ยิ่งรู้จักคนหลากหลาย ยิ่งได้มิตรภาพ ข้อมูลใหม่ๆ และ connection ที่อาจใช้ได้ในอนาคต

5. สนิทกับอาจารย์สักคน

สำหรับคนที่สนใจด้านวิชาการ อยากเข้าใจสิ่งที่เรียนให้ลึกซึ่งยิ่งขึ้น หรือต้องการปรึกษาผู้ใหญ่สักคน การคุยกับครูบาอาจารย์เป็นสิ่งสำคัญมาก คำแนะนำหรือความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ อาจทำให้เรามองเห็นเส้นทางการเรียนชัดเจนขึ้น รับมือกับอุปสรรคได้ดีขึ้น รวมถึงได้ข้อมูลต่างๆ ที่มีประโยชน์ เช่น แหล่งข้อมูลนอกห้องเรียน ทุนการศึกษาต่างประเทศ และสถานที่ฝึกงาน

6. สร้างกิจกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน

เมื่อค้นพบที่ทางของตัวเองในมหาวิทยาลัย อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ลองสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ถ้าเป็นหัวหน้าชมรม ลองคิดกิจกรรมใหม่ๆ ไปเสนออาจารย์ที่ปรึกษา ถ้าได้โอกาสทำค่าย มองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ นอกเหนือจากที่รุ่นพี่เคยทำไว้ คุณอาจได้ฝากชื่อไว้เป็นตำนาน หรืออย่างน้อยก็ได้ท้าทายความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของตัวเอง

7. ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในมหาวิทยาลัยให้คุ้ม

การเป็นนิสิต นักศึกษา มีสิทธิประโยชน์มากมาย ลองศึกษาเอกสารที่ได้รับแจกตอนเข้าเรียนใหม่ เว็บไซต์ หรือสอบถามผู้รู้ คุณจะประหลาดใจเมื่อพบว่าได้สิทธิรักษาพยาบาล สิทธิทำฟัน รหัสอินเทอร์เน็ต โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ แถมยังยืมหนังสือห้องสมุดกับเข้าโรงยิมฟรีอีกต่างหาก (*สิทธิประโยชน์นี้แตกต่างกันไปตามสถาบันการศึกษา)

8. ใช้บัตรนิสิต นักศึกษา ให้คุ้มค่า

นอกมหาวิทยาลัย โลกใบนี้ก็ยังมอบสิทธิพิเศษให้เยาวชน นักศึกษาจะได้รับการลดหย่อนค่าบัตรโดยสาร ค่าเยี่ยมชมพิพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในไทยและทั่วโลก หรือบางครั้งอาจได้สิทธิประโยชน์มาฟรีๆ เลยด้วยซ้ำ ร้านอาหารต่างๆ ก็ชอบจัดโปรโมชันสำหรับคนในวัยเรียน ตักตวงช่วงเวลาที่บัตรนักเรียนนักศึกษายังไม่หมดอายุไว้ให้เต็มที่ เพราะกว่าจะได้สิทธิแบบนี้อีกก็ต้องรอวัยหลังเกษียณ

9. ตามไปกินร้านอร่อยทั่วมหาวิทยาลัย

อย่าปล่อยให้ความจำเจครอบงำช่วงเวลาจับช้อนส้อม มีร้านอร่อยเจ้าประจำน่ะถูกแล้ว แต่การแสวงหาเมนูเด็ดใหม่ๆ เป็นหน้าที่ที่นักผจญภัยทางอาหารพึงกระทำ ลองพัฒนาผัสสะของลิ้นด้วยการออกไปชิมร้านเด็ดเจ้าใหม่ ข้อดีของร้านอาหารในหรือใกล้มหาวิทยาลัยคือความหลากหลายและราคาไม่แพง ชิมแกงของป้าที่คณะแล้ว อย่าลืมก๋วยเตี๋ยวของลุงคณะฝั่งตรงข้าม ผัดไทยของคณะไกลโพ้น หรือขนมหวานของพี่สาวใกล้หอพักนักเรียน เอนจอยชีวิตในมหาวิทยาลัยแล้ว ก็ควรมีความสุขกับมื้ออาหารที่นี่ด้วย

10. รู้จักบุคลากรในคณะ

นอกจากอาจารย์กับนิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยยังมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากที่ขับเคลื่อนสถาบัน การทำความรู้จักสมาชิกในรั้วเดียวกัน ทำให้ชีวิตในมหาวิทยาลัยไม่รายล้อมด้วยคนแปลกหน้า เมื่อรู้จักบรรณารักษ์ พี่ห้องธุรการ น้าร้านถ่ายเอกสาร ป้าแม่บ้าน หรือพี่ รปภ. บรรยากาศในสถาบันก็ไม่แห้งแล้งเย็นชาจนเกินไปนัก แถมยังอุ่นใจได้ว่าคณะที่เรียนปลอดภัยและอบอุ่น

11. ฝึกงาน

นอกตำราเรียนยังมีประสบการณ์มากมายให้ทดลองเรียนรู้ ไม่ว่าแผนการเรียนจะบังคับให้คุณฝึกงานหรือไม่ ขอแนะนำให้ออกไปฝึกงานที่ๆ ฝันใฝ่อยากทำงานด้วย และขยันทำหลายสิ่งหลายอย่างให้เต็มที่ ถ้าใจรักชอบก็จะได้ตัดสินใจเดินเส้นทางสายนี้ต่อ ถ้าไม่ชอบ จะได้เตรียมหาลู่ทางเดินต่อไปหลังเรียนจบ รับประกันได้ว่าประสบการณ์ทำงานจะเป็นพอร์ตยอดเยี่ยมสำหรับการสมัครงานครั้งแรก และสอนอะไรมากมายเกี่ยวกับการทำงานในโลกของผู้ใหญ่

12. ทำงานพิเศษ

อีกขั้นของการฝึกงานคือการหาเงินด้วยตนเอง นี่ล่ะความท้าทายของจริงที่จะทำให้เติบโตไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร้านค้าหลังเลิกเรียน ช่วยอาจารย์ทำงานวิจัย หรือสอนพิเศษเด็กในวันเสาร์-อาทิตย์ ทุกอย่างคือบทเรียนที่จะทำให้คุณเก่งขึ้น อดทนขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น เข้าใจหลายสิ่งได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องรอใครมาสอน ที่สำคัญยังช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ได้เก็บเงินเพื่อซื้อหาสิ่งต่างๆ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง และเปิดโอกาสให้คุณเข้าใจผู้ปกครองมากขึ้นในวันที่ใกล้เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

13. ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน

ไม่ว่าจะทำงานออฟฟิศหรือเป็นฟรีแลนซ์ โอกาสลาหยุดไปเที่ยวมีจำกัด และอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายรับ ช่วงวันหยุดยาวหรือปิดเทอม ลองออกไปเที่ยวพักผ่อน สร้างความทรงจำดีๆ กับเพื่อนที่ทะเล ป่าเขา หรือไปไกลกว่านั้นก็ได้ถ้าทุนทรัพย์เอื้ออำนวย ใช้เวลาสนุกสดใสให้เต็มที่ ก่อนที่การพบปะเพื่อนฝูงจะกลายเป็นการปรับทุกข์เรื่องงาน

14. มีความรัก*

ข้อนี้สำคัญจนต้องดอกจัน มีรักในวัยเรียนมหาวิทยาลัย ไม่เหมือนจุดเทียนกลางสายฝน (ในวงเล็บว่าต้องมีสติ) ก่อนออกไปสู่สนามจริงในโลกของผู้ใหญ่ สนามซ้อมเล็กๆ ในวิชาความรักจะทำให้คุณเข้าใจความสัมพันธ์ได้ดีขึ้น เรียนรู้การจัดสรรเงิน เวลา และพลังกายใจให้กับคนสำคัญที่ก้าวเข้ามาในชีวิต ถ้าความรักจบลง คุณก็ได้ประสบการณ์ ถ้ายังแน่นแฟ้นผูกพัน คุณอาจได้คนร่วมชีวิตต่อไปในอนาคต

15. ทำ thesis ที่รัก

ก่อนจบการศึกษา อย่าทำให้ปีสุดท้ายของการเรียนขื่นขม เลือกหัวข้อธีสิสที่สนใจศึกษาจริงๆ มากกว่าเรื่องที่น่าจะทำง่ายหรือถูกใจอาจารย์ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ต้องอยู่กับโครงงานคือตัวคุณเอง ลองคิดว่าการเลือกธีสิสเหมือนเลือกเนื้อคู่ ถ้าได้คนที่ถูกใจ แม้ต้องตกระกำลำบาก ก็ยังฝืนทำงานให้ลุล่วงได้อย่างไม่ทุกข์ระทม

ขอให้คุณใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่,

ด้วยความปรารถนาดีจาก The Cloud

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load