ก่อนอื่น ขอความร่วมมือปิดเครื่องมือสื่อสารและงดใช้เสียงระหว่างรับชม

เดิมทีเราตั้งใจจะเล่นใหญ่ เปิดบทความด้วยการแห่กลองยาวให้สมความดีใจที่ Netflix ชวน The Cloud ไปเยี่ยมชมกองถ่ายละครชุดเรื่องล่าสุด ซึ่งเป็น Original Netflix เรื่องแรกของเกาหลี

พล็อตเรื่องซอมบี้ของเกาหลีอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ซอมบี้เกาหลีในยุคโชซอนใส่ฮันบกนี่สิน่าสนใจ

นอกจากเยี่ยมชมกองถ่าย ปะทะไหล่กินข้าวกองกับผู้กำกับ นักเขียน และทีมงานแล้ว ยังถือโอกาสนี้พูดคุยกับทีมงานและนักแสดง ถึงวิธีคิดและทำงานเบื้องหลังละครฟอร์มยักษ์แห่งปี

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

จากบางส่วนของบันทึกแห่งราชวงศ์โชซอน ในรัชสมัยของพระเจ้าซุนโจ (พ.ศ. 2343 – 2377) เมื่อ 500 ปีก่อน ความว่า

In the fall, a mysterious disease began to spread from the west, and 10 days, tens of thousands of people died in Hanyang” 

ในฤดูใบไม้ร่วง, โรคระบาดที่ไม่อาจทราบสาเหตุ ซึ่งแพร่มาจากภาคตะวันตกของเมือง คร่าชีวิตผู้คนในเมืองฮันยาง (ชื่อเดิมของเกาหลี) ร่วมหมื่นคนในเวลา 10 วัน 

จุดประกายให้ คิมอึนฮี นักเขียนบทคนดังของเกาหลีจากเรื่อง Signal (2016) และ Three Days (2014) ต่อยอดเป็นเว็บตูนเรื่อง Land of the Gods (2011) ก่อนดัดแปลงเป็นบทละครชุดฟอร์มยักษ์แห่งปีเรื่อง Kingdom ซึ่งเป็น Original Netflix เรื่องแรกของเกาหลี ใช้ทุนในการสร้างตอนละ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ละครและภาพยนตร์ ผลงานการกำกับของ คิมซองฮุน ผู้กำกับภาพยนตร์สายภาพสวยโหดจากเรื่อง The Tunnel (2016) และ A Hard Day (2014)

โดยละครชุดจำนวน 6 ตอนจบนี้ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มกราคมพร้อมกันทั่วโลก เรื่องราวเล่าถึงซอมบี้ในยุคโชซอน (ค.ศ. 1319 – 1910) และการสืบหาความจริงเกี่ยวกับโรคระบาดและเชื้อร้ายที่กัดกินร่างคนตาย ขององค์ชายรัชทายาทผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏจากปริศนาการสิ้นพระชนม์ของพระราชา เพื่อช่วยเหลือประชาชนและอาณาจักรจากเหตุการณ์ประหลาดนี้ เรื่องราวทั้งหมดจึงเกิดขึ้น

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

สิ่งที่น่าสนใจภายใต้เรื่องย่อขนาด 3 บรรทัดนี้คือ เรื่องของซอมบี้ที่ร่วมสมัยกับละครย้อนยุคเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร

“ในอดีตเรามักจะได้ยินเรื่องโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนมากมายโดยไม่ทราบสาเหตุ เราก็คิดต่อ เชื่อมโยงกับจินตนาการและหาเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้ เช่น หากซอมบี้คือสาเหตุของการตายโดยไม่ทราบสาเหตุนั้นเรื่องราวจะเป็นอย่างไร” คุณคิมอึนฮีเล่าถึงที่มาของพล็อตเรื่องซึ่งเธอตั้งใจสื่อสารความเศร้าของบ้านเมืองที่เกิดจากระบบอันไม่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความลำบากและยากแค้น ความหิวโหยและอดสู โดยใช้แรงบันดาลใจจากหนังสือ ภาพยนตร์ ละคร ที่ดูมาทั้งชีวิต

ในฐานะผู้กำกับศิลป์ที่รับหน้าที่สร้างสรรค์องค์ประกอบฉากและสิ่งแวดล้อมให้ออกมาเหมือนจริงมากที่สุด ลีกุกฮยอน เล่าวิธีการทำงานให้ฟังว่า เขาเริ่มจากศึกษาบทพร้อมคิดหาเหตุและผลของตัวละครและเรื่องราว ตั้งสมมติฐานจากจินตนาการผสมสารคดีเรื่องประวัติศาสตร์เพื่อศึกษาลักษณะทางกายภาพของคนในอดีต ซึ่งนอกจากการย้อนดูละครย้อนยุคของเกาหลีกว่าร้อยเรื่อง ลีกุกฮยอนเล่าว่า เขาใช้ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือในห้องสมุดและเลือกที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่เดินชมพิพิธภัณฑ์เพื่อทำงานนี้ให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับการยืนยันว่าจะใช้สถานที่จริงในการถ่ายทำเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต่างจากละครทั่วไปที่ถ่ายทำในโรงถ่าย

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

สำหรับการทำงานของฝ่ายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ควอนเฮจิน หัวหน้าทีมออกแบบ เล่าให้ฟังว่า เธอไม่ได้สนใจหรือยึดติดรูปลักษณ์ภายนอกของซอมบี้มากไปกว่าการศึกษาและทำความเข้าใจตัวละคร ก่อนที่เขาหรือเธอผู้ที่ครั้งหนึ่งเป็นมนุษย์มีจิตใจ มีชีวิตชีวา และร่างกายแข็งแรง จะค่อยๆ กลายร่าง เพราะซอมบี้จะไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนตาย ใส่ชุดไหนก็จะใส่ชุดนั้นทั้งเรื่อง

นอกจากนี้ เรามักจะเห็นสีชุดฮันบกองค์ชายรัชทายาทเมื่อออกมาเที่ยวเล่นเยี่ยงสามัญชนแตกต่างจากตอนเข้าเฝ้าพระมเหสี ทีมออกแบบเล่าเหตุและผลของการใช้สีบนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้ฟังว่าเป็นผลมาจากชนชั้นที่แตกต่างกันในสังคม นั่นคือสามัญชนคนทั่วไปจะใช้เพียงสีน้ำตาลหรือสีขาว ขณะที่พระราชาเมื่ออยู่ในพระราชวังจะใช้เครื่องแต่งกายสีแดงและทอง รวมถึงวัสดุที่แตกต่างกันอย่างผ้าไหมและผ้าฝ้าย

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

จากนั้น มาฟังการทำงานของทีมนักแสดง ซึ่งนำทีมโดยองค์ชายรัชทายาท รับบทโดย จูจีฮุน จาก Along with the Gods, Dark Figure of Crime และ Princess Hours แบดูนา นักแสดงสาวชาวเกาหลีที่ร่วมงานกับฮอลลีวูดมามากมาย เช่น Sense8 และ Cloud Atlas ในบทโซบี รยูซึงรยอน จาก Miracle at Cell No. 7  คิมซางโฮ จาก The Beauty Inside และ The Happy Life ฮโยจุนโฮ จาก Jumong และ จยอนซอกโอ จาก The Good Wife ซึ่งทุกคนตัดสินใจเข้าร่วมโปรเจกต์นี้เพราะชอบพล็อตเรื่องและต่างเป็นแฟนคลับของนักเขียนและผู้กำกับ

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

เมื่อถามถึงสิ่งที่ยากและการเตรียมตัวสำหรับละครเรื่องนี้ แบดูนาเป็นตัวแทนเล่าว่า นอกจากทำความเข้าใจตัวละคร เธอและทีมนักแสดงต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะอากาศที่หนาวเย็นจากการถ่ายทำนอกสถานที่ รวมถึงการใช้สำเนียงโบราณในเรื่อง ซึ่งต่างจากการทำงานในละครเรื่องก่อนหน้าที่เธอต้องเรียนศิลปะการต่อสู้กว่า 7 เดือน

Cut! ระหว่างรอผู้กำกับและนักแสดงเช็กความเรียบร้อยผ่านจอมอนิเตอร์ และพักเตรียมพร้อมรอเข้าฉากต่อไป พวกเราใช้เวลาสั้นๆ นี้หลบกล้องแฝงตัวในสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งเป็นบ้านหลังจริงของเสนาบดีในยุคนั้น

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

“ก่อนเดินเข้ามา เราเห็นกล้องเลนส์ยาวๆ ตั้งอยู่บนภูเขาเพื่อเก็บภาพกว้างด้วย” แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ ชี้ชวนพวกเราให้หันมองตาม เช่นเดียวกับ หน่อง-ธนา และ ภัทร ฉัตรบริรักษ์ สองนักแสดงหนุ่มผู้ร่วมทริปที่หันมาบอกเราด้วยสีน้ำเสียงตื่นเต้นว่าคิวนักแสดงประกอบเขาเยอะมากแค่ไหน

จากนั้น ไปดูจอมอนิเตอร์แบบเรียลทามที่จัดแยกออกมาอยู่ด้านนอกกองถ่าย ซึ่งไม่เพียงมุมมองจากกล้องถ่ายภาพยนตร์ที่แสดงผลผ่านจอจะชวนเราให้ตื่นเต้นตาม การแบ่งปันประสบการณ์จากมุมมองโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ และนักเขียนบทละครชุด ของ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร ยังช่วยให้เรามองการทำงานเบื้องหลังกองถ่ายละครเปลี่ยนไป

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

“วิธีคิดในการทำงานของ Kingdom มีความคราฟต์ไม่ต่างจากงานภาพยนตร์ นั่นคือ ขณะที่ละครไทยถ่ายทำวันละยี่สิบซีน การถ่ายทำภาพยนตร์จะใช้เวลาถ่ายเพียงสองถึงสี่ซีนต่อวันเท่านั้น” ปิงเล่าเปรียบเทียบการทำงานของ 2 ประเทศ

ระหว่างที่เห็น Break Down ของกองถ่าย ปิงและนักแสดงผู้ร่วมทริปของเราก็ยิงคำถามถึงสตอรี่บอร์ดและขั้นตอนการทำงานที่ละเอียดยิบแบบนี้ โดยเบรกดาวน์สุดแสนจะละเอียดนี้เหมือนกันกับที่ใช้ในงานภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งไม่ใช่วิธีทำงานปกติของละครเกาหลี หรือแม้แต่เป็นเพราะชื่อเสียงเรื่องคุณภาพของ Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเจ้าใหญ่ของโลก แต่เป็นเพราะทีมงานส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการทำงานภาพยนตร์ และทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในละครเกาหลี รวมถึงการลงทุนมหาศาลของ Netflix ในขั้นกระบวนการผลิต

แม้ Kingdom จะเป็นละครย้อนยุคที่พล็อตเรื่องแปลกไปจากที่คุ้นเคย แต่เชื่อว่าคนไทยอย่างเราก็อินตามไปด้วยได้ เพราะเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่คนไทยน่าจะชอบ ทั้งเรื่องสืบสวนสอบสวน ปมชิงบัลลังก์กันในราชสำนัก ความหรูหราสวยงามของพระราชวัง ความเป็นมนุษย์ ความเหลื่อมล้ำในสังคม ยิ่งรวมกับเรื่องซอมบี้ที่ร่วมสมัยสุดๆ ก็ทำให้อดใจรอไม่ไหว

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ไทยกับญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนานทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม เรามีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งป๊อปคัลเจอร์ อาหาร และการท่องเที่ยว ยิ่งปี 2017 นี้ถือเป็นช่วงที่เข้มข้นมาก ความนิยมของผักชีในญี่ปุ่นพุ่งทะลุจุดพีก วงไอดอลแฟรนไชส์ญี่ปุ่นอย่าง BNK48 ก็เปรี้ยงปังดังไปทั่วเมืองไทย

ปีนี้ยังมีความพิเศษอีกอย่างคือ ครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เราเลือกเรื่อง ‘ฮะนะโกะ’ ช้างไทยที่ทำหน้าที่ทูตเชื่อมเจริญไมตรีอย่างแข็งขันมาตลอดเกือบ 70 ปีมาเล่าให้ฟัง

“สำหรับคนญี่ปุ่น ช้างเป็นสัตว์ที่สื่อถึงความสุขนะ ใครๆ ก็รักช้างทั้งนั้นแหละ”

เจ้าของร้านกาแฟเคยอธิบายให้เราฟังถึงเหตุผลที่เลือกช้างเป็นโลโก้ร้าน ทั้งๆ ที่มันไม่น่าเกี่ยวข้องกับกาแฟสักนิด

คนญี่ปุ่นที่อายุ 50 – 60 ปีขึ้นไปน่าจะเห็นด้วยกับแนวคิดนี้กันทั้งนั้น เพราะฮะนะโกะในวัย 2 ขวบถูกส่งตัวไปอยู่สวนสัตว์อุเอะโนะตั้งแต่ปี 1949 ตามคำขอของรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อช่วยฟื้นฟูจิตใจของเด็กๆ และผู้คน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง สมัยนั้นรูปแบบความบันเทิงยังมีจำกัด การได้เห็นช้างซึ่งเป็นสัตว์อิมพอร์ตจากต่างประเทศ ตัวใหญ่มหึมาแต่ยังคาวาอี้ จึงสร้างความสุขให้ชาวเมืองได้มาก เกิดกระแสช้างบูมที่ร้อนแรงไปทั่วประเทศ ฮะนะโกะและอินทิรา ช้างอีกเชือกที่รัฐบาลญี่ปุ่นขอมาจากอินเดีย กลายเป็นขวัญใจมหาชนที่มีพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่พร้อมแฟนคลับไปรอกรี๊ดตั้งแต่เท้าแตะแดนปลาดิบ

ความคลั่งไคล้นี้คงคล้ายกับการที่ชาวไทยให้ความรักและเอ็นดูช่วงช่วงและหลินฮุ่ยจากประเทศจีน จะต่างกันก็ตรงที่สมัยก่อนไม่มีการถ่ายทอดสดให้ดูได้จากที่บ้าน คนส่วนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าช้างหน้าตาเป็นอย่างไร การได้มาเห็นของจริงที่สวนสัตว์เลยยิ่งเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่สร้างความประทับใจให้อย่างจัง มีคนมาดูปีละเป็นล้านคน ในที่สุดก็เกิดโครงการสวนสัตว์เคลื่อนที่เพื่อกระจายความสุขให้ทั่วถึง อินทิรารับหน้าที่เดินสายโชว์ตัวต่างจังหวัด ส่วนฮะนะโกะที่ยังเด็กรับผิดชอบงานอีเวนต์ในโตเกียว

ความป๊อปส่งผลให้สวนสัตว์ Inokashira Park Zoo ทำเรื่องขอตัวฮะนะโกะย้ายไปอยู่ที่นั่นถาวร ตั้งแต่อายุ 7 ขวบจวบจนวาระสุดท้ายในวัย 69 ปี ฮะนะโกะสร้างตำนานช้างเซเลบที่อายุยืนที่สุดในญี่ปุ่นและกลายเป็นสัญลักษณ์ของสวนสัตว์แห่งนี้

ชีวิตดาราจะขาดดราม่าไปได้ยังไง ฮะนะโกะเองก็เคยถูกสังคมโจมตีเช่นกัน เมื่อเกิดอุบัติเหตุเหยียบคนตายในโรงเลี้ยงช้าง รอบแรกเป็นคนเมาที่แอบบุกเข้าไปหากลางดึก แต่รอบที่ 2 เป็นคนเลี้ยงที่คุ้นเคยกันดี ฮะนะโกะจึงเริ่มถูกเกลียดชัง มีคนมาตะโกนว่าและเอาหินมาปา จนฮะนะโกะที่เคยขี้เล่น ชอบทักทายผู้คน ทานอาหารไม่ลง ไม่ร่าเริง ไม่ออกไปเจอผู้คนข้างนอกเช่นเคย จนกระทั่งได้คุณยะมะคะวะ คนเลี้ยงคนใหม่และทีมงานอีก 3 คนเข้ามาดูแลอย่างใส่ใจ ฮะนะโกะจึงค่อยๆ เริ่มเปิดใจให้มนุษย์อีกครั้งและกลับมาร่าเริงดังเดิม ทีมคุณยะมะคะวะและฮะนะโกะสนิทกันมาก ดูแลกันมาตลอด 30 ปีจนเขาเกษียณ เรื่องราวความผูกพันระหว่างคุณยะมะคะวะและฮะนะโกะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนประทับใจมาก ลูกชายของเขาซึ่งก็เคยตามพ่อมาช่วยดูแลฮะนะโกะเช่นกันถึงกับเขียนหนังสือเล่าเรื่องราวความรักที่พ่อมีให้กับช้างเชือกนี้ออกมาและได้รับความนิยมจน Fuji TV ซื้อลิขสิทธิ์ไปทำละครในปี 2007

นอกจากงานละคร ฮะนะโกะยังรับงานมาสคอตทีมฟุตบอล มีสารคดี งานนิทรรศการ สินค้าและของเล่นต่างๆ เป็นของตนเอง แม้แต่กรมขนส่งในท้องถิ่นทำป้ายทะเบียนรถรูปช้างออกมาด้วย นางมี follower เยอะที่สุดในสวนสัตว์ Inokashira Park Zoo (วัดจากยอดเงินบริจาคให้สวนสัตว์ซึ่งผู้บริจาคเลือกสัตว์ที่ตนเองต้องการซัพพอร์ตได้) แถมยังมีปาร์ตี้วันเกิดที่มีคนหลายวัยมาร่วมฉลองนับร้อย ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ถ้า Hachiko = สุนัขพันธุ์ชิบะ ฮะนะโกะ = ช้าง เช่นกัน ขนาดในหนังสือการ์ตูน โดราเอมอน ตอนหนึ่งที่กล่าวถึงช้าง ยังตั้งชื่อว่า ‘ฮะนะโอะ’ ให้พ้องกับฮะนะโกะเลย

ฮะนะโกะรับทั้งงานแมสและงานอาร์ต แอบไปสร้างแรงบันดาลใจในวงการศิลปะด้วย ‘I’m calling you. rebirth of humans and the elephant’ คือ photobook ที่จัดทำโดย Kichijoji Art Museum และทีม AHA! (Archive for Human Activities) ซึ่งรวบรวมภาพของผู้คนที่เคยถ่ายกับฮะนะโกะในยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่เล็กจนโต เพื่อย้อนมองความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน มีคนร่วมส่งรูปถ่ายเข้ามาจำนวนมาก ตั้งแต่รูปฟิล์ม 8 ม.ม. ยันภาพจากสมาร์ทโฟน จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้คือ ทีมงานคนหนึ่งค้นพบว่า ในคลังรูปถ่ายที่พวกเขามี ฮะนะโกะมักจะปรากฏตัวอยู่ในช่วงชีวิตใดสักช่วงของคนในเมืองเสมอ

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ ฮะนะโกะและผู้คนในเมืองนี้เติบโตไปพร้อมๆ กัน ตลอดระยะเวลาหกสิบกว่าปีที่อยู่ที่นี่ ฮะนะโกะคือสิ่งที่เชื่อมสัมพันธ์ของคนในครอบครัวแต่ละรุ่น ตั้งแต่คุณตาคุณยายยังเด็ก จนลูกโต พาแฟนมาเดตที่นี่ แต่งงานและมีหลานให้พามาเที่ยวสวนสัตว์อีกครั้ง

เจ้าหน้าที่สวนสัตว์เล่าให้ฟังว่า สำหรับบางคนการได้แวะมาที่สวนสัตว์แห่งนี้ คือการได้กลับมาเจอเพื่อนสมัยเด็ก คนจำนวนมากพาลูกหลานมาด้วยความประทับใจในอดีตที่ได้เจอช้างครั้งแรกที่นี่ แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแต่ช้างตัวนั้นก็ยังอยู่ การได้แชร์ความทรงจำที่ดีเหล่านั้นกับคนในครอบครัวถือเป็นเรื่องพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ ส่วนเด็กๆ เองก็ตื่นเต้นที่ได้เจอสัตว์ตัวใหญ่ใจดีที่น่ารัก

เวลาผ่านไป เด็กมีจำนวนลดน้อยลง ความบันเทิงหลากหลายมากขึ้น คนหันไปนิยมเล่นกับสัตว์ตัวเล็กๆ น่ารักๆ ในสวนสัตว์อย่างหนูตะเภาหรือกระรอก สถานภาพทางสังคมของฮะนะโกะเปลี่ยนจากความบันเทิงระดับมหภาคของผู้คนในยุคหลังสงคราม เป็นเพียงความน่ารัก ความยิ่งใหญ่ของสัตว์โลกอีกชนิดในยุคที่โซเชียลมีเดียเป็นใหญ่

แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความผูกพันของชาวญี่ปุ่นกับฮะนะโกะลดน้อยลง

หนึ่งในวิธีที่จะวัดระดับความเป็นที่รัก คือความโศกเศร้าและความคิดถึงของคนที่ยังอยู่ทางนี้

ฮะนะโกะเสียชีวิตเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ทางสวนสัตว์เปิดโอกาสให้คนมาวางดอกไม้ เขียนข้อความส่งถึงฮะนะโกะเป็นครั้งสุดท้าย มีคนนำดอกไม้มาวางมากกว่า 5,300 ช่อ และเขียนจดหมายมอบให้เกือบ 10,000 ฉบับ งานอำลาอาลัยซึ่งจัดในเดือนกันยายน มีคนมาร่วมงานถึง 2,800 คน ทั้งงานพิธีและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีความผูกพันกับฮะนะโกะ นอกจากนี้ ผู้คนบริจาคเงินให้จำนวนมากเพื่อนำไปสร้างรูปปั้นฮะนะโกะที่หน้าสถานี Kichijoji (คิชิโจจิ) แม้แต่ในป้ายบอกเวลารถไฟในสถานียังขึ้นข้อความแสดงความเสียใจอยู่ช่วงหนึ่ง

ที่น่าปลื้มใจแทนฮะนะโกะคือ ทุกวันนี้ก็ยังมีคนแวะเวียนไปโรงเลี้ยงที่ไร้ช้าง ซึ่งปรับห้องด้านในเป็นงานนิทรรศการฮะนะโกะย่อมๆ เสมอ เราถามครูประจำชั้นที่พาเด็กอนุบาลมาเยี่ยมบ้านฮะนะโกะว่าทำไมยังอุตส่าห์พาเด็กๆ มาดูรูปช้างในสวนสัตว์

คุณครูตอบว่า “ต้องพามาสิ พวกเราคิดถึงฮะนะโกะนี่นา”

ใครๆ ก็รักช้างจริงด้วย

จากคุณหนูสู่วัยคุณยาย ฮะนะโกะตั้งใจทำหน้าที่ในฐานะทูตสัมพันธไมตรีอย่างดีที่สุดเสมอมา เริ่มต้นจากงานสร้างขวัญกำลังใจ สู่การสร้างสายสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคนญี่ปุ่นด้วยกันเองในแต่ละรุ่น

เราจึงไม่แปลกใจเลยที่ข้อความส่วนใหญ่ในหมื่นข้อความที่ส่งให้ฮะนะโกะนั้นไม่ใช่คำอำลาอย่าง ‘sayonara’ แต่เป็นคำว่า ‘arigato’

ขอบคุณนะ

ขอบคุณคุณ Naoya Ohashi จาก Inokashira Park Zoo สำหรับข้อมูลและเอกสารต่างๆ

Writer & Photographer

Avatar

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load