‘In the fall, a mysterious disease began to spread from the west,

and 10 days, tens of thousands of people died in Hanyang’

ในฤดูใบไม้ร่วง, โรคระบาดที่ไม่อาจทราบสาเหตุ ซึ่งแพร่มาจากภาคตะวันตกของเมือง คร่าชีวิตผู้คนในเมืองฮันยาง (ชื่อเดิมของเกาหลี) ร่วมหมื่นคนในเวลา 10 วัน

บางส่วนจากบันทึกแห่งราชวงศ์โชซอน ในรัชสมัยของพระเจ้าซุนโจ (พ.ศ. 2343 – 2377)

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

จากบันทึกความยาว 2 บรรทัด ในหน้าประวัติศาสตร์เมื่อ 500 ปีก่อน สู่ Kingdom ละครชุดเรื่องแรกของเกาหลีที่ผลิตโดย Netflix สตรีมมิ่งแพลตฟอร์มชื่อดังของโลก ผลงานการกำกับของ คิมซองฮุน ผู้กำกับสายภาพสวยโหดของเกาหลี และนักเขียนบทละคร คิมอึนฮี ผู้เขียน Signal ละครเกาหลีที่แฟนละครแนวสืบสวนสอบสวนยกให้เป็นละครที่ดีที่สุดตลอดกาล

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นจากความหิวโหย

ขุนนางหิวโหยอำนาจแอบทำพิธีลับๆ ปลุกพระราชาจากความตายเพื่อรักษาอำนาจแห่งตนและมเหสีผู้เป็นลูกสาว และประชาชนผู้หิวโหยจนต้องกินเนื้อมนุษย์กันเองโดยไม่ตั้งใจ

ขออภัยที่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ เพราะคิดเองว่าคุณควรรู้ล่วงหน้าเพื่อจะไม่พลาดชมละครน้ำดีเรื่องนี้

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ซอมบี้ใน Kingdom แตกต่างจากละครและภาพยนตร์ซอมบี้เรื่องอื่นๆ ตรงที่คุณต้องถูกซอมบี้กัดเพื่อจะกลายเป็นซอมบี้ แต่เรื่องนี้คุณเผลอไปกินซุปซอมบี้จน…

เล่าได้เพียงเท่านี้

เรื่องราวขนาด 6 ตอนจบ ไม่ยาวไป สั้นไป พาเราเดินทางไปพร้อมองค์ชายรัชทายาทผู้เป็นห่วงสุขภาพของพระราชา จึงออกตามหาหมอหลวงผู้รักษา จนพบความจริงเกี่ยวกับโรคระบาดประหลาดเพื่อปกป้องประชาชน องค์ชาย ทหารคู่ใจ หมอสาว และคนที่เหลืออยู่ จึงร่วมกันหาทางแก้ปัญหาก่อนโศกนาฏกรรมมนี้จะบานปลาย

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ไม่เพียงพล็อตเรื่อง งานกำกับและสร้างสรรค์แสนประณีตสมกับมาตรฐาน Netflix ที่ภาพสวยจนต้องร้องสบถ ซึ่งมาพร้อมอาการอดหลับอดนอนเพราะอยากลุ้นต่อจนจบ ทีมนักแสดงผู้ถ่ายทอดบทบาทก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

The Cloud มีโอกาสพูดคุยพิเศษกับ จูจีฮุน แบดูนา และ รยูซึงรยอน 3 นักแสดงนำถึงการทำงานในบทบาทที่ได้รับและสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงาน ซึ่งอินจนลืมไปเลยว่าเรากำลังคุยกันเรื่องละครซอมบี้ในยุคโชซอนอยู่

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ความโลภของมนุษย์เป็นอันตรายต่อแผ่นดินทั้งแผ่นดิน

เกี่ยวกับบทบาทที่ได้รับ จูจีฮุนรับบทเป็น ‘อีชาง’ องค์ชายรัชทายาทผู้สงสัยถึงอาการป่วยของบิดาจากข่าวลือนอกวังหลวงว่าสิ้นพระชนม์ ขณะที่ขุนนางคนสนิทบอกว่าพระราชายังมีชีวิตอยู่ จึงออกเดินทางตามหาความจริงจากหมอหลวง ระหว่างทางพบปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนและอยู่ในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมคนตายฟื้นคืนชีพจึงไม่อาจนิ่งนอนใจ นำทีมหมอและชาวบ้านค้นหาความจริงเรื่องนี้

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ขณะที่แบดูนารับบท ‘ซอบี’ หมอสาวผู้อยู่ในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมการระบาดของซอมบี้ ก่อนจะร่วมมือกับองค์ชายรัชทายาทตามหาวิธีแก้ไขปัญหา เป็นการแสดงละครย้อนยุคครั้งแรกของเธอ ร่วมด้วยรยูซึงรยอน กับบท ‘โจฮักจู’ ขุนนางตามแบบฉบับขุนนางตัวร้ายในละครเกาหลี ผู้หิวโหยอำนาจที่ไม่ใช่ของตน ทำทุกวิถีทางที่จะรักษาอำนาจแม้จะต้องเรียกพระราชาให้ตื่นจากความตาย เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

จุดร่วมกันของทั้งสามนักแสดงที่ทำให้ Kingdom น่าจับตามองคือ การเป็นนักแสดงภาพยนตร์ระดับ 10 ล้านผู้ชม หรือเทียบเท่านักแสดงหนังหลัก (หลาย) ร้อยล้านในบ้านเรา ทั้งจูจีฮุนจากเรื่อง Along with the Gods ทั้งสองภาค (2017, 2018) Dark Figure of Crime (2018) และ The Spy Gone North (2018) ซึ่งดังมากๆ ในเกาหลี โดยปีที่ผ่านมาเขากลายเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในปี 2018 เช่นเดียวกับแบดูนาเมื่อครั้งรับบทนำในเรื่อง The Host (2006) เมื่อหลายปีก่อน และรยูซึงรยอนผู้ครั้งหนึ่งเป็นนักแสดงเกาหลีคนแรกที่มียอด 10 ล้านผู้ชมติดต่อกัน 2 เรื่องจาก Masquerad (2012) และ Miracle in Cell No.7 (2013)

เหตุผลที่ตัดสินใจร่วมงานในโปรเจกต์ละคร Kingdom ของ Netflix

จูจีฮุน : ผมเป็นแฟนคลับคุณคิมซองฮุน ผู้กำกับเรื่องนี้ และตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับนักแสดงในเรื่อง ผมคิดว่าการทำงานในกองถ่ายที่เต็มไปด้วยทีมงานและนักแสดงที่ดีเป็นพลังงานบวกที่ดีมากๆ ยิ่ง Netflix เป็นแพลตฟอร์มที่ฉายใน 190 ประเทศทั่วโลก จึงไม่มีเหตุผลที่ผมจะไม่ตอบตกลง ที่สำคัญ นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ฉายเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเกาหลีให้คนทั่วโลกได้รับชม

แบดูนา : ครั้งแรกที่อ่านบทก็สนใจเรื่องราวมากๆ และเพราะเป็นแฟนคลับคุณคิมอึนฮี นักเขียนบท เลยยิ่งอยากทำงานในโปรเจกต์นี้ แม้จะมีความกังวลเพราะเป็นการแสดงละครย้อนยุคครั้งแรกของตัวเอง แต่ในที่สุดก็ทำมันได้ และได้โอกาสเรียนรู้อะไรมากมายจากบทบาทนี้ซึ่งช่วยเพิ่มทักษะด้านการแสดง แล้วมันก็สนุกมากๆ ด้วย

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

รู้สึกอย่างไรกับการแสดงละครย้อนยุคครั้งแรก หน้างานเป็นอย่างที่คิดมั้ย

แบดูนา : ฉันไม่เคยทำผมทรงนี้มาก่อนเลย เพราะไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าจะเหมาะกับฉันมั้ย แต่หลังจากถ่ายทำเสร็จก็พบแล้วว่าผมทรงนี้เหมาะกับฉันมากๆ และการทำงานในบทซอบีนี้ ฉันแทบไม่ต้องใช้เทคนิคหรือใส่อารมณ์พิเศษอะไรเลย แต่ต้องปรับการใช้เสียงให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งปกติบทบาทในละครสมัยใหม่ฉันพยายามพูดให้เป็นธรรมชาติที่สุด แต่ใน Kingdom ฉันต้องออกเสียงให้ชัด พร้อมสำเนียงแบบคนโบราณ

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

จากประสบการณ์การแสดงภาพยนตร์และละครชุดทั้งในและต่างประเทศ การทำงานในเรื่อง Kingdom แตกต่างหรือต้องเตรียมตัวพิเศษกว่าบททั่วๆ ไปอย่างไร

แบดูนา : ไม่ว่าจะงานที่ฉายในประเทศหรือต่างประเทศ ฉันให้ความสำคัญ ใช้พลังและความพยายาม เท่ากันหมด การทำงานร่วม Netflix จะค่อนข้างให้อิสระในการแสดง ขณะที่การร่วมงานกับสถานีโทรทัศน์จะต้องระมัดระวังมาก แต่การถ่ายทำไม่แตกต่างกันเท่าไหร่

อยากให้เล่าถึงความยากลำบากในการทำงานหรือการถ่ายทำฉากยากๆ

รยูซึงรยอน : ผมรับบทเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่น่ากลัวกว่าซอมบี้เสียอีก ความยากของการทำงานคือ จริงๆ แล้วผมเป็นคนกลัวซอมบี้มาก แต่ก็ต้องทำเหมือนไม่กลัว

จูจีฮุน : ในฉากต่อสู้กับซอมบี้ฉากใหญ่ เราใช้เวลาถ่ายทำกันถึง 15 วัน และฉากนั้นเป็นฉากที่วิ่งตลอด จึงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย

แบดูนา : สำหรับฉันบทที่ได้รับทำให้ไม่ค่อยมีฉากต่อสู้หรือที่ถ่ายทำยากๆ เนื่องจากผู้หญิงในยุคโชซอนไม่ค่อยมีหน้าที่หรือเป็นผู้นำกลุ่มไม่ได้ ซึ่งแตกต่างจากบทบาทอื่นๆ ที่เคยแสดง แต่ก็มีฉากหนึ่งต้องอุ้มเด็กวิ่งขึ้นเขาเพื่อหนีซอมบี้ ถ่ายเสร็จต้องรีบใช้เครื่องช่วยหายใจ 5 นาที

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบทบาทที่ได้รับ

รยูซึงรยอน : ผมได้เรียนรู้ความโลภของมนุษย์ที่ไม่ขีดจำกัด

จูจีฮุน : Kingdom เป็นละครย้อนยุคที่พูดถึงความโลภ ทำให้ผมเห็นความเป็นมนุษย์ในอีกมุมมอง หนึ่ง ได้เห็นว่าการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง หรือจำเป็นต้องรอคอยการช่วยเหลือจากคนที่มีอำนาจ และสอง ความจริงแล้วซอมบี้ไม่ได้อยากเป็นซอมบี้ แต่เพราะได้รับเชื้อมาโดยไม่ตั้งใจ นั่นทำให้ซอมบี้ไม่มีความรู้สึกนึกคิด เขาจึงทำร้ายคนอื่น ขณะที่มนุษย์เราได้รับการศึกษามีความคิด แต่เรากลับเลือกที่จะทำร้ายคนอื่นเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

แบดูนา : ในสมัยโชซอนหน้าที่ผู้หญิงน้อยมาก

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

แล้วถ้าหน้าที่ของผู้หญิงในเรื่องมีน้อยมากอย่างที่บอก อะไรคือความสำคัญของบทบาทที่คุณได้รับ

แบดูนา : ในสมัยโชซอนคนเกาหลีนับถือศาสนาขงจื๊อ นั่นคือ จำกัดไม่ให้ผู้หญิงทำงานนอกบ้านหรือมีอาชีพหาเลี้ยงตัวเอง แต่ซอบีในเรื่องเป็นหมอหญิง แม้จะไม่ได้อยู่ข้างหน้าเป็นผู้นำกลุ่ม แต่ทำหน้านี้สำคัญในการตามหาสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาโรคประหลาดนี้อยู่ข้างหลัง และเป็นคนที่เข้มแข็ง บวกกับที่ผ่านมาฉันรับบทเป็นนักสู้มาโดยตลอด แม้บทซอบีจะต้องเรียบร้อย ฉันก็ยังแสดงให้ซอบีคนนี้แตกต่างจากผู้หญิงโชซอนทั่วไป

จูจีฮุน : ผมขอเสริมได้ไหมครับ แม้เป็นผู้หญิง แต่ซอบีเธอฉลาดมากที่สืบหาจนพบวิธีแก้ไขปัญหาโรคระบาด และในเรื่องซอบีก็มีโอกาสหนีเอาตัวรอดหลายครั้ง แต่เธอก็ยังไม่ไป ยังอยู่ช่วยองค์ชายและชาวบ้าน

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

สำหรับผู้ชมที่ไม่เคยดูละครเกาหลีมาก่อน อะไรคือเหตุผลที่เขาไม่ควรพลาดละครเรื่องนี้

รยูซึงรยอน : นอกจากความบันเทิงจากเนื้อหาแล้ว คุณจะได้เห็นประเพณีโบราณของเกาหลี และยังได้ชมภาพสวยๆ บรรยากาศของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูหนาวที่หนาวที่ทั้งหนาวและทรมาน

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ระหว่างที่ Kingdom ซีซั่นแรกยังไม่ออกอากาศ อะไรทำให้พวกคุณตัดสินใจรับบทนำนี้ต่อในซีซั่นที่ 2

จูจีฮุน : เป็นเรื่องที่พวกเราอยากรู้เหมือนกันครับว่าทำไมทีมงานไว้ใจพวกเรา และชวนให้ร่วมงานต่อทั้งๆ ที่ละครยังไม่ออกอากาศ (หัวเราะ)

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ด้วยเวลาจำกัด พวกเราจบบทสนทนาไว้เพียงเท่านี้

ในฐานะคนดูที่ดูจบแล้วทั้ง 6 ตอน แน่นอน เรารู้คำตอบว่าทำไมทีมงานจึงไว้ใจอยากร่วมงานกับพวกเขาทั้งสามคนต่อในซีซั่นที่ 2 จนถึงตอนนี้ไม่อยากให้คุณได้พลาดชมเลยแม้เพียงนิดเดียว

พิสูจน์ความสามารถของจูจีฮุน แบดูนา รยูซึงรยอน และเหล่านักแสดงชั้นนำอีกมากมาย พร้อมกันใน Kingdom ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมเป็นต้นไปที่ Netflix

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หากวาง 2 อัลบั้มแรกในชีวิตของผู้หญิงที่ชื่อ วิโอเลต วอเทียร์ ลงตรงหน้า

เอาเข้าจริง ดูจากแววตาบนหน้าปกและโทนสี Glitter and Smoke ก็น่าจะเป็นตัวแทนของวัยก้าวเข้าสู่เลข 3 ที่เผชิญเรื่องราวมามากจนมองเห็นแง่มุมต่างของชีวิต 

แต่เปล่าเลย Your Girl ต่างหากที่เป็นผลงานล่าสุดของเธอ และแม้มันจะดูแสบซนแก่นเซี้ยวเหมือนเด็กสาว แต่วีบอกว่าเธอไม่เคยคิดถี่ถ้วนขนาดนี้มาก่อน มากกว่าครั้งไหนที่ผ่านมา

อาจหมายความว่าอัลบั้มนี้มีอิทธิพลกับเธอถึงระดับตัวตนข้างใน ไม่เพียงแต่ผ่านร้อนหรือผ่านหนาว แต่มันบรรจุความพัง ๆ ของชีวิตในวันที่เธออ่อนแอ หลงทาง และน่าเกลียดชิงชังไว้เต็มไปหมด 

ในเวลากว่า 2 ปีที่พังทลายลงซ้ำ ๆ เธอพบว่าตัวเองกลับมาหยัดยืนใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง

วันนี้ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ถูกบอกว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่จ้องตาเธอได้ตลอดการสนทนา เพราะวีคิดว่าดวงตาของเธอเป็นอวัยวะที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไรนัก กลับกัน คงเป็นเพราะเราเห็นพลังของผู้หญิงที่ผ่านการต่อสู้กับตัวตนและความเชื่อของตัวเองสะท้อนอยู่ในนั้น

วีที่อยู่ตรงหน้าเรามีความสุข เปี่ยมไปด้วยพลัง เล่าเรื่องในอดีตอย่างคนไม่มองกลับหลัง หัวเราะให้กับมัน สมกับที่เธอบอกว่านี่เป็นวีเวอร์ชันใหม่ล่าสุดที่รักที่สุดในชีวิต

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
Now playing…

ระวังเสียใจ (Warning)

คลิปเต้นทเวิร์กของวีเป็นไวรัลมาก ฟีดแบ็กบางส่วนบอกว่า ไม่รู้มาก่อนเลยว่าตัวจริงเป็นแบบนี้ คุณคิดเห็นยังไงตอนอ่าน

อ้าว นี่คือภาพ Marketing ของฉันไม่ตรงกับสิ่งที่ฉันเป็นเหรอ (หัวเราะ) คิดแบบนั้นไปอีก เพราะจริง ๆ วีก็เป็นคนค่อนข้างซ่าอย่างเปิดเผยนะ เพียงแต่หน้าตาอาจจะดูเรียบร้อยมั้ง 

เข้าใจว่าวีไม่ได้เป็นคนเรียบร้อยมาตลอด เพราะรู้ตัวเองว่าเราเป็นคนแบบไหน หรือว่าเราวางตัวดีเกินไปในสังคมจนคนคิดว่าเราเป็นคนดี๊ดี เรียบร้อย ๆ มันก็อาจจะช็อกเขา แต่จริง ๆ ดูทรงในคอนเสิร์ตก็รู้แล้วนะว่าไม่ได้เป็นคนเรียบร้อย (หัวเราะ) ก็เลยเซอร์ไพรส์นิดหน่อยที่คนตกใจมาก 

แล้วภาพ Marketing ที่วีถูกจัดวางไว้เป็นแบบไหน

วีไม่ได้มีทีม Branding ขนาดนั้น ไม่ได้มีใครวางใคร วีแค่เป็นตัวเองมาเรื่อย ๆ แหละ แต่เดาว่าอาจจะเป็นเพราะวิธีการเล่น Social Media มั้งที่ทำให้เขาเข้าใจผิดไปแบบนั้น โพสต์เป็นงานมาก ๆ รูปค่อนข้าง Official ขึ้นมาหน่อย ไม่ได้โพสต์อะไรเล่น ๆ มั่ว ๆ ซั่ว ๆ บอกตัวเองนะว่าจริง ๆ ควรเล่น แต่มันแค่เหนื่อย

รู้สึกว่าการเป็นคนมีชื่อเสียงต้องเป็นแบบอย่างที่ดีหรือไอดอลของคนอื่นไหม

เป็นแบบอย่างที่ดีได้ ก็ดี แต่ถ้ามันดันเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี มันก็คือเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี 

คนทุกคนในโลกใบนี้มันเป็นแบบอย่างกันได้หมด ยิ่ง Celebrity ทุกคน แต่ว่าจะเป็นแบบไหน ให้เรียนรู้จากอะไร อะไรที่มันไม่ดีก็แค่ไม่ต้องไปทำตาม แค่นั้นเอง เราก็มีมุมที่ไม่ดีแน่ ๆ แต่เราไม่จำเป็นต้องพรีเซนต์ออกมา

วีไม่ได้กดดันที่จะต้องเป็นคนที่ดีมาก ๆ ให้กับสังคม วีอยากเป็นคนดีด้วยตัวของวีเอง วีไม่ได้พยายามจะดีเพื่อเป็นตัวอย่างของใคร 

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด

นอกจากรูปงานที่ดูเป็นทางการ สิ่งที่เห็นบ่อยพักหลังคือรูปคุณร้องไห้

เพิ่งมีอันล่าสุดที่วีร้องไห้ 2 รูป อันอื่นก็แค่เล่าให้ฟังแต่ไม่ได้โพสต์รูป เพราะเราเป็นคนหนึ่งที่แอบแอนตี้การโพสต์รูปตัวเองร้องไห้ ไม่แน่ใจว่ามันเป็นกลไกในหัวหรือเปล่า 

วีแค่รู้สึกว่า เวลาโพสต์อะไรที่เราอ่อนแอมาก ๆ หรือส่วนตัวมาก ๆ จะมีอะไรมาย่ำยีซ้ำอีกทีหนึ่ง

อย่างเพลง โลกร้าย (Sick) เผยให้เห็นความอ่อนแอของเรามาก เราก็มี Bad Day ข้างหน้าฉากเราอาจจะดูดี ดูสวย หารู้ไม่กูแต่งหน้า 2 ชั่วโมง เหนื่อยมาก ทุก ๆ อย่างที่คนเห็นในโซเชียลมีเดีย มันคือสิ่งที่ถูกปั้นแต่งมาแล้วทั้งนั้น เรารู้สึกว่า I can be real about it และเราก็โพสต์สิ่งนั้น 

ซึ่งวันที่วีเลือกเล่าคือ เฮ้ย เราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่แน่นอน เจอคอมเมนต์แย่ ๆ มาเยอะมาก แล้วมันจะมีวันไม่ดีวันหนึ่งที่คอมเมนต์พวกนี้จะแทงใจดำเราได้ เราจะรับมันไม่ค่อยไหว เราจะร้องไห้ ซึ่งเพราะเราก็เป็นมนุษย์เหมือนกันเลยเล่าสู่กันฟัง แล้วทุก ๆ อย่าง วีฮึบได้ภายใน 5 – 10 นาที มันเกิดขึ้นเร็วมาก แต่กลายเป็นมันดราม่าใหญ่กว่าที่เป็นมาก ๆ 

นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เราไม่อยากโพสต์อะไรที่เปราะบางหรืออ่อนแอ เพราะคนเอาไปตีให้มันเกินกว่าที่เราต้องการจะสื่อ บวกกับคอมเมนต์ที่เข้ามาพูด มีคนที่เข้ามาให้กำลังใจ มีคนที่เข้ามาสั่งสอน ซึ่งวีว่านี่คือหนึ่งในวิธีการย่ำยีเหมือนกัน

การเป็นคนมีชื่อเสียง ต้องใช้ความกล้ามากกว่าคนอื่นไหมที่จะบอกใคร ๆ ว่าเราเป็นคนอ่อนแอ

มันต้องใช้ความกล้าที่จะ Real 

หลาย ๆ คนไม่กล้าโชว์ความเป็นตัวของตัวเอง สิ่งที่เป็นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมุมความอ่อนแอ มุมความแตกต่าง มุมของความคิดเห็น หรืออะไรก็ตามที่สวนกระแสกับโลกใบนี้ สิ่งเหล่านี้มันต้องการความกล้ามาก ๆ ที่จะออกมาพูดและยืนหยัด โดยที่รู้ว่ามันจะมีกระแสน้ำมาพัดเราอีกเยอะมาก แต่เราต้องเลือกยืนอยู่ตรงนั้น ไม่เปลี่ยนไป 

ล่าสุดที่บอกว่ามีคอมเมนต์แทงใจดำ เขาว่าเพลงของเราไม่ดี แต่เราเลือกที่เราจะเป็นแบบนี้ เราเลือกที่จะทำเพลงแบบนี้ เพราะเราชอบเพลงแบบนี้ นี่คือตัวตนของเรา และถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้แมสที่สุดในโลก แต่เราเลือกที่จะเป็นตัวของเราเองมากกว่าที่จะขายวิญญาณแล้วไปทำเพลงเพื่อติด Radio แต่ไม่เป็นตัวของเราเอง เราเลือกที่จะสู้แบบนี้ 

แล้วถ้าวันหนึ่งเราจะแมสขึ้นมา วีภูมิใจกว่าที่เราจะขายวิญญาณ แล้วให้คนอื่นเอาคำมายัดใส่ปากเรา

รู้ไหมว่าความกล้าเหล่านี้มีที่มาจากไหน

เดาว่ามีที่มาจากครอบครัวของวี เราได้รับความรักพื้นฐานมาเต็มที่ และพ่อแม่วีส่งเสริมให้เรามั่นใจในตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ๆ ถ้าเห็นแม่วี ก็จะรู้ว่าเขาเป็นคนมั่นใจล้น ๆ พ่อวีก็เหมือนกัน 

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด

มั่นใจล้น ๆ คือยังไง

มั่นใจล้น ๆ ก็คือ สมมติเย็บผ้า อันนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดมาก แม่ทำเสร็จก็จะชมตัวเอง เก่งมากเลยตัวฉัน แล้วเขาก็จะชอบบอกว่า วันนี้แม่ไปทำอันเนี้ยมานะ แม่เป็นคนดีมาก 

รู้สึกว่าวีได้สิ่งนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ววีก็เป็นแบบนั้นมาตลอด มันมีมุมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราจะรู้สึกว่าเราสวยมาก เราร้องเพลงเพราะมาก เรามีความมั่นใจ เพราะเรารู้ในข้อดีที่เราชื่นชมตัวเอง แล้วเราก็ไม่พยายามไปกดสิ่งนั้นลง เต็มที่เลยค่ะ

ช่วงไหนบ้างที่ความมั่นใจของเด็กคนนั้นเริ่มเสียไป

มีหลายช่วงนะ ก็จะเสียเป็นเรื่อง ๆ แหละ 

มีช่วงหนึ่งที่วีโดนวิจารณ์โดยคนใกล้ตัวบางคนบ่อย ๆ จนเราตั้งคำถามเหมือนกันว่า นี่สิ่งที่กูเป็นมันไม่ดีเหรอวะ หรือการเป็นเรามันผิด สิ่งที่เธอคอมเมนต์ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มันเป็นระดับตัวตนที่เรารู้สึกว่า เราไม่รู้จะเปลี่ยนยังไงแล้ว พอน้ำเซาะตรงนี้บ่อย ๆ มันทำให้เราพังทลายข้างในเหมือนกัน มันทำลายชุดความเชื่อของเรา เพราะนี่คือแก่นของเรา นี่คือตัวตนของเรา จนเราตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองเป็น ตั้งคำถามกับทุก ๆ อย่าง 

บางครั้งเราต้องพังตัวเองลงเพื่อที่จะสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ มันเลยทำให้เรา evolve ขึ้นเรื่อย ๆ มั้ง เพราะมันมีโมเมนต์ที่ต้องหยุดซ่อมตัวเองก่อนแล้วสร้างใหม่ขึ้นมา 

ซึ่งช่วงนี้โชคดีมากที่ได้สัมภาษณ์เราในโมเมนต์ที่จิตใจแข็งแรงมาก (หัวเราะ) วีเคยสัมฯ กับสื่อหนึ่งตอนเพิ่งปล่อย Glitter and Smoke แล้วบทสัมภาษณ์นั้นไม่เคยออกมาเลย เพราะเขาน่าจะรู้ว่าตอนนั้นวีพังมาก

ชุดความคิดแบบนี้มันเกิดขึ้นในช่วงไหนของชีวิต

อืม เป็นรอบ ๆ ปีแหละ ไม่ใช่ใน 1 ปีนะ หลายปีมันจะพังทีหนึ่ง ถ้าเป็นช่วงมหาวิทยาลัยก็จะพังแบบรายเดือน 6 เดือนพังที เพราะมันอาจจะไม่ได้พังในเชิงตัวตน แต่มันจะพังในเชิงความรู้สึก อาจจะทำงานเยอะ เด็กมันเหนื่อย รับแรงกดดันไม่ไหว แต่ในเชิงตัวตน วีว่ามันจะค่อย ๆ เจอเป็นเหตุการณ์ ค่อย ๆ พังเราไปทีละจุด ค่อย ๆ ซ่อมไปทีละจุด

หลังซ่อมตัวเองที่พังได้สำเร็จ มันทำให้คุณโตกว่าคนอื่นไหม 

ไม่ได้รู้สึกว่าโตกว่าคนอื่น ยังรู้สึกว่าวีต๊องมากเลย 

เราโตขึ้นไหม ก็โตขึ้น แต่ในความโตขึ้นของวีมันไม่ใช่การเป็นผู้ใหญ่ แต่ความโตขึ้นคือการมี empathy เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ไม่ได้ไปโกรธไปเกลียดใคร เป็นฟีล อ๋อ เออ เขาเป็นแบบนี้ เข้าใจมากกว่าที่จะไปทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่

แสดงว่าเมื่อก่อนวีเป็นคนแบบนั้นเหรอ

ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น แค่แบบ (จิ๊ปาก) ใช้คำว่าไม่เข้าใจมากกว่า 

เรายอมรับไม่ได้ว่า ไอ้นี่มันก็แค่เป็นแบบนี้แหละ พยายามทำความเข้าใจยังไงก็ไม่เข้าใจ เพราะมันไม่เห็นภาพ แต่พอโตขึ้นก็เลยมองกว้างขึ้นมั้ง แล้วก็จะปล่อย อืม มันคงเป็นแบบนั้น แต่สุดท้ายไม่ได้รู้สึกว่าติงต๊องน้อยลงไปกว่าตอนอายุ 20 (หัวเราะ)  

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด

จริงเหรอ

จริง

10 ปีผ่านมาแล้วนะ

10 ปีผ่านมาก็ยังเล่น แฮ่ กับเพื่อนจนถึงตอนนี้ (หัวเราะ) แต่วีว่าเด็กรุ่นใหม่โตกว่าวี โตมากจนวีแบบ มึงคุยอะไรกันวะ ตอนนั้นวียังเล่นบาร์บี้ แล้วก็เล่นต่อคำไร้สาระ (หัวเราะ)

ตัวเองตอนนี้เป็นเวอร์ชันที่ชอบที่สุดไหม

So far 

น่าจะเป็น the best so far เดานะ 

อะไรเป็นตัววัดว่านี่คือ The Best Version ของฉัน

Happiness น่าจะอย่างนั้นมั้ง 

น่าจะวัดด้วยความสุขของตัวเราเอง ว่าเรามีความสุขกับตัวเองมากน้อยขนาดไหน มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเราขนาดไหน โดยรวม ๆ ตอนนี้เราก็ไม่ได้แบกความทุกข์ไว้เยอะ

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด

เทียบกับตัวเองในกี่ปีที่ผ่านมา

เอาจริง ๆ ไหม 2 ปีที่ผ่านมา วีทุกข์มาก เมื่อต้นปีวียังทุกข์อยู่เลย 

จริง ๆ วีก็มีความสุขนะ มีความรักที่ดี แต่ในระดับตัวตน มันมีอะไรบางอย่างที่ยังซ่อมไม่เสร็จอยู่จริง ๆ ช่วงประมาณเดือนกรกฎาของปีนี้มั้งที่วีกลับมาแข็งแรงจริง ๆ เราเพิ่งซ่อมตัวเองเสร็จมา อัพเดต IOS อัพเกรด Android มาเรียบร้อย กลายเป็นว่านี่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่น่าจะเร็วที่สุดและแรงที่สุด 

เรื่องอะไรที่ต้องซ่อมเยอะ

ไม่อยากลงไปแตะรายละเอียดมาก แต่พูดถึงตัวตนคือถ้าเราอยู่ร่วมกันกับคนบางประเภทที่เขาทำให้เรารู้สึกไม่ดี บางครั้งตัวเราจะเหี่ยวลง แล้วมันทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองอีกว่า ทำไมเธออย่างนู้น อย่างนี้ มันทำให้เราต้องซ่อมแซมตัวเองใหม่เพื่อที่จะทำให้ตัวเองแข็งแรง ไม่ว่าจะไปเจอใครที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดี เราก็จะไม่รู้สึกแย่เพราะเขา ไม่เก็บความคิดเห็นแย่ ๆ หรือการกระทำที่ไม่ถูกใจ และเราจะยืนหยัดเพื่อตัวเองได้ 

อยากให้วีเล่ากระบวนการซ่อมแซมตัวเอง 7 เดือนที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง 

ถ้าอยู่ตรงนั้นต่อไปแล้วรู้ตัวว่าเราซ่อมตัวเองไม่ได้ วีเอาตัวเองออกมาก่อน เพราะอยู่ไปซ่อมตัวเองไป มันก็จะมีคนมาทำพังได้เรื่อย ๆ เราไม่ได้ blame เขานะ แต่ตัวเราอาจจะรับมือกับสิ่งนั้นได้ไม่ดีเอง งั้นเราถอยออกมาอยู่ในที่ที่เรารู้สึกปลอดภัยหรือสบายใจก่อน ค่อย ๆ ซ่อมจากตรงนั้น ค่อย ๆ แข็งแรงจากตรงนั้น กลับไปอยู่ในอ้อมอกแม่ 

โมเมนต์ที่วีเจอปัญหาหนัก ๆ วีรู้สึกว่า เราโชคดีมากที่มีครอบครัวเป็นรากฐานที่แข็งแรงที่เราสามารถกลับไปหาเขาได้

จากเด็กที่เติบโตมาด้วยความมั่นใจ รู้สึกยังไงที่มาถึงจุดที่ตั้งคำถามกับตัวเอง

มันสูญเสียตัวตนนะ 

เพราะว่าวีคงโตมาแบบมีความมั่นใจเป็นแก่นของเราไปแล้ว แล้วพอไม่มีสิ่งนั้น มันเลยเหมือนเราหลงทาง สูญเสียตัวตนของตัวเองไป เพราะฉะนั้นมันต้องใช้เวลาที่จะหาตัวเองให้เจอ หรือทำความเข้าใจกับตัวเองใหม่ ทำความรู้จักตัวเองใหม่ ต้องใจเย็น ๆ มาก ๆ มันไม่มีทางที่จะซ่อมได้ทันที 

อย่างล่าสุดที่วีก็พัง ในระดับเล็กมาก เพิ่งอาทิตย์ที่แล้วเอง มันมีเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ย เรามั่นใจ เรา build สิ่งนี้มาอีกครั้งแล้ว แต่นี่กูดีไม่พออีกแล้วเหรอวะ 

ขึ้นอยู่กับเราจะรับมือยังไง เพราะมันจะมีอะไรที่มากระทบจิตใจเราอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วเราต้องยอมรับความรู้สึกนั้นและพยายามทำความเข้าใจใหม่ เป็น challenge ที่เราต้องพิสูจน์ 

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
Now playing…

อย่าใจร้ายกับตัวเอง (It’s Okay)

The Cloud เคยคุยกับวีตอนอัลบั้ม Glitter and Smoke ตอนนั้นคุณบอกว่าการทำอัลบั้มเหมือนการบันทึกช่วงชีวิต อัลบั้มนี้ยังเป็นการบันทึกช่วงชีวิตอยู่ไหม

เป็น ชัดมาก 

คือมันไม่ได้ทำเพื่อบันทึก แต่เราดันใส่ความเป็นเราในตอนนั้น ๆ ลงไป ที่บอกว่าวีใช้เวลาในการทำอัลบั้มนี้เกือบ ๆ 2 ปี เห็นเลยว่าถ้าพัง เรากลับมาเยียวยาและรักตัวเองยังไง กว่าจะเรียกความมั่นใจกลับมาว่า กูไม่ใช่คนที่จะเสียใจเว้ย มึงนั่นแหละ มันใช้เวลามาก ๆ ที่จะผลักดันตัวเองไปถึงจุดนั้นได้ 

ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของเพลงที่ดูสดใสจะดาร์กขนาดนี้

ใช่ จริง ๆ มันดาร์กมากนะ แต่เราอยากเป็นแสงที่สว่างที่สุดในที่มืดตรงนั้น 

แม้ว่าจุดเริ่มต้นมันจะดาร์ก แต่การที่เราคิดแง่บวกกับมันแล้วดึงตัวเองขึ้นมาได้ เลยเป็นสิ่งที่น่าเฉลิมฉลองมาก ๆ มันคือ I don’t give a fuck about you anymore 

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด

เพราะมีอิทธิพลกับชีวิตมาก ก็เลยพูดถึงอัลบั้มนี้เยอะมากเลยใช่ไหม

ถ้าถามว่ามันมีอิทธิพลต่อชีวิตไหม มี แต่วีแค่รู้สึกว่า กูทำเพลงมาดีขนาดนี้ กูจะไม่โปรโมตหน่อยเหรอ (หัวเราะ) 

เราอยากโปรโมตเยอะ ๆ เพราะเราภูมิใจ เราไม่เคยคิดถี่ถ้วนขนาดนี้มาก่อนกับการทำอัลบั้ม อัลบั้มที่แล้วก็ยังไม่ถี่ถ้วนขนาดนี้ เคยมีคนมาบอกว่าอัลบั้มก่อนดีกว่า ลึกว่า ซึ่งไม่ อัลบั้มนี้ลึกกว่าเยอะ มันเต็มไปด้วยเมสเสจต่าง ๆ นานา อัลบั้มก่อนมันเป็นแค่มู้ด แค่ดูดาร์ก แต่อัลบั้มนี้แม้มันจะดูสดใส แต่จริง ๆ แล้วความคิด กระบวนการ และเมสเสจข้างหลังมันลึกกว่านั้นมาก 

คุณเคยบอกว่าคำพูดที่ใจร้ายที่สุด ไม่ได้มาจากคนอื่น แต่มาจากตัวเอง 

ใช่

อะไรที่คุณมักจะด่าทอตัวเองบ่อย ๆ 

เธอเป็นภาระ แค่เป็นเธอก็ผิดแล้ว

เคยไปถึงจุดนั้นด้วยเหรอ

เคยไปถึงแล้ว 

เหมือนสิ่งที่เราเป็นมันผิด การมีอยู่ของเรามันผิด ไม่ได้ถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย แต่มันจะมีความรู้สึกว่า แล้วกูต้องเป็นแบบไหน ต้องเป็นอะไร แล้วเราเป็นอะไรอยู่ ทำไมสิ่งที่เป็นเรามันถึงไม่ดีเลยสักอย่าง

ส่วนหนึ่งวีคิดว่า มันมาจากคำพูดคนอื่น ๆ ที่มันแทงใจดำด้วย แล้วที่ยากที่สุดกลายเป็นว่าตัวเราเองเชื่อคำพวกนั้น ด่าตัวเองด้วยคำพูดพวกนั้น กลายเป็นบอกตัวเองว่าสิ่งที่เราเป็นมันผิด แล้วทำให้รู้สึกว่าเราไม่เหลือใคร 

คุณเอาชนะความคิดตัวเองยังไง

มันก็ต้องใจเย็นกับตัวเองแหละ เหมือนวีนั่งมองกระจก เห็นตัวเองแล้วก็รู้สึกสงสาร ก็เลยค่อย ๆ บอกตัวเองว่า ไม่เป็นไร ใจเย็น ๆ บวกกับว่ามีเพื่อนดี มีครอบครัวดี แล้วก็มีแฟนดีด้วย 

แม้ว่าจะมีช่วงที่เราไม่ได้ชอบตัวเองที่สุดแต่เราก็รู้ว่าเขารักเรา เราก็จะรู้สึกว่า (น้ำตารื้น) อืม เขายังรักเราได้ เราก็ต้องรักตัวเราได้สิ 

คุยกับตัวเองหน้ากระจกบ่อยไหม

ไม่บ่อย แต่จะมีวันที่เราส่องกระจกแล้วหลุดเข้าไป เหมือนมองเข้าไปจริง ๆ ไม่ได้มองแค่ภายนอก 

ขอบคุณตัวเองบ่อยไหม

ช่วงนี้บ่อยมาก 

ก่อนหน้านี้ล่ะ 

ไม่ค่อยขอบคุณเท่าไหร่ (หัวเราะ)

ถ้าคนรอบข้างไม่ได้มอบพลังงานดี ๆ และความรักให้ คิดว่าตัวเองจะเป็นยังไง

คงไม่ได้เป็นแบบนี้ วีอาจจะแข็งแกร่งมาก ๆ ก็ได้ แต่เป็นคนแข็งแกร่งที่ไม่มี Empathy หรืออาจจะแข็งแกร่งจนเห็นแก่ตัวก็เป็นไปได้ 

ไม่รู้เหมือนกัน คงเป็นเพราะว่าวีได้รับมากพอที่จะรู้ว่าการให้มันเป็นสิ่งที่ดีมาก  

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง

การเข้มแข็งมันเป็นได้หลายแบบมากเลย ช่วงนี้รู้สึกว่าการร้องไห้ก็เข้มแข็งในแง่หนึ่งนะ เพราะมันเป็นการที่เรายอมรับตัวเอง ซึ่งสิ่งที่ยอมรับยากที่สุดก็คือข้อเสียของตัวเองนั่นแหละ ยอมรับความน่าเกลียดของตัวเองว่า เออ กูเป็นแบบนี้ว่ะ กูต้องโอเคกับสิ่งนั้น กูต้องยอมรับว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก่อนจะซ่อมแซมมันได้

จำวันที่ยอมรับความน่าเกลียดของตัวเองได้ไหม

จำได้ 

เป็นยังไงบ้าง

ก็พังอยู่นานเลย มีช่วงเวลาที่ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ฉันอ่อนแอหรือว่าโลกใจร้าย บางครั้งเราไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่เรายอมรับสิ่งนั้นมาก่อน 

งั้นคำตอบของคำถามที่ว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ฉันอ่อนแอหรือโลกที่ใจร้าย คืออะไร

เพลง โลกร้าย ไม่ได้มีคำตอบขนาดนั้น มันแค่ I just need you now ในตอนนี้คือเรารับไม่ไหว เราต้องการคนมาอยู่ข้าง ๆ เพลงมันเลยอุ่นขึ้นมาหน่อยหนึ่ง เพราะเราไม่ได้ตัวคนเดียว 100% เออ มันเจ็บปวดมากนะ 

ส่วนเพลง อย่าใจร้ายกับตัวเอง คือเราจะไปต่อยังไงดี เลยเกิดเป็นเหตุการณ์ว่า โอเค ถ้าไม่ไหว ก็ร้องไห้ ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ Take it day by day ไม่ต้องรีบเร่ง ไม่ต้องเอาความสำเร็จของคนอื่นมาเทียบกับเรา เพราะทุก ๆ คนมีจังหวะชีวิตต่างกัน เขาไม่มีวันเป็นเหมือนเรา และเราก็ไม่มีวันเป็นเหมือนเขา เพราะฉะนั้นต้องหยุดเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับไม้บรรทัดของทุกคน 

มีคนหนึ่งเคยพูดกับวีแล้วสิ่งนี้มันติดค้างอยู่ในหัววีมาก ๆ เขาบอกให้วัดความสำเร็จของเธอด้วยความสุข ถ้าเราพอใจ นั่นคือสำเร็จแล้ว สมมติเธอประสบความสำเร็จมาก ๆ ในเชิงการงานแบบทุกคนชื่นชม แต่ตัวเธอยังไม่ได้พอใจ มันก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอยู่ดี 

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง

ถ้าคอนเซปต์ของอัลบั้มนี้คือการรักตัวเอง ตอนนี้คุณรักตัวเองมากพอหรือยัง

คิดว่าเพิ่งจะเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างถูกวิธีก็ตอนนี้แหละ เมื่อก่อนก็ไม่ได้รักตัวเองถูกวิธีขนาดนี้นะ 

การรักตัวเองที่ถูกวิธีเป็นยังไง

เคารพตัวเอง ใจดีกับตัวเอง ไม่โกหกตัวเอง แล้วก็ยอมรับในทุกข้อดี-ข้อเสียและทุกความรู้สึกของตัวเอง เพราะบางครั้งเราบอกตัวเองว่าไม่เฮิร์ทเว้ย แต่กลายเป็นกดอารมณ์ตัวเองไว้ สุดท้ายวันหนึ่งมันกลายเป็นปมที่จะปะทุขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 

ถ้างั้น จงซื่อสัตย์กับทุกความรู้สึก ถ้าเรารู้สึกอิจฉาก็บอกกับตัวเองเลยว่า เออ กูอิจฉาว่ะ แล้วจะแก้ความรู้สึกนี้ยังไงดี กูต้องอิจฉาต่อไปไหม หรือกูจะแก้ที่ตัวกู วีว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับยากมาก ๆ

คำว่าอิจฉาเป็นสิ่งที่ฟังดูแย่มาก แต่มนุษย์ทุกคนรู้สึกกันได้ทุกวัน แค่เปิดไอจีมา เชี่ย แม่งหุ่นดี อิจฉาว่ะ มันจะมีความรู้สึกที่น่าเกลียดแบบนี้อีกเยอะมาก ๆ ทำแบบนี้กูเห็นแก่ตัวปะวะ เออ ใช่ กูเห็นแก่ตัว มันต้องยอมรับ แล้วเราจะได้รู้ว่าต้องแก้ไขยังไง พอเราซื่อสัตย์กับตัวเองมาก ๆ เราก็จะไม่โกรธหรือเกลียดตัวเองที่มีข้อเสียพวกนั้น เราก็แค่รู้ว่า เออ แบบนี้ไม่ดีเลย ก็แก้ไขมันใหม่ วีว่าอันนี้คือการรักตัวเองที่ถูกต้อง เพราะมันจะทำให้เราได้พัฒนาจริง ๆ

ส่งผลไปถึงคนรอบข้างด้วยไหม หลังเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

เพื่อนก็ทึ่งว่า โห จิตมึงแข็งมากเลยนะตอนนี้ เพราะมันผ่านมาเยอะไง มันเห็นวีมาเยอะ 

ต้นปีมันเห็นว่าวีร้องไห้อยู่เรื่อย ๆ นั่งดาวน์ แล้วพอวันหนึ่งมันมานั่งคุยกับวีแล้ววีไม่ Give a fuck กับเรื่องนั้น เรื่องนู้น เราปล่อยวางได้จริง ๆ เพื่อนมันเลย เชี่ย กูยังปล่อยไม่ได้เลย กลายเป็นว่าเราแซงหน้าไปในบางเรื่อง เพราะเราปล่อยให้ตัวเองพังแล้วกลับขึ้นมาใหม่ แต่มันไม่จำเป็นต้องปล่อยให้พังขนาดนั้นนะ วีอาจจะเป็นคนที่สุดเหวี่ยงสุด ๆ ทางอารมณ์

ตัวตนที่ผ่านมาเกิดจากการรู้สึกอะไรแบบสุด ๆ เศร้าก็เศร้าสุด รักก็รักสุด ทุกวันนี้เผื่อใจเวลารักใครรึเปล่า

ตอนแรกก็เผื่อ แต่ตอนนี้ไม่ค่อย ลืมคำว่าเผื่อแล้ว (หัวเราะ) 

ลืมตัวเหรอ

ใช่ เวลาตกหลุมรักมันไม่มีใครค่อย ๆ ตกได้อยู่แล้ว ตกก็คือตก ถึงช่วงที่เป็นจังหวะทางลาดชัน เราจะค่อย ๆ ค่อย ๆ พอเบรกได้อยู่ แต่ถ้าเกิดมันเป็นหลุม เราก็คงตกลงไปแล้ว 

แสดงว่าทุกวันนี้ไม่กลัวที่จะเสียใจแล้ว

ก็กลัวนะ ไม่งั้นไม่เกิดเพลง จินตนาการ หรอก (หัวเราะ) 

แต่สุดท้ายชีวิตนี้ถ้าเราไม่กล้าหาญที่จะออกไปรู้สึกอะไรเลยมันก็จะน่าเบื่อ 

ไปเถอะ พออกหักเราก็รู้แล้วแหละว่ามันไม่ตายหรอก 

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง
คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง
Now playing…

ตั้งแต่มีเธอฉันมีความสุข (This Time)

เพลงของคุณมีเอกลักษณ์คือการเล่าเรื่องได้เห็นภาพ แต่เหมือนคนเพิ่งรู้ว่าคุณเป็นคนเขียนเอง

เออใช่ คนเพิ่งรู้ ทั้ง ๆ ที่วีเขียนมานานมากแล้วนะ

เป็นผลจากที่เรียนฟิล์มมารึเปล่า

เกี่ยวมาก ๆ ก่อนหน้านี้วีไม่ได้เขียนเพลงแบบนี้ วีเขียนด้วยอารมณ์

มีอยู่วันหนึ่งนั่งเรียนคลาสหนัง เขาก็สอนการเล่าเรื่องด้วยภาพ สมมติจะบอกว่าตัดสินใจ เธอจะแสดงออกมายังไงว่าตัดสินใจ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นมาในหัว เป็นเรื่องขอ Eexecution ทางภาพ วีเลยรู้สึกว่า จริง ๆ เราเล่าเพลงของเราให้เป็นภาพได้นี่ สร้างห้องนั่งเล่นขึ้นมา สร้างห้องนอน สร้างการกระทำ จะทะเลาะกันยังไงโดยที่ไม่ต้องบอกว่าทะเลาะ อ๋อ แบบข้าวของกระจายเต็มพื้น 

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง

มีภาพไหนที่เห็นแต่ไม่กล้าเขียนลงไปไหม

ตอนนี้ยังไม่มีขนาดนั้นมั้ง 

อืม มี ๆ แต่ไม่กล้าเล่า (หัวเราะ) เป็นเรื่องความรัก 

พอคุยแบบนี้ก็เริ่มตั้งคำถามว่า หรือจริง ๆ เราไม่ควรจะกลัวสิ่งเหล่านี้วะ เพราะเราไม่ใช่คนผิด 

ไม่รู้เหมือนกัน เพราะมันยังหาคำตอบไม่ได้มั้ง เราก็เลยไม่กล้าเล่าออกมา นี่คือเพิ่งตั้งคำถามตอนนี้เลย ว่าแล้วทำไมกูถึงไม่กล้าเล่า เราไม่ควรไม่กล้าเล่าด้วยซ้ำ เออ มันไม่ควรเลย 

ซึ่งปัญหาที่คุณเจอมันเป็นเรื่องของความเชื่อและตัวตน แต่การเขียนเพลงคือการเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองให้คนทั้งโลกรับรู้ไม่ใช่เหรอ

(หัวเราะ) 

ใช่ เวลามีคนคอมเมนต์แง่ลบเลยกระทบกับตัวเราเยอะอยู่เหมือนกันว่า อ๋อ เขาไม่ชอบตัวตนของฉัน เราก็รู้ว่าไม่ใช่อย่างงั้นแหละ แต่ความรู้สึกบางทีมันห้ามกันไม่ได้ 

วีรู้ว่ามีอีกหลาย ๆ คนที่เขารู้สึกเหมือนวีแน่ ๆ มันไม่ได้เกินมนุษย์ ไม่ได้ไกลตัวใคร มันคือชีวิตประจำวันมาก ๆ 

ในอัลบั้ม Your Girl วีว่า ถ้าวีเด็กกว่านี้แล้วมีคนมาพูดกับวีแบบนี้ วีคงไม่หลงทางขนาดนี้ การที่เราได้พูดออกไปมันอาจจะเป็นประโยชน์กับใครก็ได้ 

The Cloud เคยถามว่า วีช่วงอายุ 26 เป็นยังไง แล้วคุณตอบว่า เป็นวัยที่ถูกมองข้าม เพราะคนจะให้ความสำคัญแค่อายุ 25 กับข้ามไป 30 แล้ววีในวัย 29 ปี เป็นปีที่ถูกมองข้ามด้วยรึเปล่า 

ไม่ได้มองข้าม แต่เป็นวัยที่อยากทำอะไรก็รีบทำ (หัวเราะ) เริ่มไม่ Give a fuck ไม่ได้แคร์เยอะ เพราะฉันจะ 30 แล้ว เพราะฉะนั้น ฉันอยากทำอะไรบ้าง ไม่ต้องสนใจใคร ฉันจะทำก่อน อย่ามัวแต่กังวลคนอื่นทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ไปสร้างความทุกข์ให้เขาเลย 

ตอนนั้นคุณบอกว่า การเข้าใกล้อายุ 30 เป็นเรื่องน่ากลัว ตอนนี้ยังกลัวอยู่ไหม

ไม่กลัว ไม่ได้อยากจะ 30 ทันที เพราะโควิดมันโกงอายุเราไป วีรู้สึกว่าไม่เป็นไร เราหน้าเด็กอยู่ ล่าสุดโกหกอายุตัวเองจนคนถามว่าจริง ๆ วีอายุเท่าไหร่ แล้ววีจำไม่ได้ (หัวเราะ) 

อยากเป็นคนอายุ 30 แบบไหน

อยากเป็นคนอายุ 30 ที่สวยและมีคุณภาพ แล้วมีคุณภาพในที่นี้ก็คือทุก ๆ ด้าน ทั้งตัวตน ผลงาน แต่เราจะไม่โปรโมตสิ่งนี้เยอะ เราจะโกงอายุต่อไป เพื่อที่เราจะได้อยู่ในวงการต่อนาน ๆ  (หัวเราะ)

พูดถึงวีในอนาคตไปแล้ว อยากให้พูดถึงวีในอายุเลข 2 หน่อยว่าเป็นยังไง เห็นพัฒนาการอะไรในรอบ 10 ปีบ้าง

โอ้ ไม่น่าเชื่อว่าจะเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้เหมือนกัน ถ้าวีตอนอายุ 19 – 20 มองมา ก็น่าจะภูมิใจ แบบว่า มึงทำได้ดีนะ โตมาได้โอเคอยู่ 

คงเป็นคนที่ถ้ากลับไปแนะนำตัวเองในวัย 20 แล้วไอ้เด็ก 20 มันจะเชื่อฟัง

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง
คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง

ตอนนี้พูดได้หรือยังว่าวีคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง หรือรักตัวเองในทางที่ผิด ได้ตายไปแล้ว 

พูดไม่ได้ 100% แต่เรารักตัวเองในทางที่ถูกมากขึ้น สมมติถ้าเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอีก คิดว่าครั้งนี้จะ aware แล้วก็จะตัดสินใจได้ดีขึ้น 

แต่เราอาจจะไม่ได้แข็งแกร่งขนาดไม่ปล่อยให้ตัวเองไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก เราอาจจะแค่ เอ๊ะ นี่เรากำลังไปในเส้นทางนั้นหรือเปล่า รู้สึกแปลก ๆ ไม่แน่ใจ แต่ว่าไปก่อน มันอาจจะยังเป็นแบบนั้นอยู่ ถลำไปนิดหนึ่งแล้วพอเริ่มเห็นชัดถึงจะค่อย ๆ ถอยออกมาได้

กลัวไหมที่จะกลับไปเป็นแบบเดิม

ไม่กลัว เพราะเคยออกมาได้แล้ว 

ออกแล้วก็ออกเลย?

เออ ก็รู้แล้วว่าเดี๋ยวก็หาย แต่ไม่ได้อยากกลับไปตรงนั้นอีกนะ แล้วก็หวังว่าคงจะไม่กลับไป เพราะมันรู้สึกแย่ เช่น ไม่อยากกลับไปอกหัก มันเหนื่อย 

แต่คนเราก็ต้องอกหักรึเปล่า

แต่ก็อกหักมาเยอะแล้วไง 

รักนี้จะเป็นรักสุดท้ายเหรอ

ไม่รู้ เราไม่กล้าเคลม ขอให้คบกันนาน ๆ แล้วกัน

ถ้าสมมติว่าชีวิตคุณเป็นทินเดอร์ คนแบบไหนที่จะปัดซ้าย 

อันนี้เป็นสิ่งที่เห็นชัดที่สุดว่าสเปคในวัย 20-29 ปีเปลี่ยนเยอะมาก คนที่เราคบด้วยเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนเหมือนไม่มีสเปค ช่วงที่วีโสดยาว ๆ ก่อนหน้านั้น แฟนวีน่าจะเป็น Narcissist ทุกคนเลย (หัวเราะ)

ทำไมถึงดึงดูดคนแบบนั้น หรือคนแบบนั้นดึงดูดคุณเหรอ

เราคงยังรักตัวเองไม่เป็นจริง ๆ ถึงยังปล่อยให้ตัวเองอยู่ตรงนั้นได้นานขนาดนั้น

งั้นคนแบบไหนที่คุณจะปัดขวาในทินเดอร์

เราแทบไม่ปัดขวาเลย พอมาเจอเก้า จิรายุถึงเพิ่งปัดขวา

เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะหลังจากที่วีอกหัก ตั้งแต่ I’d do it again วีก็โสดยาว ๆ แบบไม่มีคนคุย ไม่คบกับใคร ใครเข้ามาจีบก็ปัดทิ้งเลย รู้เลยทันทีว่า You do not meet my standard and I am not gonna lower my standard แบบนี้

จะไม่ยอมเสียเวลาอีกแล้ว

ใช่ รู้สึกว่าเรามีค่าพอ 

ช่วงที่ต้องตัดสินใจว่า โอเค เปิดใจก็ได้ มันยากไหม

ตอนแรกคิดว่าจะยาก แต่ไม่ยาก

แค่แบบ เอ๊ะ หรือว่าผ่านวะคนนี้ เหมือนไม่แน่ใจ หรือจะลองดูก็ได้ เพราะไม่เจอมานานมากแล้วไง แต่ก็บอกตัวเองไว้ว่า ช่วงสโลปที่เราค่อย ๆ ยั้ง ๆ (ยั้งเท้าตัวเอง) ถ้าทำอะไรไม่เวิร์กขึ้นมา เราจะไปเลยนะ 

มั่นใจ?

มั่นใจมาก เรามั่นใจมาก ว่าถ้าเขาทำอะไรที่เราไม่โอเคขึ้นมา เราไม่คุยก็ได้ ตอนนั้นวีคุยกับเขาเลยว่า ถ้ามีนักข่าวมาถามว่า คุยกับเราเหรอ จะตอบว่าอะไร เพราะถ้าเกิดคุณปิดเรา ก็ไม่ต้องคุยกับเราแต่แรก 

ในอัลบั้ม Your Girl ของคุณมีฟีลเตอร์ผู้หญิงสไตล์ต่าง ๆ ให้เล่น ในฐานะเจ้าของเพลง คิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงแบบไหน

ยากจัง 

อ้อร้อ 

ทำไม

มันมีความน่ารักและน่าถีบในเวลาเดียวกัน (หัวเราะ)

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง

ขอบคุณสถานที่ ร้าน 22 Sep. Cafe & Space

324/1-3 รัชดาซอย 3 แยก 4 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load