‘In the fall, a mysterious disease began to spread from the west,

and 10 days, tens of thousands of people died in Hanyang’

ในฤดูใบไม้ร่วง, โรคระบาดที่ไม่อาจทราบสาเหตุ ซึ่งแพร่มาจากภาคตะวันตกของเมือง คร่าชีวิตผู้คนในเมืองฮันยาง (ชื่อเดิมของเกาหลี) ร่วมหมื่นคนในเวลา 10 วัน

บางส่วนจากบันทึกแห่งราชวงศ์โชซอน ในรัชสมัยของพระเจ้าซุนโจ (พ.ศ. 2343 – 2377)

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

จากบันทึกความยาว 2 บรรทัด ในหน้าประวัติศาสตร์เมื่อ 500 ปีก่อน สู่ Kingdom ละครชุดเรื่องแรกของเกาหลีที่ผลิตโดย Netflix สตรีมมิ่งแพลตฟอร์มชื่อดังของโลก ผลงานการกำกับของ คิมซองฮุน ผู้กำกับสายภาพสวยโหดของเกาหลี และนักเขียนบทละคร คิมอึนฮี ผู้เขียน Signal ละครเกาหลีที่แฟนละครแนวสืบสวนสอบสวนยกให้เป็นละครที่ดีที่สุดตลอดกาล

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นจากความหิวโหย

ขุนนางหิวโหยอำนาจแอบทำพิธีลับๆ ปลุกพระราชาจากความตายเพื่อรักษาอำนาจแห่งตนและมเหสีผู้เป็นลูกสาว และประชาชนผู้หิวโหยจนต้องกินเนื้อมนุษย์กันเองโดยไม่ตั้งใจ

ขออภัยที่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ เพราะคิดเองว่าคุณควรรู้ล่วงหน้าเพื่อจะไม่พลาดชมละครน้ำดีเรื่องนี้

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ซอมบี้ใน Kingdom แตกต่างจากละครและภาพยนตร์ซอมบี้เรื่องอื่นๆ ตรงที่คุณต้องถูกซอมบี้กัดเพื่อจะกลายเป็นซอมบี้ แต่เรื่องนี้คุณเผลอไปกินซุปซอมบี้จน…

เล่าได้เพียงเท่านี้

เรื่องราวขนาด 6 ตอนจบ ไม่ยาวไป สั้นไป พาเราเดินทางไปพร้อมองค์ชายรัชทายาทผู้เป็นห่วงสุขภาพของพระราชา จึงออกตามหาหมอหลวงผู้รักษา จนพบความจริงเกี่ยวกับโรคระบาดประหลาดเพื่อปกป้องประชาชน องค์ชาย ทหารคู่ใจ หมอสาว และคนที่เหลืออยู่ จึงร่วมกันหาทางแก้ปัญหาก่อนโศกนาฏกรรมมนี้จะบานปลาย

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ไม่เพียงพล็อตเรื่อง งานกำกับและสร้างสรรค์แสนประณีตสมกับมาตรฐาน Netflix ที่ภาพสวยจนต้องร้องสบถ ซึ่งมาพร้อมอาการอดหลับอดนอนเพราะอยากลุ้นต่อจนจบ ทีมนักแสดงผู้ถ่ายทอดบทบาทก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

The Cloud มีโอกาสพูดคุยพิเศษกับ จูจีฮุน แบดูนา และ รยูซึงรยอน 3 นักแสดงนำถึงการทำงานในบทบาทที่ได้รับและสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงาน ซึ่งอินจนลืมไปเลยว่าเรากำลังคุยกันเรื่องละครซอมบี้ในยุคโชซอนอยู่

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ความโลภของมนุษย์เป็นอันตรายต่อแผ่นดินทั้งแผ่นดิน

เกี่ยวกับบทบาทที่ได้รับ จูจีฮุนรับบทเป็น ‘อีชาง’ องค์ชายรัชทายาทผู้สงสัยถึงอาการป่วยของบิดาจากข่าวลือนอกวังหลวงว่าสิ้นพระชนม์ ขณะที่ขุนนางคนสนิทบอกว่าพระราชายังมีชีวิตอยู่ จึงออกเดินทางตามหาความจริงจากหมอหลวง ระหว่างทางพบปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนและอยู่ในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมคนตายฟื้นคืนชีพจึงไม่อาจนิ่งนอนใจ นำทีมหมอและชาวบ้านค้นหาความจริงเรื่องนี้

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ขณะที่แบดูนารับบท ‘ซอบี’ หมอสาวผู้อยู่ในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมการระบาดของซอมบี้ ก่อนจะร่วมมือกับองค์ชายรัชทายาทตามหาวิธีแก้ไขปัญหา เป็นการแสดงละครย้อนยุคครั้งแรกของเธอ ร่วมด้วยรยูซึงรยอน กับบท ‘โจฮักจู’ ขุนนางตามแบบฉบับขุนนางตัวร้ายในละครเกาหลี ผู้หิวโหยอำนาจที่ไม่ใช่ของตน ทำทุกวิถีทางที่จะรักษาอำนาจแม้จะต้องเรียกพระราชาให้ตื่นจากความตาย เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

จุดร่วมกันของทั้งสามนักแสดงที่ทำให้ Kingdom น่าจับตามองคือ การเป็นนักแสดงภาพยนตร์ระดับ 10 ล้านผู้ชม หรือเทียบเท่านักแสดงหนังหลัก (หลาย) ร้อยล้านในบ้านเรา ทั้งจูจีฮุนจากเรื่อง Along with the Gods ทั้งสองภาค (2017, 2018) Dark Figure of Crime (2018) และ The Spy Gone North (2018) ซึ่งดังมากๆ ในเกาหลี โดยปีที่ผ่านมาเขากลายเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในปี 2018 เช่นเดียวกับแบดูนาเมื่อครั้งรับบทนำในเรื่อง The Host (2006) เมื่อหลายปีก่อน และรยูซึงรยอนผู้ครั้งหนึ่งเป็นนักแสดงเกาหลีคนแรกที่มียอด 10 ล้านผู้ชมติดต่อกัน 2 เรื่องจาก Masquerad (2012) และ Miracle in Cell No.7 (2013)

เหตุผลที่ตัดสินใจร่วมงานในโปรเจกต์ละคร Kingdom ของ Netflix

จูจีฮุน : ผมเป็นแฟนคลับคุณคิมซองฮุน ผู้กำกับเรื่องนี้ และตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับนักแสดงในเรื่อง ผมคิดว่าการทำงานในกองถ่ายที่เต็มไปด้วยทีมงานและนักแสดงที่ดีเป็นพลังงานบวกที่ดีมากๆ ยิ่ง Netflix เป็นแพลตฟอร์มที่ฉายใน 190 ประเทศทั่วโลก จึงไม่มีเหตุผลที่ผมจะไม่ตอบตกลง ที่สำคัญ นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ฉายเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเกาหลีให้คนทั่วโลกได้รับชม

แบดูนา : ครั้งแรกที่อ่านบทก็สนใจเรื่องราวมากๆ และเพราะเป็นแฟนคลับคุณคิมอึนฮี นักเขียนบท เลยยิ่งอยากทำงานในโปรเจกต์นี้ แม้จะมีความกังวลเพราะเป็นการแสดงละครย้อนยุคครั้งแรกของตัวเอง แต่ในที่สุดก็ทำมันได้ และได้โอกาสเรียนรู้อะไรมากมายจากบทบาทนี้ซึ่งช่วยเพิ่มทักษะด้านการแสดง แล้วมันก็สนุกมากๆ ด้วย

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

รู้สึกอย่างไรกับการแสดงละครย้อนยุคครั้งแรก หน้างานเป็นอย่างที่คิดมั้ย

แบดูนา : ฉันไม่เคยทำผมทรงนี้มาก่อนเลย เพราะไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าจะเหมาะกับฉันมั้ย แต่หลังจากถ่ายทำเสร็จก็พบแล้วว่าผมทรงนี้เหมาะกับฉันมากๆ และการทำงานในบทซอบีนี้ ฉันแทบไม่ต้องใช้เทคนิคหรือใส่อารมณ์พิเศษอะไรเลย แต่ต้องปรับการใช้เสียงให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งปกติบทบาทในละครสมัยใหม่ฉันพยายามพูดให้เป็นธรรมชาติที่สุด แต่ใน Kingdom ฉันต้องออกเสียงให้ชัด พร้อมสำเนียงแบบคนโบราณ

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

จากประสบการณ์การแสดงภาพยนตร์และละครชุดทั้งในและต่างประเทศ การทำงานในเรื่อง Kingdom แตกต่างหรือต้องเตรียมตัวพิเศษกว่าบททั่วๆ ไปอย่างไร

แบดูนา : ไม่ว่าจะงานที่ฉายในประเทศหรือต่างประเทศ ฉันให้ความสำคัญ ใช้พลังและความพยายาม เท่ากันหมด การทำงานร่วม Netflix จะค่อนข้างให้อิสระในการแสดง ขณะที่การร่วมงานกับสถานีโทรทัศน์จะต้องระมัดระวังมาก แต่การถ่ายทำไม่แตกต่างกันเท่าไหร่

อยากให้เล่าถึงความยากลำบากในการทำงานหรือการถ่ายทำฉากยากๆ

รยูซึงรยอน : ผมรับบทเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่น่ากลัวกว่าซอมบี้เสียอีก ความยากของการทำงานคือ จริงๆ แล้วผมเป็นคนกลัวซอมบี้มาก แต่ก็ต้องทำเหมือนไม่กลัว

จูจีฮุน : ในฉากต่อสู้กับซอมบี้ฉากใหญ่ เราใช้เวลาถ่ายทำกันถึง 15 วัน และฉากนั้นเป็นฉากที่วิ่งตลอด จึงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย

แบดูนา : สำหรับฉันบทที่ได้รับทำให้ไม่ค่อยมีฉากต่อสู้หรือที่ถ่ายทำยากๆ เนื่องจากผู้หญิงในยุคโชซอนไม่ค่อยมีหน้าที่หรือเป็นผู้นำกลุ่มไม่ได้ ซึ่งแตกต่างจากบทบาทอื่นๆ ที่เคยแสดง แต่ก็มีฉากหนึ่งต้องอุ้มเด็กวิ่งขึ้นเขาเพื่อหนีซอมบี้ ถ่ายเสร็จต้องรีบใช้เครื่องช่วยหายใจ 5 นาที

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบทบาทที่ได้รับ

รยูซึงรยอน : ผมได้เรียนรู้ความโลภของมนุษย์ที่ไม่ขีดจำกัด

จูจีฮุน : Kingdom เป็นละครย้อนยุคที่พูดถึงความโลภ ทำให้ผมเห็นความเป็นมนุษย์ในอีกมุมมอง หนึ่ง ได้เห็นว่าการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง หรือจำเป็นต้องรอคอยการช่วยเหลือจากคนที่มีอำนาจ และสอง ความจริงแล้วซอมบี้ไม่ได้อยากเป็นซอมบี้ แต่เพราะได้รับเชื้อมาโดยไม่ตั้งใจ นั่นทำให้ซอมบี้ไม่มีความรู้สึกนึกคิด เขาจึงทำร้ายคนอื่น ขณะที่มนุษย์เราได้รับการศึกษามีความคิด แต่เรากลับเลือกที่จะทำร้ายคนอื่นเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

แบดูนา : ในสมัยโชซอนหน้าที่ผู้หญิงน้อยมาก

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

แล้วถ้าหน้าที่ของผู้หญิงในเรื่องมีน้อยมากอย่างที่บอก อะไรคือความสำคัญของบทบาทที่คุณได้รับ

แบดูนา : ในสมัยโชซอนคนเกาหลีนับถือศาสนาขงจื๊อ นั่นคือ จำกัดไม่ให้ผู้หญิงทำงานนอกบ้านหรือมีอาชีพหาเลี้ยงตัวเอง แต่ซอบีในเรื่องเป็นหมอหญิง แม้จะไม่ได้อยู่ข้างหน้าเป็นผู้นำกลุ่ม แต่ทำหน้านี้สำคัญในการตามหาสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาโรคประหลาดนี้อยู่ข้างหลัง และเป็นคนที่เข้มแข็ง บวกกับที่ผ่านมาฉันรับบทเป็นนักสู้มาโดยตลอด แม้บทซอบีจะต้องเรียบร้อย ฉันก็ยังแสดงให้ซอบีคนนี้แตกต่างจากผู้หญิงโชซอนทั่วไป

จูจีฮุน : ผมขอเสริมได้ไหมครับ แม้เป็นผู้หญิง แต่ซอบีเธอฉลาดมากที่สืบหาจนพบวิธีแก้ไขปัญหาโรคระบาด และในเรื่องซอบีก็มีโอกาสหนีเอาตัวรอดหลายครั้ง แต่เธอก็ยังไม่ไป ยังอยู่ช่วยองค์ชายและชาวบ้าน

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

สำหรับผู้ชมที่ไม่เคยดูละครเกาหลีมาก่อน อะไรคือเหตุผลที่เขาไม่ควรพลาดละครเรื่องนี้

รยูซึงรยอน : นอกจากความบันเทิงจากเนื้อหาแล้ว คุณจะได้เห็นประเพณีโบราณของเกาหลี และยังได้ชมภาพสวยๆ บรรยากาศของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูหนาวที่หนาวที่ทั้งหนาวและทรมาน

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ระหว่างที่ Kingdom ซีซั่นแรกยังไม่ออกอากาศ อะไรทำให้พวกคุณตัดสินใจรับบทนำนี้ต่อในซีซั่นที่ 2

จูจีฮุน : เป็นเรื่องที่พวกเราอยากรู้เหมือนกันครับว่าทำไมทีมงานไว้ใจพวกเรา และชวนให้ร่วมงานต่อทั้งๆ ที่ละครยังไม่ออกอากาศ (หัวเราะ)

สัมภาษณ์, Kingdom, Netflix

ด้วยเวลาจำกัด พวกเราจบบทสนทนาไว้เพียงเท่านี้

ในฐานะคนดูที่ดูจบแล้วทั้ง 6 ตอน แน่นอน เรารู้คำตอบว่าทำไมทีมงานจึงไว้ใจอยากร่วมงานกับพวกเขาทั้งสามคนต่อในซีซั่นที่ 2 จนถึงตอนนี้ไม่อยากให้คุณได้พลาดชมเลยแม้เพียงนิดเดียว

พิสูจน์ความสามารถของจูจีฮุน แบดูนา รยูซึงรยอน และเหล่านักแสดงชั้นนำอีกมากมาย พร้อมกันใน Kingdom ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมเป็นต้นไปที่ Netflix

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

ไม่ต้องพึ่งหมอดูที่ไหนเราก็รู้ว่าช่วงนี้ชีวิต อะตอม-ชนกันต์ รัตนอุดม กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

บนเวที JOOX Thailand Music Awards 2017 ซึ่งจัดโดยมิวสิกสตรีมมิ่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดรายหนึ่งในไทยขณะนี้ อะตอมกวาดไปถึง 5 รางวัล ทั้งเพลงป๊อปแห่งปี ท่อนเพลงฮิตแห่งปี เพลงฮิตติดผับแห่งปี ศิลปินแจ้งเกิดแห่งปี และเพลงยอดนิยมแห่งปี

โดยไม่เกี่ยวกับดวง-อะตอมพาตัวเองจากนักร้องที่เฝ้ารอโอกาสมายาวนานมาสู่จุดนี้ด้วยผลงานล้วนๆ หากใครติดตามผลงานของเขามาตั้งแต่ซิงเกิลอย่าง Please, แผลเป็น, ทางของฝุ่น หรือเพลงที่กลายเป็นปรากฏการณ์หนึ่งเมื่อปีที่แล้วอย่าง อ้าว ย่อมรู้ว่าเขาคือศิลปินที่ฝีไม้ลายมือครบเครื่องและน่าจับตาที่สุดคนหนึ่งในวงการเพลงไทยนาทีนี้

เขียนเพลงเองได้ทั้งคำร้องและทำนอง ร้องเล่นเองได้อย่างเข้าถึงอารมณ์เพลงที่เขาบอกว่า เขียนขึ้นมาจากชีวิต-เรายังต้องการอะไรมากกว่านี้อีกหรือ

เมื่อคืนวานนักร้องหนุ่มเพิ่งปล่อยซิงเกิลล่าสุดชื่อ ช่วงนี้ และเพียงข้ามวันยอดวิวก็เกินหลักแสนอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่เราสนใจไม่ใช่ตัวเลขนั้นหรอก เราสนใจที่มาที่ไปและชีวิตช่วงนี้ของเขามากกว่า

ไม่ต้องพึ่งหมอดูที่ไหน เพราะใครจะรู้ดีกว่าเขา ผมนัดอะตอมมาตรวจดวงชะตาชีวิตช่วงนี้ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ทั้งการงาน ความรัก และสุขภาพ ซึ่งเขาตอบได้แม่นทีเดียว (ก็แหงล่ะ ชีวิตเขานี่)

ถ้าอยากรู้ว่าช่วงนี้ชีวิตอะตอม เป็นอย่างไร ไม่ต้องรอพักชมสิ่งที่น่าสนใจให้เสียเวลา

อะตอม ชนกันต์

1

การงานช่วงนี้

ช่วงนี้คุณมีเกณฑ์ออกซิงเกิลใหม่ และจะมีอัลบั้มเต็มอีกไม่นาน
แต่งานตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตอาจลดลง เนื่องจากคุณต้องทำงานในห้องอัดเป็นส่วนใหญ่

เพลง ช่วงนี้ ซิงเกิลล่าสุดของคุณ พูดเรื่องอะไร

เพลง ช่วงนี้ พูดเรื่องที่คนเราบางทีก็ไม่ค่อยระวังตัวเวลาใช้ชีวิต เรามองแต่ตัวเอง ทุกคนมีความเห็นแก่ตัว พยายามไปถึงจุดที่ตัวเองต้องการ หรือพยายามจะได้รับความรักจากใครก็ตาม ซึ่งบางทีเราใช้วิธีการต่างๆ โดยลืมไปว่าเราทำร้ายคนไปเยอะขนาดไหน เราใช้ชีวิตเพลิดเพลินจนบางทีเผลอลืมไปว่าเราสร้างโจทย์ไว้กี่คน หรือไปทำอะไรให้คนอื่นเจ็บใจไว้กี่คน แล้วเรื่องพวกนี้มันจะตามมาถึงตัวคุณในไม่ช้า

เพลงนี้ก็จะพูดว่าให้เราระวังตัวหน่อย เอาความเชื่อเรื่องเวรกรรมเข้ามาพูด เพราะเราเชื่อว่าในเรื่องความรักน่าจะมีคนใจร้ายอยู่ประเภทนึงที่ทำร้ายคนไว้เยอะ สร้างแผลให้คนไว้มาก แล้วอาจจะยังไม่หยุดตอนนี้ เพลงนี้ก็เหมือนเตือนสติว่า ทำอะไรก็คิดถึงคนอื่นด้วย หยุดคิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำบ้าง

ไปเจออะไรมาถึงเลือกเล่าเรื่องบาปกรรม

เพลงนี้มีวงเล็บว่า Karma ก็คือเวรกรรมนั่นแหละ ท่อนฮุคของมันจะร้องว่า “ช่วงนี้ระวังหน่อย” มาจากคุณแม่ของผม คือมีอยู่ช่วงนึงที่งานเราเยอะมาก ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะปีที่แล้วทัวร์ทั้งปี เดินทางทั้งปี แม่ก็ค่อนข้างเป็นห่วง ด้วยความเชื่อคนไทยเรื่องเบญจเพส เราอายุ 25 พอดี แม่เขาก็เลยเตือนว่าระวังหน่อย เราก็ฟังมาแต่ไม่ได้คิดอะไร แล้ววันหนึ่ง ตอนนั้นสี่ห้าทุ่ม ผมขับรถกลับดึกๆ คนเดียว มาถึงทางใต้ทางด่วนก่อนที่จะเข้าคอนโดฯ แล้วอยู่ดีๆ ก็มีท่อเดินสายไฟมันหล่นมาทั้งแผง จังหวะผมขับเข้าไปพอดีมันก็ฟาดรถ โชคดีว่าโดนแค่กระโปรงหน้า ถ้ารถไหลเข้าไปอีกนิดก็คือเป็นกระจกหน้าหรือซันรูฟแล้ว

ตอนนั้นหน้าแม่ผุดขึ้นมาเลย ผมเริ่มหลอนแล้ว เราไปทำอะไรใครไว้หรือเปล่า เริ่มกลัว เริ่มนึกถึงอะไรที่แม่พูด แล้วก็เริ่มคิดว่าระหว่างที่เรามัวแต่ทำงานเราทำอะไรไปบ้าง ไปทำให้ใครต้องเจ็บปวดหรือเปล่า ก็คิดถึงเรื่องบาปกรรม หรือว่ามันตามเราทันแล้ววะ (หัวเราะ) เราก็เลยเอามาผูกกับเรื่องความรัก

ด้วยตัวคอนเทนต์บวกกับตัวดนตรีทำให้เพลงนี้ค่อนข้างซ่า น่าจะแสบที่สุดในอัลบั้มที่จะปล่อยออกมา เพลงใหม่ 5 เพลงในอัลบั้มที่กำลังทำค่อนข้างจะจัดขึ้น เข้มข้นขึ้นจากสี่ห้าเพลงแรกที่ปล่อยออกไป เราใส่ความชอบในดนตรีโซล บลูส์ หรืออะไรที่เป็นความชอบของเราทางด้านดนตรีจริงๆ เข้าไปมากขึ้น เราก็เลยเลือกเพลงนี้มาเป็นเพลงเปิดอัลบั้ม ให้คนเห็นความแตกต่างไปเลยว่าอีกมุมนึงของอะตอมเป็นยังไง สี่ห้าเพลงที่ผ่านมาคนอาจจะรู้สึกว่าเธอน่าสงสารมากเลย จริงๆ ก็อยากให้คนได้เห็นมุมแสบมากขึ้นยิ่งกว่าเพลง อ้าว เพลงนี้วิธีการพูดของเราค่อนข้างจะเป็นไปในทางตลกร้าย คือบอกกันแบบมีความกวนตีน

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์

เหมือนคุณพยายามเอาอารมณ์ขันมาช่วยเล่าเรื่องที่ในชีวิตจริงอาจจะตลกไม่ออก

จริงๆ แกนของเพลงผมส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเศร้าแหละ เราถนัดจะเขียนเพลงเกี่ยวกับความผิดหวัง ความเหงา หรือการที่ต้องถูกทอดทิ้ง เรามองว่าแต่ละเรื่องมีหลายมุม จะมองให้ตลกมันก็ตลกได้ อย่างเพลง อ้าว สุดท้ายก็เจ็บอยู่ดี ต่อให้บางคนใช้เพลงนี้ไล่เขาไปในใจก็เจ็บจึกเหมือนกันแหละ แต่ผมคิดว่าเพลงนี้จะช่วยทำให้เขารู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยถ้าเจอเรื่องแบบนี้แล้วมีเพลงนี้ มันจะได้มีอะไรที่ทำให้เขาแข็งแรงขึ้น แล้วก็กล้าปฏิเสธเสียที เพราะว่าสุดท้ายไอ้คนที่ไปๆ กลับๆ มันไม่ได้เรื่องหรอกครับ ถ้าคนจะอยู่เขาอยู่ตั้งนานแล้ว

ที่บอกว่า สี่ห้าเพลงที่ผ่านมาคนอาจจะรู้สึกว่าอะตอมน่าสงสาร อยากให้คนได้เห็นมุมแสบมากขึ้น แล้วเอาเข้าจริงในความสัมพันธ์คุณเป็นคนแบบไหน

เรามองว่ามันเป็นอะไรที่เป็นควบคู่กันไปได้ สำหรับเรา เราเคยเป็นคนที่ค่อนข้างซื่อในเรื่องความรักตอนที่อายุน้อยกว่านี้ แล้วพอโดนเรื่องอะไรที่ทำร้ายเราหนักเข้า มันก็ค่อยๆ เปลี่ยนเราให้เจนจัดมากขึ้น แล้วมุมมองเกี่ยวกับความรักเราก็เปลี่ยนไป เข้าใจโลกมากขึ้น กล้าที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับมันลงไปในเพลงเยอะขึ้นตามช่วงอายุที่โตขึ้น

อะตอม ชนกันต์ อะตอม ชนกันต์

2

ความรักช่วงนี้

ช่วงนี้ความรักอาจห่างหาย แต่อาการเจ็บปวดของคุณเริ่มทุเลาลงแล้ว
ส่วนรักครั้งใหม่อาจต้องรอเวลาอีกสักพักเพราะช่วงนี้ชีวิตของคุณอยู่กับงานเป็นส่วนใหญ่

มุมมองต่อความรักที่ว่าเปลี่ยน มันเปลี่ยนจากอะไรเป็นอะไร

ตอนเด็กๆ จะคิดว่า โห ความรักเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เป็นเรื่องที่เซนสิทีฟ แตะต้องไม่ได้ ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาชีวิตที่เหลือจะแย่ไปเลย จนสุดท้ายโตมาเราก็รู้ว่ามันไม่ใช่ มันเป็นเพียงส่วนนึง บางคนอยู่รอดจากตรงนั้นมาได้จนถึงแต่งงาน คุณโชคดีที่สุดแล้ว แต่บางคนก็ยาก เพราะด้วยความที่มันเป็นช่วงชีวิตที่เราค่อยๆ โตขึ้น ความคิดเราค่อยๆ เปลี่ยน ถ้ามันเปลี่ยนไปทางเดียวกันก็โอเค แต่บางคนมันเปลี่ยนออกจากกัน ก็อยู่ด้วยกันยาก

อาจจะไม่ใช่แค่ผม ถ้าคนที่มีความรักตอนเด็กๆ ก็อาจจะเคยคิดว่าคนนี้ต้องอยู่กับเราไปตลอด เขาไม่มีทางเปลี่ยนหรอก เรารักเขามาก เราอยากจะอยู่กับเขา แต่สุดท้ายโตมาก็ได้รู้ว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปได้ คนเราเปลี่ยนกันได้ แล้วการไปยึดติดหรือยึดว่าชีวิตเราจะอยู่กับคนคนเดียว หรือเอาความสำคัญของเราไปผูกอยู่กับตัวความสัมพันธ์มันทำให้เราล้มได้ง่ายๆ

คุณพูดเหมือนว่าเคยล้ม

โอ๊ย ล้มมาเยอะแล้วครับ

แผลเต็มตัว

แผลเต็มตัว (หัวเราะ) ก็เคยโดนแหละ บังเอิญว่าเราเป็นคนที่เวลาอยู่ในความสัมพันธ์จะเป็นคนที่ยอมมากกว่า แล้วด้วยความที่เราเสมอต้นเสมอปลายและค่อนข้างจะจริงจัง มันอาจจะทำให้เราเป็นคนน่าเบื่อในช่วงของการคบกันแบบวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นต้องการความตื่นเต้น ต้องการความท้าทาย ไอ้คนรักจริงแบบเราตั้งแต่เด็กอาจจะกลายเป็นคนน่าเบื่อ แล้วก็ทำให้เราโดนเทมาบ่อยใช้ได้เหมือนกันช่วงเด็กๆ

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์ ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์

มองในแง่ดี ความผิดหวังมันทำให้เรามีวัตถุดิบในการเขียนเพลงมั้ย

มากๆ เลย อย่างน้อยมันก็ทิ้งอะไรไว้ให้เราเยอะ ทำให้มุมมองหรือว่าทัศนคติของเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ชัดเจนมากขึ้น เป็นแรงบันดาลใจ เป็นแรงผลักดันส่วนหนึ่งมากๆ ในการสร้างงาน

เหมือนศิลปินหลายคนที่ใช้ความทุกข์ความผิดหวังเป็นแรงผลักดันในการสร้างงาน

จริงนะ นักเขียนเพลงหลายท่านก็บอกแบบนี้ อย่างพี่ตุลย์ อพาร์ตเมนต์คุณป้า เคยบอกว่าช่วงชีวิตที่มีความสุขมันเขียนอะไรไม่ค่อยออก นึกอะไรไม่ค่อยออก ชีวิตมันสบาย ไม่มีแรงกดดัน ไม่มีความเศร้าอะไร ผมก็เห็นด้วยว่าเราต้องผ่านอะไรมา คือคนสร้างงานศิลปะหรือว่ากวี หรืออะไรก็ตาม มันต้องมีปม ต้องมีเรื่องที่มีแรงผลักดัน ซึ่งมันก็จริงสำหรับผม

แล้วชีวิตช่วงนี้คุณขับเคลื่อนด้วยความสุขหรือความทุกข์

ช่วงนี้และช่วงปีที่แล้วส่วนใหญ่จะขับเคลื่อนด้วยเรื่องงาน งานเอาเวลาจากเราไปเยอะเหมือนกันทั้งจากครอบครัวและเรื่องความรัก อย่างตอนนี้ที่เราได้มานั่งคุยกันเพราะผมหยุดเพื่อที่จะทำอัลบั้ม เป็นการหยุดทัวร์ชั่วคราว 2 – 3 เดือน ซึ่งทำให้เรามีเวลาทำอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ถ้าเป็นช่วงปกติอย่างปีที่แล้ว เดือนนึงผมมี 20 งานได้ ยิ่งช่วงที่เพลง อ้าว อยู่ในกระแสผมทัวร์กระจายเลย เราเคยย้ายจังหวัดจนบางวันตื่นมาในโรงแรมแล้วจำไม่ได้ว่าตัวเองอยู่จังหวัดอะไร ตื่นมาแล้วจะมีช่วงช็อกว่า เราอยู่ที่ไหน วันนี้วันที่เท่าไหร่

สุดท้ายแล้วการทำงานสำหรับผมเป็นการเติมความสัมพันธ์กับคนในด้านอื่น กับเพื่อนร่วมงาน กับแฟนเพลง เราได้รับความรักจากตรงนั้นค่อนข้างเยอะ การได้อยู่กับวงกับทีมทำเพลงที่ชอบอะไรเหมือนกัน เข้าใจกัน การได้ไปเจอแฟนเพลงที่เขาพร้อมจะให้ความรักกับเราโดยที่เราไม่ต้องขอ เขาเข้ามาหาเรา เขาอยากถ่ายรูปกับเรา อยากมาดูเราโชว์ มันเป็นความรักอีกรูปแบหนึ่งซึ่งทำให้เราไม่เหงาในช่วงเวลาที่เราควรจะเหงาหรือควรจะแย่

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์ อะตอม ชนกันต์

3.

สุขภาพช่วงนี้

ช่วงนี้แม้การงานอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่คุณต้องระวังเรื่องสุขภาพ
เนื่องจากงานที่ถาโถมเข้ามาอาจทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อน

ช่วงนี้ชีวิตโหยหาอะไรบ้างไหม

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอหมาที่บ้าน (หัวเราะ) แต่ก่อนใช้เวลากับหมาเยอะ ช่วงนี้ก็โหยหาเรื่องเวลา เวลากับครอบครัว เวลากับเพื่อน ซึ่ง 2 – 3 เดือนนี้ได้กลับไปใช้เวลาบ้าง ได้กลับบ้านบ้าง แต่อย่างว่า เรามีงานต้องทำ มันไม่เหมือนแต่ก่อนที่เราได้กลับบ้านไปเจอพ่อแม่ทุกวัน ได้พูดคุยกับแต่ละคนในบ้านว่าแต่ละวันเป็นยังไง วันนี้ไปทำอะไรมา ได้เลี้ยงหมา ให้ข้าวให้น้ำมัน หรืออารมณ์แบบได้เจอเพื่อน ได้มีคนรักในช่วงเวลาที่เราไม่ได้ทำงานแบบนี้ ซึ่งเราก็ไม่รู้จะได้กลับไปมีช่วงเวลาแบบนั้นอีกหรือเปล่า เพราะว่าชีวิตเราเดินมาทางนี้แล้ว สิ่งเหล่านั้นก็เป็นอะไรที่โหยหา

การทำงานโดยไม่ได้ให้เวลากับคนที่บ้านหรือคนรอบข้างไม่ได้หมายความว่าเราเห็นแก่ตัวใช่ไหม

คงไม่ใช่อย่างนั้น และผมคิดว่าถ้าคนรักกัน อย่างครอบครัวผม เขาไม่มีทางพูดแบบนั้นกับผม เพราะเขารู้ว่าแต่ละคนมีความฝันของตัวเอง ทุกคนมีชีวิตของตัวเองที่ต้องใช้ เพราะว่าทุกคนในวัยหนุ่มสาวควรได้ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองอยากใช้อยู่แล้ว

แล้วช่วงนี้สิ่งสำคัญในชีวิตคืออะไร เปลี่ยนไปไหมจากแต่ก่อน

ตอนนี้เราเริ่มรู้แล้วว่าสุขภาพร่างกายที่ดี ในการที่เราจะมีชีวิตยืนยาวอยู่กับคนที่เรารักนั้นสำคัญมากจริงๆ คนที่เราคิดว่าเขาจะอยู่กับเราไปตลอด อย่างผู้ใหญ่ที่บ้านผม คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายก็เริ่มแก่ลงทุกวัน เขาเริ่มป่วยกันแล้ว แล้วผมได้ใช้เวลากับเขาน้อย เราก็คิดว่าจะได้อยู่เจอกันไปอีกนานเท่าไหร่

คือพอเราออกมาโลดแล่นข้างนอกบ้าน ทำให้เรารู้ว่าพวกเขาสำคัญขนาดไหน เพราะว่าเราคิดถึงและเราเป็นห่วง นั่นคือเรื่องที่ผมมองว่ามันต้องแลก เวลาที่อยู่กับเขาอาจจะน้อยลง แต่จะให้ทิ้งตรงนี้ไปมันก็ลำบากสำหรับเรา สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือบาลานซ์ชีวิตสองฝั่งให้มันเข้าหากันมากขึ้น

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์

นอกจากเรื่องเพลง ช่วงนี้ชีวิตกำลังอินกับอะไร

แหม่ เรามาเจอกันในช่วงที่ชีวิตมันวนอยู่กับการทำเพลง พูดไปมันก็จะไปเข้าเรื่องเพลงอีก ปริมาณงานหรือปริมาณสิ่งที่เราต้องทำเรื่องนี้มันเยอะมากจนเราลืมเรื่องอื่นๆ ไปเยอะเหมือนกัน แต่เท่าที่จำได้ ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้ผมมีความสุขแล้วก็อยู่กับมันได้นาน สิ่งนั้นก็คือดนตรี ทุกอย่างที่เราทำมาตลอดชีวิตตั้งแต่เด็ก สุดท้ายก็มีดนตรีเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ แล้วมันก็ค่อยๆ ขยายจนเป็นส่วนที่ใหญ่ขึ้นมาในชีวิต

ถ้าถามว่าตอนนี้อินอะไรก็คงเป็นการเขียนเพลงใหม่ๆ  เพราะเราไม่มีเวลานั่งเฉยๆ เขียนเพลงมานานแล้ว เพราะฉะนั้นช่วงนี้ที่อินมากๆ ก็คือการได้อยู่กับตัวเองแล้วคิดอะไรใหม่ๆ ออกมา ได้ฟังเพลงใหม่ๆ ซึ่งเพลงใหม่ในที่นี้อาจจะไม่ใช่เพลงที่เพิ่งออก แต่อาจจะเป็นเพลงเก่ามากๆ ที่เราเพิ่งเคยฟัง สร้างความรู้สึกใหม่ๆ ให้เรา สร้างรสนิยมที่ดีในการฟังเพลงให้กับตัวเองมากขึ้น

ช่วงนี้มีเพลงไหนที่คุณฟังแล้วรู้สึกคุณตื่นเต้นเป็นพิเศษบ้างมั้ย

ผมฟังเพลงจับฉ่ายมากเลย ล่าสุดผมชอบเพลง Still Feel Like Your Man ของ John Mayer ตื่นเต้นว่า จอห์น เมเยอร์ เป็นแบบนี้แล้ว เพลงนี้ผมค่อนข้างชอบเพราะเพลงมันเป็นกรู๊ฟทีสนุกแต่เนื้อหามันเศร้า สำหรับผม ถึงเขาอาจจะไม่ได้เป็นต้นแบบให้ผมขนาดนั้น แต่งานเขาก็ส่งผลกับเราไม่มากก็น้อย เพราะเราก็ฟัง

แต่คนที่เรายกให้เป็นไอดอลหรือเป็นยานแม่ของผมคือ Amy Winehouse ผมชอบเขามากๆ แต่คนเก่งก็ตายกันเร็วเหลือเกิน เสียดาย แล้วผมก็พบว่าตัวเองมีส่วนคล้ายเขาในเรื่องของการที่เพลงมันส่วนตัวมากๆ ผมไปดูหนังสารคดีของเอมี่ แล้วก็รู้ว่าแต่ละเพลงคือเรื่องจริง เพลงคือชีวิตเขา คำที่เขาใช้หรือว่าวิธีการเล่าเรื่องมันจริงไปหมด ซึ่งเราก็มีความเป็นอย่างนั้นอยู่ แล้วก็เป็นห่วงตัวเองเหมือนกันว่าถ้ายังขับเคลื่อนด้วยความเศร้าอย่างนี้ไปเรื่อยๆ มันอาจจะไม่ดีนักในอนาคต

แล้วทุกวันนี้เวลาร้องเพลงที่บันทึกความเจ็บปวด คุณยังเจ็บปวดไหม

ทุกครั้งที่ร้องมันก็กลับมาแหละ แต่มันก็จบอยู่บนเวที ถึงเวลามันก็ค่อยๆ จางไป ที่เรารู้สึกว่ามันเข้มข้นหนาแน่นในช่วงแรกๆ สุดท้ายมันก็รู้สึกน้อยลง คือเราจำได้นะ และคงไม่มีใครลืมเรื่องพวกนี้ แต่ว่าความรู้สึกมันไม่ได้รุนแรงเท่าช่วงแรก มันกลายเป็นอารมณ์ใหม่ๆ เวลาเราร้องกับคนฟังเยอะๆ เพลงมันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแล้ว มันเป็นเรื่องส่วนของเรากับส่วนของคนฟัง ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีเรื่องที่ตรงกับเพลงผม ตอนที่ทุกคนร้องเพลงด้วยกันมันเป็นโมเมนต์ที่เราได้แชร์ เรื่องของเราที่ส่งไปหาคนฟังมันสะท้อนเรื่องของเขากลับมา

ตรวจดวงชะตาช่วงนี้ของ อะตอม ชนกันต์

Writer

Avatar

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load