ต้องมีสักครั้งที่ไปญี่ปุ่นแล้วถ่ายรูปฝาท่อสวยๆ กลับมาด้วย ถ้าเพื่อนไม่ห้ามเสียก่อน คงมีภาพเซลฟี่นอนพื้นกับฝาท่อกลับมาฝากทุกคนแน่ๆ

ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่คิดเหมือนกันว่าอยากเห็นฝาท่อสีๆ แบบนี้ในบ้านเราเยอะๆ บ้าง ยินดีด้วย ตอนนี้มีโรงงานผู้ผลิตฝาท่อในประเทศไทยที่ทำแบบนั้นได้แล้ว

ทายาทรุ่นสอง นวกาญจน์โลหะชลบุรี โรงงานเหล็กหล่อผู้ผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในไทย

ครั้งแรกที่เห็นรูปฝาท่อลายแปลกตาสีสดใสที่สยามสแควร์ แล้วรู้ว่าเป็นฝีมือผู้ผลิตในไทย ทีมเดียวกับที่ทำฝาท่อลายหอคอยที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เราก็รีบนัดหมาย ภูริทัต เจียมบรรจง และ อัชฌาวดี เจียมบรรจง สองพี่น้องทายาทรุ่นสองของ บริษัท นวกาญจน์โลหะชลบุรี จำกัด โรงงานหล่อเหล็กผู้ผลิตฝาท่อ ตะแกรง และรางระบายน้ำ เจ้าใหญ่ในภาคตะวันออก

ถ้าใครเดินเท้าตามท้องถนนแล้วมีภาพจำไม่ดีกับฝาท่อระบายน้ำ หรือตะแกรงที่เดินแล้วต้องกลั้นหายใจตาม เพราะกลัวทำเหรียญตกระหว่างเดิน เรื่องการรับช่วงต่อของทายาทโรงงานผลิตฝาท่อจะทำให้ทุกคนเปลี่ยนไป

ภูริทัต เจียมบรรจง และ อัชฌาวดี เจียมบรรจง สองพี่น้องทายาทรุ่นสองนวกาญจน์โลหะชลบุรี

แม้ไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจที่อ่านแล้วทำให้อยากลุกขึ้นไปสั่งฝาท่อลายที่ออกแบบเองทันที แต่อดปลื้มใจตามไม่ได้ ถ้าภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยากจะสร้างอัตลักษณ์ใหม่ๆ หรือหากชุมชนเล็กๆ ห่างไกลจะลงขันกันสร้างฝาท่อประจำท้องถิ่นขึ้นมา การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจก็คงครึกครื้น

หรือถ้าคุณเป็นทายาทของธุรกิจครอบครัวที่ทำตลาดเฉพาะกลุ่ม แล้วอยากรู้ว่าจะขยายกลุ่มลูกค้าหรือเพิ่มโอกาสต่อยอดธุรกิจอย่างไรในยุคของคุณ เรื่องราวจากพี่น้องคู่นี้ต้องจุดประกายในใจคุณแน่ๆ

นอกจากฝาท่อสีๆ ภูริทัตและอัชฌาวดีมีแผนงานรับช่วงต่อโรงงานหล่อเหล็กฝาท่ออย่างไร มาฟังกัน

ภูริทัต เจียมบรรจง และ อัชฌาวดี เจียมบรรจง สองพี่น้องทายาทรุ่นสองนวกาญจน์โลหะชลบุรี

ธุรกิจ: บริษัท นวกาญจน์โลหะชลบุรี จำกัด (พ.ศ. 2539)

ประเภท: โรงงานหล่อเหล็ก รับผลิตฝาท่อ ตะแกรง และรางระบายน้ำ

อายุ: 23 ปี

เจ้าของและผู้ก่อตั้ง:  คุณสมชาย เจียมบรรจง และคุณกิรณี เจียมบรรจง

ทายาทรุ่นที่สอง: คุณภูริทัต เจียมบรรจง และคุณอัชฌาวดี เจียมบรรจง

ระวัง! พื้น…น่ารัก

เมื่อออกเดินทางท่องเที่ยว คนส่วนใหญ่จะสนใจและสังเกตดูตึก วิว และทิวทัศน์แปลกตา เป็นหลัก

แต่ครอบครัวเจียมบรรจง เขาชอบดูพื้น

“ตั้งแต่เด็กแล้ว เราชอบดูว่าเขาใช้ฝาท่อแบบไหน ใช้เหล็กอะไร ประเทศในยุโรปจะเป็นเหล็กลวดลายพื้นๆ ไม่มีสี ขณะที่ของญี่ปุ่นเป็นลวดลายน่ารักที่เป็นเอกลักษณ์แต่ละเมือง และเป็นสีๆ ทุกคนรู้ว่าญี่ปุ่นมี แต่ไม่มีใครคิดว่าคนไทยก็ทำได้

ที่ผ่านมา อาจจะมีฝาท่อสีให้เห็นบ้าง แต่เป็นการนำเข้ามาจากประเทศอื่นซึ่งราคาสูงกว่า ถ้าเราผลิตเองได้ก็คงจะดี” อัชฌาวดีเล่าความฝันที่อยากทำฝาท่อสีๆ ให้เกิดขึ้นจริงในบ้านเรา

ทายาทรุ่นสอง นวกาญจน์โลหะชลบุรี โรงงานเหล็กหล่อผู้ผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในไทย

“โรงงานเราก็ทำฝาท่อมีลวดลาย แต่ยังไม่เคยลงสีจริงจัง เช่น ลายต้นมะพร้าว สัญลักษณ์ของเมือง ใช้กับถนนริมหาดพัทยา จนเมื่อสองปีที่แล้วผมได้รู้จักกับอาจารย์จากสาขาวิชาวิศวกรรมโลหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งมาช่วยให้คำแนะนำเรื่องเหล็กหล่อในธุรกิจ อาจารย์ก็แนะนำให้รู้จักโครงการ ITAP โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย หน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เราจึงเข้าร่วมโครงการ และเลือกทำเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากนั้นเริ่มศึกษาเรื่องสีที่เหมาะสมกับการทำบนฝาท่อจริงจัง” ภูริทัตเล่าที่มาของการผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในประเทศ

ทายาทรุ่นสอง นวกาญจน์โลหะชลบุรี โรงงานเหล็กหล่อผู้ผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในไทย

ไม่ใช่การทาสี แต่เป็นการลงสีที่มีส่วนผสมพิเศษ เพื่อให้สียึดเกาะกับเนื้อเหล็ก ลักษณะแข็งเหมือนหิน โดยสีมาจากบริษัทที่น่าเชื่อถือในประเทศไทย ที่พัฒนาสูตรร่วมกัน โดยสองพี่น้องทายาทรุ่นสองของ บจก.นวกาญจน์โลหะชลบุรี มีโจทย์ในใจว่า ไม่ว่าใครจะออกแบบลวดลายอะไร พวกเขาตั้งใจจะหลอมและผลิตขึ้นมาใหม่ให้ได้

เรื่องพื้นไม่พื้นๆ

ใครอาจจะคิดว่าไม่สำคัญเพราะอยู่กับพื้น แต่ภูริทัตและอัชฌาวดีเชื่อว่าสิ่งบนพื้นนี่แหละที่สร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ๆ ได้

เมื่อโจทย์คือการเพิ่มคุณค่าให้ฝาท่อเป็นมากกว่าฝาท่อ

ฝาท่อสีชุดแรกฝีมือนวกาญจน์โลหะชลบุรีคือ ฝาท่อลายหอคอยประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ก่อนตามมาด้วยฝาท่อสีลวดลายต่างๆ ให้คนที่มาออกตามหา ถ่ายรูป เช็กอิน

และล่าสุดคือ ผลงานฝาท่อที่สยาม

ทายาทรุ่นสอง นวกาญจน์โลหะชลบุรี โรงงานเหล็กหล่อผู้ผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในไทย

“ตอนที่เริ่มทำฝาท่อสีเป็นรูปเป็นร่างจนทำชิ้นแรกให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เราก็มีความตั้งใจเล็กๆ อยากทำสิ่งนี้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะผูกพันกับสยามสแควร์มาตั้งแต่เด็ก และคิดว่าเป็นจุดที่คนทั่วไปจะพบเจอได้ง่าย โชคดีที่ทางจุฬาฯ สนใจและติดต่อเข้ามาพอดี เนื่องจากมีโครงการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์บางส่วนในสยาม คอนเซปต์คือ Siam Smart City เริ่มจากจัดประกวดให้นิสิตออกแบบฝาท่อในสยาม” อัชฌาวดี อดีตนักเรียนเตรียมอุดมและนิสิตคณะอักษรศาสตร์เล่า

เราถามทั้งคู่ถึงความรู้สึกที่เห็นฝาท่อสี่เหลี่ยมของตัวเองในลวดลายสยามสแควร์ยุคใหม่ กระจายอยู่บนพื้นถนน 10 จุด ทั่วสยามสแควร์

“ดีใจมาก ถนนที่เราเดินทุกวันสมัยเรียน ตอนนี้มีฝาท่อที่เราทำ” อัชฌาวดีตอบ

“ภูมิใจ เพราะตรงนี้เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของกรุงเทพฯ และเราก็อยากขยายไปที่อื่นๆ อีก” ภูริทัตเสริม

ฝาท่อเดิมๆ ถูกเปลี่ยนหน้าตาให้น่ามองด้วยลวดลายและสีสัน แม้จะเป็นงานเหล็กแต่พวกเขามองสิ่งนี้เป็นงานฝีมือและงานศิลปะที่คงไว้ซึ่งความละเอียดและคุณค่าในตัวมันเอง เพราะสื่ออัตลักษณ์บางอย่างของสถานที่และเรื่องราวของชุมชนได้ “เป็น The story can tell beneath your feet” อัชฌาวดีเล่า

นี่ไม่ใช่เรื่องพื้นถนนระดับภาครัฐเท่านั้น แต่ชุมชนเล็กๆ อาจจะรวมตัวและรวมเงินกันสร้างแลนด์มาร์กฟื้นชีวิตชีวาของเมืองอย่างน่ารักขึ้นมาได้ด้วย จริงอยู่ที่น้อยคนจะสนใจก้มมองพื้น แต่สิ่งนี้ก็มีอยู่เพื่อบอกว่าเรามาจากพื้น และยืนอยู่บนพื้น

ทายาทรุ่นสอง นวกาญจน์โลหะชลบุรี โรงงานเหล็กหล่อผู้ผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในไทย

พื้นหลังสีฝุ่น

“พวกเราโตมากับฝุ่นของแท้เลย สนุกดี เป็นเด็กที่บ้านมีทราย มีหิน ให้เล่นเยอะมาก งานที่ช่วยทำได้ ถ้าไม่คอยรับโทรศัพท์ในออฟฟิศ ก็จะไปเล่นลงสีกันสนิมกับพี่คนงาน และปั้นทรายเป็นก้อนกลมเพื่อให้เหล็กที่หล่อออกมาเป็นรูๆ” อัชฌาวดีเล่าถึงความทรงจำที่มีต่อธุรกิจของครอบครัว

แม้จะเรียนต่อในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทายาลัย เพราะที่บ้านเปิดให้เลือกมีชีวิตตามใจ เธอก็ยังอยากมีความรู้เรื่องธุรกิจเป็นพื้นฐานเพื่อกลับมาทำธุรกิจที่บ้าน จึงตัดสินใจเรียนต่อวิชาการจัดการที่ประเทศอังกฤษ ต่อมาทำงานในสายด้านการขายในบริษัทระดับชาติ เพราะต้องการเรียนรู้ระบบการทำงานในองค์กรใหญ่ที่มีคนหลายร้อยคน เพื่อเปรียบเทียบวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทไทยและต่างชาติ จนรู้ว่าตัวเองเหมาะกับบรรยากาศแบบไหน ก่อนกลับมาช่วยทำธุรกิจที่บ้าน โดยนำระบบที่เรียนรู้จากข้างนอกมาปรับใช้ ซึ่งบางอย่างก็ทำได้ บางอย่างก็ทำไม่ได้

ภูริทัต เจียมบรรจง และ อัชฌาวดี เจียมบรรจง สองพี่น้องทายาทรุ่นสองนวกาญจน์โลหะชลบุรี

“เรารู้ตัวมาตลอดว่าสนใจงาน Operation ยอดขายเกิดจากแผนการขายและการตลาดที่ดีก็จริง แต่ในความเป็นจริงทุกอย่างจะเกิดขึ้นไม่ได้หากระบบภายในไม่ดี ซึ่งเกี่ยวกับการ Operation สมัยเรียนปริญญาโท เคยทำงานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในลอนดอน เป็นร้านเล็กๆ ที่ขายดีมาก และโต๊ะไม่เคยว่างเลย เราอาศัยช่วงที่ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟสังเกตความเป็นไปในร้าน เช่นวิธีการบริหารจัดการที่นั่งในร้านให้รับรองลูกค้าต่อได้ทันทีโดยใช้เวลาน้อยที่สุด ซึ่งถ้าระบบหลังบ้านดี เราจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่ควรทำ” อัชฌาวดีเล่าประสบการณ์ฝึกงานที่ติดมาใช้กับการบริหารธุรกิจสายแมนๆ อย่างโรงหล่อเหล็ก

ขณะที่ภูริทัตใฝ่ฝันอยากเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ต่อมาพบว่าวิชาบริหารธุรกิจก็สำคัญไม่แพ้กัน จึงตัดสินใจเรียนปริญญาตรีและโทด้านการตลาดที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ภูริทัต เจียมบรรจง และ อัชฌาวดี เจียมบรรจง สองพี่น้องทายาทรุ่นสองนวกาญจน์โลหะชลบุรี

“หลังจากเรียนจบเรามาลุยงานที่โรงงานเลย เห็นปัญหาว่าธุรกิจเติบโตกว่านี้ไม่ได้เพราะโครงสร้างภายในและอำนาจการตัดสินใจที่ขึ้นอยู่กับพ่อและแม่ จึงอยากเข้ามาเปลี่ยนแปลงทำให้ทุกอย่างเป็นระบบ โดยงานที่ได้รับมอบหมายช่วงแรกคือเดินสายไปหาลูกค้าและหาตลาดใหม่ๆ”

เหล็กหล่อ-สปอร์ต-ใจดี-ชลบุรี

ฝาท่อไม่ใช่สินค้าที่ลูกค้าจะใช้บ่อยๆ เพราะทำจากเหล็กที่มีอายุการใช้งานนาน

สิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาคือ คุณภาพ เพราะความซื่อสัตย์ที่มีต่อลูกค้า ทำให้ธุรกิจของครอบครัวไม่เคยมีชื่อเสียงด้านลบเลยตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

ภูริทัตเล่าว่า ธุรกิจในยุคของพ่อและแม่ไม่ได้คิดขยายฐานลูกค้า เพราะเดิมก็มีลูกค้าเพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจอยู่ได้ แต่เมื่อมาถึงรุ่นภูริทัต เขาเริ่มนำมาตรฐานการผลิตมาใช้ พร้อมๆ กับหาตลาดและโอกาสใหม่ๆ ให้ธุรกิจ

ทายาทรุ่นสอง นวกาญจน์โลหะชลบุรี โรงงานเหล็กหล่อผู้ผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในไทย

เพราะอยากเข้าใจฝาท่อให้มากกว่าที่เคย เราขอให้พวกเขาปูพื้นฐานวิชาฝาท่อ 101 เล็กน้อย เพื่อทำความเข้าใจการรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัวนี้

ประเภทของฝาท่อ นอกจากลักษณะฝากลม ฝาเหลี่ยม ยังแบ่งตามประเภทของเหล็กที่ใช้ ได้แก่ เหล็กหล่อ กับ เหล็กหล่อเหนียว ซึ่งมองจากภายนอกเป็นเหล็กเหมือนกันแต่ต่างกันตรงที่ความแข็งแรงและความยืดหยุ่น รวมถึงการรับน้ำหนัก ฝาท่อจะเหล็กหล่อจะแข็งแรงคงทนกว่าและน้ำหนักต่อชิ้นมีมากกว่า ขณะที่เหล็กหล่อเหนียวมีความยืดหยุ่นมากกว่า จะเลือกใช้ประเภทไหนขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่นฝาท่อที่ทางเท้าใช้ฝาท่อที่รับน้ำหนัก 2 ตัน ก็เพียงพอ หรือฝาท่อที่ใช้กับถนนมีรถบรรทุกวิ่งผ่านก็ต้องรับน้ำหนักมากกว่าฝาท่อถนนทั่วไป นอกจากนี้ ยังแยกประเภทการใช้งานว่าระบายน้ำหรือแค่ปิดให้รู้ว่าเป็นจุดซ่อมบำรุง ไม่ได้มีน้ำไหลผ่าน 

ทายาทรุ่นสอง นวกาญจน์โลหะชลบุรี โรงงานเหล็กหล่อผู้ผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในไทย

งานของ บจก. นวกาญจน์โลหะชลบุรีคือ รับผลิตฝาท่อและตะแกรงที่ใช้ในโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานอาคารหรืองานถนน โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการระบายน้ำรวมถึงโครงการที่กรุงเทพมหานครมีแผนจะนำสายไฟทั้งหมดลงดินภายใน 5 ปี ทางบริษัทก็มีการผลิตให้เป็นจำนวนมาก รวมถึงฝาท่อตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

มองหาตลาดใหม่ๆ แม้สินค้าและบริการของครอบครัวตอบตลาดเฉพาะกลุ่ม

ปัญหาที่ทายาทรุ่นสองมักเจอเหมือนกันคือ ทุกอย่างที่เป็นอยู่ก็ดูจะไปได้ดีอยู่แล้ว เราควรจะวางตัวเองอยู่ตรงไหนในธุรกิจครอบครัว

“ไม่มีใครมาบอก” ภูริทัตรีบเล่า

ภูริทัต เจียมบรรจง และ อัชฌาวดี เจียมบรรจง สองพี่น้องทายาทรุ่นสองนวกาญจน์โลหะชลบุรี

“การทำงานข้างนอกมี Job Description เราแค่ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่เมื่อมาทำงานที่บ้าน ไม่ใช่แค่ทำ แต่เราต้องคิดว่าเราต้องทำอะไร ไม่พอ ยังต้องวัดผลตัวเองโดยไม่มีใครมาบอกเรา” อัชฌาวดีเสริม

บจก. นวกาญจน์โลหะชลบุรีในมือของภูริทัตและอัชฌาวดีให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การมองหาตลาดใหม่ๆ การทำข้อมูลให้เป็นระบบ และการเปลี่ยนการสื่อสารภายในบริษัท

“ธุรกิจนี้มันโปรโมตให้ใครรู้จักยากมากเลย เมื่อก่อนลูกค้ามาจากการแนะนำบอกต่อๆ กันมา แต่วันนี้ลูกค้าใหม่ๆ มาจากการค้นหาในอินเทอร์เน็ต” ภูริทัตหยิบแคตตาล็อกรวมฝาท่อปีล่าสุดให้เราดู

ทายาทรุ่นสอง นวกาญจน์โลหะชลบุรี โรงงานเหล็กหล่อผู้ผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในไทย

2 ปีที่แล้ว ภูริทัตตัดสินใจทำเว็บไซต์ใหม่ ถ่ายรูปทำแคตตาล็อกใหม่ให้ดูง่ายและทันสมัย ลงทุนไม่น้อยกับการทำตลาดออนไลน์ จนติด SEO ที่ทำให้ใครก็ตามที่ค้นหาผู้ผลิตฝาท่อระบายน้ำ จะเจอ บจก. นวกาญจน์โลหะชลบุรีเป็นลำดับต้นๆ เรื่อยไปจนถึงการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ที่ดูจะไม่เข้ากับธุรกิจรับผลิตฝาท่อ แต่ก็ให้ผลตอบรับที่ดีไม่น้อย เพราะทายาทรุ่นสองของบริษัทรับเหมา ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของโรงหล่อ มีวิถีการเสพสื่อและค้นหาผู้ผลิตที่เปลี่ยนไป

ต่อให้มีสินค้าแค่ ฝาท่อ ตะแกรง รางระบายน้ำ ก็ต้องบันทึกข้อมูล เพื่อให้การทำงานมีระบบ

เมื่อภูริทัตเริ่มนำระบบบริหารจัดการคุณภาพหรือ ISO มาใช้ในบริษัท เขาจึงจำเป็นต้องเก็บบันทึกข้อมูลลูกค้า ซัพพลายเออร์ และสินค้าของบริษัท พร้อมๆ กับจัดกลุ่มประเภทของสินค้า ฝาท่อ ตะแกรง รางระบายน้ำบนรถไฟฟ้า และอื่นๆ โดยมีเอกสารที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน เป็นการเปลี่ยนวิธีการทำงานภายในอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนภูริทัตได้รู้เนื้องานที่แท้จริงของแต่ละส่วน ทำให้กำหนดการวัดผลและเป้าหมายที่เป็นไปได้จริง ไปจนถึงมีวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะในแต่ละแผนก ที่หากพบข้อผิดพลาด ต้องทำรายงานพร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหา ทั้งหมดนี้กระตุ้นให้ทุกคนตื่นตัวและไม่กลัวต่อการเปลี่ยนแปลง

อีกวิธีการทำงานที่อัชฌาวดีได้จากการทำงานนอกบ้าน คือการสื่อสารกับทีมงานผ่านการประชุมรายสัปดาห์ หรือการประชุมถี่กว่านั้น พวกเขาให้ความสำคัญกับการพูดคุยกับพนักงานให้พนักงานมีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน รวมถึงเป้าหมายเรื่องส่วนตัวด้วย มีการพูดคุยถึงงานที่ทำสำเร็จในปีที่ผ่านมา สิ่งที่อยากทำ มีอะไรอยากให้บริษัทช่วย ที่จะทำให้เขามีความสุขมากขึ้น

ทายาทรุ่นสอง นวกาญจน์โลหะชลบุรี โรงงานเหล็กหล่อผู้ผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในไทย
ทายาทรุ่นสอง นวกาญจน์โลหะชลบุรี โรงงานเหล็กหล่อผู้ผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในไทย

ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ มีปัญหาขาดแรงงานมีฝีมือในกระบวนการผลิต สองพี่น้องทายาทรุ่นสองของโรงงานหล่อเหล็ก เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการสร้างคุณค่าในตัวเองให้คนทำงานด้วยการเปลี่ยนแรงงานให้เป็นครูช่างฝีมือ เปลี่ยนความรู้สึกคนใช้แรงงานให้เป็นผู้ถ่ายทอดวิชา เป็นหัวหน้าสอนงาน

“แอบเห็นว่าคนงานเขาภูมิใจเล็กๆ ที่เขาสอนคนงานใหม่ๆ ให้ทำงานเป็นได้” อัชฌาวดียิ้ม

กองเหล็กแข็งๆ ทื่อๆ สีทึมๆ อาจไม่ใช่เรื่องน่าอวด แต่ก็ทำให้น่ารักขึ้นได้

อัชฌาวดีเล่าว่า คนสมัยก่อนทำงานหนักเพื่อสร้างสิ่งหนึ่งที่พวกเขาเชื่อขึ้นมา แต่การจะทำให้บริษัทเติบโตขึ้นไม่ใช่แค่ทำงานให้ดีอย่างตั้งใจอีกต่อไป แต่ยุคนี้เป็นเรื่องการบริหารเงินและบริหารคนให้ถูกจุด

“บริหารเงิน จะเลือกลงทุนกับอะไร ลดขั้นตอนการทำงานบางอย่างเพื่อเพิ่มเวลาให้คนไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้นไหม ขณะที่บริหารคนหมายรวมถึงการสร้างคนให้เขามองเห็นเป้าหมายเดียวกับเรา มีส่วนรวมกับบริษัท มองหาศักยภาพของคนให้ออก วางคนให้ถูกกับงาน ตอนแรกก็งง เริ่มเอาข้อมูลมาใช้วัดผล เห็นตัวเลขเพื่อตัดสินใจปรับแผน”

ภูริทัต เจียมบรรจง และ อัชฌาวดี เจียมบรรจง สองพี่น้องทายาทรุ่นสองนวกาญจน์โลหะชลบุรี

ยอดขายที่เติบโตเป็นเท่าตัวภายในเวลา 2 ปี ที่ทั้งสองมาทำงานร่วมกัน ก็ทำให้พ่อแม่เชื่อใจ

“คนรุ่นลูกอาจจะคิดสิ่งใหม่ๆ แต่คนรุ่นพ่อแม่ก็มีความรอบคอบมากกว่าเรา” ภูริทัตกล่าว

“พ่อเคยบอกว่า ถ้าเขาทำได้มากกว่าที่ปู่ทำสักสิบเท่า เขาก็โอเคแล้ว เราก็คิดว่าอยากทำให้ได้เป็นสิบเท่าของที่พ่อและแม่ทำเช่นกัน ให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตขึ้นไป กองเหล็กแข็งๆ ทื่อๆ สีทึมๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องน่าอวด แต่เราทำให้น่ารักขึ้นได้จริงไหม” อัชฌาวดีทิ้งท้าย

ทายาทรุ่นสอง นวกาญจน์โลหะชลบุรี โรงงานเหล็กหล่อผู้ผลิตฝาท่อสีเจ้าแรกในไทย

บจก. นวกาญจน์โลหะชลบุรี พ.ศ. ๒๕๓๙

เริ่มจากคุณปู่เป็นคนจีน เสื่อผืนหมอนใบมากับเรือสำเภาและย้ายชีวิตมาตั้งรกรากที่ประเทศไทย ทำงานรับจ้างจนเปิดโรงกลึงทำชิ้นส่วนเครื่องจักรเล็กๆ แถวเชียงกง ในกรุงเทพ ชื่อ หจก. เจียมตงกี่ (พ.ศ. 2490) ต่อมารุ่นคุณพ่อย้ายไปตั้งโรงงานที่ชลบุรี รับผลิตสินค้าฝาแมนโฮล ตะแกรง ชิ้นส่วนเครื่องจักร ก่อนเปลี่ยนและจัดตั้งบริษัทในชื่อ นวกาญจน์โลหะชลบุรี (พ.ศ. 2539) ต่อมาเริ่มมีลูกค้าติดต่อให้ทำฝาท่อระบายน้ำ เรื่อยมาจนปัจจุบันรับผลิตฝาท่อกับตะแกรงเป็นหลัก ภูริทัตเล่าว่า ความซื่อสัตย์ที่มีต่อลูกค้าทำให้ธุรกิจของครอบครัวไม่เคยมีชื่อเสียงด้านลบเลยตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

ขอบคุณสถานที่

ร้าน The Blooming Gallery 

ชั้น 1 Lido Connect

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ธุรกิจ : พรพรรณเบเกอรี่

ประเภทธุรกิจ : โรงงานผลิตขนมปัง

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2503

อายุ : 62 ปี

ผู้ก่อตั้ง : ชัยยุทธ ตรีเสน่ห์จิต

ทายาทรุ่นสอง : ธัญญนันทน์ ตรีเสน่ห์จิต Chapter 9

ณ ถนนเอกชัย เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดสมุทรสาคร ชุมชนเก่าแก่ ย่านการค้า และเขตอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์ โรงงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ ‘พรพรรณเบเกอรี่’ โรงงานขนมปังที่มีอายุกว่า 62 ปี

ก่อตั้งโดย คุณพ่อชัยยุทธ ตรีเสน่ห์จิต จากความคิดที่ว่า ธุรกิจโรงงานขนมในยุคนั้นมีคู่แข่งน้อยและเป็นที่ต้องการสูง จึงเก็บหอมรอมริบและนำเงินทั้งหมดมาเปิดโรงงานผลิตขนมปัง เริ่มต้นครั้งแรกที่ตลาดพลูเมื่อ พ.ศ. 2503 ก่อนจะย้ายมาที่ซอยเอกชัย 48 เมื่อ พ.ศ. 2510

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

ลูกค้าของพรพรรณเบเกอรี่โดยมากเป็นธุรกิจที่ใช้ขนมปังเป็นส่วนประกอบ ไม่ใช่ผู้บริโภคโดยตรง เช่น ร้านขายไอศกรีม ร้านขายขนมปังปิ้ง สืบเนื่องธุรกิจมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง เอ๋-ธัญญนันทน์ ตรีเสน่ห์จิต ลูกสาวคนสุดท้อง เข้ามาต่อยอดพรพรรณเบเกอรี่ จากที่ส่งออกขายแค่ตามท้องตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอด จากชื่อของพรพรรณเบเกอรี่ที่อาจจะไม่ค่อยถึงหูผู้บริโภค มาเป็น ‘Chapter 9’ ธุรกิจคาเฟ่ขนมปังของคนรุ่นใหม่ พัฒนาสูตรหลากหลาย และตั้งใจสร้างแบรนด์เพื่อสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง

ปัจจุบัน ด้านหน้าซอยเอกชัย 48 จะเห็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ของพรพรรณและโรงงานอยู่ด้านหลัง ถัดมาอีกหน่อยจะเจอร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องดินเผาสีน้ำตาล ด้านหลังมีอาคารสีขาวเป็นแบกกราวนด์ ให้ความรู้สึกเหมือนขนมปังสดใหม่ในถุงกระดาษ เช่นเดียวกับ Winning Product ของร้านคือ ‘โชกุปัง’

ฉันมีโอกาสได้มานั่งคุยกับเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังถึงความสำเร็จของ Chapter 9 ซึ่งเธอบอกว่า 

“การเป็นทายาทรุ่นสองของเอ๋มันไม่ง่ายเลย”

ทุกอย่างมีจังหวะของมัน 

เอ๋มีพี่น้องทั้งหมดรวมตัวเองด้วยเป็น 9 คน เธอเป็นคนสุดท้อง แน่นอนว่าการเป็นทายาทรุ่นสอง ทั้งที่เป็นน้องเล็กสุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ก่อนหน้านี้เอ๋ทำงานเอเจนซี่โฆษณา แต่ด้วยอายุงานที่มากขึ้นจึงอิ่มตัว เธอจึงหาความท้าทายโดยเริ่มเรียนทำขนมในช่วงเสาร์อาทิตย์ เพราะคิดว่าถ้าวันหนึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งนี้จริง ๆ ก็อยากจะลองดูสักตั้ง

เอ๋ตัดสินใจลางาน 3 เดือน เพื่อไปทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟที่ Le Cordon Bleu ก่อนจะกลับมาทบทวนและตัดสินใจคุยกับที่บ้านว่าจะออกมาทำธุรกิจนี้เต็มตัว

หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ก้าวเข้าสู่วงการธุรกิจกงสีของที่บ้านทีละนิด เพราะรู้ดีว่าธุรกิจโรงงานขนมปังนี้ยังไม่ตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคของคนรุ่นใหม่ จึงได้ไอเดียทำร้านคาเฟ่ Chapter 9 ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ควบคู่กับงานวงการโฆษณา เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงผู้บริโภค ใกล้ชิดลูกค้า และเพื่อความยืดหยุ่นทางธุรกิจที่มากกว่าเดิม

ช่วงแรก Chapter 9 ไม่มีเรื่องขนมปังเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก เพราะเน้นขายเค้กเป็นส่วนใหญ่ตามที่เอ๋ได้ไปเรียนมา

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

“ตอนนั้นเราแทบไม่ได้สนใจเรื่องขนมปังเลย พอใกล้ตัวมาก ๆ เราเลยมองข้าม” แต่เชฟ จัสติน ตัน สามีชาวสิงคโปร์ เห็นข้อได้เปรียบจากธุรกิจโรงงานขนมปังของที่บ้าน และเป็นจังหวะเดียวกับที่เอ๋เริ่มรู้สึกอ่อนล้ากับงานประจำ ซึ่งทำให้ทุ่มเทกับ Chapter 9 ได้ไม่มากพอ จึงตัดสินใจใช้ต้นทุนของสิ่งที่ได้จากพรพรรณเบเกอรี่มาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างจริงจัง

ทีแรกเอ๋และจัสตินตั้งใจจะเข้าไปทำโดยใช้ฐานการผลิตเดิมของพรพรรณ และแตกสายผลิตภัณฑ์ สินค้าออกไปเพื่อจัด Mass Market แบบกว้าง เพิ่มมาตรฐานสินค้าเพื่อไปจับกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่ใส่ใจและให้คุณค่าในรายละเอียดของสินค้า เช่น กลุ่มที่ให้มูลค่ากับสินค้าโฮมเมด เป็นต้น

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว

สำหรับพรพรรณ เอ๋และจัสตินเป็นเหมือนน้องใหม่ในธุรกิจกงสี ด้วยความที่เป็นมือใหม่ จึงทำให้เสียงของพวกเขาเบากว่า

การเปลี่ยนแปลงระบบในธุรกิจกงสีไม่ใช่เรื่องง่าย เธอยอมรับว่าการทำงานกับพี่น้อง ต่างกันกับการทำงานในออฟฟิศโดยสิ้นเชิง

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

“มันมีแรงต้านบางอย่างระหว่างเรา ครอบครัว และพนักงาน”

เธอเคยโดนพนักงานนินทาลับหลังจนเสียกำลังใจไปก้อนใหญ่

“ให้สัมภาษณ์แบบไม่โลกสวย ตอนแรกเราไม่อยากเข้ามา เพราะกลัวจะมีเรื่องอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ด้วยความที่เป็นครอบครัวเดียวกัน การพูดจาบางครั้งอาจทำร้ายความรู้สึกส่วนตัวกันได้ การปรับเปลี่ยนจึงกลายเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งปัญหาแบบนี้ไม่มีในการทำงานระบบออฟฟิศ เราไม่มีพันธะอะไรกัน ต่างคนต่างทำงาน มีปัญหาก็มาเคลียร์กันให้จบ แล้วทำงานต่อ”

น้องคนสุดท้องจึงตัดสินใจแยกฐานการผลิตทั้งหมดออกมาจากพรพรรณ เพื่อทำร้าน Chapter 9 เต็มตัว และปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเองกับทุกคนที่บ้านแทน

โอกาสครั้งใหม่

จนกระทั่งโรงงานผลิตแป้งของพรพรรณ ที่ผลิตแป้งส่งตั้งแต่สมัยคุณพ่อติดต่อมาว่า มีแป้งสูตรใหม่มาให้ลองทำ เป็นแป้งที่ทางโรงงานโม่ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อการส่งออก ทำให้เนื้อสัมผัสของตัวขนมปัง Chapter 9 แตกต่างจากขนมปังของที่อื่น จึงเกิดเป็นไอเดียกลยุทธ์ ‘Winning Product’ เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเห็นตัวขนมปังของร้านแล้วเชื่อมโยงกับ Chapter 9 ได้ทันที

เอ๋บอกว่า “ทุกอย่างเป็นจังหวะ แป้งสูตรพิเศษนี้ จากที่เขาตั้งใจจะโม่เพื่อส่งออก ก็ส่งออกไม่ได้เพราะโควิด-19 ต่อมาพอประเทศเปิด สามีที่เป็นเชฟมิชลินที่สิงคโปร์ก็เข้ามาช่วยพัฒนาสูตรขนมปัง มันเป็นจังหวะ ๆ ไปหมด” นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคอนเนกชันในการพูดคุยติดต่อกับโรงงานผลิตแป้ง ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจาก เจ้ตึ๋ง-สุวรรณี ตรีเสน่ห์จิต พี่สาวคนโตที่พนักงานในพรพรรณต่างเรียกกันว่า ‘เจ้ใหญ่’ ปัจจุบันเจ้ตึ๋งดูแลพรพรรณเบเกอรี่และยังให้คำแนะนำเรื่องการผลิตขนมปังในรูปแบบ Production Scale

ด้วยความที่เอ๋เคยทำบริษัทเอเจนซี่มาก่อน จึงมีทักษะในการโฆษณาสินค้าและสื่อสารออกไปให้ถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีคอนเนกชันกับสื่อและคนรุ่นใหม่มากมาย ซึ่งพร้อมจะเข้ามาช่วยและสนับสนุน Chapter 9 กันอย่างเต็มที่

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

Action Speaks Louder than Words

กลยุทธ์ในการทำธุรกิจของ Chapter 9 นอกจากหา Winning Product แล้ว ยังมีการคิดสูตรขนมปังให้หลากหลาย ทำให้ขนมปังมีรสชาติที่น่าสนใจเกือบ 20 รสชาติ ยกตัวอย่างเช่น ขนมปังที่ Co-campaign กับ Hoegaarden ไอเดียนี้ได้มาตอนช่วงโควิด-19 ร้านนั่งดื่มหลาย ๆ แห่งเปิดทำการไม่ได้ จึงทดลองกับทีมทำรสเบียร์ถั่วพริกเกลือ ทาง Hoegaarden มาเห็น จึงมีการคอลแลบกันเกิดขึ้น

ยังมีการนำเอาระบบ KPI เข้ามาช่วยจัดระเบียบในการทำงานมากขึ้น แต่ด้วยความเป็นธุรกิจกงสี ในช่วงแรกอาจจะยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก “คนรุ่นเก่าจะไม่ค่อยเข้าใจกับ KPI ที่ไม่ใช่ตัวเลข” เอ๋กล่าว

เพราะสิ่งที่คนยุคเก่ามองเห็นหลัก ๆ คือกำไร ขาดทุน ทำให้ทุกคนที่บ้านตั้งคำถามมากมายระหว่างที่เธอกำลังพยายามจะเปลี่ยนแปลงระบบที่มีมานานของธุรกิจกงสี

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

แต่คงเป็นเพราะทายาทรุ่นสองคนนี้มีความคิดที่ไม่เหมือนใคร เธอมองเห็นว่าสักวันธุรกิจจะถึงทางตัน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ฉะนั้น จึงต้องสร้างบรรยากาศภายในร้าน ระบบการทำงานที่มีระเบียบมากขึ้น และการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีต่อคนกินมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการบริการที่ดีมากยิ่งขึ้น “เพราะเรารู้สึกว่าของกินดี ๆ หาซื้อที่ไหนก็ได้ แต่การบริการที่ดี ๆ ต้องฝึกฝน”

เอ๋เป็นคนที่เชื่อว่า Action Speaks Louder than Words เธอพยายามทำในสิ่งที่เชื่อ ทำให้เกิดผลลัพธ์ดี ๆ ขึ้น แล้วส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้พรพรรณต่อไป ทำให้ทุกวันนี้พรพรรณเบเกอรี่เองก็มีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงระบบบางอย่างมากขึ้นเช่นเดียวกัน เอ๋เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจว่า ในวันที่ทุกสายตาจับจ้องเธอด้วยความสงสัยในสิ่งที่เธอกำลังจะทำ ในวันนี้มันกลับกัน สายตาของทุกคนเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นและพร้อมที่จะสนับสนุน Chapter 9 ต่อไป

“ถึงแม้ว่า Chapter 9 จะไม่ได้ทำทุกอย่างจากพรพรรณ แต่ทุกครั้งที่มีคนสนใจ เราจะพูดถึงพรพรรณเสมอว่า นี่คือรากฐานของเรา ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้สืบทอดธุรกิจพรพรรณโดยตรง แต่เรารับช่วงต่อมรดกของครอบครัว โดยใช้ความรู้ทั้งหมดที่ได้จากครอบครัวมาต่อยอด”

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

จรรยาบรรณของคนทำธุรกิจ Food and Beverage

เอ๋ คือ เจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังคนนี้เป็นคนที่เริ่มต้นธุรกิจของตัวเองด้วยความชอบ

เธอเล่าว่า “โดยธรรมชาติ ปลายทางของการทำธุรกิจคือเงิน เพราะไม่มีใครอิ่มท้องจากความภูมิใจหรอก ไม่มีใครสามารถซื้อบ้านซื้อรถได้จากความชื่นใจ ในระหว่างทาง นอกจากสถานการณ์รอบตัวที่เราต้องต่อสู้แล้ว เราเองต้องคุยกับตัวเองตลอดเวลา ให้ลดทอนบางอย่าง ตัดอีโก้ออกไป แล้วบาลานซ์ความเป็นมนุษย์กับธุรกิจให้ได้”

ในความหมายของเธอคือ การมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจของตัวเองและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

“การทำธุรกิจจากความชอบของตัวเอง ต้องคำนึงเสมอว่า ผู้บริโภคอาจไม่ได้ชอบเหมือนเราเสมอไป คุณจะต้องไม่หิวโหยจนถึงขั้นหยิบยื่นอะไรก็ได้ให้คนกิน”

ทุกวันนี้พิษจากเศรษฐกิจทำให้ผู้ประกอบการบางเจ้าลดคุณภาพสินค้าลง เพื่อขายให้กับผู้บริโภคในราคาเดิม

“อย่าให้เศรษฐกิจบีบเราไปจนถึงขั้นนั้นเลย เพราะสุดท้ายจะกลายเป็นวงจรที่ผู้ประกอบการหวังกำไรฟู่ฟ่า ในขณะที่ผู้บริโภคต้องการบริโภคของกินดี ๆ แต่กลับหาไม่ได้เลย ถ้าเป็นแบบนั้นก็น่ากลัวนะ”

ปัจจุบัน การทำธุรกิจ Food and Beverage ไม่ใช่เรื่องง่าย มีเงินหรือความอดทนอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องเตรียมพร้อมที่จะลงมือทำอยู่เสมอ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

“เราไม่มีความกลัว ความกลัวเราเป็นศูนย์ ถ้าในเชิงธุรกิจบอกว่าเดือนหน้า Chapter 9 ต้องปิดตัว เราก็พร้อมปิด อย่างไรก็ตาม เรามีแบ็กอัปในใจไว้ตลอดเวลา”

นี่คือสิ่งที่เอ๋ ทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ พูดออกมาด้วยความหนักแน่น เธอคิดและวางแผนไว้เสมอ เพราะเชื่อว่าในโลกธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งที่ทำได้คือการหาหนทางแก้ไขสำรองไว้ เผื่อวันที่เจอกับวิกฤตจะได้ปรับตัวทัน

‘การโตแนวข้าง’ คือสิ่งที่เอ๋ตั้งใจจะทำ เธอไม่ได้คาดหวังว่า Chapter 9 จะต้องเป็นธุรกิจที่กราฟพุ่งขึ้นไปด้านบน แต่สุดท้ายก็ตกลงเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน ดังนั้น การเติบโตในแนวข้าง เช่น การแตกแบรนด์ หรือออกสินค้าตัวใหม่ไปเรื่อย ๆ น่าจะเป็นทางออกของธุรกิจ SMEs หรือพวกสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ๆ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

การตัดสินใจครั้งสำคัญ

Chapter 9 จะครบรอบ 1 ปีเดือนกรกฎาคมนี้ ถ้านับช่วงก่อนหน้าที่จะเริ่มทำ ‘โชกุปัง’ ด้วยก็ประมาณ 3 – 4 ปี ในช่วงนั้นเอ๋ยังคงทำงานเอเจนซี่ควบคู่ไปกับร้านอยู่ เธอใช้ชีวิตตลอด 7 วันโดยไม่ได้พัก

“ช่วง 3 – 4 ปีนั้น เราใช้ชีวิตแบบนี้จนเหมือนกึ่ง ๆ ทรมานตัวเอง กึ่ง ๆ พิสูจน์ตัวเอง ถ้าจะทำแบบนี้ เราต้องลองใช้ชีวิตอยู่กับมันดูว่าทำได้หรือเปล่า จนกระทั่งเราตัดสินใจออกจากงานมารีโนเวตร้านใหม่จนจะครบรอบ 1 ปีแล้ว เรารู้สึกว่า 3 ปีของร้านเก่ากับ 1 ปีของร้านใหม่ จังหวะของธุรกิจมันต่างกันโดยสิ้นเชิง”

Chapter 9 เปิดตัวในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 กำลังดุเดือด ในขณะที่พวกเรากำลังหวาดกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้า ยังมีกลุ่มคนที่มองเห็นโอกาสและกล้าที่จะลงมือทำในสิ่งที่พวกเขาเชื่อ จนทำให้เกิดเป็น Chapter 9 มาจนถึงทุกวันนี้ และก็เป็นวิกฤตโควิด-19 อีกเช่นกันที่ทำให้เธอรู้ว่าในโลกธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน

“การเป็นธุรกิจรุ่นสองที่อยู่ภายใต้อุตสาหกรรม F&B แทบจะเอามรดกตกทอดมาทำต่อไม่ได้เลย”

ผู้ประกอบการหลายเจ้าน่าจะรู้กันดีว่าเทรนด์หมุนเร็วแค่ไหน

“เราอยากเป็นตัวกำหนดเทรนด์ ไม่ใช่ให้เทรนด์กำหนดเรา แต่สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการกำหนดมันนั่นแหละ”

ฉะนั้น สิ่งที่ทำได้คือการยอมรับ ยึดติดให้น้อยลง และพร้อมที่จะทิ้งแบรนด์ได้ทุกเมื่อ

เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้ต้องคิดแผนสำรองไว้ในหัวเสมอ ต้องสร้างสมดุลระหว่างการทำกำไรในเชิงธุรกิจกับการผลิตสิ่งที่ดีให้กับผู้บริโภคให้ได้

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

ทีมที่ดี

ลูกสาวคนสุดท้องของธุรกิจโรงงานขนมปังพรพรรณเบเกอรี่ ให้คำนิยามของธุรกิจนี้ว่าเป็น ‘โรงเรียนปฏิบัติจริง’ เพราะเป็นที่ที่ทำให้เธอพูดได้อย่างเต็มปากว่า โลกของการทำธุรกิจไม่ได้สวยงามตามฝันเสมอไป ต้องมีล้มลุกคลุกคลานกันไปบ้าง ไหนจะเรื่องการรับช่วงต่อของธุรกิจกงสีที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก

แต่สิ่งที่ทำให้เอ๋ยังคงทำต่อ คือทีมของเธอ

“เราโชคดีที่มีทีมที่ดี” เธอกล่าวอย่างภูมิใจเมื่อเอ่ยถึงพนักงานทุกคนใน Chapter 9 การรับคนเข้ามาหมายถึงการรับสมาชิกที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน เอ๋เชื่อมั่นในคนมาก และแอบภูมิใจทุกครั้งที่เห็นน้อง ๆ หรือคนในทีมก้าวหน้าไปอีกขั้น

พรพรรณเน้นที่ Mass Market คือ การผลิตต้องรวดเร็วและทำได้ในปริมาณมาก ต่างกับ Chapter 9 ที่ให้ความสำคัญกับความประณีตในแต่ละขั้นตอน รวมไปถึงเทคนิคพิเศษที่ช่วยยืดอายุขนมปังโดยไม่ใช้สารเสริมหรือสารเคมีใด ๆ อีกทั้งยังช่วยดึงรสชาติของตัวขนมปังออกมาให้ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม

ทั้งสองมีกระบวนการผลิตพื้นฐานที่เหมือนกัน แต่เทคนิคพิเศษและวัตถุดิบนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้กระนั้น พนักงานจากพรพรรณก็เรียนรู้และทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

จึงเกิดเป็นความภูมิใจเล็ก ๆ ของเอ๋และจัสติน ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและความรู้ให้กับพนักงานได้

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

“เราทำให้คนคนหนึ่งที่เขาอยู่ในอาชีพนี้มาเป็นหลัก 20 – 30 ปี ได้เข้าใจในงานที่เขาทำอยู่จริง ๆ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเข้าใจหรอกว่าดูยังไง กลูเตน ไขมันคืออะไร แต่วันนี้เขาเข้าใจแล้ว พอเข้าใจ เขาก็เริ่มสนุกกับมัน เริ่มทำโน่นทำนี่เองได้ และต่อยอดได้”

ในช่วงแรก เธอไปขอพนักงานจากพรพรรณเข้ามาช่วยที่ร้าน

“เราคุยกันว่า ถ้าจะรับพนักงานใหม่ ทำไมถึงไม่ใช้คนที่ Know How อยู่แล้วล่ะ”

แต่เพราะเป็นน้องใหม่ขององค์กร จึงยังไม่มีใครเชื่อใจที่จะมาทำงานกับ Chapter 9 ยกเว้นแต่พนักงานจากประเทศลาวคนหนึ่งชื่อ น้อย

น้อยทำงานที่พรพรรณเบเกอรี่มาตั้งแต่สมัยที่เอ๋ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เขาเล็งเห็นโอกาสความเป็นไปได้ และที่สำคัญคือ เขาเชื่อมั่นในตัวเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังแห่งนี้

เพราะมีประสบการณ์มามากกว่า 20 ปี การทำขนมปังของน้อยจึงไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งสำคัญที่จัสตินและเอ๋สอนน้อยคือความเข้าใจในวัตถุดิบ เหตุและผลของกระบวนการ รวมไปถึงขั้นตอนต่าง ๆ จนทุกวันนี้ น้อยสามารถแบ่งปันความรู้ให้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ได้ ทั้งในส่วนของ Chapter 9 เองและพรพรรณเบเกอรี่

การเรียนรู้แบบหมุนเวียนเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ จากเอ๋และจัสตินสู่น้อย น้องพนักงาน Chapter 9 ส่งต่อไปถึงพนักงานจากพรพรรณเบเกอรี่ ทำให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่ตนเองทำกันมากขึ้น และสร้างสรรค์งานกันได้สนุกยิ่งขึ้น

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

บทเรียนของลูกคนที่ 9

“ถ้าในอนาคต Chapter 9 ต้องปิดตัวลง เราก็เชื่อว่าคนของเราที่มีสกิลล์ขนาดนี้ จะช่วยให้เราไปต่อในธุรกิจอื่น ๆ ได้”

นอกจากเป็นทีมที่มีคุณภาพแล้ว เอ๋และจัสตินก็มักถามคนในทีมเสมอถึงเรื่องความฝัน เพื่อช่วยผลักดันให้แต่ละคนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

“ไม่มีประโยชน์ที่เราจะดึงเด็กคนหนึ่งให้อยู่กับเราตลอดไป เพราะเขาเก่ง เราอยากให้เขาเก่งขึ้น เหมือนกับตัวเรา เราเองยังไม่อยากจะอยู่ร้านทุกวันเลย” เธอหัวเราะ “พอเซ็ตทุกอย่างในร้านให้พร้อม เรากับจัสตินก็แยกย้ายไปทำตามความฝัน เรายังคงคิดถึงงานเอเจนซี่อยู่ ก็เลยรวมตัวกับเพื่อนเปิดเป็นเอเจนซี่เล็ก ๆ ชื่อ ‘Second Nature’ ที่มีทั้งเรื่องขนมและงานโฆษณา เราชอบการสื่อสาร เพียงแต่อันหนึ่งเป็นการสื่อสารผ่านขนม และอีกอันคือการสื่อสารผ่านชิ้นงาน”

สุดท้ายแล้วความแน่นอนคือความไม่แน่นอน “เราไม่เชื่อในอิฐ หิน ปูน ทราย ฉะนั้น ในอีก 5 ปีข้างหน้าเราจะเอา Chapter 9 ลงออนไลน์ให้หมด การโตในแนวข้างของ Chapter 9 จะหลากหลายขึ้น คุณภาพจะดียิ่งขึ้น และคนจะหาเราเจอได้ทุกที่ทุกเวลา”

ความกล้าหาญและพลังบวกที่ได้รับจากเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงที่นั่งคุยกัน ทำให้ฉันมองภาพของธุรกิจนี้กว้างขึ้นไปอีกขั้น วิสัยทัศน์ของเอ๋เป็นเหมือนลูกศรที่พร้อมจะพุ่งไปข้างหน้า เพื่อไล่ตามความฝันของตนเอง และนำทางให้ทีมไปพร้อม ๆ กัน รอยยิ้มที่มีให้กับพนักงานและลูกค้าที่แวะเวียนไปมา ยังคงอบอุ่นและให้การต้อนรับเป็นอย่างดีอยู่เสมอ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

Writer

ตรีเนตร จตุพร

นักเขียนฝึกหัดที่ชื่นชอบงานศิลปะ ธรรมชาติ และบทกวี หลงใหลในความย้อนแย้งของโลกใบนี้ เช่น การกินไอศกรีมในหน้าหนาว

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load