The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

นราธิวาส ตั้งอยู่ในพื้นที่ปลายแหลมบนคาบสมุทรมลายู (Malay Peninsula) หนึ่งในสามจังหวัดปลายด้ามขวาน มีพรมแดนติดประเทศมาเลเซีย 

นอกจากจะมีทรัพยากรธรรมชาติสวยงามหลากหลายเป็นเอกลักษณ์ ทั้งแม่น้ำ ทะเล ป่าไม้ ภูเขา สายธารทางประวัติศาสตร์ยังเชื่อมร้อยเรื่องราวจากทั่วทุกสารทิศมาบรรจบกัน ผ่านเส้นทางการค้าที่ถูกเรียกขานว่า ‘เส้นทางสายไหมทางทะเล’ 

จากแผ่นดินไร้พรมแดน สู่ส่วนหนึ่งของอาณาจักรลังกาสุกะ ปาตานีดารุสสลาม กระทั่งร่วมสมัยรัตนโกสินทร์

จากชนพื้นเมืองดั้งเดิมชาติพันธุ์เนกริโต (เซมัง-โอรังอัสลี) ชาวมลายู ชาวฮินดู-พราหมณ์ ชาวจีน ชาวสยาม หรือชาวยุโรป

และจากความเชื่อในการนับถือผีสางนางไม้ สิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติ สู่ศรัทธาความเชื่อใหม่จำหลักมั่น ทั้งพุทธ ฮินดู-พราหมณ์ คริสต์ และอิสลาม

บนแผ่นดินเดียวกัน โชคชะตาเดียวกัน วิถีชีวิตผู้คนจึงได้อยู่อาศัยร่วมกันมาอย่างผูกพันกลมเกลียว 

คอลัมน์ Take Me Out จะชวนไปสัมผัสแหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ประกอบสร้างจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ศาสนสถาน ภาษา วัฒนธรรมผ้าและอาหาร รวมถึงจุดเด่นทางธรรมชาติอย่างกลมกลืนลงตัวในความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ในพื้นที่ที่มีความหมายว่า ที่อยู่ของคนดี-นราธิวาส

01 

มัสยิดวาดีลฮูเซ็น หรือ มัสยิดตะโละมาเนาะ

หนึ่งในสถาปัตยกรรมมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในแหลมมลายู

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ผู้สร้างมัสยิดที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดในแหลมมลายูแห่งนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2167 นับเนื่องถึงปีปัจจุบัน 2564 มีอายุรวม 397 ปี คือ วันฮูเซ็น อัส-ซานาวี ผู้อพยพมาจากบ้านสะนอยานยา จังหวัดปัตตานี แรกสร้างมีลักษณะเป็นเพียงหลังคามุงใบลานแบบเรียบง่าย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินเผา 

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

หลักฐานสำคัญที่น่าสนใจคือ ครั้งหนึ่งบริเวณชุมชนข้างเคียงเคยเป็นแหล่งผลิตคัมภีร์อัลกุรอานที่เขียนด้วยมือ มีชื่อเสียงขจรกระจายไกล และสิ่งโดดเด่นประการหนึ่งที่มักถูกหยิบยกมากล่าวถึงกันเสมอของมัสยิดแห่งนี้ คือลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากมัสยิดทั่วไป 

ด้วยเป็นอาคาร 2 หลังติดต่อกัน สร้างด้วยไม้ตะเคียนทั้งหลัง ใช้ไม้สลักแทนตะปู รูปทรงอาคารเป็นแบบไทยพื้นเมืองประยุกต์เข้ากับศิลปะจีนและมลายู ได้รับการออกแบบอย่างลงตัว เหนือหลังคามีฐานมารองรับจั่วบนหลังคาอยู่ชั้นหนึ่ง กลายเป็นส่วนเด่นสุดของอาคาร หออาซานหรือที่ใช้สำหรับประกาศเรียกคนมาละหมาด มีลักษณะเป็นเก๋งจีนตั้งอยู่บนหลังคาส่วนหลัง ฝาเรือนใช้ไม้ทั้งแผ่นแล้วเจาะหน้าต่าง ช่องลมแกะเป็นลวดลายใบไม้ ดอกไม้ สลับลวดลายจีนอย่างกลมกลืนเป็นเอกลักษณ์ 

ปัจจุบัน ชาวบ้านตะโละมาเนาะ ยังคงใช้มัสยิดแห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจอยู่เป็นประจำ โดยทั่วไปเข้าชมได้บริเวณภายนอกเท่านั้น หากต้องการเข้าชมภายใน ต้องได้รับอนุญาตจากอิหม่ามประจำหมู่บ้าน

ที่ตั้ง : บ้านตะโละมาเนาะ ตำบลลูโบะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 0 7352 2411

02

ขนมอาเก๊าะ – เจ้ายะกัง บาโง

มรดกขนมพื้นบ้านมลายู จากบรรพบุรุษสู่ทายาทรุ่นใหม่

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

“ครอบครัวของเราทำขนมอาเก๊าะมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ แม้จะมีกระบวนการขั้นตอนที่ยุ่งยาก แต่เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้ครอบครัว จึงตั้งใจสานต่อสืบทอดมาถึงคนรุ่นใหม่ คือรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน”

เมาะจิ สเปีย ผู้อาวุโสจากร้านอาเกาะ ฮัจญะห์ ยามีล๊ะ ยะกัง เจ้าเก่า บอกเล่าเรื่องการสืบทอดวิชาทำขนมโบราณในพื้นที่ชายแดนใต้ ขึ้นชื่อในลิสต์ลำดับต้น ๆ ของขนมช่วงเดือนรอมฎอน (เดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม) จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ลูกค้าโทรศัพท์สั่งจองกันข้ามวัน ใครไม่จองก่อน รับรองอดแน่นอน

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

 อาเก๊าะ คือขนมโบราณชนิดหนึ่ง เป็นที่นิยมกันมากในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส สันนิษฐานว่าชื่อนี้อาจเพี้ยนมาจากคำภาษามลายูว่า อาเก๊ะ ที่แปลว่า ยกขึ้น ซึ่งเป็นลักษณะสะท้อนถึงกรรมวิธีการผลิตที่ต้องยกไฟที่วางอังไว้ข้างบนออกทุกครั้งเมื่อขนมสุก ด้วยการผิงไฟบนล่างด้วยเชื้อไฟจากกาบมะพร้าวให้ความร้อนทั่วถึง เห็นควันลอยโขมงอยู่รอบบริเวณ และถึงแม้เวลาจะผ่านไป บรรดาแม่ค้าที่ทำขนมอาเก๊าะก็ยังคงใช้วิธีแบบดั้งเดิม เพราะเป็นที่มาของกลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้ลอง

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

อาเก๊าะที่สุกได้ที่แล้วจะมีลักษณะเหมือนคัสตาร์ดหรือขนมหม้อแกงเนื้อแน่น กลิ่นหอม รูปทรงรีและแบน แต่ละร้านมีสูตรการทำแตกต่างกันไป เพื่อทำให้ขนมอาเก๊าะมีเนื้อและรสแตกต่างกันไป กระทั่งทุกวันนี้ขนมอาเก๊าะ ยะกัง เป็นที่รู้จักและมีออเดอร์จำนวนมาก ทั้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอน มียอดสั่งถึงวันละ 2,000 – 3,000 ลูก ถึงขั้นต้องเร่งการผลิต ผลัดเวรทำทั้งวันทั้งคืน

ที่ตั้ง : บ้านบาโง ชุมชนยะกัง 1 ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : ประมาณ 09.00 – 17.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 1599 2010

03

ภัตตาคารมังกรทอง

ร้านอาหารเก่าแก่สะท้อนจีนวิถี แต่มีเมนูสมานฉันท์ ไทย จีน และปักษ์ใต้ 

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

ร้านอาหารไทย-จีนชื่อเสียงในระดับต้น ๆ อยู่คู่เมืองนรามายาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2518 จากบ้านอยู่อาศัย ปรับปรุงกลายเป็นร้านอาหารชื่อดังสไตล์จีนร่วมสมัย ให้บริการแบบอบอุ่นเป็นกันเอง 

ที่นี่คือร้านอาหารจีนที่ได้รับการยอมรับว่ารสชาติดีที่สุดในนราธิวาส เน้นหนักอาหารประเภทปลา กุ้ง เมนูเด็ด เช่น ขนมจีนแกงไตปลาปักษ์ใต้ มีไข่ต้มทานประกอบ แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าว แกงไตปลา เป็ดกรอบ สลัดกุ้งทอด ปลาสำลีทอด ไก่สับเบตง ยำผักกูด ผัดสะตอกุ้งสด หรือปลากุเลาตากใบ และปลาหมอหยองแดดเดียวทอด

ป้ามะลิ หรือ คุณมะลิวัลย์ คือผู้ริเริ่มสร้างภัตตาคารมังกรทอง ลงมือทำเครื่องแกงเอง จึงได้รสชาติหอมกรุ่นชวนหิวตามต้องการ จนติดใจลูกค้าทั้งในและนอกพื้นที่ โดยเฉพาะเวลามีงานเทศกาลต่าง ๆ 

ร้านมังกรทองมี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว เป็นร้านสำหรับต้อนรับนักชิมทั้งชาวไทย จีน และปักษ์ใต้พื้นถิ่น บรรยากาศก็เยี่ยมเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ติดริมน้ำบางนรา มีระเบียงโล่งและเป็นแพยื่นลงไปในแม่น้ำ ยามเย็นลมโปร่งพัดสบาย ได้ชมวิวและวิถีชีวิตของชาวนราธิวาสเพลิน ๆ กันไป 

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

บางช่วงจะเห็นเรือกอและของชาวบ้านวิ่งผ่านไปมาช่วงพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า และบางคืนเห็นพระจันทร์ที่ค่อย ๆ โผล่พ้นเขาตันหยง ทอดเงาพลิ้วไหวในสายน้ำบางนรา กลายเป็นสถานที่ของความทรงจำระหว่างอาหารรสชาติอร่อยและหัวใจอิ่มสุขได้ดื่มด่ำรสธรรมชาติ

ที่ตั้ง : 433 ถนนภูผาภักดี ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน 11.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 0 7351 1835

Facebook : มังกรทอง นราธิวาส Mangkorntong Narathiwat

04

บาติกอ่าวมะนาว

ร้านผ้าบาติกของชุมชนมุสลิมริมทะเล 

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

อ่าวมะนาว ชายหาดสวยงามด้วยเม็ดทรายขาวละเอียดเหยียดยาวขนานไปกับน้ำทะเลสีคราม และมีหมู่บ้านชายทะเลน่ารักอยู่ชิดริมอ่าวชื่อว่า บ้านอ่าวมะนาว 

ที่นี่คือแหล่งผลิตผ้าบาติกที่เต็มไปด้วยความสดใสของเส้นสาย ประหนึ่งวาดสีสันชีวิตใหม่ให้ผู้คน จากหมู่บ้านที่มีประชากรแทบทั้งหมดนับถือศาสนาอิสลาม ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ยึดอาชีพการประมง (ลูกจ้างเรือประมง) เป็นหลัก แต่รายได้ก็ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ชาวบ้านส่วนหนึ่งจึงตัดสินใจเดินทางไปขายแรงงานในประเทศมาเลเซีย ทำให้ชุมชนเงียบเหงา เหมือนไร้ความหวัง

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น
9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ทว่าจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2536 เมื่อ พิสชัยวุธ และ มีนะ หะยีกะจิ ซึ่งในขณะรับราชการ แต่สมาชิกในครอบครัวลองทำงานอดิเรกด้วยการทำผ้าบาติก จนเห็นว่าหากทำอาชีพนี้อย่างจริงจัง น่าจะสร้างรายได้ได้ ประกอบกับมีชาวบ้านที่เคยทำงานในโรงงานบาติกในประเทศมาเลเซียเดินทางกลับมาบ้าน จึงชักชวนและรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่ม และได้รับการช่วยเหลือในการรวมกลุ่มดำเนินงานอย่างจริงจังจากทางราชการ

เรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาพื้นบ้าน จึงปรากฏผ่านลายผ้าบาติกที่ถูกนำมาแปรรูปเป็นสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งเสื้อผ้า ผ้าคลุม กระโปรงฝ้าย กระเป๋าผ้าบาติก ฯลฯ

ที่ตั้ง : 24/15 หมู่ 7 ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 09.00 – 17.00 น. (ปิดทำการวันอาทิตย์)

โทรศัพท์ : 09 8019 6952, 08 1275 5399

Facebook : Aomanao Batik

05

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร

แหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมชุมชนของทายาทท่านขุน

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

ด้วยเป้าหมายเพื่อมุ่งรักษาศิลปะ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษารากเหง้าในอดีต ผู้ใหญ่มิง-รัศมินทร์ นิติธรรม จึงตัดสินใจก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร ใน พ.ศ. 2552 และเปิดตัวเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.​ 2555 หวังสืบทอดเจตนารมณ์บรรพบุรุษ ในฐานะบุตรชายของ มนูญธรรม นิติธรรม (หลานชายคนโตของขุนละหาร) และ มีนา นิติธรรม จนนับเป็นตัวอย่างที่ดีในการเคลื่อนไหวของคนในชุมชน 

“ทั้งคุณค่าวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ เรื่องราวเหล่านี้เป็นอัตลักษณ์สำคัญและมีคุณค่ามาก ผมจึงตั้งใจอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชน และมุ่งถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนและสังคม” รัศมินทร์ นิติธรรม บอกเล่าถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็น 6 ห้อง เช่น ห้องภูมิหลัง จัดแสดงเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องปั้นดินเผายุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยลังกาสุกะ ห้องเครื่องใช้ไม้สอย จัดแสดงเครื่องมือ เครื่องใช้ ของชาวมลายูในชายแดนใต้ ห้องพิธีกรรม จัดแสดงแบบประเพณี พิธีกรรมของชาวมลายูในชายแดนภาคใต้ ห้องสายน้ำ จัดแสดงวัสดุ อุปกรณ์ การประกอบอาชีพ ประมงน้ำจืด ประมงน้ำเค็ม และห้องศาสตราวุธ จัดแสดงศาสตราวุธชาวมลายูในอดีต 

รูปแบบของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอื่น ๆ ในอดีต เพราะนอกจากจัดแสดงโบราณวัตถุแล้ว ยังจัดกิจกรรมสร้างความผูกพันกับชุมชนและกลุ่มวัฒนธรรมอื่น และแสดงองค์ความรู้ทางด้านการเปลี่ยนแปลงของท้องถิ่น เช่น ด้านการปกครอง สังคม ประเพณี ความเชื่อ และพิธีกรรม อย่างต่อเนื่อง 

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ผู้มาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเข้าใจวิถีชีวิต ศรัทธาความเชื่อของผู้คน ผ่านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และประการสำคัญ ได้มองเห็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ที่เชื่อมต่อแต่ละยุคสมัย ภายใต้สายรากวัฒนธรรมมลายูได้อย่างชัดเจนขึ้น

ที่ตั้ง : บ้านกาเด็ง หมู่ 7 ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 0 7359 1222, 08 9656 9957

Facebook : พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร Khun Laharn Local Museum

06

พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัล-กุรอาน

แหล่งเก็บคัมภีร์อัล-กุรอานโบราณอายุกว่าพันปี ตำรายา และตำราดาราศาสตร์

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

ย้อนหลังไปเมื่อ 500 ปีก่อน เมื่อพญาอินทิราแห่งอาณาจักรลังกาสุกะ ได้ปฏิญานตนเข้ารับศาสนาอิสลาม และเปลี่ยนชื่อเป็น สุลต่านอิสมาอีลชาห์ อาณาจักรลังกาสุกะถึงคราเปลี่ยนเป็น ปาตานีดารุสสาลาม ผู้คนส่วนใหญ่ในพื้นที่จึงเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามตราบกระทั่งทุกวันนี้ 

เรื่องราวเกี่ยวกับคัมภีร์อัล-กุรอาน (Al-Quran) คัมภีร์ในศาสนาอิสลามกลายเป็นเรื่องสำคัญ ชาวมุสลิมเชื่อว่าเป็นพระวจนะของอัลลอฮ์ ที่ประทานผ่านเทวทูตญิบรีลมาสู่นบีมุฮัมมัด เพื่อเป็นทางนำในการดำเนินชีวิตของชาวมุสลิมผู้ศรัทธาเมื่อ 1,400 ปีก่อน

“ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน อัล-กุรอาน จึงสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวมุสลิม” โต๊ะครู มาหามะลุตฟี หะยีลาแม ผู้บริหารสถานศึกษาสอนศาสนาอิสลามโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ร่วมกับคณะครูโรงเรียนสมานมิตร กล่าวถึงความสำคัญของคัมภีร์ที่เป็นทางนำในชีวิตของผู้นับถือศาสนาอิสลาม เป็นความตั้งใจที่จะรวบรวมประเภทคัมภีร์อัล-กุรอานโบราณ มรดกทางศิลปวัฒนธรรมอิสลามที่ตกทอดจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

จากเริ่มแรกรวบรวมได้ 13 เล่ม เป็นสมบัติของโรงเรียนและจากสุเหร่าเก่าแก่ในชุมชน ต่อมาจึงมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งจากชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และชาวต่างชาติแถบประเทศอาเซียน ทยอยนำมามอบให้ กระทั่งสามารถรวบรวมคัมภีร์ได้มากกว่า 70 เล่ม 

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น
9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

“คัมภีร์อัล-กุรอาน ที่เก่าแก่ที่สุดของโรงเรียนสมานมิตรวิทยามีอายุกว่าหนึ่งพันปีจากประเทศอียิปต์ หรือคัมภีร์โบราณจากรูสะมีแล ปัตตานี อายุกว่าสามร้อยปี ได้รับคัดเลือกจากสถาบันหอสมุดสุไลมานียะห์ ประเทศตุรกี ให้เป็นคัมภีร์ที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศโลกมุสลิม เมื่อ พ.ศ. 2559 นอกจากนี้ ยังมีเอกสารโบราณที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตมุสลิมที่ชาวต่างชาติมามอบให้ เช่น จากอียิปต์หรืออินโดนีเซีย ชาวมุสลิมที่มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ หรือในอดีตเคยติดต่อกับประเทศไทย มีทั้งตำรายา ตำราดาราศาสตร์ และตำราต่าง ๆ ที่ล้วนมีอายุเก่าแก่มาก” 

เอกสารโบราณเหล่านี้ ทางกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้เข้ามาดูแลเรื่องการเก็บรักษา บูรณะ ซ่อมแซม ตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง แต่หากเป็นคัมภีร์อัล-กุรอาน ที่ชำรุดและไม่สามารถซ่อมแซมเองได้ ก็จะจัดส่งไปให้ช่างผู้ชำนาญการในประเทศตุรกีซ่อมแซม 

ผู้มาเยือนสถานที่แห่งนี้จะได้เรียนรู้วิถีมุสลิม หรือสถานที่น่าสนใจเกี่ยวเนื่องกับมุสลิมในจังหวัดนราธิวาส กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมของชาติที่สำคัญแห่งหนึ่ง

ที่ตั้ง : โรงเรียนสมานมิตรวิทยา ชุมชนบ้านศาลาลูกไก่ ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4973 5772

07

เกาะยาว 

เกาะแห่งตากใบ ดินแดนแสงอาทิตย์ แสงดาว และชาวประมง

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

เกาะยาวหรือบ้านเกาะยาว มีลักษณะพื้นที่แคบยาว ส่วนกว้างสุดไม่ถึง 1 กิโลเมตร ยาวประมาณ 9 กิโลเมตร ตั้งอยู่ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอตากใบ ฝั่งหนึ่งติดทะเลอ่าวไทย ส่วนอีกฝั่งด้านหนึ่งติดแม่น้ำตากใบ มีชายหาดทรายขาวสะอาด ทิวมะพร้าวเรียงรายเป็นแนวยาวสวยงาม บรรยากาศร่มรื่นเหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ 

“จากลักษณะพื้นที่ขนานฝั่งทะเล ทำให้เกิดเป็นลำคลอง มีเกาะกำบังลมและคลื่นจากทะเล ชาวประมงจึงนิยมนำเรือมาจอดหลบคลื่นลมในฤดูมรสุม” มะสือลัม สาแลแม อิหม่ามมัสยิดบนเกาะ หนึ่งในแกนร้อยรัดศรัทธาของผู้คนในชุมชนสะท้อนบางมุมของเกาะยาว

ปัจจุบันการเดินทางจากแผ่นดินใหญ่สู่เกาะยาวเข้าได้ 2 ทาง รถยนต์เข้าทางหาดท่าเสด็จ ส่วนทางเท้าหรือมอเตอร์ไซค์จะผ่านทางสะพานเกาะยาวฝั่งตากใบ ก่อนหน้านี้การเดินทางจากเกาะยาวมายังฝั่งที่ว่าการอำเภอ ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจร กว่าจะมีการสร้างสะพานไม้เชื่อมทางต้องคอยถึง 100 ปี จึงเป็นสาเหตุให้ประชาชนเรียกสะพานดังกล่าวว่า ‘สะพานคอยร้อยปี’

เมื่อการก่อสร้างสะพานเกาะยาวเสร็จสิ้น ประกอบกับแผนผลักดันให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทุกวันนี้จึงมีผู้คนเข้ามาท่องเที่ยวบนเกาะยาวมากขึ้น ทั้งคนต่างพื้นที่ พี่น้องชาวมาเลเซีย ชาวจีน ฝรั่งต่างชาติ ชาวบ้านเองเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนภายนอกมากขึ้น เพราะภาพของชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมสวยงามสดชื่น ภายใต้บรรยากาศร่มรื่น อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นมะพร้าวรายเรียงและป่านิเวศริมฝั่งทะเล สัมผัสชุมชนที่มีเรื่องเล่าจากชุมชนเป็นประวัติศาสตร์มายาวนาน ผู้คนดำรงชีวิตอย่างมีอัตลักษณ์ และยังคงรักษาความสะอาดและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

สำหรับผู้พิสมัยเรื่องดาวเดือน ช่วงเดือนหงาย ท้องฟ้าเกาะยาวมีดวงดาวพราวแสงอร่ามเต็มฟ้า เป็นห้วงแห่งการตักตวงความสุข เมื่อทอดสายตามองบนฟากฟ้าเห็นทะเลดาว และเมื่อทัศนาวิถีโดยรอบ จะสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบ งดงาม อวลด้วยมนต์เสน่ห์จากหาดทรายขาว ทิวมะพร้าว และคลื่นขาวลมสงบ

และจากค้นหาข้อมูลการขึ้นของดวงอาทิตย์จากสมาคมดาราศาสตร์ไทย พบว่าในช่วงปลายปี พื้นที่บนเกาะยาวแห่งนี้จะเห็นแสงแรกของดวงอาทิตย์ก่อนจังหวัดอื่น ๆ นับเป็นจังหวัดแรกที่ดวงอาทิตย์ดั่งขึ้นจากท้องทะเลสู่ฟากฟ้า

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ประการสำคัญ เมื่อยืนทัศนามุมกว้างจะเห็นภาพ ‘วัดชลธาราสิงเห’ กับ ‘มัสยิดนูรุลบะรีย์’ ตั้งเด่นอยู่คนละฝั่งของลำน้ำ โดยมีสะพานคอยร้อยปีเป็นเส้นทางเชื่อมวิถีของผู้คนต่างศาสนา สะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างงดงาม

ที่ตั้ง : หมู่ที่ 8 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 06.00 – 19.00 น.

08

วัดชลธาราสิงเห

พระอารามหลวงที่ผสานศิลปะพุทธ มุสลิม และจีน

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ งานจิตรกรรม รูปแบบสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์ ภูมิทัศน์รอบวัดซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตากใบ ทำให้บรรยากาศวัดเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยร่มเงาจากพรรณไม้ สร้างความโดดเด่นให้กับสถานที่สำคัญแห่งนี้ 

วัดชลธาราสิงเห หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย เป็นพระอารามหลวง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2403 ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 สมัยดินแดนตากใบยังเป็นรัฐกลันตัน โดย ท่านพระครูโอภาส พุทธคุณ (พุด) ขอที่ดินมาจากพระยากลันตัน 

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

วัดโดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรม อาคารแต่ละหลังมีเอกลักษณ์ ผสมผสานความเป็นพุทธ มุสลิม และจีน เป็นศูนย์กลางด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ที่สำคัญ มีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของชาติ ครั้งถูกหยิบยกเป็นเหตุผลอ้างอิงในการปักปันเขตแดนระหว่างไทย-มาเลเซีย ใน พ.ศ. 2441 ที่ส่งผลให้ดินแดนส่วนนี้ไม่ถูกผนวกเข้าในเขตของประเทศมาเลเซียยุคอาณานิคมอังกฤษ

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีกุฏิสิทธิสารประดิษฐ์หรือกุฏิพระครสิทธิสารวิหารวัตร ซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่งดงาม เดิมเป็นอาคารไม้ทั้งหลัง ต่อมากุฏิพังทลายลง ทางวัดจึงสร้างขึ้นใหม่แต่รูปแบบค่อนข้างต่างไปจากเดิม ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรให้เป็นพิพิธภัณฑสถานวัดชลธาราสิงเห เพื่อเก็บโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของวัดจากภาพถ่ายเก่า รวมถึงภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เขียนโดยพระภิกษุชาวสงขลา เป็นพุทธประวัติที่สอดแทรกภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยนั้นไว้เด่นชัดและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง 

ที่ตั้ง : หมู่ที่ 3 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 0 7358 1238

09 

ทะเลหมอกเขาน้ำใส

ส่วนหนึ่งของป่าฮาลา-บาลาอันยิ่งใหญ่ 

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

สุคิริน…

ชื่อนี้มีเรื่องเล่า ตำนาน และเรื่องราวน่าสนใจอยู่มากมาย ทั้งตำนานเหมืองทอง ล่องแก่งต้นน้ำสายบุรี และหนึ่งในนั้นคือเรื่องราวเกี่ยวกับทะเลหมอก โดยเฉพาะที่กำลังโด่งดังคือ ทะเลหมอกเขาน้ำใส ที่บ้านน้ำใส ตำบลเกียร์ สถานที่สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ สีเขียวห่มดิน อากาศสุดบริสุทธิ์ โดยเฉพาะผืนป่าสำคัญ ฮาลา-บาลา ผืนป่าดงดิบที่กล่าวได้ว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ครอบคลุมผืนป่าบริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรี อันเป็นเส้นแบ่งพรมแดนทางธรรมชาติระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ส่วนที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสจากจุดชมวิวทะเลหมอกเขาน้ำใสคือส่วนของป่าบาลา

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

เส้นทางและสถานที่ตั้งของทะเลหมอกเขาน้ำใส ไม่ได้ลำบากยุ่งยากอะไรมากสำหรับนักเดินทาง แต่คุณค่าของการมีโอกาสได้สัมผัสช่างคุ้มค่ายิ่งนัก เพราะผู้มาเยือนจะได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้า พร้อมกับรับประทานอาหารเช้าเคล้าสายหมอก ณ จุดชมวิว ได้พูดคุยกับผู้นำชุมชนและเยาวชนบ้านน้ำใส หัวเรี่ยวหัวแรงในการดูแลจัดการบริหารอำนวยความสะดวกในเรื่องสถานที่ 

ทะเลหมอกแห่งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือของชุมชน ผ่านผู้นำชุมชนและกลุ่มเยาวชนบ้านน้ำใส พร้อมอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้นิยมการตั้งแคมป์ ก่อกองไฟปิ้งย่าง จิบชากาแฟร้อน ๆ กางเต็นท์นอนดูดาว ยามค่ำคืนเห็นดาวบนดิน พอชื่นเช้าเห็นหมอกเต็มฟ้า ก็เลือกมุมเซลฟี่กับทะเลหมอกสวยงามแบบ 360 องศา เห็นหมอกขาวม้วนตัวราวกับเกลียวคลื่นเต็มฟ้าฟากทั้งที่ไม่ใช่ฤดูหนาว มุมถ่ายภาพกว้างไกลสุดสายตา ถ่ายภาพมุมไหนก็ประทับใจ เสร็จแล้วก็ทานข้าวยำหรืออาหารพื้นบ้านท่ามกลางสายหมอก 

เช่นที่กล่าวกันว่า ยิ่งเข้าใกล้ธรรมชาติ ความทุกข์ก็น้อยลงเท่านั้น

“ขอให้รักป่า รักเขา รักเรา ทะเลหมอกเขาน้ำใส” ถ้อยเชิญชวนจาก โกเมท เจ๊ะตือเงา แกนนำเยาวชนบ้านน้ำใสที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนด้วยหัวใจไร้พรมแดน

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ที่ตั้ง : หมู่ 3 บ้านน้ำใส ตำบลเกียร์ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 05.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 5753 4379, 09 9306 0038

Facebook : จุดชมวิว ทะเลหมอกเขาน้ำใส

ภาพ : มาหามะสาบรี เจ๊ะเลาะ และ รัชต หะยีมามุ

Writer

Avatar

ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

ชาวดุซงญอ-นราธิวาส โดยกำเนิด ชอบอ่าน เขียน ถ่ายภาพ เดินทาง และทำกิจกรรมทางสังคมในนามกลุ่มหัวใจเดียวกัน

Photographers

Avatar

มูหมัดซอเร่ เดง

ช่างภาพอิสระจากจังหวัดปัตตานี เริ่มต้นถ่ายภาพเพื่อช่วยเหลือคนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุดีเปรสชันถล่มปัตตานีใน พ.ศ. 2553 เพราะเห็นพลังของภาพถ่ายที่ช่วยเหลือสังคมได้ โดยไม่ต้องอาศัยสื่อกระแสหลัก

Avatar

ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

ชาวดุซงญอ-นราธิวาส โดยกำเนิด ชอบอ่าน เขียน ถ่ายภาพ เดินทาง และทำกิจกรรมทางสังคมในนามกลุ่มหัวใจเดียวกัน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ไม่ว่าวันเด็กหรือวันไหน ๆ เราก็อยากชวนผู้ปกครองปิดหน้าจอ แล้วชวนลูกหลานออกไปใช้เวลาทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน ถ้านึกไม่ออกว่าจะไปไหน เราคัดสรรสถานที่มาให้เลือกหลายแนว มีทั้งสถานที่เดินทางง่าย สถานที่ใช้เวลาไม่มาก สถานที่ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งทุกที่ปลอดภัยและช่วยให้น้อง ๆ ได้พัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา ทักษะเฉพาะด้าน และดื่มด่ำกับธรรมชาติในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

นี่คือ 18 สถานที่ที่เราอยากแนะนำให้พาลูกหลานไปก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็กหรืออายุเกิน 18 ปี อย่ารอช้า เพราะว่าวัยเด็กอยู่ไม่นาน

#01

สวมบทบาทอาชีพในฝันที่ Rainbow Town

พิพิธภัณฑ์เด็กแห่งกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

ถ้านึกถึงสถานที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะในกรุงเทพฯ ต้องนึกถึงพิพิธภัณฑ์เด็ก เพราะมีกิจกรรมให้ทำมากมาย และยังแบ่งตามช่วงอายุเพื่อส่งเสริม-พัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการของเด็ก

กิจกรรมที่เราอยากแนะนำคือห้อง Rainbow Town ชั้น 2 ของอาคารสายรุ้ง เป็นเมืองจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมจินตนาการ กิจกรรมหลักในห้องนี้คือการเล่นบทบาทสมมติ ให้เด็ก ๆ รู้จักอาชีพ ลองทำอาชีพในฝัน เช่น นักบิน นักดับเพลิง กิจกรรมนี้เหมาะกับเด็กอายุ 3 – 6 ปี 

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : พิพิธภัณฑ์เด็กแห่งกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)

นอกจากห้องนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีอีกหลายอย่างที่เหมาะกับเด็กในช่วงวัย 1 – 6 ปี หากคุณพ่อ คุณแม่สนใจก็จับมือเด็ก ๆ มาเรียนรู้นอกบ้านกัน

  • วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 17.00 น.
  • ฟรี
  • สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯ ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ (แผนที่
#02

เรียนรู้ผ่านการเลอะ

Playville

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

Playville คือสนามเด็กเล่นในร่มใจกลางสุขุมวิทที่คำนึงถึงความต้องการและความเหมาะสมของเด็ก มีกิจกรรมมากมายให้เลือกทำ

ในสนามเด็กเล่นนี้ ทุก ๆ โซนมีทางเชื่อมถึงกันเพื่อให้เด็ก ๆ เดินไปได้ตามใจอยาก มีกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ทั้งบ่อบอล บ่อทราย พื้นหญ้าเทียม แทรมโพลีน แต่ที่แตกต่างจากสนามเด็กเล่นอื่นคือกิจกรรม Messy Play หรือให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเลอะ

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

สิ่งที่นำมาให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสมีลักษณะและกลิ่นเฉพาะ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก ๆ แน่นอน ผู้ปกครองจะเข้าไปดูแลเด็ก ๆ เอง หรือปล่อยให้พี่เลี้ยงดูแลก็ได้ รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง 

  • วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น.
  • เด็ก 350 บาท ฟรีผู้ใหญ่ 1 ท่าน/เหมาทั้งวัน เด็ก 450 บาท ฟรีผู้ใหญ่ 1 ท่าน/เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ 250 บาท ฟรีผู้ใหญ่
  • 49 Playscape ชั้น 2, เลขที่ 8/3 ซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#03

เรียนเทควันโดกับโค้ชเช

EMJOY

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : Choi’s Taekwondo Academy

Choi’s Taekwondo Academy เป็นคอร์สเทควอนโดที่ควบคุมมาตรฐานโดย โค้ชเช-ชเว ยองซอก โค้ชเทควันโดทีมชาติไทยผู้พาเด็กไทยไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเมื่อ พ.ศ. 2563 เรียนกันที่ศูนย์เรียนรู้ EMJOY ในห้างสรรพสินค้า The EmQuartier

คอร์สนี้เด็ก ๆ จะได้ออกกำลังกายอย่างถูกต้องและปลอดภัย วอร์มร่างกายอย่างถูกวิธี หนำซ้ำยังเรียนเพื่อไปแข่งขันได้อีกด้วย นอกจากเพื่อร่างกายที่แข็งแรงผ่านการ เตะ ต่อยไม้กระดานและนวมแล้ว คอร์สนี้ยังสอนให้เด็ก ๆ มีความอดทน มีน้ำใจนักกีฬา พัฒนาทักษะการเข้าสังคม และเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัวอีกด้วย น้องเด็กอายุตั้งแต่ 4 – 18 ปี ไปสมัครเรียนกันได้เลย 

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 11.00 – 21.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 21.00 น.
  • คอร์ส 3 เดือน ราคา 12,900 บาท คอร์
  • ที่ตั้ง : EMJOY at EMQUARTIER ชั้น 2 อาคาร C 8 สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (แผนที่)
#04

เปิดประสบการณ์ดูดาวกลางเมืองแบบ 4K

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ)

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ)

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ เป็นแหล่งให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การพาเด็ก ๆ มาที่นี่ก็เพื่อส่งเสริมทักษะหรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ฝึกให้ตั้งคำถาม สังเกตสิ่งรอบตัว และเมื่อได้คำตอบก็จะเกิดเป็นแรงบันดาลใจต่อไปในอนาคต

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ มีนิทรรศการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากมาย แต่กิจกรรมสำคัญที่พลาดไม่ได้ คือการดูดาวผ่านเครื่องฉายดาวที่ทันสมัย เพราะยากเหลือเกินที่เด็ก ๆ จะมองเห็นดวงดาวบนฟ้าด้วยตาเปล่าในเมืองกรุงยามค่ำคืน แต่ถ้ามาที่นี่ พวกเขาจะได้เห็นทั้งดวงดาว อวกาศ และเรื่องดาราศาสตร์จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับพวกเขาอีกต่อไป 

  • เปิดบริการ : วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. 
  • 30 บาท / เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ฟรี
  • 928 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#05

ดูเขาสัตว์หายากของนักธรรมชาติวิทยา

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

แม้เด็ก ๆ จะค้นคว้าต้นกำเนิดของโลกและสิ่งมีชีวิตได้จากห้องเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าผู้ปกครองอยากให้ลูกได้สัมผัสความสมจริง ต้องพามาที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาย่านปทุมธานี 

จุดดึงดูดสายตาแรกหน้าพิพิธภัณฑ์นี้คือ ไดโนเสาร์จำลอง ส่วนด้านในมีการจำลองยุคไดโนเสาร์ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พันธุ์ไม้หายาก โมเดลสัตว์ขนาดเท่าตัวจริง และสิ่งที่ต้องไปชมให้ได้สักครั้ง คือห้องแสดงเขาสัตว์หายากทั้งในและต่างประเทศ มีทั้งละมั่ง กวางป่า วัวแดง ซึ่งได้รับมาจาก นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล นักธรรมชาติวิทยา 

โดยรอบพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยายังมีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อีก 4 แห่งที่น่าสนใจให้เด็ก ๆ ได้ไปเรียนรู้กันอีกเพียบ

  • เปิดบริการ :  วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 09.30 – 16.00 น. วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 17.00 น.
  • ผู้ใหญ่ 100 บาท นักเรียนและนักศึกษาปริญญาตรี อายุไม่เกิน 24 ปีที่มีบัตรนักศึกษา และผู้อายุเกิน 60 ปี ฟรี
  • เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (แผนที่)
#06

เล่นน้ำพุกลางแจ้งที่คาเฟ่กลางกรุง

Wonder Wood Kids Cafe

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : Wonder Wood Kids Cafe

Wonder Wood Kids Cafe เป็นคาเฟ่ที่ตอบโจทย์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ด้วยเครื่องเล่นมากมายที่ผ่านกระบวนการคิดมาอย่างดีว่าเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและปัญญาให้กับเด็ก ๆ ซึ่งมีให้เลือกสรรทั้งกิจกรรมในร่มและกลางแจ้ง 

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจของทางร้านคือโซนเล่นน้ำที่เหมาะกับเด็กสายลุย สายเลอะ พร้อมด้วยเครื่องเล่นทั้งสไลเดอร์ ม้าโยก รถลาก บ่อทราย ให้เด็ก ๆ ได้ปล่อยพลังอย่างเต็มที่ เล่นเสร็จแล้วก็อาบน้ำล้างตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วต่อด้วยกิจกรรมในร่ม ซึ่งครบถ้วนทั้งการต่อบล็อกหรรษา สระบอล ในระหว่างรอทางร้านก็มีพื้นที่ให้ผู้ปกครองได้เอนหลังจิบชากินข้าวด้วยนะ

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 19.00 น.
  • เด็ก 350 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็กต่ำกว่า 6 เดือนเข้าฟรี
  • ซอยพัฒนาการ 51 แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#07

ให้อาหารไก่ เก็บไข่ในเล้า

LandLab

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

เยือน LandLab  ห้องแล็บการเรียนรู้วิทยาศาสตร์กลางทุ่งย่านนนทบุรี ให้เด็ก ๆ เรียนรู้พร้อมทำกิจกรรมมากมายเพื่อรู้จักวิทยาศาสตร์ผ่านธรรมชาติและสิ่งใกล้ตัว เช่น การให้อาหารสัตว์ การทำสบู่จากดอกไม้ ไปจนถึงการเข้าครัวจากวัตถุดิบภายในไร่ การให้อาหารไก่จากมือเปล่าและการเก็บไข่สด ๆ จากในเล้า รวมถึงเรียนรู้กระบวนการของการเกิดไข่จากไก่ตัวเป็น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กเมืองกรุงหลายคนไม่เคยสัมผัส

ยกตัวอย่างกิจกรรมเข้าครัวทำอาหารจากไข่ไก่และมันม่วง เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การลองผิดลองถูก ต้องจับไข่ยังไงถึงจะไม่แตก ทำยังไงให้มันม่วงกลายเป็นข้าวเกรียบ ไปจนถึงการคุมไฟเมื่อต้องทอดไข่และเผามันม่วง กิจกรรมเหล่านี้จะมอบทั้งความรู้และความสนุก เหมาะที่สุดสำหรับจดเข้าลิสต์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

  • เปิดบริการ : วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น.
  • 1 ขวบครึ่ง Free Play, ไม่เกิน 3 ขวบ 250 บาท, 3 ขวบขึ้นไป 500 บาท, ผู้ใหญ่ 150 บาท Full Play ครอบครัว (3 คน) 2,000 บาท, (เพิ่มเด็ก 1,000/คน เพิ่มผู้ใหญ่ 500/คน)
  • ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย นนทบุรี (แผนที่)
#08

English Camp สุดท้าทายที่จะช่วยปลดล็อกความกลัว

Bangyai English Village

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : BangYai English Village

Bangyai English Village เป็นพื้นที่การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนผ่านการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติ กิจกรรมจะแบ่งตามช่วงอายุ เหมาะกับเด็ก ๆ อายุ 1.3 – 17 ปี 

เมื่อมาที่นี่ เด็ก ๆ จะได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษแบบเต็มที่ผ่านการฟังและโต้ตอบกับเพื่อน ๆ และคุณครูชาวต่างชาติ โดยกิจกรรมเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างจริงจังมี 2 โปรแกรมให้เลือก คือ 2 ชั่วโมง 15 กิจกรรม และ 4 ชั่วโมง 30 กิจกรรม 

รับรองว่าน้อง ๆ จะได้ฝึกทั้งภาษาอังกฤษ ปลดล็อกความกลัว สร้างความกล้าหาญ และได้รับความสนุกอย่างเต็มอิ่มแน่นอน

  • เปิดบริการ : วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 11.30 น./ 13.00 – 15.00 น. / 15.15 – 17.15 น. วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 11.30 น. / 13.00 – 15.00 น.
  • 2 ชั่วโมง 1,499 บาท / 4 ชั่วโมง 1,999 บาท
  • ซอยรวมฤทธิ์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี (แผนที่)
#09

วาดหน้าเค้กด้วยพู่กันวาดภาพ

FUN Cafe Bangkok

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : FUN Cafe Bangkok

FUN Cafe เป็นคาเฟ่ที่จัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้น้อง ๆ ได้ลองรับบทบาทเป็นเชฟขนมหวาน แสดงฝีมือผ่านการเพนต์หน้าเค้ก

เด็กที่ชื่นชอบด้านศิลปะและฝันอยากเป็นเชฟขนมหวานหลายคนอาจมีเครื่องครัวไม่ครบครัน FUN Cafe จึงขอสานฝันให้ทุกคนได้ลองสรรสร้างรูปวาดและละเลงสีลงบนหน้าเค้ก หรือแม้กระทั่งบนรูปปั้นช็อกโกแลตผ่านพู่กันระบายสี ท้ายสุดก็ยังได้กินเค้กอร่อยหน้าตาดีฝีมือตัวเองอีกด้วย บรรยากาศภายในร้านก็แสนอบอุ่น พนักงานทุกคนพร้อมให้บริการอำนวยความสะดวกเต็มที่

  • วันพุธ-วันจันทร์ เวลา 10.00 – 19.00 น.
  • ค่าเพนต์เค้กชุดละ 155 บาท
  • 413, 6-7 ถนนมหาพฤฒาราม แขวง มหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)
#10

เรียนขี่ม้าในร้านอาหาร

The Hay – Equestrian Center & Eatery

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : The Hay – Equestrian Center & Eatery

The Hay – Equestrian Center & Eatery คือร้านอาหารที่เปิดสอนการเรียนขี่ม้า ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่หาโอกาสเข้าร่วมได้ไม่ง่ายนัก เหมาะกับครอบครัวสายลุยที่พร้อมเปิดประสบการณ์และเพิ่มทักษะใหม่ไปในเวลาเดียวกัน  

ทางร้านมีการสอนเป็นรายครั้งและรายคอร์ส และจัดคอร์สตามความเหมาะสมสำหรับเด็กเล็ก เด็กโต และผู้ใหญ่ สอนตั้งแต่การนั่งบนหลังม้า การทรงตัวบนหลังม้า ไปจนถึงการให้ลองบังคับม้าเองเลย การเรียนขี่ม้าช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกการทรงตัว สอนให้ใจเย็น ใช้เวลาเรียนรู้ไปทีละขั้นตอน และยังนำไปต่อยอดเป็นกีฬาแข่งขันได้อีกด้วย หากผู้ปกครองกังวลเรื่องความปลอดภัย หายห่วงได้เลยเพราะคุณครูของที่นี่จะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และกำชับให้ใส่อุปกรณ์การขี่ม้าก่อนเสมอ

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันศุกร์ (หยุดทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน) ร้านอาหารเปิดเวลา 10.00 – 21.00 น. 
  • เรียนขี่ม้า 30 นาที  800 บาท 1 ชั่วโมง 1,300 บาท (ไม่รวมค่าเช่าอุปกรณ์)
  • 75 ซอยเอกชัย 131 ถนนพรมแดน เขตบางบอน กรุงเทพฯ (แผนที่)
#11

เดินศึกษาพันธุ์ไม้บนสกายวอล์ก

ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง ปตท.

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

ป่าในกรุง ปตท. เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในบริเวณที่ดินของ ปตท. และยังเป็นศูนย์เพื่อการเรียนรู้ด้วย เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและนิทรรศการเกี่ยวกับคุณค่าของป่าไม้ 

ภายในอาคารนิทรรศการจะแบ่งโซนให้ความรู้หลายเรื่อง เช่น เมล็ดพันธุ์ไม้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ประโยชน์ของต้นไม้ 1 ต้น เมื่อได้เรียนรู้ในเรื่องราวของป่าไม้จนเข้าใจแล้ว ส่วนไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการเดินชมธรรมชาติบนสกายวอล์กระยะทางกว่า 200 เมตร มีระดับความสูงถึง 5 ระดับตลอดทางเดินจะได้เห็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ พันธุ์ไม้หลากหลายชนิด พร้อมได้สูดบรรยากาศดี ๆ กันอีกด้วย แนะนำว่าถ้ามาในช่วงเช้าบรรยากาศจะเย็นสบายและสดชื่นมาก

  • วันอังคาร-วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 18.00 น. 
  • ฟรี 
  • 81 ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงดอกไม้ เข
#12

เดินตามผีเสื้อและแมลงกว่า 500 ตัว

อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพ

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพ

เมื่อพูดถึงสวนรถไฟ เรามักจะนึกถึงการปั่นจักรยาน ปิกนิก หรือนอนเล่นรับลม แต่ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญซ่อนอยู่ นั่นคือการเข้าไปชมอุทยานผีเสื้อและแมลงที่ตั้งอยู่ภายในสวนรถไฟที่มีทั้งหมด 4 ส่วน แต่ส่วนที่ไม่อยากให้พลาดคือส่วนที่ 4 อาคารโดมจัดแสดงผีเสื้อมากกว่า 500 ตัว เด็ก ๆ จะได้ใกล้ชิด

กับผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ทั่วโลก ได้เห็นทั้งความสวยงามและเรียนรู้วงจรชีวิตของผีเสื้อ-แมลงไปในตัว ถือเป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนที่น้อง ๆ ต้องห้ามพลาด 

  • เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
  • ฟรี
  • ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผน
#13

ชมการรีดพิษและจับงูอย่างปลอดภัย

สวนงู สถานเสาวภา สภากาชาดไทย

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

สวนงู สถานเสาวภา สถานที่เที่ยวเชิงวิชาการที่จะพาทุกคนไปรู้จักกับงูอย่างลึกซึ้งและปลอดภัย เหมาะกับการเรียนรู้ของคนทุกวัย เพราะมีทั้งการแสดงจากเจ้าหน้าที่และห้องจัดแสดงงูนานาชนิด 

น้อง ๆ จะได้พบกับงูหลายสายพันธุ์ที่อาจไม่เคยรู้จัก เช่น งูโมลัคแคนไพธัน งูแส้หางม้า และงูเขียวหางแฮ่มใต้ นอกจากนี้ยังมีเกมเล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ ได้ตามหางูปลอมอีกด้วย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ที่นี่ยังมีนิทรรศการแสดงพัฒนาการของตัวอ่อนในไข่ ภาพกระดูกงู ข้อมูลต่าง ๆ ของงูเช่น ฟันและเกล็ดงู 

และห้ามพลาดชมสาธิตการรีดงูและการจับงู เพราะการแสดงนี้จะทำให้เราได้เรียนรู้วิธีรับมือกับสัตว์เลื้อยคลานโดยไม่เป็นอันตรายต่อกันทั้งมนุษย์และสัตว์

  • วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.30 – 15.30 น. , วันปกติ สาธิตการรีดพิษงู เวลา 11.00 น. และสาธิตการจับงู 14.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สาธิตการจับงู เวลา 11.00 น.
  • ผู้ใหญ่ 40 บาท นักเรียน/นักศึกษา 20 บาท เด็ก 10 บาท
  • 1871 ถนนพระรามที่ ๔ แขวง ปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#14

ผจญภัยและปีนป่ายเครื่องเล่นกลางไร่ผลไม้

Get Growing Community Farm

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

Get Growing Community Farm สนามเด็กเล่นที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติในพื้นที่ขนาด 6 ไร่ ที่นี่มีความสนุกให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้หลายกิจกรรม เช่น การให้อาหารสัตว์ เก็บไข่ เวิร์กชอปการทำเก้าอี้ D.I.Y 

แต่ที่ดึงดูดสายตาได้มากกว่ากิจกรรมอื่นคือสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ที่มีทั้งโซนเปียกและโซนแห้งจะได้ทั้งวิ่ง ปีน กระโดด ดึง จับ เป็นการพัฒนาทางด้านร่างกาย ความคิดและจิตใจ ส่งเสริมความกล้าการตัดสินใจเลือกเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นสัมผัสโคลน อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เนื่องจากสนามเด็กเล่นจะเน้นไปทางล้ม ลุก คลุกคลีไปกับธรรมชาติอยากให้คุณพ่อ คุณแม่เตรียมชุดมาเผื่อให้น้อง ๆ ด้วยนะ 

  • เปิดทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.30 น.
  • ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปในแต่ละกิจกรรม
  • 22 ตำบล บางกะเจ้า อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ 10130 (แผนที่)
#15

เดินชมหิ่งห้อย

บางกะเจ้า

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : www.facebook.com/Lumpoo.Bangkrasorb

คุ้งบางกะเจ้า พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงที่จะทำให้น้อง ๆ ได้ดื่มด่ำไปกับการชมหิ่งห้อย รับความรู้ระหว่างทางปั่นจักรยาน สัมผัสบรรยากาศชุมชนริมน้ำ อีกทั้งใช้เวลาว่างอย่างมีคุณภาพกับครอบครัว

เริ่มจากการเดินชมตลาดน้ำบางน้ำผึ้งที่มีร้านค้ามากมาย มีขายทั้งเสื้อผ้า อาหาร ขนมโบราณ หรือใครอยากไปเช่าจักรยานปั่นชมรอบคุ้งก็ย่อมได้ ไม่ไกลกันมีพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย บ้านธูปหอมสมุนไพร สวนป่า 200 ไร่ และสวนสาธารณะที่มีหอชมวิวสูงกว่า 7 เมตรอีกด้วย 

และสิ่งที่ต้องลองให้ได้สักครั้ง คือกิจกรรมชมหิ่งห้อย โดยในอดีตบางกะเจ้ามีจุดชมหิ่งห้อยถึง 11 จุด เพื่ออรรถรสเต็มเปี่ยม แนะนำให้ไปถึงก่อนมืด และไปที่หมู่บ้านหิ่งห้อย บางกระสอบ เพราะเป็นทั้งแหล่งอนุรักษ์และอนุบาลหนอนหิ่งห้อย มีทั้งตัวน้อยและใหญ่ให้ได้ชมแสงวิบวับ 

  • วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ติดต่อล่วงหน้าเพื่อชมหิ่งห้อย โทร. 08 8940 5992 หรือ www.facebook.com/Lumpoo.Bangkrasorb/
  • ฟรี
  • 98 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ (แผนที่)
#16

ถีบเรือเป็ด

สวนลุมพินี

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

สวนลุมพินีคือสวนอเนกประสงค์ที่กำลังจะมีอายุครบ 100 ปี ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมายตั้งแต่เช้าจรดเย็น ตั้งแต่วิ่ง ไทเก๊ก แอโรบิก ไปจนถึงปั่นจักรยาน (ในบางเวลา) แต่ที่เราอยากแนะนำเป็นกิจกรรมสุดคลาสสิก นั่นก็คือ การถีบเรือเป็ด กิจกรรมง่าย ๆ แต่น้อง ๆ หนู ๆ และผู้ปกครองจะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศในสวนเต็ม ๆ

  • วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 04.30 – 22.00 น.
  • ค่าเช่าเรือเป็ด 40 บาท
  • 192 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#17

เล่นสไลเดอร์โคลนริมแม่น้ำ

Woodnote Natural

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : Woodnote Natural

Woodnote Natural เป็น Co-Playing Space ย่านนนทบุรีที่ทั้งครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมพร้อมกัน ระหว่างที่ผู้ปกครองเพลิดเพลินไปกับการตั้งแคมป์ริมแม่น้ำ เด็ก ๆ ก็ยังได้ฝึกพัฒนาการผ่านการเล่นดิน ปั้นโคลน และอีกหลากหลายเวิร์กชอปที่จัดขึ้นเป็นพิเศษอีกด้วย

สิ่งแรกที่เราอยากแนะนำให้ลองทำคือการเปิดประสบการณ์เล่นเลอะเปรอะโคลน ทั้งเล่นดิน คลุกทราย ลุยโคลน ลงน้ำ ให้เด็ก ๆ สนุกสนานเต็มที่และพัฒนากล้ามเนื้อไปพร้อมกับจินตนาการผ่านการปั้นในสนามทรายและสไลเดอร์โคลน นอกจากนี้ยังมีสนาม Pump Track ให้ได้ท้าทายและเวิร์กชอปอีกมากมาย เช่น การฟังนิทาน 2 ภาษา ชมแสงพลุ และการเต้นสวิงที่เคยไปเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา 

  • วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 11.00 – 19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 20.00 น.
  • 1 day pass เด็ก 890 บาท ฟรีผู้ปกครอง 2 ท่าน ไม่จำกัดเวลา
  • ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย นนทบุรี (แผนที่)
#18

สวมบทแอนดี้ Toy Story ในห้องนอนของเขา

Tooney Toy Museum

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : Tooney Toy Museum

พิพิธภัณฑ์ของเล่นย่านนนทบุรีแห่งนี้รวบรวม-ของเล่นของสะสมไว้มากกว่า 50,000 ชิ้น มีทั้งตัวการ์ตูนในอดีตและคาแรกเตอร์ฮอตฮิตในปัจจุบัน เด็ก ๆ จะได้เพลิดเพลินไปกับการ์ตูนตัวโปรด ส่วนผู้ปกครองก็จะได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

ในพิพิธภัณฑ์มีหลากหลายโซนให้เลือกเดินชม ที่พลาดไม่ได้คือห้องของแอนดี้จากเรื่อง Toy Story พอเข้ามาแล้วคุณจะถ่ายภาพเก็บบรรยากาศจนหนำใจ หรือสวมบทบาทเป็นแอนดี้ก็ได้เช่นกัน

ถ้าอยากเดินให้ครบทุกโซนแนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง ปักหมุดวันว่าง แล้วพาเด็ก ๆ มาพบปะคาแรกเตอร์ที่ชอบอย่างใกล้ชิดได้เลย 

  • วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 18.00น
  • ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 100 บาท
  • ซอยศรีสมาน 8 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี (แผนที่)

Writers

ธนพร ท้าวลา

ธนพร ท้าวลา

นิสิตปรัชญาปี 4 กำลังค้นหาตัวตนด้วยการเขียน หลงรักฤดูฝนในวันที่ไม่ต้องไปไหน ไม่ถูกกับอากาศหนาว งานอดิเรกเต้นยับ เป็นอาร์มี่หัวใจสีม่วง

มานิตา สุนทรพจน์

มานิตา สุนทรพจน์

เด็กสาวชาวอุทัย ผู้นมัสการให้แด่สายผลิตงานสร้างสรรค์ และผู้ฝากความสุขอนันต์ไว้บนพุงแมวและชาเขียว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load