The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

นราธิวาส ตั้งอยู่ในพื้นที่ปลายแหลมบนคาบสมุทรมลายู (Malay Peninsula) หนึ่งในสามจังหวัดปลายด้ามขวาน มีพรมแดนติดประเทศมาเลเซีย 

นอกจากจะมีทรัพยากรธรรมชาติสวยงามหลากหลายเป็นเอกลักษณ์ ทั้งแม่น้ำ ทะเล ป่าไม้ ภูเขา สายธารทางประวัติศาสตร์ยังเชื่อมร้อยเรื่องราวจากทั่วทุกสารทิศมาบรรจบกัน ผ่านเส้นทางการค้าที่ถูกเรียกขานว่า ‘เส้นทางสายไหมทางทะเล’ 

จากแผ่นดินไร้พรมแดน สู่ส่วนหนึ่งของอาณาจักรลังกาสุกะ ปาตานีดารุสสลาม กระทั่งร่วมสมัยรัตนโกสินทร์

จากชนพื้นเมืองดั้งเดิมชาติพันธุ์เนกริโต (เซมัง-โอรังอัสลี) ชาวมลายู ชาวฮินดู-พราหมณ์ ชาวจีน ชาวสยาม หรือชาวยุโรป

และจากความเชื่อในการนับถือผีสางนางไม้ สิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติ สู่ศรัทธาความเชื่อใหม่จำหลักมั่น ทั้งพุทธ ฮินดู-พราหมณ์ คริสต์ และอิสลาม

บนแผ่นดินเดียวกัน โชคชะตาเดียวกัน วิถีชีวิตผู้คนจึงได้อยู่อาศัยร่วมกันมาอย่างผูกพันกลมเกลียว 

คอลัมน์ Take Me Out จะชวนไปสัมผัสแหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ประกอบสร้างจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ศาสนสถาน ภาษา วัฒนธรรมผ้าและอาหาร รวมถึงจุดเด่นทางธรรมชาติอย่างกลมกลืนลงตัวในความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ในพื้นที่ที่มีความหมายว่า ที่อยู่ของคนดี-นราธิวาส

01 

มัสยิดวาดีลฮูเซ็น หรือ มัสยิดตะโละมาเนาะ

หนึ่งในสถาปัตยกรรมมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในแหลมมลายู

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ผู้สร้างมัสยิดที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดในแหลมมลายูแห่งนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2167 นับเนื่องถึงปีปัจจุบัน 2564 มีอายุรวม 397 ปี คือ วันฮูเซ็น อัส-ซานาวี ผู้อพยพมาจากบ้านสะนอยานยา จังหวัดปัตตานี แรกสร้างมีลักษณะเป็นเพียงหลังคามุงใบลานแบบเรียบง่าย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินเผา 

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

หลักฐานสำคัญที่น่าสนใจคือ ครั้งหนึ่งบริเวณชุมชนข้างเคียงเคยเป็นแหล่งผลิตคัมภีร์อัลกุรอานที่เขียนด้วยมือ มีชื่อเสียงขจรกระจายไกล และสิ่งโดดเด่นประการหนึ่งที่มักถูกหยิบยกมากล่าวถึงกันเสมอของมัสยิดแห่งนี้ คือลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากมัสยิดทั่วไป 

ด้วยเป็นอาคาร 2 หลังติดต่อกัน สร้างด้วยไม้ตะเคียนทั้งหลัง ใช้ไม้สลักแทนตะปู รูปทรงอาคารเป็นแบบไทยพื้นเมืองประยุกต์เข้ากับศิลปะจีนและมลายู ได้รับการออกแบบอย่างลงตัว เหนือหลังคามีฐานมารองรับจั่วบนหลังคาอยู่ชั้นหนึ่ง กลายเป็นส่วนเด่นสุดของอาคาร หออาซานหรือที่ใช้สำหรับประกาศเรียกคนมาละหมาด มีลักษณะเป็นเก๋งจีนตั้งอยู่บนหลังคาส่วนหลัง ฝาเรือนใช้ไม้ทั้งแผ่นแล้วเจาะหน้าต่าง ช่องลมแกะเป็นลวดลายใบไม้ ดอกไม้ สลับลวดลายจีนอย่างกลมกลืนเป็นเอกลักษณ์ 

ปัจจุบัน ชาวบ้านตะโละมาเนาะ ยังคงใช้มัสยิดแห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจอยู่เป็นประจำ โดยทั่วไปเข้าชมได้บริเวณภายนอกเท่านั้น หากต้องการเข้าชมภายใน ต้องได้รับอนุญาตจากอิหม่ามประจำหมู่บ้าน

ที่ตั้ง : บ้านตะโละมาเนาะ ตำบลลูโบะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 0 7352 2411

02

ขนมอาเก๊าะ – เจ้ายะกัง บาโง

มรดกขนมพื้นบ้านมลายู จากบรรพบุรุษสู่ทายาทรุ่นใหม่

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

“ครอบครัวของเราทำขนมอาเก๊าะมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ แม้จะมีกระบวนการขั้นตอนที่ยุ่งยาก แต่เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้ครอบครัว จึงตั้งใจสานต่อสืบทอดมาถึงคนรุ่นใหม่ คือรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน”

เมาะจิ สเปีย ผู้อาวุโสจากร้านอาเกาะ ฮัจญะห์ ยามีล๊ะ ยะกัง เจ้าเก่า บอกเล่าเรื่องการสืบทอดวิชาทำขนมโบราณในพื้นที่ชายแดนใต้ ขึ้นชื่อในลิสต์ลำดับต้น ๆ ของขนมช่วงเดือนรอมฎอน (เดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม) จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ลูกค้าโทรศัพท์สั่งจองกันข้ามวัน ใครไม่จองก่อน รับรองอดแน่นอน

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

 อาเก๊าะ คือขนมโบราณชนิดหนึ่ง เป็นที่นิยมกันมากในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส สันนิษฐานว่าชื่อนี้อาจเพี้ยนมาจากคำภาษามลายูว่า อาเก๊ะ ที่แปลว่า ยกขึ้น ซึ่งเป็นลักษณะสะท้อนถึงกรรมวิธีการผลิตที่ต้องยกไฟที่วางอังไว้ข้างบนออกทุกครั้งเมื่อขนมสุก ด้วยการผิงไฟบนล่างด้วยเชื้อไฟจากกาบมะพร้าวให้ความร้อนทั่วถึง เห็นควันลอยโขมงอยู่รอบบริเวณ และถึงแม้เวลาจะผ่านไป บรรดาแม่ค้าที่ทำขนมอาเก๊าะก็ยังคงใช้วิธีแบบดั้งเดิม เพราะเป็นที่มาของกลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้ลอง

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

อาเก๊าะที่สุกได้ที่แล้วจะมีลักษณะเหมือนคัสตาร์ดหรือขนมหม้อแกงเนื้อแน่น กลิ่นหอม รูปทรงรีและแบน แต่ละร้านมีสูตรการทำแตกต่างกันไป เพื่อทำให้ขนมอาเก๊าะมีเนื้อและรสแตกต่างกันไป กระทั่งทุกวันนี้ขนมอาเก๊าะ ยะกัง เป็นที่รู้จักและมีออเดอร์จำนวนมาก ทั้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอน มียอดสั่งถึงวันละ 2,000 – 3,000 ลูก ถึงขั้นต้องเร่งการผลิต ผลัดเวรทำทั้งวันทั้งคืน

ที่ตั้ง : บ้านบาโง ชุมชนยะกัง 1 ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : ประมาณ 09.00 – 17.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 1599 2010

03

ภัตตาคารมังกรทอง

ร้านอาหารเก่าแก่สะท้อนจีนวิถี แต่มีเมนูสมานฉันท์ ไทย จีน และปักษ์ใต้ 

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

ร้านอาหารไทย-จีนชื่อเสียงในระดับต้น ๆ อยู่คู่เมืองนรามายาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2518 จากบ้านอยู่อาศัย ปรับปรุงกลายเป็นร้านอาหารชื่อดังสไตล์จีนร่วมสมัย ให้บริการแบบอบอุ่นเป็นกันเอง 

ที่นี่คือร้านอาหารจีนที่ได้รับการยอมรับว่ารสชาติดีที่สุดในนราธิวาส เน้นหนักอาหารประเภทปลา กุ้ง เมนูเด็ด เช่น ขนมจีนแกงไตปลาปักษ์ใต้ มีไข่ต้มทานประกอบ แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าว แกงไตปลา เป็ดกรอบ สลัดกุ้งทอด ปลาสำลีทอด ไก่สับเบตง ยำผักกูด ผัดสะตอกุ้งสด หรือปลากุเลาตากใบ และปลาหมอหยองแดดเดียวทอด

ป้ามะลิ หรือ คุณมะลิวัลย์ คือผู้ริเริ่มสร้างภัตตาคารมังกรทอง ลงมือทำเครื่องแกงเอง จึงได้รสชาติหอมกรุ่นชวนหิวตามต้องการ จนติดใจลูกค้าทั้งในและนอกพื้นที่ โดยเฉพาะเวลามีงานเทศกาลต่าง ๆ 

ร้านมังกรทองมี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว เป็นร้านสำหรับต้อนรับนักชิมทั้งชาวไทย จีน และปักษ์ใต้พื้นถิ่น บรรยากาศก็เยี่ยมเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ติดริมน้ำบางนรา มีระเบียงโล่งและเป็นแพยื่นลงไปในแม่น้ำ ยามเย็นลมโปร่งพัดสบาย ได้ชมวิวและวิถีชีวิตของชาวนราธิวาสเพลิน ๆ กันไป 

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

บางช่วงจะเห็นเรือกอและของชาวบ้านวิ่งผ่านไปมาช่วงพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า และบางคืนเห็นพระจันทร์ที่ค่อย ๆ โผล่พ้นเขาตันหยง ทอดเงาพลิ้วไหวในสายน้ำบางนรา กลายเป็นสถานที่ของความทรงจำระหว่างอาหารรสชาติอร่อยและหัวใจอิ่มสุขได้ดื่มด่ำรสธรรมชาติ

ที่ตั้ง : 433 ถนนภูผาภักดี ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน 11.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 0 7351 1835

Facebook : มังกรทอง นราธิวาส Mangkorntong Narathiwat

04

บาติกอ่าวมะนาว

ร้านผ้าบาติกของชุมชนมุสลิมริมทะเล 

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

อ่าวมะนาว ชายหาดสวยงามด้วยเม็ดทรายขาวละเอียดเหยียดยาวขนานไปกับน้ำทะเลสีคราม และมีหมู่บ้านชายทะเลน่ารักอยู่ชิดริมอ่าวชื่อว่า บ้านอ่าวมะนาว 

ที่นี่คือแหล่งผลิตผ้าบาติกที่เต็มไปด้วยความสดใสของเส้นสาย ประหนึ่งวาดสีสันชีวิตใหม่ให้ผู้คน จากหมู่บ้านที่มีประชากรแทบทั้งหมดนับถือศาสนาอิสลาม ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ยึดอาชีพการประมง (ลูกจ้างเรือประมง) เป็นหลัก แต่รายได้ก็ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ชาวบ้านส่วนหนึ่งจึงตัดสินใจเดินทางไปขายแรงงานในประเทศมาเลเซีย ทำให้ชุมชนเงียบเหงา เหมือนไร้ความหวัง

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น
9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ทว่าจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2536 เมื่อ พิสชัยวุธ และ มีนะ หะยีกะจิ ซึ่งในขณะรับราชการ แต่สมาชิกในครอบครัวลองทำงานอดิเรกด้วยการทำผ้าบาติก จนเห็นว่าหากทำอาชีพนี้อย่างจริงจัง น่าจะสร้างรายได้ได้ ประกอบกับมีชาวบ้านที่เคยทำงานในโรงงานบาติกในประเทศมาเลเซียเดินทางกลับมาบ้าน จึงชักชวนและรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่ม และได้รับการช่วยเหลือในการรวมกลุ่มดำเนินงานอย่างจริงจังจากทางราชการ

เรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาพื้นบ้าน จึงปรากฏผ่านลายผ้าบาติกที่ถูกนำมาแปรรูปเป็นสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งเสื้อผ้า ผ้าคลุม กระโปรงฝ้าย กระเป๋าผ้าบาติก ฯลฯ

ที่ตั้ง : 24/15 หมู่ 7 ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 09.00 – 17.00 น. (ปิดทำการวันอาทิตย์)

โทรศัพท์ : 09 8019 6952, 08 1275 5399

Facebook : Aomanao Batik

05

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร

แหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมชุมชนของทายาทท่านขุน

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

ด้วยเป้าหมายเพื่อมุ่งรักษาศิลปะ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษารากเหง้าในอดีต ผู้ใหญ่มิง-รัศมินทร์ นิติธรรม จึงตัดสินใจก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร ใน พ.ศ. 2552 และเปิดตัวเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.​ 2555 หวังสืบทอดเจตนารมณ์บรรพบุรุษ ในฐานะบุตรชายของ มนูญธรรม นิติธรรม (หลานชายคนโตของขุนละหาร) และ มีนา นิติธรรม จนนับเป็นตัวอย่างที่ดีในการเคลื่อนไหวของคนในชุมชน 

“ทั้งคุณค่าวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ เรื่องราวเหล่านี้เป็นอัตลักษณ์สำคัญและมีคุณค่ามาก ผมจึงตั้งใจอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชน และมุ่งถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนและสังคม” รัศมินทร์ นิติธรรม บอกเล่าถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็น 6 ห้อง เช่น ห้องภูมิหลัง จัดแสดงเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องปั้นดินเผายุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยลังกาสุกะ ห้องเครื่องใช้ไม้สอย จัดแสดงเครื่องมือ เครื่องใช้ ของชาวมลายูในชายแดนใต้ ห้องพิธีกรรม จัดแสดงแบบประเพณี พิธีกรรมของชาวมลายูในชายแดนภาคใต้ ห้องสายน้ำ จัดแสดงวัสดุ อุปกรณ์ การประกอบอาชีพ ประมงน้ำจืด ประมงน้ำเค็ม และห้องศาสตราวุธ จัดแสดงศาสตราวุธชาวมลายูในอดีต 

รูปแบบของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอื่น ๆ ในอดีต เพราะนอกจากจัดแสดงโบราณวัตถุแล้ว ยังจัดกิจกรรมสร้างความผูกพันกับชุมชนและกลุ่มวัฒนธรรมอื่น และแสดงองค์ความรู้ทางด้านการเปลี่ยนแปลงของท้องถิ่น เช่น ด้านการปกครอง สังคม ประเพณี ความเชื่อ และพิธีกรรม อย่างต่อเนื่อง 

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ผู้มาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเข้าใจวิถีชีวิต ศรัทธาความเชื่อของผู้คน ผ่านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และประการสำคัญ ได้มองเห็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ที่เชื่อมต่อแต่ละยุคสมัย ภายใต้สายรากวัฒนธรรมมลายูได้อย่างชัดเจนขึ้น

ที่ตั้ง : บ้านกาเด็ง หมู่ 7 ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 0 7359 1222, 08 9656 9957

Facebook : พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร Khun Laharn Local Museum

06

พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัล-กุรอาน

แหล่งเก็บคัมภีร์อัล-กุรอานโบราณอายุกว่าพันปี ตำรายา และตำราดาราศาสตร์

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

ย้อนหลังไปเมื่อ 500 ปีก่อน เมื่อพญาอินทิราแห่งอาณาจักรลังกาสุกะ ได้ปฏิญานตนเข้ารับศาสนาอิสลาม และเปลี่ยนชื่อเป็น สุลต่านอิสมาอีลชาห์ อาณาจักรลังกาสุกะถึงคราเปลี่ยนเป็น ปาตานีดารุสสาลาม ผู้คนส่วนใหญ่ในพื้นที่จึงเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามตราบกระทั่งทุกวันนี้ 

เรื่องราวเกี่ยวกับคัมภีร์อัล-กุรอาน (Al-Quran) คัมภีร์ในศาสนาอิสลามกลายเป็นเรื่องสำคัญ ชาวมุสลิมเชื่อว่าเป็นพระวจนะของอัลลอฮ์ ที่ประทานผ่านเทวทูตญิบรีลมาสู่นบีมุฮัมมัด เพื่อเป็นทางนำในการดำเนินชีวิตของชาวมุสลิมผู้ศรัทธาเมื่อ 1,400 ปีก่อน

“ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน อัล-กุรอาน จึงสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวมุสลิม” โต๊ะครู มาหามะลุตฟี หะยีลาแม ผู้บริหารสถานศึกษาสอนศาสนาอิสลามโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ร่วมกับคณะครูโรงเรียนสมานมิตร กล่าวถึงความสำคัญของคัมภีร์ที่เป็นทางนำในชีวิตของผู้นับถือศาสนาอิสลาม เป็นความตั้งใจที่จะรวบรวมประเภทคัมภีร์อัล-กุรอานโบราณ มรดกทางศิลปวัฒนธรรมอิสลามที่ตกทอดจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

จากเริ่มแรกรวบรวมได้ 13 เล่ม เป็นสมบัติของโรงเรียนและจากสุเหร่าเก่าแก่ในชุมชน ต่อมาจึงมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งจากชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และชาวต่างชาติแถบประเทศอาเซียน ทยอยนำมามอบให้ กระทั่งสามารถรวบรวมคัมภีร์ได้มากกว่า 70 เล่ม 

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น
9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

“คัมภีร์อัล-กุรอาน ที่เก่าแก่ที่สุดของโรงเรียนสมานมิตรวิทยามีอายุกว่าหนึ่งพันปีจากประเทศอียิปต์ หรือคัมภีร์โบราณจากรูสะมีแล ปัตตานี อายุกว่าสามร้อยปี ได้รับคัดเลือกจากสถาบันหอสมุดสุไลมานียะห์ ประเทศตุรกี ให้เป็นคัมภีร์ที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศโลกมุสลิม เมื่อ พ.ศ. 2559 นอกจากนี้ ยังมีเอกสารโบราณที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตมุสลิมที่ชาวต่างชาติมามอบให้ เช่น จากอียิปต์หรืออินโดนีเซีย ชาวมุสลิมที่มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ หรือในอดีตเคยติดต่อกับประเทศไทย มีทั้งตำรายา ตำราดาราศาสตร์ และตำราต่าง ๆ ที่ล้วนมีอายุเก่าแก่มาก” 

เอกสารโบราณเหล่านี้ ทางกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้เข้ามาดูแลเรื่องการเก็บรักษา บูรณะ ซ่อมแซม ตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง แต่หากเป็นคัมภีร์อัล-กุรอาน ที่ชำรุดและไม่สามารถซ่อมแซมเองได้ ก็จะจัดส่งไปให้ช่างผู้ชำนาญการในประเทศตุรกีซ่อมแซม 

ผู้มาเยือนสถานที่แห่งนี้จะได้เรียนรู้วิถีมุสลิม หรือสถานที่น่าสนใจเกี่ยวเนื่องกับมุสลิมในจังหวัดนราธิวาส กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมของชาติที่สำคัญแห่งหนึ่ง

ที่ตั้ง : โรงเรียนสมานมิตรวิทยา ชุมชนบ้านศาลาลูกไก่ ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4973 5772

07

เกาะยาว 

เกาะแห่งตากใบ ดินแดนแสงอาทิตย์ แสงดาว และชาวประมง

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

เกาะยาวหรือบ้านเกาะยาว มีลักษณะพื้นที่แคบยาว ส่วนกว้างสุดไม่ถึง 1 กิโลเมตร ยาวประมาณ 9 กิโลเมตร ตั้งอยู่ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอตากใบ ฝั่งหนึ่งติดทะเลอ่าวไทย ส่วนอีกฝั่งด้านหนึ่งติดแม่น้ำตากใบ มีชายหาดทรายขาวสะอาด ทิวมะพร้าวเรียงรายเป็นแนวยาวสวยงาม บรรยากาศร่มรื่นเหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ 

“จากลักษณะพื้นที่ขนานฝั่งทะเล ทำให้เกิดเป็นลำคลอง มีเกาะกำบังลมและคลื่นจากทะเล ชาวประมงจึงนิยมนำเรือมาจอดหลบคลื่นลมในฤดูมรสุม” มะสือลัม สาแลแม อิหม่ามมัสยิดบนเกาะ หนึ่งในแกนร้อยรัดศรัทธาของผู้คนในชุมชนสะท้อนบางมุมของเกาะยาว

ปัจจุบันการเดินทางจากแผ่นดินใหญ่สู่เกาะยาวเข้าได้ 2 ทาง รถยนต์เข้าทางหาดท่าเสด็จ ส่วนทางเท้าหรือมอเตอร์ไซค์จะผ่านทางสะพานเกาะยาวฝั่งตากใบ ก่อนหน้านี้การเดินทางจากเกาะยาวมายังฝั่งที่ว่าการอำเภอ ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจร กว่าจะมีการสร้างสะพานไม้เชื่อมทางต้องคอยถึง 100 ปี จึงเป็นสาเหตุให้ประชาชนเรียกสะพานดังกล่าวว่า ‘สะพานคอยร้อยปี’

เมื่อการก่อสร้างสะพานเกาะยาวเสร็จสิ้น ประกอบกับแผนผลักดันให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทุกวันนี้จึงมีผู้คนเข้ามาท่องเที่ยวบนเกาะยาวมากขึ้น ทั้งคนต่างพื้นที่ พี่น้องชาวมาเลเซีย ชาวจีน ฝรั่งต่างชาติ ชาวบ้านเองเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนภายนอกมากขึ้น เพราะภาพของชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมสวยงามสดชื่น ภายใต้บรรยากาศร่มรื่น อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นมะพร้าวรายเรียงและป่านิเวศริมฝั่งทะเล สัมผัสชุมชนที่มีเรื่องเล่าจากชุมชนเป็นประวัติศาสตร์มายาวนาน ผู้คนดำรงชีวิตอย่างมีอัตลักษณ์ และยังคงรักษาความสะอาดและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

สำหรับผู้พิสมัยเรื่องดาวเดือน ช่วงเดือนหงาย ท้องฟ้าเกาะยาวมีดวงดาวพราวแสงอร่ามเต็มฟ้า เป็นห้วงแห่งการตักตวงความสุข เมื่อทอดสายตามองบนฟากฟ้าเห็นทะเลดาว และเมื่อทัศนาวิถีโดยรอบ จะสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบ งดงาม อวลด้วยมนต์เสน่ห์จากหาดทรายขาว ทิวมะพร้าว และคลื่นขาวลมสงบ

และจากค้นหาข้อมูลการขึ้นของดวงอาทิตย์จากสมาคมดาราศาสตร์ไทย พบว่าในช่วงปลายปี พื้นที่บนเกาะยาวแห่งนี้จะเห็นแสงแรกของดวงอาทิตย์ก่อนจังหวัดอื่น ๆ นับเป็นจังหวัดแรกที่ดวงอาทิตย์ดั่งขึ้นจากท้องทะเลสู่ฟากฟ้า

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ประการสำคัญ เมื่อยืนทัศนามุมกว้างจะเห็นภาพ ‘วัดชลธาราสิงเห’ กับ ‘มัสยิดนูรุลบะรีย์’ ตั้งเด่นอยู่คนละฝั่งของลำน้ำ โดยมีสะพานคอยร้อยปีเป็นเส้นทางเชื่อมวิถีของผู้คนต่างศาสนา สะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างงดงาม

ที่ตั้ง : หมู่ที่ 8 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 06.00 – 19.00 น.

08

วัดชลธาราสิงเห

พระอารามหลวงที่ผสานศิลปะพุทธ มุสลิม และจีน

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ งานจิตรกรรม รูปแบบสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์ ภูมิทัศน์รอบวัดซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตากใบ ทำให้บรรยากาศวัดเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยร่มเงาจากพรรณไม้ สร้างความโดดเด่นให้กับสถานที่สำคัญแห่งนี้ 

วัดชลธาราสิงเห หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย เป็นพระอารามหลวง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2403 ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 สมัยดินแดนตากใบยังเป็นรัฐกลันตัน โดย ท่านพระครูโอภาส พุทธคุณ (พุด) ขอที่ดินมาจากพระยากลันตัน 

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

วัดโดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรม อาคารแต่ละหลังมีเอกลักษณ์ ผสมผสานความเป็นพุทธ มุสลิม และจีน เป็นศูนย์กลางด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ที่สำคัญ มีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของชาติ ครั้งถูกหยิบยกเป็นเหตุผลอ้างอิงในการปักปันเขตแดนระหว่างไทย-มาเลเซีย ใน พ.ศ. 2441 ที่ส่งผลให้ดินแดนส่วนนี้ไม่ถูกผนวกเข้าในเขตของประเทศมาเลเซียยุคอาณานิคมอังกฤษ

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีกุฏิสิทธิสารประดิษฐ์หรือกุฏิพระครสิทธิสารวิหารวัตร ซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่งดงาม เดิมเป็นอาคารไม้ทั้งหลัง ต่อมากุฏิพังทลายลง ทางวัดจึงสร้างขึ้นใหม่แต่รูปแบบค่อนข้างต่างไปจากเดิม ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรให้เป็นพิพิธภัณฑสถานวัดชลธาราสิงเห เพื่อเก็บโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของวัดจากภาพถ่ายเก่า รวมถึงภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เขียนโดยพระภิกษุชาวสงขลา เป็นพุทธประวัติที่สอดแทรกภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยนั้นไว้เด่นชัดและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง 

ที่ตั้ง : หมู่ที่ 3 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 0 7358 1238

09 

ทะเลหมอกเขาน้ำใส

ส่วนหนึ่งของป่าฮาลา-บาลาอันยิ่งใหญ่ 

รู้จักเสน่ห์ดั้งเดิมของนราธิวาส ผ่าน 7 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตั้งแต่ในเมือง ถึงผืนป่าและทะเล

สุคิริน…

ชื่อนี้มีเรื่องเล่า ตำนาน และเรื่องราวน่าสนใจอยู่มากมาย ทั้งตำนานเหมืองทอง ล่องแก่งต้นน้ำสายบุรี และหนึ่งในนั้นคือเรื่องราวเกี่ยวกับทะเลหมอก โดยเฉพาะที่กำลังโด่งดังคือ ทะเลหมอกเขาน้ำใส ที่บ้านน้ำใส ตำบลเกียร์ สถานที่สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ สีเขียวห่มดิน อากาศสุดบริสุทธิ์ โดยเฉพาะผืนป่าสำคัญ ฮาลา-บาลา ผืนป่าดงดิบที่กล่าวได้ว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ครอบคลุมผืนป่าบริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรี อันเป็นเส้นแบ่งพรมแดนทางธรรมชาติระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ส่วนที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสจากจุดชมวิวทะเลหมอกเขาน้ำใสคือส่วนของป่าบาลา

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

เส้นทางและสถานที่ตั้งของทะเลหมอกเขาน้ำใส ไม่ได้ลำบากยุ่งยากอะไรมากสำหรับนักเดินทาง แต่คุณค่าของการมีโอกาสได้สัมผัสช่างคุ้มค่ายิ่งนัก เพราะผู้มาเยือนจะได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้า พร้อมกับรับประทานอาหารเช้าเคล้าสายหมอก ณ จุดชมวิว ได้พูดคุยกับผู้นำชุมชนและเยาวชนบ้านน้ำใส หัวเรี่ยวหัวแรงในการดูแลจัดการบริหารอำนวยความสะดวกในเรื่องสถานที่ 

ทะเลหมอกแห่งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือของชุมชน ผ่านผู้นำชุมชนและกลุ่มเยาวชนบ้านน้ำใส พร้อมอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้นิยมการตั้งแคมป์ ก่อกองไฟปิ้งย่าง จิบชากาแฟร้อน ๆ กางเต็นท์นอนดูดาว ยามค่ำคืนเห็นดาวบนดิน พอชื่นเช้าเห็นหมอกเต็มฟ้า ก็เลือกมุมเซลฟี่กับทะเลหมอกสวยงามแบบ 360 องศา เห็นหมอกขาวม้วนตัวราวกับเกลียวคลื่นเต็มฟ้าฟากทั้งที่ไม่ใช่ฤดูหนาว มุมถ่ายภาพกว้างไกลสุดสายตา ถ่ายภาพมุมไหนก็ประทับใจ เสร็จแล้วก็ทานข้าวยำหรืออาหารพื้นบ้านท่ามกลางสายหมอก 

เช่นที่กล่าวกันว่า ยิ่งเข้าใกล้ธรรมชาติ ความทุกข์ก็น้อยลงเท่านั้น

“ขอให้รักป่า รักเขา รักเรา ทะเลหมอกเขาน้ำใส” ถ้อยเชิญชวนจาก โกเมท เจ๊ะตือเงา แกนนำเยาวชนบ้านน้ำใสที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนด้วยหัวใจไร้พรมแดน

9 แหล่งเรียนรู้ชีวิตและมรดกวัฒนธรรม ที่จะทำให้เข้าใจนราธิวาสมากขึ้น

ที่ตั้ง : หมู่ 3 บ้านน้ำใส ตำบลเกียร์ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 05.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 5753 4379, 09 9306 0038

Facebook : จุดชมวิว ทะเลหมอกเขาน้ำใส

ภาพ : มาหามะสาบรี เจ๊ะเลาะ และ รัชต หะยีมามุ

Writer

ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

ชาวดุซงญอ-นราธิวาส โดยกำเนิด ชอบอ่าน เขียน ถ่ายภาพ เดินทาง และทำกิจกรรมทางสังคมในนามกลุ่มหัวใจเดียวกัน

Photographers

มูหมัดซอเร่ เดง

ช่างภาพอิสระจากจังหวัดปัตตานี เริ่มต้นถ่ายภาพเพื่อช่วยเหลือคนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุดีเปรสชันถล่มปัตตานีใน พ.ศ. 2553 เพราะเห็นพลังของภาพถ่ายที่ช่วยเหลือสังคมได้ โดยไม่ต้องอาศัยสื่อกระแสหลัก

ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

ชาวดุซงญอ-นราธิวาส โดยกำเนิด ชอบอ่าน เขียน ถ่ายภาพ เดินทาง และทำกิจกรรมทางสังคมในนามกลุ่มหัวใจเดียวกัน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

​กลับมาอีกครั้งกับมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน Sustainability Expo 2022 (SX 2022) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก’ ตลอด 7 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม พ.ศ.​ 2565 ครอบคลุมกว่า 40,000 ตารางเมตรของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โฉมใหม่

งานนี้เป็นการรวมตัวขององค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 100 แห่ง และผู้เข้าร่วมบรรยาย 150 คนจากทั่วโลก เพื่อมาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ เทรนด์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน รวมทั้งนำเสนอโมเดลในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนขององค์กรชั้นนำ

ภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมมากมายที่ไม่ควรพลาด และอยากเชิญชวนให้ไปเรียนรู้ สนุกกับกิจกรรมในแต่ละโซน มาร่วมสร้างสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีขึ้น ตามมาค้นหาเรื่องราวที่ดีต่อเราต่อโลกได้ในทั้ง 7 โซน

01 SEP Inspiration

​ร่วมเจาะลึกหัวใจแห่ง SX แรงบันดาลใจจาก Sufficiency Economy Philosophy และ UNSDGs พาไปเข้าใจสมดุลใหม่บนจอโอบล้อมรอบตัว บอกเล่าเรื่องราวของโลกในมิติต่าง ๆ และความรู้ใหม่จากองค์กรที่เป็นนักปฏิบัติด้านความยั่งยืน

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

02 Better Living

ความสมดุลนำมาซึ่งความเป็นอยู่ที่ดี

โซนนี้จะได้เห็นการจัดการทรัพยากรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอดจนห่วงโซ่คุณค่า เพื่อต้องการให้เกิดการบูรณาการร่วมกันที่เป็นรูปธรรมจากทุกฝ่าย ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือชุมชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันสิ่งแวดล้อมก็ได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้อง

ภายในโซนมีกิจกรรมตั้งแต่ต้นสาย คือการจัดการก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ส่วนกลางสาย ผู้ชมจะได้ทำความรู้จักกับการขยายชีวิตของวงจรบรรจุภัณฑ์ (EPR) ส่งต่อจนถึงปลายสายที่จำลองโรงงานรีไซเคิลขนาดย่อม Trashpresso ของ GC เปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นของใช้อื่น ๆ ได้ภายใน 5 นาที

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

03 Better Community

​สังคมดีตามมาจากความเป็นอยู่ที่ดี

​ชุมชนที่ดีสร้างอนาคตให้กับเราได้อย่างไร เดินโซนนี้จะได้คำตอบ

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​เริ่มที่การจำลอง Smart City เหมือนเราเดินเข้าไปในเมืองสุดล้ำ เทคโนโลยีพร้อมสรรพ มองซ้ายขวาเห็นลาน EV PARK ที่นำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากค่ายชั้นนำของประเทศไทย มองบนลงล่างเห็นแต่พื้นที่สีเขียวสารพัดประโยชน์ และยังจุใจไปกับการอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีใหม่จาก Microsoft, Dell, Tencent, Huawei และ Oculus

​ใครบ้างจะไม่อยากใช้ชีวิตในเมืองที่ทั้งตอบโจทย์เราและโลก

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

04 Better Me

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​ชีวิตที่ดีและสังคมที่ดี ย่อมปราศจากผู้อยู่อาศัยที่ดีไปไม่ได้ 3 ปัจจัยหลักที่ SX 2022 หยิบยกมานำเสนอ ได้แก่ สุขภาพที่ดี อาหารที่ดี และการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ

สุขภาพที่ดี ผู้ชมจะได้เห็นความพร้อมทางด้านการแพทย์ ซึ่งพัฒนาร่วมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ก่อให้เกิดการบริการที่เข้าถึงผู้คนได้ในวงกว้างและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นจากโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย เช่นการสาธิตวิธีใช้หุ่นยนต์ดินสอ มาดูแลผู้ป่วย OPD โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

พิเศษสำหรับโซนนี้ บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ชวนทำพินัยกรรมชีวิต หรือ e-Living Will เพื่อสร้างการตระหนักรู้ในการวางแผนชีวิตของตัวเอง กับแนวคิด ‘อยู่ดี-ตายดี’

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารคือเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นใดในภูมิทัศน์ของความยั่งยืน ภายในงานจึงมีโซนจำลองแนวคิด Farm-to-Table ซึ่งเป็นกลไกสำคัญให้เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอีกต่อไป สร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจากผู้ผลิตส่งถึงมือผู้บริโภคโดยตรงอย่างครบวงจร

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

แถมยังมีอาหารแห่งอนาคตและอาหารโปรตีนทางเลือกจากเครือซีพีเอฟและไทยยูเนี่ยน พร้อมมีบริการให้คำปรึกษาสำหรับสตาร์ทอัพด้านอาหารอย่างโครงการ Space-F

ภายในโซนนี้ยังมีการจัดแสดงผลผลิตจากนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยและ Creative Young Designers อย่างเช่น แคลเซียมที่สกัดจากกระดูกปลา วัสดุก่อสร้างที่ทำจากยางพารา ผลิตภัณฑ์จากไหมที่เหลือ และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อนำเสนอถึงการเรียนรู้ต่อยอดที่ไม่รู้จบ

ทั้ง 4 โซนที่กล่าวมา จัดแสดงอยู่ที่ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) แต่แน่นอนว่างานยิ่งใหญ่ระดับนี้ ความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้แน่นอน เพราะยังมีอีก 3 โซนที่เหลือซึ่งจัดอยู่ที่ชั้น LG รอให้คุณได้เข้ามาร่วมสนุก เยี่ยมชม และเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน

05 Food Festival

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​เดินงานจนเหนื่อยล้า ก็ต้องแวะมาเติมพลังกันบ้าง SX 2022 จัดให้กับสัปดาห์แห่งเทศกาลอาหารในโซน ‘SX Food Festival’ ขึ้นชื่อว่าเทศกาลอาหารย่อมต้องคู่กับความรื่นเริง รับประกันงานนี้มีให้จนเอ่อล้น เพราะผู้ชมจะได้พบกับอาหารหลากหลายรสชาติ ทั้งไทย เอเชีย และตะวันตก ที่จะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับต่อมรับรสของทุกคน ที่สำคัญคืออาหารภายในงาน เป็นอาหารปลอดสารพิษและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​ไฮไลต์สำคัญของงานเทศกาลอาหาร ก็หนีไม่พ้นผู้ที่จะมารังสรรค์ให้ทุกคนได้ชิม SX 2022 เชิญเชฟชื่อดังจากทั้งรายการ Iron Chef Thailand และ MasterChef Thailand มาสอนวิธีทำอาหารให้มื้ออาหารของคุณดีขึ้นสำหรับโลกใบนี้ ลืมความคิดว่าอาหารรักสุขภาพนั้นมักจะไม่อร่อยและจืดชืดไปได้เลย

06 Sustainable Marketplace

ท้องอิ่ม พร้อมช้อปปิ้งต่อ SX 2022 จัดให้ต่อเนื่องกับ ‘โซนตลาดยั่งยืน’ เชิญชวนทุกคนมาเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าจากโครงการพัฒนาชุมชนต่าง ๆ เช่น OTOP ประชารัฐ และชุมชนดีมีรอยยิ้ม นำเสนอความยั่งยืนผ่านสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​ภายในโซนยังมีสินค้าเอาใจสายกรีนโดยเฉพาะกับตลาดสินค้ากรีน Green Living มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นได้ เช่น เครื่องมือ Smart Farm ผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาด เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน และอีกมากมาย

​พิเศษสำหรับโซนนี้ แจกฟรีต้นไม้วันละ 2,000 ต้น เพียงคลิก rebrand.ly/SX2022 เพื่อกรอกข้อมูล พร้อมบอกเหตุผลที่คุณอยากได้ต้นไม้ไปปลูกที่บ้าน แล้วไปรับต้นไม้ได้ที่ Sustainable Book Garden ได้เลย 

07 Planet Kids

งานนี้ไม่ได้มีแค่กิจกรรมสำหรับผู้ใหญ่ วัยเด็กก็มีมาให้เหมือนกัน กับโซนสุดท้ายภายในงาน SX 2022 โซนจักรวาลคิดส์เพื่อโลก Planet Kids คือจักรวาลที่เชื่อมระหว่างโซน Food Festival กับโซน Sustainable Marketplace ให้เกิดเอกภพที่สมบูรณ์

เด็ก ๆ ต้องคู่กับสนามเด็กเล่นที่มีไว้ให้เล่น ให้เลอะ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิต สนามเด็กเล่นภายในโซนนี้ออกแบบเป็นฐานกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืน เช่น การแยกขยะเพื่อโลก ทำความรู้จักกับพลังงานสะอาดเพื่อโลก และสร้างผู้พิทักษ์มหาสมุทรตั้งแต่ตัวน้อย ๆ

จินตนาการกว้างไกลของเด็ก ๆ จะถูกนำมาเชื่อมต่อไปสู่ความไร้ขีดจำกัดกับ KidsVerse โลกเสมือนที่จะพาเยาวชนเรียนรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนแบบสนุกสนานผ่านโลก 3 ใบ ได้แก่ Good Balance สำหรับเด็ก ๆ ที่ชื่นชอบศิลปะ Better Living การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และ Better Community ตื่นตาไปกับโลกอนาคต

พิเศษสำหรับผู้เข้าชมงาน นอกเหนือจากได้เพลินเพลินไปกับโลกของความยั่งยืนอันกว้างใหญ่ ผู้เข้าชมยังสะสมคะแนน SX Shaper พร้อมแลกรับของรางวัลพิเศษได้ตลอดทั้งงานอีกด้วย

Sustainability Expo 2022 จัดขึ้นในวันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Sustainability Expo

Writer

คณิศร สันติไชยกุล

นักเรียนนิเทศศาสตร์ อยากเห็นโลกที่ดีกว่าเดิม ให้ความสำคัญกับการมีอยู่ไม่ต่างจากการจากไป

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load