4 มิถุนายน 2564
2 K

เครื่องแต่งกายที่อยู่เคียงคู่กับนักเรียนไทยในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา นอกจากชุดนักเรียน กระเป๋านักเรียนที่เปลี่ยนรูปร่างหน้ามาหลายต่อหลายแบบ จากกระเป๋าหนังสีดำขลับ สู่ยุคกระเป๋าเป้สะพายหลัง ก่อนจะมาเป็นกระเป๋าใส่ไอแพดขนาดกะทัดรัด สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่คู่เท้านักเรียนไทยเรื่อยมา แม้จะผ่านกาลเวลามากว่า 6 ทศวรรษ คือรองเท้าผ้าใบพื้นสีเขียวภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘นันยาง’ 

รองเท้าผ้าใบนันยางออกสู่ท้องตลาดครั้งแรกใน พ.ศ. 2500 รูปร่างหน้าตาในวันนี้กับเมื่อ 60 ปีก่อนยังเหมือนเดิมทุกประการ พร้อมคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น 

80 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าคือนักเรียน 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือคือผู้ใช้งานทั่วไป ลูกค้าเรียกร้องให้นันยางทำรุ่นใหม่ๆ มาตลอด แต่แบรนด์เชื่อในการดำเนินธุรกิจแบบยึดในสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีเป็นจุดแข็ง

ผมไม่กลัวคนที่เตะได้หมื่นท่า แต่ผมกลัวคนที่ฝึกเตะท่าเดียวหมื่นครั้ง”

จั๊ก-จักรพล จันทวิมล ทายาทรุ่นสามอ้างอิงคำพูดของนักแสดงศิลปะการต่อสู้ บรูซ ลี (Bruce Lee) ซึ่งอธิบายสิ่งที่นันยางทำได้ดีทีเดียว

จั๊ก-จักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไปของนันยาง มาร์เก็ตติ้ง อ้างอิงคำพูดของนักแสดงศิลปะการต่อสู้ บรูซ ลี (Bruce Lee) ซึ่งอธิบายสิ่งที่นันยางทำได้ดีทีเดียว

จนใน พ.ศ. 2553 เป็นครั้งแรกที่นันยางตัดสินใจผลิตรองเท้ารุ่นพิเศษ โดยยึดหลักแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน 3P

P แรกคือ Profits แบรนด์ต้องมีรายได้จากสิ่งนี้ มิเช่นนั้นก็คงไม่ยั่งยืน

P ที่สองคือ People ลูกค้าและสังคมจะได้อะไรจากสินค้านี้

และ P สุดท้าย Planet สินค้านี้จะช่วยโลกให้ดีขึ้นอย่างไร

“เราไม่อยากขายของเพื่อเอาเงินมาบริจาค สินค้ามันต้องไปได้ก่อน ต้องผ่านการคิดและผลิตเหมือนของทั่วไป ถ้ามันจะยั่งยืนได้ สินค้าเราต้องขายได้ เราต้องอยู่ได้ ผู้ผลิตต้องอยู่ได้ ลูกค้าต้องดีใจที่ได้ของนั้นจริงๆ แล้วจึงไปช่วยสังคม”

รวมรองเท้านันยางรุ่นพิเศษที่ครองใจคอกีฬา คนรักผ้าไหม คนใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงรณรงค์ต้านการกลั่นแกล้งในโรงเรียน
‘นันยางรุ่นใหญ่ ANTI-BULLY Edition’ รุ่นล่าสุด

ในจำนวนรองเท้ารุ่นพิเศษกว่า 10 รุ่นที่นันยางทำยึดหลักคิดเดียวกัน ครึ่งหนึ่งทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ หรือทำขึ้นเพื่อตอบรับเทรนด์ในสังคมตอนนั้น อีกกว่าครึ่งทำขึ้นเพื่อใช้รองเท้าเป็นตัวกลางสื่อสารให้สังคมเข้าใจถึงประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘นันยางพิทักษ์ ๖๑’ ที่ต้องการส่งกำลังใจถึงผู้พิทักษ์ป่า ‘รองเท้าแตะ KHYA (ขยะ)’ เล่าถึงประเด็นขยะในทะเล หรือล่าสุด ‘นันยางรุ่นใหญ่ ANTI-BULLY Edition’ ดึงเอาปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนมาบอกเล่าผ่านรองเท้าที่ใส่กันรุ่นต่อรุ่น 

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ขอชวนผู้อ่านเดินย้อนกลับไปฟังเรื่องราวของนันยางรุ่นพิเศษทั้ง 13 รุ่น ณ บัดนี้

1. ChangDao World Collection 2010

รองเท้า นันยาง รุ่นพิเศษ 14 รุ่น ตั้งแต่ทำเพื่อคอกีฬา ถึงรุ่นที่ขายหมดภายใน 30 วินาที

จากรุ่นแรกใน พ.ศ. 2553 รองเท้าแตะนันยางสีฟ้าแปลงโฉมเป็นรองเท้าแตะที่สีสันจัดจ้านกว่าเดิม รองเท้ารุ่นนี้ผลิตขึ้นเป็นที่ระลึกในงานฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ใน ค.ศ. 2010 ความพิเศษของรุ่นนี้ที่นันยางเติมเข้าไป คือการทำให้รองเท้าแตะช้างดาวมีสีสันแปลกตาตามสีเสื้อของทีมฟุตบอล และผลิตออกมาถึง 4 เวอร์ชัน เป็นจำนวนกว่า 2,000 คู่

2. Nanyang Asian Game 2014

รองเท้า นันยาง รุ่นพิเศษ 14 รุ่น ตั้งแต่ทำเพื่อคอกีฬา ถึงรุ่นที่ขายหมดภายใน 30 วินาที

รุ่นที่ 2 คือรุ่นพิเศษสำหรับมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2014 อินชอนเกมส์ ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 24 คู่ เฉพาะนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทยที่ไปแข่งขันในอินชอนเกมส์เท่านั้น ไม่มีจำหน่าย และสีของรองเท้านันยางรุ่นนี้เป็นไปตามสีของชุดนักกีฬาทีมชาติไทย คือสีแดงและสีน้ำเงินนั่นเอง

3. Nanyang X Fedfe 2015 

รองเท้า นันยาง รุ่นพิเศษ 14 รุ่น ตั้งแต่ทำเพื่อคอกีฬา ถึงรุ่นที่ขายหมดภายใน 30 วินาที

นันยางคลอดรองเท้ารุ่นพิเศษอีกหนึ่งรุ่นภายใต้ชื่อ Nanyang X Fedfe โดยดึงเอาสองบอยแบนด์แห่ง Fedfe ต้าและยัต มาเล่าเรื่องของพวกเขาด้วยโปรเจกต์วีรกรรมวีรเกรียน ผ่านรองเท้านันยาง ความพิเศษของรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของนันยางที่ร่วมงานกับศิลปิน มีการปักตัวอักษร Fedfe ลงไปบนรองเท้า และเชิญชวนทั้งศิษย์เก่าศิษย์ใหม่มาร่วมเล่าเรื่องราวประทับใจ สำหรับเรื่องที่โดนใจก็จะได้รับรองเท้ารุ่นพิเศษไปครอบครอง

4. Nanyang SILK Edition 2015

รองเท้า นันยาง รุ่นพิเศษ 14 รุ่น ตั้งแต่ทำเพื่อคอกีฬา ถึงรุ่นที่ขายหมดภายใน 30 วินาที

รองเท้าผ้าไหมนันยางผลิตขึ้นมา 40 คู่ ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 โดยการร่วมงานกันระหว่างนันยางและ ก้อย-นันทิรัตน์ สุวรรณเกต ดีไซเนอร์ไทย นำผ้าไหมยกดอกจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมารังสรรค์ให้เป็นรองเท้า จากนันยางพื้นเขียวที่คุ้นเคย กลายเป็นรองเท้าพื้นสีครีมที่อ่อนโยนขึ้น โดยเปิดตัวกับสื่อมวลชน ณ วังปารุสกวัน เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ในงานวิถีแห่งไหม วิถีไทย เทิดไท้ราชินี โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้วยความพิเศษของรองเท้ารุ่นนี้ทำให้ขายหมดภายในเวลาเพียงแค่ 2 วัน

5. Nanyang x Kraftka 2016

รองเท้านันยางรุ่นพิเศษ 14 รุ่น ตั้งแต่ทำเพื่อคอกีฬา ถึงรุ่นที่ขายหมดภายใน 30 วินาที

นันยางจับมือกับ Kraftka ศูนย์รวมนักออกแบบรองเท้าสนีกเกอร์จากทั่วโลก เปิดโอกาสให้คนทั่วไปออกแบบลวดลายบนรองเท้าได้ด้วยตัวของคุณเอง เพียงเลือกขนาดรองเท้า อัปโหลดรูปที่ต้องการ ส่งเข้าระบบออกแบบออนไลน์ ชำระเงินแล้วรอรับของที่บ้านได้เลย เป็นอีกครั้งที่นันยางเปลี่ยนผ้าใบรุ่นคลาสสิกให้เป็นผ้าใบที่มีเพียงแบบละ 1 คู่ในโลก โดยโปรเจกต์ที่นันยางและ Kraftka ทำร่วมกันนี้มีระยะเวลาพรีออเดอร์เพียงแค่ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน พ.ศ.​ 2559 เท่านั้น

6. Nanyang x Stamp Limited Edition 2016 

รองเท้านันยางรุ่นพิเศษ 14 รุ่น ตั้งแต่ทำเพื่อคอกีฬา ถึงรุ่นที่ขายหมดภายใน 30 วินาที

ปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 นันยางนำเสนอรองเท้ารุ่นพิเศษอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้ร่วมงานกับนักร้องหนุ่มอารมณ์ดี แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ออกแบบ ‘รองเท้าผ้ายีนส์’ Nanyang x Stamp Limited Edition ผลิตด้วยผ้ายีนส์รุ่นพิเศษ ผ้านิ่มสวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี พื้นรองเท้าด้านในมีลายคาแรกเตอร์ของแสตมป์ ของแถมภายในกล่องคือปิ๊กกีตาร์สีขาวที่ใช้งานได้จริง พร้อมเนื้อเพลง ความคิด (Nanyang Version) ผลิตเพียง 1,000 คู่เพื่อแฟนๆ ของแสตมป์และนันยาง

7. Nanyang x Hajime Sorayama x EchoOne ArtSpace Limited Edition 2017

รองเท้านันยางรุ่นพิเศษ 14 รุ่น ตั้งแต่ทำเพื่อคอกีฬา ถึงรุ่นที่ขายหมดภายใน 30 วินาที

อีกชื่อของนันยางรุ่นนี้คือ Nanyang Sexy Robot Limited Edition โดยนันยางได้รับเชิญจากศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่นวัย 70 ปี ฮาจิเมะ โซรายามา (Hajime Sorayama) ให้ร่วมผลิตรองเท้ารุ่นพิเศษ ใช้ลวดลายจากภาพผลงาน Sexy Robot เพื่อเป็นที่ระลึกในงานนิทรรศการแสดงผลงานของอาจารย์โซรายามาครั้งแรกในประเทศไทย จัดแสดงระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ถึง 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ณ เอคโค่วัน อาร์ตสเปซ ชั้น 9 อาคารสยามกลการ ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของรองเท้านันยางรุ่นนี้คือ ไม่มีจำหน่ายตามร้านทั่วไป ซื้อได้เฉพาะในงานนิทรรศการเท่านั้น และจำกัดจำนวนเพียง 150 คู่ เช่นเดียวกับรุ่นพิเศษอื่นๆ ที่ไม่มีการผลิตเพิ่ม

8. นันยาง พิทักษ์ ๖๑ Limited Edition 2018

รองเท้านันยางรุ่นพิเศษ 14 รุ่น ตั้งแต่ทำเพื่อคอกีฬา ถึงรุ่นที่ขายหมดภายใน 30 วินาที

นันยางรุ่นพิเศษ ‘พิทักษ์ ๖๑ ลิมิเต็ดอิดิชั่น’ คือรุ่นที่ผลิตใน พ.ศ. 2561 แรงบันดาลใจจากผู้พิทักษ์ป่า สู่การทำรองเท้าเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้พิทักษ์ป่าของไทย เปิดให้คนทั่วไปจับจองเป็นเจ้าของรองเท้านันยางรุ่นพิเศษนี้ที่ผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 500 คู่ ความพิเศษของรองเท้านอกจากมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เหมือนกับชุดของผู้พิทักษ์ป่า ยังเป็นรองเท้ารุ่นที่มีการจองครบจำนวนเร็วที่สุด โดยเปิดจองเวลา 10.00 น. และครบตามจำนวนที่เปิดให้จองภายใน 30 วินาที 

รายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายรองเท้านันยาง พิทักษ์ ๖๑ จำนวนกว่า 500,000 บาท มอบให้กับวีรบุรุษผู้พิทักษ์ป่า ผ่านกองทุนสวัสดิการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำไปใช้จัดสรรสวัสดิการพนักงานพิทักษ์ป่า จัดซื้อสิ่งของที่จำเป็น และเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับฮีโร่แห่งพงไพร

9. รองเท้าแตะ KHYA™ (ขยะ) 2019

รวมรองเท้านันยางรุ่นพิเศษที่ครองใจคอกีฬา คนรักผ้าไหม คนใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงรณรงค์ต้านการกลั่นแกล้งในโรงเรียน

ปัญหาขยะในทะเลถือเป็น Global Issue ที่น่ากังวลในทุกๆ พื้นที่ทั่วโลก กว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของขยะในทะเลคือรองเท้าที่ย่อยสลายไม่ได้เองตามธรรมชาติ สุดท้ายหากไม่มีการกำจัดขยะเหล่านี้อย่างถูกวิธี มลพิษที่เกิดขึ้นจากการฝังกลบจะวนกลับมาที่ทะเลเป็นวงจรที่ไม่รู้จบ 

นันยางจึงร่วมกับกลุ่มทะเลจร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และกลุ่มอาสาสมัคร Trash Hero ในภาคใต้ ร่วมกันทำโปรเจกต์ผลิตรองเท้าจากขยะ ชื่อรุ่น ‘รองเท้าแตะ KHYA™’ เปิดให้คนทั่วไปพรีออเดอร์รองเท้ารุ่นพิเศษนี้ โดยรองเท้า KHYA 1 คู่ มีส่วนช่วยกำจัดขยะในทะเลถึง 5 กิโลกรัม มียอดพรีออเดอร์กว่า 27,886 คู่ในเวลาเพียง 7 วัน คิดเป็นขยะประมาณ 139,430 กิโลกรัม รายได้จากการจำหน่ายมอบให้กับ 10 องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับการดูแลอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อนำไปใช้พัฒนาในด้านต่างๆ ขณะเดียวกัน รองเท้าแตะรุ่นขยะยังได้รับรางวัลการันตีจากงานสุดยอดแคมเปญการตลาด MAT AWARD 2019 ด้วยการคว้ารางวัล Gold Award 2019 ประเภท Sustainability Campaign อีกด้วย 

10. NanyangRED Limited Edition 2019 

รวมรองเท้านันยางรุ่นพิเศษที่ครองใจคอกีฬา คนรักผ้าไหม คนใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงรณรงค์ต้านการกลั่นแกล้งในโรงเรียน

นันยางรุ่น NanyangRED Limited Edition ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปีที่ผลิตรองเท้าผ้าใบสีแดงเพื่อจำหน่าย ที่มาของ NanyangRed ถือกำเนิดเนื่องในโอกาสฉลองแชมป์ UCL 6 สมัยของลิเวอร์พูล เป็นรุ่นเดียวที่ถูกขนานนามว่า Unlimited Limited Edition สื่อถึงความพิเศษที่ไม่จำกัดจำนวน แต่จำกัดเวลาซื้อ ต่างจากรองเท้ารุ่นพิเศษรุ่นอื่นที่มีจำนวนในการผลิตที่แน่นอน มีการใช้รองเท้าเป็นสัญญะเพื่อสื่อถึงความสำเร็จของทีม สีแดงของรองเท้าสื่อถึงสีประจำทีม เปิดให้พรีออเดอร์รองเท้าภายใน 96 นาที (90 นาที + 6 นาที) ซึ่งมาจากเวลาการแข่งขันฟุตบอลนัดที่ลิเวอร์พูลได้แชมป์ รองเท้ามีหมุดตาไก่สีทอง 6 อัน เพราะลิเวอร์พูลได้แชมป์ 6 ครั้ง มียอดจองเข้ามาอย่างถล่มทลายกว่า 12,598 คู่ นอกจากนี้ยังคว้ารางวัล Marketing of the Year 2019 จากเวที MAT AWARD 2019 ให้กับนันยางอีกด้วย

11. ช้างดาว เหลืองแดง และ ช้างดาว ไวท์พิ้งค์ COVID Edition 2020 

รองเท้ารุ่นเฉพาะกิจ เปิดตัวครั้งแรกในกลุ่มเฟซบุ๊ก จุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส และกลุ่มธรรมศาสตร์และการฝากร้าน แหล่งรวมตัวพ่อค้าแม่ค้าจากทุกธุรกิจ ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดยทายาทรุ่นสามคนนี้ ผู้เป็นทั้งศิษย์เก่าจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และดุษฎีบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คิดแคมเปญร่วมกับทีมงานเพื่อช่วยเหลือแพทย์ พยาบาล และโรงพยาบาล ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 ระลอกแรก เป็นอีกครั้งที่นันยางเปิดรับพรีออเดอร์รองเท้า ในวันที่ 23 – 30 เมษายน พ.ศ. 2563 โดยเปิดสั่งจองสินค้าผ่าน Lazada และ Shopee ในแคมเปญนี้มียอดสั่งจองอย่างถล่มทลายกว่า 9,102 คู่ ทุกการสั่งซื้อมีส่วนร่วมสบทบทุนเพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อใช้สนับสนุนเหล่าแพทย์ พยาบาล และบุคลากร ที่ต่อสู้กับโรคระบาด จนเกิดเป็นแฮชแท็ก #เราผ่านวิกฤตมาด้วยกัน

12. MOO x Nanyang Sneakers 2020

รวมรองเท้านันยางรุ่นพิเศษที่ครองใจคอกีฬา คนรักผ้าไหม คนใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงรณรงค์ต้านการกลั่นแกล้งในโรงเรียน

การร่วมงานกันระหว่างนันยางกับหมู อาซาว่า – พลพัฒน์ อัศวะประภา ผลิตรองเท้ารุ่นพิเศษ ‘MOO x Nanyang Sneakers’ กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ด้วยการดึงเอาความสนุกสนานผ่านลวดลายและสีสันแบบฉบับแบรนด์ Moo ผสานเข้ากับเอกลักษณ์สุดคลาสสิกของรองเท้านันยางพื้นเขียว ทำให้การแต่งตัวมีชีวิตชีวาและสนุกขึ้น การแมตช์รองเท้าเข้ากับชุดต่างๆ กลายเป็นเรื่องหมูๆ โดยรองเท้ารุ่นนี้วางจำหน่ายทั้งออนไลน์บนเว็บไซต์ของ Moo และมีจำหน่ายหน้าร้านที่ ⁣⁣⁣MOO Official Store ชั้น 2 โซนดีพาร์ทเมนต์สโตร์ สยามพารากอน 

13. นันยาง รุ่นใหญ่ ANTI-BULLY Edition 2021

รวมรองเท้านันยางรุ่นพิเศษที่ครองใจคอกีฬา คนรักผ้าไหม คนใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงรณรงค์ต้านการกลั่นแกล้งในโรงเรียน

#บูลลี่ในโรงเรียนหยุดได้ด้วยนักเรียน คือแฮชแท็กของรองเท้ารุ่นพิเศษรุ่นล่าสุดจากทางนันยาง ‘นันยาง รุ่นใหญ่ ANTI-BULLY Edition’ ซึ่งนับเป็นรุ่นพิเศษที่คงเอกลักษณ์ของนันยางไว้มากที่สุด 

แนวคิดเบื้องหลังของรองเท้ารุ่นพิเศษนี้มาจากการที่นันยางเล็งเห็นปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียน อ้างอิงข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนไทยติดอันดับ 2 ของโลก และจะถูกพูดถึงก็ต่อเมื่อปรากฏเป็นกระแสในสื่อโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่ผลกระทบของมันฝังอยู่ในใจของผู้ถูกกระทำไปตลอดชีวิต นันยางในฐานะแบรนด์รองเท้าจึงหยิบประเด็นการบูลลี่ขึ้นมา เพื่อส่งสารไปยังรุ่นใหญ่ในโรงเรียนให้หยุดทำร้ายรุ่นเล็ก หยุดรังแกคนอ่อนแอ หันมาปกป้อง ช่วยเหลือ และดูแลคนที่ถูกบูลลี่ ด้วยการทำรองเท้ารุ่นนันยาง รุ่นใหญ่ ANTI-BULLY Edition

รองเท้า นันยาง รุ่นพิเศษ 14 รุ่น ตั้งแต่ทำเพื่อคอกีฬา ถึงรุ่นที่ขายหมดภายใน 30 วินาที

ที่มาของคำว่า ‘รุ่นใหญ่’ ในชื่อของรองเท้ารุ่นนี้สื่อถึง 3 อย่างด้วยกัน โดยคำว่า รุ่นใหญ่ สื่อถึงนันยาง ซึ่งถือเป็นแบรนด์รองเท้าของไทย ด้วยตำนานที่อยู่มานานกว่า 60 ปี รุ่นใหญ่ ยังหมายรวมถึงขนาดรองเท้าที่มีขนาดใหญ่ เพราะในรุ่นนี้นันยางผลิตเฉพาะเบอร์ 40 – 49 เท่านั้น หากเทียบกับไซส์มาตรฐานทั่วไป รองเท้ารุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ใหญ่มาก

อีกหนึ่งความหมายที่ซ่อนอยู่ภายในชื่อรุ่นยังหมายถึง รุ่นใหญ่ที่เป็นรุ่นพี่หรือคนตัวใหญ่ ซึ่งอาจเป็นทั้งคนที่บูลลี่และเป็นคนที่หยุดการบูลลี่ได้ 

รองเท้า นันยาง รุ่นพิเศษ 14 รุ่น ตั้งแต่ทำเพื่อคอกีฬา ถึงรุ่นที่ขายหมดภายใน 30 วินาที

นันยางรวบรวมเสียงขอความช่วยเหลือ และสารที่ผู้คนอยากส่งถึงคนรุ่นใหญ่จากโซเชียลมีเดียมาใส่บนพื้นรองเท้า เพื่อให้เป็นเสียงที่บอกรุ่นใหญ่ทุกคนว่า คุณคือความหวังที่จะหยุดปัญหานี้ เป้าหมายของนันยางและรองเท้ารุ่นนี้ คือการส่งสารไปให้ถึงรุ่นใหญ่ในโรงเรียน ดึงพวกเขาเหล่านั้นออกจากวงจรการบูลลี่ และสร้าง Helper ที่จะคอยดูแล ช่วยเหลือ และอยู่เป็นเพื่อนรุ่นเล็ก ลดการรังแกในโรงเรียน สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

สิ่งที่ทำให้แบรนด์อยู่ได้แม้ผ่านกาลเวลามานาน สำคัญคือการรู้จักใช้จุดแข็งของตัวเอง และยึดมั่นในหลักการเพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้ พร้อมๆ กับการทำเพื่อคนอื่น และนี่คือเรื่องราวของรองเท้ารุ่นพิเศษทั้ง 14 รุ่นที่เป็นตัวแทนของสิ่งนี้ได้ดีที่สุด

ภาพ : นันยาง

Writer

แคทรียา มาลาศรี

คนทักผิดตลอดชีวิตว่าเป็นนักร้องดัง รักการกินผักและรักเนื้อพอๆ กับผัก เกิดที่อีสาน เรียนที่ภาคกลางและหลงทางที่เชียงใหม่

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2564
2 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load