เมื่อพูดถึงแบรนด์แว่นตาแฟชั่น ทำไมทุกคนต้องคิดถึงแต่แว่นกันแดด

‘แว่นสายตาก็สวยทันสมัยได้’ ชายหนุ่มตรงหน้าบอกเรา ดูจากชุดแต่งกายแล้วเดาไม่ยากว่าเขาคงทำงานด้านการออกแบบ 

คุณมอริทซ์ ครูเกอร์ (Moritz Krueger) คือหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ MYKITA (ไมกีต้า) แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่โดดเด่นเรื่องวัสดุและโครงสร้างแว่นล้ำๆ ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง ทันสมัย และหรูหรา ในคราวเดียว

ความหรูที่ไม่ได้มาจากการใช้วัสดุตกแต่งเยอะ แต่เป็นหรูแบบเรียบโก้ จนได้ใจนักแสดงคนดังระดับโลกมากมาย 

ย้อนกลับไปใน ค.ศ. 2003 ยุคที่แว่นตามีสีสันสดใสเป็นที่นิยม MYKITA ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มนักเรียนออกแบบ ผู้เชื่อว่าแว่นตาเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต พวกเขาลุกขึ้นมานำเสนอแว่นตาที่ทำจากสเตนเลสสตีล ออกแบบโครงสร้างใหม่ไม่มีน็อตและสกรูใดๆ ในการเชื่อมต่อ ก่อนจะดังข้ามประเทศและเติบโตกลายเป็นแบรนด์ที่รักของใครหลายคน

The Cloud นัดพบคุณมอริทซ์ในบ่ายวันหนึ่ง ก่อนเวลาเปิดตัวร้าน MYKITA สาขากรุงเทพฯ เพื่อพูดคุยเรื่องราวเบื้องหลังการสร้างแบรนด์แว่นตาแฟชั่นแบรนด์นี้ ความบังเอิญสมัยฝึกงานนำมาซึ่งความหลงใหลในแว่นตา อยากนำเสนอแว่นตาหน้าตาใหม่ อยากอาสาแก้ปัญหาการใช้งานเกี่ยวกับแว่นสายตา เพราะอยากให้คนใช้งานได้เจอแว่นที่ใช่จริงๆ ไปจนถึงวิธีคิดและบริหารแบรนด์ที่นำไปใช้กับงานที่ทำได้อย่างดี

ก่อนเริ่มบทสนทนา เราขอให้คุณมอริทซ์เลือกแว่นตารุ่นที่ชอบที่สุด เขานิ่งคิดอยู่หลายนาทีก่อนบอกเราว่าเขาตัดใจเลือกอันที่ชอบที่สุดไม่ได้ ไม่มีทาง 

ระหว่างพูดคุยเราต้องคอยกลั้นใจอยู่หลายครั้ง ไม่ให้เผลอเดินไปหยิบแว่นตาทรงบางเฉียบที่วางเรียงกันนับร้อยแบบตรงผนังด้านหน้า แต่รู้ตัวอีกทีก็ขอให้เขาเลือกแว่นตาทรงที่เหมาะให้ 

ขอโทษที่ใช้เวลาเกริ่นนำนี้พูดชมชอบตัวเองในกระจกอยู่หลายนาที เมื่อคุณได้รู้ทั้ง 15 เรื่องราวต่อไปนี้ คุณอาจจะกำลังมาที่ร้าน MYKITA สาขากรุงเทพฯ ที่สินธรวิลเลจเหมือนกันกับเราก็เป็นได้

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

1. ชื่อของ MYKITA มาจากคำว่า kita ในภาษาเยอรมันแปลว่า โรงเรียนอนุบาล ตามที่ตั้งของบริษัทซึ่งเป็นโรงเรียนอนุบาลมาก่อน รวมกับคำว่า My ในภาษาอังกฤษ แปลว่า โรงเรียนอนุบาลของฉัน

ไม่ต่างจากที่ผู้ก่อตั้งทั้ง 4 คน (Moritz Krueger, Philipp Haffmans, Daniel Haffmans และ Harald Gottschling) ซึ่งเป็นนักออกแบบรุ่นใหม่ในเวลานั้น ที่มี MYKITA เป็นโรงเรียนสอนทำธุรกิจ

ต่อมาใน ค.ศ. 2004 แบรนด์เปิดตัวในตลาดต่างประเทศครั้งแรกที่เมืองโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่า MYKITA เป็นคำที่มาจากภาษาญี่ปุ่น มีความหมายว่า คนที่มาจากทางเหนือ ซึ่งบังเอิญว่าผู้ก่อตั้งแบรนด์ต่างมาจากเมืองเล็กๆ ทางเหนือของประเทศเยอรมนีพอดี

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

2. จากเด็กฝึกงานในบริษัทสตาร์ทอัพด้านแว่นตา สู่เจ้าของแบรนด์ผู้หลงใหลและเชื่อว่าแว่นตาคือสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต

ที่เบอร์ลิน เด็กที่เรียนจบชั้นมัธยมจะต้องทำงานหาประสบการณ์ในองค์กรช่วยเหลือผู้คนในสังคมเป็นเวลา 1 ปีก่อนเลือกเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ซึ่งคุณมอริทซ์ได้ทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพเกี่ยวกับแว่นตา เรียนรู้เรื่องธุรกิจและงานออกแบบไปพร้อมกันจนได้เจอสิ่งที่เขาสนใจ จากนั้นเรียนต่อด้านการออกแบบในภาควิชา Visual Communication ที่โรงเรียนศิลปะ ต่อมาใน ค.ศ. 2003 คุณมอริทซ์และเพื่อน ตัดสินใจเริ่มทำธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยตั้งใจจะทำอย่างเล็กๆ นำเสนอแว่นตาที่แตกต่างจากท้องตลาด จากวัสดุที่ใช้และการออกแบบโครงสร้าง เพื่อการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตผู้คน

ประสบการณ์ทำงาน ทำให้คุณมอริทซ์รู้ว่าแว่นตามีความหมายต่อชีวิตผู้คนเพียงใด ไม่เพียงแค่กรอบของแว่นตาหรือสิ่งที่อยู่บนหน้า สำหรับบางคนแว่นตาเป็นเครื่องประดับสะท้อนตัวตน แต่สำหรับบางคน แว่นตาคือสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต แว่นตาที่ดีควรเหมาะกับรูปหน้าและบุคลิกผู้สวมใส่

มอริทซ์ ครูเกอร์ (Moritz Krueger)
มอริทซ์ ครูเกอร์ (Moritz Krueger)

3. เปลี่ยนภาพจำเมื่อพูดถึงแบรนด์แว่นตาแฟชั่น ทำไมทุกคนต้องคิดถึงแต่แว่นกันแดด

“ผมคิดว่าแว่นสายตาก็สวยทันสมัยได้” คุณมอริทซ์พูดขณะเลือกแว่นตาที่เข้ากับเรา พร้อมยื่นส่งให้

หากแว่นตาเป็นเพียงเรื่องแฟชั่น ผู้คนก็คงสนใจรูปร่างหน้าตา แต่สิ่งแรกที่ MYKITA ทำ คือแว่นตาที่ทำให้คนมองเห็นสิ่งต่างๆ ชัดเจนขึ้น

หลักการการออกแบบแว่นตาของ MYKITA คือ ออกแบบเพื่อหาโครงสร้างของแว่นตาและฟังก์ชันการใช้งานไปพร้อมกัน เป็นเหตุผลให้แว่นตาของ MYKITA แตกต่างเป็นที่จดจำและใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

4. ทุกๆ วัสดุที่ MYKITA เลือกใช้ พวกเขามีเหตุผลด้านการใช้งานทั้งหมด

คุณมอริทซ์บอกว่า พวกเขาคือกลุ่มคนผู้หลงใหลใน Material

งานของ MYKITA ทุกชิ้นเริ่มต้นจากวัสดุที่ใช้โดยดูประโยชน์การใช้งานเป็นหลัก จนวันนี้ MYKITA มีแว่นตาจากวัสดุหลัก 3 ประเภท ได้แก่ Metal สเตนเลสสตีลแผ่นบางกว่า 0.5 มิลลิเมตร น้ำหนักเบา แข็งแรง ให้คาแรกเตอร์ที่ชัดเจน Acetate วัสดุจากพืชที่คนนิยมนำมาทำแว่นตาในยุค 1940 ให้ความอุ่นและความมั่นใจแก่ผู้ใช้ สนุกด้วยการใส่สีเพิ่มโอกาสในการใช้งานให้มากขึ้น และสุดท้ายคือ MYLON ไนลอนที่ผลิตด้วยระบบพิมพ์สามมิติ ทำให้ทีมออกแบบได้ลองทำแบบต่างๆ ไม่จำกัด

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ
15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

5. เปลี่ยนหน้าตาของแว่นตาให้โมเดิร์นขึ้น ด้วยการใช้โครงสร้างแบบใหม่และวัสดุอื่นๆ ที่คิดขึ้นเอง 

สิ่งที่สร้างชื่อให้ MYKITA ดังข้ามคืนคือ วัสดุที่ใช้อย่างสเตนเลสสตีลซึ่งใหม่มากในยุคนั้น และใช้วิธีการพับกระดาษแบบญี่ปุ่นหรือโอริกามิ เพื่อขึ้นโครงสร้างสเตนเลสสตีล เกิดกลไกการเชื่อมต่อกันโดยไม่ใช้น็อตหรือสกรูใดๆ เป็นโครงสร้างของแว่นที่ใครเห็นเป็นต้องรู้ แม้ไม่ใส่โลโก้บนสินค้า

6. เมื่อไม่มีใครรับผลิตก็ลงมือทำเครื่องมือเอง กลายเป็นจุดแข็งของธุรกิจที่ใครก็ลอกไม่ได้

จากความตั้งใจที่จะทำแว่นตาจากสเตนเลสสตีล มีโครงสร้างแบบบานพับไร้น็อตหรือสกรูเป็นตัวเชื่อมต่อ เป็นสิ่งใหม่ที่ไม่มีโรงงานผลิตแว่นตาแห่งไหนยอมทำให้ พวกเขาจึงลงมือศึกษาเครื่องมือและสร้างโรงงานของตัวเองขึ้นมาตั้งแต่วันแรกที่ทำธุรกิจ ซึ่งในที่สุด กลายเป็นสินทรัพย์ที่ใครก็ลอกเลียนไม่ได้

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ
15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

7. MYKITA เป็นมากกว่าแค่เทรนด์แฟชั่น 

ชาว MYKITA สนุกกับการหาวิธีการที่จะทำให้งานของเขาเหนือกาลเวลา ใส่ได้มากกว่า 1 ซีซั่น 

“แว่นตากันแดดบางของเราไม่ควรใส่แค่หนึ่งฤดูร้อน เป็นหน้าที่ของเราที่จะทำให้คุณหยิบแว่นกันแดดอันโปรดมาใส่สิบฤดูร้อน” คุณมอริทซ์เล่า

ในยุคที่ทุกแบรนด์นำเสนอแว่นตาสีสันสดใส แว่นตาของ MYKITA เปิดตัวในสีเงิน ดำ และเทา หลังจากเปิดตัวเพียง 1 ปี MYKITA มีโอกาสไปร่วมงานแสดงสินค้าที่โตเกียวและปารีส มีคนให้ความสนใจเยอะมาก “ย้อนกลับไปวันนั้นเมื่อเห็นว่าแบรนด์ได้รับการต้อนรับที่ดี มียอดสั่งซื้อจากลูกค้าสองพันเจ้าทั่วโลก ทำให้รู้สึกมั่นใจขึ้น”

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

8. นำงานฝีมือและความประณีตมาอยู่รวมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ 

คุณมอริทซ์เล่าว่า การทำให้งานออกแบบยุคเก่ากลายเป็นสิ่งที่ทันสมัย หรือการรวมงานฝีมือเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ถือเป็นทางรอดของธุรกิจยุคนี้ การทำสิ่งต่างๆ ให้อยู่ยืนยาวไร้กาลเวลา

เราถามคุณมอริทซ์ว่า อะไรคือความท้าทายของธุรกิจที่พึ่งการใช้ทักษะและงานฝีมือขั้นสูง

เขาก็รีบตอบทันทีว่า สำหรับเขาไม่มีอะไรยากหากชัดเจนว่าอะไรคือสิ่งที่แบรนด์อยากรักษาไว้ “ถ้าอยากให้แบรนด์อยู่ยาวนาน คุณต้องมีแก่นกลาง มีเรื่องราวในตัวเอง หาเทคนิคใหม่ๆ เพื่อสร้างความเป็นต้นตำรับ ซึ่งต้องมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ยึดมั่นในหลักการที่เชื่อและรักษามันให้ได้ จากนั้นอะไรที่เกิดตามมาคุณก็แค่ปล่อยให้เกิดขึ้น”

9. ขณะที่งานแฮนด์เมดของหลายๆ บริษัท คือ งานทำด้วยมือจากที่ไหนสักแห่งในโลก แต่สำหรับ MYKITA คือการทำทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ด้วยมือของช่างฝีมือจริงๆ ที่โรงงานในเบอร์ลินจริงๆ

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

กระบวนการตั้งแต่ร่างแรกเริ่มจนถึงแว่นตาชิ้นสำเร็จ มาจาก MYKITA Haus เป็นทั้งสำนักงานและโรงงานผลิตรับผิดชอบทุกกระบวนการ 

“สิ่งที่ทำให้แบรนด์แข็งแรง คือทุกคนใน MYKITA Haus ที่เบอร์ลินทำแว่นตาได้ สร้างเฟรมด้วยมือได้ เพราะทุกคนรู้ว่างานทุกชิ้นมีความเชื่อใจจากลูกค้าอยู่ในนั้น” คุณมอริทซ์เล่า

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

10. MYKITA เป็นแบรนด์ที่ไม่ใช้ Celebrity Endorsement แต่มีนักแสดงและคนดังแถวหน้าชื่นชอบและเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์จำนวนมาก

บ่อยครั้งที่เห็นแบรนด์อื่นๆ ลงทุนกับ Celebrity Endorsement มหาศาลเพื่อสร้างการรับรู้และจดจำ MYKITA กลับเป็นแบรนด์ที่คนดังระดับโลกเลือกใช้เพราะชื่นชอบจริงๆ คุณมอริทซ์เล่าว่า คนเหล่านี้มีต่างมีสไตล์ส่วนตัวที่เขาชอบ และ MYKITA ให้ความรู้สึกที่แตกต่างและเป็นออริจินอลในคราวเดียวกัน 

“ช่วงครบรอบปีแรกของแบรนด์ ผมมีโอกาสเจอแบรด พิตต์ และแองเจลินา โจลี ใส่แว่นรุ่นเดียวกันทรงเดียวกัน นั่นทำให้คนเริ่มหันมาสนใจจนถึงวันนี้ นับเป็นเรื่องที่โชคดีมากๆ”

11. วิธีตั้งชื่อรุ่นของแว่นตา MYKITA เหมือนกับการตั้งชื่อคน 

เช่น WES, CARLO, GISELLE, ELISA, ARMSTRONG เป็นต้น

ทีมงานมีหน้าที่คิดว่าคนใส่แว่นหน้าตาแบบนี้น่าจะชื่ออะไร ความท้าทายใหม่คือ ต้องคิดตั้งชื่อไม่ให้ซ้ำกับแว่นนับร้อยรุ่นที่ออกมาตลอด 16 ปี

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ
มอริทซ์ ครูเกอร์ (Moritz Krueger)

12. MYLON คือแว่นตารุ่นที่ทำจากไนลอน (Polyamide) ในการพิมพ์สามมิติ (3D Printing) มีชื่อเรียกเทคนิคว่า Selective Laser Sintering แบบเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์

เช่นเดียวกับแว่นตารุ่นอื่นๆ ของ MYKITA พวกเขาเริ่มจากเสาะหาและพัฒนาวัสดุที่ใช้ตั้งต้นทำแว่นตา ความยืดหยุ่นสูงของโพลิเมอร์พิเศษชนิดนี้ ทำให้ MYLON เหมาะสำหรับทำ Tailor-Made ตัดพิเศษเข้ากับใบหน้าและการใช้งานของผู้สวมใส่ได้เลย และยังเปิดให้นักออกแบบของ MYKITA ทำงานได้อย่างอิสระ 

มีข้อมูลว่าวิธีการผลิตแว่นรุ่นนี้เป็น Zero-Wasted โดยผงแป้งโพลีอะมายด์จากการตัดจะถูกนำมาใช้หลอมซ้ำ คุณมอริทซ์เล่าเพิ่มเติมว่า ความยากของเทคนิคนี้คือการทำสีบนผิวสัมผัสและการพัฒนาให้สินค้าออกมาดูสวยมีราคา จากคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงทนทาน และป้องกันความร้อนเย็นจากอากาศได้ดี ทำให้เหมาะกับทุกกิจกรรมโปรดกลางแจ้ง ไม่ว่าจะใส่เดินทางไปทำงานตอนเช้า โยคะในสวน วิ่ง หรือใส่ไปทำธุระสำคัญในเมือง

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ
15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

13. MYKITA WALL กำแพงสีขาวสัญลักษณ์ของร้าน MYKITA

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

นอกจากแว่นตาและเรื่องราวการออกแบบแล้ว MYKITA WALL เป็นอีกสัญลักษณ์ที่เห็นแต่ไกลก็รู้เลยว่านี่คือชั้นวางแว่นตาของแบรนด์ แม้ว่าจะเป็น Pop-up เล็กๆ ในร้านแว่นที่ไหนในโลก นอกจากดึงเสน่ห์ของแว่นตาแต่ละรุ่นออกมาครบถ้วนแล้ว การตกแต่งภายในของร้านยังเป็นที่พูดถึงในวงการสถาปนิกและตกแต่งภายใน กลายเป็นแรงบันดาลใจและต้นแบบของการออกแบบร้านไลฟ์สไตล์ คาเฟ่ โรงแรม และอื่นๆ ไม่เพียงจุดวางแว่นแต่ยังมีห้องแล็บตรวจสายตาหลังกระจกใสบานใหญ่ แสดงถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างความประณีตและเทคโนโลยีสื่อความหมายในคอนเซปต์ MYKITA’s Modern Manufactory 

15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ
15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

สำหรับ Flagship Store ร้านแรกในกรุงเทพใช้สีเขียวอ่อนเป็นสีหลักในการตกแต่ง กลมกลืนกับพื้นที่ตั้งอย่างสินธรวิลเลจ เช่นกันกับอีก 16 ร้านสาขาทั่วโลก อย่างเบอร์ลิน โคเปนเฮเกน ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก ปารีส โตเกียว เวียนนา ซูริก

มอริทซ์ ครูเกอร์ (Moritz Krueger)
15 เรื่องเบื้องหลัง MYKITA แบรนด์แว่นตาจากเบอร์ลินที่เก่งออกแบบโครงสร้างล้ำๆ

เราขอให้คุณมอริทซ์แนะนำวิธีเลือกแว่นตาสำหรับแฟชั่นนิสต้า ซึ่งเขาตอบทันทีว่า “มาที่ร้านและลองแว่นให้มากเท่าที่คุณอยากลอง”

14. หัวใจในการสร้างแบรนด์ของ MYKITA คือ ผู้คนในองค์กร

คุณมอริทซ์พูดถึงความพยายามบ่อยพอๆ กับคำว่า Material ที่เขาหลงใหล ความพยายามที่ไม่ใช่การฝืนสร้าง แต่ทำสิ่งต่างๆ เพราะชอบมันมากจริงๆ

“ในมุมของธุรกิจที่เราประสบความสำเร็จ เพราะเรารู้ว่าจะนำเสนอสิ่งที่ใช่ สิ่งที่ตอบโจทย์ผู้คนได้อย่างไร ลูกค้าเชื่อใจในแบรนด์ของเรา ไม่ตั้งคำถามกับคุณภาพและราคาสินค้า ในมุมของแบรนด์สำหรับผม สิ่งสำคัญคือการรักษาบรรยากาศในองค์กร และการพาทุกคนไปด้วยกันไม่ว่าจะเจอเรื่องใหญ่แค่ไหน ทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของผู้บริหาร คุณเพียงต้องรักษาเป้าหมายที่มีร่วมกัน”

มอริทซ์ ครูเกอร์ (Moritz Krueger)

คุณมอริทซ์ยังเล่าอีกว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนมีการประชุมประจำปี พวกเขาคุยแผนทำงานระยะ 2 ปีร่วมกับทีมงานนับพันภายใต้สำนักงานใหญ่นั้น สิ่งที่น่าสนใจคือเนื้อหาส่วนใหญ่ของแผนการเหล่านั้นเป็นความลับสุดยอดขององค์กรที่บอกคนภายนอกไม่ได้ แต่คุณมอริทซ์ก็ยังอยากจะบอกทีมงานทั้งหมด

มอริทซ์ ครูเกอร์ (Moritz Krueger)

“เป็นเรื่องสำคัญที่พวกเขาควรรับรู้ และเราก็เชื่อในกันและกันมากๆ เราคุยแผนธุรกิจและกลยุทธ์ระหว่างกันตลอดเวลา เพราะเราอยากให้เขาเข้าใจและเห็นจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นทำให้เขารู้คุณค่าของตัวเอง มีพลัง และพร้อมทำงานต่อ จริงๆ พวกเขาทุ่มเทกับงานเยอะมากก็สมควรได้รับความเชื่อมั่นนี้” คุณมอริทซ์ยิ้ม

15. ธุรกิจที่ดีในนิยามของ MYKITA คือ ความซื่อตรง

ความซื่อตรงต่อสิ่งที่ทำ ต่อแว่นตาที่ออกแบบสร้างสรรค์

“ผมมักจะชวนคนไปดูการทำงานของเราที่โรงงานอย่างไม่มีอะไรต้องปิดบัง เราเปิดให้ดูได้หมดเลยว่าเราทำแว่นของเรายังไง” คุณมอริทซ์ทิ้งท้าย

มอริทซ์ ครูเกอร์ (Moritz Krueger)

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ปรีชญา จงศรีสวัสดิ์

ช่างภาพที่เชื่อว่าการตายอย่างมีคุณภาพคือการตายด้วยของกินที่ดีและอร่อย

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

17 พฤศจิกายน 2564
2 K

ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘โฟร์โมสต์’ แบรนด์นมที่คนไทยคุ้นเคยมากว่า 65 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า  องค์กรระดับโลกที่มีแบรนด์ผลิตภัณฑ์โคนมหลากหลายแบรนด์ทั่วโลก โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากสหกรณ์โคนมเล็กๆ ที่ก่อตั้งโดยเกษตรกรเมื่อ 150 ปีก่อน

ธุรกิจส่วนใหญ่มักเริ่มสร้างแบรนด์จากโจทย์การตลาด แต่โฟร์โมสต์ตั้งใจส่งต่อคุณค่าทางสารอาหาร ด้วยการตั้งต้นคิดค้นสินค้าจากดีเอ็นเอขององค์กรอย่างแท้จริง ไม่ได้เริ่มคิดแค่การผลิตนม แต่ดูแลตั้งแต่ยอดหญ้า เกษตรกร สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้น้ำนมโคคุณภาพ ใส่ใจทุกสิ่งรอบตัวด้วยการใส่ใจปัญหาสังคม อย่างการขาดแคลนโภชนาการ และส่งต่อน้ำใจให้เด็กรุ่นใหม่ ผ่านสารอาหารที่คัดสรรมาอย่างดีในนมทุกกล่อง

The Cloud ชวนมาจิบนมรสชาติคุ้นเคย คุยกับ คุณวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ คุณโอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ และ คุณราชเทพ นฤหล้า ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คลี่กล่องนม เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์นมโคคุณภาพทุกกล่องในทุกวันนี้

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

1. บริหารงานโดยฟรีสแลนด์คัมพิน่า บริษัทระดับโลกที่เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรโคนม  

ใน ค.ศ.1871 เหล่าเกษตรกรโคนมในเนเธอแลนด์ รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมเพื่อการพัฒนาเกษตรในฮอลแลนด์ทางตอนเหนือ หรือสหกรณ์โคนมฟรีสแลนด์คัมพิน่า ยู.เอ. 

ด้วยจุดเริ่มต้นจากถังบ่มชีส 2 ถัง ตาชั่ง และอาคารสำนักงาน เกษตรกรโคนมจากทั้งในหมู่บ้าน Wieringerwaard และ Warga ต่างก่อตั้งบริษัทขึ้นในเวลาต่อมา เติบโตจากรากฐานการเป็นธุรกิจครอบครัว ส่งต่อความรู้ผลิตภัณฑ์โคนมจากรุ่นสู่รุ่น ร่วมมือกันจนขยายกิจการไปยังเมืองต่างๆ และชายแดนประเทศใกล้เคียง 

ในช่วงแรกบริษัทใช้ชื่อว่าฟรีสแลนด์ฟู้ด เน้นขายตลาดในเอเชียและตะวันออกกลาง ได้มาลงทุนและซื้อกิจการ โฟร์โมสต์อาหารนม ประเทศไทย ก่อนบริษัทแม่ฯ ฟรีสแลนด์ฟู้ด จะควบรวมกับบริษัทคัมพิน่า บริษัทรูปแบบเดียวกันแต่ถนัดตลาดยุโรป ในปี ค.ศ. 2007

และเติบโตเป็นบริษัทระดับโลกชื่อ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า หนึ่งในสหกรณ์ผลิตสินค้าจากโคนมที่ผลิตได้เยอะที่สุดในโลก มีสมาชิกเกษตรกรกว่า 17,000 ราย และมีพนักงานมากกว่า 23,000 คนทั่วโลก ที่ได้เข้าถือหุ้นโฟร์โมสต์ เป็นโมเดลบริษัทที่พิสูจน์ว่า สหกรณ์สามารถเติบใหญ่ได้อย่างยั่งยืน จนตอนนี้มีอายุยาวนานถึง 150 ปี   

2. เคยชื่อพระนครมิลค์อินดัสทรีย์ และใช้ชื่อศาลาโฟร์โมสต์ขายไอศกรีม 

บริษัทโฟร์โมสต์อาหารนมก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2499 โดยนักธุรกิจชาวไทยและอเมริกันซึ่งอิมพอร์ตแบรนด์เข้ามา ก่อนจะถูกเปลี่ยนมือและกลายเป็นฟรีสแลนด์คัมพิน่าในทุกวันนี้ โฟร์โมสต์เคยอยู่ภายใต้บริษัทที่ใช้ชื่อสุดคลาสสิกอย่าง บริษัท พระนครมิลค์อินดัสทรีย์ และ บริษัท อุตสาหกรรมนมพระนคร นอกจากผลิตนมในไทยแล้ว ยังเริ่มผลิตส่งออกไปยังสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน สปป.ลาว ศรีลังกา ปากีสถาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 อีกด้วย

ในยุคก่อนมีธุรกิจขายไอศกรีมที่คนจดจำกันได้มากในชื่อ ศาลาโฟร์โมสต์ ไอศกรีมในถ้วยชามสีส้มสะดุดตา เปิดสาขาอยู่กับโรงภาพยนตร์อย่างศาลาเฉลิมไทย โรงภาพยนตร์สยาม ภายหลังยุติไป และหันมาเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์จากนมเป็นหลัก 

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

3. From Grass to Glass ส่งต่อคุณค่าจากยอดหญ้าสู่น้ำนมโคคุณภาพทุกกล่อง

เมื่อพูดถึงความยั่งยืน หลายคนมักนึกถึงแพ็กเกจรักษ์โลกเท่านั้น แต่หนึ่งประเด็นสำคัญในหมวดความยั่งยืนด้านอาหารที่มักมองข้ามไป คือ สารอาหาร

ความตั้งใจของโฟร์โมสต์ตามแนวทางบริษัทแม่ คือ Nourishing by Nature ส่งต่อสารอาหารที่ดีจากธรรมชาติที่ดี จากยอดหญ้าสู่น้ำนมโคคุณภาพ หญ้าที่อุดมสมบูรณ์เป็นอาหารที่ดีให้วัวพันธ์ุดี เมื่อโคนมทานหญ้าดี ทำให้เกิดน้ำนมดีเปี่ยมคุณค่าทางอาหาร ส่งต่อเป็นสารอาหารที่ดีมาถึงผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง 

การมุ่งมั่นส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ ทำให้โฟร์โมสต์ดูแลโคนมอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจว่าทาน

อาหารอะไร อยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน เพื่อให้นมมีแบคทีเรียต่ำตามมาตรฐาน มีโปรตีน ไขมัน และสารอาหารตามที่อยากได้ ที่ฮอลแลนด์ยกระดับความยั่งยืนในการดูแลโคนมไปอีกขั้นหนึ่ง ถึงขนาดมีมาตรฐานว่า วัวควรได้อยู่กลางแจ้งกี่ชั่วโมงต่อปี ควรมีความหลากหลายของชนิดสัตว์ในฟาร์มอย่างไรบ้าง พร้อมคัดมาตรฐานวัตถุดิบอย่างตั้งใจ ทั้งคุณภาพน้ำมันปาล์มจากป่าที่ปลูกเอง และยังมีตัวชี้วัดคุณภาพน้ำตาลในนมอย่างละเอียด

จากการดูแลตั้งแต่ยอดหญ้าสู่สัญญาที่ให้ไว้กับผู้บริโภคเป็นมั่นเหมาะบนฉลากนม ที่โฟร์โมสต์ภูมิใจว่าสามารถส่งต่อสารอาหารตามฉลากทุกกล่องอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 

ด้วยความตั้งใจที่อยากส่งมอบสารอาหารให้เข้าถึงทั่วโลก ราคาของนมโฟร์โมสต์ยังเข้าถึงง่าย  และสามารถหาซื้อได้ทั่วไป แถมยังใช้กล่องกระดาษจากป่าอนุรักษ์ ตั้งใจลดการใช้อะลูมิเนียมเลเยอร์ในกล่องกระดาษ เพื่อให้เป็นกล่องนมรักษ์โลกอย่างเต็มตัวมากขึ้นในอนาคต

ฟรีสแลนด์คัมพิน่าได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทอันดับ 3 ของโลกใน Global Access to Nutrition Index 2021 เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า สิ่งที่ตั้งใจทำส่งผ่านจากยอดหญ้าสู่กล่องนมได้จริง

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

4. Farmers to Farmers สนับสนุนการส่งต่อความรู้โคนมจากเกษตรกรรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง

เพราะเป็นแบรนด์ที่อยู่ภายใต้องค์กรที่มีจุดเริ่มต้นจากสหกรณ์โคนม โฟร์โมสต์มีความตั้งใจดีที่จะอยากสร้าง Good Living For Our Farmers สนับสนุนการส่งต่อความรู้และพัฒนาฟาร์มของเกษตรกร

มีโครงการ Farmers to Farmers ถ่ายทอดความรู้จากเกษตรกรเนเธอร์แลนด์สู่ฟาร์มเกษตรกร 4,000 กว่าครอบครัวในไทย รวมทั้งส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้เกษตรกรมากว่าสิบปี ทั้งเริ่มพัฒนาฟาร์มการเลี้ยงโคนมในไทย ร่วมมือกับองค์การส่งเสริมโคนมในไทย สนับสนุนให้ผลิตนมคุณภาพระดับโลกอย่างสำเร็จ

หัวใจของการสร้างแบรนด์โฟร์โมสต์คือการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้สนับสนุน Next Generations เหมือนที่สหกรณ์เกษตรโคนมรุ่นแล้วรุ่นเล่า ส่งต่อความรู้กันมายาวนานกว่าร้อยปี และสมาชิกในครอบครัวรุ่นแล้วรุ่นแล้วเติบโตจากการดื่มนมอย่างแข็งแรง

5. โฟร์โมสต์ มีแบรนด์พี่น้อง เพื่อตอบทุกโจทย์ของความต้องการที่แตกต่างของคนทุกกลุ่ม

ฟรีสแลนด์คัมพิน่าประกอบด้วยหลากหลายแบรนด์ รวมทั่วโลกมีแบรนด์ย่อยมากมายที่จำชื่อได้ไม่หมด โดยมีจุดร่วมของทุกแบรนด์คือ การส่งต่อคุณค่าสารอาหารจากนม ในไทยมีลูกค้า 2 กลุ่มหลัก

หนึ่ง คือ แม่และเด็กที่มองหาสารอาหารจากนม โฟร์โมสต์ก็เป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์นมโคให้เลือกหลากหลายตามความต้องการเฉพาะของคนทุกกลุ่มและทุกวัย จึงแตกต่างจากแบรนด์อื่น

สอง กลุ่มผู้ประกอบการร้านชากาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการปรุงเครื่องดื่มและอาหาร ให้รสชาติที่ดี เสถียร และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามเทรนด์ นกเหยี่ยวฟอลคอน ก็มาตอบโจทย์นี้ โดยการมีผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มนมข้นหวาน นมข้นจืด นมตีฟอง ที่หลากหลาย ขณะที่เชฟขนมหวาน (Pastry Chef) ที่มองหาวิปปิ้งครีม เนื้อแน่น ก็มี เดบิค แบรนด์น้องใหม่สำหรับสายพรีเมียมรองรับ ซึ่งแม้จะเพิ่งเข้าไทยในปีนี้ แต่เป็นแบรนด์ชั้นนำเก่าแก่ร้อยปีในยุโรป นำเสนอนวัตกรรมครีมที่สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาหารอย่างเชฟและบาริสต้าโดยเฉพาะ 

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

6. เป็นผู้นำตลาดนม UHT ที่เชื่อว่า นมที่มีประโยชน์ไม่ได้แปลว่าต้องไม่อร่อย

นมโฟร์โมสต์เป็นแบรนด์ที่มีครัวเรือนไทยนิยมดื่มมากที่สุด หลายคนมักจดจำโฟร์โมสต์ในฐานะแบรนด์นมแบรนด์แรกที่ดื่มสมัยเด็ก และดื่มประจำจนคุ้นเคยรสชาติ เบื้องหลังความคุ้นเคยของผู้บริโภคนี้ คือคุณภาพที่มั่นใจได้ สร้างความรู้สึกไว้วางใจว่าปลอดภัยและมีประโยชน์ เน้นส่งมอบคุณค่าสารอาหารทั้งสำหรับเด็กวัยเล็ก วัยกำลังเติบโต วัยรุ่น และบุคคลทั่วไปในวัยผู้ใหญ่ ด้วยความเชื่อว่าการมอบสารอาหารที่ดี ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมรสชาติที่ไม่โอเค จึงมีการพัฒนารสชาติที่หลากหลาย เพราะอยากให้ทุกคนดื่มนมได้อย่างอร่อย เพื่อให้สามารถรับคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นได้ทุกวัน

7. คัดสรรสารอาหาร เพื่อสร้างนมที่สนับสนุนการพัฒนา IQ และ EQ เพราะเข้าใจความต้องการของพ่อแม่ยุคใหม่ที่อยากให้ลูกฉลาดและมีน้ำใจ 

การสร้างแบรนด์โฟร์โมสต์เริ่มจากทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่สารอาหารและสิ่งแวดล้อมที่ครอบครัวอยากมอบให้ลูก 

เนื่องจากสังคมยุคนี้มีการแข่งขันสูง ครอบครัวจึงอยากให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง ฉลาด มีไหวพริบ พร้อมทั้งเป็นเด็กมีน้ำใจที่คนรอบข้างรักและมีเพื่อนฝูงเยอะ เพื่อเติบโตและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

เมื่อเข้าใจความต้องการเหล่านี้ จึงคิดต่อไปว่าสารอาหารอะไรบ้างที่สามารถพัฒนา IQ และ EQ ของเด็กได้ดี ส่งเสริมให้เด็กฉลาดและมีน้ำใจอย่างที่พ่อแม่ต้องการ 

นมของโฟร์โมสต์จึงเน้นสารอาหารเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ไลน์ผลิตภัณฑ์โฟร์โมสต์ โอเมก้า 3, 6, 9 ที่มี DHA ซึ่งมีบทบาทต่อการพัฒนา IQ และ EQ ส่งเสริมการพัฒนาสมอง รวมถึงความมั่นคงทางอารมณ์ นมโฟร์โมสต์มี DHA สูง ในราคาที่ไม่สูงเกินไป ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงสารอาหารสำคัญได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นโอเมก้า 3, 6 และ 9 วิตามิน B12 ไปจนถึงแคลเซียมและโปรตีนที่ส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน รวมถึงการเจริญเติบโตของร่างกายโดยรวม

แบรนด์เชื่อว่าการชนะความท้าทายคือห้ามหยุดอยู่กับที่ ต้องปรับเปลี่ยนและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา สินค้าล่าสุดของโฟร์โมสต์เกิดจากความเข้าใจในแม่และเด็กรุ่นใหม่ ทุกเช้าคือมื้อสำคัญที่แม่อยากให้ลูกได้สารอาหารครบหมู่มากที่สุด มีพลังพร้อมสำหรับการเรียนรู้ไปตลอดทั้งวัน แต่ในความเป็นจริง มื้อเช้ากลับเป็นช่วงเวลาที่มักรีบเร่งที่สุด จึงนำมาสู่การพัฒนา โฟร์โมสต์ มัลติเกรน รสช็อกโกแลต ที่ทานง่าย พร้อมสารอาหารจากธัญพืชรวม 3 ชนิดจากข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ทั้งอิ่มง่ายและอุดมด้วยสารอาหาร

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

8. ก่อตั้ง SEANUTS วิจัยภาวะโภชนาการในเด็กอย่างจริงจังนานนับสิบปี

จากการศึกษาข้อมูลทางโภชนาการของประเทศ พบว่าไทยมีปัญหาด้านโภชนาการเด็ก 2 ด้าน คือ หนึ่ง การขาดสารอาหารที่จำเป็น (ภาวะทุพโภชนาการ) และ สอง การได้สารอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากเกินไป (โรคอ้วน) เป็นสองเรื่องที่ตรงข้ามกัน แต่มีพื้นฐานมาจากปัญหาการไม่สามารถเข้าถึงสารอาหารที่ดี มีคุณภาพได้เหมือนกัน

เพราะเชื่อว่าหากจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด ควรรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงก่อน ฟรีสแลนด์คัมพิน่าจึงก่อตั้งสถาบันวิจัย SEANUTS (South East Asian Nutrition Surveys) ซึ่งทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการอย่างจริงจัง เพื่อมุ่งเก็บข้อมูลเรื่องภาวะโภชนาการเด็กในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำมาอย่างยาวนานและวิจัยอย่างเข้มข้น โดยวิจัยหนึ่งครั้งยาวนาน 8 – 10 ปี ให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แม่นยำ และสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้

ใช้โอกาสที่อยู่ในอุตสาหกรรมนม สนับสนุนโภชนาการในไทยให้ดีขึ้น แก้ปัญหาการบริโภคนมของคนไทยที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรสชาติที่หลากหลาย ขณะที่ยังคงสารอาหารที่จำเป็นไว้ ส่งเสริมให้เยาวชนไทยรุ่นใหม่เติบโต แข็งแรง

9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

9. ส่งต่อรอยยิ้มด้วยการแบ่งปันน้ำใจ มอบนมเสริมความแข็งแรงและพัฒนาการให้แก่เด็กไทย

ตลอด 65 ปีของโฟร์โมสต์ในประเทศไทยที่อยู่มายาวนาน มีสิ่งที่แบรนด์เชื่อมั่นและยึดถือมาโดยตลอดคือความมีน้ำใจ ซึ่งเป็นคุณค่าที่สังคมไทยก็ให้ความสำคัญ ด้วยเป็นคุณค่าที่สามารถส่งต่อประโยชน์และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีได้

ในปีนี้ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นภาวะจำเป็นเร่งด่วนสำหรับแม่และเด็ก หลายครอบครัวที่มีเด็กเล็กประสบปัญหาด้านรายได้ กระทบการดำเนินชีวิตและโภชนาการของเด็กที่อาจส่งผลพัฒนาการในระยะยาว โครงการโฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยสู้ภัยโควิด-19 จึงชวนคนมาแบ่งปันน้ำใจ ซื้อนมบริโภคในช่วงเวลาจัดกิจกรรมของโครงการฯ ในแต่ละปี เพื่อแสดงเจตจำนงในการร่วมบริจาคนมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนสารอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมในสภาวะวิกฤต

นมของโฟร์โมสต์เป็นทั้งอาหารอิ่มท้อง เป็นเครื่องดื่มที่ส่งต่อโภชนาการที่ดี ทำให้ร่างกายแข็งแรง ขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกที่ดีของการได้ร่วมส่งต่อ ให้โลกหมุนไปข้างหน้าด้วยน้ำนมโคคุณภาพและความคิดคำนึงถึงสังคมและชุมชน

9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

ภาพ : ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load