18 มิถุนายน 2563
3 K

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” ตอนหนึ่งใน เวนิสวาณิช พระราชนิพนธ์แปลในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจากต้นฉบับของวิลเลียม เชกสเปียร์ เหมือนจะอมตะนิรันดร์กาล บอกความจริงเรื่องดนตรีข้อนี้มากว่าร้อยปี

สารไม่ห่างไกลจากสิ่งที่นักดนตรีบำบัด โจเซฟ ซามูดิโอ แห่งมีรัก คลินิก คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่นที่ให้บริการช่วยเหลือด้วยกระบวนบำบัดที่หลากหลายตามความเหมาะสมของเด็ก ทั้งผ่านดนตรี ละคร การเต้น ฯลฯ บอกเราว่า “Rhythm is the motivator.” ดนตรีเป็น Self-expression ที่อยู่กับมนุษย์ตั้งแต่เริ่มมีวัฒนธรรม ทุกวัฒนธรรมมี มนุษย์ทั่วโลกมี ทุกยุคของประวัติศาสตร์ก็มี ดนตรีจึงนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นมนุษย์ 

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด
Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

ตั้งแต่ตอนเราอยู่ในท้องแม่ เสียงแรกที่ได้ยินคือเสียงหัวใจแม่ เสียงที่สองก็คือเสียงของโลกใบนี้เมื่อลืมตาดูโลก จึงเชื่อได้ว่าจังหวะอยู่ในมนุษย์ทุกคน การหายใจเข้า หายใจออก เป็นจังหวะ การเดินก็เป็นจังหวะ ทุกอย่างในร่างกายล้วนเป็นจังหวะ เพราะร่างกายเราชินกับจังหวะ ดนตรีจึงเป็นทางเลือกในการบำบัดความรู้สึกมนุษย์ได้

“ดนตรีเป็นเครื่องมือที่เราใช้ได้ และผมว่าทุกคนเคยเป็น เวลารู้สึกเศร้าก็จะไปฟังเพลงเศร้า โกรธก็จะฟังเพลงแรงๆ จะตีความเพลงต่างจากที่เพลงเป็นก็ได้ ไม่ผิด เพราะดนตรีไม่ตัดสินเรา แต่ถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแบ่งปันความรู้สึกสำหรับทุกคน” โจเซฟที่นั่งอยู่หน้าคีย์บอร์ด หนึ่งในเครื่องมือของเขา บอกเรา

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

ดนตรีบำบัดด้วยตัวเอง

ไม่ว่ากับใครก็ตาม การปลดปล่อยความรู้สึกเป็นสิ่งสำคัญ นักดนตรีบำบัดพ่วงตำแหน่งสมาชิก The Voice Thailand ซีซั่น 5 ว่าอย่างนั้น ด้วยวิถีชีวิตคน โดยเฉพาะคนเมืองที่ตารางชีวิตประจำวันที่แน่นเอี้ยด จนไม่ค่อยมีโอกาสระบาย ต้องเก็บทุกอย่างกดไว้ในหัวใจ เมื่อไม่มีโอกาสอยู่กับตัวเอง สิ่งที่เราเก็บไว้มันจะขยายใหญ่ไปเรื่อยๆ จนเราอาจจะระเบิดตู้มเข้าสักวัน

“ผมเชื่อว่าไม่มีความรู้สึกไหนที่ผิด ไม่ผิดที่จะรู้สึกเศร้าหรือโกรธ ฯลฯ แต่อาจต้องมีวิธีการระบายที่เหมาะสม สมมติโกรธก็มาตีกลอง ระบายผ่านเสียงเพลง ถ้ามีเครื่องดนตรีในบ้านก็เล่นไปเลย แม้ว่าเล่นไม่เป็นก็เล่นไปเลย แค่ทำให้เกิดเสียงเท่านั้นเอง” 

การบำบัดด้วยดนตรีเหมาะกับใคร-เราสงสัย

“กับใครก็ตามที่ชอบดนตรี กับใครก็ตามที่อาจมีเวลาห้านาทีต่อวันที่จะฟังเพลงได้”

ไม่รู้ว่าคุณสงสัยเหมือนกันมั้ย ว่าการหานักดนตรีบำบัดต่างจากการไปหาจิตแพทย์ยังไง นักดนตรีบำบัดผู้ใช้เสียงเพลงเป็นยาใจอธิบายได้ ก็เพราะความเศร้าของคนเรามีหลายสเต็ป กับความรู้สึก บางทีอาจยากจะสรรหาถ้อยคำอธิบายที่ถูกต้อง หรือเราอาจไม่มีแม้คำที่จะสื่อสารความรู้สึกออกมาให้คนอีกคนเข้าใจได้ด้วยซ้ำ กับดนตรีเราไม่ต้องใช้คำพูด ไม่ต้องหาคำ เพียงแค่ปล่อยอารมณ์ไปตามจังหวะทำนอง ดนตรีบำบัดจึงเป็นอีกทางเลือก 

แล้วการมาหานักดนตรีบำบัดต่างจากการบำบัดตัวเองด้วยการฟังเพลง เล่นดนตรี ที่บ้านยังไง-เราถาม

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

“เราถือว่านักบำบัดอาจเข้าถึงได้ลึกกว่า เป็น Formal Music Therapy การฟังเพลงที่บ้านเป็น Informal Music Therapy ที่ฟังแล้วหายเครียดเป็นช่วงๆ แต่ไม่ได้เคลียร์ปัญหาถึงแก่น 

“ประโยคประจำใจของผมคือ Anything can be music. ที่เด็กชอบเคาะของเล่นก็เป็น Informal Music Therapy แต่เมื่อโตขึ้นเรามักตีกรอบว่าอะไรถูกต้อง ไม่ถูกต้อง เช่นการเล่นดนตรี ต้องเล่นเฉพาะคีย์ ทำไมเคาะขอบเครื่องดนตรีป๊อกๆ แบบนี้ไม่ได้ การแสดงออกแบบนี้จึงเหมือนการกลับไปเป็นเด็ก เป็นอิสระได้อีกครั้ง” 

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

หรือจะลองแต่งเพลงด้วย Free Writing อีกแนวทางทางจิตวิทยาในการบำบัด โจเซฟแบ่งปันเทคนิคว่า นึกคำอะไรในใจออกก็เขียนออกมาบนกระดาษ โดยที่ห้ามยกมือ ห้ามหยุด สักสองสามนาทีก็เพียงพอแล้ว

อีกวิธีสำหรับคนที่คิดว่าอยากลองอะไรที่ครีเอทีฟขึ้น คือการแปลงเนื้อเพลงโปรด แค่เปลี่ยนคำในเนื้อเพลงเดิมเป็นคำที่เรารู้สึกหรือนึกถึง แล้วร้องในเวอร์ชันของตัวเอง แค่นี้ก็เป็นความสนุกเล็กๆ ที่บรรเทาความหนักอึ้งในใจได้

ใครเป็นคอซอง (Song) อยู่แล้ว สิ่งง่ายๆ ทำได้ที่บ้านเหมือนกันคือรวมเพลงที่ชอบเป็นเพลย์ลิสต์แล้วเปิดฟัง และปล่อยตัวไปกับเพลง ขยับโยกเคาะมือตามจังหวะ ก็ย่อมได้

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

“เวลาเรามีความกังวลหรือความหดหู่ เพราะนึกถึงอนาคตที่คาดเดาไม่ได้หรืออดีตซึ่งเปลี่ยนแปลงไม่ได้ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือเอนจอยกับ ณ ขณะนั้น เวลาเราฟังเพลงแล้วแอ็กทีฟ ขยับตาม มันจะทำให้เราอินกับเพลง สมองจะหลั่งโดพามีน (Dopamine) สารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดี เป็นสารที่ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจ หรือความรู้สึกเหมือนได้รางวัล 

“การฟังเพลง การเล่นดนตรี ต้องใช้สมองหลายส่วน แต่สิ่งหลักๆ เลยคือ ความรู้สึก ในสมองจะมีโซนหนึ่งที่เกี่ยวกับความรู้สึก สัญชาตญาณการเอาตัวรอด เช่น หิว เซ็กซ์ การต่อสู้ หรือหนีเมื่อภัยมา เรียกว่า Limbic System เวลาเราฟังเพลง ส่วนที่วิเคราะห์เพลงก็คือ Limbic นี้เอง พอฟังเพลง มันจะช่วยให้เรานึกถึงความทรงจำ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ดนตรีมันซิงก์กับความรู้สึก ยกตัวอย่างเช่นคนสองคนจีบกัน ส่งเพลงรักให้กัน คนได้รับก็จะรู้สึกดี เขาจะเชื่อมโยงเพลงกับความรู้สึกกับคนนี้ เวลาผ่านไปคู่นี้เลิกกัน ได้ยินเพลงนี้อีกครั้งก็จะทำให้นึกถึงคนคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกใดก็แล้วแต่”

ดนตรีบำบัดด้วยนักบำบัด

ในฐานะคนที่โยนความเครียดใส่ไมค์ร้านคาราโอเกะเป็นนิจ ไหนๆ ก็อยู่กับผู้เชี่ยวชาญ เราอยากรู้ว่า ‘ดนตรีบำบัด’ ที่แท้คืออะไร

“การใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร หลายคนอาจคิดว่าดนตรีบำบัดคือแค่การฟังเพลงอย่างเดียว ป่วย เครียด ไปฟังโมสาร์ต แต่ที่จริงมันไม่ใช่ ดนตรีบำบัดเป็นการระบายความรู้สึกทางเพลงโดยมี Interaction เกิดขึ้นระหว่างคนไข้กับนักบำบัด 

“นักบำบัดอาจจะช่วยให้คนไข้เขียนเพลง ใส่คอร์ดเข้าไปตามอารมณ์เพลงที่คนไข้ต้องการ และให้เขาได้ระบายจนรู้สึกดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง แต่หลักของมันคือการสื่อสาร เช่นผมโฟกัสที่เด็กออทิสติก เด็กออทิสติกมีหลายระดับ แต่มีกลุ่มหนึ่งที่เขาไม่มีภาษา สื่อสารความต้องการไม่ได้ ผมเลยใช้ดนตรีแทนคำ แทนภาษา ตอนเด็กๆ เรารู้วิธีพูด เรารู้เรื่องการสร้างความสัมพันธ์ได้โดยอัตโนมัติ แต่เด็กออทิสติกมีปัญหาเรื่อง Social Skills ซึ่งเขาไม่ค่อยมีโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์ถ้าเทียบกับเด็กปกติ แต่กับดนตรีเราทำได้”

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

คุณอาจนึกภาพไม่ออก ใช่ เราก็นึกไม่ออก

โจเซฟจึงลองใช้วิธีสื่อสารกับเราผ่านแป้นคีย์บอร์ดไฟฟ้าแทนคำพูด แรกๆ ดูเงอะงะงุ่มง่าม แต่เราก็พยายามเหล่มองนิ้วนักบำบัดว่ากดลงบนแป้นไหนบ้าง โจเซฟก็จะส่งภาษาผ่าน Eye Contact และกดแป้นให้ช้าลง ซึ่งนักบำบัดคนนี้บอกว่า นี่แหละคือการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

“เวลาเราเล่นดนตรีมันจะเหมือนเด็กๆ เล่นกัน เราเน้นการอิมโพรไวซ์ ไม่มีโน้ต เราไม่ได้เล่นเพลงเป็นเพลง แต่เล่นตามอารมณ์”

“ถ้าจังหวะดนตรีเร็วคือเขากำลังโกรธอยู่รึเปล่า” โจเซฟรีบแก้ไขความเข้าใจผิด

“อาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะเราต้องดูทั้งหมด ดูพฤติกรรม ดูหน้าตา ร่างกาย สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น ลองนึกภาพเด็กออทิสติกที่ไม่ค่อยมีโอกาสเข้าหาใคร นี่จะเป็นโอกาสให้เขาได้เล่น เขาเล่นเร็ว ผมก็จะเล่นเร็วตาม เขาเล่นช้า ผมก็จะเล่นช้าตาม และเขาจะรู้สึกว่ามีคนสนใจ มีคนฟังเขาอยู่ โดยที่ไม่ต้องใช้ภาษา ไม่ต้องพูดกัน ซึ่งนี่อาจจะเป็นเพลงก็ได้นะสำหรับเด็ก เพราะเราตัดสินไม่ได้ว่าอันไหนเป็นเพลง ไม่เป็นเพลง” 

แล้วการจะใช้ดนตรีบำบัด เราต้องมีสกิลล์การเล่นดนตรีระดับไหนกัน

“เล่นดนตรีเป็นก็ดี แต่ถ้าไม่เป็นก็ไม่เป็นไร เวลาบำบัดผมก็เล่นดนตรีตามเด็กๆ เขามักเล่นหลุดกันไปเลย (เคาะขอบคีย์บอร์ด) ผมก็จะทำตาม ผมเคยมีเคสที่มีปัญหาเรื่องพัฒนาการทางร่างกาย เขาต้องนั่งรถเข็น ไม่มีภาษา ไม่มี Eye Contact ตอนนั้นผมแค่ร้องเพลงให้ฟัง และวาง Tambourine ใต้มือเขา เพราะเขายกมือไม่ได้ ทำได้แค่ขยับนิ้ว ผมเล่นเพลง เขาก็ขยับนิ้วเคาะ Tambourine เหมือนนั่นเป็นการสื่อสารของเขา ผมถือว่ามันเป็นเพลงของเขา ระหว่างผมเล่นกีตาร์ เขาก็เคาะนิดเดียว หนึ่ง เขาได้โอกาสแชร์เพลงกับผม สอง สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน ซึ่งเขาไม่มีโอกาสคอนเนกต์กับใครง่ายๆ แต่ในโมเมนต์นั้นเราคอนเนกต์กันผ่านดนตรี”

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

ผลลัพธ์จากเสียงดนตรี ถ้าสรุปผิวเผินอาจเป็นแค่ความโล่งใจที่เกิดหลังได้ยกภูเขาความรู้สึกออกจากอก แต่นักดนตรีบำบัดโจเซฟเล่าว่า สำหรับเด็กออทิสติกการบำบัดนี้จะเพิ่ม Eye Contact ทำให้เขาได้ลองสร้างความสัมพันธ์ ผลลัพธ์ใหญ่ก็คือความเชื่อมั่นในตัวเอง ความมั่นใจในตัวเอง ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะต่อยอดให้พวกเขาพัฒนา Social Skills ได้ด้วยตัวเอง

กับคนทั่วไปก็จะเพิ่มการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งควบคุมที่ว่านี้ไม่ใช่การพยายามมีความสุข เพราะมนุษย์นั้นมีทุกอารมณ์ เราอยู่ในทุกโมเมนต์ได้โดยไม่ต้องกลัวที่จะรู้สึกโกรธ เศร้า เราใช้ดนตรีเพื่อจะจมกับความรู้สึกนั้นได้ ถ้าเศร้าแล้วฟังเพลง เพลงจะเป็นเหมือนเพื่อนที่ฟังเรา เพลงจะเป็นเพื่อนที่เข้าใจเรา อย่างที่โจเซฟบอกไปก่อนหน้านี้ เพราะดนตรีไม่เคยไม่ตัดสิน 

“เราอาจจะไม่ได้รู้สึกมีความสุขขึ้น แต่เราจะรู้สึกดีขึ้น เพราะการฟังเพลงจะทำให้เราได้ประมวลอารมณ์ มีเวลาวิเคราะห์ความรู้สึกของเรา คนมักสงสัยว่าถ้าเราเศร้า ฟังเพลงเศร้า จะแย่ลงมั้ย เป็นไปได้ (แนะนำให้พบจิตแพทย์) แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่แบบนั้น เพราะเราจะประมวลความรู้สึกจนถึงจุดที่เรากลับสู่บาลานซ์ได้ อาจใช้เวลา แต่ด้วยการประมวลความรู้สึกนี้จะทำให้เราค่อยๆ กลับมาได้ ไม่อันตราย”

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

Merak Clinic มีรักคลินิก

คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น โดยการทำงานร่วมกันของทีมสหวิชาชีพสำหรับเด็กและวัยรุ่นที่ต้องการความช่วยเหลือ บริการทางการแพทย์ การปรึกษาเชิงจิตวิทยาและจิตบำบัด บำบัดด้วยการเต้นและการเคลื่อนไหว อรรถบำบัด ดนตรีบำบัด ละครบำบัด ศิลปะบำบัด ฯลฯ

วัน-เวลาทำการ ทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) 09.00 – 18.00 น.

โทร 08 4733 0444

เว็บไซต์ www.merakclinic.com

Writer

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อโศก

กิจกรรมและสถานที่บำบัดใจและกายให้แข็งแรง

28 กุมภาพันธ์ 2561
39 K

 

เดินไม่กี่นาทีจากปากซอยรางน้ำอันแสนวุ่นวาย คุณจะพบอาคารชุดเก่าแก่ซึ่งเป็นทั้งที่พักอาศัยและออฟฟิศ รอบบริเวณเขียวครึ้มด้วยต้นไม้ ชวนสงบใจต่างจากโลกภายนอกรั้ว

ในอาคารนี้มีพื้นที่เล็กๆ แห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ ปัญหาความทุกข์ทางใจที่อบอวลในสังคมเมือง ในใจคนใกล้ชิด และแม้แต่ในใจตัวเอง ทำให้ฉันสนใจจนก้าวมาทำความรู้จักที่แห่งนี้ จะเรียกมันว่าคลินิกก็ได้ แต่หน้าตามันอาจไม่เหมือนคลินิกหรือแม้แต่โรงพยาบาลที่เราคุ้นเคย

แสงไฟอุ่นนวล พื้นที่ปูด้วยวัสดุคล้ายไม้สีน้ำตาล ต้นไม้สีเขียว และกลิ่นอโรมาหอมกรุ่น สร้างบรรยากาศสงบและสบายเหมือนอยู่ในบ้านสไตล์มูจิสักหลัง

Knowing Mind

Knowing Mind

Knowing Mind คือศูนย์บริการการปรึกษาเชิงจิตวิทยาและส่งเสริมสุขภาวะที่ก่อตั้งโดยกลุ่มเพื่อนนักจิตวิทยาการปรึกษา 3 คน พวกเขาอยากนำความรู้ที่ร่ำเรียนมาใช้ให้เป็นประโยชน์ แต่อยากทำงานกับคนกลุ่มกว้างมากกว่าแค่ในโรงพยาบาล รวมถึงต้องการสร้างพื้นที่ให้คนมีปัญหาในชีวิตและอยากหาคนรับฟังมาได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเดินเข้าโรงพยาบาล ถูกแปะป้ายว่าเป็นผู้ป่วย

นอกจากนี้ เมื่อคนที่มีความทุกข์ทางใจเดินเข้าโรงพยาบาล พวกเขามักได้พบจิตแพทย์ที่เน้นรักษาอาการทางกาย ก่อนนักจิตวิทยาที่สนใจพูดคุยเยียวยาปมปัญหาในใจ เมื่อจิตแพทย์ไม่มีเวลาพูดคุยมากนักเพราะคนไข้ล้นมือ และด้วยข้อจำกัดในการส่งต่อเพื่อพูดคุยกับนักจิตวิทยา คนเหล่านี้จึงได้รับการวินิจฉัยโรคและจ่ายยาเป็นหลัก ด้วยความเชื่อว่าอาการทางกายที่ดีขึ้นจะช่วยให้กลับไปแก้ปัญหาในชีวิตเองได้ แต่บางครั้งอาการทางกายนั้นมีต้นตอจากปมปัญหาใหญ่ในใจ เมื่อปัญหาไม่ถูกแก้ไข ไม่นานอาการทางกายก็กลับมาอีก

Knowing Mind

Knowing Mind จึงตั้งใจเป็นพื้นที่สำหรับการพูดคุยเพื่อช่วยคนแก้ไขปัญหา โดยใช้วิถีจิตวิทยาแนวพุทธที่พวกเขาเรียนมาผสมผสานกับความรู้ฝั่งตะวันตก

“โรคทางจิตเวชมันตั้งอยู่บนอาการเป็นหลัก สมมติว่าพูดถึงโรคซึมเศร้า มันไม่ใช่แค่คุณเศร้านะ แต่มีอาการทางกายบางอย่างเกิดขึ้นด้วย เช่น รู้สึกเศร้าตลอดวัน หมดความสนใจทำสิ่งต่าง ๆ นอนไม่หลับ ไม่อยากอาหาร เป็นต้น ผมมองว่าอาการเหล่านี้สะท้อนภาพของภาวะบางอย่างในใจ นักจิตวิทยาจะตามไปดูว่าภาวะนั้นคืออะไร นักจิตวิทยามีฐานคิดในการทำงานที่หลากหลาย ส่วนตัวผมเองมองว่าปัญหาของผู้คนในแง่หนึ่งเกิดจากความเชื่อที่ไม่สมเหตุสมผล แล้วคุณก็สร้างเงื่อนไขให้ชีวิต สมมติว่าคุณหิว สิ่งที่ตรงไปตรงมาคือไปกินแล้วจะอิ่ม แต่บางครั้งเราก็สร้างเงื่อนไขว่าฉันชอบกินแบบนี้ ต้องกินอันนี้เท่านั้น แล้วก็ฝังหัวว่าชีวิตต้องเป็นแบบนี้ พอเจอสิ่งอื่นในชีวิตที่ไม่เป็นแบบนี้ก็ไม่โอเค ทำให้เรารับมือกับสถานการณ์ในชีวิตได้ไม่ค่อยดีนัก หลายครั้งคนที่มาคุย เขาก็มาพร้อมกับแบบแผนทางความคิดและพฤติกรรมบางอย่างซึ่งเป็นปัญหา แล้วมองไม่ออกว่าจะแก้ยังไงเพราะเคยชินกับมัน” สมภพ แจ่มจันทร์ หนึ่งในนักจิตวิทยาการปรึกษาของ Knowing Mind อธิบาย พร้อมยกตัวอย่างหลากหลาย เช่น คนที่ทุกข์ใจเพราะต้องดิ้นรนหาเงินซื้อบ้าน เนื่องจากเชื่อว่าการมีบ้านหลังใหญ่จะนำมาซึ่งความสุข หรือภรรยาที่ไม่อาจเลิกกับสามีได้เพราะเชื่อว่าต้องเห็นแก่ลูก ต้องเป็นแม่ที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเงื่อนไขของความทุกข์ที่พวกเขาสร้างขึ้น

 

สมภพ แจ่มจันทร์

สมภพ แจ่มจันทร์

หากถามว่านักจิตวิทยาที่นี่ช่วยผู้คนแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร คำตอบคือการชวนให้เรา ‘เข้าใจตัวเอง’

ในสายตาของชาว Knowing Mind ปัญหาที่เราเผชิญแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ปัญหาภายนอกที่แก้ไม่ได้หรือแก้ได้ยาก และปัญหาภายในใจตัวเองที่แก้ไขได้ ปัญหาที่พวกเขาชี้ให้ผู้คนมองเห็นจึงเป็นการมองสำรวจลึกเข้าไปภายใน อย่างแรกคือต้อนรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น อย่ากดเก็บมันไว้ หรือพยายามเบี่ยงเบนมัน แล้วตามต่อไปว่าอารมณ์ความรู้สึกนั้นมีที่มาจากไหน และสะท้อนถึงสิ่งใด

“อารมณ์ไม่ใช่ปัญหา อารมณ์เป็นเพียงสัญญาณที่บ่งบอกอะไรบางอย่าง แม้กระทั่งคุณโกรธ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความโกรธ แต่อยู่ที่ชั้นของความต้องการที่นำมาซึ่งความโกรธ เช่น คุณอาจรู้สึกว่าทำดีกับเขาแค่ไหน เขาก็ไม่เคยเหลียวแล จนคุณรู้สึกโกรธมาก ดังนั้น ความต้องการของคุณก็คือต้องการให้เขามาสนใจ แล้วทีนี้เราก็มาพิจารณาต่อว่าความต้องการของคุณเป็นจริงได้หรือไม่ หรือกระทั่งมันใช่ความต้องการจริง ๆ ของคุณหรือเปล่า” นักจิตวิทยาหนุ่มยกตัวอย่าง

สมภพ แจ่มจันทร์

ยังไงก็ตาม สมภพและเพื่อนเรียกตัวเองว่า ‘เพื่อนร่วมทาง’ เพราะระหว่างการพูดคุย พวกเขาไม่มีคำตอบสำเร็จรูปมอบให้ แต่จะทำหน้าที่คอยรับฟัง คอยเอื้อให้เรามองเห็นว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหน แล้วหลังจากนั้นพวกเขาจะปล่อยมือ มอบหน้าที่ให้พวกเราตัดสินใจ

“ผมชวนให้คนยอมรับตัวเองในแบบที่เขาเป็น โดยเอาเงื่อนไขที่ตัวเขาสร้างขึ้นให้ตัวเอง หรือคนอื่นสร้างขึ้นให้กับเขาออกไป เพื่อให้เขาเห็นตัวตนชัด ๆ ว่า นี่แหละคือตัวเขา นี่แหละคือความต้องการแท้จริง ส่วนเขาจะทำยังไงต่อเป็นเรื่องของเขาเลย คุณจะอยู่แบบนี้ต่อก็ได้นะ คุณจะทำทุกวิถีทางให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการก็ได้ แต่คุณไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขว่าฉัน ‘ต้อง’ มีมันให้ได้ คุณจะทำทุกวิถีทางให้คุณเป็นสิ่งที่คุณอยากเป็นก็ได้ แต่คุณไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขว่าฉัน ‘ต้อง’ เป็นสิ่งนั้นให้ได้

“เรียกง่ายๆ ว่าผมพยายามจะเปิดพื้นที่ชีวิตของคนให้กว้างขึ้น ชวนพวกเขาออกจากเงื่อนไขที่ตัวเองสร้างขึ้นมา จากเดิมที่เขารู้สึกว่าทางเดินชีวิตฉันแคบจังเลย ไปต่อไม่ได้แล้ว ผมพยายามบอกเขาว่ามีพื้นที่อีกกว้างเลยนะ ถ้าคุณมองเห็นว่าที่แคบนี่เป็นเพราะเงื่อนไขในใจ แต่ประเด็นคือคนยังมาไม่ทันถึงจุดที่เห็นชัดว่าต้องการอะไร อะไรคือความต้องการที่แท้จริง แต่เรามักจะตัดสินด้วยกฎเกณฑ์บางอย่างไปก่อนแล้ว” สมภพกล่าว

 

สมภพ แจ่มจันทร์

ที่ผ่านมา Knowing Mind เปิดประตูต้อนรับคนมาหลากหลาย ตั้งแต่เด็กมัธยม พนักงานออฟฟิศ จนถึงผู้สูงวัยหลังเกษียณ บางคนมาจากการบอกต่อ บางคนลองเสิร์ชหาที่เยียวยาจนเจอที่นี่บนโลกออนไลน์ และแต่ละคนมาด้วยปัญหาแตกต่างกันทั้งเรื่องราวและขนาด จำนวนครั้งของการพูดคุยก็ต่างกันไป

แต่ไม่ว่าคนที่นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามจะเป็นใคร สิ่งที่นักจิตวิทยาทั้งสามคนเชื่อมั่นคือ มนุษย์มีศักยภาพในการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และทุกคนที่นั่งลงตรงนั้นจะไม่ถูกตัดสินด้วยคำเรียกใด ๆ

 

สมภพ แจ่มจันทร์

“ในทางการแพทย์ ถ้าคุณมีอาการครบตามเกณฑ์ที่กำหนด คุณเป็นโรคซึมเศร้าแน่นอน แต่ในความเห็นของผม ไม่มีใครผิดปกติจริงๆ หรอก มีแต่ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ต่อให้คุณถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้ามา ผมก็ไม่สนใจ จะมองว่าคุณเป็นแค่คนหนึ่งที่มีปัญหาซึ่งยังแก้ไม่ได้ แล้วถ้าคุณแก้ได้ก็จะพ้นจากไอ้โรคบ้านี้เอง ผมเชื่อว่าเราต่างมีปัญหากันไม่มากก็น้อย บางคนก็แก้ไขปัญหาได้เอง แล้วถามว่าบริการของผมมีเพื่ออะไร ก็มีสำหรับคนที่รู้สึกว่าแก้เองแล้วไปต่อไม่ได้ ต้องการใครช่วยรับฟัง ช่วยเป็นเพื่อนร่วมทาง แต่ยังไงทุกคนก็ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเองอยู่ดีนะ สุดท้ายมันไม่ได้จบที่ในห้องนี้ แต่จบที่ชีวิตจริง” นักจิตวิทยาหนุ่มถ่ายทอดสิ่งที่คิด

Knowing Mind

ที่อยู่ :  25/5 ซอยราชวิถี 9 แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10440

เบอร์ติดต่อ :  080-2010202

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. โดยนักจิตวิทยาจะหมุนเวียนกันมาประจำวันละ 1 คน และต้องนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น

ระยะเวลาการพูดคุย : ครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมง  

ราคา : บุคคลทั่วไป 1,500 บาท / ครั้ง นักเรียนและนักศึกษา 800 บาท / ครั้ง

*ในกรณีที่มีอาการทางกายหนักหน่วง เช่น นอนไม่หลับมาแล้ว 3 วัน นักจิตวิทยาจะให้ไปพบจิตแพทย์ก่อนแล้วค่อยมาพูดคุย และถ้าคุยแล้วพบว่าต้องรักษาอาการทางกายด้วย ก็จะแนะนำให้ไปหาจิตแพทย์ต่อ

**นอกจากการพูดคุย ที่นี่ยังมีบริการวิ่งสมาธิบำบัด หรือ Mindful Running Therapy ที่ผสมผสานการวิ่ง พูดคุย และทำสมาธิเข้าด้วยกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.knowingmindgroup.com

Facebook l Knowing Mind Group

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load