18 มิถุนายน 2563
1 K

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” ตอนหนึ่งใน เวนิสวาณิช พระราชนิพนธ์แปลในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจากต้นฉบับของวิลเลียม เชกสเปียร์ เหมือนจะอมตะนิรันดร์กาล บอกความจริงเรื่องดนตรีข้อนี้มากว่าร้อยปี

สารไม่ห่างไกลจากสิ่งที่นักดนตรีบำบัด โจเซฟ ซามูดิโอ แห่งมีรัก คลินิก คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่นที่ให้บริการช่วยเหลือด้วยกระบวนบำบัดที่หลากหลายตามความเหมาะสมของเด็ก ทั้งผ่านดนตรี ละคร การเต้น ฯลฯ บอกเราว่า “Rhythm is the motivator.” ดนตรีเป็น Self-expression ที่อยู่กับมนุษย์ตั้งแต่เริ่มมีวัฒนธรรม ทุกวัฒนธรรมมี มนุษย์ทั่วโลกมี ทุกยุคของประวัติศาสตร์ก็มี ดนตรีจึงนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นมนุษย์ 

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด
Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

ตั้งแต่ตอนเราอยู่ในท้องแม่ เสียงแรกที่ได้ยินคือเสียงหัวใจแม่ เสียงที่สองก็คือเสียงของโลกใบนี้เมื่อลืมตาดูโลก จึงเชื่อได้ว่าจังหวะอยู่ในมนุษย์ทุกคน การหายใจเข้า หายใจออก เป็นจังหวะ การเดินก็เป็นจังหวะ ทุกอย่างในร่างกายล้วนเป็นจังหวะ เพราะร่างกายเราชินกับจังหวะ ดนตรีจึงเป็นทางเลือกในการบำบัดความรู้สึกมนุษย์ได้

“ดนตรีเป็นเครื่องมือที่เราใช้ได้ และผมว่าทุกคนเคยเป็น เวลารู้สึกเศร้าก็จะไปฟังเพลงเศร้า โกรธก็จะฟังเพลงแรงๆ จะตีความเพลงต่างจากที่เพลงเป็นก็ได้ ไม่ผิด เพราะดนตรีไม่ตัดสินเรา แต่ถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแบ่งปันความรู้สึกสำหรับทุกคน” โจเซฟที่นั่งอยู่หน้าคีย์บอร์ด หนึ่งในเครื่องมือของเขา บอกเรา

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

ดนตรีบำบัดด้วยตัวเอง

ไม่ว่ากับใครก็ตาม การปลดปล่อยความรู้สึกเป็นสิ่งสำคัญ นักดนตรีบำบัดพ่วงตำแหน่งสมาชิก The Voice Thailand ซีซั่น 5 ว่าอย่างนั้น ด้วยวิถีชีวิตคน โดยเฉพาะคนเมืองที่ตารางชีวิตประจำวันที่แน่นเอี้ยด จนไม่ค่อยมีโอกาสระบาย ต้องเก็บทุกอย่างกดไว้ในหัวใจ เมื่อไม่มีโอกาสอยู่กับตัวเอง สิ่งที่เราเก็บไว้มันจะขยายใหญ่ไปเรื่อยๆ จนเราอาจจะระเบิดตู้มเข้าสักวัน

“ผมเชื่อว่าไม่มีความรู้สึกไหนที่ผิด ไม่ผิดที่จะรู้สึกเศร้าหรือโกรธ ฯลฯ แต่อาจต้องมีวิธีการระบายที่เหมาะสม สมมติโกรธก็มาตีกลอง ระบายผ่านเสียงเพลง ถ้ามีเครื่องดนตรีในบ้านก็เล่นไปเลย แม้ว่าเล่นไม่เป็นก็เล่นไปเลย แค่ทำให้เกิดเสียงเท่านั้นเอง” 

การบำบัดด้วยดนตรีเหมาะกับใคร-เราสงสัย

“กับใครก็ตามที่ชอบดนตรี กับใครก็ตามที่อาจมีเวลาห้านาทีต่อวันที่จะฟังเพลงได้”

ไม่รู้ว่าคุณสงสัยเหมือนกันมั้ย ว่าการหานักดนตรีบำบัดต่างจากการไปหาจิตแพทย์ยังไง นักดนตรีบำบัดผู้ใช้เสียงเพลงเป็นยาใจอธิบายได้ ก็เพราะความเศร้าของคนเรามีหลายสเต็ป กับความรู้สึก บางทีอาจยากจะสรรหาถ้อยคำอธิบายที่ถูกต้อง หรือเราอาจไม่มีแม้คำที่จะสื่อสารความรู้สึกออกมาให้คนอีกคนเข้าใจได้ด้วยซ้ำ กับดนตรีเราไม่ต้องใช้คำพูด ไม่ต้องหาคำ เพียงแค่ปล่อยอารมณ์ไปตามจังหวะทำนอง ดนตรีบำบัดจึงเป็นอีกทางเลือก 

แล้วการมาหานักดนตรีบำบัดต่างจากการบำบัดตัวเองด้วยการฟังเพลง เล่นดนตรี ที่บ้านยังไง-เราถาม

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

“เราถือว่านักบำบัดอาจเข้าถึงได้ลึกกว่า เป็น Formal Music Therapy การฟังเพลงที่บ้านเป็น Informal Music Therapy ที่ฟังแล้วหายเครียดเป็นช่วงๆ แต่ไม่ได้เคลียร์ปัญหาถึงแก่น 

“ประโยคประจำใจของผมคือ Anything can be music. ที่เด็กชอบเคาะของเล่นก็เป็น Informal Music Therapy แต่เมื่อโตขึ้นเรามักตีกรอบว่าอะไรถูกต้อง ไม่ถูกต้อง เช่นการเล่นดนตรี ต้องเล่นเฉพาะคีย์ ทำไมเคาะขอบเครื่องดนตรีป๊อกๆ แบบนี้ไม่ได้ การแสดงออกแบบนี้จึงเหมือนการกลับไปเป็นเด็ก เป็นอิสระได้อีกครั้ง” 

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

หรือจะลองแต่งเพลงด้วย Free Writing อีกแนวทางทางจิตวิทยาในการบำบัด โจเซฟแบ่งปันเทคนิคว่า นึกคำอะไรในใจออกก็เขียนออกมาบนกระดาษ โดยที่ห้ามยกมือ ห้ามหยุด สักสองสามนาทีก็เพียงพอแล้ว

อีกวิธีสำหรับคนที่คิดว่าอยากลองอะไรที่ครีเอทีฟขึ้น คือการแปลงเนื้อเพลงโปรด แค่เปลี่ยนคำในเนื้อเพลงเดิมเป็นคำที่เรารู้สึกหรือนึกถึง แล้วร้องในเวอร์ชันของตัวเอง แค่นี้ก็เป็นความสนุกเล็กๆ ที่บรรเทาความหนักอึ้งในใจได้

ใครเป็นคอซอง (Song) อยู่แล้ว สิ่งง่ายๆ ทำได้ที่บ้านเหมือนกันคือรวมเพลงที่ชอบเป็นเพลย์ลิสต์แล้วเปิดฟัง และปล่อยตัวไปกับเพลง ขยับโยกเคาะมือตามจังหวะ ก็ย่อมได้

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

“เวลาเรามีความกังวลหรือความหดหู่ เพราะนึกถึงอนาคตที่คาดเดาไม่ได้หรืออดีตซึ่งเปลี่ยนแปลงไม่ได้ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือเอนจอยกับ ณ ขณะนั้น เวลาเราฟังเพลงแล้วแอ็กทีฟ ขยับตาม มันจะทำให้เราอินกับเพลง สมองจะหลั่งโดพามีน (Dopamine) สารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดี เป็นสารที่ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจ หรือความรู้สึกเหมือนได้รางวัล 

“การฟังเพลง การเล่นดนตรี ต้องใช้สมองหลายส่วน แต่สิ่งหลักๆ เลยคือ ความรู้สึก ในสมองจะมีโซนหนึ่งที่เกี่ยวกับความรู้สึก สัญชาตญาณการเอาตัวรอด เช่น หิว เซ็กซ์ การต่อสู้ หรือหนีเมื่อภัยมา เรียกว่า Limbic System เวลาเราฟังเพลง ส่วนที่วิเคราะห์เพลงก็คือ Limbic นี้เอง พอฟังเพลง มันจะช่วยให้เรานึกถึงความทรงจำ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ดนตรีมันซิงก์กับความรู้สึก ยกตัวอย่างเช่นคนสองคนจีบกัน ส่งเพลงรักให้กัน คนได้รับก็จะรู้สึกดี เขาจะเชื่อมโยงเพลงกับความรู้สึกกับคนนี้ เวลาผ่านไปคู่นี้เลิกกัน ได้ยินเพลงนี้อีกครั้งก็จะทำให้นึกถึงคนคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกใดก็แล้วแต่”

ดนตรีบำบัดด้วยนักบำบัด

ในฐานะคนที่โยนความเครียดใส่ไมค์ร้านคาราโอเกะเป็นนิจ ไหนๆ ก็อยู่กับผู้เชี่ยวชาญ เราอยากรู้ว่า ‘ดนตรีบำบัด’ ที่แท้คืออะไร

“การใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร หลายคนอาจคิดว่าดนตรีบำบัดคือแค่การฟังเพลงอย่างเดียว ป่วย เครียด ไปฟังโมสาร์ต แต่ที่จริงมันไม่ใช่ ดนตรีบำบัดเป็นการระบายความรู้สึกทางเพลงโดยมี Interaction เกิดขึ้นระหว่างคนไข้กับนักบำบัด 

“นักบำบัดอาจจะช่วยให้คนไข้เขียนเพลง ใส่คอร์ดเข้าไปตามอารมณ์เพลงที่คนไข้ต้องการ และให้เขาได้ระบายจนรู้สึกดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง แต่หลักของมันคือการสื่อสาร เช่นผมโฟกัสที่เด็กออทิสติก เด็กออทิสติกมีหลายระดับ แต่มีกลุ่มหนึ่งที่เขาไม่มีภาษา สื่อสารความต้องการไม่ได้ ผมเลยใช้ดนตรีแทนคำ แทนภาษา ตอนเด็กๆ เรารู้วิธีพูด เรารู้เรื่องการสร้างความสัมพันธ์ได้โดยอัตโนมัติ แต่เด็กออทิสติกมีปัญหาเรื่อง Social Skills ซึ่งเขาไม่ค่อยมีโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์ถ้าเทียบกับเด็กปกติ แต่กับดนตรีเราทำได้”

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

คุณอาจนึกภาพไม่ออก ใช่ เราก็นึกไม่ออก

โจเซฟจึงลองใช้วิธีสื่อสารกับเราผ่านแป้นคีย์บอร์ดไฟฟ้าแทนคำพูด แรกๆ ดูเงอะงะงุ่มง่าม แต่เราก็พยายามเหล่มองนิ้วนักบำบัดว่ากดลงบนแป้นไหนบ้าง โจเซฟก็จะส่งภาษาผ่าน Eye Contact และกดแป้นให้ช้าลง ซึ่งนักบำบัดคนนี้บอกว่า นี่แหละคือการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

“เวลาเราเล่นดนตรีมันจะเหมือนเด็กๆ เล่นกัน เราเน้นการอิมโพรไวซ์ ไม่มีโน้ต เราไม่ได้เล่นเพลงเป็นเพลง แต่เล่นตามอารมณ์”

“ถ้าจังหวะดนตรีเร็วคือเขากำลังโกรธอยู่รึเปล่า” โจเซฟรีบแก้ไขความเข้าใจผิด

“อาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะเราต้องดูทั้งหมด ดูพฤติกรรม ดูหน้าตา ร่างกาย สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น ลองนึกภาพเด็กออทิสติกที่ไม่ค่อยมีโอกาสเข้าหาใคร นี่จะเป็นโอกาสให้เขาได้เล่น เขาเล่นเร็ว ผมก็จะเล่นเร็วตาม เขาเล่นช้า ผมก็จะเล่นช้าตาม และเขาจะรู้สึกว่ามีคนสนใจ มีคนฟังเขาอยู่ โดยที่ไม่ต้องใช้ภาษา ไม่ต้องพูดกัน ซึ่งนี่อาจจะเป็นเพลงก็ได้นะสำหรับเด็ก เพราะเราตัดสินไม่ได้ว่าอันไหนเป็นเพลง ไม่เป็นเพลง” 

แล้วการจะใช้ดนตรีบำบัด เราต้องมีสกิลล์การเล่นดนตรีระดับไหนกัน

“เล่นดนตรีเป็นก็ดี แต่ถ้าไม่เป็นก็ไม่เป็นไร เวลาบำบัดผมก็เล่นดนตรีตามเด็กๆ เขามักเล่นหลุดกันไปเลย (เคาะขอบคีย์บอร์ด) ผมก็จะทำตาม ผมเคยมีเคสที่มีปัญหาเรื่องพัฒนาการทางร่างกาย เขาต้องนั่งรถเข็น ไม่มีภาษา ไม่มี Eye Contact ตอนนั้นผมแค่ร้องเพลงให้ฟัง และวาง Tambourine ใต้มือเขา เพราะเขายกมือไม่ได้ ทำได้แค่ขยับนิ้ว ผมเล่นเพลง เขาก็ขยับนิ้วเคาะ Tambourine เหมือนนั่นเป็นการสื่อสารของเขา ผมถือว่ามันเป็นเพลงของเขา ระหว่างผมเล่นกีตาร์ เขาก็เคาะนิดเดียว หนึ่ง เขาได้โอกาสแชร์เพลงกับผม สอง สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน ซึ่งเขาไม่มีโอกาสคอนเนกต์กับใครง่ายๆ แต่ในโมเมนต์นั้นเราคอนเนกต์กันผ่านดนตรี”

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

ผลลัพธ์จากเสียงดนตรี ถ้าสรุปผิวเผินอาจเป็นแค่ความโล่งใจที่เกิดหลังได้ยกภูเขาความรู้สึกออกจากอก แต่นักดนตรีบำบัดโจเซฟเล่าว่า สำหรับเด็กออทิสติกการบำบัดนี้จะเพิ่ม Eye Contact ทำให้เขาได้ลองสร้างความสัมพันธ์ ผลลัพธ์ใหญ่ก็คือความเชื่อมั่นในตัวเอง ความมั่นใจในตัวเอง ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะต่อยอดให้พวกเขาพัฒนา Social Skills ได้ด้วยตัวเอง

กับคนทั่วไปก็จะเพิ่มการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งควบคุมที่ว่านี้ไม่ใช่การพยายามมีความสุข เพราะมนุษย์นั้นมีทุกอารมณ์ เราอยู่ในทุกโมเมนต์ได้โดยไม่ต้องกลัวที่จะรู้สึกโกรธ เศร้า เราใช้ดนตรีเพื่อจะจมกับความรู้สึกนั้นได้ ถ้าเศร้าแล้วฟังเพลง เพลงจะเป็นเหมือนเพื่อนที่ฟังเรา เพลงจะเป็นเพื่อนที่เข้าใจเรา อย่างที่โจเซฟบอกไปก่อนหน้านี้ เพราะดนตรีไม่เคยไม่ตัดสิน 

“เราอาจจะไม่ได้รู้สึกมีความสุขขึ้น แต่เราจะรู้สึกดีขึ้น เพราะการฟังเพลงจะทำให้เราได้ประมวลอารมณ์ มีเวลาวิเคราะห์ความรู้สึกของเรา คนมักสงสัยว่าถ้าเราเศร้า ฟังเพลงเศร้า จะแย่ลงมั้ย เป็นไปได้ (แนะนำให้พบจิตแพทย์) แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่แบบนั้น เพราะเราจะประมวลความรู้สึกจนถึงจุดที่เรากลับสู่บาลานซ์ได้ อาจใช้เวลา แต่ด้วยการประมวลความรู้สึกนี้จะทำให้เราค่อยๆ กลับมาได้ ไม่อันตราย”

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

Merak Clinic มีรักคลินิก

คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น โดยการทำงานร่วมกันของทีมสหวิชาชีพสำหรับเด็กและวัยรุ่นที่ต้องการความช่วยเหลือ บริการทางการแพทย์ การปรึกษาเชิงจิตวิทยาและจิตบำบัด บำบัดด้วยการเต้นและการเคลื่อนไหว อรรถบำบัด ดนตรีบำบัด ละครบำบัด ศิลปะบำบัด ฯลฯ

วัน-เวลาทำการ ทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) 09.00 – 18.00 น.

โทร 08 4733 0444

เว็บไซต์ www.merakclinic.com

18 มิถุนายน 2563
1 K

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” ตอนหนึ่งใน เวนิสวาณิช พระราชนิพนธ์แปลในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจากต้นฉบับของวิลเลียม เชกสเปียร์ เหมือนจะอมตะนิรันดร์กาล บอกความจริงเรื่องดนตรีข้อนี้มากว่าร้อยปี

สารไม่ห่างไกลจากสิ่งที่นักดนตรีบำบัด โจเซฟ ซามูดิโอ แห่งมีรัก คลินิก คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่นที่ให้บริการช่วยเหลือด้วยกระบวนบำบัดที่หลากหลายตามความเหมาะสมของเด็ก ทั้งผ่านดนตรี ละคร การเต้น ฯลฯ บอกเราว่า “Rhythm is the motivator.” ดนตรีเป็น Self-expression ที่อยู่กับมนุษย์ตั้งแต่เริ่มมีวัฒนธรรม ทุกวัฒนธรรมมี มนุษย์ทั่วโลกมี ทุกยุคของประวัติศาสตร์ก็มี ดนตรีจึงนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นมนุษย์ 

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด
Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

ตั้งแต่ตอนเราอยู่ในท้องแม่ เสียงแรกที่ได้ยินคือเสียงหัวใจแม่ เสียงที่สองก็คือเสียงของโลกใบนี้เมื่อลืมตาดูโลก จึงเชื่อได้ว่าจังหวะอยู่ในมนุษย์ทุกคน การหายใจเข้า หายใจออก เป็นจังหวะ การเดินก็เป็นจังหวะ ทุกอย่างในร่างกายล้วนเป็นจังหวะ เพราะร่างกายเราชินกับจังหวะ ดนตรีจึงเป็นทางเลือกในการบำบัดความรู้สึกมนุษย์ได้

“ดนตรีเป็นเครื่องมือที่เราใช้ได้ และผมว่าทุกคนเคยเป็น เวลารู้สึกเศร้าก็จะไปฟังเพลงเศร้า โกรธก็จะฟังเพลงแรงๆ จะตีความเพลงต่างจากที่เพลงเป็นก็ได้ ไม่ผิด เพราะดนตรีไม่ตัดสินเรา แต่ถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแบ่งปันความรู้สึกสำหรับทุกคน” โจเซฟที่นั่งอยู่หน้าคีย์บอร์ด หนึ่งในเครื่องมือของเขา บอกเรา

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

ดนตรีบำบัดด้วยตัวเอง

ไม่ว่ากับใครก็ตาม การปลดปล่อยความรู้สึกเป็นสิ่งสำคัญ นักดนตรีบำบัดพ่วงตำแหน่งสมาชิก The Voice Thailand ซีซั่น 5 ว่าอย่างนั้น ด้วยวิถีชีวิตคน โดยเฉพาะคนเมืองที่ตารางชีวิตประจำวันที่แน่นเอี้ยด จนไม่ค่อยมีโอกาสระบาย ต้องเก็บทุกอย่างกดไว้ในหัวใจ เมื่อไม่มีโอกาสอยู่กับตัวเอง สิ่งที่เราเก็บไว้มันจะขยายใหญ่ไปเรื่อยๆ จนเราอาจจะระเบิดตู้มเข้าสักวัน

“ผมเชื่อว่าไม่มีความรู้สึกไหนที่ผิด ไม่ผิดที่จะรู้สึกเศร้าหรือโกรธ ฯลฯ แต่อาจต้องมีวิธีการระบายที่เหมาะสม สมมติโกรธก็มาตีกลอง ระบายผ่านเสียงเพลง ถ้ามีเครื่องดนตรีในบ้านก็เล่นไปเลย แม้ว่าเล่นไม่เป็นก็เล่นไปเลย แค่ทำให้เกิดเสียงเท่านั้นเอง” 

การบำบัดด้วยดนตรีเหมาะกับใคร-เราสงสัย

“กับใครก็ตามที่ชอบดนตรี กับใครก็ตามที่อาจมีเวลาห้านาทีต่อวันที่จะฟังเพลงได้”

ไม่รู้ว่าคุณสงสัยเหมือนกันมั้ย ว่าการหานักดนตรีบำบัดต่างจากการไปหาจิตแพทย์ยังไง นักดนตรีบำบัดผู้ใช้เสียงเพลงเป็นยาใจอธิบายได้ ก็เพราะความเศร้าของคนเรามีหลายสเต็ป กับความรู้สึก บางทีอาจยากจะสรรหาถ้อยคำอธิบายที่ถูกต้อง หรือเราอาจไม่มีแม้คำที่จะสื่อสารความรู้สึกออกมาให้คนอีกคนเข้าใจได้ด้วยซ้ำ กับดนตรีเราไม่ต้องใช้คำพูด ไม่ต้องหาคำ เพียงแค่ปล่อยอารมณ์ไปตามจังหวะทำนอง ดนตรีบำบัดจึงเป็นอีกทางเลือก 

แล้วการมาหานักดนตรีบำบัดต่างจากการบำบัดตัวเองด้วยการฟังเพลง เล่นดนตรี ที่บ้านยังไง-เราถาม

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

“เราถือว่านักบำบัดอาจเข้าถึงได้ลึกกว่า เป็น Formal Music Therapy การฟังเพลงที่บ้านเป็น Informal Music Therapy ที่ฟังแล้วหายเครียดเป็นช่วงๆ แต่ไม่ได้เคลียร์ปัญหาถึงแก่น 

“ประโยคประจำใจของผมคือ Anything can be music. ที่เด็กชอบเคาะของเล่นก็เป็น Informal Music Therapy แต่เมื่อโตขึ้นเรามักตีกรอบว่าอะไรถูกต้อง ไม่ถูกต้อง เช่นการเล่นดนตรี ต้องเล่นเฉพาะคีย์ ทำไมเคาะขอบเครื่องดนตรีป๊อกๆ แบบนี้ไม่ได้ การแสดงออกแบบนี้จึงเหมือนการกลับไปเป็นเด็ก เป็นอิสระได้อีกครั้ง” 

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก, ดนตรีบำบัด

หรือจะลองแต่งเพลงด้วย Free Writing อีกแนวทางทางจิตวิทยาในการบำบัด โจเซฟแบ่งปันเทคนิคว่า นึกคำอะไรในใจออกก็เขียนออกมาบนกระดาษ โดยที่ห้ามยกมือ ห้ามหยุด สักสองสามนาทีก็เพียงพอแล้ว

อีกวิธีสำหรับคนที่คิดว่าอยากลองอะไรที่ครีเอทีฟขึ้น คือการแปลงเนื้อเพลงโปรด แค่เปลี่ยนคำในเนื้อเพลงเดิมเป็นคำที่เรารู้สึกหรือนึกถึง แล้วร้องในเวอร์ชันของตัวเอง แค่นี้ก็เป็นความสนุกเล็กๆ ที่บรรเทาความหนักอึ้งในใจได้

ใครเป็นคอซอง (Song) อยู่แล้ว สิ่งง่ายๆ ทำได้ที่บ้านเหมือนกันคือรวมเพลงที่ชอบเป็นเพลย์ลิสต์แล้วเปิดฟัง และปล่อยตัวไปกับเพลง ขยับโยกเคาะมือตามจังหวะ ก็ย่อมได้

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

“เวลาเรามีความกังวลหรือความหดหู่ เพราะนึกถึงอนาคตที่คาดเดาไม่ได้หรืออดีตซึ่งเปลี่ยนแปลงไม่ได้ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือเอนจอยกับ ณ ขณะนั้น เวลาเราฟังเพลงแล้วแอ็กทีฟ ขยับตาม มันจะทำให้เราอินกับเพลง สมองจะหลั่งโดพามีน (Dopamine) สารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดี เป็นสารที่ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจ หรือความรู้สึกเหมือนได้รางวัล 

“การฟังเพลง การเล่นดนตรี ต้องใช้สมองหลายส่วน แต่สิ่งหลักๆ เลยคือ ความรู้สึก ในสมองจะมีโซนหนึ่งที่เกี่ยวกับความรู้สึก สัญชาตญาณการเอาตัวรอด เช่น หิว เซ็กซ์ การต่อสู้ หรือหนีเมื่อภัยมา เรียกว่า Limbic System เวลาเราฟังเพลง ส่วนที่วิเคราะห์เพลงก็คือ Limbic นี้เอง พอฟังเพลง มันจะช่วยให้เรานึกถึงความทรงจำ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ดนตรีมันซิงก์กับความรู้สึก ยกตัวอย่างเช่นคนสองคนจีบกัน ส่งเพลงรักให้กัน คนได้รับก็จะรู้สึกดี เขาจะเชื่อมโยงเพลงกับความรู้สึกกับคนนี้ เวลาผ่านไปคู่นี้เลิกกัน ได้ยินเพลงนี้อีกครั้งก็จะทำให้นึกถึงคนคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกใดก็แล้วแต่”

ดนตรีบำบัดด้วยนักบำบัด

ในฐานะคนที่โยนความเครียดใส่ไมค์ร้านคาราโอเกะเป็นนิจ ไหนๆ ก็อยู่กับผู้เชี่ยวชาญ เราอยากรู้ว่า ‘ดนตรีบำบัด’ ที่แท้คืออะไร

“การใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร หลายคนอาจคิดว่าดนตรีบำบัดคือแค่การฟังเพลงอย่างเดียว ป่วย เครียด ไปฟังโมสาร์ต แต่ที่จริงมันไม่ใช่ ดนตรีบำบัดเป็นการระบายความรู้สึกทางเพลงโดยมี Interaction เกิดขึ้นระหว่างคนไข้กับนักบำบัด 

“นักบำบัดอาจจะช่วยให้คนไข้เขียนเพลง ใส่คอร์ดเข้าไปตามอารมณ์เพลงที่คนไข้ต้องการ และให้เขาได้ระบายจนรู้สึกดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง แต่หลักของมันคือการสื่อสาร เช่นผมโฟกัสที่เด็กออทิสติก เด็กออทิสติกมีหลายระดับ แต่มีกลุ่มหนึ่งที่เขาไม่มีภาษา สื่อสารความต้องการไม่ได้ ผมเลยใช้ดนตรีแทนคำ แทนภาษา ตอนเด็กๆ เรารู้วิธีพูด เรารู้เรื่องการสร้างความสัมพันธ์ได้โดยอัตโนมัติ แต่เด็กออทิสติกมีปัญหาเรื่อง Social Skills ซึ่งเขาไม่ค่อยมีโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์ถ้าเทียบกับเด็กปกติ แต่กับดนตรีเราทำได้”

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

คุณอาจนึกภาพไม่ออก ใช่ เราก็นึกไม่ออก

โจเซฟจึงลองใช้วิธีสื่อสารกับเราผ่านแป้นคีย์บอร์ดไฟฟ้าแทนคำพูด แรกๆ ดูเงอะงะงุ่มง่าม แต่เราก็พยายามเหล่มองนิ้วนักบำบัดว่ากดลงบนแป้นไหนบ้าง โจเซฟก็จะส่งภาษาผ่าน Eye Contact และกดแป้นให้ช้าลง ซึ่งนักบำบัดคนนี้บอกว่า นี่แหละคือการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

“เวลาเราเล่นดนตรีมันจะเหมือนเด็กๆ เล่นกัน เราเน้นการอิมโพรไวซ์ ไม่มีโน้ต เราไม่ได้เล่นเพลงเป็นเพลง แต่เล่นตามอารมณ์”

“ถ้าจังหวะดนตรีเร็วคือเขากำลังโกรธอยู่รึเปล่า” โจเซฟรีบแก้ไขความเข้าใจผิด

“อาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะเราต้องดูทั้งหมด ดูพฤติกรรม ดูหน้าตา ร่างกาย สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น ลองนึกภาพเด็กออทิสติกที่ไม่ค่อยมีโอกาสเข้าหาใคร นี่จะเป็นโอกาสให้เขาได้เล่น เขาเล่นเร็ว ผมก็จะเล่นเร็วตาม เขาเล่นช้า ผมก็จะเล่นช้าตาม และเขาจะรู้สึกว่ามีคนสนใจ มีคนฟังเขาอยู่ โดยที่ไม่ต้องใช้ภาษา ไม่ต้องพูดกัน ซึ่งนี่อาจจะเป็นเพลงก็ได้นะสำหรับเด็ก เพราะเราตัดสินไม่ได้ว่าอันไหนเป็นเพลง ไม่เป็นเพลง” 

แล้วการจะใช้ดนตรีบำบัด เราต้องมีสกิลล์การเล่นดนตรีระดับไหนกัน

“เล่นดนตรีเป็นก็ดี แต่ถ้าไม่เป็นก็ไม่เป็นไร เวลาบำบัดผมก็เล่นดนตรีตามเด็กๆ เขามักเล่นหลุดกันไปเลย (เคาะขอบคีย์บอร์ด) ผมก็จะทำตาม ผมเคยมีเคสที่มีปัญหาเรื่องพัฒนาการทางร่างกาย เขาต้องนั่งรถเข็น ไม่มีภาษา ไม่มี Eye Contact ตอนนั้นผมแค่ร้องเพลงให้ฟัง และวาง Tambourine ใต้มือเขา เพราะเขายกมือไม่ได้ ทำได้แค่ขยับนิ้ว ผมเล่นเพลง เขาก็ขยับนิ้วเคาะ Tambourine เหมือนนั่นเป็นการสื่อสารของเขา ผมถือว่ามันเป็นเพลงของเขา ระหว่างผมเล่นกีตาร์ เขาก็เคาะนิดเดียว หนึ่ง เขาได้โอกาสแชร์เพลงกับผม สอง สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน ซึ่งเขาไม่มีโอกาสคอนเนกต์กับใครง่ายๆ แต่ในโมเมนต์นั้นเราคอนเนกต์กันผ่านดนตรี”

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

ผลลัพธ์จากเสียงดนตรี ถ้าสรุปผิวเผินอาจเป็นแค่ความโล่งใจที่เกิดหลังได้ยกภูเขาความรู้สึกออกจากอก แต่นักดนตรีบำบัดโจเซฟเล่าว่า สำหรับเด็กออทิสติกการบำบัดนี้จะเพิ่ม Eye Contact ทำให้เขาได้ลองสร้างความสัมพันธ์ ผลลัพธ์ใหญ่ก็คือความเชื่อมั่นในตัวเอง ความมั่นใจในตัวเอง ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะต่อยอดให้พวกเขาพัฒนา Social Skills ได้ด้วยตัวเอง

กับคนทั่วไปก็จะเพิ่มการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งควบคุมที่ว่านี้ไม่ใช่การพยายามมีความสุข เพราะมนุษย์นั้นมีทุกอารมณ์ เราอยู่ในทุกโมเมนต์ได้โดยไม่ต้องกลัวที่จะรู้สึกโกรธ เศร้า เราใช้ดนตรีเพื่อจะจมกับความรู้สึกนั้นได้ ถ้าเศร้าแล้วฟังเพลง เพลงจะเป็นเหมือนเพื่อนที่ฟังเรา เพลงจะเป็นเพื่อนที่เข้าใจเรา อย่างที่โจเซฟบอกไปก่อนหน้านี้ เพราะดนตรีไม่เคยไม่ตัดสิน 

“เราอาจจะไม่ได้รู้สึกมีความสุขขึ้น แต่เราจะรู้สึกดีขึ้น เพราะการฟังเพลงจะทำให้เราได้ประมวลอารมณ์ มีเวลาวิเคราะห์ความรู้สึกของเรา คนมักสงสัยว่าถ้าเราเศร้า ฟังเพลงเศร้า จะแย่ลงมั้ย เป็นไปได้ (แนะนำให้พบจิตแพทย์) แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่แบบนั้น เพราะเราจะประมวลความรู้สึกจนถึงจุดที่เรากลับสู่บาลานซ์ได้ อาจใช้เวลา แต่ด้วยการประมวลความรู้สึกนี้จะทำให้เราค่อยๆ กลับมาได้ ไม่อันตราย”

Music Therapy เคล็ดไม่ลับกับการใช้จังหวะในดนตรียังไงให้ใจรู้สึกดี มีพื้นที่ปลอดภัย, โจเซฟ ซามูดิโอ, มีรัก คลินิก

Merak Clinic มีรักคลินิก

คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น โดยการทำงานร่วมกันของทีมสหวิชาชีพสำหรับเด็กและวัยรุ่นที่ต้องการความช่วยเหลือ บริการทางการแพทย์ การปรึกษาเชิงจิตวิทยาและจิตบำบัด บำบัดด้วยการเต้นและการเคลื่อนไหว อรรถบำบัด ดนตรีบำบัด ละครบำบัด ศิลปะบำบัด ฯลฯ

วัน-เวลาทำการ ทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) 09.00 – 18.00 น.

โทร 08 4733 0444

เว็บไซต์ www.merakclinic.com

Writer

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อโศก

กิจกรรมและสถานที่บำบัดใจและกายให้แข็งแรง

ณ ชั่วขณะนั้น ฉันหลับตา แต่เปิดผัสสะการได้ยิน ให้เสียงท่วงทำนอง ของฆ้อง, Himalayan Singing Bowls, Crsytal Bowls, Hand Pan และเครื่องดนตรีประกอบอื่นๆ ได้ไหลอาบผ่านเข้าไปภายใน ผ่านใบหู ผ่านผิวหนัง ฉันอนุญาตให้คลื่นและพลังงานของเสียงไหลผ่านเข้าไปในเซลล์ ซึมไปทั่วในแต่ละเซลล์ 

ในเวลานั้น ไม่มีอดีตและอนาคต มีแต่ปัจจุบันที่พาฉันดิ่งลง ดิ่งลง เข้าสู่ภาวะที่ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ปล่อยให้คลื่นเสียงได้ทำงานของมัน เพราะเมื่อคลื่นพลังงานเสียงเข้าทำงานลึกในระดับเซลล์ มันช่วยขจัด Blockage พิษในเซลล์ และความเครียดต่างๆได้เป็นอย่างดี 

ณ ชั่วขณะนั้น ถ้าฉันลืมตาขึ้น ฉันจะเห็น Roni Jones Miteff ผู้หญิงตัวเล็กๆ กำลังร่ายเวทมนตร์ ไปกับ Bowls และเครื่องดนตรีต่างๆ ที่ล้อมรอบตัวเธอ เธอรู้ว่าจะสร้างเสียงยังไง แบบไหน โทนไหน ให้เหมาะกับพลังงานของผู้ได้รับการบำบัดภายในห้อง ด้วยการสังเกตปฏิกิริยาและพลังงานโดยรวมของกลุ่ม แล้วพาทุกคนเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองแห่งเสียง

Sound Bath ศาสตร์บำบัดอาการซึมเศร้า ด้วยการนอนอาบเสียงเครื่องดนตรี

“ฉันเข้าสู่โลกของดนตรีตั้งแต่อายุแปดขวบ ตอนนั้นอยู่ดีๆ ก็สนใจออร์แกน เครื่องดนตรีที่ใช้ในโบสถ์ขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับฉายาว่าราชาแห่งเครื่องดนตรีตะวันตก เพราะการประดิษฐ์และการเล่นซับซ้อน ต้องใช้ทั้งสองมือและเท้าบรรเลงไปพร้อมๆ กัน โตขึ้นมาอีกหน่อยฉันก็เป็นนักกีฬายิมนาสติก ดังนั้น ถ้าจะบอกว่าพื้นเพของฉันคือดนตรีและการเคลื่อนไหวก็คงไม่ผิดนัก และมันก็ต่อยอดสู่การเป็น Sound Healer และครูโยคะในทุกวันนี้

“พอเข้าสู่ช่วงมหาวิทยาลัย ฉันเลือกเรียนด้านการออกแบบและศิลปะ Theater Design หลังจากนั้นก็ทำงานเป็น Theater Designer เป็นเวลาสิบปี ออกแบบฉาก เวที และเสื้อผ้าของนักแสดง เป็นผลพวงทำให้ฉันเข้าใจการจัดสเปซ จัดวาง Singing Bowls เครื่องดนตรี ให้เกิดการผสมผสานความงามของศิลปะระหว่างบำบัดด้วย แต่สิ่งที่สำคัญไปมากกว่านั้น คือประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้เขียนบท นักแสดง ช่างไม้ และทีมที่ทำงานเบื้องหลังฉาก ฉันเคยต้องออกแบบฉาก เสื้อผ้า ของละครเวทีที่เปลี่ยนไปมาหลายครั้งตามพล็อตเรื่อง เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวและคอนเซปต์ของโชว์ทั้งหมด

“จึงเป็นวิธีการคิดที่ฉันนำมาใช้จนถึงปัจจุบัน การเข้าใจอารมณ์ของผู้ชมในโรงละครกับการดำเนินเรื่อง และต้องเปลี่ยนฉากไปมา จะทำอย่างไรให้ผู้รับฟังเข้าถึงสารที่เราจะสื่อได้มากที่สุด เหมือนเปลี่ยนประสบการณ์ออกแบบเวทีมาสู่ชีวิตจริง เป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อเอาเข้ามาใช้ในโลกของ Sound Healing เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกของผู้ถูกบำบัด และตอบโจทย์สิ่งที่พวกเขาต้องการได้มากที่สุด 

“ตอนช่วงอายุสิบเจ็ด ฉันก็ได้เข้าสู่อีกโลกหนึ่ง นั่นคือศาสนาพุทธแบบทิเบต ฉันได้เริ่มปฏิบัติวิธีพุทธมาตั้งแต่นั้น และมันก็ให้ผลลัพธ์ทรงพลัง ฉันเข้าใจแก่นของมันอย่างมากตอนอายุยี่สิบห้า หลังจากนั้นก็เริ่มเดินทางมาเอเชียเพื่อศึกษาพุทธศาสนา เรียนโยคะ เมื่อฉันได้เงินจากการทำงาน ฉันก็จะเดินทางไปกลับระหว่างยุโรปและเอเชีย จนพออายุยี่สิบเก้า ฉันเริ่มเข้าไปพำนักที่วัดทิเบตในลอนดอนเป็นเวลาหนึ่งปี ในช่วงเวลานั้น ฉันฝึกสมาธิ ฝึกโยคะ ได้เห็นการใช้ฆ้อง เครื่องดนตรีขันทิเบตในพิธีกรรมต่างๆ”

Sound Bath ศาสตร์บำบัดอาการซึมเศร้า ด้วยการนอนอาบเสียงเครื่องดนตรี

และแล้วชีวิต Roni ก็ถึงจุดหักเหอีกครั้ง เมื่อวันหนึ่งเธอเลือกเดินออกมาจากลอนดอนและไม่ได้กลับไปอีกเลย ณ ตอนนั้นเธออายุ 30 ปี มีตัวเลือกระหว่างเดินทางไปเนปาลและได้ทุนเรียนการเขียนภาพทังก้า (ภาพวาดพระพุทธเจ้าหรือเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า) เป็นเวลา 5 ปี หรือมาที่เมืองไทยแล้วเริ่มสอนโยคะ เธอบอกว่ามันน่าสนใจทั้งคู่ 

แต่สุดท้ายเธอเลือกเกาะพะงัน ประเทศไทย เพราะอยากจะเริ่มอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวร่างกาย มากกว่าการนั่งวาดรูป ซึ่งเธอเคยทำในสายงานศิลปะมาเป็นเวลากว่า 10 ปี

ชีวิตที่เกาะทำให้เธอได้เริ่มต้นเส้นทางสายโยคะและคลื่นเสียงบำบัด เธอเริ่มศึกษาและทำความเข้าใจ ซึ่งก็ไม่ยากนักสำหรับคนที่มีพื้นฐานด้านดนตรีมาตั้งแต่เด็ก

“การทำคลื่นเสียงบำบัดไม่ใช่การสร้างเสียงดนตรีให้ออกมาไพเราะและน่าประทับใจเหมือนเวลาเราเล่นเครื่องดนตรีอื่นๆ แต่มันคือการทำงานกับระบบประสาทในร่างกาย ถ้าเราหดหู่ เก็บกด ซึมเศร้า ความถี่ของคลื่นเสียงก็ควรอยู่ในระดับสูง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว สร้างพลังงานของความสดชื่น ในขณะเดียวกัน ถ้าเราวิตกกังวลมากหรือไม่มีความสงบ ความถี่ที่ต่ำก็จะทำให้สงบลงและอยู่ในภาวะผ่อนคลายลงได้ 

“ทั้งหมดนี้มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เพราะเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของร่างกายเราประกอบไปด้วยน้ำ และน้ำเป็นตัวนำเสียงที่ดีมาก คลื่นเสียงและความถี่ต่างๆ เมื่อผ่านเข้าในร่างกายจะเกิดการปะทะและสั่นสะเทือน เหมือนเวลาที่เราโยนหินลงในน้ำ มันจะกระเพื่อมแบบนั้น”

การสั่นสะเทือนมีอยู่ในวัตถุและสิ่งมีชีวิตทุกชนิด มีผลกับระบบประสาท คลื่นสมอง และเซลล์ในร่างกาย ทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายในระดับลึก เมื่อนั้นคลื่นสมองจะปรับสู่คลื่นความถี่ต่ำ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเวลาเราทำสมาธิขั้นลึก ร่างกายจะเข้าสู่สมดุล ช่วยลดความเครียด วิตกกังวล สมองทำงานดีขึ้น เข้าใจสภาพอารมณ์ตัวเองได้มากขึ้น ระบบหายใจ การเต้นของหัวใจ อยู่ในอัตราสม่ำเสมอ ความดันโลหิตที่ต่ำหรือสูงไปเกิดภาวะสมดุลมากขึ้น ร่างกายจะเกิดการซ่อมแซมและเยียวยาตัวเองได้ดีขึ้น นอนหลับได้ดีและลึกขึ้น 

นอกจากนี้ การบำบัดด้วยเสียงยังกระตุ้นการทำงานของสมอง 2 ซีกให้สอดคล้องกัน ปมด้านอารมณ์และจิตใจที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกคลายออกมาง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน ความคิดสร้างสรรค์และปัญญาญาณก็ถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน ในด้านจิตใจ บางคนมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เห็นทิศทางและจุดหมายในการใช้ชีวิต สำหรับผู้หญิง บางคนก็จะรู้สึกเชื่อมโยงกับมดลูกของตัวเอง อารมณ์ ความเครียดที่กักเก็บในมดลูกก็ค่อยๆ คลายลง

Sound Bath ศาสตร์บำบัดอาการซึมเศร้า ด้วยการนอนอาบเสียงเครื่องดนตรี

“Sound Bath หรือการอาบคลื่นเสียง เป็นศาสตร์ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นสัญลักษณ์ที่ว่าเสียงแสดงถึงความสำคัญทางจิตวิญญาณ ซึ่งจำเป็นต่อความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติ และความเชื่อมโยงกับตัวตนภายใน เป็นภาษาที่ศักดิ์สิทธิ์ และในพิธีกรรมที่บรรเลงภาษาเสียงนี้ ทำให้เกิดบทสนทนาที่สวยงามระหว่าง ผู้ให้ + เสียง + ผู้รับ”

ตอนเดินเข้ามาในห้อง ฉันเห็นขัน (Bowl) เต็มไปหมด แตกต่างกันทั้งขนาด ทั้งวัสดุ Roni เล่าให้ฟังว่าถ้าเป็นขันทองเหลือง (Himalayan Singing Bowl) จะให้พลังการเยียวยามากที่สุด ส่วนฆ้องจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และขนาดก็มีผลมาก เพราะจะให้เสียงและคลื่นที่แตกต่างกัน สำหรับขันใบใหญ่ จะให้เสียงที่ทุ้มต่ำ คลื่นความถี่ที่ต่ำ ทำให้รู้สึกสงบผ่อนคลาย แต่ถ้าขันใบเล็ก เสียงจะสูง คลื่นความถี่สูง จะทำให้แอคทีฟ มีพลัง อาจกระตุ้นให้บางคนขยับตัวขยุกขยิกได้ 

ตอนที่นอนฟัง ฉันแนะนำให้หาผ้าปิดตา แล้วพาร่างกายจมดิ่งไปในท่วงทำนองเสียงอันศักดิ์สิทธิ์ ปล่อยความคิดหนักๆ ในหัวให้หลุดลอยไป ถ้ามี Vision หรืออะไรที่เกิดขึ้นก็ให้มองมันอย่างมีสติ บางครั้งพลังของเสียงอาจไปกระตุ้นเรื่องราวในอดีตให้ผุดขึ้นมาได้ แต่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะอนุญาตให้ตัวเองปลดปล่อยสิ่งที่กักเก็บไว้ในระดับลึกหรือในระดับจิตใต้สำนึกให้คลายออกมา

การบำบัดนี้ทำได้ทั้งแบบ Private หรือเป็นกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่มากๆ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อ Roni ได้โดยตรง เพราะเธอมีหลากหลายรูปแบบของคลื่นเสียงบำบัดดังนี้ 

Sound Bath ศาสตร์บำบัดอาการซึมเศร้า ด้วยการนอนอาบเสียงเครื่องดนตรี
Sound Bath ศาสตร์บำบัดอาการซึมเศร้า ด้วยการนอนอาบเสียงเครื่องดนตรี

Chrysalis Sound Journey 

อาบคลื่นเสียงแบบดักแด้ที่สตูดิโอของ Roni จะมีผ้าห้อยลงมาจากเพดาน ให้ผู้รับการบำบัดเข้าไปนั่งอยู่ภายในลอยตัวอยู่ในอากาศ ให้ความรู้สึกเหมือนดักแด้ที่กำลังเกิดใหม่ กลายเป็นผีเสื้อแสนสวย

New Moon Crystal Bowl Meditation

ทำสมาธิกับคลื่นเสียงในวันจันทร์ดับ (เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในทิศทางเดียวกับดวงอาทิตย์เมื่อมองจากโลก ดวงจันทร์จึงหันด้านมืดเข้าหาโลก ทำให้ไม่เห็นดวงจันทร์ มักเกิดในวันแรม 14 ค่ำ หรือแรม 15 ค่ำ )

Sacred Sound Bath (Elemental or Shamanic)

การบำบัดขั้นลึกที่ผสมผสานหลากหลายพลังงาน ทั้งเสียง เครื่องดนตรี ออกมาในรูปแบบที่สื่อถึงธาตุต่างๆ อย่างดินน้ำ ไฟ และลม

Elemental Yin Yoga & Sacred Sound

คลาสหยินโยคะ ให้ผู้ฝึกไหลไปตามคลื่นเสียง เพื่อให้เข้าถึงการขยับของร่างกาย ลมหายใจ เพื่อก่อให้เกิดสมาธิ

Full Moon Sacred Sound Ceremony

วันจันทร์เพ็ญอันทรงพลัง Roni ก็มี Session ให้เชื่อมโยงกับตัวเอง เสียง และดวงจันทร์ ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ เธอยังมีคลาสสอนผู้ที่สนใจอยากเรียนการทำคลื่นเสียงบำบัดอีกด้วย และข่าวดีคือ Roni ขึ้นมาทำ Session ที่กรุงเทพฯ​ อยู่บ่อยๆ ชาว กทม. คงหาตัวเธอได้ไม่ยาก

ติดตามผลงานของเธอได้ที่นี่

Facebook : Pure Nature Yoga Therapy & Sound

เว็บไซต์ : purenatureyoga.com

ณ ชั่วขณะนั้น ฉันหลับตา แต่เปิดผัสสะการได้ยิน ให้เสียงท่วงทำนอง ของฆ้อง, Himalayan Singing Bowls, Crsytal Bowls, Hand Pan และเครื่องดนตรีประกอบอื่นๆ ได้ไหลอาบผ่านเข้าไปภายใน ผ่านใบหู ผ่านผิวหนัง ฉันอนุญาตให้คลื่นและพลังงานของเสียงไหลผ่านเข้าไปในเซลล์ ซึมไปทั่วในแต่ละเซลล์ 

ในเวลานั้น ไม่มีอดีตและอนาคต มีแต่ปัจจุบันที่พาฉันดิ่งลง ดิ่งลง เข้าสู่ภาวะที่ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ปล่อยให้คลื่นเสียงได้ทำงานของมัน เพราะเมื่อคลื่นพลังงานเสียงเข้าทำงานลึกในระดับเซลล์ มันช่วยขจัด Blockage พิษในเซลล์ และความเครียดต่างๆได้เป็นอย่างดี 

ณ ชั่วขณะนั้น ถ้าฉันลืมตาขึ้น ฉันจะเห็น Roni Jones Miteff ผู้หญิงตัวเล็กๆ กำลังร่ายเวทมนตร์ ไปกับ Bowls และเครื่องดนตรีต่างๆ ที่ล้อมรอบตัวเธอ เธอรู้ว่าจะสร้างเสียงยังไง แบบไหน โทนไหน ให้เหมาะกับพลังงานของผู้ได้รับการบำบัดภายในห้อง ด้วยการสังเกตปฏิกิริยาและพลังงานโดยรวมของกลุ่ม แล้วพาทุกคนเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองแห่งเสียง

Sound Bath ศาสตร์บำบัดอาการซึมเศร้า ด้วยการนอนอาบเสียงเครื่องดนตรี

“ฉันเข้าสู่โลกของดนตรีตั้งแต่อายุแปดขวบ ตอนนั้นอยู่ดีๆ ก็สนใจออร์แกน เครื่องดนตรีที่ใช้ในโบสถ์ขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับฉายาว่าราชาแห่งเครื่องดนตรีตะวันตก เพราะการประดิษฐ์และการเล่นซับซ้อน ต้องใช้ทั้งสองมือและเท้าบรรเลงไปพร้อมๆ กัน โตขึ้นมาอีกหน่อยฉันก็เป็นนักกีฬายิมนาสติก ดังนั้น ถ้าจะบอกว่าพื้นเพของฉันคือดนตรีและการเคลื่อนไหวก็คงไม่ผิดนัก และมันก็ต่อยอดสู่การเป็น Sound Healer และครูโยคะในทุกวันนี้

“พอเข้าสู่ช่วงมหาวิทยาลัย ฉันเลือกเรียนด้านการออกแบบและศิลปะ Theater Design หลังจากนั้นก็ทำงานเป็น Theater Designer เป็นเวลาสิบปี ออกแบบฉาก เวที และเสื้อผ้าของนักแสดง เป็นผลพวงทำให้ฉันเข้าใจการจัดสเปซ จัดวาง Singing Bowls เครื่องดนตรี ให้เกิดการผสมผสานความงามของศิลปะระหว่างบำบัดด้วย แต่สิ่งที่สำคัญไปมากกว่านั้น คือประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้เขียนบท นักแสดง ช่างไม้ และทีมที่ทำงานเบื้องหลังฉาก ฉันเคยต้องออกแบบฉาก เสื้อผ้า ของละครเวทีที่เปลี่ยนไปมาหลายครั้งตามพล็อตเรื่อง เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวและคอนเซปต์ของโชว์ทั้งหมด

“จึงเป็นวิธีการคิดที่ฉันนำมาใช้จนถึงปัจจุบัน การเข้าใจอารมณ์ของผู้ชมในโรงละครกับการดำเนินเรื่อง และต้องเปลี่ยนฉากไปมา จะทำอย่างไรให้ผู้รับฟังเข้าถึงสารที่เราจะสื่อได้มากที่สุด เหมือนเปลี่ยนประสบการณ์ออกแบบเวทีมาสู่ชีวิตจริง เป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อเอาเข้ามาใช้ในโลกของ Sound Healing เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกของผู้ถูกบำบัด และตอบโจทย์สิ่งที่พวกเขาต้องการได้มากที่สุด 

“ตอนช่วงอายุสิบเจ็ด ฉันก็ได้เข้าสู่อีกโลกหนึ่ง นั่นคือศาสนาพุทธแบบทิเบต ฉันได้เริ่มปฏิบัติวิธีพุทธมาตั้งแต่นั้น และมันก็ให้ผลลัพธ์ทรงพลัง ฉันเข้าใจแก่นของมันอย่างมากตอนอายุยี่สิบห้า หลังจากนั้นก็เริ่มเดินทางมาเอเชียเพื่อศึกษาพุทธศาสนา เรียนโยคะ เมื่อฉันได้เงินจากการทำงาน ฉันก็จะเดินทางไปกลับระหว่างยุโรปและเอเชีย จนพออายุยี่สิบเก้า ฉันเริ่มเข้าไปพำนักที่วัดทิเบตในลอนดอนเป็นเวลาหนึ่งปี ในช่วงเวลานั้น ฉันฝึกสมาธิ ฝึกโยคะ ได้เห็นการใช้ฆ้อง เครื่องดนตรีขันทิเบตในพิธีกรรมต่างๆ”

Sound Bath ศาสตร์บำบัดอาการซึมเศร้า ด้วยการนอนอาบเสียงเครื่องดนตรี

และแล้วชีวิต Roni ก็ถึงจุดหักเหอีกครั้ง เมื่อวันหนึ่งเธอเลือกเดินออกมาจากลอนดอนและไม่ได้กลับไปอีกเลย ณ ตอนนั้นเธออายุ 30 ปี มีตัวเลือกระหว่างเดินทางไปเนปาลและได้ทุนเรียนการเขียนภาพทังก้า (ภาพวาดพระพุทธเจ้าหรือเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า) เป็นเวลา 5 ปี หรือมาที่เมืองไทยแล้วเริ่มสอนโยคะ เธอบอกว่ามันน่าสนใจทั้งคู่ 

แต่สุดท้ายเธอเลือกเกาะพะงัน ประเทศไทย เพราะอยากจะเริ่มอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวร่างกาย มากกว่าการนั่งวาดรูป ซึ่งเธอเคยทำในสายงานศิลปะมาเป็นเวลากว่า 10 ปี

ชีวิตที่เกาะทำให้เธอได้เริ่มต้นเส้นทางสายโยคะและคลื่นเสียงบำบัด เธอเริ่มศึกษาและทำความเข้าใจ ซึ่งก็ไม่ยากนักสำหรับคนที่มีพื้นฐานด้านดนตรีมาตั้งแต่เด็ก

“การทำคลื่นเสียงบำบัดไม่ใช่การสร้างเสียงดนตรีให้ออกมาไพเราะและน่าประทับใจเหมือนเวลาเราเล่นเครื่องดนตรีอื่นๆ แต่มันคือการทำงานกับระบบประสาทในร่างกาย ถ้าเราหดหู่ เก็บกด ซึมเศร้า ความถี่ของคลื่นเสียงก็ควรอยู่ในระดับสูง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว สร้างพลังงานของความสดชื่น ในขณะเดียวกัน ถ้าเราวิตกกังวลมากหรือไม่มีความสงบ ความถี่ที่ต่ำก็จะทำให้สงบลงและอยู่ในภาวะผ่อนคลายลงได้ 

“ทั้งหมดนี้มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เพราะเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของร่างกายเราประกอบไปด้วยน้ำ และน้ำเป็นตัวนำเสียงที่ดีมาก คลื่นเสียงและความถี่ต่างๆ เมื่อผ่านเข้าในร่างกายจะเกิดการปะทะและสั่นสะเทือน เหมือนเวลาที่เราโยนหินลงในน้ำ มันจะกระเพื่อมแบบนั้น”

การสั่นสะเทือนมีอยู่ในวัตถุและสิ่งมีชีวิตทุกชนิด มีผลกับระบบประสาท คลื่นสมอง และเซลล์ในร่างกาย ทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายในระดับลึก เมื่อนั้นคลื่นสมองจะปรับสู่คลื่นความถี่ต่ำ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเวลาเราทำสมาธิขั้นลึก ร่างกายจะเข้าสู่สมดุล ช่วยลดความเครียด วิตกกังวล สมองทำงานดีขึ้น เข้าใจสภาพอารมณ์ตัวเองได้มากขึ้น ระบบหายใจ การเต้นของหัวใจ อยู่ในอัตราสม่ำเสมอ ความดันโลหิตที่ต่ำหรือสูงไปเกิดภาวะสมดุลมากขึ้น ร่างกายจะเกิดการซ่อมแซมและเยียวยาตัวเองได้ดีขึ้น นอนหลับได้ดีและลึกขึ้น 

นอกจากนี้ การบำบัดด้วยเสียงยังกระตุ้นการทำงานของสมอง 2 ซีกให้สอดคล้องกัน ปมด้านอารมณ์และจิตใจที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกคลายออกมาง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน ความคิดสร้างสรรค์และปัญญาญาณก็ถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน ในด้านจิตใจ บางคนมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เห็นทิศทางและจุดหมายในการใช้ชีวิต สำหรับผู้หญิง บางคนก็จะรู้สึกเชื่อมโยงกับมดลูกของตัวเอง อารมณ์ ความเครียดที่กักเก็บในมดลูกก็ค่อยๆ คลายลง

Sound Bath ศาสตร์บำบัดอาการซึมเศร้า ด้วยการนอนอาบเสียงเครื่องดนตรี

“Sound Bath หรือการอาบคลื่นเสียง เป็นศาสตร์ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นสัญลักษณ์ที่ว่าเสียงแสดงถึงความสำคัญทางจิตวิญญาณ ซึ่งจำเป็นต่อความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติ และความเชื่อมโยงกับตัวตนภายใน เป็นภาษาที่ศักดิ์สิทธิ์ และในพิธีกรรมที่บรรเลงภาษาเสียงนี้ ทำให้เกิดบทสนทนาที่สวยงามระหว่าง ผู้ให้ + เสียง + ผู้รับ”

ตอนเดินเข้ามาในห้อง ฉันเห็นขัน (Bowl) เต็มไปหมด แตกต่างกันทั้งขนาด ทั้งวัสดุ Roni เล่าให้ฟังว่าถ้าเป็นขันทองเหลือง (Himalayan Singing Bowl) จะให้พลังการเยียวยามากที่สุด ส่วนฆ้องจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และขนาดก็มีผลมาก เพราะจะให้เสียงและคลื่นที่แตกต่างกัน สำหรับขันใบใหญ่ จะให้เสียงที่ทุ้มต่ำ คลื่นความถี่ที่ต่ำ ทำให้รู้สึกสงบผ่อนคลาย แต่ถ้าขันใบเล็ก เสียงจะสูง คลื่นความถี่สูง จะทำให้แอคทีฟ มีพลัง อาจกระตุ้นให้บางคนขยับตัวขยุกขยิกได้ 

ตอนที่นอนฟัง ฉันแนะนำให้หาผ้าปิดตา แล้วพาร่างกายจมดิ่งไปในท่วงทำนองเสียงอันศักดิ์สิทธิ์ ปล่อยความคิดหนักๆ ในหัวให้หลุดลอยไป ถ้ามี Vision หรืออะไรที่เกิดขึ้นก็ให้มองมันอย่างมีสติ บางครั้งพลังของเสียงอาจไปกระตุ้นเรื่องราวในอดีตให้ผุดขึ้นมาได้ แต่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะอนุญาตให้ตัวเองปลดปล่อยสิ่งที่กักเก็บไว้ในระดับลึกหรือในระดับจิตใต้สำนึกให้คลายออกมา

การบำบัดนี้ทำได้ทั้งแบบ Private หรือเป็นกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่มากๆ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อ Roni ได้โดยตรง เพราะเธอมีหลากหลายรูปแบบของคลื่นเสียงบำบัดดังนี้ 

Sound Bath ศาสตร์บำบัดอาการซึมเศร้า ด้วยการนอนอาบเสียงเครื่องดนตรี
Sound Bath ศาสตร์บำบัดอาการซึมเศร้า ด้วยการนอนอาบเสียงเครื่องดนตรี

Chrysalis Sound Journey 

อาบคลื่นเสียงแบบดักแด้ที่สตูดิโอของ Roni จะมีผ้าห้อยลงมาจากเพดาน ให้ผู้รับการบำบัดเข้าไปนั่งอยู่ภายในลอยตัวอยู่ในอากาศ ให้ความรู้สึกเหมือนดักแด้ที่กำลังเกิดใหม่ กลายเป็นผีเสื้อแสนสวย

New Moon Crystal Bowl Meditation

ทำสมาธิกับคลื่นเสียงในวันจันทร์ดับ (เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในทิศทางเดียวกับดวงอาทิตย์เมื่อมองจากโลก ดวงจันทร์จึงหันด้านมืดเข้าหาโลก ทำให้ไม่เห็นดวงจันทร์ มักเกิดในวันแรม 14 ค่ำ หรือแรม 15 ค่ำ )

Sacred Sound Bath (Elemental or Shamanic)

การบำบัดขั้นลึกที่ผสมผสานหลากหลายพลังงาน ทั้งเสียง เครื่องดนตรี ออกมาในรูปแบบที่สื่อถึงธาตุต่างๆ อย่างดินน้ำ ไฟ และลม

Elemental Yin Yoga & Sacred Sound

คลาสหยินโยคะ ให้ผู้ฝึกไหลไปตามคลื่นเสียง เพื่อให้เข้าถึงการขยับของร่างกาย ลมหายใจ เพื่อก่อให้เกิดสมาธิ

Full Moon Sacred Sound Ceremony

วันจันทร์เพ็ญอันทรงพลัง Roni ก็มี Session ให้เชื่อมโยงกับตัวเอง เสียง และดวงจันทร์ ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ เธอยังมีคลาสสอนผู้ที่สนใจอยากเรียนการทำคลื่นเสียงบำบัดอีกด้วย และข่าวดีคือ Roni ขึ้นมาทำ Session ที่กรุงเทพฯ​ อยู่บ่อยๆ ชาว กทม. คงหาตัวเธอได้ไม่ยาก

ติดตามผลงานของเธอได้ที่นี่

Facebook : Pure Nature Yoga Therapy & Sound

เว็บไซต์ : purenatureyoga.com

Writer

นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

เกิดและเติบโตในเมือง จนวันหนึ่งรู้สึกว่า Disconnect กับธรรมชาติ เลยเลือกมาใช้ชีวิตบนเกาะกับสายน้ำและภูเขาแทน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load