Music Group คือห้องซ้อมดนตรีในแฟลตดินแดง ที่อยู่คู่วงการดนตรีมา 34 ปี มีศิลปินไทยมากมายแวะเวียนเข้ามาเสมอ ไม่ว่าจะเป็น เบิร์ด ธงไชย, สุรชัย สมบัติเจริญ, อำพล ลำพูน, ต้อม เรนโบว์, อิทธิ พลางกูร หรือแม้แต่ดาราฮ่องกงที่ดังมากๆ ในยุคหนึ่งอย่าง หลิว เต๋อหัว ห้องซ้อมแห่งนี้ผ่านการเปลี่ยนผ่านของแนวเพลงตั้งแต่ป๊อปแดนซ์ ร็อก K-Pop สติง หมอลำ จนปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็นบ้านหลังที่สองของวงแนวอินดี้ อาทิ Safe Planet, Zweed ‘n Roll และ Three Man Down

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

ไม่มีศิลปินอินดี้ไทยยุคนี้คนไหนไม่รู้จัก ห้องซ้อมดนตรี Music Group

แต่ขณะที่ห้องซ้อมดนตรีอื่นๆ ทยอยปิดตัวลงในเวลาอันสั้น อะไรทำให้ที่นี่ดำเนินธุรกิจห้องซ้อมมาได้นานถึงวันนี้ 

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล มันอยู่ในทัศนคติเจ้าของทั้งสองที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ อยู่ในการให้บริการและความเอาใจใส่ อยู่ในการหยิบยื่นน้ำใจเล็กอย่างขนมหรือผลไม้ อยู่ในบรรยากาศของห้องโถงที่มีโซฟาสีแดงกับเก้าอี้ไม่กี่ตัว อยู่บนเพจเฟสบุ๊กที่มีรูปทุกวงที่มาซ้อมพร้อมแคปชันที่คิดขึ้นมาให้โดยเฉพาะ อยู่ในบทสนทนาคนดนตรีที่เกิดขึ้นในห้องแถวขนาดสองคูหาตลอด 30 กว่าปี

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

Music Group เป็นมากกว่าห้องซ้อม ยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นมากกว่าธุรกิจ แต่ผันตัวเป็นคอมมูนิตี้ที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการต่อไปได้

“ธุรกิจอยู่รอดเพราะน้องๆ ถ้าน้องๆ เขามีงาน เราก็มีงาน” 

มันคือการทำธุรกิจแบบเอาใจเขาใส่ใจเรา อาจไม่ได้มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่สามารถเกื้อกูลคนในวงการดนตรีเพื่อเติบโตไปพร้อมๆ กัน

รักครั้งแรก

สันติ ปัญจขันธ์ หรือที่ใครๆ ในวงการดนตรีเรียกว่า พี่ติ เริ่มทำห้องซ้อมแห่งนี้ตอนอายุ 21 ปี ติในตอนนั้นคือนักศึกษาปีสองที่ชอบเล่นดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ เขาเล่นกีตาร์ ฝีมือดีจนได้รับโอกาสไปเป็นนักดนตรีแบ็กอัปให้ค่ายใหญ่ๆ อย่างแกรมมี่ คีตา และอาร์เอส 

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

ชีวิตนักดนตรีครึ่งหนึ่งอยู่ที่ห้องซ้อม และห้องซ้อมดนตรี Music Group ก็เป็นเหมือนบ้านอีกหลังของเขาในเวลานั้น

“สมัยก่อนไม่ค่อยมีห้องซ้อมหรอก มีน้อย ไม่น่าจะถึงสิบที่ด้วยซ้ำ ส่วนมากเป็นแบบนี้ พอเปิดมาสักแป๊บจะไปซ้อมอีกทีห้องปิดไปแล้ว จนมาเจอที่นี่ซึ่งตอนนั้นเป็นของพี่ นราธิป กาญจนวัฒน์ วงชาตรี เราก็เลยมาซ้อมประจำ เพราะชอบบรรยากาศ ยุคนั้นดารา นักดนตรี อยู่แฟลตข้างบนเยอะมาก ทั้งแมว จิระศักดิ์, เคน วง Zeal หรือศิลปินแกรมมี่ก็มีมาก อาหารก็เยอะ”

พี่ตินึกย้อนไปถึงเมื่อ 30 กว่าปีก่อน

“วันหนึ่งมีข่าวว่าพี่นราธิปจะไปบวช เขาจะขายกิจการห้องซ้อมต่อหลังจากทำมาสี่ปีในราคาล้านห้าหรือล้านหกนี่แหละ เราเลยไปคุยกับพ่อว่าอยากรับช่วงต่อ ตอนแรกพ่อจะเอาเงินก้อนนี้ไปซื้อตึกสี่ชั้นแถววังหินให้ เราไม่เอา อยากได้ที่นี่ พอซื้อกิจการมา เราก็จ้างคนมาดูเลย ส่วนตัวเองไปเล่นดนตรี ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก เรื่องทำเงินนี่ไม่ได้คิดเลย คิดแค่ว่าจะได้มีที่ซ้อมกับเพื่อน แบบกูอยู่ห้องซ้อม น่าจะมันกว่าอยู่บ้าน กะมานอนนี่เลย”

เขาหัวเราะพร้อมเล่าต่อว่า ทีแรกคิดว่าจะทำแค่ 3 – 4 ปีแล้วก็เลิก จนได้เจอกับ กันตา แซ่ตั้ง หรือ พี่นา ของน้องๆ ศิลปิน

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

มาลองดูสักที

ลองนึกภาพห้องซ้อมขนาด 2 คูหาที่มักจะมีศิลปินมากหน้าหลายตาอยู่ทั้งด้านในและด้านนอก บนโต๊ะมีขนมปังและผลไม้ที่พี่นาเตรียมไว้ให้ในบางวัน ส่วนพี่ติเดินเข้าเดินออกคอยอำนวยความสะดวกเรื่องเทคนิคและอุปกรณ์ หรือบางคืนก็กลายเป็นผู้ให้คำปรึกษาเรื่องหัวใจของศิลปินที่มาซ้อม

ย้อนไปเมื่อ 34 ปีก่อน ห้องซ้อมดนตรี Music Group ไม่ได้มีบรรยากาศเป็นกันเองแบบนี้ คนที่จ้างมาดูแลกิจการของพวกเขาได้ไม่ทั่วถึง และพวกเขาเองก็ยังไม่ได้ทุ่มเทกับมันมากพอ 

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

พี่นาเข้ามาช่วยหลังจากเริ่มกิจการไปได้ 10 ปี แม้ไม่ได้ปรับปรุงอุปกรณ์ใดๆ แต่ก็ทำให้ห้องซ้อมแห่งนี้อบอุ่นยิ่งขึ้น

“ซื้อมายังไงก็อยู่อย่างนั้น แต่พอมาดูเอง เราเข้าถึงน้องๆ ศิลปินที่มาซ้อมได้มากกว่า บรรยากาศมันเลยสบายๆ กว่า เวลามีอะไร เขาจะมาบอก”

พี่นาบริหารห้องซ้อมเป็นหลักต่อมาอีก 10 ปี จนเมื่อ 14 ปีก่อน พี่ติตัดสินใจเลิกเล่นดนตรี และหันกลับมามองกิจการที่พ่อซื้อไว้ให้ตั้งแต่สมัยวัยรุ่น พร้อมบอกกับตัวเองว่าขอตั้งใจดูแลห้องซ้อมเองสักตั้ง

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

“เราค่อยๆ ไล่เปลี่ยนเครื่องดนตรีและอุปกรณ์ที่ใช้การไม่ดีหรือล้าสมัยก่อน ของบางอย่างก็ได้น้องๆ ที่มาซ้อมแนะนำ เหมือนเราไปกินข้าว ลูกค้ามาบอกว่าร้านนี้มันจังค่ะ เค็มจังค่ะ เราก็ค่อยๆ ลด แต่ถ้าอันไหนเรารู้ เราก็เปลี่ยนเลย เพราะเราเล่นดนตรีมา แม้จะเข้ากรุไปเยอะแล้ว”

ใจเขาใจเรา

เบิร์ด ธงไชย, บิลลี่ โอแกน, อำพล ลำพูน, เท่ห์ อุเทน, สุรชัย สมบัติเจริญ, อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง, คริสติน่า อากีลาร์, Smile Buffalo, เป้ ไฮร็อก, อิทธิ พลางกูร, แหวน ฐิติมา, นันทิดา แก้วบัวสาย, ต้อม เรนโบว์, เจ เจตริน รวมถึงวงอินดี้ยุคใหม่ที่กำลังมีชื่อเสียงมากในตอนนี้อย่าง Safe Planet, Zweed ‘n Roll และ Three Man Down คือส่วนหนึ่งของลิสต์รายชื่อศิลปินที่เคยมาใช้บริการที่นี่

“เวลาเบิร์ดมานี่ออกไปไม่ได้เลยนะ คนมามุงรอเต็มเลย ตอนนั้นกำลังดังที่เล่นละคร คู่กรรม สุดท้ายต้องออกข้างหลัง หลิว เต๋อหัว ก็เคยมาที่นี่นะ เขามาหาคริสติน่า ตัวจริงโคตรหล่อเลย เท่มาก ในหนังว่าหล่อแล้ว ตัวจริงหล่อกว่า เขาเคยมานั่งคุยกับคริสติน่าตรงที่เรานั่งกันอยู่เนี่ย คนนี้ก็ออกไม่ได้เหมือนกัน ต้องให้รถไปรับข้างหลัง”

พี่ติหัวเราะ

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

ราคาห้องซ้อมต่อชั่วโมงเมื่อ 30 ปีก่อนคือ 100 บาท ส่วนตอนนี้มี 3 ราคาตามขนาดห้อง เริ่มจาก 250, 280 และ 300 ถือว่าเพิ่มขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพอื่นๆ

“มีน้องๆ เล่าว่าไปซ้อมที่อื่นมา เครื่องไม่ดีคิดชั่วโมงละสี่ร้อย บางทีเราก็อยากขึ้นบ้างเหมือนกันนะ”

“แต่ไม่ขึ้นเพราะเกรงใจน้องๆ” พี่นาเสริม “เรามักได้อยู่ในเหตุการณ์ที่เขารวมเงินกันจ่ายค่าห้อง เหตุการณ์เหมือนจะทะเลาะกันอยู่แล้ว ‘กูไม่มีค่ารถกลับบ้านแล้วนะ’ บางทีตอนจ่ายตังค์ หารกันเรียบร้อย มักมีคนไม่เหลือเงิน ต้องยอมเดินกลับบ้าน บางครั้งเราต้องให้ค่ารถคืนไปด้วย คือเก็บค่าห้องมาก่อน แล้วค่อยให้ค่ารถกลับไป

“บางทีเขาไม่เหลือตังค์กินข้าว เราเลยมีขนมปังปอนด์ซื้อติดไว้ ใครหิวก็รองท้องไปก่อน อย่างวง Three Man Down ชอบกล้วยน้ำว้าของเรามาก”

พี่น้อง

เพราะดูแลกันอย่างครอบครัว เราเลยไม่ได้ยินพี่ติและพี่นาเรียกศิลปินที่มาซ้อมว่าลูกค้า แต่จะเรียกว่า ‘น้องๆ’

“ยิ่งเขาเรียกเราพี่ด้วย ยิ่งดีใจ” พี่นายิ้ม

“เราต้อนรับกันแบบสบายๆ ดูแลเหมือนครอบครัว ถ้าหิวมาบอก ถ้าไม่สบายก็บอก ถ้านอนได้นี่ให้นอนแล้ว แต่มันไม่มีที่ มันเป็นนิสัยของเราอยู่แล้ว ตั้งแต่มีลูกของตัวเอง จากที่ชอบดูแคนอื่นอยู่แล้วก็คูณเข้าไปอีก ส่วนพี่ติ เด็กๆ จะชอบคุยกับเขา ปรึกษาเขา” 

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

“อกหักมาก็มีนะ โอ้โห บางทีเห็นแล้วสงสาร เมื่อก่อนมีแต่วงอาชีพมาซ้อม เราเคยขายเบียร์ น้องมันอกหักก็มานั่งดื่ม แล้วก็กลับไป ลืมจ่ายค่าเบียร์ เราก็ไม่กล้าทวง โทรไปหาพี่นา ‘พี่นา น้องมันดื่มเบียร์เราไปตั้งหลายขวด แต่ไม่กล้าทวงตังค์มันว่ะ’ งั้นไม่เป็นไรละกัน”

แม้จะทำกันสองคน แต่พี่ติและพี่นาเป็นเจ้าของกิจการที่ยินดีขับรถน้องๆ ที่มาซ้อมไปหาที่จอดให้ หรือนั่งไปเป็นด้วยถ้าที่จอดอยู่ไกล ซักฟองน้ำหุ้มไมโครโฟนที่ใช้แล้วทุกครั้ง นั่งคุยเป็นเพื่อนคนที่มารอแฟน รอเพื่อนซ้อมดนตรี พร้อมแบ่งขนมผลไม้ให้ทาน เวลาอุปกรณ์ชำรุด พี่ติจะออกไปซื้อมาเปลี่ยนทันที และถ้าน้องๆ คนไหนบ่นว่าอยากกินอะไร พี่นาจะจำได้แล้วซื้อมาฝากเมื่อมีโอกาส 

ความเอาใจใส่คือจุดเด่นข้อแรกของที่นี่

ส่วนจุดเด่นข้อที่สอง คือไม่เคยปิด เว้นแต่ไม่มีคนจองมาซ้อม ประตูของ Music Group พร้อมเปิดอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นช่วงปีใหม่ สงกรานต์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ เพราะเข้าใจหัวอกศิลปินที่ต้องซ้อมดนตรีเพื่อไปเล่นงานเทศกาล

และจุดเด่นข้อที่ 3 อยู่บนเพจเฟซบุ๊ก ห้องซ้อมดนตรี Music Group พื้นที่ที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายวงดนตรีเฉียดหลักหมื่น มีทั้งวงดนตรีนักเรียน วงดนตรีนอกกระแส ถึงวงดนตรียอดเกือบร้อยล้านวิว พี่ติถ่ายรูปและโพสต์รูปทุกวงที่มาซ้อม เขาจะเข้าไปถ่ายรูปช่วง 5 นาทีก่อนเวลาหมด พร้อมคิดแคปชันที่บางทีก็เท่ บางทีก็เปรี้ยว บางทีอ่านแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ‘คิดได้ไง’

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down
“รักจริงจากใจไม่ให้ใครทุกคน เราไร้กังวล บนถนนสายโลกันย์ FOLK9”
MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down
“ใจพี่เหมือนดวงดาว บางครั้งแวววาว บางคราวก็วาววับ Zweed n’ Roll”

จากที่เคยทำเพื่อบันทึกเก็บไว้และโปรโมตกิจการไปในตัว กลายเป็นประเพณีประจำห้องซ้อมที่เลื่องลือในวงการดนตรียุคใหม่ และเป็นสิ่งที่คนมาซ้อมตั้งตารอไปโดยอัตโนมัติ

“ถ้าเราเป็นคนเขียนแคปชันก็จะเสร่อๆ หน่อย แบบ ‘ยินดีต้อนรับ’ ถ้าเป็นพี่ติลง เวลาคิดไม่ออกเขาจะหันมาหาพี่ แต่พอพี่พูดไปเขามักจะส่ายหน้าบอกไม่เอา อย่างหนูนั่งกันตรงนี้ ถ้าถ่ายรูป เขาจะดูรูปก่อน แล้วถึงคิดแคปชันออกมาได้ 

“มีรูปของ ว่าน วง Mattnimare ตอนเขามาซื้อสายกีตาร์ พี่ติอยู่เชียงราย พี่ก็ถ่ายรูปเขาแล้วส่งให้พี่ติ เขาก็คิดนาน ไม่รู้จะตั้งแคปชันว่าอะไร เอาไว้ก่อนแล้วกัน ผ่านไปเกือบปีเป็นช่วง COVID-19 พอดี เปิดรูปเก่าๆ ของน้องๆ ที่มาก็เจอรูปนี้ แล้วคิดแคปชันได้ ก็เลยลง”

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down
“สามร้อยหกสิบห้าวันเท่ากับหนึ่งปี แฟนคลับเขารู้ดี นักดนตรีหล่อใจดีมีคุณธรรม THREE MAN DOWN”
MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down
“เล่นดนตรีสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้นักดนตรีโคตรเท่ (ภาค8) KUNST”

พึ่งพาอาศัย

เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ ที่ดำเนินการมานานหลักสิบปี ห้องซ้อมแห่งนี้ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาหลายครั้ง ทั้งน้ำท่วม พ.ศ. 2554 ม็อบเสื้อเหลืองเสื้อแดง และล่าสุดคือการแพร่ระบาดโรค COVID-19 ด้วยความเป็นแค่ธุรกิจเล็กๆ ที่บริหารกันเอง สิ่งที่พวกเขาทำได้ในช่วงวิกฤตคือการคืนเงินมัดจำค่าห้องให้ศิลปินที่จองมาทั้งหมด มันอาจจะไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ แต่แสดงถึงน้ำใจและความรักที่มีต่อคนในวงการดนตรี

“ถ้าน้องมีงานเล่น ห้องซ้อมก็คนเยอะไปด้วย บางคนไม่ยอมรับเงินมัดจำคืน ก็จะบอกให้ทวงตอนมาซ้อมคราวหน้า 

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down
MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

“ส่วนหนึ่งที่ธุรกิจมันอยู่รอดเพราะน้องๆ ที่มาซ้อมเขาบอกต่อๆ พาเพื่อนมาเรื่อยๆ อย่างยุคอินดี้หลังๆ เริ่มจาก แอ๊ป Matimare พาซุงมาซ้อม ซุงก็พาพัค Jelly Rocket มา พัคพายี่กับดอยมาเป็น Back Up ยี่กับดอยเขาก็พาวง Safe Planet ของตัวเองมาซ้อม พอปูนที่เล่นกีตาร์ให้ Safe Planet มาซ้อมก็ไปพา Zweed ‘n Roll มาอีก มันเป็นทอดๆ กัน แต่มีหลายสาย

“พอมีวิกฤต ธุรกิจเราซบเซาเพราะงานของน้องๆ โดนยกเลิก ทุกคนเจอเหมือนกันหมด เราอยู่ได้เพราะเขา พอเขามีงานอะไร เราก็อยากอุดหนุนกลับไป อย่างเวลาเขาทำเสื้อวงกัน เราจะซื้อเก็บไว้สองสามตัว ลูกสาวก็ซื้อเยอะ เขาไม่รู้หรอกว่ามีวงอะไรมาซ้อมบ้าง พอเราบอกเขา เขาก็จะซื้อเสื้อมา หลายครั้งได้เสื้อมาก่อนแล้วค่อยไปลองฟังเพลงทีหลัง”

นั่นคือเหตุผลที่พี่นาไปดูคอนเสิร์ตกับลูกทุกครั้งที่มีโอกาส และพี่ติใส่เสื้อของวงดนตรีอยู่เสมอ (วันนี้ใส่ของ Fluffypak) พวกเขาไม่ได้มองว่า ห้องซ้อมดนตรี Music Group เป็นธุรกิจที่ต้องได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นฟันเฟืองหนึ่งของวงการดนตรีที่พวกเขารักและอยากจะขับเคลื่อนมันต่อไป

คนดนตรี

ห้องซ้อมวันนี้ใกล้เคียงกับคำว่า อุดมคติ เป็นห้องซ้อมแบบที่พี่ติและพี่นาในวัยเลขสองที่ใช้ชีวิตอยู่ในวงดนตรีตามหา มันเติบโตไปเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักดนตรีที่ทำให้คนจากหลายๆ ที่มาเจอกัน แลกเปลี่ยนความคิด และหลายครั้งก็จุดประกายให้เกิดโปรเจกต์ใหม่ๆ โดยมีพี่ติกับพี่นาคอยอำนวยความสะดวกอยู่ข้างหลัง

ความสุขของทั้งคู่คือการได้เห็นภาพเหล่านั้น

“บางทีน้องก็คุยกัน บางทีก็ด่ากัน เรามีความสุขที่ได้เห็นบรรยากาศแบบนั้น แต่จะบอกน้องๆ ตลอดว่าให้เลือกห้องซ้อมจากความสะดวกก่อน เดี๋ยวนี้มันมีหลายที่ ใครสะดวกแถวไหนก็ไปแถวนั้น มีน้องหลายคนมาขอโทษ บอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้มานะพี่ ผมซ้อมแถวบ้าน ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องดั้นด้นมาถึงนี่หรอก เพราะสุดท้ายห้องซ้อมก็ต้องช่วยๆ กัน เชื่อเปล่าว่าช่วงเทศกาล ห้องซ้อมดนตรีมีไม่พอกับวงนะ ยิ่งสมัยนี้วงเยอะมาก ก็ถ้าห้องซ้อมนั้นเต็ม ค่อยมาที่นี่”

“ดีใจที่เต็มแล้วมามากกว่า” พี่นายิ้มให้พี่ติแล้วบทสนทนาก็จบลงตรงนั้น

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

Lesson Learned 

“ทำอะไรต้องใจเย็นๆ ใจเย็นๆ กับทุกอย่าง ทั้งการพูด การกระทำ การคิด หรือการทำธุรกิจ จะตัดสินใจลงทุนอะไรต้องใช้เวลา อย่างวิกฤต COVID-19 ก็ต้องอาศัยความใจเย็นเยอะ คนไม่มาซ้อมไม่เป็นไร เขาก็ลำบากเหมือนกัน กลับมาแก้ปัญหา ทำในสิ่งที่ทำได้”

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

21 มิถุนายน 2565
1.36 K

ว่ากันว่าถ้าเราได้รักใครสักคน เราจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้คนคนนั้นอย่างสุดหัวใจ มันอาจออกมาในรูปแบบของความสัมพันธ์ระหว่างคนรัก เพื่อนสนิท พี่น้อง ญาติมิตร หรือที่เห็นได้ชัด ๆ ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก ที่ลูกเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ และแม่อยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ

เช่นเดียวกับเรื่องราวที่เราได้ฟังจาก ทิพย์-ทิพย์สุนันทา กระจ่าง และ สิษฐ์-ชนาสิษฐ์ เชี่ยวชาญพิพัฒน์ คู่รักพ่อแม่ที่ร่วมกันพัฒนา ปลุกปั้น และถักทอแบรนด์ชุดเครื่องนอนหายใจผ่านได้ แถมยังหลับสบายอย่าง OXY Baby ขึ้น เพื่อให้ลูกของตนและแก้วตาดวงใจของแม่ ๆ ทุกคนเติบโตอย่างแข็งแรงสดใส 

ทั้งหมดเริ่มจากทิพย์และสิษฐ์ตั้งใจมีลูกในวัยที่มากแล้ว ทั้งคู่ต้องพยายามอย่างหนักอยู่หลายปี ในวันที่ทิพย์ได้เป็นแม่ เธอจึงเป็นแม่ฟูลไทม์เพื่ออุทิศทั้งชีวิตให้ลูก ช่วงแรกก็ดูเหมือนจะสดใสไร้รอยต่อ แต่รู้ตัวอีกทีทิพย์ก็ได้เรียนรู้ว่า การจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตอย่างสดใสสมวัยนั้น มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องให้ความสำคัญไม่น้อย

หนึ่งในนั้นคือ ‘การนอน’ ที่หากเด็กน้อยนอนไม่เต็มอิ่มและไม่ถูกวิธี นอกจากจะมีผลเสียต่อพัฒนาการแล้ว อาจทำให้ลูกน้อยจากอกแม่ไปตลอดกาล 

“การนอนเป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นที่ดี ถ้าเขานอนดี ตื่นมาปุ๊บก็จะนั่งยิ้ม หัวเราะคิกคัก พออารมณ์ดี จะใส่อะไรเขาก็รับได้หมด ชื่อว่า OXY Baby ก็มาจากออกซิเจนที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและสดชื่นขึ้น มันเป็นความตั้งใจของเราที่อยากให้น้องนอนหลับสบาย หายใจได้เต็มปอด จะได้มีพลังสำหรับการเรียนรู้และฝึกฝนพัฒนาการต่าง ๆ”

ทั้งที่ทิพย์เริ่มต้นเปิดเพจแบรนด์อย่างทุลักทุเล เพราะไม่เคยเป็นเจ้าของกิจการมาก่อน แต่อาศัยประสบการณ์ที่เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่อย่างลึกซึ้ง และการช่วยเหลือของสามีทั้งการช่วยเลี้ยงลูก การให้คำปรึกษา และช่วยจัดการธุรกิจ กลับกลายเป็นว่าอัตราการซื้อซ้ำของ OXY Baby ในเดือนแรกสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ 

แรงฮึดของคนเป็นแม่

ปัจจุบันลูกของทิพย์อายุได้ 3 ขวบกว่า ช่วงที่ทิพย์เพิ่งเป็นแม่คนหมาด ๆ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพิ่งอายุได้ไม่กี่วัน เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นในวันที่เธอเลือกใช้เบาะนอนยางพาราให้ลูกน้อย แล้วสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ไม่น่าวางใจ

“ที่นอนยางพาราขึ้นชื่อเรื่องหลับสบายอยู่แล้ว แต่ เฮ้ย ทำไมลูกเหงื่อออกเยอะล่ะ แล้วที่นอนก็มีกลิ่นยางพาราออกมาด้วย เราเลยเริ่มศึกษาเกี่ยวกับที่นอนมากขึ้น จนได้รู้ว่าที่นอนยางพาราเนื้อแน่นและหายใจผ่านไม่ได้ ถ้าเขาเผลอนอนคว่ำก็อาจจะหายใจไม่ออกจนเสียชีวิต หรือที่เรียกว่าโรคใหลตายในเด็ก เราเลยลองหาที่นอนในตลาดที่โฆษณาว่าเป็นที่นอนหายใจผ่านได้ จากที่ลูกนอนหลับได้ยาว 3 – 4 ชั่วโมงต่อคืน กลายเป็นว่าน้องไม่ยอมนอน เอาแต่ร้องไห้และพลิกตัวไปมาทั้งคืน”

เมื่อผลิตภัณฑ์ที่เน้นเรื่องความสบายกลับไม่ปลอดภัย และผลิตภัณฑ์ที่ชูเรื่องความปลอดภัยกลับสร้างความไม่สบายทั้งกายและใจให้ลูกและแม่ หัวอกคนเป็นแม่จึงไม่หยุดแค่นั้น เธอใช้เวลาหลังลูกหลับศึกษาหาข้อมูล จนเจอวัสดุที่ถักทอด้วยโครงสร้างพิเศษ เป็นเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนีที่หาได้ยากในไทย 

เทคโนโลยีที่ว่าคือการนำ Tencel™ หรือเส้นใยเปลือกไม้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน OEKO-TEX Standard 100 ซึ่งเป็นวัสดุท็อปของตลาด มาถักทอเป็นโครงสร้างแบบ 3D Air Mesh ซึ่งมีความสม่ำเสมอ เฟิร์มแต่ยืดหยุ่นกระจายน้ำหนักได้ดี และอากาศไหลผ่านได้ นอกจากงานวิจัยที่เธอศึกษามาแล้ว เพื่อนนักวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ที่ยุโรปของเธอก็คอนเฟิร์มมาว่าวัสดุนี้เวิร์กจริง ๆ 

“ใจเราไม่ได้คิดจะทำธุรกิจนะ แต่มันเป็นแรงฮึดที่อยากปกป้องลูก อยากให้ลูกนอนแล้วหลับสบาย เพราะเราเป็นแม่ที่อุตส่าห์ตั้งใจซื้อของดีมา แต่มันกลับใช้ไม่ดี ก็เหมือนเราทำร้ายลูกตัวเอง เราจึงรู้สึกโกรธและผิดหวัง และเชื่อว่าต้องมีเด็กที่เหมือนลูกเราสิที่เขานอนที่นอนแข็งมาก ๆ ไม่ได้”

สินค้าล็อตแรกที่เธอทำออกมาจึงไม่ได้ทำออกมาเพื่อขาย แต่ทำเพื่อใช้เองและแจกจ่ายให้เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่มีลูกน้อยได้ทดลองใช้ ฟีดแบ็กที่ทิพย์ได้รับไม่ใช่เพียงคำชมว่าเด็ก ๆ นอนหลับสบาย แต่เป็นคำยุให้เธอต้องทำสินค้าออกมาขายเดี๋ยวนี้!

จากวันที่ตัดสินใจทำ OXY Baby จนวันนี้ ยอดขายของชุดเครื่องนอนหลับสบายหายใจได้ของทิพย์เติบโตขึ้นหลายเท่าตัว ชนิดที่อัตราการซื้อซ้ำของแบรนด์ในเดือนแรกสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ปัจจุบันสินค้าของ OXY Baby ไม่ได้มีเพียงเบาะนอนหายใจได้เท่านั้น แต่ยังมีหมอนหัวทุย เบาะนอนป้องกันกรดไหลย้อน เบาะนอนแบบพกพา ชุดเครื่องนอนและผ้านวมแสนน่ารัก 

OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก
OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก

นวัตกรรมเพื่อความสบายของลูก และความสะดวกของแม่ยุคใหม่

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้ OXY Baby ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเกินคาดชนิดที่ผลิตไม่ทันขาย คือการบรรจงบรรจุนวัตกรรมที่ออกแบบมาอย่างดีลงไปในสินค้า เรียกว่าเป็นนวัตกรรมที่ไม่ใช่เพื่อความสบายของลูกน้อยเท่านั้น แต่คือนวัตกรรมที่ช่วยให้แม่เลี้ยงลูกได้อย่างมีความสุข 

สุขแรกคือนวัตกรรม Tencel™ 3D Air Mesh เป็นโครงสร้างที่ดีต่อลูกน้อยในทุกมิติ เพราะผ่านการออกแบบและทดสอบมาแล้วว่าเด็กหายใจผ่านได้จริง กระจายน้ำหนักและคืนตัวได้ดี ทั้งยังไม่ทำให้ความร้อนสะสมด้วย เด็ก ๆ จึงไม่ร้องไห้งอแงเพราะร้อน ลักษณะหัวแบนจากการนอนที่นอนแข็งทื่อก็หมดไป แถมแม่ ๆ ยังไม่ต้องกังวลว่าภาวะใหลตายจะคืบคลานเข้ามาใกล้ เพราะแม้จะคว่ำหน้านอนขนาดไหน ลูกน้อยก็ยังหายใจผ่านได้เสมอ

สุขที่สอง เบาะนอนคู่ใจของเด็ก ๆ จะอยู่ได้อย่างยาวนานถึง 10 ปี โดยไม่คืนรูปและไม่แข็งเป๊กอย่างที่นอนยางพารา หรือที่นอนเมมโมรีโฟมในท้องตลาด ซึ่งยางจะเสื่อมสภาพจนแข็งตัวเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งยังต่างจากที่นอนใยฝ้ายที่คนรุ่นปู่ย่านิยมใช้ เพราะยิ่งซักทำความสะอาด นุ่นก็จะกระจุกตัวและกระจัดกระจายจนต้องทิ้งในท้ายที่สุด

สุขที่สาม ความที่ทิพย์เป็นแม่ที่เลี้ยงลูกเองตลอดเวลา เรียกว่าทิพย์อยู่ไหน ลูกอยู่นั่น เธอจึงนำอินไซต์ของความเป็นแม่มาผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมเครื่องนอนชิ้นเล็ก อย่างหมอนหัวทุย หมอนข้าง หรือชุดเครื่องนอนต่าง ๆ สามารถโยนเข้าเครื่องซักผ้าแล้วตากแห้งภายใน 2 ชั่วโมง โดยโครงสร้างภายในยังคงรูปสวยงาม ส่วนเบาะนอนชิ้นใหญ่ก็ทำความสะอาดได้ง่ายเพียงฉีดให้น้ำไหลผ่านเท่านั้น

“อย่างหมอนกันกรดไหลย้อนทั่วไปมักจะยัดนุ่นหรือเส้นใยอื่น ๆ ลงไปโดยไม่มีโครงสร้าง พอซักแล้วมันก็จะยุบใช่ไหม ​​แทนที่จะเอียง 25 – 30 องศาเพื่อป้องกันกรดไหลย้อนตามที่คุณหมอแนะนำ ก็กลายเป็นหมอนที่เอียงเพียง 10 องศาเท่านั้น แต่หมอนที่เราออกแบบผ่านการทดสอบมาแล้วว่าซัก 50 ครั้งก็ไม่ยุบ แถมยังแห้งเร็วมากด้วย ซึ่งมันตอบโจทย์แม่ยุคใหม่มาก” ทิพย์ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ก่อนอธิบายให้เราฟังว่าทำไมนวัตกรรมต้องมาคู่กับ OXY Baby

“เราใส่ใจกับนวัตกรรมขนาดนี้ เพราะเชื่อว่านวัตกรรมนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่ดีกว่าเดิม ไม่ใช่ว่าเราขายสิ่งนี้แล้วอีก 20 ปีเราจะไม่เปลี่ยนนะ ถ้ามีอะไรที่ดีกว่าเราก็จะพัฒนาต่อไป เราจะไม่ยึดติดว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดไปตลอด”

OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก

ดีไซน์ที่แก้ปัญหาได้ แถมยังดีต่อใจ

นอกจากนวัตกรรมจะเป็นหัวใจสำคัญของ OXY Baby แล้ว ดีไซน์ที่ดียังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เธอใส่ใจ ไม่ใช่เพื่อลูกเท่านั้น แต่เพื่อให้แม่ ๆ ห้อมล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีต่อใจ

“สินค้าที่มีนวัตกรรมมันดีต่อกายแน่ ๆ แหละ แต่ดีไซน์ที่ดีมันดีต่อใจด้วย” เธอหัวเราะ “เราเองมีความฝันและรอคอยการเป็นแม่มานาน แต่พอได้เป็นแม่จริง ๆ เราพบว่าภาวะหลังคลอดมันหนักและเหนื่อยมาก เราก็อยากจะเลี้ยงลูกในสถานที่ที่เราออกแบบว่า นี่แหละคือที่ที่เราจะอยู่กับลูกทั้งวันอย่างผ่อนคลาย”

ดีไซน์ที่ดีที่ว่าถักทอผ่านชุดเครื่องนอนและผ้านวมบางนุ่มสีพาสเทลอุ่นหัวใจกับลวดลาย Fairy Tale จากนิทาน 6 เรื่อง อิงจากแนวคิดการเลี้ยงลูกด้วยนิทานของ คุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ว่า แม่ควรจะฝึกให้ลูกฟังนิทานตั้งแต่อยู่ในท้อง 

“เวลาลูกตื่นเขาก็จะชอบมองโน่นมองนี่ แม่ก็จะได้มีเรื่องมาพูดกับลูกให้เขาได้ยินเสียงเรา ให้เขารู้ว่าแม่อยู่ตรงนี้กับเขาตลอดเวลานะ”

แม้ดีไซน์จะสำคัญ แต่จุดร่วมที่ทิพย์ไม่เคยละเลยคือนวัตกรรมที่ดีต่อชีวิต เช่นเดียวกับเครื่องนอนคู่ใจเด็ก ๆ ผ้านวมผืนบางเหล่านี้ก็ถักทอด้วยหัวใจของคนเป็นแม่ ที่ต้องการให้ลูกนอนหลับอย่างสบายเช่นกัน

“เราเลือกใช้ผ้าใยไผ่ผสมคอตตอนที่นิ่ม ระบายอากาศได้ดี และที่สำคัญผ้าใยไผ่ยังป้องกันแบคทีเรียได้โดยธรรมชาติ ส่วนไส้ในก็ใส่นวมพิเศษจากเยื่อไม้ เรียกว่า Sorona ที่บางเบาแต่อบอุ่น จนแม่ ๆ หลายคนงงว่ามันจะกันหนาวได้ไหม แต่มันกันหนาวได้จริง”

OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก
OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก

โอบอุ้มแก้วตาดวงใจ ด้วยอินไซต์จากคอมมูนิตี้แม่

ตลอดระยะเวลา 1 ปีกว่าของการทำแบรนด์ ทิพย์แตกไลน์สินค้าออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน โดยใช้อินไซต์ความเป็นแม่ของตัวเอง และเก็บฟีดแบ็กของแม่ ๆ มาพัฒนาอยู่เสมอ ซึ่งเปรียบเสมือนการสรรหาของขวัญให้เพื่อนสนิทคนหนึ่ง ถ้าเพื่อนอยากได้อะไรและเธอให้ได้ เธอก็จะหามาให้ 

ถ้าแม่ ๆ อยากได้ลายผ้านวมเพิ่ม เธอก็ทำให้ 

ถ้าแม่ ๆ อยากได้เบาะนอนตามขนาดเตียง เธอก็ขยายขนาดเบาะไปเรื่อย ๆ จนมีมากถึง 7 ไซส์ในปัจจุบัน 

ถ้าแม่ ๆ อยากได้เบาะนอนที่พกพาได้ เธอก็ออกแบบที่นอนพกพารูปหมีน่ารักพับเก็บได้มาตอบโจทย์ทุกคน 

หรือถ้าแม่ ๆ อยากได้เบาะนอนป้องกันกรดไหลย้อน เธอก็พร้อมตอบสนองความต้องการนั้นด้วย เพราะเคยผ่านประสบการณ์แม่ที่ให้นมเองและอุ้มลูกเองมาก่อน

“กระเพาะหูรูดของเด็กเล็กยังปิดได้ไม่สนิท เวลากินนมแล้วให้เขานอนเลย ก็อาจจะเกิดกรดไหลย้อน เป็นเหตุผลที่คนสมัยก่อนให้แม่อุ้มลูกหลังกินนม เพื่อให้ลูกเรอแล้วค่อยปล่อยนอน การมีที่นอนป้องกันกรดไหลย้อนซึ่งออกแบบมาให้ลาดเอียง 25 องศา จะช่วยให้แม่ไม่ต้องอุ้มลูกนานถึง 30 นาที อุ้มแค่ 10 – 15 นาที พอเรอแล้วก็ปล่อยเขานอนได้” นอกจากจะดีต่อร่างกายเด็ก ๆ แล้ว รูปทรงที่โอบรัดของที่นอนป้องกันกรดไหลย้อน ยังช่วยให้ลูกน้อยเหมือนอยู่ในอ้อมอกของแม่จนนอนหลับปุ๋ย

“พอลูกนอนสบาย แม่ก็สบาย บางทีพ่อแม่ก็จะปล่อยให้เด็ก ๆ นอนนานไป ทั้งที่จริง ๆ แล้วการที่น้องนอนหลับดี ตื่นมาร่าเริงสดใส เราก็ควรจะฉวยโอกาสดี ๆ นั้นทำ Tummy Time วันละ 2 – 3 ครั้งให้เขา ซึ่งมันก็คือการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ทั้งคอ หน้าอก ข้อมือ ให้แข็งแรง ด้วยโครงสร้างเบาะทุกแบบของเราที่กระจายน้ำหนักได้ดี ไม่นุ่มไป ไม่แข็งไป จะทำให้การทำ Tummy Time สนุกมากและไม่อันตรายด้วย” เธออธิบาย

“ตอนแรกที่เริ่มทำแบรนด์เรากังวลนะ เพราะเราไม่เคยทำงานสายนี้มาก่อนเลย แต่ลูกค้าน่ารักมาก พอเขาใช้ดีก็ส่งรีวิวมาโดยที่เราไม่ต้องร้องขอ เราก็ถามฟีดแบ็กจากเขาเสมอ ตั้งแต่ที่ยังเปิดเพจเอง ตอบลูกค้าเอง เพราะลูกค้าจะเป็นคนบอกว่าเขาต้องการอะไร แต่สิ่งสำคัญคือเราจะไม่ออกสินค้าที่เกินวัยของลูก เพราะเราต้องการเข้าใจปัญหาของแม่จริง ๆ เพื่อทำของที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

“ซึ่งตอนนี้เราได้เรียนรู้ว่า ความปลอดภัยไม่ใช่โจทย์เดียวที่เราต้องแก้ มันเป็นเรื่องความสบาย ความสะดวก และการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กด้วย”

ชุดเครื่องนอนที่เด็กหายใจผ่านได้ จากหัวใจของคนเป็นแม่ ใช้นวัตกรรมและดีไซน์แก้ปัญหาให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
ชุดเครื่องนอนที่เด็กหายใจผ่านได้ จากหัวใจของคนเป็นแม่ ใช้นวัตกรรมและดีไซน์แก้ปัญหาให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

OXY Baby ที่เติบโตไปพร้อมกับทุกลมหายใจของลูกน้อย

นอกจากยอดขายที่เติบโตเกินคาดจากการบอกต่อของลูกค้าจนผลิตแทบไม่ทัน และรางวัล BEST BABY BEDDING PRODUCTS จาก Amarin Baby & Kids Awards 2021 ที่แบรนด์ได้รับ จะเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จแล้ว อีกหนึ่งสิ่งล้ำค่าสำหรับคนเป็นแม่และเจ้าของแบรนด์อย่างทิพย์ คือฟีดแบ็กและคำชมที่พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย และลูกค้าทุกคนมอบให้เธอ

“เขาจะบอกว่าลูกเขาชอบ น้องนอนนานขึ้น แม่มีความสุขมาก ทุกคนในครอบครัวก็บอกว่าชอบมาก มันทำให้หัวใจเราพองโต แล้วพอมันพองได้วันละหลายครั้ง มันก็เติมเต็มและทำให้เรามีความสุขขึ้น เพราะแต่เดิมเราทำงานสายบัญชีมาตลอด OXY Baby จึงเหมือนเป็นแพสชันที่เราเพิ่งมารู้จักตัวเองตอนเป็นแม่คนว่าเราชอบอะไร 

“มันสอดคล้องกับการเป็นแม่ฟูลไทม์ของเราด้วยว่า เราก็ยังอยากให้ลูกรู้ว่าแม่ทำงานนะ แม่มีคุณค่าในตัวเอง แม่สร้างสรรค์อะไรเองได้ และแรงบันดาลใจในการลงมือทำสิ่งนี้เพื่อเขาและเด็กคนอื่น ๆ ก็มาจากเขานะ เราว่าเขาจะต้องรู้ว่าแม่รักเขามากแน่ ๆ”

OXY Baby ที่เกิดจากความรักความใส่ใจที่แม่มีต่อลูกจึงไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ แต่ทิพย์กับสิษฐ์ตั้งใจให้นวัตกรรมและดีไซน์จากคนเป็นแม่เพื่อคนเป็นแม่นี้ เติบโตไปพร้อม ๆ กับลมหายใจในทุกช่วงชีวิตของเด็กทุกคน

ชุดเครื่องนอนที่เด็กหายใจผ่านได้ จากหัวใจของคนเป็นแม่ ใช้นวัตกรรมและดีไซน์แก้ปัญหาให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

Lessons Learned

  • เสียงลูกค้าสำคัญต่อการพัฒนาแบรนด์
  • นวัตกรรมช่วยให้สินค้าตอบโจทย์การใช้งานได้ดีขึ้นในทุกมิติ เราจึงต้องหมั่นอัปเดตนวัตกรรมที่ดีอยู่เสมอเพื่อตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้ 
  • เจ้าของกิจการส่วนใหญ่มักไม่ได้สต็อกสินค้าไว้มาก แต่ถ้าเริ่มเห็นว่าความต้องการของลูกค้าเพิ่มขึ้นก็ควรตัดสินใจเพิ่มสต็อกเลย อย่างตอนแรกไม่ได้คาดคิดว่า OXY Baby จะได้รับความนิยมขนาดนี้ เลยปล่อยให้พ่อแม่รอนาน ซึ่งเราเสียใจมากที่เด็ก ๆ ไม่ได้ใช้

OXY Baby 

Facebook : OXY Baby หมอนและที่นอนเด็ก หายใจผ่านได้ นุ่มสบาย สะอาด ปลอดภัย

Website : oxybabythailand.com

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load